e การศึกษา

การเตรียมตัวก่อนไปเรียนต่อหรือทำงานที่ญี่ปุ่น

By , วันเสาร์, 28 พฤษภาคม 2559

ขออนุญาตเขียนแบบสั้นๆ เกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นนะคะ

สิ่งที่ต้องเตรียมไป

1.)เตรียมเสื้อผ้าที่จำเป็นและคิดว่าจะต้องใช้
(กรณีผู้หญิงแนะนำให้เอาไปนิดหน่อยพอค่ะ เพราะโดยธรรมชาติพวกเราแล้ว ยังไงก็ต้องซื้ออีกเยอะแน่นอนค่ะ5555)
2.)หนังสือที่ต้องใช้ เช่น หนังสือติวภาษาญี่ปุ่นที่เป็นภาษาไทย
3.)ข้าวของจำเป็น เช่น ใครมีอุปกรณ์ที่ต้องใช้ทุกวันจำเป็นจะต้องพกไปใช้
4.)อาหารไทยบางอย่าง เช่น มาม่าไร น้ำพริกแบบกระป๋อง พริกป่น(เผื่อใครติดกินเผ็ด) เป็นต้น
5.)ยาสามัญประจำบ้าน ยาแก้ปวดหัว แก้ปวดท้อง ยาแก้หวัด ยาดม ยาประจำตัว เช่น คนที่เป็นโรคหอบ และอื่นๆ
(ยาที่ญี่ปุ่นจะอ่อนกว่าที่ไทยประมาณครึ่งนึงค่ะ เพราะงั้นพกยาไทยไปเผื่อก็ดีค่ะ)
6.)ควรเตรียมหัวแปลงปลั๊กไฟ เพราะที่ญี่ปุ่นใช้ปลั๊กแบบแบน2แท่งเป็นมาตรฐานที่นู่นใช้ไฟ 110V
เวลาจะชาร์ตอะไรจะชาร์ตช้าหน่อย เพราะไฟแรงน้อยกว่าบ้านเราค่ะ ส่วนความถี่ไฟที่ Tokyo 50Hz เท่าไทย (ถ้าต่ำกว่าเขตKanto จะเป็น60Hz)
ถ้าเอาเครื่องใช้ไฟฟ้าจากญี่ปุ่นที่รองรับแต่ 100-110V มาใช้เมืองไทย ต้องหาตัวแปลงไฟเป็น 220V ไม่งั้นพังแน่ๆค่ะ
*ส่วนถ้าอยากจะนำไดร์เป่าผมไปจากไทย อันนี้แนะนำให้ซื้อที่นู๊นนะคะ เพราะระเบิดไปหลายคนแล้วค่ะ* 

------------------------------------------------------

ใครที่กังวลเรื่องเงิน บัตรATM และอื่นๆ
อันนี้เป็นวิธีที่อยากจะแนะนำนะคะพกติดตัวไปก่อนจำนวนนึง แล้วไปเปิดบัญชีธนาคารที่นู๊นแล้วเก็บไว้ก่อน 
หลังจากนั้นถ้าจะใช้ให้เอาบัตร ATM ของไทย ที่มีคำว่า VISA หรือ MASTERCARD อยู่ไปเบิกที่ตู้ ATM ของที่ญี่ปุ่นค่ะ

ธนาคารที่แนะนำให้เปิด จะเป็น ธนาคารของไปรษณีย์ค่ะเปิดง่าย สะดวก และหาตู้ได้ทั่วไปค่ะ (ค่าบัตรเอทีเอ็มก็ไม่ต้องเสียนะ)
1.จำที่อยู่ของเราให้ได้ จดไปก็ได้ค่ะ คันจิ คาตาคานะ/ ชื่อ คาตาคานะ
2.ตราปั๊มชื่อ/นามสกุลเรา หรือบางที่อาจจะให้เราเซ็นเอาก็ได้ค่ะ
3. บัตรต่างด้าว/ ไซริวการ์ดสถานที่ที่สามารถเบิกเงินได้ จากบัตรไทย
- ตู้ของธนาคารของไปรษณีย์ (สีเขียวๆ)-

ตู้เอทีเอ็มใน7-11
โดย การกดเงินหนึ่งครึ่ง จะคิดค่าบริการ 100 บาท ส่วนค่าเงินขึ้นอยู่กับธนาคารที่ใช้และเรทเงินของวันนั้นๆค่ะ
เพราะงั้นจะไปกดทีนึง คำนวนไว้ก่อนเลยนะคะ ว่าจะใช้เท่าไหร่ จะได้ไม่ต้องเบิกบ่อยๆ หรือเบิกมาทีเดียวแล้วไปเก็บไว้ที่ธนาคารของที่ญี่ปุ่นที่เราไปเปิดไว้ก่อนก็ได้ค่ะ

เพิ่มเติมของธนาคารของไปรษณีย์นะคะ
วันนึงสามารถกดได้ 2 ครั้งค่ะ ครั้งละ 100,000เยน ถือเป็นลิมิตสูงสุดค่ะควรไปกดก่อนเวลาธนาคารไทยปิดนะคะ
**ตู้เอทีเอ็มญี่ปุ่นไม่ได้เปิดให้กด 24ชั่วโมง เหมือนบ้านเรา เพราะฉะนั้นเชคเวลาดีๆก่อนนะคะ***

**เพิ่มเติมเรื่องบัตร ATM ของไทยนะคะ***
แนะนำให้ทำเป็นบัตรเสริมของผู้ปกครอง หรือคนที่จะสามารถติดต่อกับธนาคารที่ไทยได้จะดีกว่าค่ะ
เพราะว่าถ้ามีปัญหาอะไร เช่น
เบิกเงินไม่ได้มีปัญหากับบัตร จะได้สามารถติดต่อให้เราได้ทันทีค่ะ เพราะบัตรพวกนี้คนที่จะสามารถติดต่อได้จะต้องเป็นเจ้าของบัตรเองเท่านั้นถึงจะคุยได้ค่ะ
เราเคยเจอปัญหากดเงินจากธนาคารที่ไทยไม่ได้เลย แล้วเวลานั้นคือติดต่อกลับไปไม่ได้ พอกลับมาไทย ก็เลยไปถามที่ธนาคารดู เค้าบอกว่าต้องโทรเวลานั้นเลย จะได้เชคได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนนั้น ไม่สามารถเชคย้อนหลังได้ค่ะ เพราะงั้นข้อนี้ก็สำคัญค่ะ

------------------------------------------------------

ส่วนเรื่องมือถือเคยเขียนไว้แล้วค่ะ

3 ตอนอ่าน 3ตอนทีเดียวได้ในนี้เลยค่ะ
http://wednesdaylife.blogspot.com/search/label/JP%20Guide%20in%20TH

1.ซื้อมือถือในประเทศญี่ปุ่น
http://wednesdaylife.blogspot.com/2015/11/jp-bss-part-1-jp-buy-phone-in-th.html

2.ซื้อNET SIM ไว้ใช้ในประเทศญี่ปุ่น (ใช้กับเครื่องไทยได้)
ระยะยาว 6 เดือนขึ้นไป ดูที่ยี่ห้อ IIjmio นะคะ
http://wednesdaylife.blogspot.com/2015/11/bss-part-2-net-sim-th.html

3.เช่า POCKET WIFI ไปใช้ในญี่ปุ่น (มีทั้งระยะสั้น และระยะยาว)
http://wednesdaylife.blogspot.com/2016/02/jp-bss-part-3-jp-pocket-wifi-in-th.html

------------------------------------------------------

การกินอยู่ ค่าใช้จ่ายในญี่ปุ่น
สำหรับชีวิตบ้านนอกที่เคยใช้ชีวิตมานะคะ

ค่าใช้จ่ายส่วนบ้าน
1.ค่าเช่า 30,000 เยน+VAT
2. ค่าน้ำ ค่า แก๊ส ฟรี (โชคดีมาก)
3. ค่าไฟ 2,200-4,000 เยน(แล้วแต่ฤดูและการอยู่ห้องค่ะ
เคยทำงานทุกวันอยู่ห้องแปปเดียว ตอนนั้นค่าไฟเดือนละ 800เยนเอง อิอิ)
4. ค่าโทรศัพท์ 6000-7000 เยน (เน็ทอันลิมิต 7gb) + เครื่องแรกที่ต้องผ่อนต่อให้จบ
ยกเลิกสัญญาก่อน ยังไม่หมดสัญญาการผ่อน 1,200 เยน
5. ประกันสุขภาพ 1,400 เยน อันนี้แล้วแต่เดือน

ค่าผัก ค่าเนื้อ ต่างๆ ที่จะนำมาทำอาหารเองจะถูกกว่าในโตเกียวค่ะ
ถ้าซื้อร้านข้างนอกราคาจะต่างกับในซุปเปอร์มาก (ปกติจะซื้อเฉพาะผักที่ลดราคาเท่านั้น 555)

เดือนนึงจะไปซุปเปอร์ ที่ถูกและไกลๆของในเมือง เดือนละครั้ง ถึงสองครั้งค่ะ
เพราะงั้นค่าใช้จ่ายครั้งนึงจะเยอะ ประมาณ 4,000 -6,000เยน แล้วแต่ของที่หมด เช่นถ้าพวกเครื่องปรุง หรือ ผงซักฟอกหมด ค่าใช้จ่ายก็จะแพงค่ะ

ทานนอกบ้าน
ส่วนใหญ่จะทานเป็นบุฟเฟ่ เลือกวันที่ถูกและมีแถม...(กินอยู่อย่างประหยัดสุดๆ) ครั้งนึง ประมาณ 1,500 - 2,000 บาทค่ะ
สำหรับงานเลี้ยงใหญ่ๆ แต่ถ้าทานนอกบ้านจริงๆส่วนใหญ่จะเป็นตอนเที่ยง ซึ่ง lunch set ถูกๆคุ้มๆ มีเยอะค่ะ อิ่มมากในราคาไม่เกิน 700- 1,200เยน ต่อเซต

เพราะงั้นเดือนนึง จะใช้อยู่ที่ประมาณ 60,000-85,000เยนค่ะ
เพราะค่ากินอยู่หลักๆก็ปาไปเกือบ 40,000 แล้ว เรื่องกินนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง..
มีค่าเดินทางอีกเล็กน้อย เผื่ออยากเดินห้างใหญ่ๆอันนี้ต้องบัสไป ไปกลับ500 เยน ไกลมั่ก บ้านนอก ใครขยันก็ปั่นจกย.ไป ฟิตอยู่แปปนึงเท่านั้นแหละค่ะ 555555

ปอลิง เข้าโตเกียวที บัสประมาณ 1750-2000 เยนได้ (แล้วแต่วันที่ไป) ไปกลับคูณสองนะคะ
รถไฟก็ประมาณ 1800-1900เยน ไกลกว่านั้นก็... นะ เพราะงั้นไม่เข้าบ่อยค่ะ งก เปลือง 55555


มีอะไรถามได้นะคะ ^^ 
Twitter: http://twitter.com/junkhommeinfo
Instagram: http://www.instagram.com/junkhommeinfo
BLOG: http://wednesdaylife.blogspot.com/
Facebook: www.facebook.com/junkhommeinfo
Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.




ขออนุญาตเขียนแบบสั้นๆ เกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นนะคะ

สิ่งที่ต้องเตรียมไป

1.)เตรียมเสื้อผ้าที่จำเป็นและคิดว่าจะต้องใช้
(กรณีผู้หญิงแนะนำให้เอาไปนิดหน่อยพอค่ะ เพราะโดยธรรมชาติพวกเราแล้ว ยังไงก็ต้องซื้ออีกเยอะแน่นอนค่ะ5555)
2.)หนังสือที่ต้องใช้ เช่น หนังสือติวภาษาญี่ปุ่นที่เป็นภาษาไทย
3.)ข้าวของจำเป็น เช่น ใครมีอุปกรณ์ที่ต้องใช้ทุกวันจำเป็นจะต้องพกไปใช้
4.)อาหารไทยบางอย่าง เช่น มาม่าไร น้ำพริกแบบกระป๋อง พริกป่น(เผื่อใครติดกินเผ็ด) เป็นต้น
5.)ยาสามัญประจำบ้าน ยาแก้ปวดหัว แก้ปวดท้อง ยาแก้หวัด ยาดม ยาประจำตัว เช่น คนที่เป็นโรคหอบ และอื่นๆ
(ยาที่ญี่ปุ่นจะอ่อนกว่าที่ไทยประมาณครึ่งนึงค่ะ เพราะงั้นพกยาไทยไปเผื่อก็ดีค่ะ)
6.)ควรเตรียมหัวแปลงปลั๊กไฟ เพราะที่ญี่ปุ่นใช้ปลั๊กแบบแบน2แท่งเป็นมาตรฐานที่นู่นใช้ไฟ 110V
เวลาจะชาร์ตอะไรจะชาร์ตช้าหน่อย เพราะไฟแรงน้อยกว่าบ้านเราค่ะ ส่วนความถี่ไฟที่ Tokyo 50Hz เท่าไทย (ถ้าต่ำกว่าเขตKanto จะเป็น60Hz)
ถ้าเอาเครื่องใช้ไฟฟ้าจากญี่ปุ่นที่รองรับแต่ 100-110V มาใช้เมืองไทย ต้องหาตัวแปลงไฟเป็น 220V ไม่งั้นพังแน่ๆค่ะ
*ส่วนถ้าอยากจะนำไดร์เป่าผมไปจากไทย อันนี้แนะนำให้ซื้อที่นู๊นนะคะ เพราะระเบิดไปหลายคนแล้วค่ะ* 

------------------------------------------------------

ใครที่กังวลเรื่องเงิน บัตรATM และอื่นๆ
อันนี้เป็นวิธีที่อยากจะแนะนำนะคะพกติดตัวไปก่อนจำนวนนึง แล้วไปเปิดบัญชีธนาคารที่นู๊นแล้วเก็บไว้ก่อน 
หลังจากนั้นถ้าจะใช้ให้เอาบัตร ATM ของไทย ที่มีคำว่า VISA หรือ MASTERCARD อยู่ไปเบิกที่ตู้ ATM ของที่ญี่ปุ่นค่ะ

ธนาคารที่แนะนำให้เปิด จะเป็น ธนาคารของไปรษณีย์ค่ะเปิดง่าย สะดวก และหาตู้ได้ทั่วไปค่ะ (ค่าบัตรเอทีเอ็มก็ไม่ต้องเสียนะ)
1.จำที่อยู่ของเราให้ได้ จดไปก็ได้ค่ะ คันจิ คาตาคานะ/ ชื่อ คาตาคานะ
2.ตราปั๊มชื่อ/นามสกุลเรา หรือบางที่อาจจะให้เราเซ็นเอาก็ได้ค่ะ
3. บัตรต่างด้าว/ ไซริวการ์ดสถานที่ที่สามารถเบิกเงินได้ จากบัตรไทย
- ตู้ของธนาคารของไปรษณีย์ (สีเขียวๆ)-

ตู้เอทีเอ็มใน7-11
โดย การกดเงินหนึ่งครึ่ง จะคิดค่าบริการ 100 บาท ส่วนค่าเงินขึ้นอยู่กับธนาคารที่ใช้และเรทเงินของวันนั้นๆค่ะ
เพราะงั้นจะไปกดทีนึง คำนวนไว้ก่อนเลยนะคะ ว่าจะใช้เท่าไหร่ จะได้ไม่ต้องเบิกบ่อยๆ หรือเบิกมาทีเดียวแล้วไปเก็บไว้ที่ธนาคารของที่ญี่ปุ่นที่เราไปเปิดไว้ก่อนก็ได้ค่ะ

เพิ่มเติมของธนาคารของไปรษณีย์นะคะ
วันนึงสามารถกดได้ 2 ครั้งค่ะ ครั้งละ 100,000เยน ถือเป็นลิมิตสูงสุดค่ะควรไปกดก่อนเวลาธนาคารไทยปิดนะคะ
**ตู้เอทีเอ็มญี่ปุ่นไม่ได้เปิดให้กด 24ชั่วโมง เหมือนบ้านเรา เพราะฉะนั้นเชคเวลาดีๆก่อนนะคะ***

**เพิ่มเติมเรื่องบัตร ATM ของไทยนะคะ***
แนะนำให้ทำเป็นบัตรเสริมของผู้ปกครอง หรือคนที่จะสามารถติดต่อกับธนาคารที่ไทยได้จะดีกว่าค่ะ
เพราะว่าถ้ามีปัญหาอะไร เช่น
เบิกเงินไม่ได้มีปัญหากับบัตร จะได้สามารถติดต่อให้เราได้ทันทีค่ะ เพราะบัตรพวกนี้คนที่จะสามารถติดต่อได้จะต้องเป็นเจ้าของบัตรเองเท่านั้นถึงจะคุยได้ค่ะ
เราเคยเจอปัญหากดเงินจากธนาคารที่ไทยไม่ได้เลย แล้วเวลานั้นคือติดต่อกลับไปไม่ได้ พอกลับมาไทย ก็เลยไปถามที่ธนาคารดู เค้าบอกว่าต้องโทรเวลานั้นเลย จะได้เชคได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนนั้น ไม่สามารถเชคย้อนหลังได้ค่ะ เพราะงั้นข้อนี้ก็สำคัญค่ะ

------------------------------------------------------

ส่วนเรื่องมือถือเคยเขียนไว้แล้วค่ะ

3 ตอนอ่าน 3ตอนทีเดียวได้ในนี้เลยค่ะ
http://wednesdaylife.blogspot.com/search/label/JP%20Guide%20in%20TH

1.ซื้อมือถือในประเทศญี่ปุ่น
http://wednesdaylife.blogspot.com/2015/11/jp-bss-part-1-jp-buy-phone-in-th.html

2.ซื้อNET SIM ไว้ใช้ในประเทศญี่ปุ่น (ใช้กับเครื่องไทยได้)
ระยะยาว 6 เดือนขึ้นไป ดูที่ยี่ห้อ IIjmio นะคะ
http://wednesdaylife.blogspot.com/2015/11/bss-part-2-net-sim-th.html

3.เช่า POCKET WIFI ไปใช้ในญี่ปุ่น (มีทั้งระยะสั้น และระยะยาว)
http://wednesdaylife.blogspot.com/2016/02/jp-bss-part-3-jp-pocket-wifi-in-th.html

------------------------------------------------------

การกินอยู่ ค่าใช้จ่ายในญี่ปุ่น
สำหรับชีวิตบ้านนอกที่เคยใช้ชีวิตมานะคะ

ค่าใช้จ่ายส่วนบ้าน
1.ค่าเช่า 30,000 เยน+VAT
2. ค่าน้ำ ค่า แก๊ส ฟรี (โชคดีมาก)
3. ค่าไฟ 2,200-4,000 เยน(แล้วแต่ฤดูและการอยู่ห้องค่ะ
เคยทำงานทุกวันอยู่ห้องแปปเดียว ตอนนั้นค่าไฟเดือนละ 800เยนเอง อิอิ)
4. ค่าโทรศัพท์ 6000-7000 เยน (เน็ทอันลิมิต 7gb) + เครื่องแรกที่ต้องผ่อนต่อให้จบ
ยกเลิกสัญญาก่อน ยังไม่หมดสัญญาการผ่อน 1,200 เยน
5. ประกันสุขภาพ 1,400 เยน อันนี้แล้วแต่เดือน

ค่าผัก ค่าเนื้อ ต่างๆ ที่จะนำมาทำอาหารเองจะถูกกว่าในโตเกียวค่ะ
ถ้าซื้อร้านข้างนอกราคาจะต่างกับในซุปเปอร์มาก (ปกติจะซื้อเฉพาะผักที่ลดราคาเท่านั้น 555)

เดือนนึงจะไปซุปเปอร์ ที่ถูกและไกลๆของในเมือง เดือนละครั้ง ถึงสองครั้งค่ะ
เพราะงั้นค่าใช้จ่ายครั้งนึงจะเยอะ ประมาณ 4,000 -6,000เยน แล้วแต่ของที่หมด เช่นถ้าพวกเครื่องปรุง หรือ ผงซักฟอกหมด ค่าใช้จ่ายก็จะแพงค่ะ

ทานนอกบ้าน
ส่วนใหญ่จะทานเป็นบุฟเฟ่ เลือกวันที่ถูกและมีแถม...(กินอยู่อย่างประหยัดสุดๆ) ครั้งนึง ประมาณ 1,500 - 2,000 บาทค่ะ
สำหรับงานเลี้ยงใหญ่ๆ แต่ถ้าทานนอกบ้านจริงๆส่วนใหญ่จะเป็นตอนเที่ยง ซึ่ง lunch set ถูกๆคุ้มๆ มีเยอะค่ะ อิ่มมากในราคาไม่เกิน 700- 1,200เยน ต่อเซต

เพราะงั้นเดือนนึง จะใช้อยู่ที่ประมาณ 60,000-85,000เยนค่ะ
เพราะค่ากินอยู่หลักๆก็ปาไปเกือบ 40,000 แล้ว เรื่องกินนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง..
มีค่าเดินทางอีกเล็กน้อย เผื่ออยากเดินห้างใหญ่ๆอันนี้ต้องบัสไป ไปกลับ500 เยน ไกลมั่ก บ้านนอก ใครขยันก็ปั่นจกย.ไป ฟิตอยู่แปปนึงเท่านั้นแหละค่ะ 555555

ปอลิง เข้าโตเกียวที บัสประมาณ 1750-2000 เยนได้ (แล้วแต่วันที่ไป) ไปกลับคูณสองนะคะ
รถไฟก็ประมาณ 1800-1900เยน ไกลกว่านั้นก็... นะ เพราะงั้นไม่เข้าบ่อยค่ะ งก เปลือง 55555


มีอะไรถามได้นะคะ ^^ 
Twitter: http://twitter.com/junkhommeinfo
Instagram: http://www.instagram.com/junkhommeinfo
BLOG: http://wednesdaylife.blogspot.com/
Facebook: www.facebook.com/junkhommeinfo
Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.