e การศึกษา

เรียนภาษาที่ญี่ปุ่น ไปเรียนจังหวัดไหนดี?

By , วันพฤหัสบดี, 15 มีนาคม 2561

สวัสดีค่ะ​
นอกจากเรื่องเรียนคอร์สไหนดีแล้ว สิ่งที่คนเตรียมตัวไปเรียนต่อญี่ปุ่นจะต้องคิดมากกันก็คือ จะไปเรียนที่ไหนดี?
วันนี้เราจะขอเล่าคำตอบของ 5 คำถามยอดนิยมที่มักจะถามกันเวลาหาที่เรียนดีกว่า!

​1. ไปอยู่ต่างจังหวัดจะลำบากไหม?

คำว่า "ต่างจังหวัด" ของญี่ปุ่นนั้นค่อนข้างจะต่างจากเมืองไทยมากค่ะ เพราะต่างจังหวัดของญี่ปุ่น ถ้าเป็นเมืองใหญ่ ๆ ก็ยังมีความสะดวกสบายอยู่อย่างเต็มที่ เพียงแต่คนอาจจะไม่ได้เยอะแยะวุ่นวายเหมือนกับโตเกียว


ยิ่งถ้าเป็นเมืองใหญ่ขนาดมีโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นให้กับคนต่างชาติ ก็มักจะเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่พอตัวเลยล่ะ  อย่าง โอซาก้า หรือ นาโกย่า ก็เป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับ 2 และ 3 ของญี่ปุ่นเลยทีเดียว  เมืองอื่น ๆ ที่มีโรงเรียนสอนภาษา เช่น ฟุกุโอกะ ซัปโปโร ก็เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของบริเวณนั้นๆ  ค่ะ แน่ใจได้ว่ามีน้ำ ไฟ โทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต ร้านอาหารซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ และห้าง ให้เราไปใช้บริการแน่นอน


ความลำบากของนักเรียนส่วนใหญ่จะไม่ใช่เพราะเมืองกันดาร แต่เป็นที่อยู่อาศัยที่หากเลือกราคาถูกมาก อาจจะไปอยู่ในบริเวณที่เดินทางไปเรียนไกลสักนิด หรือไม่ค่อยมีร้านค้าเสียมากกว่าค่ะ เวลาเลือกที่พักเลยขอให้ลองเช็กดูความสะดวกของที่พักกับราคาที่สู้ไหวนะคะ

​2. ต่างจังหวัด ค่าใช้จ่ายถูกกว่าโตเกียวจริงไหม?

ค่าใช้จ่ายพื้นฐานในชีวิตหลายอย่าง ต้องขอเปิดเผยว่าจริง ๆ แล้วอาจจะไม่ต่างกันเท่าไหร่ค่ะ เช่น สินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันนั้น ส่วนใหญ่เราก็ซื้อสินค้าที่ผลิตและส่งขายทั่วประเทศในราคาเท่า ๆ กันแหละ  ยิ่งถ้าใครไม่ทำอาหารเอง ทุก ๆ วันไปทานแต่ร้านอาหารแฟรนไชส์ ก็ต้องบอกว่าค่าอาหารเท่ากันทั่วประเทศเลย


แต่สิ่งที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเลยคือ "ค่าที่พัก" ค่ะ  เนื่องจากค่าที่พักในโตเกียวแพงมากกกก (ลาก กอไก่ สองร้อยตัว) ฉะนั้นโรงเรียนในโตเกียวที่เสนอที่พักให้นักเรียนส่วนใหญ่จะเป็นที่พักที่ไม่ได้อยู่กลางใจเมือง และอาจใช้เวลา 30 - 60 นาทีในการเดินทาง  แต่ถึงอย่างนั้นราคาก็ไม่ได้ถูกเท่าไหร่ ... แถมห้องก็เล็กอีกต่างหาก ...


หากไปอยู่ต่างจังหวัด ถ้าเป็นเมืองใหญ่อย่างโอซาก้า ค่าที่พักอาจจะถูกกว่าโตเกียวได้ 10 - 20%  ยิ่งถ้าเป็นเมืองที่เล็กกว่าอย่างนาโกย่า ฟุกุโอกะ อาจจะได้ห้องที่ถูกกว่าโตเกียวถึง 50% แถมห้องก็กว้างกว่าด้วย ...


ส่วนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ  ถ้าเป็นสิ่งของที่ซื้อจากชาวบ้าน เช่น ร้านอาหารที่ไม่ใช่แฟรนไชส์ หรือพืชผักต่าง ๆ ที่ซื้อมาทำอาหารเอง ก็อาจจะประหยัดกว่าโตเกียวได้ 20% ขึ้นไปเลยทีเดียวค่ะ

ฉะนั้นที่บอกว่าต่างจังหวัดถูกกว่านั้น ... หลัก ๆ แล้วก็มาจากค่าที่พักนั่นเอง!

... ทั้งนี้ ส่วนตัวผู้เขียนอยู่โตเกียวค่ะ ... นั่งนับเงินเหลือจากค่าเช่าบ้านแล้วเศร้า ...

​3. ไปเรียนต่างจังหวัดจะเหน่อไหม? (จะติดภาษาถิ่นไหม?)

หลายคนคงพอรู้ว่าต่างจังหวัดของญี่ปุ่นก็มีภาษาถิ่นเหมือนกัน แถมบางที่ก็พูดเสียงเหน่อ ๆ เช่น สำเนียงคันไซแถวโอซาก้าที่ถือว่าชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในบรรดาภาษาถิ่นเลย หนึ่งในคำถามที่มักจะเจอก็คือ ไปเรียนโรงเรียนตามต่างจังหวัด นักเรียนจะเหน่อไปเลยไหม หรือว่าจะติดภาษาญี่ปุ่นแบบแปลก ๆ มาไหม


ขอบอกเลยว่ายังไม่เคยเจอนักเรียนไทยคนไหนมีปัญหานี้ค่ะ

เนื่องจากที่ญี่ปุ่นนั้น คนส่วนใหญ่ทั่วประเทศสามารถพูดภาษาญี่ปุ่นมาตรฐานได้ รวมถึงโรงเรียนสอนภาษาทั่วประเทศก็จะสอนแต่ภาษาญี่ปุ่นมาตรฐานเท่านั้น จึงไม่มีการเอาอาจารย์พูดเหน่อ ๆ มาสอนในชั้นเรียนค่ะ

แต่บางทีก็อาจจะมีนักเรียนบางคนที่สนใจภาษาถิ่นเอง แล้วไปหาเพื่อนเป็นคนญี่ปุ่นในท้องถิ่นนั้น ๆ ได้  ก็จะเรียนรู้ภาษาถิ่นเพิ่มเติมมาด้วย ถือว่าเป็นของแถมที่น่าสนใจไม่น้อยเลยนะคะ!


4. โรงเรียนในโตเกียวดีกว่าโรงเรียนต่างจังหวัดจริงไหม?

ไม่เสมอไปค่ะ เพราะโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นนั้นก่อนจะเปิดหรือเปลี่ยนแปลงคอร์สสอน จะต้องผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานราชการเสมอ จึงถือว่ามีมาตรฐานด้วยกันทั้งนั้น เพียงแต่โรงเรียนในโตเกียวอาจจะได้เปรียบตรงที่มีนักเรียนมาก ก็อาจจัดกิจกรรมหรือจัดคลาสเรียนได้เยอะกว่าโรงเรียนในต่างจังหวัด


แต่เนื่องจากในโตเกียวมีโรงเรียนเยอะ รวมถึงคนที่อยากไปเรียนที่นี่ก็มีเยอะ บางครั้งกลายเป็นว่ามีคนฉวยโอกาสเปิดโรงเรียนโดยไม่ได้มาตรฐานเพื่อรับนักเรียนที่มีจำนวนมาก หรือเปิดเป็นโรงเรียนบังหน้าเพื่อนำคนต่างชาติเข้ามาลอบทำงานในญี่ปุ่นเสียอย่างนั้น จึงไมได้แปลว่าโรงเรียนในโตเกียวจะดีกว่าเสมอไปค่ะ


สิ่งที่สำคัญกว่าคือเลือกโรงเรียนที่น่าเชื่อถือได้มากกว่า ในจุดนี้จึงแนะนำให้ลองปรึกษากับตัวแทนในไทย เพราะตัวแทนในไทยจะมีการพูดคุยติดต่อกับโรงเรียนสอนภาษาแล้วว่าน่าเชื่อถือ ส่งนักเรียนไทยไปได้หรือไม่ :)


5. เราควรเลือกโรงเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ไหน ยังไงดี?

หากจะพูดรวม ๆ ถึงวิธีการเลือกโรงเรียนภาษาญี่ปุ่นแล้วล่ะก็ ผู้เขียนจะขอแยกออกเป็นสองกลุ่มนะ คือ คนที่อยากเรียนระยะสั้น และระยะยาว สำหรับคนที่อยากเรียนระยะสั้น (1 - 3 เดือน) ขอแนะนำว่า ... จังหวัดไหนก็ไม่ต่างกันค่ะ เว้นเสียแต่ว่าอยากประหยัดจริง ๆ อาจจะต้องเลือกต่างจังหวัดเพื่อประหยัดค่าที่พักตามที่เล่าไปด้านบน แต่ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายแล้วล่ะก็ อยากให้เลือกจากเมืองที่อยากไปเลยดีกว่า เช่น ถ้าอยากช็อปปิ้งในวันหยุด หาประสบการณ์เมืองใหญ่ระดับโลก ก็คงต้องไปโตเกียว  แต่ถ้าอยากดูเมืองครึกครื้นอีกสไตล์ที่ต่างจากโตเกียวก็ต้องโอซาก้า  ใครชอบเมืองเก่า อยากอยู่แบบชิลล์ ๆ หน่อย ดูวัฒนธรรม ก็เลือกไปเกียวโต  อะไรประมาณนั้นได้เลย  แถมคอร์สระยะสั้นแบบมีกิจกรรม บางทีจะมีการพาเที่ยวด้วย  เลือกเมืองที่ตัวเองชอบหรือสนใจอยู่แล้ว ก็จะได้ไปเที่ยวชมเมืองนั้น ๆ ด้วย ถือว่าคุ้มเลยนะ


ส่วนคนที่อยากเรียนระยะยาว อาจจะต้องดูงบของตัวเองก่อนว่าไหวขนาดไหน ถ้าหากอยากประหยัด อาจจะต้องเลือกต่างจังหวัดที่เมืองเล็กลงมาหน่อยค่ะ อันดับต่อมาที่ดูคือ ชอบไลฟ์สไตล์แบบไหน บางคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่ผู้เขียนเคยมีประสบการณ์ไปอยู่เมืองเล็ก ๆ (ไม่ใช่ญี่ปุ่น) 1 เดือน แล้วพบว่าตัวเองทรมานมาก ... ฉะนั้นหากต้องอยู่ระยะยาว 6 เดือนขึ้นไป ก็อาจจะต้องเลือกเมืองสไตล์ที่ชอบ เช่น ใครขาดแสงสีเสียง อย่าน้อยขอวินโดว์ช็อปปิงก็ยังดี แนะนำว่าต้องอยู่เมืองใหญ่อย่างโตเกียวหรือโอซาก้าเลยค่ะ  แต่ถ้าใครไม่แคร์ อยากอยู่เงียบ ๆ หน่อย ก็เลือกเมืองเล็ก ๆ จะดีกว่า  อีกอย่างที่ต้องระวังคือ ... ถ้าคนไม่ชอบอากาศหนาวเย็น ไม่แนะนำให้เลือกเมืองที่อยู่ทางเหนือขึ้นไปค่ะ เพราะหิมะตกและอุณหภูมิจะต่ำกว่า 0 องศาแน่ ๆ  ส่วนโตเกียวนั้นแม้จะป้วนเปี้ยนอยู่แถว ๆ 0 องศา เช่นกัน แต่หิมะจะไม่ค่อยมีเหมือนกับโอซาก้าค่ะ


และที่ต้องระวังอีกเรื่องหนึ่งก็คือ การทำงานพิเศษ เพราะเมืองใหญ่ ๆ จะมีงานพิเศษให้เลือกสรรเยอะกว่าค่ะ รวมถึงคนที่ภาษายังไม่แข็ง ก็มักมีร้านอาหารไทยใจดีที่รับนักเรียนไทยไปช่วยงานในครัวเสมอ ๆ  หากไปเมืองเล็ก ๆ  อาจจะหางานเหล่านี้ยากกว่าสักเล็กน้อยเหมือนกันค่ะ

ถ้าจะพูดโดยสรุปจริง ๆ แล้ว ปัจจัยที่ขอแนะนำให้ใช้เลือกเมืองที่จะไปเรียนภาษาญี่ปุ่นมีหลัก ๆ แค่ 2 ข้อเลยก็คือ "งบ" และ "ความชอบกับไลฟ์สไตล์" ค่ะ  แต่ความแตกต่างในโรงเรียนที่จะไปนั้นไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่เลย โดยเฉพาะหากเป็นโรงเรียนที่ติดต่อผ่านตัวแทนในไทยแล้วล่ะก็ รับรองได้ว่าเป็นโรงเรียนที่ได้มาตรฐานค่ะ!


โรงเรียนและทำเลสำคัญเองก็จริง แต่ก็จะขอย้ำทุกครั้งว่า การเรียนภาษา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความพยายามค่ะ หากมีความพยายามแล้ว แน่นอนว่าการเรียนภาษาของเราจะต้องสัมฤทธิ์ผลอย่างแน่นอน 

ขอให้ทุกคนสนุกกับการเรียนภาษาญี่ปุ่นนะ!



เนื้อหาเขียนโดย Kogetsu
เรียบเรียงโดย ทีมงานไอเลิฟเจแปนนิส

สวัสดีค่ะ​
นอกจากเรื่องเรียนคอร์สไหนดีแล้ว สิ่งที่คนเตรียมตัวไปเรียนต่อญี่ปุ่นจะต้องคิดมากกันก็คือ จะไปเรียนที่ไหนดี?
วันนี้เราจะขอเล่าคำตอบของ 5 คำถามยอดนิยมที่มักจะถามกันเวลาหาที่เรียนดีกว่า!

​1. ไปอยู่ต่างจังหวัดจะลำบากไหม?

คำว่า "ต่างจังหวัด" ของญี่ปุ่นนั้นค่อนข้างจะต่างจากเมืองไทยมากค่ะ เพราะต่างจังหวัดของญี่ปุ่น ถ้าเป็นเมืองใหญ่ ๆ ก็ยังมีความสะดวกสบายอยู่อย่างเต็มที่ เพียงแต่คนอาจจะไม่ได้เยอะแยะวุ่นวายเหมือนกับโตเกียว


ยิ่งถ้าเป็นเมืองใหญ่ขนาดมีโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นให้กับคนต่างชาติ ก็มักจะเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่พอตัวเลยล่ะ  อย่าง โอซาก้า หรือ นาโกย่า ก็เป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับ 2 และ 3 ของญี่ปุ่นเลยทีเดียว  เมืองอื่น ๆ ที่มีโรงเรียนสอนภาษา เช่น ฟุกุโอกะ ซัปโปโร ก็เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของบริเวณนั้นๆ  ค่ะ แน่ใจได้ว่ามีน้ำ ไฟ โทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต ร้านอาหารซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ และห้าง ให้เราไปใช้บริการแน่นอน


ความลำบากของนักเรียนส่วนใหญ่จะไม่ใช่เพราะเมืองกันดาร แต่เป็นที่อยู่อาศัยที่หากเลือกราคาถูกมาก อาจจะไปอยู่ในบริเวณที่เดินทางไปเรียนไกลสักนิด หรือไม่ค่อยมีร้านค้าเสียมากกว่าค่ะ เวลาเลือกที่พักเลยขอให้ลองเช็กดูความสะดวกของที่พักกับราคาที่สู้ไหวนะคะ

​2. ต่างจังหวัด ค่าใช้จ่ายถูกกว่าโตเกียวจริงไหม?

ค่าใช้จ่ายพื้นฐานในชีวิตหลายอย่าง ต้องขอเปิดเผยว่าจริง ๆ แล้วอาจจะไม่ต่างกันเท่าไหร่ค่ะ เช่น สินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันนั้น ส่วนใหญ่เราก็ซื้อสินค้าที่ผลิตและส่งขายทั่วประเทศในราคาเท่า ๆ กันแหละ  ยิ่งถ้าใครไม่ทำอาหารเอง ทุก ๆ วันไปทานแต่ร้านอาหารแฟรนไชส์ ก็ต้องบอกว่าค่าอาหารเท่ากันทั่วประเทศเลย


แต่สิ่งที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเลยคือ "ค่าที่พัก" ค่ะ  เนื่องจากค่าที่พักในโตเกียวแพงมากกกก (ลาก กอไก่ สองร้อยตัว) ฉะนั้นโรงเรียนในโตเกียวที่เสนอที่พักให้นักเรียนส่วนใหญ่จะเป็นที่พักที่ไม่ได้อยู่กลางใจเมือง และอาจใช้เวลา 30 - 60 นาทีในการเดินทาง  แต่ถึงอย่างนั้นราคาก็ไม่ได้ถูกเท่าไหร่ ... แถมห้องก็เล็กอีกต่างหาก ...


หากไปอยู่ต่างจังหวัด ถ้าเป็นเมืองใหญ่อย่างโอซาก้า ค่าที่พักอาจจะถูกกว่าโตเกียวได้ 10 - 20%  ยิ่งถ้าเป็นเมืองที่เล็กกว่าอย่างนาโกย่า ฟุกุโอกะ อาจจะได้ห้องที่ถูกกว่าโตเกียวถึง 50% แถมห้องก็กว้างกว่าด้วย ...


ส่วนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ  ถ้าเป็นสิ่งของที่ซื้อจากชาวบ้าน เช่น ร้านอาหารที่ไม่ใช่แฟรนไชส์ หรือพืชผักต่าง ๆ ที่ซื้อมาทำอาหารเอง ก็อาจจะประหยัดกว่าโตเกียวได้ 20% ขึ้นไปเลยทีเดียวค่ะ

ฉะนั้นที่บอกว่าต่างจังหวัดถูกกว่านั้น ... หลัก ๆ แล้วก็มาจากค่าที่พักนั่นเอง!

... ทั้งนี้ ส่วนตัวผู้เขียนอยู่โตเกียวค่ะ ... นั่งนับเงินเหลือจากค่าเช่าบ้านแล้วเศร้า ...

​3. ไปเรียนต่างจังหวัดจะเหน่อไหม? (จะติดภาษาถิ่นไหม?)

หลายคนคงพอรู้ว่าต่างจังหวัดของญี่ปุ่นก็มีภาษาถิ่นเหมือนกัน แถมบางที่ก็พูดเสียงเหน่อ ๆ เช่น สำเนียงคันไซแถวโอซาก้าที่ถือว่าชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในบรรดาภาษาถิ่นเลย หนึ่งในคำถามที่มักจะเจอก็คือ ไปเรียนโรงเรียนตามต่างจังหวัด นักเรียนจะเหน่อไปเลยไหม หรือว่าจะติดภาษาญี่ปุ่นแบบแปลก ๆ มาไหม


ขอบอกเลยว่ายังไม่เคยเจอนักเรียนไทยคนไหนมีปัญหานี้ค่ะ

เนื่องจากที่ญี่ปุ่นนั้น คนส่วนใหญ่ทั่วประเทศสามารถพูดภาษาญี่ปุ่นมาตรฐานได้ รวมถึงโรงเรียนสอนภาษาทั่วประเทศก็จะสอนแต่ภาษาญี่ปุ่นมาตรฐานเท่านั้น จึงไม่มีการเอาอาจารย์พูดเหน่อ ๆ มาสอนในชั้นเรียนค่ะ

แต่บางทีก็อาจจะมีนักเรียนบางคนที่สนใจภาษาถิ่นเอง แล้วไปหาเพื่อนเป็นคนญี่ปุ่นในท้องถิ่นนั้น ๆ ได้  ก็จะเรียนรู้ภาษาถิ่นเพิ่มเติมมาด้วย ถือว่าเป็นของแถมที่น่าสนใจไม่น้อยเลยนะคะ!


4. โรงเรียนในโตเกียวดีกว่าโรงเรียนต่างจังหวัดจริงไหม?

ไม่เสมอไปค่ะ เพราะโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นนั้นก่อนจะเปิดหรือเปลี่ยนแปลงคอร์สสอน จะต้องผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานราชการเสมอ จึงถือว่ามีมาตรฐานด้วยกันทั้งนั้น เพียงแต่โรงเรียนในโตเกียวอาจจะได้เปรียบตรงที่มีนักเรียนมาก ก็อาจจัดกิจกรรมหรือจัดคลาสเรียนได้เยอะกว่าโรงเรียนในต่างจังหวัด


แต่เนื่องจากในโตเกียวมีโรงเรียนเยอะ รวมถึงคนที่อยากไปเรียนที่นี่ก็มีเยอะ บางครั้งกลายเป็นว่ามีคนฉวยโอกาสเปิดโรงเรียนโดยไม่ได้มาตรฐานเพื่อรับนักเรียนที่มีจำนวนมาก หรือเปิดเป็นโรงเรียนบังหน้าเพื่อนำคนต่างชาติเข้ามาลอบทำงานในญี่ปุ่นเสียอย่างนั้น จึงไมได้แปลว่าโรงเรียนในโตเกียวจะดีกว่าเสมอไปค่ะ


สิ่งที่สำคัญกว่าคือเลือกโรงเรียนที่น่าเชื่อถือได้มากกว่า ในจุดนี้จึงแนะนำให้ลองปรึกษากับตัวแทนในไทย เพราะตัวแทนในไทยจะมีการพูดคุยติดต่อกับโรงเรียนสอนภาษาแล้วว่าน่าเชื่อถือ ส่งนักเรียนไทยไปได้หรือไม่ :)


5. เราควรเลือกโรงเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ไหน ยังไงดี?

หากจะพูดรวม ๆ ถึงวิธีการเลือกโรงเรียนภาษาญี่ปุ่นแล้วล่ะก็ ผู้เขียนจะขอแยกออกเป็นสองกลุ่มนะ คือ คนที่อยากเรียนระยะสั้น และระยะยาว สำหรับคนที่อยากเรียนระยะสั้น (1 - 3 เดือน) ขอแนะนำว่า ... จังหวัดไหนก็ไม่ต่างกันค่ะ เว้นเสียแต่ว่าอยากประหยัดจริง ๆ อาจจะต้องเลือกต่างจังหวัดเพื่อประหยัดค่าที่พักตามที่เล่าไปด้านบน แต่ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายแล้วล่ะก็ อยากให้เลือกจากเมืองที่อยากไปเลยดีกว่า เช่น ถ้าอยากช็อปปิ้งในวันหยุด หาประสบการณ์เมืองใหญ่ระดับโลก ก็คงต้องไปโตเกียว  แต่ถ้าอยากดูเมืองครึกครื้นอีกสไตล์ที่ต่างจากโตเกียวก็ต้องโอซาก้า  ใครชอบเมืองเก่า อยากอยู่แบบชิลล์ ๆ หน่อย ดูวัฒนธรรม ก็เลือกไปเกียวโต  อะไรประมาณนั้นได้เลย  แถมคอร์สระยะสั้นแบบมีกิจกรรม บางทีจะมีการพาเที่ยวด้วย  เลือกเมืองที่ตัวเองชอบหรือสนใจอยู่แล้ว ก็จะได้ไปเที่ยวชมเมืองนั้น ๆ ด้วย ถือว่าคุ้มเลยนะ


ส่วนคนที่อยากเรียนระยะยาว อาจจะต้องดูงบของตัวเองก่อนว่าไหวขนาดไหน ถ้าหากอยากประหยัด อาจจะต้องเลือกต่างจังหวัดที่เมืองเล็กลงมาหน่อยค่ะ อันดับต่อมาที่ดูคือ ชอบไลฟ์สไตล์แบบไหน บางคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่ผู้เขียนเคยมีประสบการณ์ไปอยู่เมืองเล็ก ๆ (ไม่ใช่ญี่ปุ่น) 1 เดือน แล้วพบว่าตัวเองทรมานมาก ... ฉะนั้นหากต้องอยู่ระยะยาว 6 เดือนขึ้นไป ก็อาจจะต้องเลือกเมืองสไตล์ที่ชอบ เช่น ใครขาดแสงสีเสียง อย่าน้อยขอวินโดว์ช็อปปิงก็ยังดี แนะนำว่าต้องอยู่เมืองใหญ่อย่างโตเกียวหรือโอซาก้าเลยค่ะ  แต่ถ้าใครไม่แคร์ อยากอยู่เงียบ ๆ หน่อย ก็เลือกเมืองเล็ก ๆ จะดีกว่า  อีกอย่างที่ต้องระวังคือ ... ถ้าคนไม่ชอบอากาศหนาวเย็น ไม่แนะนำให้เลือกเมืองที่อยู่ทางเหนือขึ้นไปค่ะ เพราะหิมะตกและอุณหภูมิจะต่ำกว่า 0 องศาแน่ ๆ  ส่วนโตเกียวนั้นแม้จะป้วนเปี้ยนอยู่แถว ๆ 0 องศา เช่นกัน แต่หิมะจะไม่ค่อยมีเหมือนกับโอซาก้าค่ะ


และที่ต้องระวังอีกเรื่องหนึ่งก็คือ การทำงานพิเศษ เพราะเมืองใหญ่ ๆ จะมีงานพิเศษให้เลือกสรรเยอะกว่าค่ะ รวมถึงคนที่ภาษายังไม่แข็ง ก็มักมีร้านอาหารไทยใจดีที่รับนักเรียนไทยไปช่วยงานในครัวเสมอ ๆ  หากไปเมืองเล็ก ๆ  อาจจะหางานเหล่านี้ยากกว่าสักเล็กน้อยเหมือนกันค่ะ

ถ้าจะพูดโดยสรุปจริง ๆ แล้ว ปัจจัยที่ขอแนะนำให้ใช้เลือกเมืองที่จะไปเรียนภาษาญี่ปุ่นมีหลัก ๆ แค่ 2 ข้อเลยก็คือ "งบ" และ "ความชอบกับไลฟ์สไตล์" ค่ะ  แต่ความแตกต่างในโรงเรียนที่จะไปนั้นไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่เลย โดยเฉพาะหากเป็นโรงเรียนที่ติดต่อผ่านตัวแทนในไทยแล้วล่ะก็ รับรองได้ว่าเป็นโรงเรียนที่ได้มาตรฐานค่ะ!


โรงเรียนและทำเลสำคัญเองก็จริง แต่ก็จะขอย้ำทุกครั้งว่า การเรียนภาษา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความพยายามค่ะ หากมีความพยายามแล้ว แน่นอนว่าการเรียนภาษาของเราจะต้องสัมฤทธิ์ผลอย่างแน่นอน 

ขอให้ทุกคนสนุกกับการเรียนภาษาญี่ปุ่นนะ!



เนื้อหาเขียนโดย Kogetsu
เรียบเรียงโดย ทีมงานไอเลิฟเจแปนนิส