e เรื่องทั่วไป

ประสบการณ์เกือบเสียว! รักษารากฟันที่ญี่ปุ่นกับราคาสุดทึ่ง!!

By , วันศุกร์, 02 มีนาคม 2561

พูดถึง "หมอฟัน" ต้าเชื่อว่าหลายๆคนถ้าเลือกได้ คงไม่มีใครอยากมีปัญหากับช่องปาก

เพราะการทำฟันหรือการรักษาฟันหลายๆครั้งนั้น ต้องแลกมากับความเสียวและความเจ็บปวด

ต้าเองก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่เมื่อปัญหาเกิด ก็ต้องรีบแก้ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับฟัน

เพราะหากปล่อยปัญหาไว้นาน ยิ่งลุกลามไปกันใหญ่ เช่น ต้าที่ต้องรักษารากฟัน

โชคดีที่ไม่ถึงกับต้องถอนทิ้งและใส่ฟันปลอม เนื่องจากฟันที่มีปัญหานั้นเป็นฟันกราม

เราคุ้นเคยกับการรักษาฟันที่เมืองไทยกันอยู่แล้ว วันนี้เราลองมาอ่าน "การรักษาฟันที่ญี่ปุ่น"

จะเหมือนหรือแตกต่างกับที่ไทยอย่างไรนั้น ราคาเท่าไหร่ เรามาหาคำตอบพร้อมๆกันเลย (^___^) 



คลินิกที่ต้าเลือกอยู่ที่ Shibuya ก่อนอื่นเข้าไปเช็คคิวว่างของหมอใน Website ของคลินิก

ใน Website จะมีบอกรายละเอียดต่างๆ รวมทั้งค่ารักษาเบื้องต้น รายละเอียดเกี่ยวกับหมอ

หมอฟันบางท่านสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ หลังจากเลือกหมอ เลือกวันได้แล้ว ขั้นตอนต่อไป

โทรไปที่คลินิกเพื่อทำการจองคิว พร้อมแจ้งปัญหาและจะรักษาฟันอะไรไว้เบื้องต้น

ถ้าไม่ใช่คนญี่ปุ่น เจ้าหน้าที่จะถามมีประกันหรือประกันสังคม (ญี่ปุ่น)ไหม

ถ้ามีประกันสังคมญี่ปุ่นจะง่ายกว่า แต่ถ้ามีประกันอย่างอื่น ต้องถามคลินิกก่อนว่ารับประกันนี้หรือไม่

เพราะหากไม่มีประกัน บางคลินิกอาจปฏิเสธการรักษาได้ เนื่องจากมีหลายเคสที่ทำแล้วไม่ยอมจ่ายเงิน

บางคลินิกยอมรับลูกค้าที่ไม่มีประกันและลูกค้าต่างชาติ แต่เงื่อนไขต้องเป็นไปตามที่คลินิกกำหนดเท่านั้น

จากนั้นเดินทางไปคลินิกตามวันและเวลาที่นัดไว้ พอไปถึงเจ้าหน้าที่จะขอบัตรประกันสังคมและยื่นเอกสารให้กรอก

เอกสารที่ว่านี้เป็นข้อมูลทั่วไป เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ วัน เดือน ปีเกิด ประวัติการรักษาฟันครั้งล่าสุด

แพ้ยาอะไรไหม กรอกเอกสารเสร็จเจ้าหน้าที่จะพาไปนั่งรอในห้องทำฟัน พร้อมผ้าคลุมตัว คลุมไว้ให้ช่วงขา

และผ้ากันเปื้อนห้อยที่คอ โต๊ะทำฟันคล้ายๆบ้านเราแต่ทันสมัยกว่า ทุกอย่างเป็นระบบสัมผัสทั้งหมด

หมอแทบไม่ต้องลุก แค่แตะทุกอย่างก็พร้อมเคลื่อนมาตรงหน้า ตรงด้านหน้าของต้าจะมีทีวีจอแบนขนาดใหญ่

เอาไว้ดูภาพ X-Ray ฟันตัวเอง รอหมอประมาณเกือบ 20 นาที เพราะติดทำฟันคนไข้อีกคนที่ห้องตรงข้าม



เห็นคุณหมอแล้วแอบนึกในใจ หมอตัวจริง ภาพไม่ตรงปก อิอิ /// แซวววว…. (- ^.^ -)

ในห้องทำฟันจะมีหมอและผู้ช่วยอีก 1 คน หลังจากที่หมอเช็กสภาพฟันเรียบร้อยแล้ว

จึงให้ไป X-Ray ฟันอีกห้อง เครื่อง X-Ray จะคล้ายๆรูปด้านบนแต่ด้านข้างเครื่องจะยาว

และเล็กกว่า เจ้าหน้าที่นำเสื้อป้องกันรังสีมาสวมให้ อธิบายวิธีการใช้งาน

ให้กัดแท่งเล็กๆตรงกลาง นิ่งๆไว้สักพัก จากนั้นเครื่อง X-Ray มันก็หมุนรอบ 360 องศา

และภาพฟันเราก็ไปอยู่บนหน้าจอทีวีในห้องทำฟันเรียบร้อยแล้ว บ่ะ!! ล้ำเวอร์วังอลังการ!!

กลับมาที่ห้องเดิม หมออธิบายว่าฟันผุถูกกินไปเยอะ เกินครึ่งหนึ่งของฟันแล้วน้า…..

ขั้นตอนแรกต้องเฉือนฟันส่วนที่ผุทิ้งก่อน ....จร๊ากก..ก.ก..!! เฉือนเลยเหรอหมอ!!

หมอพยักหน้าเป็นการตอกย้ำอีกครั้ง…. หันไปหาหมอด้วยสายตาละห้อยและเว้าวอน

หวังขอความเห็นใจ いたいですか "อิไตเดสก๊ะ (เจ็บไหมคะ)" ผู้ช่วยแอบอมยิ้ม

หมอตอบอย่างอารมณ์ดี "ไม่เจ็บแน่นอน" …. ตอบแบบนี้ค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย แฮ่ (- ^.^-)

เป็นคน Sensitive กับความเจ็บปวด TT^TT



ความหมายจริงๆคือการตัดเอาฟันส่วนที่ผุออก พื้นที่ที่เหลือก็จะถูกทำความสะอาด จัดรูปทรงและอุด

เรียกว่าเป็นการปิดคลุมรากฟัน แต่หลังจากรักษารากฟันหมอจะแนะนำให้ทำการครอบฟันนั่นเอง

ขั้นตอนแรกของการรักษารากฟัน เริ่มด้วยแปะแผ่นยาชาบริเวณที่จะรักษา รสชาติออกหวานๆและขมนิดๆ

ประมาณ 10 วินาที เริ่มชาหน่อยๆ หมอเอาเข็มยาชามาฉีด ทุกขั้นตอนเห็นหมด เพราะมีกระจกบนหน้า

นึกว่ากระจกแต่งหน้า Hollywood ก่อนหมอฉีดยาชา จะเปิดเพลงที่ด้ามฉีด ดัง ตี้..ดี่ๆ… ตี๊ด..ตี่ๆ. ตี.. ดี๊ด.ดี๋ๆๆ… 

ฉีดไปเพลงมันก็ดังข้างๆหู ทำให้ไม่ได้ไปโฟกัสที่เข็มฉีดยา แต่ไปโฟกัสที่เสียงเพลงแทน ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและเกร็งน้อยลง

หลังจากยาชาทำงาน หมอเริ่มจี้ฟันผุทิ้ง ผู้ช่วยคอยใช้เครื่องดูดน้ำลายออก ไม่รู้สึกเจ็บ ไม่รู้สึกเสียวแม้แต่นิดเดียว 

หมอรักษาตามขั้นตอน จนมาถึงการพิมพ์ฟัน นาทีนี้เข้าใจคนที่จัดฟันทันที เป็นนาทีสั้นๆที่สุดแสนจะพะอืดพะอม 

เพื่อนำไปหล่อฟันและทำการครอบฟันอาทิตย์ถัดไป ขั้นตอนสุดท้ายหมอทำครอบฟันชั่วคราวให้ ใช้ลิ้นแตะดู 

มันลื่นๆคล้ายหมากฝรั่ง ทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียงแค่ 30 นาที (ไม่รวมกับที่รอหมอ)



มาถึงขั้นตอนการจ่ายเงิน ราคาค่ารักษารากฟันทั้งหมดอยู่ที่ 14,590 เยน (ประมาณ 4,200 บาท)

วัสดุครอบฟันจะมี 2 แบบ คือ เซรามิก (สีเหมือนเนื้อฟัน) กับแบบโลหะเงิน ซึ่งราคาถูกกว่าแบบเซรามิก

เนื่องจากของต้าเป็นฟันกรามข้างใน ไม่ต้องใช้ความสวยงาม ต้าเลยเลือกแบบโลหะเงิน

ค่าวัสดุครอบฟันแบบโลหะเงิน ราคาเต็มอยู่ที่ 8,520 เยน (ประมาณ 2,480 บาท)

ต้าจ่ายจริงประมาณ 30% ของยอดเต็ม คือ ค่ารักษารากฟัน 4,380 เยน (ประมาณ 1,200 บาท)

ค่าวัสดุครอบฟัน 2,560 เยน (ประมาณ 742 บาท) รวมทั้งหมดที่จ่าย 6,940 เยน (ประมาณ 2,012 บาท)

ที่เหลือประกันสังคมดูแล พอเปรียบเทียบกับคลินิกที่ไทย ราคาค่อนข้างแตกต่างกันมาก

คลินิกเอกชนที่มีชื่อเสียง ที่ต้าเคยสอบถามราคา ค่ารักษารากฟันเริ่มต้นที่ประมาณ 18,000 บาท

ค่าครอบฟันเริ่มต้นที่ประมาณ 10,000 บาท (ราคาขึ้นอยู่กับวัตถุที่เลือกใช้ครอบฟัน

เช่นโลหะเงิน เซรามิกและโลหะผสมทอง ) คลินิกทั่วไปแถวบ้าน ค่ารักษารากฟันเริ่มต้นที่ประมาณ 8,000 บาท

ค่าครอบฟันเริ่มต้นที่ประมาณ 6,000 บาท (ราคาขึ้นอยู่กับวัตถุที่เลือกใช้ครอบฟัน) ทั้งหมดนี้ยังไม่รวมค่า X-Ray

และอื่นๆหากมีเพิ่มเติม ประกันสังคมและประกันเอกชน (ที่ทำไว้) ไม่ครอบคลุมในส่วนนี้ ต้องจ่ายเองทั้งหมด



จริงๆตั้งใจจะทำที่ไทย เพราะไม่อยากปล่อยทิ้งไว้นาน แต่หมอบอกว่าต้องนัดเจอ 4-5 ครั้ง

ช่วงนั้นกำลังจะมาญี่ปุ่นพอดี เวลาจึงไม่พอ เลยต้องมารักษาที่ญี่ปุ่น การรักษารากฟันที่ญี่ปุ่นไม่ได้ยาก

และวุ่นวายอย่างที่คิด ถึงจ่ายราคาเต็มต้าว่าก็ยังไม่แพง หากเปรียบเทียบกับบ้านเรา 

หมอเองก็ใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่นแบบง่ายๆ ที่เราก็สามารถเข้าใจได้

สำหรับบล็อกนี้จึงจบไว้เพียงเท่านี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะคะ ฝากติดตามบล็อกต่อไปด้วยนะคะ (^___^) 



ขอบคุณภาพจาก

http://kango-bit.com/shinzin-nurse

http://nursy-assistant.com/haishi/

https://www.iurban.in.th/health/6dentaltechnology2015/

http://www.tsurumi-u.ac.jp/e/undergraduate/medicine.html

http://paolohospital.com/phahol/healthdental/dental-crowns/

https://kotaku.com/in-japan-you-can-hire-a-handsome-butler-dentist-1587032138

พูดถึง "หมอฟัน" ต้าเชื่อว่าหลายๆคนถ้าเลือกได้ คงไม่มีใครอยากมีปัญหากับช่องปาก

เพราะการทำฟันหรือการรักษาฟันหลายๆครั้งนั้น ต้องแลกมากับความเสียวและความเจ็บปวด

ต้าเองก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่เมื่อปัญหาเกิด ก็ต้องรีบแก้ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับฟัน

เพราะหากปล่อยปัญหาไว้นาน ยิ่งลุกลามไปกันใหญ่ เช่น ต้าที่ต้องรักษารากฟัน

โชคดีที่ไม่ถึงกับต้องถอนทิ้งและใส่ฟันปลอม เนื่องจากฟันที่มีปัญหานั้นเป็นฟันกราม

เราคุ้นเคยกับการรักษาฟันที่เมืองไทยกันอยู่แล้ว วันนี้เราลองมาอ่าน "การรักษาฟันที่ญี่ปุ่น"

จะเหมือนหรือแตกต่างกับที่ไทยอย่างไรนั้น ราคาเท่าไหร่ เรามาหาคำตอบพร้อมๆกันเลย (^___^) 



คลินิกที่ต้าเลือกอยู่ที่ Shibuya ก่อนอื่นเข้าไปเช็คคิวว่างของหมอใน Website ของคลินิก

ใน Website จะมีบอกรายละเอียดต่างๆ รวมทั้งค่ารักษาเบื้องต้น รายละเอียดเกี่ยวกับหมอ

หมอฟันบางท่านสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ หลังจากเลือกหมอ เลือกวันได้แล้ว ขั้นตอนต่อไป

โทรไปที่คลินิกเพื่อทำการจองคิว พร้อมแจ้งปัญหาและจะรักษาฟันอะไรไว้เบื้องต้น

ถ้าไม่ใช่คนญี่ปุ่น เจ้าหน้าที่จะถามมีประกันหรือประกันสังคม (ญี่ปุ่น)ไหม

ถ้ามีประกันสังคมญี่ปุ่นจะง่ายกว่า แต่ถ้ามีประกันอย่างอื่น ต้องถามคลินิกก่อนว่ารับประกันนี้หรือไม่

เพราะหากไม่มีประกัน บางคลินิกอาจปฏิเสธการรักษาได้ เนื่องจากมีหลายเคสที่ทำแล้วไม่ยอมจ่ายเงิน

บางคลินิกยอมรับลูกค้าที่ไม่มีประกันและลูกค้าต่างชาติ แต่เงื่อนไขต้องเป็นไปตามที่คลินิกกำหนดเท่านั้น

จากนั้นเดินทางไปคลินิกตามวันและเวลาที่นัดไว้ พอไปถึงเจ้าหน้าที่จะขอบัตรประกันสังคมและยื่นเอกสารให้กรอก

เอกสารที่ว่านี้เป็นข้อมูลทั่วไป เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ วัน เดือน ปีเกิด ประวัติการรักษาฟันครั้งล่าสุด

แพ้ยาอะไรไหม กรอกเอกสารเสร็จเจ้าหน้าที่จะพาไปนั่งรอในห้องทำฟัน พร้อมผ้าคลุมตัว คลุมไว้ให้ช่วงขา

และผ้ากันเปื้อนห้อยที่คอ โต๊ะทำฟันคล้ายๆบ้านเราแต่ทันสมัยกว่า ทุกอย่างเป็นระบบสัมผัสทั้งหมด

หมอแทบไม่ต้องลุก แค่แตะทุกอย่างก็พร้อมเคลื่อนมาตรงหน้า ตรงด้านหน้าของต้าจะมีทีวีจอแบนขนาดใหญ่

เอาไว้ดูภาพ X-Ray ฟันตัวเอง รอหมอประมาณเกือบ 20 นาที เพราะติดทำฟันคนไข้อีกคนที่ห้องตรงข้าม



เห็นคุณหมอแล้วแอบนึกในใจ หมอตัวจริง ภาพไม่ตรงปก อิอิ /// แซวววว…. (- ^.^ -)

ในห้องทำฟันจะมีหมอและผู้ช่วยอีก 1 คน หลังจากที่หมอเช็กสภาพฟันเรียบร้อยแล้ว

จึงให้ไป X-Ray ฟันอีกห้อง เครื่อง X-Ray จะคล้ายๆรูปด้านบนแต่ด้านข้างเครื่องจะยาว

และเล็กกว่า เจ้าหน้าที่นำเสื้อป้องกันรังสีมาสวมให้ อธิบายวิธีการใช้งาน

ให้กัดแท่งเล็กๆตรงกลาง นิ่งๆไว้สักพัก จากนั้นเครื่อง X-Ray มันก็หมุนรอบ 360 องศา

และภาพฟันเราก็ไปอยู่บนหน้าจอทีวีในห้องทำฟันเรียบร้อยแล้ว บ่ะ!! ล้ำเวอร์วังอลังการ!!

กลับมาที่ห้องเดิม หมออธิบายว่าฟันผุถูกกินไปเยอะ เกินครึ่งหนึ่งของฟันแล้วน้า…..

ขั้นตอนแรกต้องเฉือนฟันส่วนที่ผุทิ้งก่อน ....จร๊ากก..ก.ก..!! เฉือนเลยเหรอหมอ!!

หมอพยักหน้าเป็นการตอกย้ำอีกครั้ง…. หันไปหาหมอด้วยสายตาละห้อยและเว้าวอน

หวังขอความเห็นใจ いたいですか "อิไตเดสก๊ะ (เจ็บไหมคะ)" ผู้ช่วยแอบอมยิ้ม

หมอตอบอย่างอารมณ์ดี "ไม่เจ็บแน่นอน" …. ตอบแบบนี้ค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย แฮ่ (- ^.^-)

เป็นคน Sensitive กับความเจ็บปวด TT^TT



ความหมายจริงๆคือการตัดเอาฟันส่วนที่ผุออก พื้นที่ที่เหลือก็จะถูกทำความสะอาด จัดรูปทรงและอุด

เรียกว่าเป็นการปิดคลุมรากฟัน แต่หลังจากรักษารากฟันหมอจะแนะนำให้ทำการครอบฟันนั่นเอง

ขั้นตอนแรกของการรักษารากฟัน เริ่มด้วยแปะแผ่นยาชาบริเวณที่จะรักษา รสชาติออกหวานๆและขมนิดๆ

ประมาณ 10 วินาที เริ่มชาหน่อยๆ หมอเอาเข็มยาชามาฉีด ทุกขั้นตอนเห็นหมด เพราะมีกระจกบนหน้า

นึกว่ากระจกแต่งหน้า Hollywood ก่อนหมอฉีดยาชา จะเปิดเพลงที่ด้ามฉีด ดัง ตี้..ดี่ๆ… ตี๊ด..ตี่ๆ. ตี.. ดี๊ด.ดี๋ๆๆ… 

ฉีดไปเพลงมันก็ดังข้างๆหู ทำให้ไม่ได้ไปโฟกัสที่เข็มฉีดยา แต่ไปโฟกัสที่เสียงเพลงแทน ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและเกร็งน้อยลง

หลังจากยาชาทำงาน หมอเริ่มจี้ฟันผุทิ้ง ผู้ช่วยคอยใช้เครื่องดูดน้ำลายออก ไม่รู้สึกเจ็บ ไม่รู้สึกเสียวแม้แต่นิดเดียว 

หมอรักษาตามขั้นตอน จนมาถึงการพิมพ์ฟัน นาทีนี้เข้าใจคนที่จัดฟันทันที เป็นนาทีสั้นๆที่สุดแสนจะพะอืดพะอม 

เพื่อนำไปหล่อฟันและทำการครอบฟันอาทิตย์ถัดไป ขั้นตอนสุดท้ายหมอทำครอบฟันชั่วคราวให้ ใช้ลิ้นแตะดู 

มันลื่นๆคล้ายหมากฝรั่ง ทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียงแค่ 30 นาที (ไม่รวมกับที่รอหมอ)



มาถึงขั้นตอนการจ่ายเงิน ราคาค่ารักษารากฟันทั้งหมดอยู่ที่ 14,590 เยน (ประมาณ 4,200 บาท)

วัสดุครอบฟันจะมี 2 แบบ คือ เซรามิก (สีเหมือนเนื้อฟัน) กับแบบโลหะเงิน ซึ่งราคาถูกกว่าแบบเซรามิก

เนื่องจากของต้าเป็นฟันกรามข้างใน ไม่ต้องใช้ความสวยงาม ต้าเลยเลือกแบบโลหะเงิน

ค่าวัสดุครอบฟันแบบโลหะเงิน ราคาเต็มอยู่ที่ 8,520 เยน (ประมาณ 2,480 บาท)

ต้าจ่ายจริงประมาณ 30% ของยอดเต็ม คือ ค่ารักษารากฟัน 4,380 เยน (ประมาณ 1,200 บาท)

ค่าวัสดุครอบฟัน 2,560 เยน (ประมาณ 742 บาท) รวมทั้งหมดที่จ่าย 6,940 เยน (ประมาณ 2,012 บาท)

ที่เหลือประกันสังคมดูแล พอเปรียบเทียบกับคลินิกที่ไทย ราคาค่อนข้างแตกต่างกันมาก

คลินิกเอกชนที่มีชื่อเสียง ที่ต้าเคยสอบถามราคา ค่ารักษารากฟันเริ่มต้นที่ประมาณ 18,000 บาท

ค่าครอบฟันเริ่มต้นที่ประมาณ 10,000 บาท (ราคาขึ้นอยู่กับวัตถุที่เลือกใช้ครอบฟัน

เช่นโลหะเงิน เซรามิกและโลหะผสมทอง ) คลินิกทั่วไปแถวบ้าน ค่ารักษารากฟันเริ่มต้นที่ประมาณ 8,000 บาท

ค่าครอบฟันเริ่มต้นที่ประมาณ 6,000 บาท (ราคาขึ้นอยู่กับวัตถุที่เลือกใช้ครอบฟัน) ทั้งหมดนี้ยังไม่รวมค่า X-Ray

และอื่นๆหากมีเพิ่มเติม ประกันสังคมและประกันเอกชน (ที่ทำไว้) ไม่ครอบคลุมในส่วนนี้ ต้องจ่ายเองทั้งหมด



จริงๆตั้งใจจะทำที่ไทย เพราะไม่อยากปล่อยทิ้งไว้นาน แต่หมอบอกว่าต้องนัดเจอ 4-5 ครั้ง

ช่วงนั้นกำลังจะมาญี่ปุ่นพอดี เวลาจึงไม่พอ เลยต้องมารักษาที่ญี่ปุ่น การรักษารากฟันที่ญี่ปุ่นไม่ได้ยาก

และวุ่นวายอย่างที่คิด ถึงจ่ายราคาเต็มต้าว่าก็ยังไม่แพง หากเปรียบเทียบกับบ้านเรา 

หมอเองก็ใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่นแบบง่ายๆ ที่เราก็สามารถเข้าใจได้

สำหรับบล็อกนี้จึงจบไว้เพียงเท่านี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะคะ ฝากติดตามบล็อกต่อไปด้วยนะคะ (^___^) 



ขอบคุณภาพจาก

http://kango-bit.com/shinzin-nurse

http://nursy-assistant.com/haishi/

https://www.iurban.in.th/health/6dentaltechnology2015/

http://www.tsurumi-u.ac.jp/e/undergraduate/medicine.html

http://paolohospital.com/phahol/healthdental/dental-crowns/

https://kotaku.com/in-japan-you-can-hire-a-handsome-butler-dentist-1587032138