e เรื่องทั่วไป

Fresh news from Japan!

We are excited to deliver you the the freshest news from Japan!

6 ชิงช้าสวรรค์สีสันสดใสน่านั่งในญี่ปุ่น

By , วันพฤหัสบดี, 03 สิงหาคม 2560

 #จุ๊บุจุ๊บุ_โยดช่า じゅぶじゅぶ~よっしゃ

สวัสดีเจ้าค่ะ ผู้ติดตามทุกๆคนของฟ้าจังและเว็บไซต์ I Love Japan ฟ้าจังมาแล้วเจ้าค่ะ สบายดีกันไหมพี่น้อง

      ถ้าพูดถึงชิงช้าสวรรค์ฟ้าจังคิดว่าทุกคนคงจะรู้จักนะเจ้าคะ แล้วที่ประเทศญี่ปุ่นก็มีชิงช้าสวรรค์ที่น่าไปนั่งเล่นชมวิวเยอะแยะเต็มไปหมด วันนี้ฟ้าจังอยากจะขอแนะนำ ชิงช้าสวรรค์ในประเทศญี่ปุ่นที่น่านั่งยอดนิยม 6 เครื่องด้วยกัน พร้อมกับเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับการนั่งชิงช้าสวรรค์เพื่อออกเดทเจ้าค่ะ แต่ก่อนที่เราจะไปดูชิงช้าสวรรค์ เรามาทราบถึงประวัติของชิงช้าสวรรค์เครื่องแรกในญี่ปุ่นก่อนดีกว่านะเจ้าคะ ว่าความเป็นมามันเป็นยังไง อะๆๆๆ อยากรู้หละสิ ฟ้าจังจัดให้เจ้าค่ะ

     เล่ากันว่าชิงช้าสวรรค์เครื่องแรกของประเทศญี่ปุ่นนั้น น่าจะเริ่มเปิดกิจการครั้งแรกในสมัยเมจิ ปีที่ 40 หรือ ค.ศ. 1907 เดือนเมษายน เปิดให้นั่งอย่างเป็นทางการในงานนิทรรศการอุตสาหกรรมโตเกียวคังเกียวฮะคุรังไค ในเขตอุเอะโนะ เจ้าคะ มีความสูง 30 เมตร ใน 1 กระเช้าสามารถนั่งได้ 5-10 คน โอ้ว! แม่เจ้า นึกภาพแล้วคงใหญ่โตน่าดู

​      แต่น่าเสียดายเจ้าคะ ต่อมาในสมัยเมจิ ปีที่ 44 เจ้าชิงช้าสวรรค์เครื่องแรกของญี่ปุ่นนี้ก็ถูกรื้อทำลายไป แล้วอาคารที่ชื่อว่า คิงเรียวคัง ก็ถูกสร้างขึ้นมาแทนที่เจ้าคะ อาคารนี้เป็นที่เก็บรวบรวมภาพยนตร์ต่างๆเจ้าคะ

      แต่ก่อนหน้านี้ก็มีการค้นพบชิงช้าสวรรค์ที่เก่ากว่าเครื่องดังกล่าวนะเจ้าคะ และได้ถูกเขียนแก้ไขบันทึกไว้ในสารานุกรมไว้เรียบร้อยแล้ว นั่นคือในปี ค.ศ.1906 ก่อนจัดงานนิทรรศการอุตสาหกรรมโตเกียวคังเกียวฮะคุรังไค ในเขตอุเอะโนะ มันอยู่ ณ เมืองโอซาก้า ในงานมหกรรมฉลองชัยชนะสงครามรัสเชียกับญี่ปุ่น ชิงช้าสวรรค์เครื่องแรกที่เก่าแก่นี้มีชื่อเรียกกันว่า เท็งโบวเซ็งไคฉะ 「展望旋回車」 เป็นเครื่องจักรพลังไอน้ำ 1 กระเช้า นั่งได้ 6 คน ทั้งหมดมี 14 กระเช้า หมุน 1 รอบใช้เวลา 5 นาทีเจ้าค่ะ ค่าบริการก็ผู้ใหญ่ 10 เซ็น เด็ก 5 เซ็น นั่งได้ 2 รอบเจ้าค่ะ ค่าของเงินเยนสมัยนั้นเล่ากันว่า 10 เซ็นนี่แพงมากเจ้าค่ะ คนจนคงไม่มีสิทธิ์นั่งแน่นอน

     เอ้า! ต่อจากนี้ไปเรามาดูชิงช้าสวรรค์ของญี่ปุ่นที่มีสีสันสดใส และน่ารักๆ 6 เครื่องยอดนิยมกันดีกว่าเจ้าค่ะ ไม่อยากพูดมากเดี๋ยวจะดูลำไย อิอิ

1. ชิงช้าสวรรค์ ของ โตเกียวพาเลตทาวน์ 〔東京〕 パレットタウン

     ชิงช้าสวรรค์ของที่นี่เมื่อตกกลางคืนจะประดับไฟสีสันสวยงามมากๆนะเจ้าคะ ส่วนตอนกลางวันเขาก็ทาสีไว้อย่างสดใสสวยงามไว้ที่ตัวกระเช้าด้วยเช่นกัน และแน่นอนคุณจะได้ดื่มด่ำ และมองเห็นโตเกียวทาวเวอร์ โตเกียวสกายทรี สะพานโตเกียวเกตบริดจ์ สะพานเรนโบว์บริดจ์ และสถานที่ที่มีชื่อเสียงอื่นๆเจ้าคะ หูยยยย อยากไปนั่งแล้วอะค่ะ วิธีการไปนั่งชิงช้านี้ก็ไม่ยากเจ้าค่ะ นั้งรถไฟฟ้า JR มาลงที่สถานี้ โตเกียวเทเลพอร์ต 東京テレポート แค่นี้ก็ถึงแล้วเจ้าคะ หรือเข้าไปดูรายละเอียดที่นี่เจ้าค่ะ http://www.palette-town.com/transportation/index.html

2. ชิงช้าสวรรค์ ของ หมู่บ้านมุซาชิ โนะ มุระ ในจังหวัดไซตามะ 〔埼玉〕 むさしの村

     ชิงช้าสวรรค์เครื่องนี้ตั้งอยู่ในสวนสนุกขนาดเล็ก ถ้าพาลูกหลานและพวกเด็กๆไปละก็สุดยอดกล้วยทอดเลยนะเจ้าคะ ส่วนคุณผู้ใหญ่ก็จะได้ความไร้เดียงสา และความประทับใจกลับไปบ้านอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ ถ้าจะชวนแฟนสาวไปออกเดทที่นี่ละก็ไม่ผิดหวังแน่นอนเจ้าค่ะ วิธีไปก็คือนั่งรถไฟฟ้า JR ไปลงที่สถานี คะโซะเอกิ 加須 เดินออกมาประตูทางออกทิศใต้ดูป้ายบอกทางมาที่ มุซาชิ โนะ มุระ แค่นี้เดี๋ยวก็ถึงเจ้าค่ะ หรือมาในเว็บไซต์ที่นี่ค่ะ http://www.musashinomura.co.jp/access/index.html

3. ชิงช้าสวรรค์ ของ ฟาร์มมาซ่า-โอคคุโฉว ในจังหวัดชิบะ 〔千葉〕 マザー牧場

     สำหรับชิงช้าสวรรค์ของที่นี่ คุณจะได้เล่นสนุกท่ามกลางธรรมชาติเจ้าค่ะ และท้ายที่สุดก็จะเป็นชิงช้าสวรรค์อันแสนจะน่ารักๆ บรรยากาศธรรมชาติแบบนี้ เมื่อได้นั่งชิงช้าแล้วรับรองเป็นอะไรที่แสนเก๋ และดีเลิศต่างจากบรรกาศในเมืองแน่นอนเจ้าค่ะ วิธีการเดินทางมานั่งชิงช้าสวรรค์ที่ฟาร์มนี้ ก็นั่งรถไฟฟ้า JR มาลงที่สถานี ซานุกิ-มาจิ หรือที่สถานี คิมิทสึ ลงได้ 2 สถานีนะเจ้าคะ จากนั้นก็นั่งรถบัสของฟาร์มที่จะมีบริการจอดอยู่ตรงที่จอดรถตรงสถานีรถไฟฟ้าเลยเจ้าคะ ฟรีนะเจ้าคะ หรือเข้าไปดูรายละเดียดได้ที่นี่ http://www.motherfarm.co.jp/access/

4. ชิงช้าสวรรค์ของ ท่าเรือโกเบ-ฮาเบอร์แลนด์ ในจังหวัดเฮียวโกะ 〔兵庫〕 神戸ハーバーランド

     สำหรับชิงช้าสวรรค์ของที่นี่มีเสาของชิงช้าถูกทาด้วยสีแดงเเป๊ดเชียวค่ะ ส่วนตรงซีกกงล้อของชิงช้าก็ถูกทาด้วยสีเหลืองและสีเขียว ตอนกลางคืนที่กงล้อจะเป็นตัวหนังสือวิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และกราฟฟิก สวยงามน่าตื่นตามากๆเจ้าคะ คุณจะได้สัมผัสบรรยากาศสิ่งปลูกสร้างต่างๆของท่าเรือโกเบ และดื่มด่ำได้เต็มที่เลยนะเจ้าคะ วิธีการเดินทางก็ง่ายมากๆ แค่นั้งรถไฟฟ้า JR มาลงที่สถานี ฮาเบอร์แลนด์ แค่นี้ก็ถึงแล้วเจ้าค่ะ หรือเข้ามาดูรายละเอียดได้ที่นี่ http://www.harborland.co.jp/access/

5. ชิงช้าสวรรค์ของ สวนสัตว์ฟุกุโอะกะ 〔福岡〕 福岡市動物園 

     ชิงช้าสวรรค์แห่งนี้แปลกกว่าที่อื่นเจ้าค่ะ เพราะว่ามันอยู่กลางสวนสัตว์เลยถ้าเทียบขนาดและสัดส่วน กับของที่อื่นแล้วดูเหมือนว่ามันจะเล็กก็จริง แต่ความน่ารักของมัน ฟ้าจังให้คะแนน 10-10-10 เจ้าค่ะ ข้างๆกระเช้าจะเป็นลายสิงโตและลิง น่ารักๆทั้งนั้นเลย ยังไงก็แนะนำไปกันให้ได้นะเจ้าคะคุณขา วิธีการเดินทางก็คือ พอคุณมาถึงจังหวัดฟุกุโอะกะแล้วก็นั่งรถไฟใต้ดินมาลงที่สถานี ยาคุอิง-โอะโอะโดะริ จากนั้นเดินออกจากสถานีมาสัก 15 นาทีก็ถึงเจ้าค่ะ หรือเข้ามาดูรายละเอียดได้ที่นี่ http://zoo.city.fukuoka.lg.jp/general/

6. ชิงช้าสวรรค์ของ โตคิวพลาซ่าคามาตะ 〔東京〕東急プラザ蒲田

ชิงช้าสวรรค์เครื่องนี้ได้ถูกซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ เมื่อปี 2014 ที่โตคิวพลาซ่ามีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นเจ้าค่ะ โดยตั้งอยู่บนดาดฟ้า สีสันสวยงามสดใสน่ารักอะ ส่วนตอนกลางคืนก็จะมีไฟระยิบระยับได้ฟีลเหมือนที่ดิสนีย์แลนด์เลยเจ้าค่ะ ฮุฮุ วิธีการเดินทางก็คือ นั่งรถไฟฟ้า JR มาลงที่สถานีคามาตะ จากนั้นก็เดินอีกแค่ 4 นาที ก็ถึงแล้วเจ้าคะหรือเข้ามาดูรายละเอียดได้ที่นี่ http://kamata.tokyu-plaza.com/access/

     ค่ะเพื่อนๆทราบไหมคะว่าคนญี่ปุ่นนิยมไปนั่งชิงช้าสวรรค์เพื่อออกเดทกัน เอาอย่างนี้ดีกว่า คนญี่ปุ่นเขาทำแบบทดสอบออกมาเจ้าค่ะว่า ข้อดีและข้อเสียของการไปนั่งชิงช้าสวรรค์เพื่อออกเดท ว่ามันมีอะไรบ้าง ผลออกมาว่าฝั่งผู้ชายและฝั่งผู้หญิงนั้น มีทัศนคติในเรื่องนี้หลากหลายกันไปและต่างกันอย่างมากเจ้าค่ะ ฟ้าจังได้รวบรวบผลดังกล่าวมาให้ชมกันเจ้าค่ะ

ข้อดีของการไปนั่งชิงช้าสวรรค์เพื่อออกเดท

สามารถอยู่กันสองต่อสองได้ (อันนี้ของมันแน่เจ้าค่ะ)

สามารถนั่งใกล้ชิดแบบเนื้อแนบเนื้อกันได้ (ว้าว...ขนลุก)

สามารถจูจุ๊บกันได้ (ม้วฟ…..จุ๊บๆๆๆๆ)

สามารถสร้างความครื้นเครงให้คู่เดทได้สนุกสนานร่วมกับบรรยากาศได้ง่าย

สามารถชวนให้ไปต่อ…..ได้ง่าย (อั้ยยะไปต่อที่ไหนจ้ะพ่อคุณแหม….)

ข้อเสียของการไปนั่งชิงช้าสวรรค์เพื่อออกเดท

ถ้าคู่เดทรู้สึกไม่พอใจ หรือไม่สบอารมณ์ก็ไม่สามารถหนีได้เลย (จริงเจ้าค่ะเห็นด้วย)

อาจจถูกลวนลามด้วยการจูบ (ถ้ามากกว่านั้นหละ...น่าคิดนะ)

ในกรณีถ้าเป็นการออกเดทครั้งแรกมันจะดูเป็นการเปิดเผยมากเกินไป (อุ้ยตาย ลึกๆแล้วคนญี่ปุ่นเขาคิดแบบนี้หรอ)

สำหรับคนที่เป็นโรคกลัวความสูงละก็มันจะดูแย่มากๆ (ฟ้าจังคนหนึ่งแหละที่กลัวความสูง)

สำหรับคู่เดทที่คุยไม่เก่ง การมานั่งชิงช้าสวรรค์อย่างเดียวมันคือเรื่องที่น่าเบื่อมากๆ (อันนี้ก็จริงเจ้าค่ะ)

     เจ้าค่ะ และนี่ก็คือข้อดีและข้อเสียของการไปนั่งชิงช้าสวรรค์เพื่อออกเดทนะเจ้าคะ ฟ้าจังคิดว่าในส่วนของข้อดีรู้สึกว่า อืม...ส่วนใหญ่จะเป็นพวกผู้ชายซะมากกว่าไหม 5555555 ไอ้เรื่องปากว่ามือถึงต้องยกให้ผู้ชายหละนะ ถ้ายังไงสาวๆคนไทยถ้าจะไปนั่งชิงช้าสวรรค์เพื่อออกเดทก็ต้องระวังกันเด้อ ยิ่งถ้าเป็นเดทแรกด้วย เป็นห่วงนะเจ้าคะ

เคล็บลับเล็กๆน้อยๆของการนั่งชิงช้าสวรรค์เพื่อออกเดท

     ถ้าคู่เดทคู่ไหนตกลงที่จะไปนั่งชิงช้าสวรรค์เพื่อออกเดทกันหละก็ ก่อนที่จะไปนั่งชิงช้าสวรรค์ก็ควรที่จะไปช้อปปิ้ง ทานข้าว ดื่มน้ำชา กันก่อนนะเจ้าคะ เพราะว่าถ้ายิ่งเป็นเดทแรกคู่เดทยังไม่สนิทกัน การไปนั่งชิงช้าสวรรค์กันสองต่อสองจะทำให้ทำตัวไม่ถูกเจ้าค่ะ การหากิจกรรมอื่นๆทำกันก่อนไปนั่งชิงช้าสวรรค์เพื่อเรียกอินเนอร์นั้นสำคัญมากๆ ภาษาชาวบ้านคงจะพูดว่าเรียกน้ำย่อยหรือเรียกฟีลหละนะ อิอิ อีกอย่างถ้าไม่หาอะไรทำกันก่อนนั่งชิงช้าสวรรค์ ฟ้าจังคิดว่ายืนส่งคู่เดทนั่งรถกลับบ้านยังจะดีเสียกว่าเจ้าค่ะจะรู้สึกประทับใจกว่าเยอะเลย

     ส่วนเคล็ดลับที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งนั้นก็คือ คุณต้องชวนคู่เดทของคุณคุยระหว่างที่กำลังนั่งชิงช้าสวรรค์เจ้าค่ะ เรื่องอะไรก็ได้อย่ามัวแต่อมพะนำ ถ้านึกอะไรไม่ออกก็ชวนคุยเกี่ยวกับบรรยากาศรอบๆตัวที่เห็นนี่แหละง่ายสุด ส่วนใหญ่แล้วระยะเวลาการนั่งชิงช้าสวรรค์จะไม่เกิน 15 นาทีเจ้าค่ะ ถ้าคุณทำได้รับรองหลังจากเดทแรกผ่านไป เดทที่ 2-3-4 ก็จะตามมา แล้วต้นรักของคุณก็จะเติบโตเป็นต้นรักสีชมพูสดใสแน่นอน

การจูบกันบนชิงช้าสวรรค์ของคู่เดทญี่ปุ่น

ถ้าพูดถึงเรื่องนี้คนญี่ปุ่นไม่ว่าจะทำอะไรเขาก็มีการทดลองทดสอบกันเป็นเรื่องเป็นราวนะเจ้าคะ เช่นเมื่อตอนเดือน11 ปี 2014 ฤดูใบไม้ร่วง ได้มีการทำแบบสอบถามกับกลุ่มเป้าหมายเป็นชายและหญิง 500 คน ในอายุระหว่าง 20-50 ปี ในแบบสอบถามมี 2 ข้อนั่นก็คือ

คำถามที่ 1. คุณเคยนั่งชิงช้าสวรรค์กับคนที่คุณชอบหรือบุคคลต่างเพศไหม

คำถามที่ 2. คุณเคยจูบกันบนชิงช้าสวรรค์ไหม


ผลของแบบสอบถามออกมาดังนี้เจ้าค่

คำถามที่ 1.

ตอบว่าเคย 260 คน หรือ 52.0%

ตอบว่าไม่เคย 240 คน หรือ 48.0%


คำถามที่ 2.

ตอบว่าเคย 140 คน หรือ 53.9%

ตอบว่าไม่เคย 120 คน หรือ 46.1%

     เมื่อเราดูผลจากแบบสอบถาม สังเกตุได้ว่าคู่รักหรือคู่เดทมากกว่าครึ่งจะไปเดทกันที่ชิงช้าสวรรค์และจูบกันที่นั่นเจ้าคะ โอ้ว้าวช่างเป็นอะไรที่โรแมนติกเหลือเกิน แต่ๆๆๆ ฟ้าจังขอเตือนน้องๆคนไทยนะเจ้าคะว่า อย่าไปทำอะไรประเจิดประเจ้อกันที่เมืองไทยหละเพราะวัฒนธรรมของไทยกับญี่ปุ่นไม่เหมือนกัน ยังไงก็ไว้หน้าประเทศไทยบ้างเนอะ ไว้ถ้ามีโอกาสมาที่ญี่ปุ่นแล้วค่อยทำนะจ๊ะ

      โอเคนะเจ้าคะ หวังว่าทุกคนคงจะปริ่มกับชิงช้าสวรรค์อันหลากหลายและสาระเล็กๆน้อยๆ ที่ฟ้าจังนำมาฝากในคราวนี้ ถ้ามีโอกาสก็ไปลองนั่งกันนะเจ้าคะ แล้วอย่าลืมถ่ายรูปมาให้ฟ้าจังดูด้วยหละ อิอิ ค่ะฝากกดไลค์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะเจ้าคะ อีกอย่างฟ้าจังจะได้เอาไปประเมินว่าควรจะเขียนบล็อกแนวไหนต่อไปดี และถ้าเห็นว่าบล็อกนี้มีประโยชน์ก็แชร์โลดเจ้าค่ะตามสะดวกเลย กราบขอบพระคุณล่วงหน้าเจ้าค่ะ แล้วพบกันใหม่ในคราวต่อไปเด้อ รักนะตัวเอง

​แปลและเรียบเรียงใหม่โดย ฟ้าจังกะเทยไทยในญี่ปุ่น

www.facebook.com/FahChan.Page

www.youtube.com/c/FahChanChannel

 #จุ๊บุจุ๊บุ_โยดช่า じゅぶじゅぶ~よっしゃ

สวัสดีเจ้าค่ะ ผู้ติดตามทุกๆคนของฟ้าจังและเว็บไซต์ I Love Japan ฟ้าจังมาแล้วเจ้าค่ะ สบายดีกันไหมพี่น้อง

      ถ้าพูดถึงชิงช้าสวรรค์ฟ้าจังคิดว่าทุกคนคงจะรู้จักนะเจ้าคะ แล้วที่ประเทศญี่ปุ่นก็มีชิงช้าสวรรค์ที่น่าไปนั่งเล่นชมวิวเยอะแยะเต็มไปหมด วันนี้ฟ้าจังอยากจะขอแนะนำ ชิงช้าสวรรค์ในประเทศญี่ปุ่นที่น่านั่งยอดนิยม 6 เครื่องด้วยกัน พร้อมกับเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับการนั่งชิงช้าสวรรค์เพื่อออกเดทเจ้าค่ะ แต่ก่อนที่เราจะไปดูชิงช้าสวรรค์ เรามาทราบถึงประวัติของชิงช้าสวรรค์เครื่องแรกในญี่ปุ่นก่อนดีกว่านะเจ้าคะ ว่าความเป็นมามันเป็นยังไง อะๆๆๆ อยากรู้หละสิ ฟ้าจังจัดให้เจ้าค่ะ

     เล่ากันว่าชิงช้าสวรรค์เครื่องแรกของประเทศญี่ปุ่นนั้น น่าจะเริ่มเปิดกิจการครั้งแรกในสมัยเมจิ ปีที่ 40 หรือ ค.ศ. 1907 เดือนเมษายน เปิดให้นั่งอย่างเป็นทางการในงานนิทรรศการอุตสาหกรรมโตเกียวคังเกียวฮะคุรังไค ในเขตอุเอะโนะ เจ้าคะ มีความสูง 30 เมตร ใน 1 กระเช้าสามารถนั่งได้ 5-10 คน โอ้ว! แม่เจ้า นึกภาพแล้วคงใหญ่โตน่าดู

​      แต่น่าเสียดายเจ้าคะ ต่อมาในสมัยเมจิ ปีที่ 44 เจ้าชิงช้าสวรรค์เครื่องแรกของญี่ปุ่นนี้ก็ถูกรื้อทำลายไป แล้วอาคารที่ชื่อว่า คิงเรียวคัง ก็ถูกสร้างขึ้นมาแทนที่เจ้าคะ อาคารนี้เป็นที่เก็บรวบรวมภาพยนตร์ต่างๆเจ้าคะ

      แต่ก่อนหน้านี้ก็มีการค้นพบชิงช้าสวรรค์ที่เก่ากว่าเครื่องดังกล่าวนะเจ้าคะ และได้ถูกเขียนแก้ไขบันทึกไว้ในสารานุกรมไว้เรียบร้อยแล้ว นั่นคือในปี ค.ศ.1906 ก่อนจัดงานนิทรรศการอุตสาหกรรมโตเกียวคังเกียวฮะคุรังไค ในเขตอุเอะโนะ มันอยู่ ณ เมืองโอซาก้า ในงานมหกรรมฉลองชัยชนะสงครามรัสเชียกับญี่ปุ่น ชิงช้าสวรรค์เครื่องแรกที่เก่าแก่นี้มีชื่อเรียกกันว่า เท็งโบวเซ็งไคฉะ 「展望旋回車」 เป็นเครื่องจักรพลังไอน้ำ 1 กระเช้า นั่งได้ 6 คน ทั้งหมดมี 14 กระเช้า หมุน 1 รอบใช้เวลา 5 นาทีเจ้าค่ะ ค่าบริการก็ผู้ใหญ่ 10 เซ็น เด็ก 5 เซ็น นั่งได้ 2 รอบเจ้าค่ะ ค่าของเงินเยนสมัยนั้นเล่ากันว่า 10 เซ็นนี่แพงมากเจ้าค่ะ คนจนคงไม่มีสิทธิ์นั่งแน่นอน

     เอ้า! ต่อจากนี้ไปเรามาดูชิงช้าสวรรค์ของญี่ปุ่นที่มีสีสันสดใส และน่ารักๆ 6 เครื่องยอดนิยมกันดีกว่าเจ้าค่ะ ไม่อยากพูดมากเดี๋ยวจะดูลำไย อิอิ

1. ชิงช้าสวรรค์ ของ โตเกียวพาเลตทาวน์ 〔東京〕 パレットタウン

     ชิงช้าสวรรค์ของที่นี่เมื่อตกกลางคืนจะประดับไฟสีสันสวยงามมากๆนะเจ้าคะ ส่วนตอนกลางวันเขาก็ทาสีไว้อย่างสดใสสวยงามไว้ที่ตัวกระเช้าด้วยเช่นกัน และแน่นอนคุณจะได้ดื่มด่ำ และมองเห็นโตเกียวทาวเวอร์ โตเกียวสกายทรี สะพานโตเกียวเกตบริดจ์ สะพานเรนโบว์บริดจ์ และสถานที่ที่มีชื่อเสียงอื่นๆเจ้าคะ หูยยยย อยากไปนั่งแล้วอะค่ะ วิธีการไปนั่งชิงช้านี้ก็ไม่ยากเจ้าค่ะ นั้งรถไฟฟ้า JR มาลงที่สถานี้ โตเกียวเทเลพอร์ต 東京テレポート แค่นี้ก็ถึงแล้วเจ้าคะ หรือเข้าไปดูรายละเอียดที่นี่เจ้าค่ะ http://www.palette-town.com/transportation/index.html

2. ชิงช้าสวรรค์ ของ หมู่บ้านมุซาชิ โนะ มุระ ในจังหวัดไซตามะ 〔埼玉〕 むさしの村

     ชิงช้าสวรรค์เครื่องนี้ตั้งอยู่ในสวนสนุกขนาดเล็ก ถ้าพาลูกหลานและพวกเด็กๆไปละก็สุดยอดกล้วยทอดเลยนะเจ้าคะ ส่วนคุณผู้ใหญ่ก็จะได้ความไร้เดียงสา และความประทับใจกลับไปบ้านอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ ถ้าจะชวนแฟนสาวไปออกเดทที่นี่ละก็ไม่ผิดหวังแน่นอนเจ้าค่ะ วิธีไปก็คือนั่งรถไฟฟ้า JR ไปลงที่สถานี คะโซะเอกิ 加須 เดินออกมาประตูทางออกทิศใต้ดูป้ายบอกทางมาที่ มุซาชิ โนะ มุระ แค่นี้เดี๋ยวก็ถึงเจ้าค่ะ หรือมาในเว็บไซต์ที่นี่ค่ะ http://www.musashinomura.co.jp/access/index.html

3. ชิงช้าสวรรค์ ของ ฟาร์มมาซ่า-โอคคุโฉว ในจังหวัดชิบะ 〔千葉〕 マザー牧場

     สำหรับชิงช้าสวรรค์ของที่นี่ คุณจะได้เล่นสนุกท่ามกลางธรรมชาติเจ้าค่ะ และท้ายที่สุดก็จะเป็นชิงช้าสวรรค์อันแสนจะน่ารักๆ บรรยากาศธรรมชาติแบบนี้ เมื่อได้นั่งชิงช้าแล้วรับรองเป็นอะไรที่แสนเก๋ และดีเลิศต่างจากบรรกาศในเมืองแน่นอนเจ้าค่ะ วิธีการเดินทางมานั่งชิงช้าสวรรค์ที่ฟาร์มนี้ ก็นั่งรถไฟฟ้า JR มาลงที่สถานี ซานุกิ-มาจิ หรือที่สถานี คิมิทสึ ลงได้ 2 สถานีนะเจ้าคะ จากนั้นก็นั่งรถบัสของฟาร์มที่จะมีบริการจอดอยู่ตรงที่จอดรถตรงสถานีรถไฟฟ้าเลยเจ้าคะ ฟรีนะเจ้าคะ หรือเข้าไปดูรายละเดียดได้ที่นี่ http://www.motherfarm.co.jp/access/

4. ชิงช้าสวรรค์ของ ท่าเรือโกเบ-ฮาเบอร์แลนด์ ในจังหวัดเฮียวโกะ 〔兵庫〕 神戸ハーバーランド

     สำหรับชิงช้าสวรรค์ของที่นี่มีเสาของชิงช้าถูกทาด้วยสีแดงเเป๊ดเชียวค่ะ ส่วนตรงซีกกงล้อของชิงช้าก็ถูกทาด้วยสีเหลืองและสีเขียว ตอนกลางคืนที่กงล้อจะเป็นตัวหนังสือวิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และกราฟฟิก สวยงามน่าตื่นตามากๆเจ้าคะ คุณจะได้สัมผัสบรรยากาศสิ่งปลูกสร้างต่างๆของท่าเรือโกเบ และดื่มด่ำได้เต็มที่เลยนะเจ้าคะ วิธีการเดินทางก็ง่ายมากๆ แค่นั้งรถไฟฟ้า JR มาลงที่สถานี ฮาเบอร์แลนด์ แค่นี้ก็ถึงแล้วเจ้าค่ะ หรือเข้ามาดูรายละเอียดได้ที่นี่ http://www.harborland.co.jp/access/

5. ชิงช้าสวรรค์ของ สวนสัตว์ฟุกุโอะกะ 〔福岡〕 福岡市動物園 

     ชิงช้าสวรรค์แห่งนี้แปลกกว่าที่อื่นเจ้าค่ะ เพราะว่ามันอยู่กลางสวนสัตว์เลยถ้าเทียบขนาดและสัดส่วน กับของที่อื่นแล้วดูเหมือนว่ามันจะเล็กก็จริง แต่ความน่ารักของมัน ฟ้าจังให้คะแนน 10-10-10 เจ้าค่ะ ข้างๆกระเช้าจะเป็นลายสิงโตและลิง น่ารักๆทั้งนั้นเลย ยังไงก็แนะนำไปกันให้ได้นะเจ้าคะคุณขา วิธีการเดินทางก็คือ พอคุณมาถึงจังหวัดฟุกุโอะกะแล้วก็นั่งรถไฟใต้ดินมาลงที่สถานี ยาคุอิง-โอะโอะโดะริ จากนั้นเดินออกจากสถานีมาสัก 15 นาทีก็ถึงเจ้าค่ะ หรือเข้ามาดูรายละเอียดได้ที่นี่ http://zoo.city.fukuoka.lg.jp/general/

6. ชิงช้าสวรรค์ของ โตคิวพลาซ่าคามาตะ 〔東京〕東急プラザ蒲田

ชิงช้าสวรรค์เครื่องนี้ได้ถูกซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ เมื่อปี 2014 ที่โตคิวพลาซ่ามีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นเจ้าค่ะ โดยตั้งอยู่บนดาดฟ้า สีสันสวยงามสดใสน่ารักอะ ส่วนตอนกลางคืนก็จะมีไฟระยิบระยับได้ฟีลเหมือนที่ดิสนีย์แลนด์เลยเจ้าค่ะ ฮุฮุ วิธีการเดินทางก็คือ นั่งรถไฟฟ้า JR มาลงที่สถานีคามาตะ จากนั้นก็เดินอีกแค่ 4 นาที ก็ถึงแล้วเจ้าคะหรือเข้ามาดูรายละเอียดได้ที่นี่ http://kamata.tokyu-plaza.com/access/

     ค่ะเพื่อนๆทราบไหมคะว่าคนญี่ปุ่นนิยมไปนั่งชิงช้าสวรรค์เพื่อออกเดทกัน เอาอย่างนี้ดีกว่า คนญี่ปุ่นเขาทำแบบทดสอบออกมาเจ้าค่ะว่า ข้อดีและข้อเสียของการไปนั่งชิงช้าสวรรค์เพื่อออกเดท ว่ามันมีอะไรบ้าง ผลออกมาว่าฝั่งผู้ชายและฝั่งผู้หญิงนั้น มีทัศนคติในเรื่องนี้หลากหลายกันไปและต่างกันอย่างมากเจ้าค่ะ ฟ้าจังได้รวบรวบผลดังกล่าวมาให้ชมกันเจ้าค่ะ

ข้อดีของการไปนั่งชิงช้าสวรรค์เพื่อออกเดท

สามารถอยู่กันสองต่อสองได้ (อันนี้ของมันแน่เจ้าค่ะ)

สามารถนั่งใกล้ชิดแบบเนื้อแนบเนื้อกันได้ (ว้าว...ขนลุก)

สามารถจูจุ๊บกันได้ (ม้วฟ…..จุ๊บๆๆๆๆ)

สามารถสร้างความครื้นเครงให้คู่เดทได้สนุกสนานร่วมกับบรรยากาศได้ง่าย

สามารถชวนให้ไปต่อ…..ได้ง่าย (อั้ยยะไปต่อที่ไหนจ้ะพ่อคุณแหม….)

ข้อเสียของการไปนั่งชิงช้าสวรรค์เพื่อออกเดท

ถ้าคู่เดทรู้สึกไม่พอใจ หรือไม่สบอารมณ์ก็ไม่สามารถหนีได้เลย (จริงเจ้าค่ะเห็นด้วย)

อาจจถูกลวนลามด้วยการจูบ (ถ้ามากกว่านั้นหละ...น่าคิดนะ)

ในกรณีถ้าเป็นการออกเดทครั้งแรกมันจะดูเป็นการเปิดเผยมากเกินไป (อุ้ยตาย ลึกๆแล้วคนญี่ปุ่นเขาคิดแบบนี้หรอ)

สำหรับคนที่เป็นโรคกลัวความสูงละก็มันจะดูแย่มากๆ (ฟ้าจังคนหนึ่งแหละที่กลัวความสูง)

สำหรับคู่เดทที่คุยไม่เก่ง การมานั่งชิงช้าสวรรค์อย่างเดียวมันคือเรื่องที่น่าเบื่อมากๆ (อันนี้ก็จริงเจ้าค่ะ)

     เจ้าค่ะ และนี่ก็คือข้อดีและข้อเสียของการไปนั่งชิงช้าสวรรค์เพื่อออกเดทนะเจ้าคะ ฟ้าจังคิดว่าในส่วนของข้อดีรู้สึกว่า อืม...ส่วนใหญ่จะเป็นพวกผู้ชายซะมากกว่าไหม 5555555 ไอ้เรื่องปากว่ามือถึงต้องยกให้ผู้ชายหละนะ ถ้ายังไงสาวๆคนไทยถ้าจะไปนั่งชิงช้าสวรรค์เพื่อออกเดทก็ต้องระวังกันเด้อ ยิ่งถ้าเป็นเดทแรกด้วย เป็นห่วงนะเจ้าคะ

เคล็บลับเล็กๆน้อยๆของการนั่งชิงช้าสวรรค์เพื่อออกเดท

     ถ้าคู่เดทคู่ไหนตกลงที่จะไปนั่งชิงช้าสวรรค์เพื่อออกเดทกันหละก็ ก่อนที่จะไปนั่งชิงช้าสวรรค์ก็ควรที่จะไปช้อปปิ้ง ทานข้าว ดื่มน้ำชา กันก่อนนะเจ้าคะ เพราะว่าถ้ายิ่งเป็นเดทแรกคู่เดทยังไม่สนิทกัน การไปนั่งชิงช้าสวรรค์กันสองต่อสองจะทำให้ทำตัวไม่ถูกเจ้าค่ะ การหากิจกรรมอื่นๆทำกันก่อนไปนั่งชิงช้าสวรรค์เพื่อเรียกอินเนอร์นั้นสำคัญมากๆ ภาษาชาวบ้านคงจะพูดว่าเรียกน้ำย่อยหรือเรียกฟีลหละนะ อิอิ อีกอย่างถ้าไม่หาอะไรทำกันก่อนนั่งชิงช้าสวรรค์ ฟ้าจังคิดว่ายืนส่งคู่เดทนั่งรถกลับบ้านยังจะดีเสียกว่าเจ้าค่ะจะรู้สึกประทับใจกว่าเยอะเลย

     ส่วนเคล็ดลับที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งนั้นก็คือ คุณต้องชวนคู่เดทของคุณคุยระหว่างที่กำลังนั่งชิงช้าสวรรค์เจ้าค่ะ เรื่องอะไรก็ได้อย่ามัวแต่อมพะนำ ถ้านึกอะไรไม่ออกก็ชวนคุยเกี่ยวกับบรรยากาศรอบๆตัวที่เห็นนี่แหละง่ายสุด ส่วนใหญ่แล้วระยะเวลาการนั่งชิงช้าสวรรค์จะไม่เกิน 15 นาทีเจ้าค่ะ ถ้าคุณทำได้รับรองหลังจากเดทแรกผ่านไป เดทที่ 2-3-4 ก็จะตามมา แล้วต้นรักของคุณก็จะเติบโตเป็นต้นรักสีชมพูสดใสแน่นอน

การจูบกันบนชิงช้าสวรรค์ของคู่เดทญี่ปุ่น

ถ้าพูดถึงเรื่องนี้คนญี่ปุ่นไม่ว่าจะทำอะไรเขาก็มีการทดลองทดสอบกันเป็นเรื่องเป็นราวนะเจ้าคะ เช่นเมื่อตอนเดือน11 ปี 2014 ฤดูใบไม้ร่วง ได้มีการทำแบบสอบถามกับกลุ่มเป้าหมายเป็นชายและหญิง 500 คน ในอายุระหว่าง 20-50 ปี ในแบบสอบถามมี 2 ข้อนั่นก็คือ

คำถามที่ 1. คุณเคยนั่งชิงช้าสวรรค์กับคนที่คุณชอบหรือบุคคลต่างเพศไหม

คำถามที่ 2. คุณเคยจูบกันบนชิงช้าสวรรค์ไหม


ผลของแบบสอบถามออกมาดังนี้เจ้าค่

คำถามที่ 1.

ตอบว่าเคย 260 คน หรือ 52.0%

ตอบว่าไม่เคย 240 คน หรือ 48.0%


คำถามที่ 2.

ตอบว่าเคย 140 คน หรือ 53.9%

ตอบว่าไม่เคย 120 คน หรือ 46.1%

     เมื่อเราดูผลจากแบบสอบถาม สังเกตุได้ว่าคู่รักหรือคู่เดทมากกว่าครึ่งจะไปเดทกันที่ชิงช้าสวรรค์และจูบกันที่นั่นเจ้าคะ โอ้ว้าวช่างเป็นอะไรที่โรแมนติกเหลือเกิน แต่ๆๆๆ ฟ้าจังขอเตือนน้องๆคนไทยนะเจ้าคะว่า อย่าไปทำอะไรประเจิดประเจ้อกันที่เมืองไทยหละเพราะวัฒนธรรมของไทยกับญี่ปุ่นไม่เหมือนกัน ยังไงก็ไว้หน้าประเทศไทยบ้างเนอะ ไว้ถ้ามีโอกาสมาที่ญี่ปุ่นแล้วค่อยทำนะจ๊ะ

      โอเคนะเจ้าคะ หวังว่าทุกคนคงจะปริ่มกับชิงช้าสวรรค์อันหลากหลายและสาระเล็กๆน้อยๆ ที่ฟ้าจังนำมาฝากในคราวนี้ ถ้ามีโอกาสก็ไปลองนั่งกันนะเจ้าคะ แล้วอย่าลืมถ่ายรูปมาให้ฟ้าจังดูด้วยหละ อิอิ ค่ะฝากกดไลค์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะเจ้าคะ อีกอย่างฟ้าจังจะได้เอาไปประเมินว่าควรจะเขียนบล็อกแนวไหนต่อไปดี และถ้าเห็นว่าบล็อกนี้มีประโยชน์ก็แชร์โลดเจ้าค่ะตามสะดวกเลย กราบขอบพระคุณล่วงหน้าเจ้าค่ะ แล้วพบกันใหม่ในคราวต่อไปเด้อ รักนะตัวเอง

​แปลและเรียบเรียงใหม่โดย ฟ้าจังกะเทยไทยในญี่ปุ่น

www.facebook.com/FahChan.Page

www.youtube.com/c/FahChanChannel

บทความล่าสุด