e เรื่องทั่วไป

แนะนำข้อควรระวังต่างๆ​ในการส่งดอกไม้ให้คนญี่ปุ่น​

By , วันพฤหัสบดี, 11 ตุลาคม 2561

จุ๊บุจุ๊บุ-โยดช่า​
じゅぶじゅぶ~よっしゃ

     สวัสดีค่ะ​ วันนี้ฟ้าจังอยากจะมาพูดเรื่อง​มารยาทในการส่งดอกไม้ของชาวญี่ปุ่น​ค่ะ​ การส่งดอกไม้เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสต่างๆนั้น ในประเทศ​ญี่ปุ่น​มีมาก​มายเหลือเกินค่ะ​ เช่น​ ส่งไปงานแต่งงาน​ งานฉลองวันเกิด​ งานฉลองเปิดกิจการ​หรือเปิดบริษัท​/ธุรกิจ​ต่างๆหรือแม้แต่ส่งไปเป็นการส่วนตัวก็ตาม ทว่าคุณจะเลือกดอกไม้ชนิดไหนในการ​ส่งไปถึงผู้รับก็เป็นรื่องที่ต้องคิดก่อนค่ะ

     หลายๆคนไม่มีความรู้เกี่ยวกับการเลือกดอกไม้ให้ถูกกับกาลเทศะ​เลยต้องไปที่ร้านดอกไม้เพื่อให้เจ้าของร้านช่วยเลือกให้​ ถ้าทำแบบนี้ ฟ้าจังไม่แนะนำค่ะ​ เพราะเจ้าของร้านไม่สามารถที่จะเข้าใจความรู้สึกและความผูกพันของผู้รับดอกไม้ได้ดีไปกว่าตัวของคุณเองซึ่งเป็นฝ่ายส่งดอกไม้ไปให้

      อีกอย่างถ้าตัวคุณ​เองไม่เริ่มที่จะเรียนรู้การเลือกดอกไม้แล้วล่ะก็​ อาจจะส่งดอกไม้ที่ไม่เหมาะสมและไม่ถูกกาลเทศะ​ได้ค่ะ​ และไม่ใช่แค่วิธีการเลือกดอกไม้อย่างเดียวนะคะ ช่วงเวลาในการส่งก็สำคัญอีกด้วย​ ซึ่งคนญี่ปุ่น​ค่อนข้างจะเข้มงวด​ในเรื่องนี้มากๆค่ะ​ 

      วันนี้เราไปเรียนรู้​กับบล็อก “แนะนํา​ข้อควรระวัง​ต่างๆในการส่งดอก​ให้คนญี่ปุ่น​” กันเลยดีกว่าค่ะ​


1.ควรค้นหาความหมายของดอกไม้ชนิดนั้นๆก่อน

     ตอนที่ส่งดอกไม้ไปให้คนญี่ปุ่น​ก่อนอื่น​เลยคุณ​ต้องค้นหาความหมายของดอกไม้ชนิดนั้นๆ​และต้องเป็นความหมายที่คนญี่ปุ่นเขาเชื่อกันด้วย ขอให้คุณตัดความหมายของคนไทยออกไปนะคะเพราะทั้งสองประเทศ​คิดไม่เหมือนกัน​ ถ้าคุณไม่ค้นหาความหมายของดอกไม้นั้นๆก่อนแล้วส่งดอกไม้เพียงแค่คุณชอบ​ ก็อาจจะกลายเป็นว่าคุณ​กำลังส่งสิ่งที่ไม่ดีไปให้เขาก็ได้ค่ะ

     เช่น​ ดอก アジサイ「Ajisai」หรือดอกไฮเดรนเยีย​ คนญี่ปุ่น​เขาหมายถึง​ “การเปลี่ยนใจ” (心変わり-Kokorogawari) ค่ะ​ ดังนั้นถ้าคุณส่งไปที่งานแต่งงานคงไม่เหมาะแน่ๆ​ 

      อีกอย่างไม่ใช่แค่ชนิดของดอกไม้​อย่างเดียวที่คุณต้องใส่ใจสีของดอกไม้ก็มีความสำคัญเช่นกันค่ะควรระวังในการเลือกสีให้มากๆค่ะ

     เช่น​ กุหลาบสีเหลือง​ ในความหมาย​ของคนญี่ปุ่น​คือ​ ความอิจฉา​ 嫉妬「Shitto」ถ้าคุณส่งกุหลาบสีเหลือง​ไปในงานอวยพรต่างๆจะทำให้ผู้รับผู้สึกสะพรึงกลัวไปเลยทีเดียว​ 

2.ถ้าคนญี่ปุ่น​เป็นฝ่ายส่งดอกไม้ไปให้ชาวต่างชาติห้ามคิดแบบคนญี่ปุ่น

     อย่างที่ฟ้าจังเกริ่นนำไว้ตอนต้นค่ะ​ ห้ามคนไทยคิดในความหมายของคนไทย​ แต่ถ้าคุณ​ทำงานในบริษัท​ญี่ปุ่น​แล้วได้รับมอบหมายให้ส่งดอกไม้ไปอวยพรให้บริษัท​ต่างชาติ​ ก็ให้ตัดความหมายของคนญี่ปุ่น​ออกไปให้คิดตามขนบธรรมเนียมประเพณี​ตามแบบประเทศของบริษัทที่เราจะส่งไปแทนค่ะ

     เช่น​ ชาวยุโรป​จะใช้ดอกลิลลี่​สำหรับงานศพดังนั้นถ้าได้รับดอกลิลลี่​สีขาวเขาเชื่อกันว่าจะเกิดลางไม่ดีค่ะ​แต่คนญี่ปุ่น​ไม่คิดแบบนี้

     ส่วนชาวฝรั่งเศส​จะใช้สีม่วงอ่อนสำหรับการไว้ทุกข์ค่ะ​ ดังนั้นถ้าจะส่งของขวัญ​หรือดอกไม้ก็ควรหลีกเลี่ยง​สีม่วงอ่อน

     ส่วนของประดับเพื่อความเป็นสิริมงคล​ที่ทำจากต้นสน​ 「縁起物~Engimono」ของทางญี่ปุ่น​ คนจีนเขาบอกว่ามันคือวัสดุ​ไว้ใช้ทำโลงศพค่ะ​ ดังนั้นจึงไม่เหมาะที่จะส่งไปอวยพรบริษัท​ของคนจีน

3.ห้ามส่งดอกไม้ที่มีความสะดุดตาไปที่งานจัดนิทรรศการ​และงานแสดงสินค้า​เด็ดขาด​

     การที่คุณคิดว่าถ้าส่งดอกไม้ไปอวยพรตามสถานที่นั้นๆจะทำให้เป็นการเติมความสดใสให้กับงาน​ ถ้าคิดตามหลักการทั่วไปก็ไม่ผิดอะไรค่ะ​ แต่คนญี่ปุ่น​บอกว่าสถานที่ที่เดียวที่ไม่ควรส่งไปก็คือ​ งานจัดนิทรรศการ​และงานแสดงสินค้า​ เพราะจากเจตนาดีจะกลายเป็นเจตนาร้ายทันที

     เพราะว่าการที่คุณส่งดอกไม้ไปเพื่อแสดงความยินดีตามงานจัดนิทรรศการ​นั้นจะทำให้เเย่งความโดดเด่นของผลงานต่างๆที่นำมาจัดแสดงค่ะ​ การทำแบบนี้ถือว่าเสียมารยาทมากๆ​ อีกอย่างในบางนิทรรศการ​จะมีการใช้สารเคมีทาไปที่ผลงาน(เช่น​ ของเก่า)​ เพื่อป้องกันแมลง​และเกสรดอกไม้​ ถ้าคุณนำดอกไม้เข้ามาปะปนในงานก็อาจจจะเป็นอันตรายต่อผลงานที่นำมาตั้งแสดงในงานค่ะ

     ดังนั้นถ้าจะส่งไปก็ติดต่อเจ้าของจัดงานก่อนเลยจะดีที่สุด​ เช่น​ ถามว่าดอกไม้ชนิดไหนที่เด่นน้อยกว่าผลงานของท่าน เป็นต้นค่ะ

4.ควรนับจำนวนดอกไม้ในช่อ

     คนญี่ปุ่น​บอกว่าไม่ใช่แค่ชนิดของดอกไม้เท่า​นั้นที่คุณควรระวัง แต่ยังมีจำนวนดอกไม้ในช่อด้วยค่ะที่คุณควรนับก่อนส่ง

     คนญี่ปุ่น​เชื่อว่า​ จำนวนดอกไม้​ 4, 9, 13 ดอกเป็นจำนวนที่ไม่ดี ถือว่าเป็นลางร้าย​ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงจำนวนดังกล่าวค่ะ

     ถ้าไม่แน่ใจก็ถามทางร้านดอกไม้เลยค่ะว่าควรใส่ไปในช่อกี่ดอกดี​ และพยายามถ่ายทอดไอเดียของคุณให้เจ้าของร้านฟังด้วยนะคะ​ ทางร้านจะได้จัดดอกไม้ได้ถูกใจคุณ​ค่ะ


5.พยายามอย่าส่งดอกไม้ช่อใหญ่​หรือ​เล็ก​เกินไป

     ขนาดของช่อดอกไม้ก็มีความสำคัญเช่นกันค่ะ​ ไม่ว่าจะส่งไปตามบ้านหรือตามบริษัท​ห้างร้านและงานต่างๆ​ เพราะคุณต้องคำนึงถึงด้วยว่าค่าส่งดอกไม้ที่ทางฝ่ายรับดอกไม้จะนำกลับบ้านนั้นมีมากน้อยแค่ไหน​ ถ้าคุณส่งช่อใหญ่ไปแน่นอนถือกลับไปไม่ไหวแน่ๆคงต้องจ้างไปรษณีย์​หรือบริษัท​ส่งของนำไปส่งที่บ้านอีกต่อหนึ่ง​ แต่ถ้าส่งช่อเล็กเกินไปมันดูเหมือนกับว่า​ น่าสลด น่าสงสาร​ ดังนั้นควรใส่ใจกับขนาดช่อดอกไม้ด้วยนะคะ

     เช่น​ ดอกไม้ราคาช่อละ​ 5,000 เยน​ แบบนี้ทางฝ่ายรับคงไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมาก แถมดูหรูหราอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น​ใส่ถุงกระดาษถือกลับบ้านได้อย่างสบายๆ​

6.ห้ามส่งดอกไม้ไป​วันเปิดงาน

  1. จริงๆแล้วคนญี่ปุ่น​นิยมส่งดอกไม้ที่เป็นช่อแบบตั้งโต๊ะ​ได้ไปอวยพรตามงานเปิดบริษัท​ห้างร้าน​กันมากค่ะแต่เวลาที่เหมาะในการส่งไปล่ะคือตอนไหน​ แน่นอนค่ะคนญี่ปุ่น​บอกว่า​ วันที่เปิดงานจริงวันแรกห้าม​ส่งดอกไม้​ไปเด็ดขาดเพราะว่าปกติแล้ว​ ณ​ วันเปิดตัวบริษัท​วันแรกจะเป็นวันที่ยุ่งมากๆ​ คุณจึงควรส่งของขวัญ​หรือดอกไม้มาก่อนวันเปิดงานค่ะ​ ถ้าดอกไม้ถูกส่งมา​ ณ​ วันเปิดงานจะเป็นการสร้างความยุ่งยากให้กับเจ้าของงาน​ เนื่องจากสถานที่ต่างๆได้ถูกกำหนดและจัดวางไปแล้ว ดังนั้นจึงอาจจะไม่มีพื้นที่ว่างสำ​หรับตั้งช่อดอกไม้ของคุณ​ ยิ่งทำให้บรรยากาศ​วุ่นวาย​กันไปใหญ่ค่ะ


อีกอย่าง​ถ้าส่งมาทางไปรษณีย์​แน่นอนจะต้องถูกส่งมาในกล่องลังขนาดใหญ่ผู้รับก็ต้องจ่ายค่ากำจัดขยะอีกค่ะ​ ถ้ามันสุดวิสัย​จริงๆที่จะต้องส่งไป​ ณ​ วันเปิดงานจริง​ควรแนบซองสำหรับค่ากำจัดขยะไว้ที่ช่อดอกไม้ด้วยนะคะ

7.ห้ามส่งดอกไม้ให้ผู้รับที่ลาออกจากงานช่วงบ่ายเด็ดขาด

     การส่งดอกไม้ไปให้ผู้รับ​ที่ลาออกจากงานนั้น คนญี่ปุ่น​บอกว่าขอให้ส่งไปตามเวลาสิ้นสุด​การทำงานที่ทางบริษัทผู้รับทำงานอยู่​ อย่า​ชักช้าเด็ดขาดเพราะอาจจะทำให้ขายหน้าได้

      ตามปกติแล้วคนญี่ปุ่น​ถ้ายื่นใบลาออก​และได้รับอนุมัติ​ให้ลาออกแล้ว วันรุ่งขึ้น​เขาจะอยู่ใบบริษัท​แค่ช่วงเช้าค่ะและรีบกลับบ้านเลย ดังนั้นถ้าคุณส่งดอกไม้มาให้ช่วงบ่ายก็จะทำให้พลาดการส่งกับผู้รับ​ แบบนี้ก็อับอายขายหน้าค่ะ​ ดังนั้นก่อนส่งไปขอให้ตรวจสอบ​เวลาออกจากบริษัท​ของผู้รับให้แน่นอนดีกว่านะคะ

8.อย่าส่งและวางดอกไม้อวยพรวันเกิดไว้ที่หน้าประตูบ้านเด็ดขาด​

     คนญี่เขามีมารยาท​ในการส่งดอกไม้ไปอวยพรวันเกิดด้วยนะคะ​ เขา​บอกว่า​ การวางตู้ปลา​ ไอศกรีม​และช่อดอกไม้ที่มีน้ำปะปนอยู่ไว้ที่หน้าประตู​บ้านถือว่าเสียมารยาท​มากๆค่ะ​ เพราะจากที่จะอวยพรวันเกิดอาจทำให้ความหมายเปลี่ยนไปทันที​ ใครมาเที่ยวเล่นที่บ้านเห็นแบบนี้งานกร่อยกันพอดี

     ​ลองจินตนาการ​ดูนะคะ​ สมมติ​มีอุบัติเหตุ​รถชนคนตายข้างถนน หลังจากนั้นญาติคนตายและคนที่อยู่อาศัย​บริเวณ​นั้นนำช่อดอกไม้มาวางบนพื้นถนนไว้อาลัยคนตาย​ อารมณ์​เดียวกันเลยค่ะ คนญี่ปุ่น​เขาไม่ชอบ วิธีที่ดีที่สุด​คือวางไว้ที่ห้องรับแขกค่ะ

     สุดท้ายนี้การส่งดอกไม้อวยพรตามธรรมเนียม​และมารยาทของคนญี่ปุ่น​นั้นไม่ใช่เป็นแค่การส่งความรู้สึกผ่านช่อดอกไม้ไปให้ผู้รับ​เท่านั้น​ ในทางกลับกันถ้าคุณทำให้ผู้รับต้องมานั่งรับผิดชอบดอกไม้ช่อนั้นๆคงจะน่าเสียดายน่าดูนะคะ​ ขอให้คนไทยทุกคนรักษามารยาท​ให้การส่งดอกไม้ไปให้คนญี่ปุ่น​ให้ถูกกาลเทศะ​ด้วยนะคะ​ เพื่อที่ผู้รับที่เป็นคนญี่ปุ่น​จะได้ปลาบปลื้ม​กับดอกไม้จากใจคุณยังไงล่ะ​ บายค่ะ

แปล​และ​เรียบเรียง​ใหม่​โดย​ ฟ้า​จัง​กะ​เทยไทย​ใน​ญี่ปุ่น​

 Facebook Fanpage https://www.facebook.com/FahChan.Page

Youtube https://www.youtube.com/c/FahChanChannel

อ่านบล็อกผลงานที่ผ่านมาของฟ้าจังย้อนหลัง http://www.ilovejapan.co.th/authore-1/blogger/fahchan

จุ๊บุจุ๊บุ-โยดช่า​
じゅぶじゅぶ~よっしゃ

     สวัสดีค่ะ​ วันนี้ฟ้าจังอยากจะมาพูดเรื่อง​มารยาทในการส่งดอกไม้ของชาวญี่ปุ่น​ค่ะ​ การส่งดอกไม้เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสต่างๆนั้น ในประเทศ​ญี่ปุ่น​มีมาก​มายเหลือเกินค่ะ​ เช่น​ ส่งไปงานแต่งงาน​ งานฉลองวันเกิด​ งานฉลองเปิดกิจการ​หรือเปิดบริษัท​/ธุรกิจ​ต่างๆหรือแม้แต่ส่งไปเป็นการส่วนตัวก็ตาม ทว่าคุณจะเลือกดอกไม้ชนิดไหนในการ​ส่งไปถึงผู้รับก็เป็นรื่องที่ต้องคิดก่อนค่ะ

     หลายๆคนไม่มีความรู้เกี่ยวกับการเลือกดอกไม้ให้ถูกกับกาลเทศะ​เลยต้องไปที่ร้านดอกไม้เพื่อให้เจ้าของร้านช่วยเลือกให้​ ถ้าทำแบบนี้ ฟ้าจังไม่แนะนำค่ะ​ เพราะเจ้าของร้านไม่สามารถที่จะเข้าใจความรู้สึกและความผูกพันของผู้รับดอกไม้ได้ดีไปกว่าตัวของคุณเองซึ่งเป็นฝ่ายส่งดอกไม้ไปให้

      อีกอย่างถ้าตัวคุณ​เองไม่เริ่มที่จะเรียนรู้การเลือกดอกไม้แล้วล่ะก็​ อาจจะส่งดอกไม้ที่ไม่เหมาะสมและไม่ถูกกาลเทศะ​ได้ค่ะ​ และไม่ใช่แค่วิธีการเลือกดอกไม้อย่างเดียวนะคะ ช่วงเวลาในการส่งก็สำคัญอีกด้วย​ ซึ่งคนญี่ปุ่น​ค่อนข้างจะเข้มงวด​ในเรื่องนี้มากๆค่ะ​ 

      วันนี้เราไปเรียนรู้​กับบล็อก “แนะนํา​ข้อควรระวัง​ต่างๆในการส่งดอก​ให้คนญี่ปุ่น​” กันเลยดีกว่าค่ะ​


1.ควรค้นหาความหมายของดอกไม้ชนิดนั้นๆก่อน

     ตอนที่ส่งดอกไม้ไปให้คนญี่ปุ่น​ก่อนอื่น​เลยคุณ​ต้องค้นหาความหมายของดอกไม้ชนิดนั้นๆ​และต้องเป็นความหมายที่คนญี่ปุ่นเขาเชื่อกันด้วย ขอให้คุณตัดความหมายของคนไทยออกไปนะคะเพราะทั้งสองประเทศ​คิดไม่เหมือนกัน​ ถ้าคุณไม่ค้นหาความหมายของดอกไม้นั้นๆก่อนแล้วส่งดอกไม้เพียงแค่คุณชอบ​ ก็อาจจะกลายเป็นว่าคุณ​กำลังส่งสิ่งที่ไม่ดีไปให้เขาก็ได้ค่ะ

     เช่น​ ดอก アジサイ「Ajisai」หรือดอกไฮเดรนเยีย​ คนญี่ปุ่น​เขาหมายถึง​ “การเปลี่ยนใจ” (心変わり-Kokorogawari) ค่ะ​ ดังนั้นถ้าคุณส่งไปที่งานแต่งงานคงไม่เหมาะแน่ๆ​ 

      อีกอย่างไม่ใช่แค่ชนิดของดอกไม้​อย่างเดียวที่คุณต้องใส่ใจสีของดอกไม้ก็มีความสำคัญเช่นกันค่ะควรระวังในการเลือกสีให้มากๆค่ะ

     เช่น​ กุหลาบสีเหลือง​ ในความหมาย​ของคนญี่ปุ่น​คือ​ ความอิจฉา​ 嫉妬「Shitto」ถ้าคุณส่งกุหลาบสีเหลือง​ไปในงานอวยพรต่างๆจะทำให้ผู้รับผู้สึกสะพรึงกลัวไปเลยทีเดียว​ 

2.ถ้าคนญี่ปุ่น​เป็นฝ่ายส่งดอกไม้ไปให้ชาวต่างชาติห้ามคิดแบบคนญี่ปุ่น

     อย่างที่ฟ้าจังเกริ่นนำไว้ตอนต้นค่ะ​ ห้ามคนไทยคิดในความหมายของคนไทย​ แต่ถ้าคุณ​ทำงานในบริษัท​ญี่ปุ่น​แล้วได้รับมอบหมายให้ส่งดอกไม้ไปอวยพรให้บริษัท​ต่างชาติ​ ก็ให้ตัดความหมายของคนญี่ปุ่น​ออกไปให้คิดตามขนบธรรมเนียมประเพณี​ตามแบบประเทศของบริษัทที่เราจะส่งไปแทนค่ะ

     เช่น​ ชาวยุโรป​จะใช้ดอกลิลลี่​สำหรับงานศพดังนั้นถ้าได้รับดอกลิลลี่​สีขาวเขาเชื่อกันว่าจะเกิดลางไม่ดีค่ะ​แต่คนญี่ปุ่น​ไม่คิดแบบนี้

     ส่วนชาวฝรั่งเศส​จะใช้สีม่วงอ่อนสำหรับการไว้ทุกข์ค่ะ​ ดังนั้นถ้าจะส่งของขวัญ​หรือดอกไม้ก็ควรหลีกเลี่ยง​สีม่วงอ่อน

     ส่วนของประดับเพื่อความเป็นสิริมงคล​ที่ทำจากต้นสน​ 「縁起物~Engimono」ของทางญี่ปุ่น​ คนจีนเขาบอกว่ามันคือวัสดุ​ไว้ใช้ทำโลงศพค่ะ​ ดังนั้นจึงไม่เหมาะที่จะส่งไปอวยพรบริษัท​ของคนจีน

3.ห้ามส่งดอกไม้ที่มีความสะดุดตาไปที่งานจัดนิทรรศการ​และงานแสดงสินค้า​เด็ดขาด​

     การที่คุณคิดว่าถ้าส่งดอกไม้ไปอวยพรตามสถานที่นั้นๆจะทำให้เป็นการเติมความสดใสให้กับงาน​ ถ้าคิดตามหลักการทั่วไปก็ไม่ผิดอะไรค่ะ​ แต่คนญี่ปุ่น​บอกว่าสถานที่ที่เดียวที่ไม่ควรส่งไปก็คือ​ งานจัดนิทรรศการ​และงานแสดงสินค้า​ เพราะจากเจตนาดีจะกลายเป็นเจตนาร้ายทันที

     เพราะว่าการที่คุณส่งดอกไม้ไปเพื่อแสดงความยินดีตามงานจัดนิทรรศการ​นั้นจะทำให้เเย่งความโดดเด่นของผลงานต่างๆที่นำมาจัดแสดงค่ะ​ การทำแบบนี้ถือว่าเสียมารยาทมากๆ​ อีกอย่างในบางนิทรรศการ​จะมีการใช้สารเคมีทาไปที่ผลงาน(เช่น​ ของเก่า)​ เพื่อป้องกันแมลง​และเกสรดอกไม้​ ถ้าคุณนำดอกไม้เข้ามาปะปนในงานก็อาจจจะเป็นอันตรายต่อผลงานที่นำมาตั้งแสดงในงานค่ะ

     ดังนั้นถ้าจะส่งไปก็ติดต่อเจ้าของจัดงานก่อนเลยจะดีที่สุด​ เช่น​ ถามว่าดอกไม้ชนิดไหนที่เด่นน้อยกว่าผลงานของท่าน เป็นต้นค่ะ

4.ควรนับจำนวนดอกไม้ในช่อ

     คนญี่ปุ่น​บอกว่าไม่ใช่แค่ชนิดของดอกไม้เท่า​นั้นที่คุณควรระวัง แต่ยังมีจำนวนดอกไม้ในช่อด้วยค่ะที่คุณควรนับก่อนส่ง

     คนญี่ปุ่น​เชื่อว่า​ จำนวนดอกไม้​ 4, 9, 13 ดอกเป็นจำนวนที่ไม่ดี ถือว่าเป็นลางร้าย​ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงจำนวนดังกล่าวค่ะ

     ถ้าไม่แน่ใจก็ถามทางร้านดอกไม้เลยค่ะว่าควรใส่ไปในช่อกี่ดอกดี​ และพยายามถ่ายทอดไอเดียของคุณให้เจ้าของร้านฟังด้วยนะคะ​ ทางร้านจะได้จัดดอกไม้ได้ถูกใจคุณ​ค่ะ


5.พยายามอย่าส่งดอกไม้ช่อใหญ่​หรือ​เล็ก​เกินไป

     ขนาดของช่อดอกไม้ก็มีความสำคัญเช่นกันค่ะ​ ไม่ว่าจะส่งไปตามบ้านหรือตามบริษัท​ห้างร้านและงานต่างๆ​ เพราะคุณต้องคำนึงถึงด้วยว่าค่าส่งดอกไม้ที่ทางฝ่ายรับดอกไม้จะนำกลับบ้านนั้นมีมากน้อยแค่ไหน​ ถ้าคุณส่งช่อใหญ่ไปแน่นอนถือกลับไปไม่ไหวแน่ๆคงต้องจ้างไปรษณีย์​หรือบริษัท​ส่งของนำไปส่งที่บ้านอีกต่อหนึ่ง​ แต่ถ้าส่งช่อเล็กเกินไปมันดูเหมือนกับว่า​ น่าสลด น่าสงสาร​ ดังนั้นควรใส่ใจกับขนาดช่อดอกไม้ด้วยนะคะ

     เช่น​ ดอกไม้ราคาช่อละ​ 5,000 เยน​ แบบนี้ทางฝ่ายรับคงไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมาก แถมดูหรูหราอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น​ใส่ถุงกระดาษถือกลับบ้านได้อย่างสบายๆ​

6.ห้ามส่งดอกไม้ไป​วันเปิดงาน

  1. จริงๆแล้วคนญี่ปุ่น​นิยมส่งดอกไม้ที่เป็นช่อแบบตั้งโต๊ะ​ได้ไปอวยพรตามงานเปิดบริษัท​ห้างร้าน​กันมากค่ะแต่เวลาที่เหมาะในการส่งไปล่ะคือตอนไหน​ แน่นอนค่ะคนญี่ปุ่น​บอกว่า​ วันที่เปิดงานจริงวันแรกห้าม​ส่งดอกไม้​ไปเด็ดขาดเพราะว่าปกติแล้ว​ ณ​ วันเปิดตัวบริษัท​วันแรกจะเป็นวันที่ยุ่งมากๆ​ คุณจึงควรส่งของขวัญ​หรือดอกไม้มาก่อนวันเปิดงานค่ะ​ ถ้าดอกไม้ถูกส่งมา​ ณ​ วันเปิดงานจะเป็นการสร้างความยุ่งยากให้กับเจ้าของงาน​ เนื่องจากสถานที่ต่างๆได้ถูกกำหนดและจัดวางไปแล้ว ดังนั้นจึงอาจจะไม่มีพื้นที่ว่างสำ​หรับตั้งช่อดอกไม้ของคุณ​ ยิ่งทำให้บรรยากาศ​วุ่นวาย​กันไปใหญ่ค่ะ


อีกอย่าง​ถ้าส่งมาทางไปรษณีย์​แน่นอนจะต้องถูกส่งมาในกล่องลังขนาดใหญ่ผู้รับก็ต้องจ่ายค่ากำจัดขยะอีกค่ะ​ ถ้ามันสุดวิสัย​จริงๆที่จะต้องส่งไป​ ณ​ วันเปิดงานจริง​ควรแนบซองสำหรับค่ากำจัดขยะไว้ที่ช่อดอกไม้ด้วยนะคะ

7.ห้ามส่งดอกไม้ให้ผู้รับที่ลาออกจากงานช่วงบ่ายเด็ดขาด

     การส่งดอกไม้ไปให้ผู้รับ​ที่ลาออกจากงานนั้น คนญี่ปุ่น​บอกว่าขอให้ส่งไปตามเวลาสิ้นสุด​การทำงานที่ทางบริษัทผู้รับทำงานอยู่​ อย่า​ชักช้าเด็ดขาดเพราะอาจจะทำให้ขายหน้าได้

      ตามปกติแล้วคนญี่ปุ่น​ถ้ายื่นใบลาออก​และได้รับอนุมัติ​ให้ลาออกแล้ว วันรุ่งขึ้น​เขาจะอยู่ใบบริษัท​แค่ช่วงเช้าค่ะและรีบกลับบ้านเลย ดังนั้นถ้าคุณส่งดอกไม้มาให้ช่วงบ่ายก็จะทำให้พลาดการส่งกับผู้รับ​ แบบนี้ก็อับอายขายหน้าค่ะ​ ดังนั้นก่อนส่งไปขอให้ตรวจสอบ​เวลาออกจากบริษัท​ของผู้รับให้แน่นอนดีกว่านะคะ

8.อย่าส่งและวางดอกไม้อวยพรวันเกิดไว้ที่หน้าประตูบ้านเด็ดขาด​

     คนญี่เขามีมารยาท​ในการส่งดอกไม้ไปอวยพรวันเกิดด้วยนะคะ​ เขา​บอกว่า​ การวางตู้ปลา​ ไอศกรีม​และช่อดอกไม้ที่มีน้ำปะปนอยู่ไว้ที่หน้าประตู​บ้านถือว่าเสียมารยาท​มากๆค่ะ​ เพราะจากที่จะอวยพรวันเกิดอาจทำให้ความหมายเปลี่ยนไปทันที​ ใครมาเที่ยวเล่นที่บ้านเห็นแบบนี้งานกร่อยกันพอดี

     ​ลองจินตนาการ​ดูนะคะ​ สมมติ​มีอุบัติเหตุ​รถชนคนตายข้างถนน หลังจากนั้นญาติคนตายและคนที่อยู่อาศัย​บริเวณ​นั้นนำช่อดอกไม้มาวางบนพื้นถนนไว้อาลัยคนตาย​ อารมณ์​เดียวกันเลยค่ะ คนญี่ปุ่น​เขาไม่ชอบ วิธีที่ดีที่สุด​คือวางไว้ที่ห้องรับแขกค่ะ

     สุดท้ายนี้การส่งดอกไม้อวยพรตามธรรมเนียม​และมารยาทของคนญี่ปุ่น​นั้นไม่ใช่เป็นแค่การส่งความรู้สึกผ่านช่อดอกไม้ไปให้ผู้รับ​เท่านั้น​ ในทางกลับกันถ้าคุณทำให้ผู้รับต้องมานั่งรับผิดชอบดอกไม้ช่อนั้นๆคงจะน่าเสียดายน่าดูนะคะ​ ขอให้คนไทยทุกคนรักษามารยาท​ให้การส่งดอกไม้ไปให้คนญี่ปุ่น​ให้ถูกกาลเทศะ​ด้วยนะคะ​ เพื่อที่ผู้รับที่เป็นคนญี่ปุ่น​จะได้ปลาบปลื้ม​กับดอกไม้จากใจคุณยังไงล่ะ​ บายค่ะ

แปล​และ​เรียบเรียง​ใหม่​โดย​ ฟ้า​จัง​กะ​เทยไทย​ใน​ญี่ปุ่น​

 Facebook Fanpage https://www.facebook.com/FahChan.Page

Youtube https://www.youtube.com/c/FahChanChannel

อ่านบล็อกผลงานที่ผ่านมาของฟ้าจังย้อนหลัง http://www.ilovejapan.co.th/authore-1/blogger/fahchan