e เรื่องทั่วไป

Fresh news from Japan!

We are excited to deliver you the the freshest news from Japan!

ทำไม “ชื่อเรื่อง” ละครญี่ปุ่น ถึงย้าวยาววววววว

By , วันอังคาร, 01 สิงหาคม 2560

หลายคนที่ติดตามละครญี่ปุ่นมานาน อาจจะรู้สึกได้ว่าช่วง 1-2 ปีมานี้ ชื่อละครและชื่อภาพยนตร์ญี่ปุ่น ยาวมากกกก (ก.ไก่ล้านตัว) ยาวจนจำไม่ได้แล้วจริงๆ สำหรับเราติดตามละครญี่ปุ่นมาเป็นสิบปีแล้ว เมื่อก่อนจำชื่อเรื่องทุกเรื่องที่ดูได้หมดเลย แต่ตอนนี้เวลาจะคุยกับใคร พูดแต่ชื่อพระเอก นางเอก แทน (ฮา) เช่น เรื่องโซตะนานะ (หมายถึงเรื่อง Tomorrow i will date with yesterday's you) จากความสงสัยที่จะตั้งชื่อทำไมย้าวยาว เราเลยไปค้นหาข้อมูลมา และเจอเรื่องที่น่าสนใจจะมาเล่าให้ฟังค่ะ


จริงๆ แล้วเมื่อก่อนก็มีชื่อเรื่องที่ยาวนะ แต่ไม่ได้ยาวเป็นประโยคที่มีใจความสมบูรณ์ขนาดสมัยนี้ อย่างเช่นเรื่องดังมากๆ เมื่อ 10 ปีก่อนอย่าง HanaKimi มีชื่อเต็มว่า Hana zakari no kimi tachi he (11 พยางค์) หรือ F4 มีชื่อเต็มว่า Hana yori Dango (6 พยางค์) เป็นสำนวนญี่ปุ่น ทำให้จำง่าย ส่วนสมัยนี้ เช่น Dame na Watashi ni Koishite Kudasai (15 พยางค์) (กรุณารักคนอย่างฉันที่ไม่ได้เรื่องทีเถอะ) มาเป็นประโยคขอร้องกันเลยทีเดียว หรือ Boku,unmei no hito desu (10 พยางค์) (ผมคือเนื้อคู่ของคุณครับ) มาเป็นประโยคที่มีประธาน กิริยา กรรม ครบเลย

ละครในอดีต Hana zakari no kimi tachi he (11 พยางค์) และ Hana yori Dango (6 พยางค์)


ดังนั้นเราลองมาวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ทำให้ชื่อเรื่องยาวกันดีกว่า


1.กลัวชื่อซ้ำกับชื่อเรื่องในอดีต 


ตามประวัติศาสตร์ของละครญี่ปุ่นนั้น มีมาอย่างยาวนานมาก ดังนั้นชื่อเรื่องใหม่ๆ ก็อาจจะไปซ้ำกับชื่อเรื่องเก่าก็ได้ (ถึงแม้สุดท้าย ชื่อก็มีซ้ำบ้างอยู่ดีนั่นแหละ) หลังๆ มานี้จึงมีแนวโน้มที่ชื่อเรื่องจะยาวต่อไปอีก


2.ละครและภาพยนตร์ในช่วงนี้มักสร้างจากนิยาย ต่างกับเมื่อก่อนที่มักสร้างจากการ์ตูน 


หากใครที่เป็นแฟนซีรีส์ญี่ปุ่นมานาน ขอย้อนไปสัก 10 ปี มีละครยอดฮิต อย่าง Liar Game, Bloody Monday, Death Note เรื่องเหล่านี้เป็นการ์ตูนมาก่อน พอมาสร้างเป็นละคร ก็ใช้ชื่อเรื่องเดียวกัน คนก็จำง่าย แถมเป็นภาษาอังกฤษอีกด้วย คนต่างชาติอย่างเราๆ ก็จำได้ง่ายเช่นกัน

ละครยอดฮิตในอดีตที่ชื่อเรื่องเป็นภาษาอังกฤษ

ส่วนปัจจุบันนี้ แม้ว่าจะการสร้างจากการ์ตูนเหมือนเดิม แต่นิยายใหม่ๆ ที่มีเนื้อหาน่าสนใจได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะแนวรักโรแมนติก เช่น Boku wa Asu, Kinou no Kimi to Deto Suru , Kimi no Suizou wo Tabetai ,Bokura no gohan wa ashita de matteru เป็นต้น

ภาพยนตร์ที่สร้างจากนิยายในปัจจุบัน


3. "ชื่อเรื่อง" ก็คือ "เรื่องย่อ" 


คนสมัยนี้ไม่มีเวลามากพอที่อ่านชื่อเรื่องสั้นๆ ที่ตั้งให้งง แล้วไปอ่านเรื่องย่อที่ยาวๆ ต่อ ดังนั้นการตั้งชื่อเรื่องให้จบภายใน 1 ประโยค จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่ให้คนที่รีบเร่งมองชื่อเรื่องปร้าดเดียวรู้เลย ว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับอะไร เช่น Oniichan ai sugite komattemasu (15 พยางค์) แปลว่า "พี่ชายรักหนูมากเกินไป หนูก็ลำบากสิคะ" คนที่ไม่รู้จักเรื่องนี้มาก่อน พออ่านชื่อเรื่องแล้วก็ อ๋อ! เรื่องเกี่ยวกับพี่ชายรักน้องสาวมากเกินไป ทำให้เกิดเรื่องลำบากสินะ (เอ้า! ขนาดลองเขียนเอง ยังกลายเป็นเหมือนชื่อเรื่องที่แปลซะงั้น ฮา)

พี่ชายรักหนูมากเกินไป หนูก็ลำบากสิคะ


4.อยากให้คนตั้ง "ชื่อเล่น" ให้


สำหรับคนญี่ปุ่นนั้น การที่มีชื่อเล่น ก็เหมือนกับการเรียกเพื่อนสนิท ดังนั้นยิ่งละครฮิตเท่าไร คนก็อยากจะพูดถึง แต่จะให้มาพิมพ์ชื่อเรื่องอย่างต่ำ 15 พยางค์ลงทวิตเตอร์นั้น ก็จะเม้าท์กับเพื่อนๆ ไม่ทันพอดี ผู้ชมก็จะมีการตั้งชื่อเล่นให้ละครเรื่องนั้นๆ โดยส่วนใหญ่จะเป็น 4 พยางค์ เพราะเป็นเสียงคำอ่านอักษรญี่ปุ่นที่กำลังดี หรือแม้แต่บางทีก็ถึงขนาดให้นักเขียนนิยายคนนั้นๆ คิดชื่อเล่นให้เลย เพื่อให้คนพูดกันติดปาก เรียกได้ว่าเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดเลยค่ะ


เอาหละ เรามาดูตัวอย่างชื่อเรื่องย้าวยาววววววววว พร้อมชื่อเล่น กันดีกว่าค่ะ


Itsuka Kono Koi o Omoidashite Kitto Naite Shimau (23 พยางค์)

​เมื่อไรที่คิดถึงความรักนี้ก็จะร้องไห้ออกมาแน่นอน

​ชื่อเล่น Itsu Koi (เมื่อไรรัก) 4 พยางค์



Dame na Watashi ni Koishite Kudasai (15 พยางค์)

กรุณารักคนอย่างฉันที่ไม่ได้เรื่องทีเถอะ

​ชื่อเล่น Dame Koi (รักไม่ได้เรื่อง) 4 พยางค์



Nigeru wa Haji da ga Yaku ni Tatsu (13 พยางค์)

การหนีมันน่าอาย แต่ก็มีประโยชน์

ชื่อเล่น Nige Haji (การหนีมันน่าอาย) 4 พยางค์



Boku wa Asu, Kinou no Kimi to Deto Suru (18 พยางค์)

พรุ่งนี้ผมจะเดตกับเธอคนเมื่อวาน

ชื่อเล่น Boku Asu (พรุ่งนี้ผม) 4 พยางค์


และวันนี้ขอปิดท้ายบล็อกด้วย ชื่อเรื่องที่คิดว่ายาวที่สุดแล้วค่ะ เป็นเรื่องที่ หลายคนอาจจะรู้จักกันในชื่อ Biri Girl แต่ใครจะรู้ว่าจริงๆ แล้วนี่เป็นชื่อเล่น! 

学年ビリのギャルが1年で偏差値を

40上げて慶應大学に現役合格した話


Gakunen Biri no Gyaru ga ichinen de hensachi wo 

yonjuu agete Keiodaigaku ni genekugoukakushitahanashi 

(51 พยางค์)


เรื่องราวของสาวมัธยมปลายสุดห่วยที่สอบผ่านเข้ามหาวิทยาลัยเคโอได้

ภายใน 1 ปี โดยได้ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานมากกว่า 40 คะแนน



บรรทัดบนนี้ไม่ใช่เรื่องย่อนะ แต่เป็นคำแปล สงสัยมากๆ ว่า ชื่อเรื่องจำเป็นต้องบอกละเอียดถึงค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานมั้ย (ฮา) 


ลองคิดเล่นๆ นะว่า ถ้าไม่มีชื่อเล่นแล้ว เพื่อนเกิดชวนไปดูหนังคงจะต้องพูดว่า "เธอๆ วันนี้เราไปดูหนังเรื่อง เรื่องราวของสาวมัธยมปลายสุดห่วยที่สอบผ่านเข้ามหาวิทยาลัยเคโอได้ภายใน 1 ปี โดยได้ค่าเบื่ยงเบนมาตรฐานมากกว่า 40 คะแนน กันมั้ย" กว่าเพื่อนจะฟังจบ คงบอก "ไม่ไปละ" ซะก่อน สรุป...มี "ชื่อเล่น" แหละดีแล้ว! 


หากใครอยากพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพิ่มเติม สามารถคุยกันได้ในเพจ I love Japan และเพจ Daisuki JDrama ค่ะ แล้วพบกันใหม่บล็อกหน้าค่า


source : 

https://allabout.co.jp/gm/gc/462053/all/

http://www.oricon.co.jp/special/49564/


Blog อื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ซีรีส์ญี่ปุ่นที่ตัวรองเด่นเกินหน้าเกินตาตัวเอก

สร้างฝันให้สำเร็จ! Let's go Jets! ส่งพลังเชียร์จากจอสู่ชีวิตจริง

KISEKI ~Anohi no sobito ปาฏิหาริย์ของนักร้องที่ไม่อาจเปิดเผยหน้าตา

9 ดาราญี่ปุ่น หน้าคล้ายกันจนนึกว่าฝาแฝด

นานะ โคมัทสึ คู่กับพระเอกญี่ปุ่นคนไหนแล้วปังสุด!

8 นักแสดงไอดอลชายที่แต่งหญิงได้เริ่ด! จนผู้หญิงแท้ต้องขอยอม

มาดูกันว่าตัวละครใน Your Name จะเหมือนคนพากย์เสียงขนาดไหน

หลายคนที่ติดตามละครญี่ปุ่นมานาน อาจจะรู้สึกได้ว่าช่วง 1-2 ปีมานี้ ชื่อละครและชื่อภาพยนตร์ญี่ปุ่น ยาวมากกกก (ก.ไก่ล้านตัว) ยาวจนจำไม่ได้แล้วจริงๆ สำหรับเราติดตามละครญี่ปุ่นมาเป็นสิบปีแล้ว เมื่อก่อนจำชื่อเรื่องทุกเรื่องที่ดูได้หมดเลย แต่ตอนนี้เวลาจะคุยกับใคร พูดแต่ชื่อพระเอก นางเอก แทน (ฮา) เช่น เรื่องโซตะนานะ (หมายถึงเรื่อง Tomorrow i will date with yesterday's you) จากความสงสัยที่จะตั้งชื่อทำไมย้าวยาว เราเลยไปค้นหาข้อมูลมา และเจอเรื่องที่น่าสนใจจะมาเล่าให้ฟังค่ะ


จริงๆ แล้วเมื่อก่อนก็มีชื่อเรื่องที่ยาวนะ แต่ไม่ได้ยาวเป็นประโยคที่มีใจความสมบูรณ์ขนาดสมัยนี้ อย่างเช่นเรื่องดังมากๆ เมื่อ 10 ปีก่อนอย่าง HanaKimi มีชื่อเต็มว่า Hana zakari no kimi tachi he (11 พยางค์) หรือ F4 มีชื่อเต็มว่า Hana yori Dango (6 พยางค์) เป็นสำนวนญี่ปุ่น ทำให้จำง่าย ส่วนสมัยนี้ เช่น Dame na Watashi ni Koishite Kudasai (15 พยางค์) (กรุณารักคนอย่างฉันที่ไม่ได้เรื่องทีเถอะ) มาเป็นประโยคขอร้องกันเลยทีเดียว หรือ Boku,unmei no hito desu (10 พยางค์) (ผมคือเนื้อคู่ของคุณครับ) มาเป็นประโยคที่มีประธาน กิริยา กรรม ครบเลย

ละครในอดีต Hana zakari no kimi tachi he (11 พยางค์) และ Hana yori Dango (6 พยางค์)


ดังนั้นเราลองมาวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ทำให้ชื่อเรื่องยาวกันดีกว่า


1.กลัวชื่อซ้ำกับชื่อเรื่องในอดีต 


ตามประวัติศาสตร์ของละครญี่ปุ่นนั้น มีมาอย่างยาวนานมาก ดังนั้นชื่อเรื่องใหม่ๆ ก็อาจจะไปซ้ำกับชื่อเรื่องเก่าก็ได้ (ถึงแม้สุดท้าย ชื่อก็มีซ้ำบ้างอยู่ดีนั่นแหละ) หลังๆ มานี้จึงมีแนวโน้มที่ชื่อเรื่องจะยาวต่อไปอีก


2.ละครและภาพยนตร์ในช่วงนี้มักสร้างจากนิยาย ต่างกับเมื่อก่อนที่มักสร้างจากการ์ตูน 


หากใครที่เป็นแฟนซีรีส์ญี่ปุ่นมานาน ขอย้อนไปสัก 10 ปี มีละครยอดฮิต อย่าง Liar Game, Bloody Monday, Death Note เรื่องเหล่านี้เป็นการ์ตูนมาก่อน พอมาสร้างเป็นละคร ก็ใช้ชื่อเรื่องเดียวกัน คนก็จำง่าย แถมเป็นภาษาอังกฤษอีกด้วย คนต่างชาติอย่างเราๆ ก็จำได้ง่ายเช่นกัน

ละครยอดฮิตในอดีตที่ชื่อเรื่องเป็นภาษาอังกฤษ

ส่วนปัจจุบันนี้ แม้ว่าจะการสร้างจากการ์ตูนเหมือนเดิม แต่นิยายใหม่ๆ ที่มีเนื้อหาน่าสนใจได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะแนวรักโรแมนติก เช่น Boku wa Asu, Kinou no Kimi to Deto Suru , Kimi no Suizou wo Tabetai ,Bokura no gohan wa ashita de matteru เป็นต้น

ภาพยนตร์ที่สร้างจากนิยายในปัจจุบัน


3. "ชื่อเรื่อง" ก็คือ "เรื่องย่อ" 


คนสมัยนี้ไม่มีเวลามากพอที่อ่านชื่อเรื่องสั้นๆ ที่ตั้งให้งง แล้วไปอ่านเรื่องย่อที่ยาวๆ ต่อ ดังนั้นการตั้งชื่อเรื่องให้จบภายใน 1 ประโยค จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่ให้คนที่รีบเร่งมองชื่อเรื่องปร้าดเดียวรู้เลย ว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับอะไร เช่น Oniichan ai sugite komattemasu (15 พยางค์) แปลว่า "พี่ชายรักหนูมากเกินไป หนูก็ลำบากสิคะ" คนที่ไม่รู้จักเรื่องนี้มาก่อน พออ่านชื่อเรื่องแล้วก็ อ๋อ! เรื่องเกี่ยวกับพี่ชายรักน้องสาวมากเกินไป ทำให้เกิดเรื่องลำบากสินะ (เอ้า! ขนาดลองเขียนเอง ยังกลายเป็นเหมือนชื่อเรื่องที่แปลซะงั้น ฮา)

พี่ชายรักหนูมากเกินไป หนูก็ลำบากสิคะ


4.อยากให้คนตั้ง "ชื่อเล่น" ให้


สำหรับคนญี่ปุ่นนั้น การที่มีชื่อเล่น ก็เหมือนกับการเรียกเพื่อนสนิท ดังนั้นยิ่งละครฮิตเท่าไร คนก็อยากจะพูดถึง แต่จะให้มาพิมพ์ชื่อเรื่องอย่างต่ำ 15 พยางค์ลงทวิตเตอร์นั้น ก็จะเม้าท์กับเพื่อนๆ ไม่ทันพอดี ผู้ชมก็จะมีการตั้งชื่อเล่นให้ละครเรื่องนั้นๆ โดยส่วนใหญ่จะเป็น 4 พยางค์ เพราะเป็นเสียงคำอ่านอักษรญี่ปุ่นที่กำลังดี หรือแม้แต่บางทีก็ถึงขนาดให้นักเขียนนิยายคนนั้นๆ คิดชื่อเล่นให้เลย เพื่อให้คนพูดกันติดปาก เรียกได้ว่าเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดเลยค่ะ


เอาหละ เรามาดูตัวอย่างชื่อเรื่องย้าวยาววววววววว พร้อมชื่อเล่น กันดีกว่าค่ะ


Itsuka Kono Koi o Omoidashite Kitto Naite Shimau (23 พยางค์)

​เมื่อไรที่คิดถึงความรักนี้ก็จะร้องไห้ออกมาแน่นอน

​ชื่อเล่น Itsu Koi (เมื่อไรรัก) 4 พยางค์



Dame na Watashi ni Koishite Kudasai (15 พยางค์)

กรุณารักคนอย่างฉันที่ไม่ได้เรื่องทีเถอะ

​ชื่อเล่น Dame Koi (รักไม่ได้เรื่อง) 4 พยางค์



Nigeru wa Haji da ga Yaku ni Tatsu (13 พยางค์)

การหนีมันน่าอาย แต่ก็มีประโยชน์

ชื่อเล่น Nige Haji (การหนีมันน่าอาย) 4 พยางค์



Boku wa Asu, Kinou no Kimi to Deto Suru (18 พยางค์)

พรุ่งนี้ผมจะเดตกับเธอคนเมื่อวาน

ชื่อเล่น Boku Asu (พรุ่งนี้ผม) 4 พยางค์


และวันนี้ขอปิดท้ายบล็อกด้วย ชื่อเรื่องที่คิดว่ายาวที่สุดแล้วค่ะ เป็นเรื่องที่ หลายคนอาจจะรู้จักกันในชื่อ Biri Girl แต่ใครจะรู้ว่าจริงๆ แล้วนี่เป็นชื่อเล่น! 

学年ビリのギャルが1年で偏差値を

40上げて慶應大学に現役合格した話


Gakunen Biri no Gyaru ga ichinen de hensachi wo 

yonjuu agete Keiodaigaku ni genekugoukakushitahanashi 

(51 พยางค์)


เรื่องราวของสาวมัธยมปลายสุดห่วยที่สอบผ่านเข้ามหาวิทยาลัยเคโอได้

ภายใน 1 ปี โดยได้ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานมากกว่า 40 คะแนน



บรรทัดบนนี้ไม่ใช่เรื่องย่อนะ แต่เป็นคำแปล สงสัยมากๆ ว่า ชื่อเรื่องจำเป็นต้องบอกละเอียดถึงค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานมั้ย (ฮา) 


ลองคิดเล่นๆ นะว่า ถ้าไม่มีชื่อเล่นแล้ว เพื่อนเกิดชวนไปดูหนังคงจะต้องพูดว่า "เธอๆ วันนี้เราไปดูหนังเรื่อง เรื่องราวของสาวมัธยมปลายสุดห่วยที่สอบผ่านเข้ามหาวิทยาลัยเคโอได้ภายใน 1 ปี โดยได้ค่าเบื่ยงเบนมาตรฐานมากกว่า 40 คะแนน กันมั้ย" กว่าเพื่อนจะฟังจบ คงบอก "ไม่ไปละ" ซะก่อน สรุป...มี "ชื่อเล่น" แหละดีแล้ว! 


หากใครอยากพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพิ่มเติม สามารถคุยกันได้ในเพจ I love Japan และเพจ Daisuki JDrama ค่ะ แล้วพบกันใหม่บล็อกหน้าค่า


source : 

https://allabout.co.jp/gm/gc/462053/all/

http://www.oricon.co.jp/special/49564/


Blog อื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ซีรีส์ญี่ปุ่นที่ตัวรองเด่นเกินหน้าเกินตาตัวเอก

สร้างฝันให้สำเร็จ! Let's go Jets! ส่งพลังเชียร์จากจอสู่ชีวิตจริง

KISEKI ~Anohi no sobito ปาฏิหาริย์ของนักร้องที่ไม่อาจเปิดเผยหน้าตา

9 ดาราญี่ปุ่น หน้าคล้ายกันจนนึกว่าฝาแฝด

นานะ โคมัทสึ คู่กับพระเอกญี่ปุ่นคนไหนแล้วปังสุด!

8 นักแสดงไอดอลชายที่แต่งหญิงได้เริ่ด! จนผู้หญิงแท้ต้องขอยอม

มาดูกันว่าตัวละครใน Your Name จะเหมือนคนพากย์เสียงขนาดไหน

บทความล่าสุด