e เรื่องทั่วไป

Fresh news from Japan!

We are excited to deliver you the the freshest news from Japan!

ความเป็นกุลสตรีญี่ปุ่นกับดอกไม้มากความหมาย "นาเดะชิโกะ"

By , วันศุกร์, 30 ธันวาคม 2559

​           สวัสดีค่ะ หลังจากที่ได้หายหน้าหายตากันไปนานก็ขอกลับมาพร้อมกับคำว่า "สวัสดีปีใหม่" นะคะ 

    เชื่อว่าสาวๆหลายๆคนก็คงจะเคยเสิร์ชหาความหมายของดอกไม้ดอกต่างๆดู แล้วก็นั่งเขินนั่งคิดนู่นคิดนี่อยู่คนเดียวเป็นแน่ ซึ่งในวันนี้นะคะ ก็ขอเอาใจสาวๆกลุ่มนี้กันหน่อย เพราะเนื้อหาในวันนี้จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับดอกไม้ดอกเล็กๆดอกนึงของประเทศญี่ปุ่น ที่ไม่ได้ด้อยกว่าพวกดอกไม้ที่มีความหมายหวานซึ้งตรึงใจ เพราะความหมายของดอกไม้ดอกนี้เรียกว่าเป็นคัมภีร์เลยก็ได้ค่ะ เพราะนอกจากจะมีความหมายลึกซึ้ง กินใจแล้ว ยังสอดแทรกความเป็นญี่ปุ่น และแบบแผนการดำเนินชีวิตเอาไว้ด้วยนะคะ ด้วยสิ่งเหล่านี้ทำให้ชื่อของดอกไม้ดอกเล็กๆดอกนี้ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายอีกด้วยนะคะ

         ดอกไม้ปริศนาดอกนั้นก็คือ "Yamato Nadeshiko" นั่นเองค่ะ ชื่อๆนี้อาจมีความหมายที่แตกต่างกันไปตามประสบการณ์และความชื่นชอบของแต่ละคน แต่ทุกๆอย่างก็ล้วนมีรากฐานมาจากสิ่งๆเดียวกัน และนั่นก็คือ ดอกหญ้าดอกเล็กๆที่ดูไร้ค่า ดอกยามาโตะ นาเดะชิโกะ นั่นเองค่ะ


    ​ดอกยามาโตะ นาเดะชิโกะ เป็นที่มาของทุกๆอย่าง โดยคำว่า Yamato นั้นเป็นคำโบราณที่ใช้เรียกประเทศญี่ปุ่นเมื่อประมาณ1750ปีที่แล้ว ส่วนคำว่า Nadeshiko เป็นคำที่มีความหมายถึงต้นหญ้าที่มีลำต้นอ่อน ทนแดดทนฝน ไม่ว่าจะถูกผู้คนเหยียบย่ำสักกี่ครั้ง ก็ยังสามารถยืนหยัดกลับมาเจริญงอกงามได้ทุกครั้ง

    ดอกยามาโตะ นาเดะชิโกะ หรือเรียกสั้นๆว่า ดอกนาเดะชิโกะ นั้นเป็นดอกไม้ที่มีกลีบบาง นุ่มนิ่ม สีจะออกเป็นโทนสีขาวชมพู สีม่วง สีขาวและสีแดง มีทั้งหมด 7 สายพันธุ์ด้วยกัน โดยสายพันธุ๋ที่ได้รับความนิยมมาดที่สุด มีเพียง 2 สายพันธุ์ ก็คือ

1. Kawara Nadeshiko (カワラナデシコ) เป็นสายพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งจะออกดอกในช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง นิยมนำมาปลูกตามบ้านโดยจะปลูกในกระบะเพื่อให้ขึ้นมาเป็นพุ่มนั่นเองค่ะ

2. Ezo Kawara Nadeshiko (エゾカワラナデシコ) เป็นสายพันธุ์ที่สามารถพบได้ทั้งทวีปยุโรปและเอเชีย และบริเวณทางเหนือของเกาะฮอนชูในญี่ปุ่น

    ดอกไม้ดอกนี้เป็นดอกไม้ที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว อ้างอิงได้จากบทกลอนในหนังสือ Manyoshu ที่รวบรวมบทกวีที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นเอาไว้ นอกจากนี้ก็ยังมีดอกนาเดะชิโกะปรากฎอยู่ในตำนานเก็นจิ บทที่ 26 ที่ชื่อว่า โคะนัทสึ ซึ่งเป็นอีกชื่อหนึ่งของดอกนาเดชิโกะ ที่เป็นงานเขียนของ มุราซากิ ชิคิบุ ข้าหลวงในราชสำนักญี่ปุ่นสมัยเฮอัน

​     ภาพนั้เป็นภาพดอกนาเดะชิโกะ พันธุ์ Hama Nadeshiko (ハマナデシコ) หรือเรียกอีกชื่อว่า fuji Nadeshiko เป็นพันธุ์ที่ไม่ค่อยคุ้นเคยนัก สามารถพบได้ที่บริเวณทางทิศตะวันตกของเกาะฮอนชู


     ด้วยความที่เป็นดอกไม้ทื่ทั้งสวยงามและทรงคุณค่าในด้านของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่น ชื่อของดอกยามาโตะ นาเดะชิโกะ จึงถูกนำไปใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยหนึ่งในนั้นก็คือ ชื่อเรียกของวิถีการปฎิบัติตน ที่พ่อแม่ชาวญี่ปุ่นมักจะหยิบยกเอาดอกนาเดะชิโกะ มาเปรียบเทียบให้ลูกสาวฟังอยู่เสมอๆ เพื่อหวังจะให้ลูกสาวเติบโตขึ้นโดยยึดเอาดอกนาเดะชิโกะเป็นแบบอย่าง คือให้เป็นผู้หญิงที่มีจิตใจสวยงามและอ่อนโยนเหมือนกลีบอันบอบบางและพริ้วไหวของดอกนาเดะชิโกะ แต่ก็ต้องมีความเข้มแข็งและอดทน สามารถติดตามสามีไปได้ในทุกที่โดยไม่คำนึงถึงความยากลำบากที่จะได้พบเจอ เฉกเช่นต้นนาเดะชิโกะที่เติบโตอย่างสวยงามท่ามกลางพายุหิมะที่โหมกระหน่ำ นี่เป็นแนวปฎิบัตืที่ถือว่าทำได้ยากมากๆ เพราะถ้าใครทำได้นั่นก็แสดงว่าผู้หญิงคนนั้นมีความรักที่บริสุทธิ์ให้แก่สามีผู้เป็นที่รัก ไม่อย่างนั้นก็ต้องเป็นสตรีผู้ยึดถือและซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ของตนเองมากกว่าความรู้สึกนึกคิดที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ด้วยความยากลำบากของเส้นทางนี้ หากมีใครที่สามารถทำได้ก็จะถูกยกย่องว่าเป็น Yamato Nadeshiko  ซึ่งในที่นี้จะเป็นการยกย่องว่าเป็น ผู้หญิงที่งดงามมากๆ ทั้งภายนอกและภายใน ถ้านำมาเปรียบเทียบกับภาษาไทยก็คงมีความหมายคล้ายกับคำว่า "ปดิวรัดา" (ปะ-ดิ-วะ-ระ-ดา) นั่นเองค่ะ

​       นอกจากนี้คำว่า Nadeshiko ก็ยังคงถูกใช้อยู่เรื่อยๆไม่ว่าจะเป็นใน animation หรือจะเป็นชีวิตจริง เห็นได้ชัดจากนักกีฬาหญิงทีมชาติของประเทศญี่ปุ่นผู้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติก็ได้รับสมว่าสมญานามว่า Nadeshiko Japan (なでしこジャパン) ด้วยเช่นกัน หรือในการ์ตูนมังงะ animation ก็มักจะมีตัวละครที่ชื่อ Nadeshiko ให้เห็นอยู่เป็นประจำ โดยมักจะมีคาแร็คเตอร์ที่ไม่โดดเด่นมากนัก แสดงให้เห็นถึงความเรียบง่ายและการอนุรักษ์ ยึดถือ และเชื่อมั่นในคำคำนี้ที่ยังคงอยู่กับชาวญี่ปุ่นมาตลอด

​    ก่อนจากกันก็ขอลาซักนิด เนื่องด้วยช่วงนี้ติดภารกิจหลักทำให้ไม่สามารถมาเขียนได้บ่อยเหมือนเดิมแล้วนะคะ แต่ก็จะไม่หายไปไหนอย่างแน่นอน จะพยายามค้นคว้าหาอะไรใหม่ๆมาอัพเดตให้กับแฟนๆ i love japanได้อ่านกันเรื่อยๆในทุกครั้งที่มีโอกาสค่ะ ท้ายที่สุดนี้ก็ขอขอบคุณทุกๆคนที่ให้ความสนับสนุนและให้ความสนใจในสื่อที่ได้ทำออกมานะคะ อาจจะยังทำออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควรแต่ก็จะพยายามพัฒนาต่อไปเรื่อยๆนะคะ อย่าเพิ่งลืมกันล่ะ!!

​............................................................................

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก

1.https://ja.wikipedia.org/wiki/%E3%83%8A%E3%83%87%E3%82%B7%E3%82%B3

2.http://www.marumura.com/nadeshiko/

3.http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=pangppor&month=21-07-2011&group=3&gblog=3

4.https://subscene.com/subtitles/perfect-girl-evolution-the-wallflower-yamato-nadeshiko-shichi-henge

5.http://princebardon.deviantart.com/art/Yamato-Nadeshiko-Shichi-henge-468891398

6.https://en.wikipedia.org/wiki/Yamato_nadeshiko

7.http://cdn.wallpapersafari.com/50/16/fJoxl7.jpg

​           สวัสดีค่ะ หลังจากที่ได้หายหน้าหายตากันไปนานก็ขอกลับมาพร้อมกับคำว่า "สวัสดีปีใหม่" นะคะ 

    เชื่อว่าสาวๆหลายๆคนก็คงจะเคยเสิร์ชหาความหมายของดอกไม้ดอกต่างๆดู แล้วก็นั่งเขินนั่งคิดนู่นคิดนี่อยู่คนเดียวเป็นแน่ ซึ่งในวันนี้นะคะ ก็ขอเอาใจสาวๆกลุ่มนี้กันหน่อย เพราะเนื้อหาในวันนี้จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับดอกไม้ดอกเล็กๆดอกนึงของประเทศญี่ปุ่น ที่ไม่ได้ด้อยกว่าพวกดอกไม้ที่มีความหมายหวานซึ้งตรึงใจ เพราะความหมายของดอกไม้ดอกนี้เรียกว่าเป็นคัมภีร์เลยก็ได้ค่ะ เพราะนอกจากจะมีความหมายลึกซึ้ง กินใจแล้ว ยังสอดแทรกความเป็นญี่ปุ่น และแบบแผนการดำเนินชีวิตเอาไว้ด้วยนะคะ ด้วยสิ่งเหล่านี้ทำให้ชื่อของดอกไม้ดอกเล็กๆดอกนี้ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายอีกด้วยนะคะ

         ดอกไม้ปริศนาดอกนั้นก็คือ "Yamato Nadeshiko" นั่นเองค่ะ ชื่อๆนี้อาจมีความหมายที่แตกต่างกันไปตามประสบการณ์และความชื่นชอบของแต่ละคน แต่ทุกๆอย่างก็ล้วนมีรากฐานมาจากสิ่งๆเดียวกัน และนั่นก็คือ ดอกหญ้าดอกเล็กๆที่ดูไร้ค่า ดอกยามาโตะ นาเดะชิโกะ นั่นเองค่ะ


    ​ดอกยามาโตะ นาเดะชิโกะ เป็นที่มาของทุกๆอย่าง โดยคำว่า Yamato นั้นเป็นคำโบราณที่ใช้เรียกประเทศญี่ปุ่นเมื่อประมาณ1750ปีที่แล้ว ส่วนคำว่า Nadeshiko เป็นคำที่มีความหมายถึงต้นหญ้าที่มีลำต้นอ่อน ทนแดดทนฝน ไม่ว่าจะถูกผู้คนเหยียบย่ำสักกี่ครั้ง ก็ยังสามารถยืนหยัดกลับมาเจริญงอกงามได้ทุกครั้ง

    ดอกยามาโตะ นาเดะชิโกะ หรือเรียกสั้นๆว่า ดอกนาเดะชิโกะ นั้นเป็นดอกไม้ที่มีกลีบบาง นุ่มนิ่ม สีจะออกเป็นโทนสีขาวชมพู สีม่วง สีขาวและสีแดง มีทั้งหมด 7 สายพันธุ์ด้วยกัน โดยสายพันธุ๋ที่ได้รับความนิยมมาดที่สุด มีเพียง 2 สายพันธุ์ ก็คือ

1. Kawara Nadeshiko (カワラナデシコ) เป็นสายพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งจะออกดอกในช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง นิยมนำมาปลูกตามบ้านโดยจะปลูกในกระบะเพื่อให้ขึ้นมาเป็นพุ่มนั่นเองค่ะ

2. Ezo Kawara Nadeshiko (エゾカワラナデシコ) เป็นสายพันธุ์ที่สามารถพบได้ทั้งทวีปยุโรปและเอเชีย และบริเวณทางเหนือของเกาะฮอนชูในญี่ปุ่น

    ดอกไม้ดอกนี้เป็นดอกไม้ที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว อ้างอิงได้จากบทกลอนในหนังสือ Manyoshu ที่รวบรวมบทกวีที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นเอาไว้ นอกจากนี้ก็ยังมีดอกนาเดะชิโกะปรากฎอยู่ในตำนานเก็นจิ บทที่ 26 ที่ชื่อว่า โคะนัทสึ ซึ่งเป็นอีกชื่อหนึ่งของดอกนาเดชิโกะ ที่เป็นงานเขียนของ มุราซากิ ชิคิบุ ข้าหลวงในราชสำนักญี่ปุ่นสมัยเฮอัน

​     ภาพนั้เป็นภาพดอกนาเดะชิโกะ พันธุ์ Hama Nadeshiko (ハマナデシコ) หรือเรียกอีกชื่อว่า fuji Nadeshiko เป็นพันธุ์ที่ไม่ค่อยคุ้นเคยนัก สามารถพบได้ที่บริเวณทางทิศตะวันตกของเกาะฮอนชู


     ด้วยความที่เป็นดอกไม้ทื่ทั้งสวยงามและทรงคุณค่าในด้านของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่น ชื่อของดอกยามาโตะ นาเดะชิโกะ จึงถูกนำไปใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยหนึ่งในนั้นก็คือ ชื่อเรียกของวิถีการปฎิบัติตน ที่พ่อแม่ชาวญี่ปุ่นมักจะหยิบยกเอาดอกนาเดะชิโกะ มาเปรียบเทียบให้ลูกสาวฟังอยู่เสมอๆ เพื่อหวังจะให้ลูกสาวเติบโตขึ้นโดยยึดเอาดอกนาเดะชิโกะเป็นแบบอย่าง คือให้เป็นผู้หญิงที่มีจิตใจสวยงามและอ่อนโยนเหมือนกลีบอันบอบบางและพริ้วไหวของดอกนาเดะชิโกะ แต่ก็ต้องมีความเข้มแข็งและอดทน สามารถติดตามสามีไปได้ในทุกที่โดยไม่คำนึงถึงความยากลำบากที่จะได้พบเจอ เฉกเช่นต้นนาเดะชิโกะที่เติบโตอย่างสวยงามท่ามกลางพายุหิมะที่โหมกระหน่ำ นี่เป็นแนวปฎิบัตืที่ถือว่าทำได้ยากมากๆ เพราะถ้าใครทำได้นั่นก็แสดงว่าผู้หญิงคนนั้นมีความรักที่บริสุทธิ์ให้แก่สามีผู้เป็นที่รัก ไม่อย่างนั้นก็ต้องเป็นสตรีผู้ยึดถือและซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ของตนเองมากกว่าความรู้สึกนึกคิดที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ด้วยความยากลำบากของเส้นทางนี้ หากมีใครที่สามารถทำได้ก็จะถูกยกย่องว่าเป็น Yamato Nadeshiko  ซึ่งในที่นี้จะเป็นการยกย่องว่าเป็น ผู้หญิงที่งดงามมากๆ ทั้งภายนอกและภายใน ถ้านำมาเปรียบเทียบกับภาษาไทยก็คงมีความหมายคล้ายกับคำว่า "ปดิวรัดา" (ปะ-ดิ-วะ-ระ-ดา) นั่นเองค่ะ

​       นอกจากนี้คำว่า Nadeshiko ก็ยังคงถูกใช้อยู่เรื่อยๆไม่ว่าจะเป็นใน animation หรือจะเป็นชีวิตจริง เห็นได้ชัดจากนักกีฬาหญิงทีมชาติของประเทศญี่ปุ่นผู้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติก็ได้รับสมว่าสมญานามว่า Nadeshiko Japan (なでしこジャパン) ด้วยเช่นกัน หรือในการ์ตูนมังงะ animation ก็มักจะมีตัวละครที่ชื่อ Nadeshiko ให้เห็นอยู่เป็นประจำ โดยมักจะมีคาแร็คเตอร์ที่ไม่โดดเด่นมากนัก แสดงให้เห็นถึงความเรียบง่ายและการอนุรักษ์ ยึดถือ และเชื่อมั่นในคำคำนี้ที่ยังคงอยู่กับชาวญี่ปุ่นมาตลอด

​    ก่อนจากกันก็ขอลาซักนิด เนื่องด้วยช่วงนี้ติดภารกิจหลักทำให้ไม่สามารถมาเขียนได้บ่อยเหมือนเดิมแล้วนะคะ แต่ก็จะไม่หายไปไหนอย่างแน่นอน จะพยายามค้นคว้าหาอะไรใหม่ๆมาอัพเดตให้กับแฟนๆ i love japanได้อ่านกันเรื่อยๆในทุกครั้งที่มีโอกาสค่ะ ท้ายที่สุดนี้ก็ขอขอบคุณทุกๆคนที่ให้ความสนับสนุนและให้ความสนใจในสื่อที่ได้ทำออกมานะคะ อาจจะยังทำออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควรแต่ก็จะพยายามพัฒนาต่อไปเรื่อยๆนะคะ อย่าเพิ่งลืมกันล่ะ!!

​............................................................................

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก

1.https://ja.wikipedia.org/wiki/%E3%83%8A%E3%83%87%E3%82%B7%E3%82%B3

2.http://www.marumura.com/nadeshiko/

3.http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=pangppor&month=21-07-2011&group=3&gblog=3

4.https://subscene.com/subtitles/perfect-girl-evolution-the-wallflower-yamato-nadeshiko-shichi-henge

5.http://princebardon.deviantart.com/art/Yamato-Nadeshiko-Shichi-henge-468891398

6.https://en.wikipedia.org/wiki/Yamato_nadeshiko

7.http://cdn.wallpapersafari.com/50/16/fJoxl7.jpg

บทความล่าสุด