e เรื่องทั่วไป

Fresh news from Japan!

We are excited to deliver you the the freshest news from Japan!

รีวิว ร้านทำผมสัญชาติญี่ปุ่นในไทย..."DEAR Hair Design" รับรองปัง!

By , วันพุธ, 09 สิงหาคม 2560

สวัสดีค่า~ บล็อกก่อนหน้าก็พูดถึงเรื่องเรียนไปแล้ว เรื่องท่องเที่ยวไปแล้ว วันนี้เราจะขอกลับมาพูดเรื่องสวยๆงามๆกันบ้างดีกว่า สำหรับสาวๆเรามั่นใจว่าทุกคนต้องเคยมีประสบการณ์ไปร้านทำผมกันใช่มั้ยคะ วันนี้เราก็เลยจะมาแนะนำร้านทำผมในกรุงเทพฯ แต่เป็นร้านสไตล์ญี่ปุ่น และแน่นอนว่าไม่ใช่ญี่ปุ่นเก๊! เพราะที่นี่มีช่างมืออาชีพส่งตรงมาจากประเทศญี่ปุ่นแท้ๆเลยค่ะ นั่นก็คือร้าน "DEAR Hair Design"

ต้องขอบอกก่อนว่า รีวิวครั้งนี้เป็น CR ไม่ใช่ SR คือเราเป็นคนตัดสินใจเลือกร้านนี้ และเลือกรีวิวด้วยตนเองไม่ผ่านสปอนเซอร์ใดๆค่ะ (^^) พิกัดหาไม่ยากเลยอยู่ ในซอยสุขุมวิท 39 เพียงแค่คุณลง BTS สถานีพร้อมพงษ์ และออกทางออก 3 ก็สามารถเดินเข้ามาถึงร้านได้เลย ร้านจะอยู่ห่างจากสถานีประมาณ 500 เมตรเท่านั้น

แล้วทำไมต้องเป็นร้านนี้ล่ะ? ก่อนเราจะเลือกร้านเราอ่านข้อมูลร้านและดูรีวิวมาหลายที่มากๆ มีเพื่อนแนะนำนี่ก็เล็งมาหลายร้านเหมือนกัน แต่ต้องตั้งใจเลือกร้านหน่อย เพราะเราอยากจะมาเขียนรีวิวบอกให้คุณผู้อ่านต่อนี่ล่ะ…เห็นมั้ยคะ ว่าดิฉันทำเพื่อคุณผู้อ่านขนาดไหน (คุณผู้อ่าน: ใครต้องการฟะ เบะปากมองบนแป๊บ)

ตอนนี้ยังมีร้านทำผมในไทยไม่กี่แห่งที่ใช้ ผลิตภัณฑ์ Olaplex ซึ่งตอบโจทย์สุดๆ เนื่องจาก Olaplex คือ นวัตกรรมล่าสุดที่เป็นเคมีที่สามารถสมานข้อต่อของโครงสร้างแกนผมภายใน ใช้ฟื้นฟูสภาพเส้นผม ซ่อมแซม คืนความแข็งแรงและความสมบูรณ์ให้แก่เส้นผมอย่างถาวร เหมาะกับการใช้คู่กันกับการทำเคมีมากๆ


​และหากทำเคมีต่างๆพร้อมกับการทำ Olaplex ด้วยส่วนใหญ่ราคาสูงมาก แต่บังเอิญเราไปเจอโปรโมชั่นประจำเดือนโดนใจในเพจ Facebook ของร้านนี้ และลองดูรูปกับรีวิวประกอบรู้สึกมันโอเคที่ราคาไม่แรงเวอร์ แถมที่สำคัญ บก.เรโกะก็ยังเคยมาใช้บริการอีกด้วย ก็เลยตัดสินใจติดต่อจองคิวร้านไป

อย่างที่บอกพอเป็นร้านทำผมสัญชาติญี่ปุ่น ทำให้ เราค่อนข้างคาดหวังการให้บริการ และร้านนี้ก็ไม่ทำให้เราผิดหวังเลยค่ะ First Impression ตั้งแต่พูดจาสุภาพไม่เหวี่ยงวีนตอนจองคิว โดยเราจองผ่านทางไลน์ของร้าน แถมร้านยังคำนวณค่าใช้จ่ายโดยประมาณมาให้เรียบร้อยตามคำขออีกด้วย ทำให้ไม่ต้องรู้สึกเหวอเวลาไปเจอราคาทีเดียวที่ร้าน 5555

สรุปคือเราได้คิวตอน 11:00 น. พอถึงวันนัดก็แหกขี้ตาตื่นรีบไปให้ตรงเวลา สารภาพว่าตอนแรกหาร้านแอบไม่เจอเพราะเดินเลยซอย 5555 (หากเข้ามาในซอยสุขุมวิท 39 แล้วให้เดินตรงเข้ามาฝั่งขวามือ ร้านจะอยู่ในซอยเล็กๆที่ 2) แต่ก็เปิด Google Map ดูเอา บรรยากาศหน้าร้านตกแต่งด้วยสีขาวสไตล์มินิมอล พอเราเปิดประตูเข้าไปก็เจอช่างรออยู่แล้วค่ะ ก็ไปแจ้งชื่อและรอกรอกข้อมูลเล็กน้อย

สำหรับช่างที่จะมาทำผมให้เราในวันนี้คือคุณ "โทโมะซัง" และ "พี่โบนัส" ค่ะ อันดับแรกเลยโทโมะซังจะแนะนำตัว และเชิญให้เราไปนั่งพูดคุยก่อนว่าต้องการแบบไหน สภาพผมเป็นอย่างไร (โทโมะซังสามารถพูดภาษาอังกฤษ และภาษาไทยได้นิดหน่อยค่ะ) เราก็ได้เอารูปให้ดูว่าต้องการสีประมาณนี้ และโทโมะซังก็จะอธิบายลักษณะและวิธีการทำคร่าวๆ เมื่อเราตกลงโทโมะซังก็จะคำนวณค่าใช้จ่ายออกมาให้ก่อน แน่นอนว่า ณ จุดๆนี้ไม่ช็อกแต่ประการใด เพราะรู้ราคาล่วงหน้าแล้ว 55555

สิ่งที่เราต้องการวันนี้คือการทำสีผมแบบ Ash โทนเขียวและทำ Olaplex ก่อนหน้าเคยทำสี Ash แบบไม่กัดผมมาแล้วเมื่อตอนอยู่ญี่ปุ่น แต่หลุดไวมากๆเลยจะมาขอลองดูอีกครั้ง ครั้งนี้ใจกล้ากัดสีผมเพราะอยากรู้ว่า Olaplex จะดีอย่างที่ใครๆรีวิวจริงรึเปล่า จริงๆเราเป็นคนขี้เกียจเติมโคนผมบ่อยๆ ดังนั้น ด้านบนเราจะปล่อยให้เป็นสีเข้มและมาเล่นตรงสีอ่อนปลายแทน เพราะเวลาโคนดำขึ้นจะไล่สีเป็นธรรมชาติไม่ตัดจนเกินไป โดยส่วนปลายผมเราจะทำเป็นสี Ash แบบอมเขียวค่ะ

อยากฮิปสเตอร์ต้องมัดจุกแบบนี้เลย เฟี้ยวไปอีก!

มาเข้าเรื่องวิธีทำดีกว่า อันดับแรกคือช่างจะเขียนอะไรบางอย่างยุกยิกๆเหมือนเป็นสูตรและสัดส่วนไว้บนผนังข้างๆกระจก 

จากนั้นก็จะเริ่มทำการกัดสีผม โดยใช้แปรงค่อยๆเกลี่ยทีละชั้น งานละเอียดมากกก แล้วตามด้วยใช้แรปพันรอบเส้นผม จากนั้นก็ใช้ไดร์เป่าผมเป่าและรอประมาณ 30 นาที สำหรับที่นี่ก่อนจะทำขั้นตอนใดๆ ช่างจะแจ้งลูกค้าก่อน แถมมีหมอนอิงมาให้ (จากรูปที่เห็นท้องป่องๆสาบานได้ว่าไม่ได้อ้วนแต่ประการใด)

ระหว่างรอทางร้านจะมี เครื่องดื่มร้อนเย็นบริการ โดยเมนูก็จะเป็นกาแฟดำ ชาอู่หลง ชาลิปตัน ชาเออเกรย์ และชาอื่นๆ พร้อมขนมทานเล่น

หลังจากที่รอผ่านไป 30 นาทีแล้วก็ไปล้างผมค่ะ โดยการสระผมสามารถเลือกเป็นน้ำร้อนหรือน้ำเย็นก็ได้ มีผ้าปิดตาด้วย เออเลิศๆ นึกถึงร้านทำผมที่ญี่ปุ่นที่ชอบเอากระดาษบางๆมาปิดตา และทางร้านยังใช้ โซดาสด ในการสระผมด้วยนะคะ (การสระด้วยโซดาสดใช้เพื่อช่วยทำความสะอาดเส้นผม) ขอบอกว่าช่างที่นี่สระผมเบามือมากๆ ไม่ได้ฮาร์ดคอเหมือนจะกระชากหนังหัวลูกค้าเลย คอยถามลูกค้าตลอดเจ็บมั้ย แถมมีกดจุดศีรษะให้ด้วย เคลิ้มไปอีกแทบจะหลับคามือ 5555 

อ้อ! ระหว่างที่รอว่างๆก็แอบส่องไปเรื่อย ที่นี่ลูกค้าคนญี่ปุ่นเยอะมากเห็นเข้ามาไม่ขาดเลย แถมที่นี่ยังใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมคุณภาพสูงของแบรนด์ Milbon อีกด้วย ​

จากรูปด้านบน พอล้างผมเสร็จจะเห็นได้ว่าผมโดนกัดเป็นสีเหลืองอ๋อยเลยค่ะ ปกติเวลาเอามือจับๆผมที่กัดสีจะรู้สึกสากๆใช่มั้ยคะ แต่ครั้งนี้รู้สึกได้ว่า ผมไม่เสียเลย! นี่ไม่ได้โม้~ เพราะทางร้านได้ผสม Olaplex No.1 ไปด้วยพร้อมกับน้ำยากัดสีผมแล้วนั่นเอง หลังจากนั้นก็จะถึงขั้นตอนลงสีกันแล้วค่ะ แต่ก่อนลงสีก็ได้มีการลงสเปรย์ป้องกันหนังศีรษะ เย็นๆดี โดยการลงสีจะเริ่มจากโคนก่อนและตามด้วยที่ปลาย รอประมาณ 15-20 นาทีแล้วล้างออก

เมื่อทำสีเสร็จแล้วก็ปิดท้ายด้วย Olaplex No.2 โดยหมักทิ้งไว้อีกประมาณ 10 นาทีแล้วก็ล้างออก แล้วก็จะมีบริการนวดให้ด้วยค่ะ ขอบอกเลยว่าพี่โบนัสนวดสบายมากๆ 5555 

เมื่อไดร์ผมเสร็จโทโมะซังก็มาเซ็ตผมต่อให้โดยใช้ที่ม้วนผมนี่ล่ะค่ะ เซ็ตออกมาได้เหมือนในนิตยสารญี่ปุ่นเป๊ะเลย อยากทำเองแล้วได้อย่างนี้บ้าง ฮือออ

แถ่นแท้น~ หลังจากที่ใช้เวลาเกือบ 5 ชั่วโมง ใช้เวลานานกว่าที่คิดคือสไลด์มือถือจนเบื่อ รู้งี้เตรียมหนังสือมาอ่านสักเล่มก็ดี ใช้เวลาทำตั้งแต่ 11:00-16:00 น.ในที่สุดก็ได้สี Ash สมใจอยากแล้วค่ะ เย้! จะเห็นได้ว่าสีตรงปลายไม่ได้สม่ำเสมอกันหมด มีออกเป็นน้ำตาลอ่อนสลับสี Ash ภาวนาขอให้อย่าหลุดไวก็พอ ฮือออ…(T^T)

ดูกันแบบชัดๆเวลาออกแดด รูปนี้ไม่ผ่านฟิลเตอร์ใดๆทั้งสิ้น

​เป็นอย่างไรบ้างคะกับรีวิวครั้งนี้ ค่าเสียหายของเราทั้งหมดอยู่ประมาณ 5,800 บาท โดยส่วนตัวแล้วเราประทับใจค่อนข้างมาก และรู้สึกว่าราคาไม่แพงเกินไปจริงๆ เพราะมีทำ Olaplex ทำผมงานละเอียดมาก ใช้ของคุณภาพดีจริงๆ บรรยากาศร้านค่อนข้างเป็นกันเอง สะอาด ช่างก็ไม่ได้มุ่งแต่จะขายของ แถมคอยให้ข้อมูลลูกค้าเกี่ยวกับการทำผมอีกด้วย 

สารภาพว่าตอนแรกเคยอ่านรีวิวร้านทำผมดังๆบางที่แต่การบริการค่อนข้างไม่โอเคก็เลยแอบกังวลเบาๆ เพราะตัวเองไม่ใช่ลูกค้าขาประจำ แถมลุคเราก็ยังดูเป็นแค่วัยรุ่นทั่วไปจะโดนเลือกปฏิบัติรึเปล่า แต่ที่นี่ก็ยังบริการดีพูดจาสุภาพมากๆไม่แพ้ร้านทำผมในญี่ปุ่นจริงๆเลย ที่ชอบที่สุดคือพอกลับมาบ้าน แม้จะสระผมหลายครั้ง แต่ผมก็ยังนิ่มดูสุขภาพดีอยู่ไม่รู้สึกสากเลยแม้แต่นิดเดียว

หากใครสนใจสามารถติดต่อได้ผ่านทางหน้าเพจ Facebook ของทางร้าน DEAR Hair Design ได้จาก www.facebook.com/DearHairDesign 

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณโทโมะซัง พี่โบนัสและช่างคนอื่นๆที่มาทำผมให้วันนี้ด้วยนะคะ ขอบคุณโทโมะซังอีกครั้งสำหรับรูปด้วย ดันลืมไม่ได้เอากล้องมาซะงั้น ถ่ายกับมือถือภาพไม่คมเลย และหากใครมีคำถามข้อสงสัย หรืออยากอ่านบล็อกเก่าๆที่เราเคยเขียน สามารถแวะเข้าไปดูได้ที่เพจของเรานะคะ สวัสดีค่า~

PAGE : https://www.facebook.com/rumraisinblogger/

ขอขอบคุณรูปภาพประกอบจาก DEAR Hair Design

ภาพทั้งหมด ห้ามนำออกไปใช้ต่อก่อนได้รับอนุญาตโดยเด็ดขาด

สวัสดีค่า~ บล็อกก่อนหน้าก็พูดถึงเรื่องเรียนไปแล้ว เรื่องท่องเที่ยวไปแล้ว วันนี้เราจะขอกลับมาพูดเรื่องสวยๆงามๆกันบ้างดีกว่า สำหรับสาวๆเรามั่นใจว่าทุกคนต้องเคยมีประสบการณ์ไปร้านทำผมกันใช่มั้ยคะ วันนี้เราก็เลยจะมาแนะนำร้านทำผมในกรุงเทพฯ แต่เป็นร้านสไตล์ญี่ปุ่น และแน่นอนว่าไม่ใช่ญี่ปุ่นเก๊! เพราะที่นี่มีช่างมืออาชีพส่งตรงมาจากประเทศญี่ปุ่นแท้ๆเลยค่ะ นั่นก็คือร้าน "DEAR Hair Design"

ต้องขอบอกก่อนว่า รีวิวครั้งนี้เป็น CR ไม่ใช่ SR คือเราเป็นคนตัดสินใจเลือกร้านนี้ และเลือกรีวิวด้วยตนเองไม่ผ่านสปอนเซอร์ใดๆค่ะ (^^) พิกัดหาไม่ยากเลยอยู่ ในซอยสุขุมวิท 39 เพียงแค่คุณลง BTS สถานีพร้อมพงษ์ และออกทางออก 3 ก็สามารถเดินเข้ามาถึงร้านได้เลย ร้านจะอยู่ห่างจากสถานีประมาณ 500 เมตรเท่านั้น

แล้วทำไมต้องเป็นร้านนี้ล่ะ? ก่อนเราจะเลือกร้านเราอ่านข้อมูลร้านและดูรีวิวมาหลายที่มากๆ มีเพื่อนแนะนำนี่ก็เล็งมาหลายร้านเหมือนกัน แต่ต้องตั้งใจเลือกร้านหน่อย เพราะเราอยากจะมาเขียนรีวิวบอกให้คุณผู้อ่านต่อนี่ล่ะ…เห็นมั้ยคะ ว่าดิฉันทำเพื่อคุณผู้อ่านขนาดไหน (คุณผู้อ่าน: ใครต้องการฟะ เบะปากมองบนแป๊บ)

ตอนนี้ยังมีร้านทำผมในไทยไม่กี่แห่งที่ใช้ ผลิตภัณฑ์ Olaplex ซึ่งตอบโจทย์สุดๆ เนื่องจาก Olaplex คือ นวัตกรรมล่าสุดที่เป็นเคมีที่สามารถสมานข้อต่อของโครงสร้างแกนผมภายใน ใช้ฟื้นฟูสภาพเส้นผม ซ่อมแซม คืนความแข็งแรงและความสมบูรณ์ให้แก่เส้นผมอย่างถาวร เหมาะกับการใช้คู่กันกับการทำเคมีมากๆ


​และหากทำเคมีต่างๆพร้อมกับการทำ Olaplex ด้วยส่วนใหญ่ราคาสูงมาก แต่บังเอิญเราไปเจอโปรโมชั่นประจำเดือนโดนใจในเพจ Facebook ของร้านนี้ และลองดูรูปกับรีวิวประกอบรู้สึกมันโอเคที่ราคาไม่แรงเวอร์ แถมที่สำคัญ บก.เรโกะก็ยังเคยมาใช้บริการอีกด้วย ก็เลยตัดสินใจติดต่อจองคิวร้านไป

อย่างที่บอกพอเป็นร้านทำผมสัญชาติญี่ปุ่น ทำให้ เราค่อนข้างคาดหวังการให้บริการ และร้านนี้ก็ไม่ทำให้เราผิดหวังเลยค่ะ First Impression ตั้งแต่พูดจาสุภาพไม่เหวี่ยงวีนตอนจองคิว โดยเราจองผ่านทางไลน์ของร้าน แถมร้านยังคำนวณค่าใช้จ่ายโดยประมาณมาให้เรียบร้อยตามคำขออีกด้วย ทำให้ไม่ต้องรู้สึกเหวอเวลาไปเจอราคาทีเดียวที่ร้าน 5555

สรุปคือเราได้คิวตอน 11:00 น. พอถึงวันนัดก็แหกขี้ตาตื่นรีบไปให้ตรงเวลา สารภาพว่าตอนแรกหาร้านแอบไม่เจอเพราะเดินเลยซอย 5555 (หากเข้ามาในซอยสุขุมวิท 39 แล้วให้เดินตรงเข้ามาฝั่งขวามือ ร้านจะอยู่ในซอยเล็กๆที่ 2) แต่ก็เปิด Google Map ดูเอา บรรยากาศหน้าร้านตกแต่งด้วยสีขาวสไตล์มินิมอล พอเราเปิดประตูเข้าไปก็เจอช่างรออยู่แล้วค่ะ ก็ไปแจ้งชื่อและรอกรอกข้อมูลเล็กน้อย

สำหรับช่างที่จะมาทำผมให้เราในวันนี้คือคุณ "โทโมะซัง" และ "พี่โบนัส" ค่ะ อันดับแรกเลยโทโมะซังจะแนะนำตัว และเชิญให้เราไปนั่งพูดคุยก่อนว่าต้องการแบบไหน สภาพผมเป็นอย่างไร (โทโมะซังสามารถพูดภาษาอังกฤษ และภาษาไทยได้นิดหน่อยค่ะ) เราก็ได้เอารูปให้ดูว่าต้องการสีประมาณนี้ และโทโมะซังก็จะอธิบายลักษณะและวิธีการทำคร่าวๆ เมื่อเราตกลงโทโมะซังก็จะคำนวณค่าใช้จ่ายออกมาให้ก่อน แน่นอนว่า ณ จุดๆนี้ไม่ช็อกแต่ประการใด เพราะรู้ราคาล่วงหน้าแล้ว 55555

สิ่งที่เราต้องการวันนี้คือการทำสีผมแบบ Ash โทนเขียวและทำ Olaplex ก่อนหน้าเคยทำสี Ash แบบไม่กัดผมมาแล้วเมื่อตอนอยู่ญี่ปุ่น แต่หลุดไวมากๆเลยจะมาขอลองดูอีกครั้ง ครั้งนี้ใจกล้ากัดสีผมเพราะอยากรู้ว่า Olaplex จะดีอย่างที่ใครๆรีวิวจริงรึเปล่า จริงๆเราเป็นคนขี้เกียจเติมโคนผมบ่อยๆ ดังนั้น ด้านบนเราจะปล่อยให้เป็นสีเข้มและมาเล่นตรงสีอ่อนปลายแทน เพราะเวลาโคนดำขึ้นจะไล่สีเป็นธรรมชาติไม่ตัดจนเกินไป โดยส่วนปลายผมเราจะทำเป็นสี Ash แบบอมเขียวค่ะ

อยากฮิปสเตอร์ต้องมัดจุกแบบนี้เลย เฟี้ยวไปอีก!

มาเข้าเรื่องวิธีทำดีกว่า อันดับแรกคือช่างจะเขียนอะไรบางอย่างยุกยิกๆเหมือนเป็นสูตรและสัดส่วนไว้บนผนังข้างๆกระจก 

จากนั้นก็จะเริ่มทำการกัดสีผม โดยใช้แปรงค่อยๆเกลี่ยทีละชั้น งานละเอียดมากกก แล้วตามด้วยใช้แรปพันรอบเส้นผม จากนั้นก็ใช้ไดร์เป่าผมเป่าและรอประมาณ 30 นาที สำหรับที่นี่ก่อนจะทำขั้นตอนใดๆ ช่างจะแจ้งลูกค้าก่อน แถมมีหมอนอิงมาให้ (จากรูปที่เห็นท้องป่องๆสาบานได้ว่าไม่ได้อ้วนแต่ประการใด)

ระหว่างรอทางร้านจะมี เครื่องดื่มร้อนเย็นบริการ โดยเมนูก็จะเป็นกาแฟดำ ชาอู่หลง ชาลิปตัน ชาเออเกรย์ และชาอื่นๆ พร้อมขนมทานเล่น

หลังจากที่รอผ่านไป 30 นาทีแล้วก็ไปล้างผมค่ะ โดยการสระผมสามารถเลือกเป็นน้ำร้อนหรือน้ำเย็นก็ได้ มีผ้าปิดตาด้วย เออเลิศๆ นึกถึงร้านทำผมที่ญี่ปุ่นที่ชอบเอากระดาษบางๆมาปิดตา และทางร้านยังใช้ โซดาสด ในการสระผมด้วยนะคะ (การสระด้วยโซดาสดใช้เพื่อช่วยทำความสะอาดเส้นผม) ขอบอกว่าช่างที่นี่สระผมเบามือมากๆ ไม่ได้ฮาร์ดคอเหมือนจะกระชากหนังหัวลูกค้าเลย คอยถามลูกค้าตลอดเจ็บมั้ย แถมมีกดจุดศีรษะให้ด้วย เคลิ้มไปอีกแทบจะหลับคามือ 5555 

อ้อ! ระหว่างที่รอว่างๆก็แอบส่องไปเรื่อย ที่นี่ลูกค้าคนญี่ปุ่นเยอะมากเห็นเข้ามาไม่ขาดเลย แถมที่นี่ยังใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมคุณภาพสูงของแบรนด์ Milbon อีกด้วย ​

จากรูปด้านบน พอล้างผมเสร็จจะเห็นได้ว่าผมโดนกัดเป็นสีเหลืองอ๋อยเลยค่ะ ปกติเวลาเอามือจับๆผมที่กัดสีจะรู้สึกสากๆใช่มั้ยคะ แต่ครั้งนี้รู้สึกได้ว่า ผมไม่เสียเลย! นี่ไม่ได้โม้~ เพราะทางร้านได้ผสม Olaplex No.1 ไปด้วยพร้อมกับน้ำยากัดสีผมแล้วนั่นเอง หลังจากนั้นก็จะถึงขั้นตอนลงสีกันแล้วค่ะ แต่ก่อนลงสีก็ได้มีการลงสเปรย์ป้องกันหนังศีรษะ เย็นๆดี โดยการลงสีจะเริ่มจากโคนก่อนและตามด้วยที่ปลาย รอประมาณ 15-20 นาทีแล้วล้างออก

เมื่อทำสีเสร็จแล้วก็ปิดท้ายด้วย Olaplex No.2 โดยหมักทิ้งไว้อีกประมาณ 10 นาทีแล้วก็ล้างออก แล้วก็จะมีบริการนวดให้ด้วยค่ะ ขอบอกเลยว่าพี่โบนัสนวดสบายมากๆ 5555 

เมื่อไดร์ผมเสร็จโทโมะซังก็มาเซ็ตผมต่อให้โดยใช้ที่ม้วนผมนี่ล่ะค่ะ เซ็ตออกมาได้เหมือนในนิตยสารญี่ปุ่นเป๊ะเลย อยากทำเองแล้วได้อย่างนี้บ้าง ฮือออ

แถ่นแท้น~ หลังจากที่ใช้เวลาเกือบ 5 ชั่วโมง ใช้เวลานานกว่าที่คิดคือสไลด์มือถือจนเบื่อ รู้งี้เตรียมหนังสือมาอ่านสักเล่มก็ดี ใช้เวลาทำตั้งแต่ 11:00-16:00 น.ในที่สุดก็ได้สี Ash สมใจอยากแล้วค่ะ เย้! จะเห็นได้ว่าสีตรงปลายไม่ได้สม่ำเสมอกันหมด มีออกเป็นน้ำตาลอ่อนสลับสี Ash ภาวนาขอให้อย่าหลุดไวก็พอ ฮือออ…(T^T)

ดูกันแบบชัดๆเวลาออกแดด รูปนี้ไม่ผ่านฟิลเตอร์ใดๆทั้งสิ้น

​เป็นอย่างไรบ้างคะกับรีวิวครั้งนี้ ค่าเสียหายของเราทั้งหมดอยู่ประมาณ 5,800 บาท โดยส่วนตัวแล้วเราประทับใจค่อนข้างมาก และรู้สึกว่าราคาไม่แพงเกินไปจริงๆ เพราะมีทำ Olaplex ทำผมงานละเอียดมาก ใช้ของคุณภาพดีจริงๆ บรรยากาศร้านค่อนข้างเป็นกันเอง สะอาด ช่างก็ไม่ได้มุ่งแต่จะขายของ แถมคอยให้ข้อมูลลูกค้าเกี่ยวกับการทำผมอีกด้วย 

สารภาพว่าตอนแรกเคยอ่านรีวิวร้านทำผมดังๆบางที่แต่การบริการค่อนข้างไม่โอเคก็เลยแอบกังวลเบาๆ เพราะตัวเองไม่ใช่ลูกค้าขาประจำ แถมลุคเราก็ยังดูเป็นแค่วัยรุ่นทั่วไปจะโดนเลือกปฏิบัติรึเปล่า แต่ที่นี่ก็ยังบริการดีพูดจาสุภาพมากๆไม่แพ้ร้านทำผมในญี่ปุ่นจริงๆเลย ที่ชอบที่สุดคือพอกลับมาบ้าน แม้จะสระผมหลายครั้ง แต่ผมก็ยังนิ่มดูสุขภาพดีอยู่ไม่รู้สึกสากเลยแม้แต่นิดเดียว

หากใครสนใจสามารถติดต่อได้ผ่านทางหน้าเพจ Facebook ของทางร้าน DEAR Hair Design ได้จาก www.facebook.com/DearHairDesign 

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณโทโมะซัง พี่โบนัสและช่างคนอื่นๆที่มาทำผมให้วันนี้ด้วยนะคะ ขอบคุณโทโมะซังอีกครั้งสำหรับรูปด้วย ดันลืมไม่ได้เอากล้องมาซะงั้น ถ่ายกับมือถือภาพไม่คมเลย และหากใครมีคำถามข้อสงสัย หรืออยากอ่านบล็อกเก่าๆที่เราเคยเขียน สามารถแวะเข้าไปดูได้ที่เพจของเรานะคะ สวัสดีค่า~

PAGE : https://www.facebook.com/rumraisinblogger/

ขอขอบคุณรูปภาพประกอบจาก DEAR Hair Design

ภาพทั้งหมด ห้ามนำออกไปใช้ต่อก่อนได้รับอนุญาตโดยเด็ดขาด

บทความล่าสุด