e เรื่องทั่วไป

Fresh news from Japan!

We are excited to deliver you the the freshest news from Japan!

มาดูกันว่าญี่ปุ่นมองไทยยังไง ผ่านละครและภาพยนตร์ญี่ปุ่น

By , วันเสาร์, 17 กุมภาพันธ์ 2561


เวลาดูละครญี่ปุ่นหรือภาพยนตร์ญี่ปุ่น ที่มีฉากถ่ายทำที่เมืองไทย หรือพูดถึงประเทศไทย เราจะรู้สึกประทับใจ และตั้งใจดูเป็นพิเศษ เพราะอยากรู้ว่าคนญี่ปุ่นเขามีมุมมองต่อประเทศไทยอย่างไรบ้าง วันนี้เลยลองมาเอาละครและภาพยนตร์ญี่ปุ่นหลายๆเรื่องมาวิเคราะห์ว่าญี่ปุ่นมองไทยยังไง ตามมาอ่านกันเลยค่ะ 


1.อาหารไทยต้องต้มยำกุ้ง 

เรื่องแรกที่จะพูดถึง แน่นอนค่ะว่าต้องเป็นอาหารไทย อาหารไทยติดอันดับต้นๆอาหารที่อร่อยที่สุดในโลก โดยเฉพาะอาหารที่สร้างชื่อเสียง ได้แก่ ต้มยำกุ้ง มัสมั่นไก่ ยำวุ้นเส้น และอื่นๆอีกมากมาย ด้วยความที่มีรสชาติครบทุกรสในจานเดียว ทั้งเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม โดยเฉพาะความเผ็ด ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของคนไทยก็ว่าได้ 

ต้มยำกุ้งแสนอร่อยจากเรื่อง Legal High


ในละครญี่ปุ่นหลายเรื่องที่มีฉากการกินอาหารไทย และมักจะปรากฏภาพเป็นต้มยำกุ้ง ทำให้คนญี่ปุ่นรู้จักต้มยำกุ้งเป็นอย่างดี เช่นเรื่อง Legal High มีฉากที่อารางากิ ยูอิ นักแสดงหญิงตัวท็อปของญี่ปุ่น บ่นว่าอยากกินอาหารไทย แล้วตอนจบเรื่องคุณพ่อบ้านประจำสำนักงานทนายความก็ทำต้มยำกุ้งมาให้กิน แถมยังบอกว่าเคยมาเปิดแผงขายอาหารที่ประเทศไทยอีกด้วย

นอกจากมีต้มยำกุ้งเป็นอาหารที่คนญี่ปุ่นรู้จักเป็นอย่างดีแล้ว ก็ยังมีข้าวมันไก่ (ที่ฮิตใส่ผักชีเยอะๆ) ไก่ย่างอีกด้วย ในเรื่อง Momikeshite Fuyu ยามาดะ เรียวสุเกะ ไอดอลสุดฮ็อตจากวง Hey!Say!JUMP ก็ได้สั่ง Thai Curry (มัสมั่น) อีกด้วย

เมนูอาหารไทย เขียนว่า ข้าวมันไก่ 850 เยน ไก่ย่าง 650 เยน จากเรื่อง Momikeshite Fuyu
มัสมั่นรูปแบบใหม่ที่ใส่พริกเยอะมาก จากเรื่อง Momikeshite Fuyu ทำไมรู้สึกจิตนาการรสชาติไม่ถูก ฮา


ฉากจากในภาพยนตร์เรื่อง bokura no gohan wa ashita de matteru ยกกองมาถ่ายทำถึงเมืองไทย มีนากาจิม่า ยูโตะ ไอดอลหนุ่มสุดฮ็อตจากวง Hey!Say!JUMP แสดงนำนั้น มีการถ่ายทำในร้านอาหารแห่งหนึ่งในจังหวัดอยุธยา มีอาหารไทยยอดฮิต เช่น หอยลายผัดพริกเผา ข้าวกระเพราไข่ดาว ลาบ

ภาพร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งในอยุธยา จากเรื่อง bokura no gohan wa ashita de matteru


นอกจากนี้ ในภาพยนตร์เรื่องนี้ยัง มีฉากที่นากาจิม่า ยูโตะ ก็เดินกินกล้วยทอดในตลาดอย่างเอร็ดอร่อย เป็นการแสดงถึงอาหารประเภท Street Food ที่ประเทศไทยของเราก็ได้ติดอันดับความอร่อยของโลกด้วยเหมือนกัน

ยูโตะเดินกินกล้วยทอดในตลาด


2.คนไทยต้องผิวเข้ม


ความเข้าใจของคนญี่ปุ่น คือ คนประเทศเมืองร้อน ต้องผิวเข้มจากแดดแน่นอน ดังนั้นตามที่เรามักเห็นคนไทยเข้าฉากในภาพยนตร์หรือละครญี่ปุ่นนั้น มักต้องเป็นคนไทยที่มีผิวเข้ม หน้าคม

คนไทยที่มีลักษณะเป็นคนไทยตามที่คนญี่ปุ่นเข้าใจ อย่าง "คุณบุญจัง" จึงมีผลงานการแสดงเป็นคนไทยในละครและภาพยนตร์ญี่ปุ่นหลากหลายเรื่องเลย 


อย่างเช่นในเรื่อง เรื่อง bokura no gohan wa ashita de matteru ได้แสดงเป็นไกด์นำเที่ยวอยุธยา
ในเรื่อง BOKUTACHI GA YARIMASHITA ก็แสดงเป็นล่าม ตั้งชื่อได้อินเทรนด์ยุคคนญี่ปุ่นฮิตผักชีๆ จริง ฮา


หรือหากเอาคนญี่ปุ่นแต่งเป็นคนไทย ก็จะทาผิวให้เข้มให้เข้มขึ้น อย่างเช่นฉากในเรื่อง BOKUTACHI GA YARIMASHITA พระเอกก็มีการมโนว่า อาจจะเจอคนไทยที่หน้าเหมือนเพื่อนตัวเองที่ประเทศไทยก็ได้

ส่วนคนนี้ ไม่น่าใช่คนไทย แต่มาแสดงเป็นคนไทย ในเรื่อง Dr.X รับบทเป็นแพทย์ฝึกหัดจากประเทศไทย ดูจากชื่อแล้ว ท่าทางจะ search ชื่อคนดังใน Google สินะ


3.เอะอะก็ตัดภาพที่ไป "ช้าง"

ช้างไทยของเราดังไกลไปทั่วโลก คนญี่ปุ่นบางคนยังเข้าใจว่าประเทศเราขี่ช้างไปโรงเรียนอยู่เลย จากประสบการณ์ของน้องสาวที่ไปเรียนที่ญี่ปุ่นเล่าเองเลย มีเพื่อนต่างชาติ ที่พอรู้ว่าเป็นคนไทยก็เลยถามว่า "เธอๆ ขี่ช้างไปโรงเรียนรึเปล่า" ด้วยเสียงแบบใสซื่อ คือนางไม่รู้จริงๆ หรือประชดกันแน่ 


ยกตัวอย่างละครเรื่อง uso no sensou เปิดเรื่องมาด้วยการขึ้นข้อความว่า "Bangkok" ถ่ายภาพมุมสูงของแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านพระบรมมหาราชวัง วัดโพธิ์ เรื่อยไปจนแยกช่องนนทรี โอเคตรงนี้ถูกต้องกรุงเทพแน่นอน แล้วจู่ๆก็ตัดภาพไปที่การแสดงช้าง...เอ่อ เกิดและโตที่กรุงเทพมา 25 ปี ยังไม่เคยเห็นสถานที่แบบนี้ในกรุงเทพเลยค่ะ! เพราะงี้สินะ เพื่อนญี่ปุ่นถึงเข้าใจว่าเรายังขี่ช้างไปโรงเรียนกัน


ส่วนภาพยนตร์ที่มีการขี่ช้างก็ มีเรื่อง bokura no gohan wa ashita de matteru นากาจิม่า ยูโตะ ก็มีฉากขี่ช้างที่จังหวัดอยุธยาอีกด้วย หรือจากที่ดาราญี่ปุ่นมาเที่ยวเมืองไทย หนึ่งในบทสัมภาษณ์ของคำถามที่ว่าอยากมาทำอะไรที่เมืองไทย นอกจากการกินต้มยำกุ้งแล้ว ก็คือ "ขี่ช้าง" ช้างไทยนี่ถือเป็นทูตแห่งประเทศไทยตัวจริง 


4.ชุดไทย 

ชุดไทยก็เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์หนึ่งที่คนญี่ปุ่นรู้จัก จากในเรื่อง Dr.X มีฉากที่นางเอกไปบ้านเศรษฐีคนไทย เศรษฐีคนนั้นแต่งตัวด้วยชุดผ้าไทย พร้อมด้วยคนรับใช้ที่แต่งเต็มยิ่งกว่าไปรำไทยอีก!

ภาพจากเรื่อง Dr.X


นอกจากชุดไทยห่มสไบแล้วยังมีเสื้อผ้าที่คนญี่ปุ่นคิดว่า นี่แหละคนไทยใส่ นั่นก็คือ ชุดลายดอก สีสดๆ มีคนญี่ปุ่นหลายคนเข้าใจแบบนี้จริงๆ น้องสาวของเราเช่นเดิม โดนเพื่อนคนญี่ปุ่นถามว่าไปเที่ยวไทยต้องใส่เสื้อลายดอกรึเปล่า...ก็แล้วแต่เลยนะจ๊ะ

ภาพจากเรื่อง BOKUTACHI GA YARIMASHITA

คนไทยส่วนใหญ่ ใส่เสื้อลายดอกกันแค่ในงานเทศกาลอย่างสงกรานต์หรือลอยกระทงมากกว่ามาใส่ในชีวิตประวันเนอะ ยิ่งใครใส่เสื้อดอก กางเกงเลลายช้างย้วยๆ นี่รู้เลยว่าต่างชาติแน่ๆ 


ภาพจากเรื่อง Shibatora

เสื้ออีกแบบหนึ่งที่คนไทยใส่แน่ๆคือ "เสื้อเรารักในหลวง" ยังมีปรากฏอยู่ในละครญี่ปุ่นเรื่อง Shibatora ที่มีตัวละครเพื่อนพระเอกใส่เสื้อเรารักในหลวงด้วย 


ภาพจากเรื่อง HERO

นอกจากนี้ยังมีฉากในเรื่อง Hero คิมูระ ทาคุยะ ไอดอลอันดับท็อปของญี่ปุ่น ก็เคยใส่เสื้อลายธงชาติไทยอีกด้วย


5.ต้องมีฉากรถตุ๊กตุ๊กวิ่งผ่าน 

สำหรับภาพยนตร์หรือละครเรื่องไหนที่ยกกองมาถ่ายทำถึงประเทศไทย สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ รถสามล้อ หรือรถตุ๊กตุ๊ก นั่นเอง คนญี่ปุ่นเรียก ตุ๊กตุ๊ก ว่า "ตุกุตุกุ" トゥクトゥク (ออกเสียงตามเร็วๆด้วยนะ)

อย่างฉากที่ยูโตะมาเที่ยวไทย ในเรื่อง bokura no gohan wa ashita de matteru ก็ตัดภาพมาที่ฉากในเมืองไทย โดยมีรถตุ๊กตุ๊กวิ่งผ่าน
ส่วนในเรื่อง uso no sensou ก็มีการตัดภาพการจราจรในกรุงเทพฯ ที่มีตุ๊กตุ๊กเช่นกัน
ฉากนั่งรถตุ๊กตุ๊ก จากเรื่อง Sayonara Itsuka

นอกจากรถตุ๊กตุ๊กแล้ว ยานพาหนะอีกอย่างที่ขาดไปไม่ได้นั่นก็คือ เรือ โดยเฉพาะการล่องเรือที่แม่น้ำเจ้าพระยา

ฉากภาพกรุงเทพฯในมุมสูง จากเรื่อง Uso no Sensou แสดงให้เห็นว่ามีแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นแม่น้ำสายหลัก และมีการโดยสารด้วยเรือ
ฉากนั่งเรือจากเรื่อง Sayonara Itsuka

6.ศาสนาพุทธ 

ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นเมืองพุทธ แม้ว่าที่ญี่ปุ่นเองก็มีการนับถือศาสนาพุทธเช่นเดียวกัน แต่คนละนิกาย ครูชาวญี่ปุ่นของเราเคยบอกว่า เขานับถือพุทธ เคยเดินทางไปแสวงบุญที่อินเดียมาแล้ว และสุดท้ายเขาก็เลือกที่จะใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ที่ประเทศไทย เพราะนอกจากอาหารอร่อยแล้ว ก็มีศาสนาพุทธนั่นแหละ เซนเซสายธรรมะสุดๆ  ละครและภาพยนตร์หลายๆ เรื่องที่นอกจากจะมีอาหารไทย รถตุ๊กตุ๊ก เพื่อตอกย้ำความเป็นไทยมากขึ้นไปอีกต้องมีวัด พระสงฆ์ และพระพุทธรูป

ภาพจากเรื่อง uso no sensou ก็มีการไปถ่ายทำพระนอนทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่วัดโพธิ์ และมีการตัดภาพที่ไปพระสงฆ์กำลังบิณฑบาต
เรื่อง bokura no gohan wa ashita de matteru ถ่ายทำที่วัดโลกยสุธาราม พระนอนองค์ใหญ่ที่สุดของอยุธยา


แต่ก็มีบางเรื่องที่พยายามยัดความเป็นไทยมากเกินไป จนรู้สึกแปลกประหลาดในสายตาคนไทย อย่างเรื่อง Dr.x เป็นฉากบ้านเศรษฐีในประเทศไทย ก็เลยจงใจใส่วัดไทยมา เพื่อบอกให้รู้ว่า นี่คือประเทศไทย

ภาพจากเรื่อง Dr.x


7.ประเทศน่าลงทุน

ย้อนกลับไปที่ภาพยนตร์ sayanara itsuka ปี 2010 เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระเอกได้รับมอบหมายให้มาทำงานที่กรุงเทพฯ และมีแผนสร้างสนามบินอีกด้วย และล่าสุดในปี 2016 มีละครญี่ปุ่นที่พูดถึงว่าจะมาทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์หมื่นล้านที่กรุงเทพฯ จากเรื่อง cain and abel ในเรื่องเกิดปัญหาบางอย่าง ทำให้ต้องเตรียมเงินลงทุนมากถึงหมื่นล้านเยนเลย

ภาพจากเรื่อง cain and abel


8.แหล่งด้านมืด และประเทศปลายทางในการหนีความผิด 

เมื่อมีด้านดี ก็ต้องด้านมืดเหมือนกัน ในละครหลายๆเรื่องที่เกี่ยวกับการสืบสวน มักมีฉากที่ผู้ร้ายอยากจะหนีความผิดมาอยู่ประเทศไทย (บางเรื่องก็บอกอ้อมๆว่าประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) อย่างเช่นในเรื่อง BOKUTACHI GA YARIMASHITA พระเอก คุโบตะ ได้ทำความผิด ก็มโนว่าจะหนีความผิดมาใช้ชีวิตสุขสบายที่ภูเก็ต


ส่วนเรื่อง uso no sensou นอกจากจะมีการตัดภาพไปที่ช้างแล้ว ก็เริ่มเข้าเรื่องโดยเป็นฉากซอยคาวบอย แหล่งเที่ยวกลางคืน ชื่อดัง และพระเอกคุสึนางิ สึโยชิ (อดีตวง SMAP) ก็ได้ไปเดินซอยนี้มาแล้ว! ในเรื่องก็มีการช่วยเหลือคนญี่ปุ่นที่หนีความผิดมา โดยมาคุยกันในผับแห่งหนึ่งในซอยคาวบอยเนี่ยแหละ

ภาพจากเรื่อง uso no sensou

แถมยังมีการฉากการบุกจับในผับ ทำให้ตำรวจไทยของเราได้ปรากฏอยู่ในละครญี่ปุ่นด้วย (อาจจะไม่ใช่ตำรวจจริงละมั้ง) แถมยังได้จับตัวคุสึนางิ สึโยชิอีก อิจฉา ฮ่าๆๆๆ 

อิจฉาคุณตำรวจ >.< !!!


9.ปัญหาแรงงานต่างด้าวในญี่ปุ่น

ในละครญี่ปุ่นเรื่อง Danda Rin นางเอกทำงานเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานแรงงาน มีการพูดถึงเรื่องปัญหาแรงงานต่างด้าวทำงานในญี่ปุ่น ซึ่งได้รับค่าแรงขึ้นต่ำน้อย ในตอนนี้ไม่เพียงแต่พูดถึงคนไทยเท่านั้น ยังมีเวียดนามและฟิลิปปินส์อีกด้วย

มีการหลอกล่อให้ชาวต่างชาติออกมาคุยด้วยซุ้มขายอาหารรสชาติบ้านเกิด
มีคุญบุญจังร่วมแสดงเป็นคนไทย (อีกแล้ว)

10.สวัสดีก๊ะ

หัวข้อสุดท้ายที่จะพูดถึง นั่นก็คือ ภาษาไทย ค่ะ อย่างน้อยๆ ถ้าในฉากมีการพูดเกี่ยวกับไทย ต้องมีใครสักคนพูดว่า สวัสดีก๊ะ สวัสดีคับปุ อย่างเช่นในเรื่อง Dr.X นางเอกเพิ่งเดินทางกลับจากไทย เลยทักทายคนอื่นๆ ด้วยคำว่า "สวัสดีก๊ะ"

และเพื่อแสดงถึงความสมจริงให้มากขึ้น Dr.X ตอนจบภาค 2 นางเอกได้เดินทางไปทำงานที่ประเทศไทย ก็มีการพูดโต้ตอบกันเป็นภาษาไทยหลายประโยคมาก ตอนดูอยู่รู้สึกประทับใจมากเลยล่ะ

ส่วนในเรื่อง uso no sensou มีฉากที่สึโยชิซังต้องสั่งเบียร์ในผับ ก็ได้พูดภาษาไทย 1 ประโยคแบบเร็วๆ ตอนดูครั้งแรกฟังไม่ออกเลย เข้าใจว่าเป็นภาษาญี่ปุ่น ถึงกับต้องกดย้อนฟังอีกรอบ แต่ก็รู้สึกภูมิใจนะ ที่มีคนต่างชาติพยายามพูดภาษาไทย



แม้ว่าเราจะชอบดูละครญี่ปุ่นมากแค่ไหน แต่พอมีความเป็นไทยแบบที่คนญี่ปุ่นใส่มาในสื่อละครและภาพยนตร์นั้น เราเองก็รู้สึกภูมิใจทุกครั้งทีมีฉากเหล่านี้ แม้บางอย่างจะขาดจะเกินไปบ้าง แต่อย่างน้อยๆเขาก็ตั้งใจที่จะเรียนรู้วัฒนธรรมของไทยเรา และยังเป็นการช่วยทำให้คนญี่ปุ่นรู้จักประเทศไทยได้มากยิ่งขึ้นด้วย 


สามารถพูดคุยและติดตามเรื่องราวภาษาญี่ปุ่นได้ที่เพจ I Love Japan

และพูดคุยเรื่องราวของละครและภาพยนตร์ญี่ปุ่นได้ที่เพจ Daisuki JDrama



หมายเหตุ ผลงานการเขียน เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ไม่อนุญาตให้คัดลอกไปที่เว็บไซต์อื่น


blog อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ละครสุดปังที่มี AKB48 นำแสดง บอกเลยว่าต้องดู!!

5 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนไปดู THE LAST RECIPE

9 ซีรีส์ญี่ปุ่นยอดฮิตที่ถูกนำไปรีเมคในหลายประเทศ

11 ภาพยนตร์ญี่ปุ่นครึ่งปีแรก 2018 คัดเน้นๆ น่าดูล้วนๆ

ทำไม "ชื่อเรื่อง" ละครญี่ปุ่น ถึงย้าวยาววววววว

ซีรีส์ญี่ปุ่นที่ตัวรองเด่นเกินหน้าเกินตาตัวเอก

9 ดาราญี่ปุ่น หน้าคล้ายกันจนนึกว่าฝาแฝด

นานะ โคมัทสึ คู่กับพระเอกญี่ปุ่นคนไหนแล้วปังสุด!

[สปอย]ใครงงมาทางนี้ อธิบายไทม์ไลน์แบบง่ายๆ Tomorrow I Will Date With Yesterday's You

8 นักแสดงไอดอลชายที่แต่งหญิงได้เริ่ด! จนผู้หญิงแท้ต้องขอยอม

มาดูกันว่าตัวละครใน Your Name จะเหมือนคนพากย์เสียงขนาดไหน



เวลาดูละครญี่ปุ่นหรือภาพยนตร์ญี่ปุ่น ที่มีฉากถ่ายทำที่เมืองไทย หรือพูดถึงประเทศไทย เราจะรู้สึกประทับใจ และตั้งใจดูเป็นพิเศษ เพราะอยากรู้ว่าคนญี่ปุ่นเขามีมุมมองต่อประเทศไทยอย่างไรบ้าง วันนี้เลยลองมาเอาละครและภาพยนตร์ญี่ปุ่นหลายๆเรื่องมาวิเคราะห์ว่าญี่ปุ่นมองไทยยังไง ตามมาอ่านกันเลยค่ะ 


1.อาหารไทยต้องต้มยำกุ้ง 

เรื่องแรกที่จะพูดถึง แน่นอนค่ะว่าต้องเป็นอาหารไทย อาหารไทยติดอันดับต้นๆอาหารที่อร่อยที่สุดในโลก โดยเฉพาะอาหารที่สร้างชื่อเสียง ได้แก่ ต้มยำกุ้ง มัสมั่นไก่ ยำวุ้นเส้น และอื่นๆอีกมากมาย ด้วยความที่มีรสชาติครบทุกรสในจานเดียว ทั้งเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม โดยเฉพาะความเผ็ด ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของคนไทยก็ว่าได้ 

ต้มยำกุ้งแสนอร่อยจากเรื่อง Legal High


ในละครญี่ปุ่นหลายเรื่องที่มีฉากการกินอาหารไทย และมักจะปรากฏภาพเป็นต้มยำกุ้ง ทำให้คนญี่ปุ่นรู้จักต้มยำกุ้งเป็นอย่างดี เช่นเรื่อง Legal High มีฉากที่อารางากิ ยูอิ นักแสดงหญิงตัวท็อปของญี่ปุ่น บ่นว่าอยากกินอาหารไทย แล้วตอนจบเรื่องคุณพ่อบ้านประจำสำนักงานทนายความก็ทำต้มยำกุ้งมาให้กิน แถมยังบอกว่าเคยมาเปิดแผงขายอาหารที่ประเทศไทยอีกด้วย

นอกจากมีต้มยำกุ้งเป็นอาหารที่คนญี่ปุ่นรู้จักเป็นอย่างดีแล้ว ก็ยังมีข้าวมันไก่ (ที่ฮิตใส่ผักชีเยอะๆ) ไก่ย่างอีกด้วย ในเรื่อง Momikeshite Fuyu ยามาดะ เรียวสุเกะ ไอดอลสุดฮ็อตจากวง Hey!Say!JUMP ก็ได้สั่ง Thai Curry (มัสมั่น) อีกด้วย

เมนูอาหารไทย เขียนว่า ข้าวมันไก่ 850 เยน ไก่ย่าง 650 เยน จากเรื่อง Momikeshite Fuyu
มัสมั่นรูปแบบใหม่ที่ใส่พริกเยอะมาก จากเรื่อง Momikeshite Fuyu ทำไมรู้สึกจิตนาการรสชาติไม่ถูก ฮา


ฉากจากในภาพยนตร์เรื่อง bokura no gohan wa ashita de matteru ยกกองมาถ่ายทำถึงเมืองไทย มีนากาจิม่า ยูโตะ ไอดอลหนุ่มสุดฮ็อตจากวง Hey!Say!JUMP แสดงนำนั้น มีการถ่ายทำในร้านอาหารแห่งหนึ่งในจังหวัดอยุธยา มีอาหารไทยยอดฮิต เช่น หอยลายผัดพริกเผา ข้าวกระเพราไข่ดาว ลาบ

ภาพร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งในอยุธยา จากเรื่อง bokura no gohan wa ashita de matteru


นอกจากนี้ ในภาพยนตร์เรื่องนี้ยัง มีฉากที่นากาจิม่า ยูโตะ ก็เดินกินกล้วยทอดในตลาดอย่างเอร็ดอร่อย เป็นการแสดงถึงอาหารประเภท Street Food ที่ประเทศไทยของเราก็ได้ติดอันดับความอร่อยของโลกด้วยเหมือนกัน

ยูโตะเดินกินกล้วยทอดในตลาด


2.คนไทยต้องผิวเข้ม


ความเข้าใจของคนญี่ปุ่น คือ คนประเทศเมืองร้อน ต้องผิวเข้มจากแดดแน่นอน ดังนั้นตามที่เรามักเห็นคนไทยเข้าฉากในภาพยนตร์หรือละครญี่ปุ่นนั้น มักต้องเป็นคนไทยที่มีผิวเข้ม หน้าคม

คนไทยที่มีลักษณะเป็นคนไทยตามที่คนญี่ปุ่นเข้าใจ อย่าง "คุณบุญจัง" จึงมีผลงานการแสดงเป็นคนไทยในละครและภาพยนตร์ญี่ปุ่นหลากหลายเรื่องเลย 


อย่างเช่นในเรื่อง เรื่อง bokura no gohan wa ashita de matteru ได้แสดงเป็นไกด์นำเที่ยวอยุธยา
ในเรื่อง BOKUTACHI GA YARIMASHITA ก็แสดงเป็นล่าม ตั้งชื่อได้อินเทรนด์ยุคคนญี่ปุ่นฮิตผักชีๆ จริง ฮา


หรือหากเอาคนญี่ปุ่นแต่งเป็นคนไทย ก็จะทาผิวให้เข้มให้เข้มขึ้น อย่างเช่นฉากในเรื่อง BOKUTACHI GA YARIMASHITA พระเอกก็มีการมโนว่า อาจจะเจอคนไทยที่หน้าเหมือนเพื่อนตัวเองที่ประเทศไทยก็ได้

ส่วนคนนี้ ไม่น่าใช่คนไทย แต่มาแสดงเป็นคนไทย ในเรื่อง Dr.X รับบทเป็นแพทย์ฝึกหัดจากประเทศไทย ดูจากชื่อแล้ว ท่าทางจะ search ชื่อคนดังใน Google สินะ


3.เอะอะก็ตัดภาพที่ไป "ช้าง"

ช้างไทยของเราดังไกลไปทั่วโลก คนญี่ปุ่นบางคนยังเข้าใจว่าประเทศเราขี่ช้างไปโรงเรียนอยู่เลย จากประสบการณ์ของน้องสาวที่ไปเรียนที่ญี่ปุ่นเล่าเองเลย มีเพื่อนต่างชาติ ที่พอรู้ว่าเป็นคนไทยก็เลยถามว่า "เธอๆ ขี่ช้างไปโรงเรียนรึเปล่า" ด้วยเสียงแบบใสซื่อ คือนางไม่รู้จริงๆ หรือประชดกันแน่ 


ยกตัวอย่างละครเรื่อง uso no sensou เปิดเรื่องมาด้วยการขึ้นข้อความว่า "Bangkok" ถ่ายภาพมุมสูงของแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านพระบรมมหาราชวัง วัดโพธิ์ เรื่อยไปจนแยกช่องนนทรี โอเคตรงนี้ถูกต้องกรุงเทพแน่นอน แล้วจู่ๆก็ตัดภาพไปที่การแสดงช้าง...เอ่อ เกิดและโตที่กรุงเทพมา 25 ปี ยังไม่เคยเห็นสถานที่แบบนี้ในกรุงเทพเลยค่ะ! เพราะงี้สินะ เพื่อนญี่ปุ่นถึงเข้าใจว่าเรายังขี่ช้างไปโรงเรียนกัน


ส่วนภาพยนตร์ที่มีการขี่ช้างก็ มีเรื่อง bokura no gohan wa ashita de matteru นากาจิม่า ยูโตะ ก็มีฉากขี่ช้างที่จังหวัดอยุธยาอีกด้วย หรือจากที่ดาราญี่ปุ่นมาเที่ยวเมืองไทย หนึ่งในบทสัมภาษณ์ของคำถามที่ว่าอยากมาทำอะไรที่เมืองไทย นอกจากการกินต้มยำกุ้งแล้ว ก็คือ "ขี่ช้าง" ช้างไทยนี่ถือเป็นทูตแห่งประเทศไทยตัวจริง 


4.ชุดไทย 

ชุดไทยก็เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์หนึ่งที่คนญี่ปุ่นรู้จัก จากในเรื่อง Dr.X มีฉากที่นางเอกไปบ้านเศรษฐีคนไทย เศรษฐีคนนั้นแต่งตัวด้วยชุดผ้าไทย พร้อมด้วยคนรับใช้ที่แต่งเต็มยิ่งกว่าไปรำไทยอีก!

ภาพจากเรื่อง Dr.X


นอกจากชุดไทยห่มสไบแล้วยังมีเสื้อผ้าที่คนญี่ปุ่นคิดว่า นี่แหละคนไทยใส่ นั่นก็คือ ชุดลายดอก สีสดๆ มีคนญี่ปุ่นหลายคนเข้าใจแบบนี้จริงๆ น้องสาวของเราเช่นเดิม โดนเพื่อนคนญี่ปุ่นถามว่าไปเที่ยวไทยต้องใส่เสื้อลายดอกรึเปล่า...ก็แล้วแต่เลยนะจ๊ะ

ภาพจากเรื่อง BOKUTACHI GA YARIMASHITA

คนไทยส่วนใหญ่ ใส่เสื้อลายดอกกันแค่ในงานเทศกาลอย่างสงกรานต์หรือลอยกระทงมากกว่ามาใส่ในชีวิตประวันเนอะ ยิ่งใครใส่เสื้อดอก กางเกงเลลายช้างย้วยๆ นี่รู้เลยว่าต่างชาติแน่ๆ 


ภาพจากเรื่อง Shibatora

เสื้ออีกแบบหนึ่งที่คนไทยใส่แน่ๆคือ "เสื้อเรารักในหลวง" ยังมีปรากฏอยู่ในละครญี่ปุ่นเรื่อง Shibatora ที่มีตัวละครเพื่อนพระเอกใส่เสื้อเรารักในหลวงด้วย 


ภาพจากเรื่อง HERO

นอกจากนี้ยังมีฉากในเรื่อง Hero คิมูระ ทาคุยะ ไอดอลอันดับท็อปของญี่ปุ่น ก็เคยใส่เสื้อลายธงชาติไทยอีกด้วย


5.ต้องมีฉากรถตุ๊กตุ๊กวิ่งผ่าน 

สำหรับภาพยนตร์หรือละครเรื่องไหนที่ยกกองมาถ่ายทำถึงประเทศไทย สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ รถสามล้อ หรือรถตุ๊กตุ๊ก นั่นเอง คนญี่ปุ่นเรียก ตุ๊กตุ๊ก ว่า "ตุกุตุกุ" トゥクトゥク (ออกเสียงตามเร็วๆด้วยนะ)

อย่างฉากที่ยูโตะมาเที่ยวไทย ในเรื่อง bokura no gohan wa ashita de matteru ก็ตัดภาพมาที่ฉากในเมืองไทย โดยมีรถตุ๊กตุ๊กวิ่งผ่าน
ส่วนในเรื่อง uso no sensou ก็มีการตัดภาพการจราจรในกรุงเทพฯ ที่มีตุ๊กตุ๊กเช่นกัน
ฉากนั่งรถตุ๊กตุ๊ก จากเรื่อง Sayonara Itsuka

นอกจากรถตุ๊กตุ๊กแล้ว ยานพาหนะอีกอย่างที่ขาดไปไม่ได้นั่นก็คือ เรือ โดยเฉพาะการล่องเรือที่แม่น้ำเจ้าพระยา

ฉากภาพกรุงเทพฯในมุมสูง จากเรื่อง Uso no Sensou แสดงให้เห็นว่ามีแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นแม่น้ำสายหลัก และมีการโดยสารด้วยเรือ
ฉากนั่งเรือจากเรื่อง Sayonara Itsuka

6.ศาสนาพุทธ 

ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นเมืองพุทธ แม้ว่าที่ญี่ปุ่นเองก็มีการนับถือศาสนาพุทธเช่นเดียวกัน แต่คนละนิกาย ครูชาวญี่ปุ่นของเราเคยบอกว่า เขานับถือพุทธ เคยเดินทางไปแสวงบุญที่อินเดียมาแล้ว และสุดท้ายเขาก็เลือกที่จะใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ที่ประเทศไทย เพราะนอกจากอาหารอร่อยแล้ว ก็มีศาสนาพุทธนั่นแหละ เซนเซสายธรรมะสุดๆ  ละครและภาพยนตร์หลายๆ เรื่องที่นอกจากจะมีอาหารไทย รถตุ๊กตุ๊ก เพื่อตอกย้ำความเป็นไทยมากขึ้นไปอีกต้องมีวัด พระสงฆ์ และพระพุทธรูป

ภาพจากเรื่อง uso no sensou ก็มีการไปถ่ายทำพระนอนทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่วัดโพธิ์ และมีการตัดภาพที่ไปพระสงฆ์กำลังบิณฑบาต
เรื่อง bokura no gohan wa ashita de matteru ถ่ายทำที่วัดโลกยสุธาราม พระนอนองค์ใหญ่ที่สุดของอยุธยา


แต่ก็มีบางเรื่องที่พยายามยัดความเป็นไทยมากเกินไป จนรู้สึกแปลกประหลาดในสายตาคนไทย อย่างเรื่อง Dr.x เป็นฉากบ้านเศรษฐีในประเทศไทย ก็เลยจงใจใส่วัดไทยมา เพื่อบอกให้รู้ว่า นี่คือประเทศไทย

ภาพจากเรื่อง Dr.x


7.ประเทศน่าลงทุน

ย้อนกลับไปที่ภาพยนตร์ sayanara itsuka ปี 2010 เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระเอกได้รับมอบหมายให้มาทำงานที่กรุงเทพฯ และมีแผนสร้างสนามบินอีกด้วย และล่าสุดในปี 2016 มีละครญี่ปุ่นที่พูดถึงว่าจะมาทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์หมื่นล้านที่กรุงเทพฯ จากเรื่อง cain and abel ในเรื่องเกิดปัญหาบางอย่าง ทำให้ต้องเตรียมเงินลงทุนมากถึงหมื่นล้านเยนเลย

ภาพจากเรื่อง cain and abel


8.แหล่งด้านมืด และประเทศปลายทางในการหนีความผิด 

เมื่อมีด้านดี ก็ต้องด้านมืดเหมือนกัน ในละครหลายๆเรื่องที่เกี่ยวกับการสืบสวน มักมีฉากที่ผู้ร้ายอยากจะหนีความผิดมาอยู่ประเทศไทย (บางเรื่องก็บอกอ้อมๆว่าประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) อย่างเช่นในเรื่อง BOKUTACHI GA YARIMASHITA พระเอก คุโบตะ ได้ทำความผิด ก็มโนว่าจะหนีความผิดมาใช้ชีวิตสุขสบายที่ภูเก็ต


ส่วนเรื่อง uso no sensou นอกจากจะมีการตัดภาพไปที่ช้างแล้ว ก็เริ่มเข้าเรื่องโดยเป็นฉากซอยคาวบอย แหล่งเที่ยวกลางคืน ชื่อดัง และพระเอกคุสึนางิ สึโยชิ (อดีตวง SMAP) ก็ได้ไปเดินซอยนี้มาแล้ว! ในเรื่องก็มีการช่วยเหลือคนญี่ปุ่นที่หนีความผิดมา โดยมาคุยกันในผับแห่งหนึ่งในซอยคาวบอยเนี่ยแหละ

ภาพจากเรื่อง uso no sensou

แถมยังมีการฉากการบุกจับในผับ ทำให้ตำรวจไทยของเราได้ปรากฏอยู่ในละครญี่ปุ่นด้วย (อาจจะไม่ใช่ตำรวจจริงละมั้ง) แถมยังได้จับตัวคุสึนางิ สึโยชิอีก อิจฉา ฮ่าๆๆๆ 

อิจฉาคุณตำรวจ >.< !!!


9.ปัญหาแรงงานต่างด้าวในญี่ปุ่น

ในละครญี่ปุ่นเรื่อง Danda Rin นางเอกทำงานเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานแรงงาน มีการพูดถึงเรื่องปัญหาแรงงานต่างด้าวทำงานในญี่ปุ่น ซึ่งได้รับค่าแรงขึ้นต่ำน้อย ในตอนนี้ไม่เพียงแต่พูดถึงคนไทยเท่านั้น ยังมีเวียดนามและฟิลิปปินส์อีกด้วย

มีการหลอกล่อให้ชาวต่างชาติออกมาคุยด้วยซุ้มขายอาหารรสชาติบ้านเกิด
มีคุญบุญจังร่วมแสดงเป็นคนไทย (อีกแล้ว)

10.สวัสดีก๊ะ

หัวข้อสุดท้ายที่จะพูดถึง นั่นก็คือ ภาษาไทย ค่ะ อย่างน้อยๆ ถ้าในฉากมีการพูดเกี่ยวกับไทย ต้องมีใครสักคนพูดว่า สวัสดีก๊ะ สวัสดีคับปุ อย่างเช่นในเรื่อง Dr.X นางเอกเพิ่งเดินทางกลับจากไทย เลยทักทายคนอื่นๆ ด้วยคำว่า "สวัสดีก๊ะ"

และเพื่อแสดงถึงความสมจริงให้มากขึ้น Dr.X ตอนจบภาค 2 นางเอกได้เดินทางไปทำงานที่ประเทศไทย ก็มีการพูดโต้ตอบกันเป็นภาษาไทยหลายประโยคมาก ตอนดูอยู่รู้สึกประทับใจมากเลยล่ะ

ส่วนในเรื่อง uso no sensou มีฉากที่สึโยชิซังต้องสั่งเบียร์ในผับ ก็ได้พูดภาษาไทย 1 ประโยคแบบเร็วๆ ตอนดูครั้งแรกฟังไม่ออกเลย เข้าใจว่าเป็นภาษาญี่ปุ่น ถึงกับต้องกดย้อนฟังอีกรอบ แต่ก็รู้สึกภูมิใจนะ ที่มีคนต่างชาติพยายามพูดภาษาไทย



แม้ว่าเราจะชอบดูละครญี่ปุ่นมากแค่ไหน แต่พอมีความเป็นไทยแบบที่คนญี่ปุ่นใส่มาในสื่อละครและภาพยนตร์นั้น เราเองก็รู้สึกภูมิใจทุกครั้งทีมีฉากเหล่านี้ แม้บางอย่างจะขาดจะเกินไปบ้าง แต่อย่างน้อยๆเขาก็ตั้งใจที่จะเรียนรู้วัฒนธรรมของไทยเรา และยังเป็นการช่วยทำให้คนญี่ปุ่นรู้จักประเทศไทยได้มากยิ่งขึ้นด้วย 


สามารถพูดคุยและติดตามเรื่องราวภาษาญี่ปุ่นได้ที่เพจ I Love Japan

และพูดคุยเรื่องราวของละครและภาพยนตร์ญี่ปุ่นได้ที่เพจ Daisuki JDrama



หมายเหตุ ผลงานการเขียน เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ไม่อนุญาตให้คัดลอกไปที่เว็บไซต์อื่น


blog อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ละครสุดปังที่มี AKB48 นำแสดง บอกเลยว่าต้องดู!!

5 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนไปดู THE LAST RECIPE

9 ซีรีส์ญี่ปุ่นยอดฮิตที่ถูกนำไปรีเมคในหลายประเทศ

11 ภาพยนตร์ญี่ปุ่นครึ่งปีแรก 2018 คัดเน้นๆ น่าดูล้วนๆ

ทำไม "ชื่อเรื่อง" ละครญี่ปุ่น ถึงย้าวยาววววววว

ซีรีส์ญี่ปุ่นที่ตัวรองเด่นเกินหน้าเกินตาตัวเอก

9 ดาราญี่ปุ่น หน้าคล้ายกันจนนึกว่าฝาแฝด

นานะ โคมัทสึ คู่กับพระเอกญี่ปุ่นคนไหนแล้วปังสุด!

[สปอย]ใครงงมาทางนี้ อธิบายไทม์ไลน์แบบง่ายๆ Tomorrow I Will Date With Yesterday's You

8 นักแสดงไอดอลชายที่แต่งหญิงได้เริ่ด! จนผู้หญิงแท้ต้องขอยอม

มาดูกันว่าตัวละครใน Your Name จะเหมือนคนพากย์เสียงขนาดไหน


บทความล่าสุด