f ของกิน

Fresh news from Japan!

We are excited to deliver you the the freshest news from Japan!

ร้านชีสเค้กเปอติ๊ด แมร์เวย (PETITE MERVEILLE) แห่งฮาโกดาเตะที่อร่อยไม่แพ้ใคร

By , วันอาทิตย์, 18 มิถุนายน 2560

​กลับมาแล้วค่า วันนี้จ๋าจะพาไปทานชีสเค้กตามหัวเรื่องนี้เลยที่เมืองฮาโกดาเตะ เป็นร้านที่จ๋าได้ไปลองชิมในทริปฮอกไกโดเมื่อปีที่แล้ว จ๋าพักที่เมืองฮาโกดาเตะและซัปโปโร เมืองฮาโกดาเตะเป็นเมืองเล็กๆที่มีรถรางแบบโบราณวิ่งรอบเมือง วันที่จ๋าไปทานชีสเค้กนั้นหลังจากอิ่มกับบรรดาอาหารทะเลสดๆที่ตลาดเช้าฮาโกดาเตะแล้ว จ๋ามีแพลนจะไปโกดังอิฐแดงหรือที่รู้จักกันในนาม Kanemori red brick warehouse จากที่ดูแผนที่ด้านล่างใช้เวลาเดินแค่ 20 นาที ประมาณ 2 กิโลเมตรเดินเอาดีกว่าเนาะ ได้ชมเมืองและย่อยอาหารไปในตัว หรือใครอยากจะนั่งรถรางชมเมืองก่อนก็ให้มาลงที่สถานี jujigai แล้วเดินต่ออีกประมาณ 350 เมตรก็จะถึงร้าน เปอติ๊ด แมร์เวย แล้วค่า

https://goo.gl/maps/ax6nV9cpp2Q2

1 ชั่วโมงผ่านไปจากที่บอกว่าใช้เวลาเดินเพียง 19 นาที แต่เกิดการหลงทางไปบ้างหรือเจอร้านดักเงินข้างทางบ้าง เช่นพิพิทธภัณฑ์หมีที่ตั้งอยู่โซนหน้าใกล้ทางเข้าพื้นที่ของโกดังอิฐแดง มัวไปเสียเวลาอยู่ที่นี่ซะนาน ในที่สุดเราก็มาถึงร้านเปอติ๊ด แมร์เวยซักที สิ่งที่ดึงดูดใจจ๋าตั้งแต่แรกเห็นนั้น แน่นอนต้องเป็นเค้กหน้าตาน่ารัก ที่จ๋าได้ถ่ายภาพบางส่วนมาให้ดูช่างละลานตาไปหมด เลือกไม่ถูกเลยว่าเอาอันไหนดี อันนั้นเลือกมาก็ไม่กล้าทาน อันนั้นก็อยากชิมหลับตาจิ้มเอาเลยละกัน พร้อมกับสั่งชาร้อน ช็อกโกแลตร้อนและช็อกโกแลตพาร์เฟต์มาด้วย

​น่ารักอย่างที่บอกไหมคะแต่นี่เป็นแค่น้ำจิ้ม ส่วนไฮไลต์ของเรายังไม่มา พูดถึงรสชาติของเจ้าเค้กหน้าตาน่ารักเหล่านี้กันก่อนบอกเลยว่าความน่ารักให้ 100 คะแนน ส่วนรสชาตินั้นแน่นอน 100 คะแนนเต็มเช่นกัน ตามสไตล์ของเค้กญี่ปุ่นที่รสไม่หวานเกินไปเหมาะแก่การทานหลังมื้ออาหารเป็นยิ่งนักสตรอว์เบอร์รีสดรสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อยกับครีมรสวานิลลาเนื้อเบาเข้ากันได้เป็นอย่างดี วัตถุดิบที่ดีผสมกับฝีมือการทำเค้กที่ประณีตมันจะไปมีข้อบกพร่องได้ยังไงคะว่าไหม ยิ่งอากาศด้านนอกที่ฝนตกปรอยๆ ทำให้อุณหภูมิลดลงก็ต้องดื่มช็อกโกแลตร้อนๆเพิ่มความอบอุ่นแก่ร่างกายกันสักหน่อย ระหว่างที่จ๋ารอช็อกโกแลตพาร์เฟ่ต์เป็นเมนูสุดท้ายนั้นก็ไปเดินสำรวจร้านจนได้เจอกับตู้เย็นที่เป็นที่อยู่ของพระเอกนางเอกในบล๊อคนี้นั่นเอง  

ตรงที่เป็นขวดสีขาวนั่นคือ พุดดิ้งนมที่เป็นนางเอกและส่วนชีสเค้ก 3 อันด้านล่างก็คือพระเอกนั่นเอง

​พระเอกของจ๋านั้นคือ ชีสเค้กขนาดประมาณนิ้วหัวแม่มือพอดีคำเรียงอยู่เต็มตู้ มีขายแยกเป็นชิ้นและเป็นกล่อง มันต้องเป็นของฝากขึ้นชื่อของร้านนี้แน่นอนเลย ยังไม่ทันจะได้ยกกล้องถ่ายภาพ พนักงานของร้านก็เดินมาพร้อมกับรอยยิ้มและทำการแกะขนมยื่นให้จ๋าชิมในทันที(ยังไม่ทันได้เลือกเลยอ่ะ) ชีสเค้กที่เขาให้ชิมเป็นอันสีขาวรสธรรมดา ตัวหนังสือสีน้ำเงินเนื้อชีสเค้กนุ่มละมุนลิ้นมากค่ะ เคี้ยวง่าย เนื้อเนียนจนละลายในปาก ชีสเค้กที่จ๋าเคยทานมาจะมีบางร้านที่ผสมเจลาตินลงไปเพื่อเพิ่มความคงตัวของเค้ก ทำให้เนื้อชีสเค้กเหนียวติดปากนิดนึง แต่ชีสเค้กร้านนี้เขาคิดถูกมากที่ทำมาเป็นอันเล็กขนาดพอดีคำ มันคือความผิดพลาดอย่างยิ่งแต่ไม่ใช่ความผิดของเขานะ เป็นความพลาดของเราต่างหากที่พลาดไปชิม แล้วทำให้เราอยากกินมันอีกเรื่อยๆ เพราะมันอันเล็กไง กินนิดเดียวไม่อ้วนหรอก พอพนักงานเห็นท่าทางความพึงพอใจของจ๋าแล้ว ก็ไม่รอช้ารีบแกะอันสีน้ำตาลอ่อนตัวหนังสือสีเขียวให้จ๋าชิมอีกอัน อันนี้เป็นรสคาราเมลอร่อยกว่าอันแรกอีก กลิ่นคาราเมลมาเต็มใครที่ชอบทานลูกอมรสคาราเมลต้องชอบแน่นอน ว่าแล้วก็อยากชิมอันตัวหนังสือสีเหลืองด้วยอ่ะ แต่เขาบอกว่าอันนี้เป็นรสฟักทองจ๋าเลยปฏิเสธไปด้วยความเกรงใจและไม่ค่อยชอบทานฟักทองด้วยแหละ 

​มาถึงขนมอันต่อไปก็คือ พุดดิ้งนางเอกของจ๋า พนักงานเปิดขวดใหม่ให้ชิมอีกแล้ว(เปิดขวดขนาดขายให้ชิม เกรงใจจังเลย)คราวนี้จ๋าเลือกเป็นรสช็อกโกแลตเป็นพุดดิ้งที่มาในรูปของเต้าฮวย เผื่อใครจะนึกความนุ่มนิ่มของมันไม่ออกมันเหมือนกับเต้าฮวยที่ใส่ในน้ำขิงที่เราสามารถกลืนลงคอไปเลย จ๋าพยามเคี้ยวแล้วนะแต่มันนุ่มจนแรงดูดจากปากพาไหลลงคอไปเลย(นี่คือกลยุทธ์ในการขอกินเพิ่ม เอ้ย!!! ไม่ใช่ละ) หลังจากที่ได้กินเพิ่มก็เริ่มรู้สึกได้ถึงรสชาติละ เหมือนทานช็อกโกแลตร้อนที่ผสมนมลงไปทีแรกนึกว่ารสชาตินมมันจะเด่นกว่าแต่นี่จ๋าเลือกรสช็อกโกแลตไง รสนมจะเด่นกว่าได้ไง จุดเด่นมันอยู่ตรงนี้ถ้าอยากกินรสนมก็ไปเลือกขวดสีขาวนู่น ชิมกันไปได้พอหอมปากหอมคอ พาร์เฟ่ด์ที่สั่งก็มาเสิร์ฟพอดีแต่จะเดินจากไปแบบนี้ไม่ได้ ต้องมีการซื้อติดมือกลับไปด้วยสิ คุณพนักงานยืมยิ้มรอรับออเดอร์จากจ๋าอยู่นะ 

พอจ๋าเริ่มสั่งชีสเค้กสำหรับห่อกลับ พนักงานรีบแจ้งจ๋าก่อนว่าชีสเค้กต้องแช่ตู้เย็นนะแต่ไม่ต้องห่วงทางร้านมีน้ำแข็งแห้งให้ แต่จ๋าต้องเดินทางไปซัปโปโรต่อนี่สิกลัวจะขนลำบาก แล้วไม่รู้จะได้เข้าโรงแรมเมื่อไหร่เลยถามเขาว่ามีสาขาที่ซัปโปโรไหม คำตอบ คือ ไม่มี!!!!!อะไรกัน ขนมอร่อยขนาดนี้ไม่มีสาขาที่ต่างเมือง(แต่มีข่าวดีค่ะ ตอนนี้เขาได้เปิดสาขาที่เซนทรัลเวสต์เกตแล้วค่า) เอาไงดียิ่งเจอแบบนี้มันยิ่งต้องซื้อ จัดไปสิคะรออะไรชีสเค้กธรรมดากับคาราเมลอย่างละ 2 กล่อง รสฟักทองอีก 1 กล่อง พุดดิ้ง 4 ขวด(เดี๋ยวนะ ซื้อไปฝากใครเหรอ เอากลับไทยไม่ได้นะ)ทางร้านก็จัดให้เลยจ้า เชิญคุณผู้หญิงไปทานขนมที่สั่งไว้ตามสบายเลยเดี๋ยวทางนี้จะจัดการแพคใส่น้ำแข็งแห้งให้เป็นพิเศษ 

​และแล้วก็มาถึงสนนราคาที่ทุกคนรอคอย จากภาพที่จ๋าได้เก็บมาฝากกันราคาเค้กที่เห็นเป็นราคาที่ยังไม่รวมภาษี ส่วนชีสเค้กถ้าซื้อเป็นกล่อง 10 ชิ้นราคาจะอยู่ที่ 1,350 เยนยังไม่รวมภาษีเช่นกัน เป็นราคาที่น่าคบน่าโดนน่าไปตำมาก ซื้อไปเถอะ อร่อยเชื่อพี่แล้วสุขภาพพุงจะดีเอง แต่ถ้าใครกลัวจะอ้วนขากลับก็เดินกลับได้นะคะหรือจะเดินวนรอบๆโกดัง แต่ระวังหน่อยนะคะจะไปเจอร้านเบอร์เกอร์ชื่อดังของเมืองฮาโกดาเตะ จากที่จะได้ย่อยเค้กจะกลายเป็นต้องเดินไปสั่งเบอร์เกอร์กับเฟรนช์ฟรายราดชีสหอมๆเพิ่ม อุ๊บส์ ไม่เห็นภาพใช่ไหมเอาไปดูเรียกน้ำย่อยกันนิดๆหน่อยๆละกันเนาะ 

ถ้าจะเปรียบขนมร้านนี้เป็นคนสวยกับคนน่ารัก คนน่ารักที่เห็นทีไรก็ไม่เบื่อ คนสวยที่เห็นแล้วติดตา ตรึงใจ แค่เดินผ่านยังต้องมองตาม
ก็คงจะเป็น "ร้านเค้กที่มีความตะมุตะมิน่ารัก ทั้งหน้าตาเค้ก ราคา พนักงาน แต่รสชาตินั้นสวยงาม"


​ขอขอบคุณภาพประกอบสวยๆ จาก

https://joannelaisw.wordpress.com/2015/07/31/patisserie-petit-merveille-at-bay-hakodate-hokkaido-may-2015/

http://kane8.kir.jp/dosanko/en/petitemerveille/

http://bitty.tw/petite-merveille/

​กลับมาแล้วค่า วันนี้จ๋าจะพาไปทานชีสเค้กตามหัวเรื่องนี้เลยที่เมืองฮาโกดาเตะ เป็นร้านที่จ๋าได้ไปลองชิมในทริปฮอกไกโดเมื่อปีที่แล้ว จ๋าพักที่เมืองฮาโกดาเตะและซัปโปโร เมืองฮาโกดาเตะเป็นเมืองเล็กๆที่มีรถรางแบบโบราณวิ่งรอบเมือง วันที่จ๋าไปทานชีสเค้กนั้นหลังจากอิ่มกับบรรดาอาหารทะเลสดๆที่ตลาดเช้าฮาโกดาเตะแล้ว จ๋ามีแพลนจะไปโกดังอิฐแดงหรือที่รู้จักกันในนาม Kanemori red brick warehouse จากที่ดูแผนที่ด้านล่างใช้เวลาเดินแค่ 20 นาที ประมาณ 2 กิโลเมตรเดินเอาดีกว่าเนาะ ได้ชมเมืองและย่อยอาหารไปในตัว หรือใครอยากจะนั่งรถรางชมเมืองก่อนก็ให้มาลงที่สถานี jujigai แล้วเดินต่ออีกประมาณ 350 เมตรก็จะถึงร้าน เปอติ๊ด แมร์เวย แล้วค่า

https://goo.gl/maps/ax6nV9cpp2Q2

1 ชั่วโมงผ่านไปจากที่บอกว่าใช้เวลาเดินเพียง 19 นาที แต่เกิดการหลงทางไปบ้างหรือเจอร้านดักเงินข้างทางบ้าง เช่นพิพิทธภัณฑ์หมีที่ตั้งอยู่โซนหน้าใกล้ทางเข้าพื้นที่ของโกดังอิฐแดง มัวไปเสียเวลาอยู่ที่นี่ซะนาน ในที่สุดเราก็มาถึงร้านเปอติ๊ด แมร์เวยซักที สิ่งที่ดึงดูดใจจ๋าตั้งแต่แรกเห็นนั้น แน่นอนต้องเป็นเค้กหน้าตาน่ารัก ที่จ๋าได้ถ่ายภาพบางส่วนมาให้ดูช่างละลานตาไปหมด เลือกไม่ถูกเลยว่าเอาอันไหนดี อันนั้นเลือกมาก็ไม่กล้าทาน อันนั้นก็อยากชิมหลับตาจิ้มเอาเลยละกัน พร้อมกับสั่งชาร้อน ช็อกโกแลตร้อนและช็อกโกแลตพาร์เฟต์มาด้วย

​น่ารักอย่างที่บอกไหมคะแต่นี่เป็นแค่น้ำจิ้ม ส่วนไฮไลต์ของเรายังไม่มา พูดถึงรสชาติของเจ้าเค้กหน้าตาน่ารักเหล่านี้กันก่อนบอกเลยว่าความน่ารักให้ 100 คะแนน ส่วนรสชาตินั้นแน่นอน 100 คะแนนเต็มเช่นกัน ตามสไตล์ของเค้กญี่ปุ่นที่รสไม่หวานเกินไปเหมาะแก่การทานหลังมื้ออาหารเป็นยิ่งนักสตรอว์เบอร์รีสดรสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อยกับครีมรสวานิลลาเนื้อเบาเข้ากันได้เป็นอย่างดี วัตถุดิบที่ดีผสมกับฝีมือการทำเค้กที่ประณีตมันจะไปมีข้อบกพร่องได้ยังไงคะว่าไหม ยิ่งอากาศด้านนอกที่ฝนตกปรอยๆ ทำให้อุณหภูมิลดลงก็ต้องดื่มช็อกโกแลตร้อนๆเพิ่มความอบอุ่นแก่ร่างกายกันสักหน่อย ระหว่างที่จ๋ารอช็อกโกแลตพาร์เฟ่ต์เป็นเมนูสุดท้ายนั้นก็ไปเดินสำรวจร้านจนได้เจอกับตู้เย็นที่เป็นที่อยู่ของพระเอกนางเอกในบล๊อคนี้นั่นเอง  

ตรงที่เป็นขวดสีขาวนั่นคือ พุดดิ้งนมที่เป็นนางเอกและส่วนชีสเค้ก 3 อันด้านล่างก็คือพระเอกนั่นเอง

​พระเอกของจ๋านั้นคือ ชีสเค้กขนาดประมาณนิ้วหัวแม่มือพอดีคำเรียงอยู่เต็มตู้ มีขายแยกเป็นชิ้นและเป็นกล่อง มันต้องเป็นของฝากขึ้นชื่อของร้านนี้แน่นอนเลย ยังไม่ทันจะได้ยกกล้องถ่ายภาพ พนักงานของร้านก็เดินมาพร้อมกับรอยยิ้มและทำการแกะขนมยื่นให้จ๋าชิมในทันที(ยังไม่ทันได้เลือกเลยอ่ะ) ชีสเค้กที่เขาให้ชิมเป็นอันสีขาวรสธรรมดา ตัวหนังสือสีน้ำเงินเนื้อชีสเค้กนุ่มละมุนลิ้นมากค่ะ เคี้ยวง่าย เนื้อเนียนจนละลายในปาก ชีสเค้กที่จ๋าเคยทานมาจะมีบางร้านที่ผสมเจลาตินลงไปเพื่อเพิ่มความคงตัวของเค้ก ทำให้เนื้อชีสเค้กเหนียวติดปากนิดนึง แต่ชีสเค้กร้านนี้เขาคิดถูกมากที่ทำมาเป็นอันเล็กขนาดพอดีคำ มันคือความผิดพลาดอย่างยิ่งแต่ไม่ใช่ความผิดของเขานะ เป็นความพลาดของเราต่างหากที่พลาดไปชิม แล้วทำให้เราอยากกินมันอีกเรื่อยๆ เพราะมันอันเล็กไง กินนิดเดียวไม่อ้วนหรอก พอพนักงานเห็นท่าทางความพึงพอใจของจ๋าแล้ว ก็ไม่รอช้ารีบแกะอันสีน้ำตาลอ่อนตัวหนังสือสีเขียวให้จ๋าชิมอีกอัน อันนี้เป็นรสคาราเมลอร่อยกว่าอันแรกอีก กลิ่นคาราเมลมาเต็มใครที่ชอบทานลูกอมรสคาราเมลต้องชอบแน่นอน ว่าแล้วก็อยากชิมอันตัวหนังสือสีเหลืองด้วยอ่ะ แต่เขาบอกว่าอันนี้เป็นรสฟักทองจ๋าเลยปฏิเสธไปด้วยความเกรงใจและไม่ค่อยชอบทานฟักทองด้วยแหละ 

​มาถึงขนมอันต่อไปก็คือ พุดดิ้งนางเอกของจ๋า พนักงานเปิดขวดใหม่ให้ชิมอีกแล้ว(เปิดขวดขนาดขายให้ชิม เกรงใจจังเลย)คราวนี้จ๋าเลือกเป็นรสช็อกโกแลตเป็นพุดดิ้งที่มาในรูปของเต้าฮวย เผื่อใครจะนึกความนุ่มนิ่มของมันไม่ออกมันเหมือนกับเต้าฮวยที่ใส่ในน้ำขิงที่เราสามารถกลืนลงคอไปเลย จ๋าพยามเคี้ยวแล้วนะแต่มันนุ่มจนแรงดูดจากปากพาไหลลงคอไปเลย(นี่คือกลยุทธ์ในการขอกินเพิ่ม เอ้ย!!! ไม่ใช่ละ) หลังจากที่ได้กินเพิ่มก็เริ่มรู้สึกได้ถึงรสชาติละ เหมือนทานช็อกโกแลตร้อนที่ผสมนมลงไปทีแรกนึกว่ารสชาตินมมันจะเด่นกว่าแต่นี่จ๋าเลือกรสช็อกโกแลตไง รสนมจะเด่นกว่าได้ไง จุดเด่นมันอยู่ตรงนี้ถ้าอยากกินรสนมก็ไปเลือกขวดสีขาวนู่น ชิมกันไปได้พอหอมปากหอมคอ พาร์เฟ่ด์ที่สั่งก็มาเสิร์ฟพอดีแต่จะเดินจากไปแบบนี้ไม่ได้ ต้องมีการซื้อติดมือกลับไปด้วยสิ คุณพนักงานยืมยิ้มรอรับออเดอร์จากจ๋าอยู่นะ 

พอจ๋าเริ่มสั่งชีสเค้กสำหรับห่อกลับ พนักงานรีบแจ้งจ๋าก่อนว่าชีสเค้กต้องแช่ตู้เย็นนะแต่ไม่ต้องห่วงทางร้านมีน้ำแข็งแห้งให้ แต่จ๋าต้องเดินทางไปซัปโปโรต่อนี่สิกลัวจะขนลำบาก แล้วไม่รู้จะได้เข้าโรงแรมเมื่อไหร่เลยถามเขาว่ามีสาขาที่ซัปโปโรไหม คำตอบ คือ ไม่มี!!!!!อะไรกัน ขนมอร่อยขนาดนี้ไม่มีสาขาที่ต่างเมือง(แต่มีข่าวดีค่ะ ตอนนี้เขาได้เปิดสาขาที่เซนทรัลเวสต์เกตแล้วค่า) เอาไงดียิ่งเจอแบบนี้มันยิ่งต้องซื้อ จัดไปสิคะรออะไรชีสเค้กธรรมดากับคาราเมลอย่างละ 2 กล่อง รสฟักทองอีก 1 กล่อง พุดดิ้ง 4 ขวด(เดี๋ยวนะ ซื้อไปฝากใครเหรอ เอากลับไทยไม่ได้นะ)ทางร้านก็จัดให้เลยจ้า เชิญคุณผู้หญิงไปทานขนมที่สั่งไว้ตามสบายเลยเดี๋ยวทางนี้จะจัดการแพคใส่น้ำแข็งแห้งให้เป็นพิเศษ 

​และแล้วก็มาถึงสนนราคาที่ทุกคนรอคอย จากภาพที่จ๋าได้เก็บมาฝากกันราคาเค้กที่เห็นเป็นราคาที่ยังไม่รวมภาษี ส่วนชีสเค้กถ้าซื้อเป็นกล่อง 10 ชิ้นราคาจะอยู่ที่ 1,350 เยนยังไม่รวมภาษีเช่นกัน เป็นราคาที่น่าคบน่าโดนน่าไปตำมาก ซื้อไปเถอะ อร่อยเชื่อพี่แล้วสุขภาพพุงจะดีเอง แต่ถ้าใครกลัวจะอ้วนขากลับก็เดินกลับได้นะคะหรือจะเดินวนรอบๆโกดัง แต่ระวังหน่อยนะคะจะไปเจอร้านเบอร์เกอร์ชื่อดังของเมืองฮาโกดาเตะ จากที่จะได้ย่อยเค้กจะกลายเป็นต้องเดินไปสั่งเบอร์เกอร์กับเฟรนช์ฟรายราดชีสหอมๆเพิ่ม อุ๊บส์ ไม่เห็นภาพใช่ไหมเอาไปดูเรียกน้ำย่อยกันนิดๆหน่อยๆละกันเนาะ 

ถ้าจะเปรียบขนมร้านนี้เป็นคนสวยกับคนน่ารัก คนน่ารักที่เห็นทีไรก็ไม่เบื่อ คนสวยที่เห็นแล้วติดตา ตรึงใจ แค่เดินผ่านยังต้องมองตาม
ก็คงจะเป็น "ร้านเค้กที่มีความตะมุตะมิน่ารัก ทั้งหน้าตาเค้ก ราคา พนักงาน แต่รสชาตินั้นสวยงาม"


​ขอขอบคุณภาพประกอบสวยๆ จาก

https://joannelaisw.wordpress.com/2015/07/31/patisserie-petit-merveille-at-bay-hakodate-hokkaido-may-2015/

http://kane8.kir.jp/dosanko/en/petitemerveille/

http://bitty.tw/petite-merveille/

บทความล่าสุด