f ของกิน

Fresh news from Japan!

We are excited to deliver you the the freshest news from Japan!

ตะลุยชิม ร้านราเมงและซุปแกงกะหรี่ชื่อดังของฮอกไกโด!!

By , วันอังคาร, 27 กุมภาพันธ์ 2561

​สวัสดีค่า หลังจากบล็อกที่แล้วเราได้นำเที่ยว ช็อป กิน ฟินเวอร์!! ที่เมืองโอตารุกันแล้ว (ดูรีวิวย้อนหลังได้ ที่นี่) บล็อกนี้เราก็ยังอยู่ในฮอกไกโดนะจ๊ะ แต่คราวนี้เราจะพาคูณผู้อ่านตระเวนกินร้านราเมงชื่อดังในฮอกไกโดแทน เพราะบล็อกที่แล้วยังพาตระเวนกินไม่สะใจค่ะ 555 (มันใช่เหรอ?) เนื่องจากฮอกไกโดเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์หลายอย่าง หนึ่งในนั้นก็คือราเมงนั่นเองค่ะ ซึ่งแต่ละภูมิภาคของฮอกไกโดก็จะมีน้ำซุปที่โดดเด่นไม่เหมือนกันค่ะ หลักๆแบ่งได้ถึง 3 ชนิดด้วยกัน คือ ราเมงซุปเกลือ เรียกว่า ชิโอะราเมง (Shio Ramen) เป็นราเมงชื่อดังของเมืองฮาโกดาเตะ (Hakodate), โชยุราเมง (Shoyu Ramen) หรือ ราเมงซุปซีอิ๊วญี่ปุ่น เป็นราเมงขึ้นชื่อของเมืองอาซาฮิคาวะ (Asahikawa) และสุดท้ายคือ ราเมงซุปเต้าเจี้ยว เรียกว่า มิโซะราเมง (Miso Ramen) เป็นราเมงมีชื่อของเมืองซัปโปโร (Sapporo)

เอาล่ะ หลังจากทราบเกร็ดความรู้กันเล็กๆน้อยๆแล้ว หนึ่งในมิชชั่นของเราในทริปนี้ก็คือ การตระเวนชิมราเมงชื่อดังของแต่ละภูมิภาคกันค่ะ 555 เรื่องกินเรื่องใหญ่จริงๆ แต่ในทริปนี้เราไม่ได้ชิมมิโซะราเมงนะคะ แต่ได้ชิมราเมงซุปพิเศษอีกชนิดหนึ่งที่ซัปโปโรแทน จะเป็นซุปอะไรนั้น ขออุบไว้ก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวจะมาเฉลยตอนท้าย ห้ามเลื่อนลงมาดูก่อนนะ พร้อมแล้ว! ตามมาชิมกันได้เลยจ้า

1. Ajisai Ramen
ราเมงซุปเกลือชื่อดังแห่งเมือง Hakodate

เนื่องจากทริปนี้เราเริ่มการเดินทางจากทางใต้ขึ้นไปทางเหนือของฮอกไกโด ดังนั้นราเมงที่แรกที่เราจะไปตะลุยชิมกันก็คือ Ajisai Ramen นั่นเองค่ะ ร้านนี้ถือเป็นร้านราเมงชื่อดังอันเก่าแก่ของเมือง Hakodate เลยนะ เปิดมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1930 มีอยู่หลายสาขาทั่วเมืองฮาโกดาเตะเลย ซึ่งสาขาที่เราไปชิมนั้นเดินทางมาง่ายมากค่ะ อยู่ตรงข้ามกับป้อมดาวห้าแฉก ที่เรียกว่า Goryukaku Tower ร้านจะตั้งอยู่ชั้น 2 ของตึก ด้านล่างของตึกจะเป็นร้านคาเฟ่นะคะ หาไม่ยากค่ะ 

ทางขึ้นไปยังร้านชั้น 2
ด้านหน้าร้าน Ajisai Ramen
เครื่องสั่งอาหารอัตโนมัติ

พอเดินขึ้นไปถึงชั้น 2 หน้าร้านจะเป็นตู้เมนูอัตโนมัติให้เรากดสั่งออเดอร์ค่ะ ใช้งานไม่ยากค่ะ ดูตามรูปแล้วจิ้มโลด พอสั่งเสร็จจะมีใบออเดอร์ออกมา พอเราได้ที่นั่งแล้ว จะมีพนักงานมารับออเดอร์เราไปส่งให้พ่อครัวค่ะ

มาถึงร้าน แน่นอนเลยว่าเราต้องสั่ง Shio Ramen ซึ่งเป็นราเมงขึ้นชื่อของร้านและของเมืองนี้กันเลย พร้อมสั่งเกี๊ยวซ่ามาทานเล่น เพิ่มความฟิน นั่งซักพักอาหารก็มาเสิร์ฟ มาดูหน้าตาอาหารที่สั่งกันค่ะ

Shio Ramen ราคา 730 เยน
เกี๊ยวซ่า อร่อยล้ำ

คุณผู้อ่านบางท่านอาจจะคิดว่า โห! ราเมงซุปเกลือคงจะเค็มแย่ ​สารภาพว่าตอนแรกเราก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันค่ะ แต่พอได้ทานเข้าไปแล้ว บอกเลยว่าไม่เค็มเลยจ้า มีรสชาติของเกลืออ่อนๆเท่านั้นเอง อร่อยมากกก ลักษณะน้ำซุปเป็นซุปใส ทานง่าย ซดคล่องคอดีแท้ โดยน้ำซุปจะเป็นการผสมระหว่างซุปจากโครงไก่, กระดูกหมู และเกลือ น้ำซุปมีรสชาติกลมกล่อมมาก และมีกลิ่นหอมอ่อนๆของเกลือ  รสชาติไม่เลี่ยนเพราะเป็นซุปใส น้ำซุปจึงไม่มันมาก ใครกลัวอ้วนแนะนำให้เลือกทานน้ำซุปชนิดนี้เลยจ้า แต่อย่าทานเพลินนะ ถ้ากินหลายชามก็อ้วนได้นะเออ ^_^ ส่วนเกี๊ยวซ่าก็อร่อย หนานุ่ม ชิ้นโต เค้าทอดมาได้กรอบนอก นุ่มใน ทานเล่นเพลินๆก็หมดไม่รู้ตัว 555 ส่วนตัวเวลามาญี่ปุ่นเราชอบสั่งเกี๊ยวซ่ามาชิมเกือบทุกร้านเลย เพราะเกี๊ยวซ่าที่ญี่ปุ่นจะชิ้นใหญ่ กินแล้วสะใจดี ไม่เหมือนที่เมืองไทย ชิ้นเล็กนิดเดียวเอง > < ถ้ามากันหลายคน ลองสั่งกันมาทานดูนะจ๊ะ อร่อยเวอร์วัง

รับประกันความอร่อย ดูจากป้ายรางวัลต่างๆ

ชื่อร้าน: Ajisai Ramen (あじさい 本店)

เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 11:00-20:25 น. (Last Order) หยุดทุกวันพุธที่ 4 ของเดือน (ถ้าตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะเลื่อนไปหยุดวันทำการถัดไปแทน)

โทร: +81 138-51-8373

การเดินทาง: เดิน 1 นาทีจากป้อม Goryukaku Tower

2. Baikohken Ramen
ราเมงซุปโชยุอันเลื่องชื่อของเมือง Asahikawa

​หลังจากชิมราเมงทางใต้กันมาแล้ว เราก็ขับรถขึ้นมาตะลุยชิมกันต่อที่เมืองอาซาฮิคาวะกันค่ะ ซึ่งเมืองนี้จะขึ้นชื่อด้านราเมงซุปโชยุ ร้านที่เราจะไปทานกันนี้ก็เดินทางสะดวกอีกแล้ว อยู่ใกล้กับสถานี JR Asahikawa เลย เดินแค่ 5 นาทีเท่านั้น ร้านนี้ก็จะอยู่ชั้น 2 เหมือนกันนะ พอขึ้นไปแล้วจะเห็นคนยืนเข้าคิวกันยาวๆนั่นแหละแสดงว่ามาถึงแล้ว ส่วนใหญ่ก็เป็นนักท่องเที่ยวซะด้วย แสดงว่าร้านนี้ดังจริงอะไรจริง ยืนรอคิวประมาณ 30 นาทีได้ กว่าจะได้เข้าไปทาน

พอได้เข้าไปในร้าน ก็จัดการสั่งเมนูขึ้นชื่อของร้านคือ Shoyu Ramen ซึ่งเป็นน้ำซุปดั้งเดิมของราเมงเมืองอาซาฮิคาวะ ลักษณะซุปจะมีสีน้ำตาล และมีกลิ่นหอมของโชยุ ส่วนผสมซุปทำจากกระดูกหมู,ไก่ กับปลาแห้งและสาหร่าย น้ำซุปเข้มข้นแต่มีรสชาติซีฟู๊ดจึงมีรสกลมกล่อมด้วย เส้นบะหมี่ก็ทำเอง ไม่ใส่วัตถุเจือปนอาหาร หมูตุ๋นที่นี่เค้าทำจากสะโพกของหมูก็จะนุ๊มนุ่ม, ความมันพอดี ไม่มันมาก สรุปคือ อร่อยนั่นเอง 555 

หรือถ้าใครมีโอกาสมาที่อาซาฮิคาวะและอยากทาน ก็สามารถไปทานได้ที่ Ramen Republic ตึก ESTA ชั้น 10 สถานี JR Sapporo นะ ที่นี่เค้าจะรวมร้านราเมงเด็ดๆไว้หลายร้านเลย

ทางเข้าหน้าร้าน Baikohken Ramen
ด้านหน้าร้าน Baikohken
Shoyu Ramen ราคา 730 เยน

​ชื่อร้าน: Baikohken Asahikawa Honten (梅光軒 旭川本店)

เวลาทำการ: จันทร์-เสาร์ 11:00-21:00 น. (L.O. 20:30 น.)
                   อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 11:00-20:30 น.

โทร: +81 166-24-4575

การเดินทาง: เดิน 5 นาทีจากสถานี JR Asahikawa

3. Okushiba Shouten
Soup Curry Hot & Spicy
ซุปแกงกะหรี่กุ้งอันเลิศรสของเมือง Sapporo

​และแล้วเราก็เดินทางมาถึงเมืองหลักของฮอกไกโดกันแล้ว ซึ่งก็คือซัปโปโร นั่นเอง แต่คราวนี้เราขอเปลี่ยนบรรยากาศจากการทานราเมง มาทานน้ำซุปแกงกะหรี่แบบเผ็ดร้อนแทนที่ร้าน Okushiba Shouten ร้านนี้จะโดดเด่นในเรื่องน้ำซุปที่ทำมาจากกุ้งผสมกับแกงกะหรี่ญี่ปุ่น ให้รสชาติเผ็ดร้อนและหอมมันกุ้งไปพร้อมๆกัน เหมาะกับคนชอบอะไรแปลกใหม่ เมนูขึ้นชื่อของร้านนี้คือ ซุปกุ้งใส่แฮมเบิร์กเนื้อ Kuroge Wagyu ร้านนี้มีสาขาอยุ่หลายร้านในซัปโปโร เช่น สาขา Susukino ส่วนร้านที่เราไปกินตั้งอยู่ที่ตึก Pearl Town เดินไม่ไกลจากสถานี JR Sapporo อยู่ชั้นใต้ดินของตึก Pearl Town

ตอนเราไปถึงก็ประมาณทุ่มกว่าแล้ว ปรากฎว่าคิวยาวอีกแล้วจ้า แต่ไหนๆก็มาแล้ว ก็ต้องรอสิคะ เพื่อให้บรรลุภารกิจที่ตั้งไว้ รอคิววนไปค่ะ ประมาณเกือบชั่วโมงกว่าจะได้เข้าไปทาน เพราะร้านอาหารที่ญี่ปุ่นแต่ละร้านเค้ามีที่นั่งจำกัดจริงๆ พอใกล้จะถึงคิวเรา จะมีพนักงานเดินมารับออเดอร์ไว้ก่อนเลย เค้าจะมีเมนูให้เลือกว่าจะเอาน้ำซุปไก่หรือซุปกุ้ง ถ้าเป็นซุปกุ้งก็จะเพิ่มเงินอีกประมาณ 100-200 เยน แน่นอนว่าเราก็ต้องสั่งซุปกุ้งสิจ๊ะ ว่าจะสั่งซุปกุ้งใส่เนื้อแฮมเบิร์กเพราะเป็นของเด็ดประจำร้าน แต่ปรากฎว่าหมดจ้า > < เมนูขายดีมักหมดไวเสมอ (ฮือ) เราก็เลยสั่งซุปกุ้งแกงกะหรี่กับน่องไก่แทน แล้วเค้าก็จะมีระดับความเผ็ดของแกงกะหรี่ให้เลือกถึง 12 ระดับ!! โอ้ว แม่เจ้า ถูกใจคนไทยยิ่งนัก ถ้าใครชอบทานเผ็ดแบบกลางๆ แนะนำว่าให้สั่งระดับ 2 ขึ้นไปนะ เพราะเพื่อนเราสั่งระดับ 1 รสอ่อนมาก แทบจะไม่มีรสเผ็ดเลย เอาล่ะมาดูหน้าตาอาหารและบรรยากาศภายในร้านกันดีกว่าจ้า ^ ^

ทางเข้าด้านหน้าตึก Pearl Town
ด้านหน้าร้าน Okushiba Shouten
Curry Soup ราคา 1,110 เยน

​อาหารจะมาเป็นเซตพร้อมข้าว ส่วนเครื่องเคียงซึ่งเป็นกุ้งตัวเล็กๆชุบแป้งทอดนั้น เราสั่งเพิ่มต่างหากนะ ราคาประมาณ 200 เยน หน้าตาซุปแกงกะหรี่ดูดีมาก ครบเครื่องทั้งผักบร็อคโคลี, แครอท และไข่ต้ม มื้อนี้ถือว่าได้สารอาหารครบถ้วนเลย อันนี้เป็นน้ำซุปแกงกะหรี่ระดับความเผ็ด 1 นะ สีน้ำซุปก็เลยอาจดูจืดไปนิด (ขออภัยลืมถ่ายรูปความเผ็ดระดับ 2 มาให้ดู > <) แต่โดยรวมรสชาติก็อร่อยนะ สำหรับคนไม่ค่อยทานเผ็ด เนื้อน่องไก่เค้าก็ตุ๋นมาได้เปื่อยนุ่มดีมาก ทานกับข้าวสวยร้อนๆบีบเลมอนนิดๆเพื่อตัดรสชาติกัน ส่วนกุ้งชุปแป้งทอด เค้าก็ทอดมาได้กรอบอร่อยดีมาก ชอบๆ เพื่อนๆลองหาโอกาสมาชิมกันดูนะจ๊ะ ถ้าชอบเผ็ด อย่าลืมสั่งระดับ 2 ขึ้นไปนะ จะได้แซ่บ

​ชื่อร้าน: Okushiba Shouten (Ekimae Souseiji)

เวลาทำการ: 11:00-22:00 น. (Last order 21:00 น.)

โทร: +81 011-207-0266

การเดินทาง: เดิน 5 นาที จาก JR Sapporo (South Exit)

4. Ebisoba Ichigen
ราเมงซุปกุ้งอันโด่งดังของเมือง Sapporo

​สุดท้ายแล้วจ้า ก่อนเดินทางกลับเมืองไทย แนะนำว่าอย่าพลาดชิมราเมงชื่อดังที่ตั้งอยู่ในตรอก Ramen Dojyo ของสนามบินชิโตเสะ (Chitose Airport) ที่ซัปโปโรกันนะจ๊ะ ที่นี่เค้าจะรวบรวมร้านราเมงเด็ดๆของฮอกไกโดไว้ด้วยกัน แต่ใครจะมาทานราเมงที่นี่ แนะนำว่าให้เผื่อเวลาก่อนเครื่องออกอย่างน้อยชั่วโมงครึ่งนะ เพราะคิวยาวมากกกกก ก ไก่ล้านตัวเลย ขนาดที่นี่มีร้านราเมงอยู่หลายร้านนะ แต่ร้านนี้คิวยาวสุดเลย เรานี่เข้าคิวรอด้วยใจระทึกเลยว่าจะตกเครื่องมั้ย 555 อยากกินก็อยาก กลัวตกเครื่องก็กลัว รอคิวอยู่ประมาณ 40 นาทีได้ถึงจะได้เข้าไปทาน พอได้คิวเราก็สั่งราเมงซุปกุ้งซึ่งเป็นสูตรออริจินอลของทางร้านเลย พร้อมเกี๊ยวซ่าด้วยความหิวที่รอมานาน พออาหารมานะ คำแรกที่ชิมเข้าไป โห!! อร่อยมาก ยกให้เป็นราเมงอันดับ 1 ในดวงใจสำหรับทริปนี้ของเราเลย ด้วยรสชาติน้ำซุปกุ้งอันกลมกล่อม ซึ่งที่ร้านนี้เค้าจะใช้กุ้งหวานที่เรียกว่า Amaebi มาทำเป็นน้ำซุปกุ้ง รสชาติก็เลยหอมหวานสมชื่อกุ้งหวานเลยจ้า เส้นราเมงก็ลวกมาได้พอดี๊พอดี เกี๊ยวซ่าที่สั่งก็กรอบอร่อย ถือว่าคุ้มค่ากับการรอคอย (และลุ้น) มากๆ แนะนำเลยร้านนี้ แต่ถ้าใครไม่อยากลุ้นแบบเรา ก็สามารถหาทานในเมืองซัปโปโรได้เลยนะจ๊ะ มีหลายสาขา เช่น ย่าน Susukino เป็นต้น

Hokkaido Ramen Dojyo
เอาชามราเมงมาทำเป็นแผนที่ฮอกไกโด
คนเยอะมากกก
ด้านหน้าร้าน Ebisoba Ichigen Ramen
ราเมงซุปกุ้ง ราคา 780 เยน

ชื่อร้าน: Ebisoba Ichigen

วลาทำการ: 10:00 - 21:00 น. (Last Order 20:30 น.)

โทร: +81 123-45-6755

การเดินทาง: ร้านอยู่ชั้น 3 ฝั่ง Domestic Terminal Building สนามบินชิโตเสะ

จบแล้วค่า เป็นยังไงกันบ้างคะ ราเมงที่เรานำมาเสนอนี้ ต่อมหิวทำงานกันหรือยัง 555 ก็ถือว่าทริปนี้มิชชั่นของเราก็สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีนะ ของมันต้องกิน อยากกินต้องได้กินจ้า ใครได้มีโอกาสมาเที่ยวฮอกไกโด อย่าพลาดมาลิ้มลองราเมงที่เราแนะนำกันนะจ๊ะ หวังว่าทุกคนจะชอบเหมือนเรา ฝากติดตามผลงานบล็อกหน้ากันต่อด้วยน้าาา

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก:

ภาพหน้าปก

https://tabelog.com/imgview/original?id=r3920058084432

ภาพประกอบ

https://tabelog.com/imgview/original?id=r2102334909806

https://tabelog.com/imgview/original?id=r2608079791887

https://tabelog.com/imgview/original?id=r6782919835339 

ผลงานบล็อกอื่นๆ

ออนเซ็นแบบไหนที่เหมาะกับคุณ? มารู้จัก 10 ประเภทออนเซ็นของญี่ปุ่นกัน!

รีวิวชุดอาหารเช้าฟรี!สไตล์นาโกย่ากับ 3 ร้านคาเฟ่ชื่อดัง

10 กิจกรรมสุดคูลห้ามพลาด! เมื่อมาเที่ยวญี่ปุ่นฤดูร้อน

8 ไอเดียแต่งเล็บเก๋ไก๋สไตล์ญี่ปุ่น คุณเองก็ทำได้!

10 ขนมของฝากขึ้นชื่อที่ทำจากเมลอนและข้าวโพดของฮอกไกโด

แนะนำที่พักสุดคุ้ม!! ท่ามกลางธรรมชาติที่ฮอกไกโด

15 สิ่งอำนวยความสะดวกดี๊ดีในโรงแรมญี่ปุ่น

หนาวนี้ เที่ยว 1 วันในโอตารุ ช็อป กิน ฟินเวอร์!! 

​สวัสดีค่า หลังจากบล็อกที่แล้วเราได้นำเที่ยว ช็อป กิน ฟินเวอร์!! ที่เมืองโอตารุกันแล้ว (ดูรีวิวย้อนหลังได้ ที่นี่) บล็อกนี้เราก็ยังอยู่ในฮอกไกโดนะจ๊ะ แต่คราวนี้เราจะพาคูณผู้อ่านตระเวนกินร้านราเมงชื่อดังในฮอกไกโดแทน เพราะบล็อกที่แล้วยังพาตระเวนกินไม่สะใจค่ะ 555 (มันใช่เหรอ?) เนื่องจากฮอกไกโดเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์หลายอย่าง หนึ่งในนั้นก็คือราเมงนั่นเองค่ะ ซึ่งแต่ละภูมิภาคของฮอกไกโดก็จะมีน้ำซุปที่โดดเด่นไม่เหมือนกันค่ะ หลักๆแบ่งได้ถึง 3 ชนิดด้วยกัน คือ ราเมงซุปเกลือ เรียกว่า ชิโอะราเมง (Shio Ramen) เป็นราเมงชื่อดังของเมืองฮาโกดาเตะ (Hakodate), โชยุราเมง (Shoyu Ramen) หรือ ราเมงซุปซีอิ๊วญี่ปุ่น เป็นราเมงขึ้นชื่อของเมืองอาซาฮิคาวะ (Asahikawa) และสุดท้ายคือ ราเมงซุปเต้าเจี้ยว เรียกว่า มิโซะราเมง (Miso Ramen) เป็นราเมงมีชื่อของเมืองซัปโปโร (Sapporo)

เอาล่ะ หลังจากทราบเกร็ดความรู้กันเล็กๆน้อยๆแล้ว หนึ่งในมิชชั่นของเราในทริปนี้ก็คือ การตระเวนชิมราเมงชื่อดังของแต่ละภูมิภาคกันค่ะ 555 เรื่องกินเรื่องใหญ่จริงๆ แต่ในทริปนี้เราไม่ได้ชิมมิโซะราเมงนะคะ แต่ได้ชิมราเมงซุปพิเศษอีกชนิดหนึ่งที่ซัปโปโรแทน จะเป็นซุปอะไรนั้น ขออุบไว้ก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวจะมาเฉลยตอนท้าย ห้ามเลื่อนลงมาดูก่อนนะ พร้อมแล้ว! ตามมาชิมกันได้เลยจ้า

1. Ajisai Ramen
ราเมงซุปเกลือชื่อดังแห่งเมือง Hakodate

เนื่องจากทริปนี้เราเริ่มการเดินทางจากทางใต้ขึ้นไปทางเหนือของฮอกไกโด ดังนั้นราเมงที่แรกที่เราจะไปตะลุยชิมกันก็คือ Ajisai Ramen นั่นเองค่ะ ร้านนี้ถือเป็นร้านราเมงชื่อดังอันเก่าแก่ของเมือง Hakodate เลยนะ เปิดมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1930 มีอยู่หลายสาขาทั่วเมืองฮาโกดาเตะเลย ซึ่งสาขาที่เราไปชิมนั้นเดินทางมาง่ายมากค่ะ อยู่ตรงข้ามกับป้อมดาวห้าแฉก ที่เรียกว่า Goryukaku Tower ร้านจะตั้งอยู่ชั้น 2 ของตึก ด้านล่างของตึกจะเป็นร้านคาเฟ่นะคะ หาไม่ยากค่ะ 

ทางขึ้นไปยังร้านชั้น 2
ด้านหน้าร้าน Ajisai Ramen
เครื่องสั่งอาหารอัตโนมัติ

พอเดินขึ้นไปถึงชั้น 2 หน้าร้านจะเป็นตู้เมนูอัตโนมัติให้เรากดสั่งออเดอร์ค่ะ ใช้งานไม่ยากค่ะ ดูตามรูปแล้วจิ้มโลด พอสั่งเสร็จจะมีใบออเดอร์ออกมา พอเราได้ที่นั่งแล้ว จะมีพนักงานมารับออเดอร์เราไปส่งให้พ่อครัวค่ะ

มาถึงร้าน แน่นอนเลยว่าเราต้องสั่ง Shio Ramen ซึ่งเป็นราเมงขึ้นชื่อของร้านและของเมืองนี้กันเลย พร้อมสั่งเกี๊ยวซ่ามาทานเล่น เพิ่มความฟิน นั่งซักพักอาหารก็มาเสิร์ฟ มาดูหน้าตาอาหารที่สั่งกันค่ะ

Shio Ramen ราคา 730 เยน
เกี๊ยวซ่า อร่อยล้ำ

คุณผู้อ่านบางท่านอาจจะคิดว่า โห! ราเมงซุปเกลือคงจะเค็มแย่ ​สารภาพว่าตอนแรกเราก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันค่ะ แต่พอได้ทานเข้าไปแล้ว บอกเลยว่าไม่เค็มเลยจ้า มีรสชาติของเกลืออ่อนๆเท่านั้นเอง อร่อยมากกก ลักษณะน้ำซุปเป็นซุปใส ทานง่าย ซดคล่องคอดีแท้ โดยน้ำซุปจะเป็นการผสมระหว่างซุปจากโครงไก่, กระดูกหมู และเกลือ น้ำซุปมีรสชาติกลมกล่อมมาก และมีกลิ่นหอมอ่อนๆของเกลือ  รสชาติไม่เลี่ยนเพราะเป็นซุปใส น้ำซุปจึงไม่มันมาก ใครกลัวอ้วนแนะนำให้เลือกทานน้ำซุปชนิดนี้เลยจ้า แต่อย่าทานเพลินนะ ถ้ากินหลายชามก็อ้วนได้นะเออ ^_^ ส่วนเกี๊ยวซ่าก็อร่อย หนานุ่ม ชิ้นโต เค้าทอดมาได้กรอบนอก นุ่มใน ทานเล่นเพลินๆก็หมดไม่รู้ตัว 555 ส่วนตัวเวลามาญี่ปุ่นเราชอบสั่งเกี๊ยวซ่ามาชิมเกือบทุกร้านเลย เพราะเกี๊ยวซ่าที่ญี่ปุ่นจะชิ้นใหญ่ กินแล้วสะใจดี ไม่เหมือนที่เมืองไทย ชิ้นเล็กนิดเดียวเอง > < ถ้ามากันหลายคน ลองสั่งกันมาทานดูนะจ๊ะ อร่อยเวอร์วัง

รับประกันความอร่อย ดูจากป้ายรางวัลต่างๆ

ชื่อร้าน: Ajisai Ramen (あじさい 本店)

เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 11:00-20:25 น. (Last Order) หยุดทุกวันพุธที่ 4 ของเดือน (ถ้าตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะเลื่อนไปหยุดวันทำการถัดไปแทน)

โทร: +81 138-51-8373

การเดินทาง: เดิน 1 นาทีจากป้อม Goryukaku Tower

2. Baikohken Ramen
ราเมงซุปโชยุอันเลื่องชื่อของเมือง Asahikawa

​หลังจากชิมราเมงทางใต้กันมาแล้ว เราก็ขับรถขึ้นมาตะลุยชิมกันต่อที่เมืองอาซาฮิคาวะกันค่ะ ซึ่งเมืองนี้จะขึ้นชื่อด้านราเมงซุปโชยุ ร้านที่เราจะไปทานกันนี้ก็เดินทางสะดวกอีกแล้ว อยู่ใกล้กับสถานี JR Asahikawa เลย เดินแค่ 5 นาทีเท่านั้น ร้านนี้ก็จะอยู่ชั้น 2 เหมือนกันนะ พอขึ้นไปแล้วจะเห็นคนยืนเข้าคิวกันยาวๆนั่นแหละแสดงว่ามาถึงแล้ว ส่วนใหญ่ก็เป็นนักท่องเที่ยวซะด้วย แสดงว่าร้านนี้ดังจริงอะไรจริง ยืนรอคิวประมาณ 30 นาทีได้ กว่าจะได้เข้าไปทาน

พอได้เข้าไปในร้าน ก็จัดการสั่งเมนูขึ้นชื่อของร้านคือ Shoyu Ramen ซึ่งเป็นน้ำซุปดั้งเดิมของราเมงเมืองอาซาฮิคาวะ ลักษณะซุปจะมีสีน้ำตาล และมีกลิ่นหอมของโชยุ ส่วนผสมซุปทำจากกระดูกหมู,ไก่ กับปลาแห้งและสาหร่าย น้ำซุปเข้มข้นแต่มีรสชาติซีฟู๊ดจึงมีรสกลมกล่อมด้วย เส้นบะหมี่ก็ทำเอง ไม่ใส่วัตถุเจือปนอาหาร หมูตุ๋นที่นี่เค้าทำจากสะโพกของหมูก็จะนุ๊มนุ่ม, ความมันพอดี ไม่มันมาก สรุปคือ อร่อยนั่นเอง 555 

หรือถ้าใครมีโอกาสมาที่อาซาฮิคาวะและอยากทาน ก็สามารถไปทานได้ที่ Ramen Republic ตึก ESTA ชั้น 10 สถานี JR Sapporo นะ ที่นี่เค้าจะรวมร้านราเมงเด็ดๆไว้หลายร้านเลย

ทางเข้าหน้าร้าน Baikohken Ramen
ด้านหน้าร้าน Baikohken
Shoyu Ramen ราคา 730 เยน

​ชื่อร้าน: Baikohken Asahikawa Honten (梅光軒 旭川本店)

เวลาทำการ: จันทร์-เสาร์ 11:00-21:00 น. (L.O. 20:30 น.)
                   อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 11:00-20:30 น.

โทร: +81 166-24-4575

การเดินทาง: เดิน 5 นาทีจากสถานี JR Asahikawa

3. Okushiba Shouten
Soup Curry Hot & Spicy
ซุปแกงกะหรี่กุ้งอันเลิศรสของเมือง Sapporo

​และแล้วเราก็เดินทางมาถึงเมืองหลักของฮอกไกโดกันแล้ว ซึ่งก็คือซัปโปโร นั่นเอง แต่คราวนี้เราขอเปลี่ยนบรรยากาศจากการทานราเมง มาทานน้ำซุปแกงกะหรี่แบบเผ็ดร้อนแทนที่ร้าน Okushiba Shouten ร้านนี้จะโดดเด่นในเรื่องน้ำซุปที่ทำมาจากกุ้งผสมกับแกงกะหรี่ญี่ปุ่น ให้รสชาติเผ็ดร้อนและหอมมันกุ้งไปพร้อมๆกัน เหมาะกับคนชอบอะไรแปลกใหม่ เมนูขึ้นชื่อของร้านนี้คือ ซุปกุ้งใส่แฮมเบิร์กเนื้อ Kuroge Wagyu ร้านนี้มีสาขาอยุ่หลายร้านในซัปโปโร เช่น สาขา Susukino ส่วนร้านที่เราไปกินตั้งอยู่ที่ตึก Pearl Town เดินไม่ไกลจากสถานี JR Sapporo อยู่ชั้นใต้ดินของตึก Pearl Town

ตอนเราไปถึงก็ประมาณทุ่มกว่าแล้ว ปรากฎว่าคิวยาวอีกแล้วจ้า แต่ไหนๆก็มาแล้ว ก็ต้องรอสิคะ เพื่อให้บรรลุภารกิจที่ตั้งไว้ รอคิววนไปค่ะ ประมาณเกือบชั่วโมงกว่าจะได้เข้าไปทาน เพราะร้านอาหารที่ญี่ปุ่นแต่ละร้านเค้ามีที่นั่งจำกัดจริงๆ พอใกล้จะถึงคิวเรา จะมีพนักงานเดินมารับออเดอร์ไว้ก่อนเลย เค้าจะมีเมนูให้เลือกว่าจะเอาน้ำซุปไก่หรือซุปกุ้ง ถ้าเป็นซุปกุ้งก็จะเพิ่มเงินอีกประมาณ 100-200 เยน แน่นอนว่าเราก็ต้องสั่งซุปกุ้งสิจ๊ะ ว่าจะสั่งซุปกุ้งใส่เนื้อแฮมเบิร์กเพราะเป็นของเด็ดประจำร้าน แต่ปรากฎว่าหมดจ้า > < เมนูขายดีมักหมดไวเสมอ (ฮือ) เราก็เลยสั่งซุปกุ้งแกงกะหรี่กับน่องไก่แทน แล้วเค้าก็จะมีระดับความเผ็ดของแกงกะหรี่ให้เลือกถึง 12 ระดับ!! โอ้ว แม่เจ้า ถูกใจคนไทยยิ่งนัก ถ้าใครชอบทานเผ็ดแบบกลางๆ แนะนำว่าให้สั่งระดับ 2 ขึ้นไปนะ เพราะเพื่อนเราสั่งระดับ 1 รสอ่อนมาก แทบจะไม่มีรสเผ็ดเลย เอาล่ะมาดูหน้าตาอาหารและบรรยากาศภายในร้านกันดีกว่าจ้า ^ ^

ทางเข้าด้านหน้าตึก Pearl Town
ด้านหน้าร้าน Okushiba Shouten
Curry Soup ราคา 1,110 เยน

​อาหารจะมาเป็นเซตพร้อมข้าว ส่วนเครื่องเคียงซึ่งเป็นกุ้งตัวเล็กๆชุบแป้งทอดนั้น เราสั่งเพิ่มต่างหากนะ ราคาประมาณ 200 เยน หน้าตาซุปแกงกะหรี่ดูดีมาก ครบเครื่องทั้งผักบร็อคโคลี, แครอท และไข่ต้ม มื้อนี้ถือว่าได้สารอาหารครบถ้วนเลย อันนี้เป็นน้ำซุปแกงกะหรี่ระดับความเผ็ด 1 นะ สีน้ำซุปก็เลยอาจดูจืดไปนิด (ขออภัยลืมถ่ายรูปความเผ็ดระดับ 2 มาให้ดู > <) แต่โดยรวมรสชาติก็อร่อยนะ สำหรับคนไม่ค่อยทานเผ็ด เนื้อน่องไก่เค้าก็ตุ๋นมาได้เปื่อยนุ่มดีมาก ทานกับข้าวสวยร้อนๆบีบเลมอนนิดๆเพื่อตัดรสชาติกัน ส่วนกุ้งชุปแป้งทอด เค้าก็ทอดมาได้กรอบอร่อยดีมาก ชอบๆ เพื่อนๆลองหาโอกาสมาชิมกันดูนะจ๊ะ ถ้าชอบเผ็ด อย่าลืมสั่งระดับ 2 ขึ้นไปนะ จะได้แซ่บ

​ชื่อร้าน: Okushiba Shouten (Ekimae Souseiji)

เวลาทำการ: 11:00-22:00 น. (Last order 21:00 น.)

โทร: +81 011-207-0266

การเดินทาง: เดิน 5 นาที จาก JR Sapporo (South Exit)

4. Ebisoba Ichigen
ราเมงซุปกุ้งอันโด่งดังของเมือง Sapporo

​สุดท้ายแล้วจ้า ก่อนเดินทางกลับเมืองไทย แนะนำว่าอย่าพลาดชิมราเมงชื่อดังที่ตั้งอยู่ในตรอก Ramen Dojyo ของสนามบินชิโตเสะ (Chitose Airport) ที่ซัปโปโรกันนะจ๊ะ ที่นี่เค้าจะรวบรวมร้านราเมงเด็ดๆของฮอกไกโดไว้ด้วยกัน แต่ใครจะมาทานราเมงที่นี่ แนะนำว่าให้เผื่อเวลาก่อนเครื่องออกอย่างน้อยชั่วโมงครึ่งนะ เพราะคิวยาวมากกกกก ก ไก่ล้านตัวเลย ขนาดที่นี่มีร้านราเมงอยู่หลายร้านนะ แต่ร้านนี้คิวยาวสุดเลย เรานี่เข้าคิวรอด้วยใจระทึกเลยว่าจะตกเครื่องมั้ย 555 อยากกินก็อยาก กลัวตกเครื่องก็กลัว รอคิวอยู่ประมาณ 40 นาทีได้ถึงจะได้เข้าไปทาน พอได้คิวเราก็สั่งราเมงซุปกุ้งซึ่งเป็นสูตรออริจินอลของทางร้านเลย พร้อมเกี๊ยวซ่าด้วยความหิวที่รอมานาน พออาหารมานะ คำแรกที่ชิมเข้าไป โห!! อร่อยมาก ยกให้เป็นราเมงอันดับ 1 ในดวงใจสำหรับทริปนี้ของเราเลย ด้วยรสชาติน้ำซุปกุ้งอันกลมกล่อม ซึ่งที่ร้านนี้เค้าจะใช้กุ้งหวานที่เรียกว่า Amaebi มาทำเป็นน้ำซุปกุ้ง รสชาติก็เลยหอมหวานสมชื่อกุ้งหวานเลยจ้า เส้นราเมงก็ลวกมาได้พอดี๊พอดี เกี๊ยวซ่าที่สั่งก็กรอบอร่อย ถือว่าคุ้มค่ากับการรอคอย (และลุ้น) มากๆ แนะนำเลยร้านนี้ แต่ถ้าใครไม่อยากลุ้นแบบเรา ก็สามารถหาทานในเมืองซัปโปโรได้เลยนะจ๊ะ มีหลายสาขา เช่น ย่าน Susukino เป็นต้น

Hokkaido Ramen Dojyo
เอาชามราเมงมาทำเป็นแผนที่ฮอกไกโด
คนเยอะมากกก
ด้านหน้าร้าน Ebisoba Ichigen Ramen
ราเมงซุปกุ้ง ราคา 780 เยน

ชื่อร้าน: Ebisoba Ichigen

วลาทำการ: 10:00 - 21:00 น. (Last Order 20:30 น.)

โทร: +81 123-45-6755

การเดินทาง: ร้านอยู่ชั้น 3 ฝั่ง Domestic Terminal Building สนามบินชิโตเสะ

จบแล้วค่า เป็นยังไงกันบ้างคะ ราเมงที่เรานำมาเสนอนี้ ต่อมหิวทำงานกันหรือยัง 555 ก็ถือว่าทริปนี้มิชชั่นของเราก็สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีนะ ของมันต้องกิน อยากกินต้องได้กินจ้า ใครได้มีโอกาสมาเที่ยวฮอกไกโด อย่าพลาดมาลิ้มลองราเมงที่เราแนะนำกันนะจ๊ะ หวังว่าทุกคนจะชอบเหมือนเรา ฝากติดตามผลงานบล็อกหน้ากันต่อด้วยน้าาา

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก:

ภาพหน้าปก

https://tabelog.com/imgview/original?id=r3920058084432

ภาพประกอบ

https://tabelog.com/imgview/original?id=r2102334909806

https://tabelog.com/imgview/original?id=r2608079791887

https://tabelog.com/imgview/original?id=r6782919835339 

ผลงานบล็อกอื่นๆ

ออนเซ็นแบบไหนที่เหมาะกับคุณ? มารู้จัก 10 ประเภทออนเซ็นของญี่ปุ่นกัน!

รีวิวชุดอาหารเช้าฟรี!สไตล์นาโกย่ากับ 3 ร้านคาเฟ่ชื่อดัง

10 กิจกรรมสุดคูลห้ามพลาด! เมื่อมาเที่ยวญี่ปุ่นฤดูร้อน

8 ไอเดียแต่งเล็บเก๋ไก๋สไตล์ญี่ปุ่น คุณเองก็ทำได้!

10 ขนมของฝากขึ้นชื่อที่ทำจากเมลอนและข้าวโพดของฮอกไกโด

แนะนำที่พักสุดคุ้ม!! ท่ามกลางธรรมชาติที่ฮอกไกโด

15 สิ่งอำนวยความสะดวกดี๊ดีในโรงแรมญี่ปุ่น

หนาวนี้ เที่ยว 1 วันในโอตารุ ช็อป กิน ฟินเวอร์!! 

บทความล่าสุด