f ของกิน

Fresh news from Japan!

We are excited to deliver you the the freshest news from Japan!

ร้านปิ้งย่างญี่ปุ่นราคาประหยัด...แต่คุณภาพไม่ธรรมดา!

By , วันอังคาร, 29 สิงหาคม 2560

สวัสดีค่า~ หลังจากที่บล็อกเก่าๆเล่าเรื่องประสบการณ์สุดระทึกที่เกาะโอกินาว่าไป (สามารถอ่านย้อนหลังได้ที่ http://www.ilovejapan.co.th/life/entry/okinawa-trip-with-ivusa-volunteer-circle) วันนี้เราจะกลับมาเรื่องเบาๆสำหรับสายกินกันดีกว่า! หากพูดถึงที่ญี่ปุ่น หลายคนคงนึกถึงตระกูลซูชิ ซาชิมิ ชาบูเหล่านี้ แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่ในญี่ปุ่นเองก็เด็ดไม่แพ้กันเลย นั่นก็คือ "ปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น" หรืออีกชื่อหนึ่งคือ "ยากินิคุ" (Yakiniku)

ถ้าใครคาดหวังว่าบล็อกนี้เราจะมาแนะนำร้านปิ้งย่างหรูหราเนื้อคุณภาพไฮโซระดับ 5 ดาว ขอบอกว่า คุณคิดผิดแล้วค่ะ! เพราะร้านที่เราจะแนะนำต่อไปนี้เป็นร้านสไตล์เรียบง่ายราคาถูก เรียกง่ายๆคือ "ปิ้งย่างสไตล์หมูกระทะ" เป็นร้านระดับทั่วไปที่ใครก็สามารถเข้าไปลิ้มลองได้ แม้จะบอกว่าเป็นร้านธรรมดาก็อย่าเพิ่งรีบเบะปากร้องยี้กันไป เพราะคุณภาพเนื้อของที่นี่ไม่ธรรมดาเลยนะขอบอก

เอาล่ะ เกริ่นกันมายาวแล้ว ร้านที่เราจะพูดถึงต่อไปนี้มีชื่อร้านว่า "อิคุด้ง" (Ikudon) 

สำหรับร้านนี้เป็นร้านปิ้งย่างที่มีหลายสาขา ทั้งในโตเกียว อาทิเช่น ชิบุย่า ฮาชิโอจิ ทาคาโอะ มาจิดะ นอกจากนี้ยังมีสาขาในจังหวัดคานากาว่า และจังหวัดฟุกุโอกะ แต่ละสาขาก็จะมีการตกแต่งร้านและคอร์สอาหารแตกต่างกันไป (บางที่มีแบบบุฟเฟ่ต์ บางที่ไม่มี) ร้านแห่งนี้เป็นร้านที่คนญี่ปุ่นมักนิยมมาสังสรรค์กัน โดยสาขาที่เราจะแนะนำต่อไปนี้ คือ สาขาฮาชิโอจิ (Hachioji)

เขตฮาชิโอจิ (Hachioji) ป็นเขตที่อยู่ชานเมืองโตเกียวออกไปอยู่ใกล้กับสถานีทาคาโอะ (Takao) หากนั่งรถไฟสาย Keio Line จากสถานีชินจุกุจะใช้เวลาประมาณ 40 นาที 

วิธีเดินทาง เมื่อออกจากสถานีฮาชิโอจิแล้วให้เลี้ยวขวาออกไปยังทางออกฝั่ง North Exit เดินออกมาจากสถานีจะเจอสะพานเชื่อมจากด้านหน้าสถานีไปยังฝั่งตรงข้าม จากนั้นให้เราลงจากสะพานฝั่งทางซ้ายมือที่ใกล้สถานีที่สุด 

พอลงมาจะเจอห้าแยกเล็กๆข้างสถานี ให้เราข้ามถนนไปยังฝั่งที่อยู่ด้านเดียวกับสถานี (ปากซอยจะเป็นร้านขายรองเท้า) แล้วเลี้ยวซ้าย เดินตรงไปอีกนิดจะเจอตึกที่มีบันได โดยร้านจะอยู่บริเวณชั้น 2 บนตึกเล็กๆด้านขวามือ (ชั้น 1 จะเป็นร้านซูชิค่ะ) ตึกอยู่ถัดจากร้านรองเท้าเลยค่ะ จุดสังเกตอีกจุดหนึ่งง่ายๆคือ ตึกนั้นเยื้องกับร้านปาจิงโกะที่อยู่ฝั่งตรงข้าม...แถมนิดนึง ถ้าเดินตรงเข้าไปอีก แล้วเห็นตึกสุดซอยที่หรูๆคล้ายๆโรงแรมหน่อย ถ้าขึ้นไปชั้นบนจะเป็นโซนเกมเซ็นเตอร์ใหญ่เลยค่ะ (^^)

จะบอกว่าความรู้สึกตอนมาครั้งแรก คือ ทำไมร้านมันเล็กจังฟะ! (ภาพประกอบขวามือคือรูปจริงของทางร้านสาขานี้ค่ะ) 

พอขึ้นบันไดมาจะเจอประตูร้านอยู่ด้านขวามือ แค่เปิดประตูเข้าไปเท่านั้นแหละ บรรยากาศร้านหมูกระทะเมืองไทยมาเต็ม! 

ทั้งเสียงโหวกเหวกโวยวายของเหล่าพนักงานบริษัทที่มาสังสรรค์กันหลังเลิกงาน กลิ่นควันลอยเต็มร้าน มีโต๊ะสี่เหลี่ยมเล็กๆทั้งอยู่กลางร้านประมาณ 6-7 โต๊ะ แถมที่นั่งยังเป็นเก้าอี้แบบไม่มีพนักพิง ตรงกลางจะเป็นเตาถ่านไม่ได้หรูหราไฮโซเหมือนที่เคยกินมา

สารภาพแบบว่าแว้บแรกแอบช็อคเบาๆ สาเหตุที่รู้จักร้านนี้เพราะตอนนั้นมีรุ่นพี่พามาเลี้ยงค่ะ แต่ตัวเองก็ไม่ใช่คนติดหรูอะไรขนาดนั้นเลยไม่ได้ซีเรียสอะไรเท่าไหร่ ถึงสภาพร้านและเก้าอี้จะดูไม่ค่อยน่านั่งเท่าไหร่ แต่ร้านก็สะอาด แถมคนเยอะมากๆ แสดงว่ามันต้องมีอะไรดีแน่ๆ (มองโลกบวกสุดๆ)

​พอไปนั่งที่โต๊ะว่างก็จะมีพนักงานวัยรุ่นมาแจกโอชิโบริ (ผ้าเปียกสำหรับเช็ดมือ) พร้อมกับกะหล่ำปลีสดเป็นกับแกล้มและเมนู แล้วก็ทางร้านยังมีซุปไว้ให้ทานแก้เลี่ยนด้วยค่ะ

ขอบอกว่าพนักงานเด็ด เฮ้ยไม่เกี่ยว! ตรงนี้ต้องบอกว่าใครที่ไม่มีความรู้ภาษาญี่ปุ่นอาจจะลำบากนิดนึง เพราะเมนูมีแต่ภาษาญี่ปุ่น แล้วนี่ดันไม่รู้เลยว่าเนื้อแต่ละส่วนภาษาญี่ปุ่นเรียกว่าอะไร ก็เปิดรูปจากใน Google ดูกันไปแล้วก็ค่อยสั่งลองกินมั่วๆดูเพราะไม่รู้ว่าส่วนไหนอร่อย 5555 

ราคาเมนูแบบจานเดียวคร่าวๆ บางทีสั่งมามั่วๆก็แยกไม่ออกว่าส่วนไหนเป็นส่วนไหน

​เราสามารถเลือกได้ค่ะว่าเนื้อที่สั่งไป ต้องการเนื้อหมักเกลือ โชยุ หรือซอสอะไรอีกอย่างจำไม่ได้  สำหรับสาขานี้จะมีทั้ง แบบบุฟเฟ่ต์จับเวลา และแบบสั่งแยก (ถ้าเป็นสาขาทาคาโอะ ร้านใหญ่กว่านี้ตกแต่งดีกว่านี้ประมาณ 2-3 เท่าแต่ไม่มีแบบบุฟเฟ่ต์) โดยแบบบุฟเฟ่ต์จะแบ่งเป็นคอร์สต่างๆ ได้แก่ 

1. คอร์ส Stamina (ให้เวลา 90 นาที) โดยจะได้เนื้อทั้งหมด 19 ชนิด! โดยเนื้อที่เป็นเมนูแนะนำของร้าน อาทิเช่น 

ホルモン (Holumon) ไส้อ่อนหมู, ハラミ (Harami) เนื้อส่วนท้องแต่เป็นเนื้อบริเวณกระบังลม, カルビ (Karubi) เนื้อติดซี่โครง, タン (Tan) ย่อมาจากคำว่ากิวตัน คือ ลิ้นวัว, ナンコツ (Nankotsu) กระดูกออก เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีทั้งเนื้อสันใน เนื้อสันนอก และยังมีเนื้อส่วนต่างๆอีกหลายประเภทให้ได้ลองทานคู่กับข้าวกันจนเอียน โดยทั้งหมดนี้ ราคาท่านละ 2,300 เยนเท่านั้น (ไม่รวมเครื่องดื่ม)

2. คอร์ส AorB (ให้เวลา 120 นาที) เป็นคอร์สที่แพงขึ้นมาอีกนิดโดย จานแรกจะเป็นเซอร์วิสรวมเนื้อฟรีของทางร้าน สำหรับจานที่ 2 เป็นต้นไป สามารถเลือกสั่งเนื้อได้ 19 ชนิดเช่นเคย แต่จะเพิ่มกับแกล้มเป็นของดองและของหวานเข้ามาด้วย ราคาท่านละ 3,400 เยน

3.  คอร์สรวมบุฟเฟ่ต์เครื่องดื่มและเนื้อ (ให้เวลา 120 นาที) เซอร์วิสเช่นเดียวกับคอร์ส AorB แต่ในจานที่ 2 คุณสามารถเลือกลิ้มลองเนื้อได้ถึง 24 ชนิดแถมเครื่องดื่มและของหวานไม่อั้น ราคาท่านละ 4,500 เยนเท่านั้น!

หมายเหตุ : ทุกคอร์สสามารถเติมกะหล่ำปลีได้ไม่อั้นฟรี! นอกจากนี้ใครที่แจ้งทางร้านว่าเห็นโปรโมชั่นมาจากทางเว็บไซต์ของร้าน ยังได้ส่วนลดอีกถึง 300-500 เยน! (แล้วแต่คอร์ส)

หลังจากที่สั่งเสร็จแล้ว พนักงานก็จะยกเตามาตั้งให้โดยเป็นเตาถ่านแล้วมีตะแกรงวางด้านบน สามารถขอเปลี่ยนตะแกรงได้ตลอดหากเนื้อเริ่มไหม้ติดตะแกรง หลังจากรอให้เตาร้อนสักพัก พออาหารถูกยกมาเสิร์ฟเท่านั้นล่ะ ทุกคนเหมือนกลายร่างเป็นอีแร้งรุมทึ้งเหยื่อ ต่างคนต่างรีบปิ้งเนื้อของตัวเองไม่สนใจใครทั้งสิ้น

ขอบอกว่ารสชาติที่นี่เด็ดกว่าที่คิดมากกก! เนื้ออาจจะไม่ได้ระดับหรูเหมือนตามร้านใหญ่ๆ แต่รสชาติน้ำจิ้มและคุณภาพเนื้อนุ่มเข้ากับน้ำซุปของทางร้านเป็นอย่างดี (รสชาติเหมือนน้ำซุปข้าวมันไก่) โดยเฉพาะเนื้อซี่โครง (Karubi) ที่อร่อยมากๆสมกับเป็นเมนูแนะนำ ทำให้รู้สึกว่าคุ้มค่ากับราคาจริงๆ!

แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่าสไตล์ร้านอาจไม่ถูกใจคุณผู้หญิงเท่าไหร่นะคะ เพราะเป็นร้านกึ่งแนวอิซากายะ สาขาส่วนใหญ่ร้านค่อนข้างเล็ก ถึงแม้จะมีที่ดูควันก็ตาม แต่รับรองว่าหัวคุณจะเต็มไปด้วยกลิ่นเนื้อย่าง และกลิ่นควันชนิดที่ว่าวิ่งกลับไปสระผมแทบไม่ทันเลยทีเดียว (-_-;)

เห็นภาพนี้แล้วนึกถึงวันวานที่ร้านหมูกระทะ
ผลัดกันนั่งดมควันนี่ไม่ใช่ควันจากโต๊ะเรานะ...แต่เป็นโต๊ะข้างๆ! (คุณเธอเล่นปิ้งไปเอามือพัดไล่ควันไป นี่ก็สูดฟื้ดเข้าไปซะเต็มปอด)

​นอกจากนี้ทางร้านยังมี โปรโมชั่น Ikudon Day คือ หากใครแวะไปทานที่ร้านทุกวันที่ 9,19, 29 ของทุกเดือน เมนูเครื่องดื่มและอาหารของร้านทุกเมนู ลดราคา 100 เยนอีกด้วย! 

จากที่ไปมาโดยส่วนตัวเราคิดว่าร้านนี้เหมาะกับการไปนั่งสังสรรค์กับเพื่อนฝูงกันมากกว่า เพราะบรรยากาศร้านแนวนี้อาจจะไม่เหมาะกับการไปเดทเท่าไหร่นัก ถ้าไม่อยากโดนเรียกว่าคู่รักสิงห์รมควัน 5555 ยิ่งช่วงเย็นวันศุกร์คนจะเยอะมากกกก

ใครที่ทานไม่เยอะ อยากไปลองขำๆ หรือใครที่กำลังมองหาร้านปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นที่ราคาไม่แพงเกินไปก็ขอแนะนำที่นี่เลยค่ะ สาขาที่ไปง่ายสุดๆ คิดว่าน่าจะเป็นสาขาที่ชิบุย่า แต่เรายังไม่เคยลองไปสาขานั้นเลย ใครที่เคยไปแล้วเป็นอย่างไรบ้าง อย่าลืมแวะมาเล่าประสบการณ์ให้ฟังกันนะคะ (^^)

และสุดท้ายนี้ หากใครมีคำถามข้อสงสัย หรืออยากอ่านบล็อกเก่าๆที่เราเคยเขียน สามารถแวะเข้าไปดูได้ที่เพจของเรา ไว้เจอกันใหม่บล็อกหน้าค่า~

PAGE :https://www.facebook.com/rumraisinblogger/

ขอขอบคุณรูปภาพประกอบเนื้อหาจาก

  • http://vita.tc/shops/343 
  • http://www.ikudon-h.com/ 
  • http://takaozanyuho.com/food/313.html 
  • http://www.hotpepper.jp/strJ000763596
  • http://www.hotpepper.jp/strJ000760522
  • http://choon.top/all-you-can-eat/hachioji- yakiniku.html 
  • http://tabelog.com/en/chiba/A1202/A120201/ 12019271
  • http://blogs.yahoo.co.jp/ike07132000/466609 83.html

สวัสดีค่า~ หลังจากที่บล็อกเก่าๆเล่าเรื่องประสบการณ์สุดระทึกที่เกาะโอกินาว่าไป (สามารถอ่านย้อนหลังได้ที่ http://www.ilovejapan.co.th/life/entry/okinawa-trip-with-ivusa-volunteer-circle) วันนี้เราจะกลับมาเรื่องเบาๆสำหรับสายกินกันดีกว่า! หากพูดถึงที่ญี่ปุ่น หลายคนคงนึกถึงตระกูลซูชิ ซาชิมิ ชาบูเหล่านี้ แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่ในญี่ปุ่นเองก็เด็ดไม่แพ้กันเลย นั่นก็คือ "ปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น" หรืออีกชื่อหนึ่งคือ "ยากินิคุ" (Yakiniku)

ถ้าใครคาดหวังว่าบล็อกนี้เราจะมาแนะนำร้านปิ้งย่างหรูหราเนื้อคุณภาพไฮโซระดับ 5 ดาว ขอบอกว่า คุณคิดผิดแล้วค่ะ! เพราะร้านที่เราจะแนะนำต่อไปนี้เป็นร้านสไตล์เรียบง่ายราคาถูก เรียกง่ายๆคือ "ปิ้งย่างสไตล์หมูกระทะ" เป็นร้านระดับทั่วไปที่ใครก็สามารถเข้าไปลิ้มลองได้ แม้จะบอกว่าเป็นร้านธรรมดาก็อย่าเพิ่งรีบเบะปากร้องยี้กันไป เพราะคุณภาพเนื้อของที่นี่ไม่ธรรมดาเลยนะขอบอก

เอาล่ะ เกริ่นกันมายาวแล้ว ร้านที่เราจะพูดถึงต่อไปนี้มีชื่อร้านว่า "อิคุด้ง" (Ikudon) 

สำหรับร้านนี้เป็นร้านปิ้งย่างที่มีหลายสาขา ทั้งในโตเกียว อาทิเช่น ชิบุย่า ฮาชิโอจิ ทาคาโอะ มาจิดะ นอกจากนี้ยังมีสาขาในจังหวัดคานากาว่า และจังหวัดฟุกุโอกะ แต่ละสาขาก็จะมีการตกแต่งร้านและคอร์สอาหารแตกต่างกันไป (บางที่มีแบบบุฟเฟ่ต์ บางที่ไม่มี) ร้านแห่งนี้เป็นร้านที่คนญี่ปุ่นมักนิยมมาสังสรรค์กัน โดยสาขาที่เราจะแนะนำต่อไปนี้ คือ สาขาฮาชิโอจิ (Hachioji)

เขตฮาชิโอจิ (Hachioji) ป็นเขตที่อยู่ชานเมืองโตเกียวออกไปอยู่ใกล้กับสถานีทาคาโอะ (Takao) หากนั่งรถไฟสาย Keio Line จากสถานีชินจุกุจะใช้เวลาประมาณ 40 นาที 

วิธีเดินทาง เมื่อออกจากสถานีฮาชิโอจิแล้วให้เลี้ยวขวาออกไปยังทางออกฝั่ง North Exit เดินออกมาจากสถานีจะเจอสะพานเชื่อมจากด้านหน้าสถานีไปยังฝั่งตรงข้าม จากนั้นให้เราลงจากสะพานฝั่งทางซ้ายมือที่ใกล้สถานีที่สุด 

พอลงมาจะเจอห้าแยกเล็กๆข้างสถานี ให้เราข้ามถนนไปยังฝั่งที่อยู่ด้านเดียวกับสถานี (ปากซอยจะเป็นร้านขายรองเท้า) แล้วเลี้ยวซ้าย เดินตรงไปอีกนิดจะเจอตึกที่มีบันได โดยร้านจะอยู่บริเวณชั้น 2 บนตึกเล็กๆด้านขวามือ (ชั้น 1 จะเป็นร้านซูชิค่ะ) ตึกอยู่ถัดจากร้านรองเท้าเลยค่ะ จุดสังเกตอีกจุดหนึ่งง่ายๆคือ ตึกนั้นเยื้องกับร้านปาจิงโกะที่อยู่ฝั่งตรงข้าม...แถมนิดนึง ถ้าเดินตรงเข้าไปอีก แล้วเห็นตึกสุดซอยที่หรูๆคล้ายๆโรงแรมหน่อย ถ้าขึ้นไปชั้นบนจะเป็นโซนเกมเซ็นเตอร์ใหญ่เลยค่ะ (^^)

จะบอกว่าความรู้สึกตอนมาครั้งแรก คือ ทำไมร้านมันเล็กจังฟะ! (ภาพประกอบขวามือคือรูปจริงของทางร้านสาขานี้ค่ะ) 

พอขึ้นบันไดมาจะเจอประตูร้านอยู่ด้านขวามือ แค่เปิดประตูเข้าไปเท่านั้นแหละ บรรยากาศร้านหมูกระทะเมืองไทยมาเต็ม! 

ทั้งเสียงโหวกเหวกโวยวายของเหล่าพนักงานบริษัทที่มาสังสรรค์กันหลังเลิกงาน กลิ่นควันลอยเต็มร้าน มีโต๊ะสี่เหลี่ยมเล็กๆทั้งอยู่กลางร้านประมาณ 6-7 โต๊ะ แถมที่นั่งยังเป็นเก้าอี้แบบไม่มีพนักพิง ตรงกลางจะเป็นเตาถ่านไม่ได้หรูหราไฮโซเหมือนที่เคยกินมา

สารภาพแบบว่าแว้บแรกแอบช็อคเบาๆ สาเหตุที่รู้จักร้านนี้เพราะตอนนั้นมีรุ่นพี่พามาเลี้ยงค่ะ แต่ตัวเองก็ไม่ใช่คนติดหรูอะไรขนาดนั้นเลยไม่ได้ซีเรียสอะไรเท่าไหร่ ถึงสภาพร้านและเก้าอี้จะดูไม่ค่อยน่านั่งเท่าไหร่ แต่ร้านก็สะอาด แถมคนเยอะมากๆ แสดงว่ามันต้องมีอะไรดีแน่ๆ (มองโลกบวกสุดๆ)

​พอไปนั่งที่โต๊ะว่างก็จะมีพนักงานวัยรุ่นมาแจกโอชิโบริ (ผ้าเปียกสำหรับเช็ดมือ) พร้อมกับกะหล่ำปลีสดเป็นกับแกล้มและเมนู แล้วก็ทางร้านยังมีซุปไว้ให้ทานแก้เลี่ยนด้วยค่ะ

ขอบอกว่าพนักงานเด็ด เฮ้ยไม่เกี่ยว! ตรงนี้ต้องบอกว่าใครที่ไม่มีความรู้ภาษาญี่ปุ่นอาจจะลำบากนิดนึง เพราะเมนูมีแต่ภาษาญี่ปุ่น แล้วนี่ดันไม่รู้เลยว่าเนื้อแต่ละส่วนภาษาญี่ปุ่นเรียกว่าอะไร ก็เปิดรูปจากใน Google ดูกันไปแล้วก็ค่อยสั่งลองกินมั่วๆดูเพราะไม่รู้ว่าส่วนไหนอร่อย 5555 

ราคาเมนูแบบจานเดียวคร่าวๆ บางทีสั่งมามั่วๆก็แยกไม่ออกว่าส่วนไหนเป็นส่วนไหน

​เราสามารถเลือกได้ค่ะว่าเนื้อที่สั่งไป ต้องการเนื้อหมักเกลือ โชยุ หรือซอสอะไรอีกอย่างจำไม่ได้  สำหรับสาขานี้จะมีทั้ง แบบบุฟเฟ่ต์จับเวลา และแบบสั่งแยก (ถ้าเป็นสาขาทาคาโอะ ร้านใหญ่กว่านี้ตกแต่งดีกว่านี้ประมาณ 2-3 เท่าแต่ไม่มีแบบบุฟเฟ่ต์) โดยแบบบุฟเฟ่ต์จะแบ่งเป็นคอร์สต่างๆ ได้แก่ 

1. คอร์ส Stamina (ให้เวลา 90 นาที) โดยจะได้เนื้อทั้งหมด 19 ชนิด! โดยเนื้อที่เป็นเมนูแนะนำของร้าน อาทิเช่น 

ホルモン (Holumon) ไส้อ่อนหมู, ハラミ (Harami) เนื้อส่วนท้องแต่เป็นเนื้อบริเวณกระบังลม, カルビ (Karubi) เนื้อติดซี่โครง, タン (Tan) ย่อมาจากคำว่ากิวตัน คือ ลิ้นวัว, ナンコツ (Nankotsu) กระดูกออก เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีทั้งเนื้อสันใน เนื้อสันนอก และยังมีเนื้อส่วนต่างๆอีกหลายประเภทให้ได้ลองทานคู่กับข้าวกันจนเอียน โดยทั้งหมดนี้ ราคาท่านละ 2,300 เยนเท่านั้น (ไม่รวมเครื่องดื่ม)

2. คอร์ส AorB (ให้เวลา 120 นาที) เป็นคอร์สที่แพงขึ้นมาอีกนิดโดย จานแรกจะเป็นเซอร์วิสรวมเนื้อฟรีของทางร้าน สำหรับจานที่ 2 เป็นต้นไป สามารถเลือกสั่งเนื้อได้ 19 ชนิดเช่นเคย แต่จะเพิ่มกับแกล้มเป็นของดองและของหวานเข้ามาด้วย ราคาท่านละ 3,400 เยน

3.  คอร์สรวมบุฟเฟ่ต์เครื่องดื่มและเนื้อ (ให้เวลา 120 นาที) เซอร์วิสเช่นเดียวกับคอร์ส AorB แต่ในจานที่ 2 คุณสามารถเลือกลิ้มลองเนื้อได้ถึง 24 ชนิดแถมเครื่องดื่มและของหวานไม่อั้น ราคาท่านละ 4,500 เยนเท่านั้น!

หมายเหตุ : ทุกคอร์สสามารถเติมกะหล่ำปลีได้ไม่อั้นฟรี! นอกจากนี้ใครที่แจ้งทางร้านว่าเห็นโปรโมชั่นมาจากทางเว็บไซต์ของร้าน ยังได้ส่วนลดอีกถึง 300-500 เยน! (แล้วแต่คอร์ส)

หลังจากที่สั่งเสร็จแล้ว พนักงานก็จะยกเตามาตั้งให้โดยเป็นเตาถ่านแล้วมีตะแกรงวางด้านบน สามารถขอเปลี่ยนตะแกรงได้ตลอดหากเนื้อเริ่มไหม้ติดตะแกรง หลังจากรอให้เตาร้อนสักพัก พออาหารถูกยกมาเสิร์ฟเท่านั้นล่ะ ทุกคนเหมือนกลายร่างเป็นอีแร้งรุมทึ้งเหยื่อ ต่างคนต่างรีบปิ้งเนื้อของตัวเองไม่สนใจใครทั้งสิ้น

ขอบอกว่ารสชาติที่นี่เด็ดกว่าที่คิดมากกก! เนื้ออาจจะไม่ได้ระดับหรูเหมือนตามร้านใหญ่ๆ แต่รสชาติน้ำจิ้มและคุณภาพเนื้อนุ่มเข้ากับน้ำซุปของทางร้านเป็นอย่างดี (รสชาติเหมือนน้ำซุปข้าวมันไก่) โดยเฉพาะเนื้อซี่โครง (Karubi) ที่อร่อยมากๆสมกับเป็นเมนูแนะนำ ทำให้รู้สึกว่าคุ้มค่ากับราคาจริงๆ!

แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่าสไตล์ร้านอาจไม่ถูกใจคุณผู้หญิงเท่าไหร่นะคะ เพราะเป็นร้านกึ่งแนวอิซากายะ สาขาส่วนใหญ่ร้านค่อนข้างเล็ก ถึงแม้จะมีที่ดูควันก็ตาม แต่รับรองว่าหัวคุณจะเต็มไปด้วยกลิ่นเนื้อย่าง และกลิ่นควันชนิดที่ว่าวิ่งกลับไปสระผมแทบไม่ทันเลยทีเดียว (-_-;)

เห็นภาพนี้แล้วนึกถึงวันวานที่ร้านหมูกระทะ
ผลัดกันนั่งดมควันนี่ไม่ใช่ควันจากโต๊ะเรานะ...แต่เป็นโต๊ะข้างๆ! (คุณเธอเล่นปิ้งไปเอามือพัดไล่ควันไป นี่ก็สูดฟื้ดเข้าไปซะเต็มปอด)

​นอกจากนี้ทางร้านยังมี โปรโมชั่น Ikudon Day คือ หากใครแวะไปทานที่ร้านทุกวันที่ 9,19, 29 ของทุกเดือน เมนูเครื่องดื่มและอาหารของร้านทุกเมนู ลดราคา 100 เยนอีกด้วย! 

จากที่ไปมาโดยส่วนตัวเราคิดว่าร้านนี้เหมาะกับการไปนั่งสังสรรค์กับเพื่อนฝูงกันมากกว่า เพราะบรรยากาศร้านแนวนี้อาจจะไม่เหมาะกับการไปเดทเท่าไหร่นัก ถ้าไม่อยากโดนเรียกว่าคู่รักสิงห์รมควัน 5555 ยิ่งช่วงเย็นวันศุกร์คนจะเยอะมากกกก

ใครที่ทานไม่เยอะ อยากไปลองขำๆ หรือใครที่กำลังมองหาร้านปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นที่ราคาไม่แพงเกินไปก็ขอแนะนำที่นี่เลยค่ะ สาขาที่ไปง่ายสุดๆ คิดว่าน่าจะเป็นสาขาที่ชิบุย่า แต่เรายังไม่เคยลองไปสาขานั้นเลย ใครที่เคยไปแล้วเป็นอย่างไรบ้าง อย่าลืมแวะมาเล่าประสบการณ์ให้ฟังกันนะคะ (^^)

และสุดท้ายนี้ หากใครมีคำถามข้อสงสัย หรืออยากอ่านบล็อกเก่าๆที่เราเคยเขียน สามารถแวะเข้าไปดูได้ที่เพจของเรา ไว้เจอกันใหม่บล็อกหน้าค่า~

PAGE :https://www.facebook.com/rumraisinblogger/

ขอขอบคุณรูปภาพประกอบเนื้อหาจาก

  • http://vita.tc/shops/343 
  • http://www.ikudon-h.com/ 
  • http://takaozanyuho.com/food/313.html 
  • http://www.hotpepper.jp/strJ000763596
  • http://www.hotpepper.jp/strJ000760522
  • http://choon.top/all-you-can-eat/hachioji- yakiniku.html 
  • http://tabelog.com/en/chiba/A1202/A120201/ 12019271
  • http://blogs.yahoo.co.jp/ike07132000/466609 83.html

บทความล่าสุด