f ของกิน

เผยเคล็ดลับความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นจากเครื่องปรุงรอบตัวเรา

By , วันพฤหัสบดี, 13 กันยายน 2561

จุ๊บุจุ๊บุ-โยดช่า​
じゅぶじゅぶ~よっしゃ

     สวัสดีค่ะเพื่อนๆ บล็อกในวันนี้ฟ้าจังไม่ได้มาสอนทำอาหารนะคะ แต่จะมานำเสนอความบ้าบิ่นและความสุดขั้วสไตล์ญี่ปุ่นค่ะ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วนะคะว่าคนญี่ปุ่นเวลาจะทำอะไรแบบบ้าบิ่น เค้าจะแสดงออกกันอย่างสุดขั้ว แม้แต่การปรุงรสอาหารก็เช่นกันค่ะ 

     ฟ้าจังบังเอิญไปอ่านเจอในเว็บไซต์บทความหนึ่ง อ่านแล้วสนุกดีค่ะ จึงอยากนำมาถ่ายทอดบอกต่อให้กับเพื่อนๆได้ทราบกัน เผื่อเพื่อนๆอยากจะไปลองทำกันบ้างนะคะ 

     บล็อกในวันนี้ถึงแม้ว่าบางคนอาจ​จะทำอาหารไม่เป็นเลย แต่อย่างน้อยเครื่องปรุงดังต่อไปนี้หลายคนที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นต้องมีเก็บไว้ในบ้านแน่นอนค่ะ อย่างเช่น โชวยุหรือไม่ก็มายองเนส คนญี่ปุ่นเค้าแค่เติมนิดเติมหน่อยก็ช่วยเสริมรสชาติและเป็นเครื่องปรุงที่ขาดไม่ได้แล้วล่ะค่ะ 

     เราไปดูความบ้าบิ่นและความสุดขั้วของคนญี่ปุ่นกันดีกว่าว่าเค้าจะจับคู่เครื่องปรุงที่มีอยู่รอบตัวเขามาปรุงรสให้เกิดความแซ่บอุมามิได้อย่างไร ไปค่ะ!

1.ราดซอสพริกน้ำจิ้มไก่กับซอสมะเขือเทศลงไปบนมันฝรั่งทอด

     สำหรับคนไทยอาจจะไม่แปลกแต่สำหรับคนญี่ปุ่นแล้วมันเป็นความแปลกและสุดขั้วของคนในประเทศเขาค่ะ ปกติแล้วคนญี่ปุ่นจะทานมันฝรั่งทอดเปล่าๆหรือคลุกกับเกลือเท่านั้น แต่ก็มีบางคนทานกับซอสมะเขือเทศหรือมายองเนส ฟ้าจังคิดว่าเจ้าของบทความที่ฟ้าจังอ่านอาจจะเคยไปประเทศไทยมาก่อน จึงนำสูตรซอสพริกน้ำจิ้มไก่กับซอสมะเขือเทศมาจิ้มทานกับมันฝรั่งทอด 

     การที่ทำแบบนี้เค้าบอกว่า เป็นการช่วยเสริมรสชาติความเผ็ดกับความหวาน และไปกระตุ้นให้ลิ้นได้รับรสชาติได้ดีขึ้น เท่านั้นยังไม่พอ อีกหนึ่งความสุดขั้วนั้นก็คือ ถ้าคุณลองเติมกระเทียมขูด [おろしニンニク~oroshi ninniku] ลงไปด้วยจะยิ่งทำให้อร่อยอุมามิเข้าไปอีก

     เออ…. อันนี้คนไทยเค้าไม่ทำกันนะคะพ่อคุณ 

      ใครมีเพื่อนหรือแฟนญี่ปุ่นลองนำสูตรนี้ไปให้เขาทานนะคะ รับรองค่ะ เค้าคงต้องบ่นใส่หูคุณแน่นอนว่าคนอะไรบ้าบิ่นจริงๆเลย

2. สูตรน้ำสลัดที่ทำมาจากโชวยุ, น้ำปลาและน้ำมันงา

     เค้าบอกว่าถึงแม้น้ำสลัดสำเร็จรูปที่วางขายอยู่ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตนั้นจะสะดวกก็จริง แต่ว่าถ้าทำน้ำสลัดทานเองได้มันจะอร่อยกว่าไหม แต่สูตรที่จะนำมาเสนอนี้มันไม่เหมือนกับสูตรตามปกติทั่วไป นั่นก็คือ คนญี่ปุ่นเค้านำน้ำปลามารวมกันกับโชวยุและน้ำมันงา แล้วนำมาดัดแปลงปรุงรสและทำเป็นน้ำสลัดค่ะ

      แปลกอ่ะ….แอบดีใจเล็กๆค่ะ ว่าคนญี่ปุ่นรู้จักน้ำปลา​ของประเทศไทยด้วย

      เค้าบอกว่ากลิ่นน้ำปลาที่ฉุนมาถึงจมูกเมื่อมารวมกับน้ำมันงาแล้วมันจะได้รสชาติกลมกล่อม เป็นความบ้าบิ่นที่ลงตัวและเข้ากันได้ดีกับรสชาติของโชวยุ แถมความสุดขั้วที่จะทำให้อุมามิเพิ่มขึ้นนั้นก็คือ เพียงแค่เพิ่มขิงขูด [おろし生姜~oroshi shouga], กระเทียมขูดและน้ำส้มสายชูลงไปก็จะทำให้ความอร่อยเพิ่มขึ้นคูณ 10 คุณจะได้รับรู้ถึงรสชาติอาหารที่เป็นเอเชียขนานแท้ค่ะ

3. นำซอสพริกน้ำจิ้มไก่มาผสมกับน้ำปลา

     โอ้พระเจ้า! สูตรนี้ถ้าจำไม่ผิดตั้งแต่เกิดมาฟ้าจังยังไม่เคยเอาน้ำปลามาผสมกับน้ำจิ้มไก่เลยนะคะ คนญี่ปุ่นเขารู้จักน้ำจิ้มไก่หวานๆนี้มาจากเวียดนาม เค้าบอกว่าเพียงแค่คุณเติมน้ำปลาลงไปในน้ำจิ้มนี้ จะยิ่งเพิ่มความอร่อยขึ้นเป็นสองเท่า อะไรจะบ้าบิ่นถึงขนาดนี้คะ

      อีกอย่างถ้าเป็นหน้าร้อนของญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นมักจะไม่ค่อยเจริญอาหารถ้านำสูตรน้ำจิ้มนี้มาทานในช่วงฤดูร้อนแล้วล่ะ​ก็​ จะทำให้เจริญอาหารขึ้นได้ค่ะ ยังไงก็ลองไปทำทานกันดูนะคะ

4.ใส่โชวยุไปในครีมชีสพร้อมโรยด้วยปลาคะทสึโอะบุชิ

     ที่จริงแล้วครีมชีสเป็นส่วนผสมหลักของอาหารและ​ขนมในแถบยุโรปซึ่งคนญี่ปุ่นนิยมใช้ทำทานกันอย่างแพร่หลายมากๆ 

     ความบ้าบิ่นและสุดขั้วของคนญี่ปุ่นก็คือ เพียงแค่คุณเหยาะ​โชว​ยุลงไปบนครีมชีสพร้อมกับโรยปลาคะทสึโอะบุชิลงไปแล้วล่ะ​ก็ มันจะกลายเป็นกับแกล้มชั้นเลิศสำหรับคอสุราเลยแหละ  

     แต่ในความบ้าบิ่นนี้มันก็มีเหตุผลของมันค่ะ เค้าบอกว่าโชวยุจะไปช่วยควบคุมความหวานของชีส​ให้ออกมามีรสชาติที่พอดีและปลาคะทสึโอะบุชิซึ่งเป็นอาหารรสชาติญี่ปุ่นที่โดดเด่น​ จะไปช่วยเสริมรสสัมผัสครีมชีสนั้นให้​กลมกล่อมยิ่งขึ้นค่ะ แหม..เมื่อรู้เหตุผลแบบนี้ฟ้าจังอยากลองทำทานดูบ้างซะแล้วค่ะ

5. ใส่ซอสหอยนางรมลงไปในแกงกะหรี่ญี่ปุ่น

     อุ้ยตายว้ายกรี๊ด! ทำได้ด้วยหรอ ? คนไทยเค้าไม่ใส่น้ำมันหอยลงไปในแกงนะคะพ่อคุณแม่คุณ คนญี่ปุ่นเค้าทำอะไรกันสุดขั้วจริงๆ

     ปกติแล้วในการทำแกงกะหรี่ญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นก็มักจะเพิ่มรสชาติด้วยการเติมอุสุต้าซอส [ウスターソース] หรือโอโคโนมิยากิซอส [お好み焼きソース] ลงไปก็เพียงพอแล้ว

     แต่มันคงยังไม่บ้าบิ่นและสุดขั้วกระมัง เค้าบอกว่าถ้าคุณเติมซอสหอยนางรมลงไปในแกงกะหรี่ญี่ปุ่นจะช่วยเพิ่มความเข้มข้นและอุมามิค่ะ ถ้ามีโอกาสฟ้าจังจะลองใส่ดูนะคะ แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถจินตนาการได้ว่ามันจะออกมาเป็นยังไง

6. เติมน้ำส้มสายชูลงไปบนข้าวผัด

     ถ้าพูดถึงข้าวผัดสำหรับคนไทยด้วยแล้วการเติมความเปรี้ยว อย่างเช่นมะนาวลงไปก็คง​ไม่แปลก แต่นี่มันเป็นน้ำส้มสายชู คนไทยเค้าไม่ใส่ลงไปกันนะคะ สุดยอดและสุดขั้วจริงๆเลยคนญี่ปุ่น

      เค้าบอกว่าถ้าคุณเพิ่มน้ำส้มสายชูลงไปบนข้าวผัดตอนที่กำลังผัดข้าว​ จะทำให้เม็ดข้าวกระจายตัวไม่จับกันเป็นก้อนค่ะ

      แต่มีข้อแม้ว่าอย่าใส่มากเกินไปนะคะ เพราะมันจะทำให้เกิดรสเปรี้ยวค่ะ คงเหมือนกับการที่เค้ามักจะใส่น้ำส้มสายชูลงในไปข้าวสำหรับทำข้าวปั้นซูชิกระมัง ยังไงก็ลองไปทำทานกันดูนะคะ

     เอาล่ะค่ะ อย่างที่บอกไว้นะคะ ความบ้าบิ่นและความสุดขั้วของคนญี่ปุ่นนั้นมันแฝงเหตุและผลเอาไว้มากมายค่ะ ในสายตาของคนไทยอาจจะไม่เข้าท่า​ อาจจะดูไร้สาระ แต่อย่างน้อยในวันนี้เพื่อนๆจะได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์การอาหารเล็กๆน้อยๆจากบทความแปลนี้นะคะ ขอให้ทุกคนเจริญอาหารกันนะคะ บายค่ะ 

แปล​และ​เรียบเรียง​ใหม่​โดย​ ฟ้า​จัง​กะ​เทยไทย​ใน​ญี่ปุ่น​

Facebook Fanpage https://www.facebook.com/FahChan.Page

Youtube https://www.youtube.com/c/FahChanChannel

อ่านบล็อกผลงานที่ผ่านมาของฟ้าจังย้อนหลัง http://www.ilovejapan.co.th/authore-1/blogger/fahchan

จุ๊บุจุ๊บุ-โยดช่า​
じゅぶじゅぶ~よっしゃ

     สวัสดีค่ะเพื่อนๆ บล็อกในวันนี้ฟ้าจังไม่ได้มาสอนทำอาหารนะคะ แต่จะมานำเสนอความบ้าบิ่นและความสุดขั้วสไตล์ญี่ปุ่นค่ะ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วนะคะว่าคนญี่ปุ่นเวลาจะทำอะไรแบบบ้าบิ่น เค้าจะแสดงออกกันอย่างสุดขั้ว แม้แต่การปรุงรสอาหารก็เช่นกันค่ะ 

     ฟ้าจังบังเอิญไปอ่านเจอในเว็บไซต์บทความหนึ่ง อ่านแล้วสนุกดีค่ะ จึงอยากนำมาถ่ายทอดบอกต่อให้กับเพื่อนๆได้ทราบกัน เผื่อเพื่อนๆอยากจะไปลองทำกันบ้างนะคะ 

     บล็อกในวันนี้ถึงแม้ว่าบางคนอาจ​จะทำอาหารไม่เป็นเลย แต่อย่างน้อยเครื่องปรุงดังต่อไปนี้หลายคนที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นต้องมีเก็บไว้ในบ้านแน่นอนค่ะ อย่างเช่น โชวยุหรือไม่ก็มายองเนส คนญี่ปุ่นเค้าแค่เติมนิดเติมหน่อยก็ช่วยเสริมรสชาติและเป็นเครื่องปรุงที่ขาดไม่ได้แล้วล่ะค่ะ 

     เราไปดูความบ้าบิ่นและความสุดขั้วของคนญี่ปุ่นกันดีกว่าว่าเค้าจะจับคู่เครื่องปรุงที่มีอยู่รอบตัวเขามาปรุงรสให้เกิดความแซ่บอุมามิได้อย่างไร ไปค่ะ!

1.ราดซอสพริกน้ำจิ้มไก่กับซอสมะเขือเทศลงไปบนมันฝรั่งทอด

     สำหรับคนไทยอาจจะไม่แปลกแต่สำหรับคนญี่ปุ่นแล้วมันเป็นความแปลกและสุดขั้วของคนในประเทศเขาค่ะ ปกติแล้วคนญี่ปุ่นจะทานมันฝรั่งทอดเปล่าๆหรือคลุกกับเกลือเท่านั้น แต่ก็มีบางคนทานกับซอสมะเขือเทศหรือมายองเนส ฟ้าจังคิดว่าเจ้าของบทความที่ฟ้าจังอ่านอาจจะเคยไปประเทศไทยมาก่อน จึงนำสูตรซอสพริกน้ำจิ้มไก่กับซอสมะเขือเทศมาจิ้มทานกับมันฝรั่งทอด 

     การที่ทำแบบนี้เค้าบอกว่า เป็นการช่วยเสริมรสชาติความเผ็ดกับความหวาน และไปกระตุ้นให้ลิ้นได้รับรสชาติได้ดีขึ้น เท่านั้นยังไม่พอ อีกหนึ่งความสุดขั้วนั้นก็คือ ถ้าคุณลองเติมกระเทียมขูด [おろしニンニク~oroshi ninniku] ลงไปด้วยจะยิ่งทำให้อร่อยอุมามิเข้าไปอีก

     เออ…. อันนี้คนไทยเค้าไม่ทำกันนะคะพ่อคุณ 

      ใครมีเพื่อนหรือแฟนญี่ปุ่นลองนำสูตรนี้ไปให้เขาทานนะคะ รับรองค่ะ เค้าคงต้องบ่นใส่หูคุณแน่นอนว่าคนอะไรบ้าบิ่นจริงๆเลย

2. สูตรน้ำสลัดที่ทำมาจากโชวยุ, น้ำปลาและน้ำมันงา

     เค้าบอกว่าถึงแม้น้ำสลัดสำเร็จรูปที่วางขายอยู่ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตนั้นจะสะดวกก็จริง แต่ว่าถ้าทำน้ำสลัดทานเองได้มันจะอร่อยกว่าไหม แต่สูตรที่จะนำมาเสนอนี้มันไม่เหมือนกับสูตรตามปกติทั่วไป นั่นก็คือ คนญี่ปุ่นเค้านำน้ำปลามารวมกันกับโชวยุและน้ำมันงา แล้วนำมาดัดแปลงปรุงรสและทำเป็นน้ำสลัดค่ะ

      แปลกอ่ะ….แอบดีใจเล็กๆค่ะ ว่าคนญี่ปุ่นรู้จักน้ำปลา​ของประเทศไทยด้วย

      เค้าบอกว่ากลิ่นน้ำปลาที่ฉุนมาถึงจมูกเมื่อมารวมกับน้ำมันงาแล้วมันจะได้รสชาติกลมกล่อม เป็นความบ้าบิ่นที่ลงตัวและเข้ากันได้ดีกับรสชาติของโชวยุ แถมความสุดขั้วที่จะทำให้อุมามิเพิ่มขึ้นนั้นก็คือ เพียงแค่เพิ่มขิงขูด [おろし生姜~oroshi shouga], กระเทียมขูดและน้ำส้มสายชูลงไปก็จะทำให้ความอร่อยเพิ่มขึ้นคูณ 10 คุณจะได้รับรู้ถึงรสชาติอาหารที่เป็นเอเชียขนานแท้ค่ะ

3. นำซอสพริกน้ำจิ้มไก่มาผสมกับน้ำปลา

     โอ้พระเจ้า! สูตรนี้ถ้าจำไม่ผิดตั้งแต่เกิดมาฟ้าจังยังไม่เคยเอาน้ำปลามาผสมกับน้ำจิ้มไก่เลยนะคะ คนญี่ปุ่นเขารู้จักน้ำจิ้มไก่หวานๆนี้มาจากเวียดนาม เค้าบอกว่าเพียงแค่คุณเติมน้ำปลาลงไปในน้ำจิ้มนี้ จะยิ่งเพิ่มความอร่อยขึ้นเป็นสองเท่า อะไรจะบ้าบิ่นถึงขนาดนี้คะ

      อีกอย่างถ้าเป็นหน้าร้อนของญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นมักจะไม่ค่อยเจริญอาหารถ้านำสูตรน้ำจิ้มนี้มาทานในช่วงฤดูร้อนแล้วล่ะ​ก็​ จะทำให้เจริญอาหารขึ้นได้ค่ะ ยังไงก็ลองไปทำทานกันดูนะคะ

4.ใส่โชวยุไปในครีมชีสพร้อมโรยด้วยปลาคะทสึโอะบุชิ

     ที่จริงแล้วครีมชีสเป็นส่วนผสมหลักของอาหารและ​ขนมในแถบยุโรปซึ่งคนญี่ปุ่นนิยมใช้ทำทานกันอย่างแพร่หลายมากๆ 

     ความบ้าบิ่นและสุดขั้วของคนญี่ปุ่นก็คือ เพียงแค่คุณเหยาะ​โชว​ยุลงไปบนครีมชีสพร้อมกับโรยปลาคะทสึโอะบุชิลงไปแล้วล่ะ​ก็ มันจะกลายเป็นกับแกล้มชั้นเลิศสำหรับคอสุราเลยแหละ  

     แต่ในความบ้าบิ่นนี้มันก็มีเหตุผลของมันค่ะ เค้าบอกว่าโชวยุจะไปช่วยควบคุมความหวานของชีส​ให้ออกมามีรสชาติที่พอดีและปลาคะทสึโอะบุชิซึ่งเป็นอาหารรสชาติญี่ปุ่นที่โดดเด่น​ จะไปช่วยเสริมรสสัมผัสครีมชีสนั้นให้​กลมกล่อมยิ่งขึ้นค่ะ แหม..เมื่อรู้เหตุผลแบบนี้ฟ้าจังอยากลองทำทานดูบ้างซะแล้วค่ะ

5. ใส่ซอสหอยนางรมลงไปในแกงกะหรี่ญี่ปุ่น

     อุ้ยตายว้ายกรี๊ด! ทำได้ด้วยหรอ ? คนไทยเค้าไม่ใส่น้ำมันหอยลงไปในแกงนะคะพ่อคุณแม่คุณ คนญี่ปุ่นเค้าทำอะไรกันสุดขั้วจริงๆ

     ปกติแล้วในการทำแกงกะหรี่ญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นก็มักจะเพิ่มรสชาติด้วยการเติมอุสุต้าซอส [ウスターソース] หรือโอโคโนมิยากิซอส [お好み焼きソース] ลงไปก็เพียงพอแล้ว

     แต่มันคงยังไม่บ้าบิ่นและสุดขั้วกระมัง เค้าบอกว่าถ้าคุณเติมซอสหอยนางรมลงไปในแกงกะหรี่ญี่ปุ่นจะช่วยเพิ่มความเข้มข้นและอุมามิค่ะ ถ้ามีโอกาสฟ้าจังจะลองใส่ดูนะคะ แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถจินตนาการได้ว่ามันจะออกมาเป็นยังไง

6. เติมน้ำส้มสายชูลงไปบนข้าวผัด

     ถ้าพูดถึงข้าวผัดสำหรับคนไทยด้วยแล้วการเติมความเปรี้ยว อย่างเช่นมะนาวลงไปก็คง​ไม่แปลก แต่นี่มันเป็นน้ำส้มสายชู คนไทยเค้าไม่ใส่ลงไปกันนะคะ สุดยอดและสุดขั้วจริงๆเลยคนญี่ปุ่น

      เค้าบอกว่าถ้าคุณเพิ่มน้ำส้มสายชูลงไปบนข้าวผัดตอนที่กำลังผัดข้าว​ จะทำให้เม็ดข้าวกระจายตัวไม่จับกันเป็นก้อนค่ะ

      แต่มีข้อแม้ว่าอย่าใส่มากเกินไปนะคะ เพราะมันจะทำให้เกิดรสเปรี้ยวค่ะ คงเหมือนกับการที่เค้ามักจะใส่น้ำส้มสายชูลงในไปข้าวสำหรับทำข้าวปั้นซูชิกระมัง ยังไงก็ลองไปทำทานกันดูนะคะ

     เอาล่ะค่ะ อย่างที่บอกไว้นะคะ ความบ้าบิ่นและความสุดขั้วของคนญี่ปุ่นนั้นมันแฝงเหตุและผลเอาไว้มากมายค่ะ ในสายตาของคนไทยอาจจะไม่เข้าท่า​ อาจจะดูไร้สาระ แต่อย่างน้อยในวันนี้เพื่อนๆจะได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์การอาหารเล็กๆน้อยๆจากบทความแปลนี้นะคะ ขอให้ทุกคนเจริญอาหารกันนะคะ บายค่ะ 

แปล​และ​เรียบเรียง​ใหม่​โดย​ ฟ้า​จัง​กะ​เทยไทย​ใน​ญี่ปุ่น​

Facebook Fanpage https://www.facebook.com/FahChan.Page

Youtube https://www.youtube.com/c/FahChanChannel

อ่านบล็อกผลงานที่ผ่านมาของฟ้าจังย้อนหลัง http://www.ilovejapan.co.th/authore-1/blogger/fahchan