j ภาษาญี่ปุ่น

Fresh news from Japan!

We are excited to deliver you the the freshest news from Japan!

เคล็ดลับเรียนญี่ปุ่นให้รู้ไวไม่แพ้ใคร

By , วันเสาร์, 29 กรกฎาคม 2560

สวัสดีค่า~ ห่างหายไปนานเลยจากการเขียนบล็อก แต่วันนี้เราจะกลับมาพูดถึงเรื่องมีสาระกันบ้างดีกว่าค่ะ ถึงปกติจะหาสาระไม่ค่อยเจอก็เถอะ 5555

จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ในไทยเริ่มนิยมเรียนภาษาญี่ปุ่นกันมากขึ้น อาจจะเพราะความชอบส่วนตัว หรือเรียนเพื่อการทำงานก็ตาม ใครหลายคนที่เรียนภาษาญี่ปุ่นมีโอกาสได้ต่อยอดไปเรียนต่อหรือทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นเลย แต่ก็มีใครหลายคนที่พอเรียนภาษาญี่ปุ่นไปนานๆแล้วเริ่มรู้สึกท้อ เพราะต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "ยาก" เราเองก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นเดียวกัน เรามักได้ยินใครหลายๆคนบ่นว่าเรียนในไทยยังไงก็ไม่เก่งเท่าไหร่ ไม่มีโอกาสได้พูดได้ใช้และอีกมากมาย ใช่ค่ะ…เรื่องนั้นมันก็จริงอย่างที่ว่า แต่! ไม่ได้หมายความว่าจริงทั้งหมด

ดังนั้น วันนี้เราจึงจะมาบอกเทคนิคเล็กๆน้อยๆสำหรับใครที่กำลังเรียนภาษาญี่ปุ่นและกำลังรู้สึกท้อแท้ ขอบอกว่าคำแนะนำเหล่านี้อาจเป็นตัวช่วยให้คุณเรียนภาษาญี่ปุ่นได้ง่ายขึ้น เราได้รวบรวมข้อมูลมาจากประสบการณ์ของรุ่นพี่หลายๆคนและรวมไปถึงประสบการณ์ของเราด้วย 

1. หาแรงบันดาลใจหรือสิ่งที่ชอบเกี่ยวกับญี่ปุ่น

การหาแรงบันดาลใจเป็นสิ่งสำคัญเลยที่ช่วยให้เรามีความมุ่งมั่นที่จะเรียนภาษาญี่ปุ่นมากขึ้น เช่น อนิเมะ เพลง หนัง ผู้ชาย เอ๊ย! ไอดอลญี่ปุ่น หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับญี่ปุ่น เรียกง่ายๆคือพยายามสะกดจิตตัวเองให้มีความชอบหรือความสนใจอะไรซักอย่างเกี่ยวกับญี่ปุ่น การสร้างบรรยากาศญี่ปุ่นให้กับตัวเองจะช่วยทำให้เรารู้สึกไม่เบื่อเวลาเรียนภาษา

ยกตัวอย่างเช่น ความจริงแล้วเราเป็นคนที่ไม่ได้เป็นติ่งอะไรเกี่ยวกับญี่ปุ่นเท่าไหร่ คือ ไม่ได้คลั่งไคล้อะไรเป็นพิเศษ แต่เคยมีคนแนะนำเราว่า "ถ้าอยากเรียนเก่งไว ใจต้องรัก" ช่วงที่เรียนภาษาญี่ปุ่นแรกๆ เราก็ลองหาอนิเมะเนื้อเรื่องที่น่าสนใจมาลองดูเวลาว่างๆ (ที่เลือกดูอนิเมะเพราะพูดช้าและสำเนียงฟังง่ายกว่าหนังญี่ปุ่นเยอะเลย) เออ บางเรื่องก็สนุกกว่าที่คิด

และปรากฏว่า เฮ้ย! ประโยคนี้เข้าใจ! พอเริ่มฟังคำพูดง่ายๆ ประโยคสั้นๆเริ่มรู้เรื่อง จากคนที่มีความรู้เป็นศูนย์ที่เคยฟังออกแค่ "คนนิจิวะ อาริกาโตะโกไซมัส" มันรู้สึกภูมิใจอยู่ลึกๆ และนั่นก็เป็นตัวช่วยที่ทำให้เราเริ่มมีแรงบันดาลใจในการเรียนภาษาญี่ปุ่นมากขึ้น เพราะเราอยากฟังรู้เรื่องมากกว่านี้ หากใครที่เพิ่งเริ่มต้น อาจหาอนิเมะเด็กๆ เช่น ชินจัง โดราเอมอนมาลองฝึกดูก่อนก็ได้

ในการดูอนิเมะหรือหนังญี่ปุ่น นอกจากจะได้ทักษะการฟังแล้ว เรายังสามารถซึมซับสำเนียงและวิธีการพูดแบบธรรมชาติมาได้อีกด้วยนะคะ มีรุ่นพี่หลายคนที่สำเนียงดีมากๆ ส่วนใหญ่ก็ได้เทคนิคมาจากการพูดตามคนเดียวบ่อยๆเวลาดูตัวละครพูดนี่ล่ะ บางทีทำอย่างอื่นอยู่ก็เปิดเกมโชว์ หนังไม่ก็อนิเมะกรอกหูทิ้งไว้อย่างนั้นล่ะ

หากใครที่ไม่มีความสนใจเรื่องพวกนี้ คุณก็สามารถหาความสนใจอย่างอื่นที่เกี่ยวกับญี่ปุ่นมาแทนก็ได้เช่นกัน เราว่าเพียงแค่แรงบันดาลใจหรือความสนใจเล็กๆก็สามารถเป็นตัวจุดประกายให้คุณสามารถต่อยอดได้ง่ายขึ้น

2..ขยันและอดทน

แค่เจอคำว่า "ขยัน" หลายคนคงเบะปากมองบน แต่การเรียนภาษาไม่ได้หมายความว่าคุณจะเรียนเก่งได้ภายใน 1-2 วัน ทุกอย่างต้องเริ่มจากการสั่งสมและค่อยเป็นค่อยไปค่ะ ดังนั้น สิ่งที่สำคัญมากเลยคือ "ความอดทน" มีเพื่อนเราหลายคนที่เลือกเรียนภาษาญี่ปุ่น แต่พอเจอคันจิกับไวยากรณ์ยากๆเข้าไปก็ยอมแพ้กันเป็นแถบๆ ดังนั้น เราต้องมีความมุ่งมั่นพอที่จะเอาชนะมันให้ได้

สำหรับใครที่ขยัน เวลาว่างๆอาจลองหาซื้อสมุดคำศัพท์มานั่งคัด หาหนังสือที่มีภาษาญี่ปุ่นมาอ่านเล่นก็ช่วยได้ (เราชอบเลือกเล่มที่มีภาพประกอบ และเนื้อหาไม่วิชาการเกินไป เพราะจะทำให้ไม่เบื่อ) ใครที่อยากฝึกการอ่าน ก็ลองหามังงะญี่ปุ่นหรือการ์ตูนเด็กเวอร์ชันญี่ปุ่นมาอ่านฆ่าเวลาก็ช่วยได้ สาเหตุที่เลือกหนังสือเด็ก เพราะคำศัพท์ยังไม่ยากเกินไป คำไหนงงก็เปิดพจนานุกรมเอา

เราเองก็ท้อและเบื่อภาษาญี่ปุ่นหลายครั้ง หนังสือก็ขี้เกียจอ่าน (ทุกวันนี้ก็ยังขี้เกียจ) แต่ตอนเรียนภาษาญี่ปุ่นตอนแรกเรารู้สึกเสียเปรียบมาก เพราะเราไม่มีพื้นฐานอะไรเลยต้องเรียนรวมกับคนที่มีพื้นฐานมาแล้ว นั่นก็เป็นแรงฮึดอีกอย่างหนึ่งที่กดดันให้เราต้องขยันและตามเค้าให้ทัน แต่ถึงอย่างไรก็ตามเราก็ไม่ควรกดดันตนเองจนเกินไป ค่อยๆเป็นค่อยๆไปวันละนิด พอผ่านจุดๆนั้นมาได้มันจะรู้สึกได้เลยว่าทุกอย่างไม่ยากเกินความสามารถของเราจริงๆค่ะ

3. มองโลกในแง่บวก

แน่นอนว่าใครหลายๆคนที่เรียนภาษาญี่ปุ่นต้องรู้จักข้อสอบวัดระดับ JLPT โดยที่เป้าหมายของใครหลายๆคนอาจเป็นการเรียนเพื่อสอบ JLPT ระดับสูงๆให้ผ่าน ถามว่าคิดแบบนั้นผิดมั้ย ขอตอบว่าไม่ผิดค่ะ เพราะเราเองก็เป็นคนที่เอา JLPT มาเป็นเป้าหมายเช่นเดียวกัน แหม ใครๆก็อยากสอบผ่านใช่มั้ยล่ะ เพราะเวลาทำงานก็มีผลสอบวัดระดับเป็นเกณฑ์ทั้งนั้น

มีหลายคนที่สอบ JLPT หลายรอบก็ยังตกและเริ่มรู้สึกท้อ อยากให้รู้ไว้ว่า ความสามารถของคุณนั้นไม่ได้หมายความว่าห่วยแตกจนสอบไม่ผ่าน เพราะการเรียนภาษานั้นเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่ามันกว้างมาก แน่นอนว่าข้อสอบเพียงชุดเดียวไม่สามารถเอาคำศัพท์ทั้งหมดมาออกได้ บางทีการที่คุณไม่รู้คำศัพท์ที่อยู่ภายในกระดาษข้อสอบ คุณอาจจะแค่พลาดในส่วนนั้น อาจเตรียมตัวมาไม่ตรง แต่มันไม่ได้หมายความว่าคุณไม่รู้อะไรเลย มีเพื่อนเราหลายคนที่สอบไม่ผ่าน N2 แต่สามารถสื่อสารกับคนญี่ปุ่นได้อย่างคล่องแคล่วและเป็นธรรมชาติไม่แพ้คนอื่นเลย

ผลสอบวัดระดับไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต ดังนั้น จึงไม่ควรยึดติดกับผลสอบวัดระดับจนเกินไป (แต่ถ้าผ่านได้ก็จะดีมาก) ใครที่ไม่ผ่านเก็บความเสียใจและความท้อแท้นั้น มาเป็นแรงผลักดันเริ่มใหม่ดีกว่าค่ะ แล้ววันนั้นของคุณมันจะมาถึงเองค่ะ

4. มีความกล้าและรู้จักสังเกต

หลายคนคงบ่นว่าอยู่ในไทยแล้วไม่รู้จะคุยภาษาญี่ปุ่นกับใคร อันนี้เป็นปัญหาที่ทุกคนคงเจอกัน คือ ไวยากรณ์และคำศัพท์เป๊ะมาก แต่พอเจอสถานการณ์จริงมันพูดไม่ออกเพราะไม่ค่อยได้ใช้ เราก็ได้คำแนะนำมาจากรุ่นพี่หลายคนและมีหลายวิธีเช่นเดียวกัน เช่น บางคนใช้ Social โดยสมัครเว็บไซต์พวก Pen Pal เพื่อมีโอกาสได้ลองแชทคุยกับคนญี่ปุ่นจริงๆ จะมีบางเว็บไซต์ที่มีคนญี่ปุ่นที่กำลังเรียนภาษาไทยอยู่ใช้กันโดยเราสามารถสมัครไปแลกเปลี่ยนพูดคุยกับอีกฝ่ายได้ถือว่า Win-Win ทั้งสองฝ่าย บางคนอาจเลือกไปเรียนโรงเรียนสอนภาษาเพื่อที่จะได้ฝึกพูดคุยกับเซนเซคนญี่ปุ่น บางคนก็เลือกไปเข้าร่วมงาน Meeting แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างคนไทยและคนญี่ปุ่น

ที่สำคัญเลยคือคุณต้อง "มีความกล้า" ที่จะพูดภาษาญี่ปุ่นค่ะ หลายคนกลัวพูดผิดบ้าง กลัวพูดไปแล้วเค้าไม่เข้าใจบ้าง แต่ถ้าเรามีความกล้าพูดออกไป มันจะทำให้เราจดจำไปอัตโนมัติแล้วพอพูดบ่อยๆเราจะชินไปเองและไม่กลัวที่จะคุยกับคนญี่ปุ่น

นอกจากนี้เทคนิคเล็กๆอีกอย่างสำหรับใครที่อยากพูดได้อย่างเป็นธรรมชาติคือ ต้องรู้จักสังเกตการใช้ประโยคและคำพูดที่คนญี่ปุ่นใช้บ่อยๆค่ะ คือลองฟังดูว่าคำนี้มักได้ยินในสถานการณ์ไหน หากเราไม่มั่นใจก็อาจลองถามอีกฝ่ายดูเลยว่าคำนี้ใช้ยังไง

เราเองไม่ใช่คนเก่งภาษาญี่ปุ่น แถมพูดไม่ค่อยจะรู้เรื่อง แต่ด้วยความที่หน้าตัวเองหนาฉาบปูนซีเมนต์ 100 ชั้น สมัยที่ยังเรียนใหม่ๆเราก็พูดงูๆปลาๆไปตามประสาเรานั่นล่ะค่ะ บางครั้งโดนเพื่อนคนไทยทักว่าผิดไวยากรณ์ก็โนสนโนแคร์ เวลาพูดจบเราชอบถามฝ่ายตรงข้ามว่าพูดถูกมั้ย ที่ถูกพูดยังไง บางครั้งเคยโดนคนญี่ปุ่นแก้ทั้งประโยคมาแล้วก็มี พอโดนแก้แล้วมันจะทำให้เราจำได้แม่นมากขึ้นจริงๆนะ แม้ว่าตอนแรกๆก็อาจจะอายหน่อย แต่นานๆไปเดี๋ยวก็ชินไปเอง

เป็นอย่างไรบ้างคะกับเทคนิคหรือแนวคิดง่ายๆที่จะช่วยให้เราเรียนภาษาญี่ปุ่นพัฒนาไปได้ไกลยิ่งขึ้น หวังว่าบล็อกนี้จะพอเป็นประโยชน์ให้กับใครหลายๆคนได้ ถ้าอยากเก่งไวๆต้องหัดใช้ภาษาบ้านเขาเยอะๆแม้ว่าคุณจะเกลียดหรือเบื่อมันมากแค่ไหนก็ตาม ยิ่งคุณพูดมากขึ้น ก็ยิ่งทำให้คนรอบข้างสนใจคุณมากขึ้น แล้วมาพยายามด้วยกันนะคะ ไฟต์ติ้ง~! (^-^)

สุดท้ายนี้หากใครมีคำถามข้อสงสัย หรืออยากอ่านบล็อกเก่าๆที่เราเคยเขียน สามารถแวะเข้าไปดูได้ที่เพจของเรานะคะ สวัสดีค่ะ :)

PAGE : https://www.facebook.com/rumraisinblogger/

ขอขอบคุณรูปภาพประกอบเนื้อหาจาก

  • http://mtrl.tokyo/column/22633 
  • http://sozai-good.com/archives/43341 
  • http://kininaru-korean.net/archives/9171 
  • http://xn--n8j9jtfycx12rqqa54nh3lcwe.com/foreign-student.html 
  • http://www.orztoon.co/youkoso-jitsuryoku-shijou-shugi-no-kyoushitsu-e-tv/ 
  • http://anime-manga.atresmedia.com/cine-tv/el-live-action-de-peach-girl-muestra-un-nuevo-trailer

สวัสดีค่า~ ห่างหายไปนานเลยจากการเขียนบล็อก แต่วันนี้เราจะกลับมาพูดถึงเรื่องมีสาระกันบ้างดีกว่าค่ะ ถึงปกติจะหาสาระไม่ค่อยเจอก็เถอะ 5555

จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ในไทยเริ่มนิยมเรียนภาษาญี่ปุ่นกันมากขึ้น อาจจะเพราะความชอบส่วนตัว หรือเรียนเพื่อการทำงานก็ตาม ใครหลายคนที่เรียนภาษาญี่ปุ่นมีโอกาสได้ต่อยอดไปเรียนต่อหรือทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นเลย แต่ก็มีใครหลายคนที่พอเรียนภาษาญี่ปุ่นไปนานๆแล้วเริ่มรู้สึกท้อ เพราะต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "ยาก" เราเองก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นเดียวกัน เรามักได้ยินใครหลายๆคนบ่นว่าเรียนในไทยยังไงก็ไม่เก่งเท่าไหร่ ไม่มีโอกาสได้พูดได้ใช้และอีกมากมาย ใช่ค่ะ…เรื่องนั้นมันก็จริงอย่างที่ว่า แต่! ไม่ได้หมายความว่าจริงทั้งหมด

ดังนั้น วันนี้เราจึงจะมาบอกเทคนิคเล็กๆน้อยๆสำหรับใครที่กำลังเรียนภาษาญี่ปุ่นและกำลังรู้สึกท้อแท้ ขอบอกว่าคำแนะนำเหล่านี้อาจเป็นตัวช่วยให้คุณเรียนภาษาญี่ปุ่นได้ง่ายขึ้น เราได้รวบรวมข้อมูลมาจากประสบการณ์ของรุ่นพี่หลายๆคนและรวมไปถึงประสบการณ์ของเราด้วย 

1. หาแรงบันดาลใจหรือสิ่งที่ชอบเกี่ยวกับญี่ปุ่น

การหาแรงบันดาลใจเป็นสิ่งสำคัญเลยที่ช่วยให้เรามีความมุ่งมั่นที่จะเรียนภาษาญี่ปุ่นมากขึ้น เช่น อนิเมะ เพลง หนัง ผู้ชาย เอ๊ย! ไอดอลญี่ปุ่น หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับญี่ปุ่น เรียกง่ายๆคือพยายามสะกดจิตตัวเองให้มีความชอบหรือความสนใจอะไรซักอย่างเกี่ยวกับญี่ปุ่น การสร้างบรรยากาศญี่ปุ่นให้กับตัวเองจะช่วยทำให้เรารู้สึกไม่เบื่อเวลาเรียนภาษา

ยกตัวอย่างเช่น ความจริงแล้วเราเป็นคนที่ไม่ได้เป็นติ่งอะไรเกี่ยวกับญี่ปุ่นเท่าไหร่ คือ ไม่ได้คลั่งไคล้อะไรเป็นพิเศษ แต่เคยมีคนแนะนำเราว่า "ถ้าอยากเรียนเก่งไว ใจต้องรัก" ช่วงที่เรียนภาษาญี่ปุ่นแรกๆ เราก็ลองหาอนิเมะเนื้อเรื่องที่น่าสนใจมาลองดูเวลาว่างๆ (ที่เลือกดูอนิเมะเพราะพูดช้าและสำเนียงฟังง่ายกว่าหนังญี่ปุ่นเยอะเลย) เออ บางเรื่องก็สนุกกว่าที่คิด

และปรากฏว่า เฮ้ย! ประโยคนี้เข้าใจ! พอเริ่มฟังคำพูดง่ายๆ ประโยคสั้นๆเริ่มรู้เรื่อง จากคนที่มีความรู้เป็นศูนย์ที่เคยฟังออกแค่ "คนนิจิวะ อาริกาโตะโกไซมัส" มันรู้สึกภูมิใจอยู่ลึกๆ และนั่นก็เป็นตัวช่วยที่ทำให้เราเริ่มมีแรงบันดาลใจในการเรียนภาษาญี่ปุ่นมากขึ้น เพราะเราอยากฟังรู้เรื่องมากกว่านี้ หากใครที่เพิ่งเริ่มต้น อาจหาอนิเมะเด็กๆ เช่น ชินจัง โดราเอมอนมาลองฝึกดูก่อนก็ได้

ในการดูอนิเมะหรือหนังญี่ปุ่น นอกจากจะได้ทักษะการฟังแล้ว เรายังสามารถซึมซับสำเนียงและวิธีการพูดแบบธรรมชาติมาได้อีกด้วยนะคะ มีรุ่นพี่หลายคนที่สำเนียงดีมากๆ ส่วนใหญ่ก็ได้เทคนิคมาจากการพูดตามคนเดียวบ่อยๆเวลาดูตัวละครพูดนี่ล่ะ บางทีทำอย่างอื่นอยู่ก็เปิดเกมโชว์ หนังไม่ก็อนิเมะกรอกหูทิ้งไว้อย่างนั้นล่ะ

หากใครที่ไม่มีความสนใจเรื่องพวกนี้ คุณก็สามารถหาความสนใจอย่างอื่นที่เกี่ยวกับญี่ปุ่นมาแทนก็ได้เช่นกัน เราว่าเพียงแค่แรงบันดาลใจหรือความสนใจเล็กๆก็สามารถเป็นตัวจุดประกายให้คุณสามารถต่อยอดได้ง่ายขึ้น

2..ขยันและอดทน

แค่เจอคำว่า "ขยัน" หลายคนคงเบะปากมองบน แต่การเรียนภาษาไม่ได้หมายความว่าคุณจะเรียนเก่งได้ภายใน 1-2 วัน ทุกอย่างต้องเริ่มจากการสั่งสมและค่อยเป็นค่อยไปค่ะ ดังนั้น สิ่งที่สำคัญมากเลยคือ "ความอดทน" มีเพื่อนเราหลายคนที่เลือกเรียนภาษาญี่ปุ่น แต่พอเจอคันจิกับไวยากรณ์ยากๆเข้าไปก็ยอมแพ้กันเป็นแถบๆ ดังนั้น เราต้องมีความมุ่งมั่นพอที่จะเอาชนะมันให้ได้

สำหรับใครที่ขยัน เวลาว่างๆอาจลองหาซื้อสมุดคำศัพท์มานั่งคัด หาหนังสือที่มีภาษาญี่ปุ่นมาอ่านเล่นก็ช่วยได้ (เราชอบเลือกเล่มที่มีภาพประกอบ และเนื้อหาไม่วิชาการเกินไป เพราะจะทำให้ไม่เบื่อ) ใครที่อยากฝึกการอ่าน ก็ลองหามังงะญี่ปุ่นหรือการ์ตูนเด็กเวอร์ชันญี่ปุ่นมาอ่านฆ่าเวลาก็ช่วยได้ สาเหตุที่เลือกหนังสือเด็ก เพราะคำศัพท์ยังไม่ยากเกินไป คำไหนงงก็เปิดพจนานุกรมเอา

เราเองก็ท้อและเบื่อภาษาญี่ปุ่นหลายครั้ง หนังสือก็ขี้เกียจอ่าน (ทุกวันนี้ก็ยังขี้เกียจ) แต่ตอนเรียนภาษาญี่ปุ่นตอนแรกเรารู้สึกเสียเปรียบมาก เพราะเราไม่มีพื้นฐานอะไรเลยต้องเรียนรวมกับคนที่มีพื้นฐานมาแล้ว นั่นก็เป็นแรงฮึดอีกอย่างหนึ่งที่กดดันให้เราต้องขยันและตามเค้าให้ทัน แต่ถึงอย่างไรก็ตามเราก็ไม่ควรกดดันตนเองจนเกินไป ค่อยๆเป็นค่อยๆไปวันละนิด พอผ่านจุดๆนั้นมาได้มันจะรู้สึกได้เลยว่าทุกอย่างไม่ยากเกินความสามารถของเราจริงๆค่ะ

3. มองโลกในแง่บวก

แน่นอนว่าใครหลายๆคนที่เรียนภาษาญี่ปุ่นต้องรู้จักข้อสอบวัดระดับ JLPT โดยที่เป้าหมายของใครหลายๆคนอาจเป็นการเรียนเพื่อสอบ JLPT ระดับสูงๆให้ผ่าน ถามว่าคิดแบบนั้นผิดมั้ย ขอตอบว่าไม่ผิดค่ะ เพราะเราเองก็เป็นคนที่เอา JLPT มาเป็นเป้าหมายเช่นเดียวกัน แหม ใครๆก็อยากสอบผ่านใช่มั้ยล่ะ เพราะเวลาทำงานก็มีผลสอบวัดระดับเป็นเกณฑ์ทั้งนั้น

มีหลายคนที่สอบ JLPT หลายรอบก็ยังตกและเริ่มรู้สึกท้อ อยากให้รู้ไว้ว่า ความสามารถของคุณนั้นไม่ได้หมายความว่าห่วยแตกจนสอบไม่ผ่าน เพราะการเรียนภาษานั้นเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่ามันกว้างมาก แน่นอนว่าข้อสอบเพียงชุดเดียวไม่สามารถเอาคำศัพท์ทั้งหมดมาออกได้ บางทีการที่คุณไม่รู้คำศัพท์ที่อยู่ภายในกระดาษข้อสอบ คุณอาจจะแค่พลาดในส่วนนั้น อาจเตรียมตัวมาไม่ตรง แต่มันไม่ได้หมายความว่าคุณไม่รู้อะไรเลย มีเพื่อนเราหลายคนที่สอบไม่ผ่าน N2 แต่สามารถสื่อสารกับคนญี่ปุ่นได้อย่างคล่องแคล่วและเป็นธรรมชาติไม่แพ้คนอื่นเลย

ผลสอบวัดระดับไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต ดังนั้น จึงไม่ควรยึดติดกับผลสอบวัดระดับจนเกินไป (แต่ถ้าผ่านได้ก็จะดีมาก) ใครที่ไม่ผ่านเก็บความเสียใจและความท้อแท้นั้น มาเป็นแรงผลักดันเริ่มใหม่ดีกว่าค่ะ แล้ววันนั้นของคุณมันจะมาถึงเองค่ะ

4. มีความกล้าและรู้จักสังเกต

หลายคนคงบ่นว่าอยู่ในไทยแล้วไม่รู้จะคุยภาษาญี่ปุ่นกับใคร อันนี้เป็นปัญหาที่ทุกคนคงเจอกัน คือ ไวยากรณ์และคำศัพท์เป๊ะมาก แต่พอเจอสถานการณ์จริงมันพูดไม่ออกเพราะไม่ค่อยได้ใช้ เราก็ได้คำแนะนำมาจากรุ่นพี่หลายคนและมีหลายวิธีเช่นเดียวกัน เช่น บางคนใช้ Social โดยสมัครเว็บไซต์พวก Pen Pal เพื่อมีโอกาสได้ลองแชทคุยกับคนญี่ปุ่นจริงๆ จะมีบางเว็บไซต์ที่มีคนญี่ปุ่นที่กำลังเรียนภาษาไทยอยู่ใช้กันโดยเราสามารถสมัครไปแลกเปลี่ยนพูดคุยกับอีกฝ่ายได้ถือว่า Win-Win ทั้งสองฝ่าย บางคนอาจเลือกไปเรียนโรงเรียนสอนภาษาเพื่อที่จะได้ฝึกพูดคุยกับเซนเซคนญี่ปุ่น บางคนก็เลือกไปเข้าร่วมงาน Meeting แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างคนไทยและคนญี่ปุ่น

ที่สำคัญเลยคือคุณต้อง "มีความกล้า" ที่จะพูดภาษาญี่ปุ่นค่ะ หลายคนกลัวพูดผิดบ้าง กลัวพูดไปแล้วเค้าไม่เข้าใจบ้าง แต่ถ้าเรามีความกล้าพูดออกไป มันจะทำให้เราจดจำไปอัตโนมัติแล้วพอพูดบ่อยๆเราจะชินไปเองและไม่กลัวที่จะคุยกับคนญี่ปุ่น

นอกจากนี้เทคนิคเล็กๆอีกอย่างสำหรับใครที่อยากพูดได้อย่างเป็นธรรมชาติคือ ต้องรู้จักสังเกตการใช้ประโยคและคำพูดที่คนญี่ปุ่นใช้บ่อยๆค่ะ คือลองฟังดูว่าคำนี้มักได้ยินในสถานการณ์ไหน หากเราไม่มั่นใจก็อาจลองถามอีกฝ่ายดูเลยว่าคำนี้ใช้ยังไง

เราเองไม่ใช่คนเก่งภาษาญี่ปุ่น แถมพูดไม่ค่อยจะรู้เรื่อง แต่ด้วยความที่หน้าตัวเองหนาฉาบปูนซีเมนต์ 100 ชั้น สมัยที่ยังเรียนใหม่ๆเราก็พูดงูๆปลาๆไปตามประสาเรานั่นล่ะค่ะ บางครั้งโดนเพื่อนคนไทยทักว่าผิดไวยากรณ์ก็โนสนโนแคร์ เวลาพูดจบเราชอบถามฝ่ายตรงข้ามว่าพูดถูกมั้ย ที่ถูกพูดยังไง บางครั้งเคยโดนคนญี่ปุ่นแก้ทั้งประโยคมาแล้วก็มี พอโดนแก้แล้วมันจะทำให้เราจำได้แม่นมากขึ้นจริงๆนะ แม้ว่าตอนแรกๆก็อาจจะอายหน่อย แต่นานๆไปเดี๋ยวก็ชินไปเอง

เป็นอย่างไรบ้างคะกับเทคนิคหรือแนวคิดง่ายๆที่จะช่วยให้เราเรียนภาษาญี่ปุ่นพัฒนาไปได้ไกลยิ่งขึ้น หวังว่าบล็อกนี้จะพอเป็นประโยชน์ให้กับใครหลายๆคนได้ ถ้าอยากเก่งไวๆต้องหัดใช้ภาษาบ้านเขาเยอะๆแม้ว่าคุณจะเกลียดหรือเบื่อมันมากแค่ไหนก็ตาม ยิ่งคุณพูดมากขึ้น ก็ยิ่งทำให้คนรอบข้างสนใจคุณมากขึ้น แล้วมาพยายามด้วยกันนะคะ ไฟต์ติ้ง~! (^-^)

สุดท้ายนี้หากใครมีคำถามข้อสงสัย หรืออยากอ่านบล็อกเก่าๆที่เราเคยเขียน สามารถแวะเข้าไปดูได้ที่เพจของเรานะคะ สวัสดีค่ะ :)

PAGE : https://www.facebook.com/rumraisinblogger/

ขอขอบคุณรูปภาพประกอบเนื้อหาจาก

  • http://mtrl.tokyo/column/22633 
  • http://sozai-good.com/archives/43341 
  • http://kininaru-korean.net/archives/9171 
  • http://xn--n8j9jtfycx12rqqa54nh3lcwe.com/foreign-student.html 
  • http://www.orztoon.co/youkoso-jitsuryoku-shijou-shugi-no-kyoushitsu-e-tv/ 
  • http://anime-manga.atresmedia.com/cine-tv/el-live-action-de-peach-girl-muestra-un-nuevo-trailer

บทความล่าสุด