j ภาษาญี่ปุ่น

Fresh news from Japan!

We are excited to deliver you the the freshest news from Japan!

เทคนิคจำศัพท์ภาษาญี่ปุ่น มีเป็นหมื่นๆคำ จำยังไงดี!!

By , วันจันทร์, 14 พฤศจิกายน 2559

"เพราะจำศัพท์ไม่ได้ ทำให้เราฟัง พูด อ่าน เขียนไม่ได้" ทุกคนคิดเหมือนดิฉันรึเปล่าคะ? ดังนั้นเรามาเริ่มท่องศัพท์กันเถอะค่ะ!!! แต่เดี๋ยวก่อน ศัพท์มีตั้งหมื่นๆคำ แถมยังมีศัพท์อะไรใหม่ๆเพิ่มขึ้นทุกวันอีกแล้วเราจะเริ่มยังไงดีล่ะ? ใจเย็นๆ ค่ะ เราต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป และมีวิธีการฝึกฝนกันสักเล็กน้อยเนอะ

บล็อกนี้เราจะขอแยกเป็น 2 ส่วนนะคะ คือ

1. วิธีการจัดหมวดหมู่ศัพท์ให้ง่ายต่อการท่องจำ

2. วิธีการจำศัพท์โดยไม่ต้องท่อง

-----------------------------------------------------------------------------------

1.วิธีการจัดหมวดหมู่ศัพท์ให้ง่ายต่อการท่องจำ

ในสมองตอนนี้มีคำศัพท์ตีกันยุ่งเหยิงไปหมด ลองมาจัดให้มันเป็นหมวดหมู่กันดูดีไหมคะ เราสามารถจัดหมวดหมู่ศัพท์ได้หลายวิธีมาก ขออนุญาตยกตัวอย่างแบบไม่จำกัดระดับเลยนะคะ

การ์ดคำศัพท์เขียนด้วยมือ แบบแยกประเภทของคำ

1.ประเภทของคำ เช่น คำนาม คำคุณศัพท์(い、な) คำวิเศษณ์คำกริยา แนะนำให้คัดลอกออกมาเขียนในสมุดรวมศัพท์หน้านึงคำประเภทนึง หรือใครอยากทำเป็นปึกการ์ดคำศัพท์ก็ได้นะคะ ปึกนึงก็คำประเภทนึงไปเลย เราจะได้ไม่งงค่ะ


2.คำคู่ตรงข้าม หรือคำที่มีความหมายเหมือนหรือใกล้เคียงกัน เช่น

  • すき(Suki ชอบ)         ↔      きらい(Kirai เกลียด)
  • 成功 (Seikou สำเร็จ) ↔       失敗(Shippai ล้มเหลว)
  • きれい(Kirei สวย)     =       美しい (Utsukushii งดงาม)
  • わかる(Wakaru เข้าใจ) =    理解する(Rikaisuru เข้าใจ)

3. คำที่มีความหมายเป็นบวก และความหมายเป็นลบ วิธีการจำแบบนี้มีประโยชน์มากค่ะ เวลาทำข้อสอบแล้วเราสมองเบลอ จำความหมายแม่นๆของมันไม่ได้ แต่คุ้นๆว่าตอนท่องเราจับมันอยู่ในกลุ่มความหมายบวก หรือ ลบ...เวลา "มั่ว" เปอร์เซ็นต์ถูกจะมากขึ้นค่ะ (ทำบ่อยค่ะ และส่วนมากก็ถูกซะด้วย แหะๆ) เช่น

ความหมายบวก         希望(Kibou ความหวัง)               努力(Doryoku ความพยายาม)             応援する (Ouensuru เป็นกำลังใจ)

ความหมายลบ           別れる(Wakareru แยกทาง)     倒産(Tousan ล้มละลาย)                       大変 (Taihen ลำบาก)


2. วิธีการจำศัพท์โดยไม่ต้องท่อง

จากหนังสือสมัยสอบ N2 ค่ะ

1.จำศัพท์จากบทความ หรือนำมาแต่งประโยค

สมมติว่าพรุ่งนี้เราต้องสอบภาษาญี่ปุ่นแล้ว!! แต่ศัพท์ยังไม่ได้ท่องเลยสักตัว วิธีการที่ดิฉันใช้ทบทวนก่อนสอบที่ใช้เวลาน้อยที่สุด และได้ผลมากที่สุด นั่นคือ การทบทวนจากบทความ (ทั้งในแบบเรียน และหนังสือตัวอย่างข้อสอบพาร์ทการอ่าน) เพราะว่าในบทความนั้นจะมีทั้งคำศัพท์ ไวยากรณ์ที่เราเรียนมาทั้งหมดรวมอยู่ ถ้าเราสามารถเข้าใจความหมายของบทความนั้นได้ แสดงว่าเรารู้ศัพท์พวกนั้นแล้ว ก็ข้ามไปอ่านบทอื่นๆได้เลย ไม่ต้องนั่งท่องศัพท์ทีละตัวๆให้เสียเวลา แต่ถ้าหากเราไม่รู้ ก็ขีดเส้นใต้ หาความหมาย แล้วอ่านทวนบทความนั้นซ้ำๆค่ะ จนกว่าเราจะแปลออกทั้งหมด 100% หรือจะเอาศัพท์ที่เราไม่รู้มาลองแต่งเป็นประโยคดูก็ได้


จากผนังบ้านดิฉันเองค่ะ เห็นทุกวันจนจำได้แล้ว

2.ติด Post-it ที่เขียนศัพท์ไว้กับสิ่งของนั้นๆ 

เช่น บนนาฬิกา ให้ติด คำว่า とけい เวลาเรามองนาฬิกาแต่ละทีเราก็จะเห็นคำว่า โทเค ด้วย แล้วเราก็จะจำได้ แต่ถ้าเป็นศัพท์ที่ขั้นสูงขึ้นเรื่อยๆ ให้เขียนศัพท์แล้วติดหน้ากระจก หน้าคอม หน้าโต๊ะทำงาน อ่างล้างมือ หรือห้องน้ำ ติดศัพท์ในสถานที่ที่เราจะต้องอยู่ทุกวัน ดิฉันขอบอกเลยนะคะ ว่าดิฉันเคยจำศัพท์ได้ระหว่างนั่งปลดทุกข์ แล้วมันก็มีออกข้อสอบจริงๆค่ะ (ตอนเห็นศัพท์ตัวนี้ในข้อสอบ แล้วภาพตัวเองกำลังนั่งปลดทุกข์แว๊บขึ้นมาด้วยแหน่ะ)


ช่วง Frozen กำลังดัง ฝึกร้องทุกภาษาเลยค่ะ บ้ามากจริงๆ (เครดิตในภาพเลยค่ะ)

3.ดูการ์ตูน ดูละคร ฟังเพลง อ่านหนังสือ

อันนี้ไม่ต้องบอก ใครๆก็คงรู้ แต่ที่ดิฉันจะแนะนำกับผู้ที่เพิ่งเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่น คือ ให้ดูละครหรือการ์ตูนสำหรับเด็ก เพราะศัพท์จะง่าย และใช้ในชีวิตประจำวันได้ เช่น โดราเอม่อน ชินจัง หรือแม้กระทั่งการ์ตูนดิสนี่ย์แต่เป็นเวอร์ชั่นญี่ปุ่น รวมไปถึงเพลงด้วย ช่วงที่ Frozen กำลังดังนะคุณเอ๊ยยยยย ที่ญี่ปุ่นเปิดเพลงLet it go วนไปทุกร้าน ทุกห้าง ดิฉันรวมทั้งเพื่อนต่างชาติก็สนุกกันมากค่ะ ผลัดกันร้องทั้งเวอร์ชั่นอังกฤษ ญี่ปุ่น ไทย เกาหลี จีน จำศัพท์ได้เพราะความชินหูและปากล้วนๆ


มโนว่าตัวเองเป็นนางเอกซีรี่ย์ญี่ปุ่น แล้วกรีดร้องออกไปดังๆค่ะ

4. ฝึกใช้คำสั้นๆ เช่น คำอุทาน

คำอุทานในชีวิตประจำวันเรามีเยอะแยะมากเลยค่ะ เราสามารถใช้ตอบกลับกับเพื่อนๆ หรืออาจารย์ชาวญี่ปุ่นได้ด้วยคำเดียว ไม่จำเป็นต้องเป็นประโยค เพื่อแสดงความรู้สึก หรือความคิดเห็น เช่น

本当に?(hontouni) จริงเหรอ              嘘!(Uso) ไม่จริงน่ะ・โกหกน่า            わかった(Wakatta) เข้าใจแล้ว

やばい!(Yabai) แย่แล้ว                      すごい~(Sugoi) สุดยอดดด                 うれしい (Ureshii) ดีใจจัง

และอื่นๆอีกมากมาย โดยเฉพาะคำที่เป็นคำคุณศัพท์ (Adjective) รับรองได้ใช้ตลอดเวลาแน่นอนค่ะ ใครที่ไม่กล้าพูดออกมา กลัวเพื่อนหาว่า…กระแดะ เราก็อาจจะคิดในใจก็ได้ค่ะ เช่น

เพื่อน : เมื่อวานเราไปดูหนังเรื่องนี้มา สนุกม๊ากกกก พระเอกหล่อมากเลยเธอ!
เรา : (ในใจ) Uso!? Hontouni? (พูดออกมา) ไม่เชื่อหรอก!? จริงดิ?

ถ้าเรียนเลเวลสูงขึ้นเรื่อยๆ อาจจะลองนำคำศัพท์มาแต่งประโยคในหัว พยายามคิดให้เป็นภาษาญี่ปุ่นตลอดเวลา ไม่ว่าจะตอนอาบน้ำ นั่งรถไปโรงเรียน ก็คุยกับตัวเองในสมองเป็นภาษาญี่ปุ่นดูนะคะ


.......................................................................................

เทคนิคการจำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปนะคะ สำหรับดิฉันใช้วิธีเหล่านี้มาทั้งหมดแล้ว ส่วนตัวแล้วเห็นผลทุกวิธีนะคะ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเรียนภาษา คือ "ความสม่ำเสมอ" จำศัพท์วันละ 5 คำ เดือนนึงก็ได้ 150 คำแล้ว ค่อยๆเป็นค่อยๆไปนะคะ ขอให้ทุกคนสนุกไปกับการจำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นนะคะ

ใครมีเทคนิคแปลกๆ แหวกแนว แชร์ความคิดเห็นกันได้ที่หน้าเพจ I love japan เลยนะคะ ช่วยกันเรียนให้ถึงเป้าหมายกันเถอะค่ะ! 

"เพราะจำศัพท์ไม่ได้ ทำให้เราฟัง พูด อ่าน เขียนไม่ได้" ทุกคนคิดเหมือนดิฉันรึเปล่าคะ? ดังนั้นเรามาเริ่มท่องศัพท์กันเถอะค่ะ!!! แต่เดี๋ยวก่อน ศัพท์มีตั้งหมื่นๆคำ แถมยังมีศัพท์อะไรใหม่ๆเพิ่มขึ้นทุกวันอีกแล้วเราจะเริ่มยังไงดีล่ะ? ใจเย็นๆ ค่ะ เราต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป และมีวิธีการฝึกฝนกันสักเล็กน้อยเนอะ

บล็อกนี้เราจะขอแยกเป็น 2 ส่วนนะคะ คือ

1. วิธีการจัดหมวดหมู่ศัพท์ให้ง่ายต่อการท่องจำ

2. วิธีการจำศัพท์โดยไม่ต้องท่อง

-----------------------------------------------------------------------------------

1.วิธีการจัดหมวดหมู่ศัพท์ให้ง่ายต่อการท่องจำ

ในสมองตอนนี้มีคำศัพท์ตีกันยุ่งเหยิงไปหมด ลองมาจัดให้มันเป็นหมวดหมู่กันดูดีไหมคะ เราสามารถจัดหมวดหมู่ศัพท์ได้หลายวิธีมาก ขออนุญาตยกตัวอย่างแบบไม่จำกัดระดับเลยนะคะ

การ์ดคำศัพท์เขียนด้วยมือ แบบแยกประเภทของคำ

1.ประเภทของคำ เช่น คำนาม คำคุณศัพท์(い、な) คำวิเศษณ์คำกริยา แนะนำให้คัดลอกออกมาเขียนในสมุดรวมศัพท์หน้านึงคำประเภทนึง หรือใครอยากทำเป็นปึกการ์ดคำศัพท์ก็ได้นะคะ ปึกนึงก็คำประเภทนึงไปเลย เราจะได้ไม่งงค่ะ


2.คำคู่ตรงข้าม หรือคำที่มีความหมายเหมือนหรือใกล้เคียงกัน เช่น

  • すき(Suki ชอบ)         ↔      きらい(Kirai เกลียด)
  • 成功 (Seikou สำเร็จ) ↔       失敗(Shippai ล้มเหลว)
  • きれい(Kirei สวย)     =       美しい (Utsukushii งดงาม)
  • わかる(Wakaru เข้าใจ) =    理解する(Rikaisuru เข้าใจ)

3. คำที่มีความหมายเป็นบวก และความหมายเป็นลบ วิธีการจำแบบนี้มีประโยชน์มากค่ะ เวลาทำข้อสอบแล้วเราสมองเบลอ จำความหมายแม่นๆของมันไม่ได้ แต่คุ้นๆว่าตอนท่องเราจับมันอยู่ในกลุ่มความหมายบวก หรือ ลบ...เวลา "มั่ว" เปอร์เซ็นต์ถูกจะมากขึ้นค่ะ (ทำบ่อยค่ะ และส่วนมากก็ถูกซะด้วย แหะๆ) เช่น

ความหมายบวก         希望(Kibou ความหวัง)               努力(Doryoku ความพยายาม)             応援する (Ouensuru เป็นกำลังใจ)

ความหมายลบ           別れる(Wakareru แยกทาง)     倒産(Tousan ล้มละลาย)                       大変 (Taihen ลำบาก)


2. วิธีการจำศัพท์โดยไม่ต้องท่อง

จากหนังสือสมัยสอบ N2 ค่ะ

1.จำศัพท์จากบทความ หรือนำมาแต่งประโยค

สมมติว่าพรุ่งนี้เราต้องสอบภาษาญี่ปุ่นแล้ว!! แต่ศัพท์ยังไม่ได้ท่องเลยสักตัว วิธีการที่ดิฉันใช้ทบทวนก่อนสอบที่ใช้เวลาน้อยที่สุด และได้ผลมากที่สุด นั่นคือ การทบทวนจากบทความ (ทั้งในแบบเรียน และหนังสือตัวอย่างข้อสอบพาร์ทการอ่าน) เพราะว่าในบทความนั้นจะมีทั้งคำศัพท์ ไวยากรณ์ที่เราเรียนมาทั้งหมดรวมอยู่ ถ้าเราสามารถเข้าใจความหมายของบทความนั้นได้ แสดงว่าเรารู้ศัพท์พวกนั้นแล้ว ก็ข้ามไปอ่านบทอื่นๆได้เลย ไม่ต้องนั่งท่องศัพท์ทีละตัวๆให้เสียเวลา แต่ถ้าหากเราไม่รู้ ก็ขีดเส้นใต้ หาความหมาย แล้วอ่านทวนบทความนั้นซ้ำๆค่ะ จนกว่าเราจะแปลออกทั้งหมด 100% หรือจะเอาศัพท์ที่เราไม่รู้มาลองแต่งเป็นประโยคดูก็ได้


จากผนังบ้านดิฉันเองค่ะ เห็นทุกวันจนจำได้แล้ว

2.ติด Post-it ที่เขียนศัพท์ไว้กับสิ่งของนั้นๆ 

เช่น บนนาฬิกา ให้ติด คำว่า とけい เวลาเรามองนาฬิกาแต่ละทีเราก็จะเห็นคำว่า โทเค ด้วย แล้วเราก็จะจำได้ แต่ถ้าเป็นศัพท์ที่ขั้นสูงขึ้นเรื่อยๆ ให้เขียนศัพท์แล้วติดหน้ากระจก หน้าคอม หน้าโต๊ะทำงาน อ่างล้างมือ หรือห้องน้ำ ติดศัพท์ในสถานที่ที่เราจะต้องอยู่ทุกวัน ดิฉันขอบอกเลยนะคะ ว่าดิฉันเคยจำศัพท์ได้ระหว่างนั่งปลดทุกข์ แล้วมันก็มีออกข้อสอบจริงๆค่ะ (ตอนเห็นศัพท์ตัวนี้ในข้อสอบ แล้วภาพตัวเองกำลังนั่งปลดทุกข์แว๊บขึ้นมาด้วยแหน่ะ)


ช่วง Frozen กำลังดัง ฝึกร้องทุกภาษาเลยค่ะ บ้ามากจริงๆ (เครดิตในภาพเลยค่ะ)

3.ดูการ์ตูน ดูละคร ฟังเพลง อ่านหนังสือ

อันนี้ไม่ต้องบอก ใครๆก็คงรู้ แต่ที่ดิฉันจะแนะนำกับผู้ที่เพิ่งเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่น คือ ให้ดูละครหรือการ์ตูนสำหรับเด็ก เพราะศัพท์จะง่าย และใช้ในชีวิตประจำวันได้ เช่น โดราเอม่อน ชินจัง หรือแม้กระทั่งการ์ตูนดิสนี่ย์แต่เป็นเวอร์ชั่นญี่ปุ่น รวมไปถึงเพลงด้วย ช่วงที่ Frozen กำลังดังนะคุณเอ๊ยยยยย ที่ญี่ปุ่นเปิดเพลงLet it go วนไปทุกร้าน ทุกห้าง ดิฉันรวมทั้งเพื่อนต่างชาติก็สนุกกันมากค่ะ ผลัดกันร้องทั้งเวอร์ชั่นอังกฤษ ญี่ปุ่น ไทย เกาหลี จีน จำศัพท์ได้เพราะความชินหูและปากล้วนๆ


มโนว่าตัวเองเป็นนางเอกซีรี่ย์ญี่ปุ่น แล้วกรีดร้องออกไปดังๆค่ะ

4. ฝึกใช้คำสั้นๆ เช่น คำอุทาน

คำอุทานในชีวิตประจำวันเรามีเยอะแยะมากเลยค่ะ เราสามารถใช้ตอบกลับกับเพื่อนๆ หรืออาจารย์ชาวญี่ปุ่นได้ด้วยคำเดียว ไม่จำเป็นต้องเป็นประโยค เพื่อแสดงความรู้สึก หรือความคิดเห็น เช่น

本当に?(hontouni) จริงเหรอ              嘘!(Uso) ไม่จริงน่ะ・โกหกน่า            わかった(Wakatta) เข้าใจแล้ว

やばい!(Yabai) แย่แล้ว                      すごい~(Sugoi) สุดยอดดด                 うれしい (Ureshii) ดีใจจัง

และอื่นๆอีกมากมาย โดยเฉพาะคำที่เป็นคำคุณศัพท์ (Adjective) รับรองได้ใช้ตลอดเวลาแน่นอนค่ะ ใครที่ไม่กล้าพูดออกมา กลัวเพื่อนหาว่า…กระแดะ เราก็อาจจะคิดในใจก็ได้ค่ะ เช่น

เพื่อน : เมื่อวานเราไปดูหนังเรื่องนี้มา สนุกม๊ากกกก พระเอกหล่อมากเลยเธอ!
เรา : (ในใจ) Uso!? Hontouni? (พูดออกมา) ไม่เชื่อหรอก!? จริงดิ?

ถ้าเรียนเลเวลสูงขึ้นเรื่อยๆ อาจจะลองนำคำศัพท์มาแต่งประโยคในหัว พยายามคิดให้เป็นภาษาญี่ปุ่นตลอดเวลา ไม่ว่าจะตอนอาบน้ำ นั่งรถไปโรงเรียน ก็คุยกับตัวเองในสมองเป็นภาษาญี่ปุ่นดูนะคะ


.......................................................................................

เทคนิคการจำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปนะคะ สำหรับดิฉันใช้วิธีเหล่านี้มาทั้งหมดแล้ว ส่วนตัวแล้วเห็นผลทุกวิธีนะคะ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเรียนภาษา คือ "ความสม่ำเสมอ" จำศัพท์วันละ 5 คำ เดือนนึงก็ได้ 150 คำแล้ว ค่อยๆเป็นค่อยๆไปนะคะ ขอให้ทุกคนสนุกไปกับการจำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นนะคะ

ใครมีเทคนิคแปลกๆ แหวกแนว แชร์ความคิดเห็นกันได้ที่หน้าเพจ I love japan เลยนะคะ ช่วยกันเรียนให้ถึงเป้าหมายกันเถอะค่ะ! 

บทความล่าสุด