j ภาษาญี่ปุ่น

แค่ดูซีรีส์ญี่ปุ่น ก็เก่งภาษาญี่ปุ่นได้

By , วันศุกร์, 31 สิงหาคม 2561

การเรียนภาษา ไม่ว่าภาษาใดก็ตาม สิ่งสำคัญก็คือการเรียนรู้นอกตำราเรียน จะยิ่งช่วยพัฒนาทักษะของเราให้ดีขึ้น สำหรับในภาษาญี่ปุ่นแล้ว นอกจากฟังเพลง ดูอนิเมะ อีกสิ่งหนึ่งก็คือการดูซีรีส์และภาพยนตร์ญี่ปุ่นนั่นเอง วันนี้จึงอยากจะมาบอกเล่าประสบการณ์ส่วนตัวให้ได้นำไปประยุกต์ใช้กันค่ะ  

  • "ชื่อเรื่อง" ก็คือ "ไวยากรณ์"


ละครญี่ปุ่นเดี๋ยวนี้ชื่อเรื่องยาวมาก เป็นประโยคที่สมบูรณ์อีกต่างหาก หากจำชื่อเรื่องของละครได้ ก็เท่ากับจำไวยากรณ์ได้อย่างน้อย 1 ไวยากรณ์แล้ว ยกตัวอย่างเช่น  

ダメな私に恋してください
Dame na Watashi ni Koishite Kudasai
กรุณารักคนอย่างฉันที่ไม่ได้เรื่องทีเถอะ
ไวยากรณ์ OO + てください = กรุณา

愛してたって、秘密はある
Aishite tatte, Himitsu wa Aru
ฉันรักเธอ แต่ฉันก็มีความลับ
ไวยากรณ์ たって = แต่

兄に愛されすぎて困ってます
Ani ni Ai Saresugite Komattemasu
(ฉัน)ถูกพี่ชายรักมากเกินไป ฉันก็ลำบากสิคะ
ไวยากรณ์ V.される = รูปถูกกระทำ
ไวยากรณ์ OO + すぎ = มากเกินไป


จะเห็นได้ว่าชื่อเรื่องหนึ่ง สามารถมีได้มากกว่า 1 ไวยากรณ์เลย 


สามารถหาอ่านชื่อเรื่องยาวๆ ได้อีกทีนี่เลย  คนที่ไม่รู้ไวยากรณ์ก็สามารถนำไปถามเซนเซที่สอนภาษาญี่ปุ่นได้นะคะ รับรองว่าเซนเซต้องยินดีที่จะตอบแน่นอน เพราะเราเองก็เคยทำมาแล้ว


  • "ชื่อตัวละคร" ก็คือ "คำศัพท์"

ละครบางเรื่อง ที่เน้นคอนเซ็ปต์มากๆ แม้กระทั่งชื่อตัวละคร ก็จะต้องสอดคล้องกับคาแรคเตอร์ด้วย ซึ่งตัวละครตัวนั้นก็จะแสดงลักษณะตามชื่อของตัวเองอีกด้วย ถ้าจำชื่อตัวละครได้ ก็จะจำคำศัพท์ได้ ยกตัวอย่างเช่น จากซีรีส์เรื่อง Oniichan Gacha ในแต่ละตอนจะมีตัวละครใหม่ๆ ออกมา และมีชื่อเรื่องที่โดดเด่น เช่น  

  คนนี้หล่อเจิดจรัสวิ้งมากๆ เลยชื่อ คิราระ มาจาก キラキラ (คิระคิระ) แปลว่า เป็นประกาย เจิดจรัส ทั้งตอนก็ตัวละครตัวนี้ก็จะมีอะไรวิ้งๆ อยู่รอบตัวตลอด

  ส่วนคนนี้ยิ้มแย้มตลอดเวลา เลยชื่อ นิโกะ มาจากคำว่า ニコニコ แปลว่า ยิ้มแย้ม


หรือในเรื่อง Guard Center 24 พระเอกชื่อว่า まもる มาโมรุ แปลว่า ปกป้อง ก็ตรงกับชื่อเรื่องเลย ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย

หลังจากนี้ ดูละครแล้วก็ลองสังเกตชื่อตัวละครดูด้วยเนอะ จะได้คลังคำศัพท์เพิ่มขึ้นอีกเยอะเลย 

  • ฝึกพูดตามประโยคเด็ดในเรื่อง 

ซีรีส์แต่ละเรื่องมักมีประโยคเด็ด หรือคำศัพท์ที่พูดกันบ่อยๆ ทุกตอน จนเราสามารถพูดตามได้ เหมือนกับโคนันก็คือ "ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว" อะไรแบบนั้น ยิ่งเราได้ฟังสำเนียง ได้ฝึกพูดตาม ก็จะพูดได้ดียิ่งขึ้น
ขอยกตัวอย่างเรื่องเดิม Oniichan Gacha ทุกตอนน้องสาวจะต้องพูดว่า

私のお兄ちゃんになってくれますか
watachi no oniichan ni natte kuremasuka
กรุณามาเป็นพี่ชายของหนูหน่อยได้มั้ยคะ
ไวยากรณ์ OO +てくれますか = ขอร้องคนอื่นให้ช่วยทำให้ฉัน 

หรืออย่างเรื่อง Chotto Ima Kara Shigoto Yamete Kuru ชื่อเรื่องนี้ ก็เป็นประโยคเด็ดในเรื่องเช่นกัน
ちょっと今から仕事やめてくる
Chotto Ima Kara Shigoto Yamete Kuru
รอเดี๋ยวนะ ตอนนี้ขอไปลาออกจากงานก่อน 

  • ฝึกคันจิจากชื่อนักแสดง

แน่นอนว่าชื่อดารานักแสดง เรามักจะจำได้อย่างขึ้นใจ และเห็นบ่อยๆ ตามไตเติลของเรื่อง ยิ่งคนสวยๆ หล่อๆ ยิ่งจำได้ทั้งชื่อและนามสกุล ในเมื่อเราจำเสียงอ่านได้อยู่แล้ว แค่จำวิธีเขียนคันจิเพิ่มขึ้นจะไปยากอะไรเนอะ แล้วก็จำเสียงอ่านอื่นๆ เพิ่มเติมด้วยจะดีมาก
ยกตัวอย่างเช่น

山下智久 ยามาชิตะ โทโมฮิสะ  

Yama = ภูเขา


Shita = ใต้


Tomo = ความรู้, ปัญญา ซึ่งถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่ามีตัว 知(chi) ที่แปลว่า "รู้" เป็นส่วนประกอบ พอเปิดพจนานุกรม ก็เจอว่าสามารถอ่านว่า Chi ได้เช่นกัน เวลาเขียนคำนี้ ให้นึกหน้ายามะพีเข้าไว้ แล้วจะจำได้เองว่า "อ๋อ ยามะพี ผู้มีปัญญาความรู้ ไง!"


Hisa = ตลอดกาล, ช้านาน ถ้าเคยได้ยินคำพูดในละครที่พูดกันว่า "ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ" จะพูดเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า Hisashiburi ซึ่งเป็น Hisa ตัวเดียวกันเนี่ยแหละ จำง่ายๆ ว่า "คิดถึงยามะพีจัง ไม่ได้เจอกันมานานเลย"

เพื่อนๆ ลองสะกดชื่อดาราที่ตัวเองชอบกันดูนะ ยิ่งชอบเยอะ ยิ่งได้ศัพท์เยอะ (ฮา) 



สำหรับบล็อกนี้จะเป็นบล็อกสุดท้ายของผู้เขียนแล้วค่ะ จึงอยากส่งท้ายด้วยเรื่องที่มีประโยชน์กันสักหน่อย ทั้ง 4 ข้อนี้ อยากให้เพื่อนๆ ได้ลองนำไปประยุกต์ใช้ในแบบของตัวเอง หวังว่าจะได้รับประโยชน์ไปไม่มากก็น้อยเนอะ
หากมีวิธีการเรียนภาษาญี่ปุ่นจากซีรีส์เพิ่มเติมก็สามารถโพสต์บอกกันได้ที่หน้าเพจ I love Japan และหากอยากติดตามเรื่องราวคอนเทนต์สนุกๆ ที่เกี่ยวกับซีรีส์ญี่ปุ่นอีก สามารถติดตามได้ที่เพจ Daisuki JDrama

การเรียนภาษา ไม่ว่าภาษาใดก็ตาม สิ่งสำคัญก็คือการเรียนรู้นอกตำราเรียน จะยิ่งช่วยพัฒนาทักษะของเราให้ดีขึ้น สำหรับในภาษาญี่ปุ่นแล้ว นอกจากฟังเพลง ดูอนิเมะ อีกสิ่งหนึ่งก็คือการดูซีรีส์และภาพยนตร์ญี่ปุ่นนั่นเอง วันนี้จึงอยากจะมาบอกเล่าประสบการณ์ส่วนตัวให้ได้นำไปประยุกต์ใช้กันค่ะ  

  • "ชื่อเรื่อง" ก็คือ "ไวยากรณ์"


ละครญี่ปุ่นเดี๋ยวนี้ชื่อเรื่องยาวมาก เป็นประโยคที่สมบูรณ์อีกต่างหาก หากจำชื่อเรื่องของละครได้ ก็เท่ากับจำไวยากรณ์ได้อย่างน้อย 1 ไวยากรณ์แล้ว ยกตัวอย่างเช่น  

ダメな私に恋してください
Dame na Watashi ni Koishite Kudasai
กรุณารักคนอย่างฉันที่ไม่ได้เรื่องทีเถอะ
ไวยากรณ์ OO + てください = กรุณา

愛してたって、秘密はある
Aishite tatte, Himitsu wa Aru
ฉันรักเธอ แต่ฉันก็มีความลับ
ไวยากรณ์ たって = แต่

兄に愛されすぎて困ってます
Ani ni Ai Saresugite Komattemasu
(ฉัน)ถูกพี่ชายรักมากเกินไป ฉันก็ลำบากสิคะ
ไวยากรณ์ V.される = รูปถูกกระทำ
ไวยากรณ์ OO + すぎ = มากเกินไป


จะเห็นได้ว่าชื่อเรื่องหนึ่ง สามารถมีได้มากกว่า 1 ไวยากรณ์เลย 


สามารถหาอ่านชื่อเรื่องยาวๆ ได้อีกทีนี่เลย  คนที่ไม่รู้ไวยากรณ์ก็สามารถนำไปถามเซนเซที่สอนภาษาญี่ปุ่นได้นะคะ รับรองว่าเซนเซต้องยินดีที่จะตอบแน่นอน เพราะเราเองก็เคยทำมาแล้ว


  • "ชื่อตัวละคร" ก็คือ "คำศัพท์"

ละครบางเรื่อง ที่เน้นคอนเซ็ปต์มากๆ แม้กระทั่งชื่อตัวละคร ก็จะต้องสอดคล้องกับคาแรคเตอร์ด้วย ซึ่งตัวละครตัวนั้นก็จะแสดงลักษณะตามชื่อของตัวเองอีกด้วย ถ้าจำชื่อตัวละครได้ ก็จะจำคำศัพท์ได้ ยกตัวอย่างเช่น จากซีรีส์เรื่อง Oniichan Gacha ในแต่ละตอนจะมีตัวละครใหม่ๆ ออกมา และมีชื่อเรื่องที่โดดเด่น เช่น  

  คนนี้หล่อเจิดจรัสวิ้งมากๆ เลยชื่อ คิราระ มาจาก キラキラ (คิระคิระ) แปลว่า เป็นประกาย เจิดจรัส ทั้งตอนก็ตัวละครตัวนี้ก็จะมีอะไรวิ้งๆ อยู่รอบตัวตลอด

  ส่วนคนนี้ยิ้มแย้มตลอดเวลา เลยชื่อ นิโกะ มาจากคำว่า ニコニコ แปลว่า ยิ้มแย้ม


หรือในเรื่อง Guard Center 24 พระเอกชื่อว่า まもる มาโมรุ แปลว่า ปกป้อง ก็ตรงกับชื่อเรื่องเลย ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย

หลังจากนี้ ดูละครแล้วก็ลองสังเกตชื่อตัวละครดูด้วยเนอะ จะได้คลังคำศัพท์เพิ่มขึ้นอีกเยอะเลย 

  • ฝึกพูดตามประโยคเด็ดในเรื่อง 

ซีรีส์แต่ละเรื่องมักมีประโยคเด็ด หรือคำศัพท์ที่พูดกันบ่อยๆ ทุกตอน จนเราสามารถพูดตามได้ เหมือนกับโคนันก็คือ "ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว" อะไรแบบนั้น ยิ่งเราได้ฟังสำเนียง ได้ฝึกพูดตาม ก็จะพูดได้ดียิ่งขึ้น
ขอยกตัวอย่างเรื่องเดิม Oniichan Gacha ทุกตอนน้องสาวจะต้องพูดว่า

私のお兄ちゃんになってくれますか
watachi no oniichan ni natte kuremasuka
กรุณามาเป็นพี่ชายของหนูหน่อยได้มั้ยคะ
ไวยากรณ์ OO +てくれますか = ขอร้องคนอื่นให้ช่วยทำให้ฉัน 

หรืออย่างเรื่อง Chotto Ima Kara Shigoto Yamete Kuru ชื่อเรื่องนี้ ก็เป็นประโยคเด็ดในเรื่องเช่นกัน
ちょっと今から仕事やめてくる
Chotto Ima Kara Shigoto Yamete Kuru
รอเดี๋ยวนะ ตอนนี้ขอไปลาออกจากงานก่อน 

  • ฝึกคันจิจากชื่อนักแสดง

แน่นอนว่าชื่อดารานักแสดง เรามักจะจำได้อย่างขึ้นใจ และเห็นบ่อยๆ ตามไตเติลของเรื่อง ยิ่งคนสวยๆ หล่อๆ ยิ่งจำได้ทั้งชื่อและนามสกุล ในเมื่อเราจำเสียงอ่านได้อยู่แล้ว แค่จำวิธีเขียนคันจิเพิ่มขึ้นจะไปยากอะไรเนอะ แล้วก็จำเสียงอ่านอื่นๆ เพิ่มเติมด้วยจะดีมาก
ยกตัวอย่างเช่น

山下智久 ยามาชิตะ โทโมฮิสะ  

Yama = ภูเขา


Shita = ใต้


Tomo = ความรู้, ปัญญา ซึ่งถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่ามีตัว 知(chi) ที่แปลว่า "รู้" เป็นส่วนประกอบ พอเปิดพจนานุกรม ก็เจอว่าสามารถอ่านว่า Chi ได้เช่นกัน เวลาเขียนคำนี้ ให้นึกหน้ายามะพีเข้าไว้ แล้วจะจำได้เองว่า "อ๋อ ยามะพี ผู้มีปัญญาความรู้ ไง!"


Hisa = ตลอดกาล, ช้านาน ถ้าเคยได้ยินคำพูดในละครที่พูดกันว่า "ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ" จะพูดเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า Hisashiburi ซึ่งเป็น Hisa ตัวเดียวกันเนี่ยแหละ จำง่ายๆ ว่า "คิดถึงยามะพีจัง ไม่ได้เจอกันมานานเลย"

เพื่อนๆ ลองสะกดชื่อดาราที่ตัวเองชอบกันดูนะ ยิ่งชอบเยอะ ยิ่งได้ศัพท์เยอะ (ฮา) 



สำหรับบล็อกนี้จะเป็นบล็อกสุดท้ายของผู้เขียนแล้วค่ะ จึงอยากส่งท้ายด้วยเรื่องที่มีประโยชน์กันสักหน่อย ทั้ง 4 ข้อนี้ อยากให้เพื่อนๆ ได้ลองนำไปประยุกต์ใช้ในแบบของตัวเอง หวังว่าจะได้รับประโยชน์ไปไม่มากก็น้อยเนอะ
หากมีวิธีการเรียนภาษาญี่ปุ่นจากซีรีส์เพิ่มเติมก็สามารถโพสต์บอกกันได้ที่หน้าเพจ I love Japan และหากอยากติดตามเรื่องราวคอนเทนต์สนุกๆ ที่เกี่ยวกับซีรีส์ญี่ปุ่นอีก สามารถติดตามได้ที่เพจ Daisuki JDrama