j ภาษาญี่ปุ่น

Fresh news from Japan!

We are excited to deliver you the the freshest news from Japan!

วิธีเรียนภาษาญี่ปุ่นให้สนุกไม่รู้เบื่อ

By , วันพฤหัสบดี, 29 กันยายน 2559

​    โอ๊ยย ยากๆๆ ไม่เอาแล้ว ใครๆก็คงจะเคยมีโมเมนท์แบบนี้ที่ว่า อยากจะเลิกเรียนแล้ว พอกันทีกับตัวอักษรยากๆ เส้นเยอะๆ ให้อารมณ์แบบว่าเเค่เห็นก็ปวดกระบาลแล้ว 

      สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นอุปสรรคที่จะมาขัดขวางการเรียนรู้ของเราค่ะ เมื่อไหร่ก็ตามที่เรารู้สึกว่าไม่เอา ไม่ชอบ ไม่อยากทำ ตอนนั้นก็คือเวลาที่เราต้องเลือกระหว่างยอมแพ้หรือสู้ต่อค่ะ แต่ก็แหม ในเมื่อมันยุ่งยากวุ่นวายขนาดนี้จะสู้ต่อยังไงไหวล่ะ เฮ้อ ยิ่งคิดก็ยิ่งท้อเนี่ย เคล็ดลับง่ายๆที่จะมาแก้ปัญหานี้ได้ก็คือการทำในสิ่งที่เราชอบค่ะ และแน่นอนว่าวันนี้มี่ก็เอาวิธีการแปลงโฉมภาษาญี่ปุ่นให้กลายเป็นแดนแห่งฝันมาฝากทุกๆคนอีกเช่นเคยค่ะ มาดูวิธีทำกันเลยนะคะ

  1.  อย่างแรกเลยที่แนะนำ คือการทำplanner หรือตารางวางแผนนั้นเองค่ะ โดยเน้นให้ทำในรูปแบบที่เราชอบไม่ว่าจะเป็นเล่มแบบ year planner หรือเป็นตารางโปสเตอร์แบบฝาผนังเป็นรายสัปดาห์ก็ได้ค่ะ เน้นเป็นแบบที่เราชอบนะคะ 

​       การทำ planner ด้วยตัวเองเนี่ย เราจะต้องเสียค่าวัสดุอุปกรณ์ ค่าปากกาสีมากมาย และเวลาในการทำมันก็จริงค่ะ แต่การที่เราต้องเสียเวลากับมันไปมากนั้นจะทำให้เรารอบคอบในการที่จะเขียนอะไรลงไปมากขึ้นค่ะ โดยเฉพาะการใช้ปากกาสีต่างๆที่ลบไม่ได้ในการทำ เราก็ยิ่งต้องระมัดระวังและจดจ่อกับสิ่งที่จะเขียนมากขึ้นค่ะ ในระหว่างนั้น ก็จะทำให้จุดมุ่งหมายหรือ plan ที่เราคิดไว้ในใจว่าจะเขียนลงไปเนี่ย ถูกคิดวนไปวนมาและซึมซับเข้ามาในจิตใจเรามากขึ้นค่ะ นอกจากนั้นเราก็ยังได้ความเพลิดเพลินและความสนุกสนานในการทำอีกด้วยค่ะ และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของการเรียนอย่างไม่รู้เบื่อนั่นเองค่ะ

       อย่าทำทุกอย่างด้วยตัวเอง! การทำอะไรเองเป็นเรื่องที่ดีก็จริงค่ะ แต่ถ้าทำเองทุกอย่างมันจะเวลามาเกินไป และยุ่งยากจนเปลี่ยนความสนุกสนานในใจเราเป็นความเบื่อหน่าย และท้อแท้ ลองคิดดูนะคะถ้าทำเองทุกอย่างตั้งแต่เล่มสมุด มานั่งติดกระดาษนั่งตีตาราง นั่งวาดสติ๊กเกอร์ โหยยย นี่ก็เว่อร์ไปค่ะ มันดูยุ่งยากจนเกินมนุษย์ไปหน่อยนะคะ ถ้าจะให้ดีแค่หาแบบสำเร็จรูปมาปรินท์แล้วก็ตัดใส่ลงไป ตกแต่งนิดหน่อย เขียนplanลงไป ก็พอแล้วล่ะค่ะ สำหรับตารางplanner แบบเล่มก็สามารถหาโหลดได้จากเว็บนี้นะคะ http://www.passionplanner.com/downloads/

​     2.สำหรับลำดับต่อไปก็เป็นแบบรูปภาพตัวอย่างข้างบนเลยนะคะ ก็คือ การทำทุกอย่างให้ดึงดูด น่าสนใจ เป็นการแปลงโฉมทุกอย่างให้เป็นอะไรที่เราชอบค่ะ เน้นการใช้รูปภาพและสีสัน ดั่งคำที่ว่า "สีช่วยจำ" ทำยังไงก็ได้ค่ะเน้นความน่ารักน่าสนใจ และพยายามให้อยู่ในกระดาษแผ่นใหญ่ๆเเผ่นเดียว เอาแบบที่สามารถกวาดตามองได้ทั่วทั้งแผ่นอ่ะค่ะ

​    ใครที่ชื่นชอบตัวการ์ตูน หรือดารานักร้องคนไหน เป็นพิเศษจะสามารถทำแบบนี้ได้เช่นกันนะคะ หรือถ้าหากมีความสามารถให้การวาดรูปจะวาดตามใจตัวเองเลยก็ได้ค่ะ เอาแบบที่เห็นตัวหนังสือชัดๆนะคะ แล้วหาที่ที่ผ่านบ่อยหรือมองบ่อยของตัวเองแล้วแปะไว้เลยค่ะ จากนั้นก็แค่ใช้ชีวิตตามปกติค่ะ ถ้าเดินผ่านก็มองก็อ่านซักรอบ รับรองว่าหลังจากนั้นไม่นานพอเห็นหน้าดาราที่ชื่นชอบแล้วก็จะมีตัวหนังสือญี่ปุ่นผุดขึ้นมาซ้อนทับแน่นอน แบบชนิดที่เรียกว่าเป๊ะเว่อร์เลยล่ะค่ะ

​     3. ในส่วนของ grammar นะคะ ก็แนะนำให้ทำเป็นรูปแบบของ mind mapping ค่ะ เพราะการทำmind mappingเนี่ย เราจะต้องจัดลำดับข้อมูลและความรู้ในหัวที่เรามีให้เรียบร้อยแล้วค่อยสรุปออกมา เขียนเป็นภาษาของเราเอง ดังนั้นเราจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจเนื้อหาในส่วนนั้นๆเป็นอย่างดี ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อยกว่าจะได้ออกมาแต่ละแผ่น แต่ละเรื่อง แต่ก็แน่นอนว่าหลังจากทำเสร็จแล้วเราจะมั่นใจในความรู้ของตัวเองมากขึ้นเยอะเลยล่ะค่ะ นอกจากนั้นเรายังสามารถจำเนื้อหาที่เราเขียนได้มากถึง70%ด้วยนะคะ เรียกได้ว่าถ้ามีสอบก็แค่อ่านเพิ่มอีกนิดๆหน่อยๆก็สบายแล้วค่ะ

     และสำหรับใครที่กำลังเครียดกับการเรียนคันจินะคะ ก็สามารถเค้ามาดูวิธีการเรียนคันจิแบบง่ายๆ สไตล์เด็กญี่ปุ่นได้ที่บล็อกนี้เลยค่ะ http://www.ilovejapan.co.th/japanese/entry/kanji

     สุดท้ายนี้ก็ขอฝากคติสอนใจดีๆเอาไว้ให้เป็นกำลังใจกับทุกคนอีกเช่นเคยนะคะ กับประโยคที่ว่า  "ทุกคนล้วนมีวิธีทำงานให้สำเร็จในแบบของตัวเอง หาทางของคุณให้เจอ แล้วทุกอย่างจะดีเอง"

...........................................................................................

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก

1.http://www.passionplanner.com/downloads/

2.https://www.etsy.com/search/books-movies-and-music?q=weekly+planner+printable

3.http://www.belindaselene.com/2014/04/planneraddicts.html

4.https://mmxxomu.wordpress.com/2015/10/24/japanese-corner-%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%A3%E0%B8%AE%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99/

5.http://www.zerochan.net/692063

6.http://studyshroom.tumblr.com/post/116846540302/made-my-first-mind-map-for-japanese-te-form-i

7.http://www.123rf.com/photo_49327836_stock-vector-lovely-japan-travel-map--japan-in-japanese-words-on-the-middle.html

​    โอ๊ยย ยากๆๆ ไม่เอาแล้ว ใครๆก็คงจะเคยมีโมเมนท์แบบนี้ที่ว่า อยากจะเลิกเรียนแล้ว พอกันทีกับตัวอักษรยากๆ เส้นเยอะๆ ให้อารมณ์แบบว่าเเค่เห็นก็ปวดกระบาลแล้ว 

      สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นอุปสรรคที่จะมาขัดขวางการเรียนรู้ของเราค่ะ เมื่อไหร่ก็ตามที่เรารู้สึกว่าไม่เอา ไม่ชอบ ไม่อยากทำ ตอนนั้นก็คือเวลาที่เราต้องเลือกระหว่างยอมแพ้หรือสู้ต่อค่ะ แต่ก็แหม ในเมื่อมันยุ่งยากวุ่นวายขนาดนี้จะสู้ต่อยังไงไหวล่ะ เฮ้อ ยิ่งคิดก็ยิ่งท้อเนี่ย เคล็ดลับง่ายๆที่จะมาแก้ปัญหานี้ได้ก็คือการทำในสิ่งที่เราชอบค่ะ และแน่นอนว่าวันนี้มี่ก็เอาวิธีการแปลงโฉมภาษาญี่ปุ่นให้กลายเป็นแดนแห่งฝันมาฝากทุกๆคนอีกเช่นเคยค่ะ มาดูวิธีทำกันเลยนะคะ

  1.  อย่างแรกเลยที่แนะนำ คือการทำplanner หรือตารางวางแผนนั้นเองค่ะ โดยเน้นให้ทำในรูปแบบที่เราชอบไม่ว่าจะเป็นเล่มแบบ year planner หรือเป็นตารางโปสเตอร์แบบฝาผนังเป็นรายสัปดาห์ก็ได้ค่ะ เน้นเป็นแบบที่เราชอบนะคะ 

​       การทำ planner ด้วยตัวเองเนี่ย เราจะต้องเสียค่าวัสดุอุปกรณ์ ค่าปากกาสีมากมาย และเวลาในการทำมันก็จริงค่ะ แต่การที่เราต้องเสียเวลากับมันไปมากนั้นจะทำให้เรารอบคอบในการที่จะเขียนอะไรลงไปมากขึ้นค่ะ โดยเฉพาะการใช้ปากกาสีต่างๆที่ลบไม่ได้ในการทำ เราก็ยิ่งต้องระมัดระวังและจดจ่อกับสิ่งที่จะเขียนมากขึ้นค่ะ ในระหว่างนั้น ก็จะทำให้จุดมุ่งหมายหรือ plan ที่เราคิดไว้ในใจว่าจะเขียนลงไปเนี่ย ถูกคิดวนไปวนมาและซึมซับเข้ามาในจิตใจเรามากขึ้นค่ะ นอกจากนั้นเราก็ยังได้ความเพลิดเพลินและความสนุกสนานในการทำอีกด้วยค่ะ และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของการเรียนอย่างไม่รู้เบื่อนั่นเองค่ะ

       อย่าทำทุกอย่างด้วยตัวเอง! การทำอะไรเองเป็นเรื่องที่ดีก็จริงค่ะ แต่ถ้าทำเองทุกอย่างมันจะเวลามาเกินไป และยุ่งยากจนเปลี่ยนความสนุกสนานในใจเราเป็นความเบื่อหน่าย และท้อแท้ ลองคิดดูนะคะถ้าทำเองทุกอย่างตั้งแต่เล่มสมุด มานั่งติดกระดาษนั่งตีตาราง นั่งวาดสติ๊กเกอร์ โหยยย นี่ก็เว่อร์ไปค่ะ มันดูยุ่งยากจนเกินมนุษย์ไปหน่อยนะคะ ถ้าจะให้ดีแค่หาแบบสำเร็จรูปมาปรินท์แล้วก็ตัดใส่ลงไป ตกแต่งนิดหน่อย เขียนplanลงไป ก็พอแล้วล่ะค่ะ สำหรับตารางplanner แบบเล่มก็สามารถหาโหลดได้จากเว็บนี้นะคะ http://www.passionplanner.com/downloads/

​     2.สำหรับลำดับต่อไปก็เป็นแบบรูปภาพตัวอย่างข้างบนเลยนะคะ ก็คือ การทำทุกอย่างให้ดึงดูด น่าสนใจ เป็นการแปลงโฉมทุกอย่างให้เป็นอะไรที่เราชอบค่ะ เน้นการใช้รูปภาพและสีสัน ดั่งคำที่ว่า "สีช่วยจำ" ทำยังไงก็ได้ค่ะเน้นความน่ารักน่าสนใจ และพยายามให้อยู่ในกระดาษแผ่นใหญ่ๆเเผ่นเดียว เอาแบบที่สามารถกวาดตามองได้ทั่วทั้งแผ่นอ่ะค่ะ

​    ใครที่ชื่นชอบตัวการ์ตูน หรือดารานักร้องคนไหน เป็นพิเศษจะสามารถทำแบบนี้ได้เช่นกันนะคะ หรือถ้าหากมีความสามารถให้การวาดรูปจะวาดตามใจตัวเองเลยก็ได้ค่ะ เอาแบบที่เห็นตัวหนังสือชัดๆนะคะ แล้วหาที่ที่ผ่านบ่อยหรือมองบ่อยของตัวเองแล้วแปะไว้เลยค่ะ จากนั้นก็แค่ใช้ชีวิตตามปกติค่ะ ถ้าเดินผ่านก็มองก็อ่านซักรอบ รับรองว่าหลังจากนั้นไม่นานพอเห็นหน้าดาราที่ชื่นชอบแล้วก็จะมีตัวหนังสือญี่ปุ่นผุดขึ้นมาซ้อนทับแน่นอน แบบชนิดที่เรียกว่าเป๊ะเว่อร์เลยล่ะค่ะ

​     3. ในส่วนของ grammar นะคะ ก็แนะนำให้ทำเป็นรูปแบบของ mind mapping ค่ะ เพราะการทำmind mappingเนี่ย เราจะต้องจัดลำดับข้อมูลและความรู้ในหัวที่เรามีให้เรียบร้อยแล้วค่อยสรุปออกมา เขียนเป็นภาษาของเราเอง ดังนั้นเราจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจเนื้อหาในส่วนนั้นๆเป็นอย่างดี ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อยกว่าจะได้ออกมาแต่ละแผ่น แต่ละเรื่อง แต่ก็แน่นอนว่าหลังจากทำเสร็จแล้วเราจะมั่นใจในความรู้ของตัวเองมากขึ้นเยอะเลยล่ะค่ะ นอกจากนั้นเรายังสามารถจำเนื้อหาที่เราเขียนได้มากถึง70%ด้วยนะคะ เรียกได้ว่าถ้ามีสอบก็แค่อ่านเพิ่มอีกนิดๆหน่อยๆก็สบายแล้วค่ะ

     และสำหรับใครที่กำลังเครียดกับการเรียนคันจินะคะ ก็สามารถเค้ามาดูวิธีการเรียนคันจิแบบง่ายๆ สไตล์เด็กญี่ปุ่นได้ที่บล็อกนี้เลยค่ะ http://www.ilovejapan.co.th/japanese/entry/kanji

     สุดท้ายนี้ก็ขอฝากคติสอนใจดีๆเอาไว้ให้เป็นกำลังใจกับทุกคนอีกเช่นเคยนะคะ กับประโยคที่ว่า  "ทุกคนล้วนมีวิธีทำงานให้สำเร็จในแบบของตัวเอง หาทางของคุณให้เจอ แล้วทุกอย่างจะดีเอง"

...........................................................................................

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก

1.http://www.passionplanner.com/downloads/

2.https://www.etsy.com/search/books-movies-and-music?q=weekly+planner+printable

3.http://www.belindaselene.com/2014/04/planneraddicts.html

4.https://mmxxomu.wordpress.com/2015/10/24/japanese-corner-%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%A3%E0%B8%AE%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99/

5.http://www.zerochan.net/692063

6.http://studyshroom.tumblr.com/post/116846540302/made-my-first-mind-map-for-japanese-te-form-i

7.http://www.123rf.com/photo_49327836_stock-vector-lovely-japan-travel-map--japan-in-japanese-words-on-the-middle.html

บทความล่าสุด