l ชีวิตในญี่ปุ่น

รับมือไต้ฝุ่นญี่ปุ่น! รู้แบบนี้ปลอดภัยหายห่วง

By , วันพุธ, 03 ตุลาคม 2561

หากพูดถึงคำว่า "ไต้ฝุ่น" บ้านเราอาจจะไม่คุ้นกับคำนี้เท่าไหร่นัก บางคนอาจจะนึกไปถึงพายุไต้ฝุ่นแบบหมุนติ้วๆเหมือนในหนัง แต่ถ้าสำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว คำว่าไต้ฝุ่นนั้นเป็นสิ่งที่คุ้นเคยกันดีเพราะมาได้ทุกปี โดยเฉพาะปีนี้หากใครได้ติดตามข่าวสารจะเห็นว่าพี่ไต้ฝุ่นแกเล่นพัดเข้ามาแบบไม่จบไม่สิ้น วันนี้เราจึงจะพาคุณผู้อ่านมาทำความรู้จักกับไต้ฝุ่นกันค่ะ

ช่วงปลายเดือนกันยายนถึงตุลาคมของทุกปีเป็นช่วงไต้ฝุ่นเข้า เนื่องจากเปลี่ยนฤดูจากฤดูร้อนเป็นฤดูใบไม้ร่วง ถ้ามาเที่ยวช่วงนี้ก็อาจจะไม่สนุกมากเท่าไหร่เพราะว่าฝนตกบ่อย ไฟลท์บินก็ถูกยกเลิกกะทันหันบ้าง สำหรับนักเรียนต่างชาติที่นี่เองก็ต้องตามข่าวว่าจะมีพายุไต้ฝุ่นมาเมื่อไหร่ จะได้เตรียมรับมือได้ทัน

ถ้าไต้ฝุ่นแบบทั่วไปอาจจะไม่หนักเท่าไหร่ แค่ฝนตกหนักตลอดทั้งวัน แต่ถ้าเป็นไต้ฝุ่นอย่างไต้ฝุ่นเชบี ไต้ฝุ่นจ่ามี จะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ซึ่งที่ญี่ปุ่นได้รับความเสียหายและผลกระทบอย่างมากจากไต้ฝุ่น ดังนั้น เรามาดูกันดีกว่าว่าควรเตรียมตัวอย่างไรกับช่วงไต้ฝุ่นกันบ้าง

ช่วงก่อนพายุเข้า 

1. ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับไต้ฝุ่น จากทางโทรทัศน์หรืออินเทอร์เน็ต หากใครจะเดินทางมาญี่ปุ่นช่วงนี้ควรทำประกันเดินทางเอาไว้อย่างยิ่ง ที่สำคัญห้ามลืมร่มคันใหญ่เด็ดขาด!
(มาซื้อร่มคันใหญ่ที่ญี่ปุ่นก็ได้)

2. ตรวจสอบบริเวณรอบๆบ้าน พวกประตูหน้าต่างว่าพร้อมรับไต้ฝุ่นหรือยัง สำหรับใครที่กำลังมองหาห้องพักในญี่ปุ่นเราขอแนะนำบ้านที่สร้างด้วยคอนกรีต จะดีกว่าบ้านที่สร้างด้วยไม้มาก เพราะบ้านไม้ค่อนข้างจะเปราะบางและไม่เก็บเสียง หากใครได้ดูคลิปไต้ฝุ่นจะเห็นว่าบ้านที่สร้างจากไม้ปลิวง่ายมากๆ

​3. กรณีที่เป็นไต้ฝุ่นรุนแรงมากและบ้านค่อนข้างอยู่ระดับต่ำ
ให้เตรียมตัวรับมือกับน้ำท่วมด้วย เช่น ให้นำเครื่องใช้ไฟฟ้า
ไปไว้ที่ชั้น 2 หรือถอดปลั๊กต่างๆออกให้หมด เพราะเวลา
น้ำท่วมมันไม่ทันตั้งตัวจริงๆค่ะ

4. เตรียมของยังชีพ ก่อนไต้ฝุ่นเข้ารีบไปกวาดของกินในซูเปอร์หรือร้านสะดวกซื้อมาตุนไว้ก่อนเลยค่ะ ไม่งั้นของหมดแน่นอน 

เมื่อพายุเข้า

1. ไม่ควรเข้าใกล้แหล่งน้ำต่างๆ เช่น แม่น้ำ ทางระบายน้ำ เพราะอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันตามที่กล่าวไว้ข้างต้นได้ ไม่ควรเข้าใกล้ชายฝั่งทะเลโดยเด็ดขาดเพราะคลื่นลมจะแรงมาก นอกจากนี้ บริเวณภูเขาเองก็ไม่ควรเข้าใกล้เพราะอาจเกิดเหตุการณ์ดินถล่มได้

2. หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน ควรปิดกระจกให้เรียบร้อย นอกจากจะกันฝนสาดแล้วยังกันของปลิวลอยมาใส่อีกเพราะลมแรงมากถึงมากที่สุด ตัวอย่างเช่น เหตุการณ์พายุจ่ามีที่ผ่านมา หลังห้องเราเป็นต้นไม้ใหญ่ที่ทางอพาร์ตเมนท์ปลูกไว้ พอถึงช่วงพีคเท่านั้นแหละ ลมพัดแรงขนาดปิดหน้าต่างไว้ยังได้ยินเสียงลมชัดเจน พอเปิดม่านออกไปดูเป็นจังหวะเดียวกับกิ่งไม้ปลิวพุ่งมาใส่ห้องเรา แถมต้นยังหักเป็น 2 ท่อนเลย น่ากลัวสุดๆ

​3.  ควรใช้ร่มคันใหญ่ ร่มคันเล็กสำหรับคนเดียวหรือร่มพับกันแดดนี่ขอให้เก็บไปเลยค่ะ เพราะลมไต้ฝุ่นนั้นแรงมากถึงขนาดที่ว่าร่มใสจากร้านสะดวกซื้อพังมาหลายคันแล้ว กางอยู่ดีๆร่มพับใส่หน้าก็มี ถ้าเป็นไปได้ไม่ควรออกนอกบ้านจะดีที่สุด เพราะถึง
กางร่มก็ยังเปียกอยู่ดี

เมื่อเรารู้วิธีรับมือแล้วเรามาดูผลกระทบจากไต้ฝุ่นกันดีกว่าค่ะว่ามีอะไรกันบ้าง

1. ระบบคมนาคมมีปัญหา เช่น รถไฟหยุดวิ่ง กรณีนี้ควรเช็คข่าวสารและเส้นทางให้ดีเพราะบางครั้งที่เกิดไต้ฝุ่นครั้งใหญ่
ทางรถไฟจะทำการหยุดวิ่ง เช่น พายุไต้ฝุ่นที่ผ่านมาส่งผลให้รถไฟในโตเกียวหยุดวิ่งตั้งแต่ 2 ทุ่มเพื่อป้องกันอันตราย
ดังนั้น วันที่ไต้ฝุ่นเข้าไม่ควรกลับดึกจะดีที่สุด เผลอๆมาไม่ทันรถไฟอาจจะต้องเปลี่ยนไปนั่งรถบัสหรือแท็กซี่แทน
ซึ่งราคาก็โหดกระเป๋าฉีกไปอีก

หลังจากที่ไต้ฝุ่นผ่านพ้นไปแล้ว รถไฟบางสายอาจมีความเสียหายเกิดขึ้นทำให้ต้องมีการหยุดวิ่งชั่วคราวเพื่อตรวจเช็คความปลอดภัย ดังนั้น จะส่งผลให้ตามสถานีต่างๆคนจะติดค้างกันเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะช่วง Rush Hour ที่สถานีใหญ่ๆอย่างสถานีชินจูกุ ชินากาว่า เป็นต้น บางทีกว่าจะได้ขึ้นรถไฟต้องต่อรอคิวเป็นชั่วโมง ดังนั้น ควรเผื่อเวลาการเดินทางให้ดีค่ะ 

 2. โรงเรียนหยุด บริษัทให้กลับบ้านไว ข้อนี้เรียกว่าเป็นข้อดีจะได้มั้ย หุหุ สำหรับกรณีถ้าเป็นไต้ฝุ่นขนาดใหญ่ บริษัทส่วนใหญ่มักจะให้พนักงานที่อยู่ไกลกลับบ้านก่อนเพื่อป้องกันพนักงานกลับบ้านไม่ได้ (แต่บางที่ก็ไม่มีนโยบายนี้ -_-)

3. ข้าวของราคาแพงขึ้น โดยเฉพาะวัตถุดิบอาหาร เช่น พืชผัก เนื่องจากพอไต้ฝุ่นเข้าส่งผลให้พืชผักล้มตายเป็นจำนวนมาก
ดังนั้น หากใครไปซูเปอร์แล้วเจอราคาจึงพุ่งสูงผิดปกติไม่ต้องแปลกใจไป นอกจากนี้อาจเกิดภัยพิบัติอื่นตามมา เช่น ไฟดับ
หรือร้านค้าปิดไวก่อนเวลาอีกด้วย

นี่เป็นเพียงตัวอย่างคร่าวๆของความน่ากลัวของไต้ฝุ่นในญี่ปุ่นค่ะ แต่หากใครเตรียมรับมือไว้ล่วงหน้าก็ขอให้หายห่วง
ถ้าเป็นไปได้ก็อยู่ในบ้านหรือมหาลัยแล้วตุนอาหารไว้น่าจะดีที่สุดค่ะ อย่าลืมว่าฟ้าหลังฝนมักจะสดใสเสมอ เพราะหลังจากวันที่ไต้ฝุ่นเข้า ในวันถัดมามักเป็นวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสเหมาะกับการตากผ้าและออกไปข้างนอกสุดๆเลยล่ะ (^^)  

ขอขอบคุณรูปภาพประกอบเนื้อหาเพิ่มเติมจาก...

  • https://e1049.com/archives/364
  • https://getnews.jp/archives/2075623/gate
  • https://www.homes.co.jp/cont/town/town_00138/
  • https://twitter.com/mohinyanko/status/783662383394729984


หากใครมีคำถามข้อสงสัย หรืออยากอ่านบล็อกเก่าๆที่เราเคยเขียน สามารถแวะเข้าไปดูได้ที่เพจของเรา ไว้เจอกันใหม่บล็อกหน้าค่า ~

PAGE :https://www.facebook.com/rumraisinblogger/ 

หากพูดถึงคำว่า "ไต้ฝุ่น" บ้านเราอาจจะไม่คุ้นกับคำนี้เท่าไหร่นัก บางคนอาจจะนึกไปถึงพายุไต้ฝุ่นแบบหมุนติ้วๆเหมือนในหนัง แต่ถ้าสำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว คำว่าไต้ฝุ่นนั้นเป็นสิ่งที่คุ้นเคยกันดีเพราะมาได้ทุกปี โดยเฉพาะปีนี้หากใครได้ติดตามข่าวสารจะเห็นว่าพี่ไต้ฝุ่นแกเล่นพัดเข้ามาแบบไม่จบไม่สิ้น วันนี้เราจึงจะพาคุณผู้อ่านมาทำความรู้จักกับไต้ฝุ่นกันค่ะ

ช่วงปลายเดือนกันยายนถึงตุลาคมของทุกปีเป็นช่วงไต้ฝุ่นเข้า เนื่องจากเปลี่ยนฤดูจากฤดูร้อนเป็นฤดูใบไม้ร่วง ถ้ามาเที่ยวช่วงนี้ก็อาจจะไม่สนุกมากเท่าไหร่เพราะว่าฝนตกบ่อย ไฟลท์บินก็ถูกยกเลิกกะทันหันบ้าง สำหรับนักเรียนต่างชาติที่นี่เองก็ต้องตามข่าวว่าจะมีพายุไต้ฝุ่นมาเมื่อไหร่ จะได้เตรียมรับมือได้ทัน

ถ้าไต้ฝุ่นแบบทั่วไปอาจจะไม่หนักเท่าไหร่ แค่ฝนตกหนักตลอดทั้งวัน แต่ถ้าเป็นไต้ฝุ่นอย่างไต้ฝุ่นเชบี ไต้ฝุ่นจ่ามี จะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ซึ่งที่ญี่ปุ่นได้รับความเสียหายและผลกระทบอย่างมากจากไต้ฝุ่น ดังนั้น เรามาดูกันดีกว่าว่าควรเตรียมตัวอย่างไรกับช่วงไต้ฝุ่นกันบ้าง

ช่วงก่อนพายุเข้า 

1. ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับไต้ฝุ่น จากทางโทรทัศน์หรืออินเทอร์เน็ต หากใครจะเดินทางมาญี่ปุ่นช่วงนี้ควรทำประกันเดินทางเอาไว้อย่างยิ่ง ที่สำคัญห้ามลืมร่มคันใหญ่เด็ดขาด!
(มาซื้อร่มคันใหญ่ที่ญี่ปุ่นก็ได้)

2. ตรวจสอบบริเวณรอบๆบ้าน พวกประตูหน้าต่างว่าพร้อมรับไต้ฝุ่นหรือยัง สำหรับใครที่กำลังมองหาห้องพักในญี่ปุ่นเราขอแนะนำบ้านที่สร้างด้วยคอนกรีต จะดีกว่าบ้านที่สร้างด้วยไม้มาก เพราะบ้านไม้ค่อนข้างจะเปราะบางและไม่เก็บเสียง หากใครได้ดูคลิปไต้ฝุ่นจะเห็นว่าบ้านที่สร้างจากไม้ปลิวง่ายมากๆ

​3. กรณีที่เป็นไต้ฝุ่นรุนแรงมากและบ้านค่อนข้างอยู่ระดับต่ำ
ให้เตรียมตัวรับมือกับน้ำท่วมด้วย เช่น ให้นำเครื่องใช้ไฟฟ้า
ไปไว้ที่ชั้น 2 หรือถอดปลั๊กต่างๆออกให้หมด เพราะเวลา
น้ำท่วมมันไม่ทันตั้งตัวจริงๆค่ะ

4. เตรียมของยังชีพ ก่อนไต้ฝุ่นเข้ารีบไปกวาดของกินในซูเปอร์หรือร้านสะดวกซื้อมาตุนไว้ก่อนเลยค่ะ ไม่งั้นของหมดแน่นอน 

เมื่อพายุเข้า

1. ไม่ควรเข้าใกล้แหล่งน้ำต่างๆ เช่น แม่น้ำ ทางระบายน้ำ เพราะอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันตามที่กล่าวไว้ข้างต้นได้ ไม่ควรเข้าใกล้ชายฝั่งทะเลโดยเด็ดขาดเพราะคลื่นลมจะแรงมาก นอกจากนี้ บริเวณภูเขาเองก็ไม่ควรเข้าใกล้เพราะอาจเกิดเหตุการณ์ดินถล่มได้

2. หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน ควรปิดกระจกให้เรียบร้อย นอกจากจะกันฝนสาดแล้วยังกันของปลิวลอยมาใส่อีกเพราะลมแรงมากถึงมากที่สุด ตัวอย่างเช่น เหตุการณ์พายุจ่ามีที่ผ่านมา หลังห้องเราเป็นต้นไม้ใหญ่ที่ทางอพาร์ตเมนท์ปลูกไว้ พอถึงช่วงพีคเท่านั้นแหละ ลมพัดแรงขนาดปิดหน้าต่างไว้ยังได้ยินเสียงลมชัดเจน พอเปิดม่านออกไปดูเป็นจังหวะเดียวกับกิ่งไม้ปลิวพุ่งมาใส่ห้องเรา แถมต้นยังหักเป็น 2 ท่อนเลย น่ากลัวสุดๆ

​3.  ควรใช้ร่มคันใหญ่ ร่มคันเล็กสำหรับคนเดียวหรือร่มพับกันแดดนี่ขอให้เก็บไปเลยค่ะ เพราะลมไต้ฝุ่นนั้นแรงมากถึงขนาดที่ว่าร่มใสจากร้านสะดวกซื้อพังมาหลายคันแล้ว กางอยู่ดีๆร่มพับใส่หน้าก็มี ถ้าเป็นไปได้ไม่ควรออกนอกบ้านจะดีที่สุด เพราะถึง
กางร่มก็ยังเปียกอยู่ดี

เมื่อเรารู้วิธีรับมือแล้วเรามาดูผลกระทบจากไต้ฝุ่นกันดีกว่าค่ะว่ามีอะไรกันบ้าง

1. ระบบคมนาคมมีปัญหา เช่น รถไฟหยุดวิ่ง กรณีนี้ควรเช็คข่าวสารและเส้นทางให้ดีเพราะบางครั้งที่เกิดไต้ฝุ่นครั้งใหญ่
ทางรถไฟจะทำการหยุดวิ่ง เช่น พายุไต้ฝุ่นที่ผ่านมาส่งผลให้รถไฟในโตเกียวหยุดวิ่งตั้งแต่ 2 ทุ่มเพื่อป้องกันอันตราย
ดังนั้น วันที่ไต้ฝุ่นเข้าไม่ควรกลับดึกจะดีที่สุด เผลอๆมาไม่ทันรถไฟอาจจะต้องเปลี่ยนไปนั่งรถบัสหรือแท็กซี่แทน
ซึ่งราคาก็โหดกระเป๋าฉีกไปอีก

หลังจากที่ไต้ฝุ่นผ่านพ้นไปแล้ว รถไฟบางสายอาจมีความเสียหายเกิดขึ้นทำให้ต้องมีการหยุดวิ่งชั่วคราวเพื่อตรวจเช็คความปลอดภัย ดังนั้น จะส่งผลให้ตามสถานีต่างๆคนจะติดค้างกันเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะช่วง Rush Hour ที่สถานีใหญ่ๆอย่างสถานีชินจูกุ ชินากาว่า เป็นต้น บางทีกว่าจะได้ขึ้นรถไฟต้องต่อรอคิวเป็นชั่วโมง ดังนั้น ควรเผื่อเวลาการเดินทางให้ดีค่ะ 

 2. โรงเรียนหยุด บริษัทให้กลับบ้านไว ข้อนี้เรียกว่าเป็นข้อดีจะได้มั้ย หุหุ สำหรับกรณีถ้าเป็นไต้ฝุ่นขนาดใหญ่ บริษัทส่วนใหญ่มักจะให้พนักงานที่อยู่ไกลกลับบ้านก่อนเพื่อป้องกันพนักงานกลับบ้านไม่ได้ (แต่บางที่ก็ไม่มีนโยบายนี้ -_-)

3. ข้าวของราคาแพงขึ้น โดยเฉพาะวัตถุดิบอาหาร เช่น พืชผัก เนื่องจากพอไต้ฝุ่นเข้าส่งผลให้พืชผักล้มตายเป็นจำนวนมาก
ดังนั้น หากใครไปซูเปอร์แล้วเจอราคาจึงพุ่งสูงผิดปกติไม่ต้องแปลกใจไป นอกจากนี้อาจเกิดภัยพิบัติอื่นตามมา เช่น ไฟดับ
หรือร้านค้าปิดไวก่อนเวลาอีกด้วย

นี่เป็นเพียงตัวอย่างคร่าวๆของความน่ากลัวของไต้ฝุ่นในญี่ปุ่นค่ะ แต่หากใครเตรียมรับมือไว้ล่วงหน้าก็ขอให้หายห่วง
ถ้าเป็นไปได้ก็อยู่ในบ้านหรือมหาลัยแล้วตุนอาหารไว้น่าจะดีที่สุดค่ะ อย่าลืมว่าฟ้าหลังฝนมักจะสดใสเสมอ เพราะหลังจากวันที่ไต้ฝุ่นเข้า ในวันถัดมามักเป็นวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสเหมาะกับการตากผ้าและออกไปข้างนอกสุดๆเลยล่ะ (^^)  

ขอขอบคุณรูปภาพประกอบเนื้อหาเพิ่มเติมจาก...

  • https://e1049.com/archives/364
  • https://getnews.jp/archives/2075623/gate
  • https://www.homes.co.jp/cont/town/town_00138/
  • https://twitter.com/mohinyanko/status/783662383394729984


หากใครมีคำถามข้อสงสัย หรืออยากอ่านบล็อกเก่าๆที่เราเคยเขียน สามารถแวะเข้าไปดูได้ที่เพจของเรา ไว้เจอกันใหม่บล็อกหน้าค่า ~

PAGE :https://www.facebook.com/rumraisinblogger/