l ชีวิตในญี่ปุ่น

ไม่ต้องแต่งงานก็อยู่ญี่ปุ่นตลอดไปได้ ด้วยวีซ่าถาวร !!!

By , วันอังคาร, 23 ตุลาคม 2561

สวัสดีค่ะ เราเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบญี่ปุ่นมาตั้งแต่เด็ก 

มีความใฝ่ฝันว่าอยากใช้ชีวิตในญี่ปุ่น ซึ่งหากตั้งกระทู้คำถาม 

ถามว่าอยากอยู่ญี่ปุ่นทำยังไง กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของคนที่มาตอบ คงตอบว่า

ก็แต่งงานกับคนญี่ปุ่นสิ. . .
 
โธ่ๆๆๆ ในความเป็นจริงนั้นมันแต่งกันได้ง่าย ๆ ที่ไหน. . .

เอาละ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เราต้องสู้ด้วยตัวเราเอง
สำหรับคนที่อยากจะอยู่ประเทศญี่ปุ่นไปนาน ๆ นั้น
สิ่งที่สำคัญก็คงหนีไม่พ้น วีซ่าพำนัก ซึ่งเวลาสูงสุดของวีซ่าก็คือ วีซ่าถาวร!!! นั้นเอง

หากเรามีวีซ่าถาวร เราก็สามารถอยู่ในญี่ปุ่นโดยที่ไม่ต้องทำงานอะไรได้
เราสามารถลาออกจากงานประจำและมาทำงานพิเศษธรรมดาได้ 

เราไม่ต้องคอยไปต่อวีซ่าใหม่บ่อยๆยามวีซ่าหมด 

ไม่ต้องคอยเปลี่ยนประเภทวีซ่าเวลาเปลี่ยนงาน และเราสามารถบินไปๆมาๆระหว่างประเทศไทย

และญี่ปุ่นได้ จะเปิดบริษัทหรือทำธุรกิจอะไรก็สะดวกขึ้น!!!

แน่นอนว่าวีซ่าถาวรนั้น ไม่จำเป็นต้องแต่งงานกับคนญี่ปุ่น เราก็มีสิทธิ์ยื่นขอได้ 
หากมีเงือนไขที่ตรงตามที่เขาว่าไว้ แต่จะได้ไม่ได้นั้นก็อยู่ที่ทางเจ้าหน้าที่เขาจะ
พิจารณาอีกที ไม่ได้ได้ทุกกรณีนะเออ 

แล้วเงื่อนไขสำหรับการยื่นขอวีซ่าพำนักถาวรที่ว่านั้นมีอะไรบ้างเรามาดูกัน

เครดิต https://www.photo-ac.com/

1 ระยะเวลาที่อยู่อาศัยในประเทศญี่ปุ่น 

แบ่งเป็นสามประเภท คือ 
ผู้ที่แต่งงานกันคนญี่ปุ่น อยู่สามปีขึ้นไป 
ผู้ที่เป็นแรงงานทักษะสูง (ผู้ที่เรียนจบปริญญาเอกที่ญี่ปุ่นทำวิจัยมากมาย 
หรือผู้ทำงานที่มีรายได้สูง ๆ) แค่ปีเดียวก็สามารถยื่นขอได้ แต่จะไปเข้าระบบนับคะแนนเอา 
และสุดท้าย
ประเภทบุคคลธรรมดามนุษย์เดินดิน แบบเรา 
สามารถยื่นได้เมื่ออยู่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 10 ปีขึ้นไป
โดยที่ทำงานและเสียภาษีเป็นเวลา5ปีขึ้นป  ค่า!!!! 
10 ปีนี่ต้องเป็น 10 ปีเต็ม ๆ นะ 9 ปี 11 เดือน 20 วันอะไรแบบนี้ก็ไม่ได้นะเออ
และในระหว่าง 10 ปีนี้จะต้องไม่เคยออกจากญี่ปุ่นติดกันนานเกิน 3 เดือนด้วย


นอกจากจำนวนปีที่อยู่ในญี่ปุ่น วีซ่าที่ถืออยู่ในปัจจุบันก็สำคัญ
วีซ่าที่เราถืออยู่ ในเวลาที่ยื่นเรื่องนั้นต้องเป็นวีซ่า 5 ปีค่ะ
3ปีนี่ก็จะแอบอันตรายนิด ๆ ส่วนวีซ่า1ปี เขาไม่รับเลยค่ะ

เท่าที่เราปรึกษาทนายมาสำหรับขอวีซ่าถาวรแบบอยู่ครบ 10 ปี 
ต้องถือวีซ่า5ปีขึ้นไปค่ะ ถ้าถือวีซ่าอื่นทางทนายไม่รับทำเรื่องเลย

เครดิต https://www.photo-ac.com/
2 รายได้ ต้องมีรายได้ต่อปี 3 ล้านเยนขึ้นไป  ถ้ารายได้ได้น้อยกว่านี้ก็ลำบากค่ะ 
ยื่นขอได้แต่เปอร์เซ็นต์ไม่ผ่านก็สูงมาก
และแน่นอนว่าต้องจ่ายภาษี ประกันสุขภาพและประกันบำนาญครบด้วยนะ 
ใครที่ไม่ยอมจ่ายประกันบำนาญรีบไปจ่ายนะเออ

จากประสบการณ์ที่เราไปคุยกับทนายมานั้น เค้าบอกว่ารายได้ย้อนหลังไป 3 ปี
ต้องเกิน 3ล้านเยนทุกปี ปีนี้เกินสามล้าน ปีที่แล้วเกิน แต่ปีก่อนหน้านี้ 2 ล้านเก้าแสนเยน 
เค้าก็ไม่รับทำเรื่องให้ โหดมาก! และรายได้ต้องไม่ลดลงด้วยค่ะ

เครดิต https://www.photo-ac.com/
3 คนค้ำประกัน ผู้ที่จะเป็นคนค้ำประกันนั้นจะต้องเป็นคนญี่ปุ่น หรือเป็นผู้ที่ถือวีซ่าพำนักถาวรก็ได้ 
คนค้ำประกันต้องเป็นคนที่มีอาชีพและรายได้มั่นคง เพราะต้องใช้เอกสารรายได้ประจำปี 
และเอกสารเกี่ยวกับการเสียภาษีของคนค้ำประกันด้วย 

สำหรับเรา เราว่าที่ยากสุดก็คือหาคนค้ำนี่แหละค่ะ ถ้าจะให้ดีก็ควรให้เจ้านายหรือคนที่บริษัท
ช่วยค้ำให้ดีที่สุด สำหรับคนค้ำประกันนั้นใช้แค่รับรองเฉย ๆ ไม่มีต้องรับผิดชอบในกรณีที่เราทำ
อะไรผิด เพราะฉะนั้นคนค้ำจะไม่มีความเสี่ยงใด ๆ ต้องอธิบายเรื่องนี้ให้คนที่จะค้ำเข้าใจด้วยค่ะ 
ไม่งั้นเค้าอาจจะไม่ยอมเป็นให้

เครดิต https://www.photo-ac.com/
นอกจากนี้ยังมีเอกสารต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นสมุดบัญชีเงินฝาก
ที่ควรมีเงินเก็บประมาณ สองล้านเยนขึ้นไป 

และสิ่งที่ยากอีกอย่างก็คือ ต้องเขียนเหตุผลว่าทำไมถึงอยากได้
วีซ่าถาวารยาวประมาณ 1 หน้ากระดาษ A4

เอาจริง ๆ เพื่อความแน่นอน เราคิดว่าใช้บริการทนายให้เค้าช่วยแนะนำ
เรื่องเอกสาร ช่วยแก้และเขียนเรียงความ และยืนเรื่องให้เราจะดีกว่าค่ะ
เพราะต้องใช้เวลาพิจารณาผลประมาณ 6เดือน - 1ปีเลยทีเดียว 
ถ้าขอเองเกิดมีเอกสารอะไรไม่ครบ และผลออกมาไม่ผ่านนี่เสียดายแย่เลย

สำหรับค่าทนายจะอยู่ที่ประมาณ 1 แสนเยน

เครดิต https://www.photo-ac.com/
เอาละสรุปให้อีกที สิ่งที่ต้องทำคือ
อยู่ให้ครบ 10 ปี
ทำงานให้เกิน 5 ปี
หางานที่มีรายได้เกิน 3 ล้านเยนต่อปี
เงินเก็บประมาณสองล้านเยน
หางานที่เป็นพนักงานประจำ
และสุดท้าย หาคนค้ำประกันให้ได้

สำหรับตัวเรานั้น จริง ๆ เดือนนี้เป็นเดือนที่อยู่ญี่ปุ่นมาครบ 10 ปีพอดี 
จึงไปปรีกษาทนายเกี่ยวกับเรื่องการยื่นเอกสาร

แต่ติดปัญหาเรื่องรายได้ค่ะ เนื่องจากที่ญี่ปุ่น
มีการตัดไตรมาสเกี่ยวกับเอกสารรับรองรายได้และเสียภาษีอยู่ที่กลางปี 
หากเราจะยื่นขอวีซ่าถาวรตอนนี้เท่ากับ เราต้องใช้รายได้ 4 ปีย้อนหลังขอ 
เพราะรายได้ของปีนี้ ยอดมันจะปัดไปเป็นกลางปีหน้า 

ใช่ค่ะ รายได้เมื่อ 4 ปีก่อนของเรานั้น ไม่ถึง 3 ล้านเยนค่ะ ฮืออออออออออออ 
ขาดไปนิดเดียวเท่านั้นเอง ทนายถึงกลับไม่รับทำเรื่องให้เลย 
บอกว่ารอกลางปีหน้ามาขอดีกว่า อย่าเสี่ยงเลย


เราก็หวังว่าบล็อกนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อน ๆ ในญี่ปุ่นไม่มากก็น้อยนะคะ สู้ ๆ ค่ะ


ขอบคุณภาพจาก

https://www.photo-ac.com/

Page เรื่อยเปื่อย ในญี่ปุ่น กับ afternoon silent


สวัสดีค่ะ เราเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบญี่ปุ่นมาตั้งแต่เด็ก 

มีความใฝ่ฝันว่าอยากใช้ชีวิตในญี่ปุ่น ซึ่งหากตั้งกระทู้คำถาม 

ถามว่าอยากอยู่ญี่ปุ่นทำยังไง กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของคนที่มาตอบ คงตอบว่า

ก็แต่งงานกับคนญี่ปุ่นสิ. . .
 
โธ่ๆๆๆ ในความเป็นจริงนั้นมันแต่งกันได้ง่าย ๆ ที่ไหน. . .

เอาละ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เราต้องสู้ด้วยตัวเราเอง
สำหรับคนที่อยากจะอยู่ประเทศญี่ปุ่นไปนาน ๆ นั้น
สิ่งที่สำคัญก็คงหนีไม่พ้น วีซ่าพำนัก ซึ่งเวลาสูงสุดของวีซ่าก็คือ วีซ่าถาวร!!! นั้นเอง

หากเรามีวีซ่าถาวร เราก็สามารถอยู่ในญี่ปุ่นโดยที่ไม่ต้องทำงานอะไรได้
เราสามารถลาออกจากงานประจำและมาทำงานพิเศษธรรมดาได้ 

เราไม่ต้องคอยไปต่อวีซ่าใหม่บ่อยๆยามวีซ่าหมด 

ไม่ต้องคอยเปลี่ยนประเภทวีซ่าเวลาเปลี่ยนงาน และเราสามารถบินไปๆมาๆระหว่างประเทศไทย

และญี่ปุ่นได้ จะเปิดบริษัทหรือทำธุรกิจอะไรก็สะดวกขึ้น!!!

แน่นอนว่าวีซ่าถาวรนั้น ไม่จำเป็นต้องแต่งงานกับคนญี่ปุ่น เราก็มีสิทธิ์ยื่นขอได้ 
หากมีเงือนไขที่ตรงตามที่เขาว่าไว้ แต่จะได้ไม่ได้นั้นก็อยู่ที่ทางเจ้าหน้าที่เขาจะ
พิจารณาอีกที ไม่ได้ได้ทุกกรณีนะเออ 

แล้วเงื่อนไขสำหรับการยื่นขอวีซ่าพำนักถาวรที่ว่านั้นมีอะไรบ้างเรามาดูกัน

เครดิต https://www.photo-ac.com/

1 ระยะเวลาที่อยู่อาศัยในประเทศญี่ปุ่น 

แบ่งเป็นสามประเภท คือ 
ผู้ที่แต่งงานกันคนญี่ปุ่น อยู่สามปีขึ้นไป 
ผู้ที่เป็นแรงงานทักษะสูง (ผู้ที่เรียนจบปริญญาเอกที่ญี่ปุ่นทำวิจัยมากมาย 
หรือผู้ทำงานที่มีรายได้สูง ๆ) แค่ปีเดียวก็สามารถยื่นขอได้ แต่จะไปเข้าระบบนับคะแนนเอา 
และสุดท้าย
ประเภทบุคคลธรรมดามนุษย์เดินดิน แบบเรา 
สามารถยื่นได้เมื่ออยู่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 10 ปีขึ้นไป
โดยที่ทำงานและเสียภาษีเป็นเวลา5ปีขึ้นป  ค่า!!!! 
10 ปีนี่ต้องเป็น 10 ปีเต็ม ๆ นะ 9 ปี 11 เดือน 20 วันอะไรแบบนี้ก็ไม่ได้นะเออ
และในระหว่าง 10 ปีนี้จะต้องไม่เคยออกจากญี่ปุ่นติดกันนานเกิน 3 เดือนด้วย


นอกจากจำนวนปีที่อยู่ในญี่ปุ่น วีซ่าที่ถืออยู่ในปัจจุบันก็สำคัญ
วีซ่าที่เราถืออยู่ ในเวลาที่ยื่นเรื่องนั้นต้องเป็นวีซ่า 5 ปีค่ะ
3ปีนี่ก็จะแอบอันตรายนิด ๆ ส่วนวีซ่า1ปี เขาไม่รับเลยค่ะ

เท่าที่เราปรึกษาทนายมาสำหรับขอวีซ่าถาวรแบบอยู่ครบ 10 ปี 
ต้องถือวีซ่า5ปีขึ้นไปค่ะ ถ้าถือวีซ่าอื่นทางทนายไม่รับทำเรื่องเลย

เครดิต https://www.photo-ac.com/
2 รายได้ ต้องมีรายได้ต่อปี 3 ล้านเยนขึ้นไป  ถ้ารายได้ได้น้อยกว่านี้ก็ลำบากค่ะ 
ยื่นขอได้แต่เปอร์เซ็นต์ไม่ผ่านก็สูงมาก
และแน่นอนว่าต้องจ่ายภาษี ประกันสุขภาพและประกันบำนาญครบด้วยนะ 
ใครที่ไม่ยอมจ่ายประกันบำนาญรีบไปจ่ายนะเออ

จากประสบการณ์ที่เราไปคุยกับทนายมานั้น เค้าบอกว่ารายได้ย้อนหลังไป 3 ปี
ต้องเกิน 3ล้านเยนทุกปี ปีนี้เกินสามล้าน ปีที่แล้วเกิน แต่ปีก่อนหน้านี้ 2 ล้านเก้าแสนเยน 
เค้าก็ไม่รับทำเรื่องให้ โหดมาก! และรายได้ต้องไม่ลดลงด้วยค่ะ

เครดิต https://www.photo-ac.com/
3 คนค้ำประกัน ผู้ที่จะเป็นคนค้ำประกันนั้นจะต้องเป็นคนญี่ปุ่น หรือเป็นผู้ที่ถือวีซ่าพำนักถาวรก็ได้ 
คนค้ำประกันต้องเป็นคนที่มีอาชีพและรายได้มั่นคง เพราะต้องใช้เอกสารรายได้ประจำปี 
และเอกสารเกี่ยวกับการเสียภาษีของคนค้ำประกันด้วย 

สำหรับเรา เราว่าที่ยากสุดก็คือหาคนค้ำนี่แหละค่ะ ถ้าจะให้ดีก็ควรให้เจ้านายหรือคนที่บริษัท
ช่วยค้ำให้ดีที่สุด สำหรับคนค้ำประกันนั้นใช้แค่รับรองเฉย ๆ ไม่มีต้องรับผิดชอบในกรณีที่เราทำ
อะไรผิด เพราะฉะนั้นคนค้ำจะไม่มีความเสี่ยงใด ๆ ต้องอธิบายเรื่องนี้ให้คนที่จะค้ำเข้าใจด้วยค่ะ 
ไม่งั้นเค้าอาจจะไม่ยอมเป็นให้

เครดิต https://www.photo-ac.com/
นอกจากนี้ยังมีเอกสารต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นสมุดบัญชีเงินฝาก
ที่ควรมีเงินเก็บประมาณ สองล้านเยนขึ้นไป 

และสิ่งที่ยากอีกอย่างก็คือ ต้องเขียนเหตุผลว่าทำไมถึงอยากได้
วีซ่าถาวารยาวประมาณ 1 หน้ากระดาษ A4

เอาจริง ๆ เพื่อความแน่นอน เราคิดว่าใช้บริการทนายให้เค้าช่วยแนะนำ
เรื่องเอกสาร ช่วยแก้และเขียนเรียงความ และยืนเรื่องให้เราจะดีกว่าค่ะ
เพราะต้องใช้เวลาพิจารณาผลประมาณ 6เดือน - 1ปีเลยทีเดียว 
ถ้าขอเองเกิดมีเอกสารอะไรไม่ครบ และผลออกมาไม่ผ่านนี่เสียดายแย่เลย

สำหรับค่าทนายจะอยู่ที่ประมาณ 1 แสนเยน

เครดิต https://www.photo-ac.com/
เอาละสรุปให้อีกที สิ่งที่ต้องทำคือ
อยู่ให้ครบ 10 ปี
ทำงานให้เกิน 5 ปี
หางานที่มีรายได้เกิน 3 ล้านเยนต่อปี
เงินเก็บประมาณสองล้านเยน
หางานที่เป็นพนักงานประจำ
และสุดท้าย หาคนค้ำประกันให้ได้

สำหรับตัวเรานั้น จริง ๆ เดือนนี้เป็นเดือนที่อยู่ญี่ปุ่นมาครบ 10 ปีพอดี 
จึงไปปรีกษาทนายเกี่ยวกับเรื่องการยื่นเอกสาร

แต่ติดปัญหาเรื่องรายได้ค่ะ เนื่องจากที่ญี่ปุ่น
มีการตัดไตรมาสเกี่ยวกับเอกสารรับรองรายได้และเสียภาษีอยู่ที่กลางปี 
หากเราจะยื่นขอวีซ่าถาวรตอนนี้เท่ากับ เราต้องใช้รายได้ 4 ปีย้อนหลังขอ 
เพราะรายได้ของปีนี้ ยอดมันจะปัดไปเป็นกลางปีหน้า 

ใช่ค่ะ รายได้เมื่อ 4 ปีก่อนของเรานั้น ไม่ถึง 3 ล้านเยนค่ะ ฮืออออออออออออ 
ขาดไปนิดเดียวเท่านั้นเอง ทนายถึงกลับไม่รับทำเรื่องให้เลย 
บอกว่ารอกลางปีหน้ามาขอดีกว่า อย่าเสี่ยงเลย


เราก็หวังว่าบล็อกนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อน ๆ ในญี่ปุ่นไม่มากก็น้อยนะคะ สู้ ๆ ค่ะ


ขอบคุณภาพจาก

https://www.photo-ac.com/

Page เรื่อยเปื่อย ในญี่ปุ่น กับ afternoon silent