l ชีวิตในญี่ปุ่น

เช่าห้องในญี่ปุ่นต้องเจออะไรบ้าง

By , วันพุธ, 07 กันยายน 2559

ก่อนหน้านี้ เคยเขียน เรื่องบ้านแชร์เฮาส์ไปแล้ว คราวนี้เราจะมาเข้าเรื่อง 

การเช่าห้องในแมนชั่นและอะพาร์ตเมนต์ญี่ปุ่นกันค่ะ 


เช่าห้องในญี่ปุ่นสำหรับคนต่างชาติที่ทำงานแล้ว (ไม่ได้เป็นนักเรียน) 

มันลำบากจริงๆค่ะทั้งต้องหาคนค้ำประกัน คนติดต่อฉุกเฉินที่เค้ารีเควสว่าต้องเป็นคนญี่ปุ่น

แถมเจ้าของห้องหลายแห่งก็ไม่ต้อนรับคนต่างชาติ 

ค่าแรกเข้าก็แพง ตัวเราเคยพยายามติดต่อบริษัทจัดหาบ้านก็หลายที่ 

แต่ก็โดนปฏิเสธมาเยอะจนท้อใจ จำใจอยู่บ้านแชร์เฮาส์เป็นปีๆเลยกว่าจะได้ห้องปัจจุบันนี้

บล็อกนี้จะมาเล่าประสบการณ์และเกร็ดความรู้ที่เราได้ตอนหาห้องเช่าค่ะ



วิธีการเช่าห้องในญี่ปุ่นนั้น จะต่างจากไทยตรงเราเช่ากับเจ้าของโดยตรงไม่ได้ 

ต้องติดต่อผ่านนายหน้าจัดหาบ้านเช่า ที่เรียกว่า Fudosan (不動産) 

ซึ่งนายหน้าจัดหาบ้านเช่าก็มีร้านอยู่เยอะมากค่ะ ตามแถวใกล้ๆสถานีรถไฟ 

ที่หน้าร้าน มักจะมีประกาศสำหรับห้องที่จะให้เช่าติดอยู่

ถ้าสนใจก็เดินเข้าไปคุยได้เลย หรือ จะเข้าไปติดต่อ แล้วบอกสเปก

ที่เราต้องการก็ได้ค่ะ ว่า ต้องการห้องแถวไหน ราคาเท่าไหร่ 

ลักษณะห้องเป็นอย่างไร เค้าจะหามาให้เราเลือก หากสนใจก็จะนัดดูห้อง


หรืออีกวิธี คือ หาข้อมูลห้องผ่านเว็บ จากนั้นก็ติดต่อหน้าเว็บ

ว่าเราสนใจห้องนั้นๆ คนดูและจะนัดมาดูห้องและคุย แน่นอนว่าทุกขั้นตอน

เป็นภาษาญี่ปุ่นหมดเลย


เครดิต http://www.re-photo.net


และชีวิตการหาห้องจะเข้าสู่ช่วงดราม่าก็ตอนที่ พนักงาน Fudosan ถามหา คนค้ำประกัน 

กับ คนติดต่อฉุกเฉินนี่แหละค่ะ 


ที่เราเคยเจอมา เค้าจะให้เรากรอกข้อมูลตัวเราก่อน มีทั้งที่ทำงานอายุ

และรายได้ประจำปี และจากนั้นเค้าจะเอาลายละเอียดห้องมาให้เราดู 


ถ้าเราสนใจ เค้าจะโทรไป หาเจ้าของบ้านเลยค่ะ ว่ามีคนต่างชาติโปรไฟล์แบบนี้ๆ สนใจจะมาเช่านะ วันนั้นเราโดนปฏิเสธจากเจ้าของห้องทุกห้องค่ะ น้ำตาตกในเลยทีเดียว


ในเคสที่เป็นนักเรียนนั้น การหาห้องพัก จะไม่ลำบากเท่าไหร่ เพราะส่วนมากทางโรงเรียนจะค้ำประกันและเป็น คนติดต่อฉุกเฉินให้ ทางเจ้าของบ้านก็สบายใจว่าถ้ามีอะไรก็ไปไล่บี้เอากับทางโรงเรียนได้


แต่สำหรับคนที่ทำงานแล้วและบริษัทที่ทำงานอยู่ไม่ช่วยนี่แย่เลยค่ะ

โดยส่วนมากถ้าเซ็นสัญญาเป็นพนักงานประจำแล้วบริษัท บริษัทก็จะช่วยเป็นคนค้ำประกันให้ 

ก็อาจจะตัดปัญหาคนค้ำไปได้ 


เอาจริงๆเรื่องคนค้ำประกันเนี่ย ก็ไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่ เพราะมีบริษัทที่บริการค้ำประกันสำหรับเช่าห้อง เพียงแต่ต้องเสียเงินเพิ่มเท่านั้น แต่ก็จะมีห้องบางห้องที่เจ้าของไม่รับคนเช่าที่ใช้บริการจากบริษัทค้ำประกัน


และที่น่ากลัวกว่า คนค้ำประกัน ก็คือเจ้าของห้องบางห้องจะรีเควสต์ว่า คนติดต่อฉุกเฉิน ต้องเป็น คนญี่ปุ่น โอนลี่ โอ้ยยย จะไปหาที่ไหนล่ะคะ.......

 

เครดิต http://www.photo-ac.com/


ขอบอกว่าเรื่อง คนติดต่อฉุกเฉินนี่ทำเอาดราม่ามานักต่อนักแล้วค่ะ 

ความรู้สึก คนไทยแบบเราๆ จะไม่ค่อยคิดอะไร แค่เบอร์ติดต่อเอง 

แต่คนญี่ปุ่นเค้าไม่คิดแบบเราค่ะ เราเคยมีพี่ที่ทำงานที่สนิทด้วยคุยได้ทุกเรื่อง 

มีไปกินข้าวด้วยกันบ้าง เราเคยเกริ่นๆ เรื่องนี้ โอ้ว พระเจ้าสีหน้าเค้าเปลี่ยนเลยค่ะ 

เนื่องจากพี่เค้าเป็นคนพูดตรงๆ เค้าก็ บอกตรงๆค่ะว่า มันเดือดร้อนเค้า ถ้าเราเกิด

ไม่จ่ายค่าเช่า หรือมีปัญหาอะไร ทางเจ้าของบ้านจะติดต่อมาทางเค้า ซึ่งเราฟังแล้วก็

เข้าใจเค้านะคะ 


เคยถามเรื่องนี้กับคนญี่ปุ่นคนอื่นเหมือนกันค่ะ หลายคนรู้สึกว่า 

ไอ้คนติดต่อฉุกเฉินเนี่ย มันให้ความรู้สึกว่าความหนักและความรับผิดชอบ 

พอๆกับเป็นคนค้ำประกัน ถ้าไม่ใช่แฟน หรือเพื่อนสนิทมากๆที่รู้จักกันมานาน 

ก็ไม่อยากเป็นให้กัน


ที่สำคัญ คนติดต่อฉุกเฉินนี่ เค้าไม่ได้เอาแค่ ชื่อกับเบอร์โทรค่ะ 

แต่เค้าชื่อที่ทำงาน เบอร์โทรที่ทำงาน ของ คนติดต่อฉุกเฉินด้วย 

ตรงจุดนี้อาจจะทำให้ คนที่ญี่ปุ่นกลัวน่ะค่ะที่จะต้องให้ข้อมูลตัวเองกับคนอื่น



เครดิต http://www.re-photo.net


และถ้าเรา หาคนค้ำประกันก็ไม่ได้ คนติดต่อฉุกเฉินที่เป็นคนญี่ปุ่นก็ไม่มี 

แถมบริษัทที่ทำงานอยู่เค้าก็ไม่ช่วยเรา เราจะทำยังไง?


คำตอบคือ ทำใจแล้ว เปลี่ยนร้าน Fudosan ค่ะ เลือกร้านที่

เคยมีประสบการณ์ ให้บริการคนต่างชาติเค้าจะเข้าใจปัญหาเรา

และเอาห้องที่เจ้าของโอเคกับคนต่างชาติมาเสนอเราค่ะ

หรือไม่ก็หาในเว็บแล้วเลือกห้องที่เค้าเขียน

กำกับไว้ว่า รับคนต่างชาติ  


ขอแนะนำเว็บที่เราเคยส่องๆหาห้องเช่าค่ะ

http://www.homes.co.jp/chintai/
http://suumo.jp/
http://www.chintai.net/tokyo/
https://smocca.jp/
http://www.athome.co.jp/chintai/
http://www.leopalace21.com/
http://minimini.jp/


ที่แปลกใจคือบางทีดูๆไปห้องเดียวกัน แต่ต่างเว็บต่างร้านกัน ค่าเช่าต่างกันก็มีค่ะ

ต้องเช็กดูดีๆนะคะ


เครดิต http://www.ashinari.com/


สำหรับเพื่อนๆที่ภาษาไม่ได้ และกังวลหลายๆอย่างเราขอแนะนำ

iroha real estate corporation Tokyo 

https://www.facebook.com/irohas/ เป็น fudosan สำหรับคนไทย 

ติดต่อเป็นภาษาไทยได้เลย

หน้าเพจ ไม่ค่อยมีข้อมูลเท่าไหร่ค่ะ เน้นส่งหลังไมค์ไป บอกสเปกห้องที่เราต้องการ แล้วเค้าจะส่งห้องมาให้เราเลือก

ส่วนตัวเรา หาห้องจากเว็บอื่นแล้ว ส่งไปให้เค้าดูค่ะว่าอยากได้ห้องนี้ 

ซึ่งเค้าก็ดำเนินการให้เลย สะดวกมากค่ะ ทางบริษัทติดต่อ บริษัทค้ำประกันให้เรียบร้อยเลย เรียกว่า นัดดูห้องวันเสาร์ เขียนเอกสาร ประมาณวันอังคาร ก็ทราบผลว่า แล้วค่ะว่าเช่าห้องได้ (คือ บริษัทค้ำประกัน รับเรื่องตกลงทำสัญญาให้เรา และทางเจ้าของห้องโอเค) เสาร์ถัดไป ทำสัญญาเลยค่ะ และอาทิตย์ถัดไปก็ย้ายเข้าเลย


สำหรับบริษัทค้ำประกันเอง ก็ต้องมีคนค้ำอีกทีค่ะ เพียงแต่ คนที่ค้ำเราอีกทีเป็นคนที่อยู่ที่ไทยได้ค่ะ ของเราใช้คุณพ่อ ทางบริษัทค้ำประกันก็ โทรทางไกลไป หาคุณพ่อเราที่ไทย เพื่อเช็คว่า เราเป็นลูกจริงไหมอะไรไหม 

ส่วนคนติดต่อฉุกเฉินแน่นอนว่าก็ยังจำเป็นค่ะ แต่คราวนี้ใช้ เพื่อนเราคนไทยที่อยู่ในญี่ปุ่นค่ะ


เครดิต http://www.photo-ac.com/


​ต่อมา เมื่อเช่าห้องได้แล้ว เรามาดูกันค่ะว่า ค่าแรกเข้าเราต้องเสียอะไรบ้าง

สำหรับเช่าห้องที่ญี่ปุ่น จะมีค่า 

Shikikin (敷金) ค่ามัดจำ ค่ะ เงินตรงนี้ ตอนเราจะย้ายออกเค้าจะคืนค่ะ แต่จะไปหักลบว่าห้องมีอะไรเสียหายไหมก่อน ถึงจะคืน ซึ่ง Shikikin นี่สำหรับ หอพักนักเรียนก็ต้องจ่ายค่ะ แน่นอนว่าเราไม่เคยได้เงินคืนเลย ทั้งหอโรงเรียนภาษา และห้องเซมมง.......// สำหรับค่าเงินมัดจำ ส่วนใหญ่จะ เท่ากับค่าห้องหนึ่งเดือน ค่ะ 

Reikin (礼金) เป็นเงินกินเปล่าที่ต้องจ่ายให้เจ้าของห้องค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่จะเท่ากับค่าเช่าห้องหนึ่งเดือน เช่นกัน

ค่าดำเนินการ fudosan ส่วนใหญ่ค่าดำเนินการจะราคาเท่ากับค่าเช่าหนึ่งเดือนค่ะ

นอกเหนือจากนี้ ก็ยังมีค่าประกัน ค่าทำความสะอาดห้อง ค่าเปลี่ยนกุญแจ ค่าอื่นๆอีกมากมาย 


เท่าที่เจอมา ห้องที่ค่าเงินมัดจำกับเงินกินเปล่าถูกหรือไม่ต้องเสียค่าจิปาถะ อย่างอื่นจะแพงค่ะ 


เอาเป็นว่า ถ้าจะเช่าห้องๆนึง สำหรับเดือนแรก ควรเตรียมเงินไว้ประมาณ 4 เท่าของค่าเช่าหนึ่งเดือน 

เครดิต http://www.irasutoya.com/


ตัวอย่างค่าใช้จ่าย สำหรับเดือนแรกในการเช่าห้อง

สำหรับห้องค่าเช่าราคา 81,000 เยนต่อเดือน และค่าเงินกินเปล่า และเงินมัดจำ 0 เยนนะคะ

ค่าเช่ารายเดือน 74,000 เยน + ค่าส่วนกลาง 7,000 เยน
(เป็นค่าเช่า เดือนละ 81,000 เยน)
22.18 ตรม. 1K ในโตเกียว ใกล้สถานีไฟฟ้ายามาโนะเตะ

Reikin  (礼金)   0 เยน
Shikikin  (敷金) 0 เยน

ค่าดำเนินการ Fudosan  74,000 เยน
ค่าบริษัทค้ำประกัน 38,000 เยน
ค่าลงทะเบียนบริษัทดูแลตึก 16,200 เยน

ค่าประกันอัคคีภัย 2 ปี 20,500 เยน

ค่าเปลี่ยนกุญแจ 24,000 เยน

เดือนแรกที่ต้องจ่ายรวมเป็น 233,200 เยน

และอีกตัวอย่าง

ค่าเช่า 69,000 เยน + ค่าส่วนกลาง 2,000 เยน
เป็นค่าเช่า เดือนละ 71,000 เยน
ชั้น 1 18.4 ตรม. 1 K ในโตเกียว ใกล้สถานีไฟฟ้ายามาโนะเตะ

Reikin (礼金) 69,000 เยน
Shikikin (敷金) 69,000 เยน

ค่าประกันห้อง 20,000 เยน

ค่าดำเนินการ Fudosan 69,000 เยน

ค่าบริษัทค้ำ ประมาณ 38,000 เยน

ค่าประกันอัคคีภัย 2 ปี 20,500 เยน

ค่าเปลี่ยนกุญแจ 16,400 เยน

เดือนแรกที่ต้องจ่ายรวมเป็น 281,400 เยน

ค่าแรกเข้า โหดมากค่ะ ถ้ามาอยู่ไม่ถึงสองปี เราแนะนำว่า

อยู่แชร์เฮาส์ประหยัดกว่าเยอะค่ะ


เรื่องเล่าเรื่องบ้านแชร์เฮาส์ในญี่ปุ่น ภาค 1

เรื่องเล่าเรื่องบ้านแชร์เฮาส์ในญี่ปุ่น ภาค 2

เครดิต http://www.irasutoya.com/


​เป็นยังไงบ้างคะ สำหรับการเช่าห้องในญี่ปุ่น เอาจริงๆ แม้จะลำบากบ้าง

แต่ก็ไม่ได้ยากขนาดนั้นค่ะ และด้วยค่าแรกเข้าที่แพงมาก ก่อนจะเลือก

ห้องอยากให้คิดดีๆ ดูหลายๆด้านก่อนนะคะ เพราะว่าถ้าพลาดแล้วจะย้ายที

เลือดตาแทบกระเด็นเลยทีเดียว 


แนะนำให้อ่าน บล็อก

7 เทคนิคเลือกบ้านเช่าญี่ปุ่นให้ถูกหลัก ของ คุณ Korawan K. ที่เคยเขียนเอาไว้

เพื่อประกอบการตัดสินใจค่ะ



ขอบคุณภาพจาก เว็บ 

http://www.photo-ac.com/

http://www.irasutoya.com/

http://www.re-photo.net

http://gahag.net/

ทั้ง 4 เว็บเป็นเว็บ Free Material ค่ะ 


Page เรื่อยเปื่อย ในญี่ปุ่น กับ afternoon silent

ก่อนหน้านี้ เคยเขียน เรื่องบ้านแชร์เฮาส์ไปแล้ว คราวนี้เราจะมาเข้าเรื่อง 

การเช่าห้องในแมนชั่นและอะพาร์ตเมนต์ญี่ปุ่นกันค่ะ 


เช่าห้องในญี่ปุ่นสำหรับคนต่างชาติที่ทำงานแล้ว (ไม่ได้เป็นนักเรียน) 

มันลำบากจริงๆค่ะทั้งต้องหาคนค้ำประกัน คนติดต่อฉุกเฉินที่เค้ารีเควสว่าต้องเป็นคนญี่ปุ่น

แถมเจ้าของห้องหลายแห่งก็ไม่ต้อนรับคนต่างชาติ 

ค่าแรกเข้าก็แพง ตัวเราเคยพยายามติดต่อบริษัทจัดหาบ้านก็หลายที่ 

แต่ก็โดนปฏิเสธมาเยอะจนท้อใจ จำใจอยู่บ้านแชร์เฮาส์เป็นปีๆเลยกว่าจะได้ห้องปัจจุบันนี้

บล็อกนี้จะมาเล่าประสบการณ์และเกร็ดความรู้ที่เราได้ตอนหาห้องเช่าค่ะ



วิธีการเช่าห้องในญี่ปุ่นนั้น จะต่างจากไทยตรงเราเช่ากับเจ้าของโดยตรงไม่ได้ 

ต้องติดต่อผ่านนายหน้าจัดหาบ้านเช่า ที่เรียกว่า Fudosan (不動産) 

ซึ่งนายหน้าจัดหาบ้านเช่าก็มีร้านอยู่เยอะมากค่ะ ตามแถวใกล้ๆสถานีรถไฟ 

ที่หน้าร้าน มักจะมีประกาศสำหรับห้องที่จะให้เช่าติดอยู่

ถ้าสนใจก็เดินเข้าไปคุยได้เลย หรือ จะเข้าไปติดต่อ แล้วบอกสเปก

ที่เราต้องการก็ได้ค่ะ ว่า ต้องการห้องแถวไหน ราคาเท่าไหร่ 

ลักษณะห้องเป็นอย่างไร เค้าจะหามาให้เราเลือก หากสนใจก็จะนัดดูห้อง


หรืออีกวิธี คือ หาข้อมูลห้องผ่านเว็บ จากนั้นก็ติดต่อหน้าเว็บ

ว่าเราสนใจห้องนั้นๆ คนดูและจะนัดมาดูห้องและคุย แน่นอนว่าทุกขั้นตอน

เป็นภาษาญี่ปุ่นหมดเลย


เครดิต http://www.re-photo.net


และชีวิตการหาห้องจะเข้าสู่ช่วงดราม่าก็ตอนที่ พนักงาน Fudosan ถามหา คนค้ำประกัน 

กับ คนติดต่อฉุกเฉินนี่แหละค่ะ 


ที่เราเคยเจอมา เค้าจะให้เรากรอกข้อมูลตัวเราก่อน มีทั้งที่ทำงานอายุ

และรายได้ประจำปี และจากนั้นเค้าจะเอาลายละเอียดห้องมาให้เราดู 


ถ้าเราสนใจ เค้าจะโทรไป หาเจ้าของบ้านเลยค่ะ ว่ามีคนต่างชาติโปรไฟล์แบบนี้ๆ สนใจจะมาเช่านะ วันนั้นเราโดนปฏิเสธจากเจ้าของห้องทุกห้องค่ะ น้ำตาตกในเลยทีเดียว


ในเคสที่เป็นนักเรียนนั้น การหาห้องพัก จะไม่ลำบากเท่าไหร่ เพราะส่วนมากทางโรงเรียนจะค้ำประกันและเป็น คนติดต่อฉุกเฉินให้ ทางเจ้าของบ้านก็สบายใจว่าถ้ามีอะไรก็ไปไล่บี้เอากับทางโรงเรียนได้


แต่สำหรับคนที่ทำงานแล้วและบริษัทที่ทำงานอยู่ไม่ช่วยนี่แย่เลยค่ะ

โดยส่วนมากถ้าเซ็นสัญญาเป็นพนักงานประจำแล้วบริษัท บริษัทก็จะช่วยเป็นคนค้ำประกันให้ 

ก็อาจจะตัดปัญหาคนค้ำไปได้ 


เอาจริงๆเรื่องคนค้ำประกันเนี่ย ก็ไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่ เพราะมีบริษัทที่บริการค้ำประกันสำหรับเช่าห้อง เพียงแต่ต้องเสียเงินเพิ่มเท่านั้น แต่ก็จะมีห้องบางห้องที่เจ้าของไม่รับคนเช่าที่ใช้บริการจากบริษัทค้ำประกัน


และที่น่ากลัวกว่า คนค้ำประกัน ก็คือเจ้าของห้องบางห้องจะรีเควสต์ว่า คนติดต่อฉุกเฉิน ต้องเป็น คนญี่ปุ่น โอนลี่ โอ้ยยย จะไปหาที่ไหนล่ะคะ.......

 

เครดิต http://www.photo-ac.com/


ขอบอกว่าเรื่อง คนติดต่อฉุกเฉินนี่ทำเอาดราม่ามานักต่อนักแล้วค่ะ 

ความรู้สึก คนไทยแบบเราๆ จะไม่ค่อยคิดอะไร แค่เบอร์ติดต่อเอง 

แต่คนญี่ปุ่นเค้าไม่คิดแบบเราค่ะ เราเคยมีพี่ที่ทำงานที่สนิทด้วยคุยได้ทุกเรื่อง 

มีไปกินข้าวด้วยกันบ้าง เราเคยเกริ่นๆ เรื่องนี้ โอ้ว พระเจ้าสีหน้าเค้าเปลี่ยนเลยค่ะ 

เนื่องจากพี่เค้าเป็นคนพูดตรงๆ เค้าก็ บอกตรงๆค่ะว่า มันเดือดร้อนเค้า ถ้าเราเกิด

ไม่จ่ายค่าเช่า หรือมีปัญหาอะไร ทางเจ้าของบ้านจะติดต่อมาทางเค้า ซึ่งเราฟังแล้วก็

เข้าใจเค้านะคะ 


เคยถามเรื่องนี้กับคนญี่ปุ่นคนอื่นเหมือนกันค่ะ หลายคนรู้สึกว่า 

ไอ้คนติดต่อฉุกเฉินเนี่ย มันให้ความรู้สึกว่าความหนักและความรับผิดชอบ 

พอๆกับเป็นคนค้ำประกัน ถ้าไม่ใช่แฟน หรือเพื่อนสนิทมากๆที่รู้จักกันมานาน 

ก็ไม่อยากเป็นให้กัน


ที่สำคัญ คนติดต่อฉุกเฉินนี่ เค้าไม่ได้เอาแค่ ชื่อกับเบอร์โทรค่ะ 

แต่เค้าชื่อที่ทำงาน เบอร์โทรที่ทำงาน ของ คนติดต่อฉุกเฉินด้วย 

ตรงจุดนี้อาจจะทำให้ คนที่ญี่ปุ่นกลัวน่ะค่ะที่จะต้องให้ข้อมูลตัวเองกับคนอื่น



เครดิต http://www.re-photo.net


และถ้าเรา หาคนค้ำประกันก็ไม่ได้ คนติดต่อฉุกเฉินที่เป็นคนญี่ปุ่นก็ไม่มี 

แถมบริษัทที่ทำงานอยู่เค้าก็ไม่ช่วยเรา เราจะทำยังไง?


คำตอบคือ ทำใจแล้ว เปลี่ยนร้าน Fudosan ค่ะ เลือกร้านที่

เคยมีประสบการณ์ ให้บริการคนต่างชาติเค้าจะเข้าใจปัญหาเรา

และเอาห้องที่เจ้าของโอเคกับคนต่างชาติมาเสนอเราค่ะ

หรือไม่ก็หาในเว็บแล้วเลือกห้องที่เค้าเขียน

กำกับไว้ว่า รับคนต่างชาติ  


ขอแนะนำเว็บที่เราเคยส่องๆหาห้องเช่าค่ะ

http://www.homes.co.jp/chintai/
http://suumo.jp/
http://www.chintai.net/tokyo/
https://smocca.jp/
http://www.athome.co.jp/chintai/
http://www.leopalace21.com/
http://minimini.jp/


ที่แปลกใจคือบางทีดูๆไปห้องเดียวกัน แต่ต่างเว็บต่างร้านกัน ค่าเช่าต่างกันก็มีค่ะ

ต้องเช็กดูดีๆนะคะ


เครดิต http://www.ashinari.com/


สำหรับเพื่อนๆที่ภาษาไม่ได้ และกังวลหลายๆอย่างเราขอแนะนำ

iroha real estate corporation Tokyo 

https://www.facebook.com/irohas/ เป็น fudosan สำหรับคนไทย 

ติดต่อเป็นภาษาไทยได้เลย

หน้าเพจ ไม่ค่อยมีข้อมูลเท่าไหร่ค่ะ เน้นส่งหลังไมค์ไป บอกสเปกห้องที่เราต้องการ แล้วเค้าจะส่งห้องมาให้เราเลือก

ส่วนตัวเรา หาห้องจากเว็บอื่นแล้ว ส่งไปให้เค้าดูค่ะว่าอยากได้ห้องนี้ 

ซึ่งเค้าก็ดำเนินการให้เลย สะดวกมากค่ะ ทางบริษัทติดต่อ บริษัทค้ำประกันให้เรียบร้อยเลย เรียกว่า นัดดูห้องวันเสาร์ เขียนเอกสาร ประมาณวันอังคาร ก็ทราบผลว่า แล้วค่ะว่าเช่าห้องได้ (คือ บริษัทค้ำประกัน รับเรื่องตกลงทำสัญญาให้เรา และทางเจ้าของห้องโอเค) เสาร์ถัดไป ทำสัญญาเลยค่ะ และอาทิตย์ถัดไปก็ย้ายเข้าเลย


สำหรับบริษัทค้ำประกันเอง ก็ต้องมีคนค้ำอีกทีค่ะ เพียงแต่ คนที่ค้ำเราอีกทีเป็นคนที่อยู่ที่ไทยได้ค่ะ ของเราใช้คุณพ่อ ทางบริษัทค้ำประกันก็ โทรทางไกลไป หาคุณพ่อเราที่ไทย เพื่อเช็คว่า เราเป็นลูกจริงไหมอะไรไหม 

ส่วนคนติดต่อฉุกเฉินแน่นอนว่าก็ยังจำเป็นค่ะ แต่คราวนี้ใช้ เพื่อนเราคนไทยที่อยู่ในญี่ปุ่นค่ะ


เครดิต http://www.photo-ac.com/


​ต่อมา เมื่อเช่าห้องได้แล้ว เรามาดูกันค่ะว่า ค่าแรกเข้าเราต้องเสียอะไรบ้าง

สำหรับเช่าห้องที่ญี่ปุ่น จะมีค่า 

Shikikin (敷金) ค่ามัดจำ ค่ะ เงินตรงนี้ ตอนเราจะย้ายออกเค้าจะคืนค่ะ แต่จะไปหักลบว่าห้องมีอะไรเสียหายไหมก่อน ถึงจะคืน ซึ่ง Shikikin นี่สำหรับ หอพักนักเรียนก็ต้องจ่ายค่ะ แน่นอนว่าเราไม่เคยได้เงินคืนเลย ทั้งหอโรงเรียนภาษา และห้องเซมมง.......// สำหรับค่าเงินมัดจำ ส่วนใหญ่จะ เท่ากับค่าห้องหนึ่งเดือน ค่ะ 

Reikin (礼金) เป็นเงินกินเปล่าที่ต้องจ่ายให้เจ้าของห้องค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่จะเท่ากับค่าเช่าห้องหนึ่งเดือน เช่นกัน

ค่าดำเนินการ fudosan ส่วนใหญ่ค่าดำเนินการจะราคาเท่ากับค่าเช่าหนึ่งเดือนค่ะ

นอกเหนือจากนี้ ก็ยังมีค่าประกัน ค่าทำความสะอาดห้อง ค่าเปลี่ยนกุญแจ ค่าอื่นๆอีกมากมาย 


เท่าที่เจอมา ห้องที่ค่าเงินมัดจำกับเงินกินเปล่าถูกหรือไม่ต้องเสียค่าจิปาถะ อย่างอื่นจะแพงค่ะ 


เอาเป็นว่า ถ้าจะเช่าห้องๆนึง สำหรับเดือนแรก ควรเตรียมเงินไว้ประมาณ 4 เท่าของค่าเช่าหนึ่งเดือน 

เครดิต http://www.irasutoya.com/


ตัวอย่างค่าใช้จ่าย สำหรับเดือนแรกในการเช่าห้อง

สำหรับห้องค่าเช่าราคา 81,000 เยนต่อเดือน และค่าเงินกินเปล่า และเงินมัดจำ 0 เยนนะคะ

ค่าเช่ารายเดือน 74,000 เยน + ค่าส่วนกลาง 7,000 เยน
(เป็นค่าเช่า เดือนละ 81,000 เยน)
22.18 ตรม. 1K ในโตเกียว ใกล้สถานีไฟฟ้ายามาโนะเตะ

Reikin  (礼金)   0 เยน
Shikikin  (敷金) 0 เยน

ค่าดำเนินการ Fudosan  74,000 เยน
ค่าบริษัทค้ำประกัน 38,000 เยน
ค่าลงทะเบียนบริษัทดูแลตึก 16,200 เยน

ค่าประกันอัคคีภัย 2 ปี 20,500 เยน

ค่าเปลี่ยนกุญแจ 24,000 เยน

เดือนแรกที่ต้องจ่ายรวมเป็น 233,200 เยน

และอีกตัวอย่าง

ค่าเช่า 69,000 เยน + ค่าส่วนกลาง 2,000 เยน
เป็นค่าเช่า เดือนละ 71,000 เยน
ชั้น 1 18.4 ตรม. 1 K ในโตเกียว ใกล้สถานีไฟฟ้ายามาโนะเตะ

Reikin (礼金) 69,000 เยน
Shikikin (敷金) 69,000 เยน

ค่าประกันห้อง 20,000 เยน

ค่าดำเนินการ Fudosan 69,000 เยน

ค่าบริษัทค้ำ ประมาณ 38,000 เยน

ค่าประกันอัคคีภัย 2 ปี 20,500 เยน

ค่าเปลี่ยนกุญแจ 16,400 เยน

เดือนแรกที่ต้องจ่ายรวมเป็น 281,400 เยน

ค่าแรกเข้า โหดมากค่ะ ถ้ามาอยู่ไม่ถึงสองปี เราแนะนำว่า

อยู่แชร์เฮาส์ประหยัดกว่าเยอะค่ะ


เรื่องเล่าเรื่องบ้านแชร์เฮาส์ในญี่ปุ่น ภาค 1

เรื่องเล่าเรื่องบ้านแชร์เฮาส์ในญี่ปุ่น ภาค 2

เครดิต http://www.irasutoya.com/


​เป็นยังไงบ้างคะ สำหรับการเช่าห้องในญี่ปุ่น เอาจริงๆ แม้จะลำบากบ้าง

แต่ก็ไม่ได้ยากขนาดนั้นค่ะ และด้วยค่าแรกเข้าที่แพงมาก ก่อนจะเลือก

ห้องอยากให้คิดดีๆ ดูหลายๆด้านก่อนนะคะ เพราะว่าถ้าพลาดแล้วจะย้ายที

เลือดตาแทบกระเด็นเลยทีเดียว 


แนะนำให้อ่าน บล็อก

7 เทคนิคเลือกบ้านเช่าญี่ปุ่นให้ถูกหลัก ของ คุณ Korawan K. ที่เคยเขียนเอาไว้

เพื่อประกอบการตัดสินใจค่ะ



ขอบคุณภาพจาก เว็บ 

http://www.photo-ac.com/

http://www.irasutoya.com/

http://www.re-photo.net

http://gahag.net/

ทั้ง 4 เว็บเป็นเว็บ Free Material ค่ะ 


Page เรื่อยเปื่อย ในญี่ปุ่น กับ afternoon silent