l ชีวิตในญี่ปุ่น

เผย!รายได้ต่อเดือนของนักเรียนไทยที่ทำงานในญี่ปุ่น

By , วันพฤหัสบดี, 09 สิงหาคม 2561

อยากรู้ไหม? นักเรียนไทยที่มาเรียนและทำงานพิเศษในญี่ปุ่นนั้น มีรายได้ต่อเดือนจากงานพิเศษเท่าไหร่?

บางคนมาเรียนแต่ทำไมถึงมีเงินเก็บกลับมาเยอะ นั่นเป็นเพราะส่วนใหญ่ นักเรียนไทยหรือนักเรียนต่างชาติที่มาเรียนที่ญี่ปุ่น มักจะหางานพิเศษทำไปด้วย เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของทางบ้าน เก็บเงินเที่ยวต่างประเทศ หรือฝึกภาษาและหาประสบการณ์ 

งาน Part time หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า อะรุไบโตะ นั้น มีให้เลือกหลากหลายมากมาย เช่น งานร้านอาหาร (ทั้งไทย ญี่ปุ่นและของชาติอื่น) งานมินิมาร์ท (เช่น Lawson, 7-11) งาน McDonald's และงานบริษัท ตามระดับภาษาที่ได้ โดยส่วนใหญ่จะทำงานประมาณ 4 - 6 ชั่วโมงต่อวัน 

รายได้จะอยู่ที่ชั่วโมงละ 950 เยน – 1,500 เยน/ชั่วโมง (ประมาณ 285 – 450 บาท/ชั่วโมง) โดยมีค่าเดินทางให้อีกต่างหาก ราคาแต่ละพื้นที่จะไม่เท่ากัน ซึ่งจะขอเล่าลักษณะการทำงานในร้านอาหารไทยก่อน 

หากอยากทราบค่าจ้างแต่ละเดือนที่ได้รับ ข้ามไปอ่านย่อหน้าสุดท้ายของบล็อกได้เลยค่ะ

ส่วนตัวผู้เขียนนั้นเลือกทำงานที่ร้านอาหารไทย เพราะมีอาหารไทยให้กินฟรี! ฮ่าๆๆ (>///<)

เชฟจะทำอาหารให้กินก่อนเริ่มงาน และหลังเลิกงานก็จะทำให้อีกครั้ง ซึ่งจะเอากลับบ้าน

หรือกินที่ร้านก็ได้ อยากกินอะไรก็สามารถแจ้งเชฟได้เลย เหตุผลคือเรื่องกินล้วนๆ แฮ่...!!

ร้านอาหารส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นจะเปิด 2 ช่วงเวลา คือ Lunch และ Dinner

Lunch time (อาหารกลางวัน) จะเปิดตั้งแต่ 11:30 – 15:30 น.

Last order เวลา 15:00 น. (สั่งอาหารได้ถึง 15:00)

นั่นหมายความว่าลูกค้ามีเวลาทานข้าวต่ออีก 30 นาที

ส่วน Dinner จะเปิดตั้งแต่ 17:00 – 23:00 น. Last order เวลา 22:30

ทั้งนี้เวลาเปิด-ปิด และ Last order แต่ละร้านจะไม่เท่ากัน แต่รูปแบบจะคล้ายๆ  กัน

พอถึงเวลา Last order เชฟจะปิดครัว เก็บของ เตรียมตัวพักและมาทำต่อรอบเย็น 

เคยเจอคนไทยหลายคนเข้ามาตอนหลัง Last order ไปนิดๆ เราก็แจ้งว่า "Last order แล้วค่ะ"

เขาก็งงๆว่า "ไม่รับแล้วเหรอ แต่ทำไมยังเห็นคนนั่งกินกันเต็มร้านเลย"

เราก็เข้าใจอารมณ์เขานะ เพราะบ้านเราถ้าเปิดคือทำได้ตลอดจนปิดร้าน ไม่มีแบ่งเวลาเหมือนที่ญี่ปุ่น 

ก่อนที่จะมาทำงานร้านอาหาร เวลาไปกินข้าวข้างนอก แฟนมักจะเช็คเวลาเปิด – ปิด

ที่หน้าร้าน ร้านนี้กินได้ ร้านนี้กินไม่ได้ ทีแรกก็ไม่เข้าใจ พอมาทำงานถึงเข้าใจ

อ๋อ…มันเป็นแบบนี้ ถ้าลูกค้ามาช่วงใกล้ Last order นั่นหมายความว่า ลูกค้าต้องรีบกินให้ทันก่อนร้านปิด 

เพราะถ้าถึงเวลาร้านปิด ต้องแจ้งลูกค้าว่าร้านปิดแล้วค่ะ โดยปกติลูกค้าจะเข้าใจและรีบลุกไปจ่ายเงินทันที 

เพราะถ้าปล่อยให้ลูกค้ากินไปเรื่อยๆจนพอใจ ทางร้านก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น รวมทั้งค่าจ้างพนักงาน 

ต่อให้เลยเวลาทำงาน 5 นาที 10 นาที ตรงนี้ก็ต้องนำมาคิดเป็นค่าแรงให้กับพนักงานนั่นเอง 

แต่ก็มีหลายร้านที่รับลูกค้าได้ตลอด ตรงนี้สามารถเช็คได้ที่หน้าร้าน เพราะจะมีป้ายแจ้งรายละเอียดเวลาร้านเปิด-ปิด ไว้

ในส่วนของการทำงาน ถ้าเป็นช่วง Lunch ต้องมาก่อนร้านเปิด 1 ชั่วโมง เพื่อเตรียมตัว

เปิดร้าน หน้าที่หลักๆ คือทำความสะอาดภายในร้าน เตรียมเครื่องดื่ม วางเมนูกลางวัน

ไว้บนโต๊ะ ช้อนส้อม ตะเกียบ เตรียมให้เรียบร้อย วางป้ายหน้าร้าน

เรื่องป้ายหน้าร้านเคยโดนว่า เพราะทำงานวันแรก ไม่รู้ว่าแต่ละเดือน

เขาจะมีตำแหน่งวางป้ายของแต่ละร้าน สลับที่กันทุกเดือน ถ้าวางผิดที่ป้ายเราจะถูกยกไปทิ้ง

เสียค่าทำป้ายใหม่ประมาณ 100,000 เยน (ประมาณ 30,000 บาท) ดีที่เจ้าของร้านมาเจอก่อน

ในการเปิดร้านจริงๆ ใช้เวลาแค่ 30 นาทีก็เตรียมร้านเสร็จแล้ว ส่วนเวลา Dinner ไม่ต้องเตรียมอะไรมาก 

แค่เปิดไฟหน้าร้าน เพราะคนที่เข้าช่วง Lunch time เตรียมไว้ให้เกือบหมดแล้ว

ตามกฎหมายญี่ปุ่น คนที่ถือวีซ่านักเรียน จะทำงานได้ไม่เกิน 28 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

เพราะวัตถุประสงค์หลักคือเน้นเรียน ส่วนงานพิเศษเป็นเพียงการหารายได้เสริมเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น 

หากทำงานมากเกินไปจนกระทบต่อการเข้าเรียน จะมีผลต่อการขอต่อวีซ่าครั้งต่อไป ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะโดนปฏิเสธ

แต่ก็มีคนไม่น้อยที่ทำงานเกินสัปดาห์ละ 28 ชั่วโมง และยังเข้าเรียนอยู่ทุกวัน

รายได้จากงาน Part time คิดจากเรทต่ำสุด ชั่วโมงละ 950 เยน หากทำงานวันละ 5 ชั่วโมงครึ่ง

อาทิตย์ละ 5 วัน 4 สัปดาห์ บวก ค่าเดินทางวันละ 500 เยน ตกเดือนละ 114,500 เยน/เดือน

(เสียภาษีนิดหน่อย) คิดเป็นเงินไทยที่เรท .30 จะได้ประมาณ 34,350 บาท/เดือน

บางคนขยันมาก ทำงานทุกวันไม่หยุด ได้ประมาณ 40,000 – 50,000 บาทต่อเดือนก็มี

ยิ่งจำนวนชั่วโมงการทำงานมาก รายได้ก็เพิ่มตามนั่นเอง แต่ก็เหนื่อยสุดๆ เหมือนกัน

บางคนทำ 2 ร้าน ก็มี งานก็ต้องทำหนังสือก็ต้องอ่าน เนื่องจากค่าครองชีพที่ญี่ปุ่นสูงมาก

หลายคนอาจมองว่าได้เยอะกว่าทำงานที่ไทย แต่เงินเพียงเท่านี้ไม่สามารถอยู่ญี่ปุ่นด้วยคุณภาพชีวิตที่ดีได้ 

เพียงแต่สามารถแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของทางบ้านได้บางส่วน บางคนที่รู้จัก ให้ทางบ้านจ่ายแค่ค่าเทอมให้ 

ส่วนค่ากินอยู่ ค่าที่พักจ่ายด้วยตัวเอง นักเรียนไทยในญี่ปุ่น (บางส่วน) จึงต้องขยัน อดทน และมุมานะมากๆ

แน่นอนว่าประสบการณ์ที่เคยใช้ชีวิตในญี่ปุ่น เมื่อกลับไทยไปแล้ว เขาเหล่านี้สามารถนำไปต่อยอดพัฒนา

อาชีพการงาน และคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้ อีกทั้งยังมีหลายคนเลือกที่จะหางานและทำงานในญี่ปุ่นต่อไปอีกด้วย

อยากรู้ไหม? นักเรียนไทยที่มาเรียนและทำงานพิเศษในญี่ปุ่นนั้น มีรายได้ต่อเดือนจากงานพิเศษเท่าไหร่?

บางคนมาเรียนแต่ทำไมถึงมีเงินเก็บกลับมาเยอะ นั่นเป็นเพราะส่วนใหญ่ นักเรียนไทยหรือนักเรียนต่างชาติที่มาเรียนที่ญี่ปุ่น มักจะหางานพิเศษทำไปด้วย เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของทางบ้าน เก็บเงินเที่ยวต่างประเทศ หรือฝึกภาษาและหาประสบการณ์ 

งาน Part time หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า อะรุไบโตะ นั้น มีให้เลือกหลากหลายมากมาย เช่น งานร้านอาหาร (ทั้งไทย ญี่ปุ่นและของชาติอื่น) งานมินิมาร์ท (เช่น Lawson, 7-11) งาน McDonald's และงานบริษัท ตามระดับภาษาที่ได้ โดยส่วนใหญ่จะทำงานประมาณ 4 - 6 ชั่วโมงต่อวัน 

รายได้จะอยู่ที่ชั่วโมงละ 950 เยน – 1,500 เยน/ชั่วโมง (ประมาณ 285 – 450 บาท/ชั่วโมง) โดยมีค่าเดินทางให้อีกต่างหาก ราคาแต่ละพื้นที่จะไม่เท่ากัน ซึ่งจะขอเล่าลักษณะการทำงานในร้านอาหารไทยก่อน 

หากอยากทราบค่าจ้างแต่ละเดือนที่ได้รับ ข้ามไปอ่านย่อหน้าสุดท้ายของบล็อกได้เลยค่ะ

ส่วนตัวผู้เขียนนั้นเลือกทำงานที่ร้านอาหารไทย เพราะมีอาหารไทยให้กินฟรี! ฮ่าๆๆ (>///<)

เชฟจะทำอาหารให้กินก่อนเริ่มงาน และหลังเลิกงานก็จะทำให้อีกครั้ง ซึ่งจะเอากลับบ้าน

หรือกินที่ร้านก็ได้ อยากกินอะไรก็สามารถแจ้งเชฟได้เลย เหตุผลคือเรื่องกินล้วนๆ แฮ่...!!

ร้านอาหารส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นจะเปิด 2 ช่วงเวลา คือ Lunch และ Dinner

Lunch time (อาหารกลางวัน) จะเปิดตั้งแต่ 11:30 – 15:30 น.

Last order เวลา 15:00 น. (สั่งอาหารได้ถึง 15:00)

นั่นหมายความว่าลูกค้ามีเวลาทานข้าวต่ออีก 30 นาที

ส่วน Dinner จะเปิดตั้งแต่ 17:00 – 23:00 น. Last order เวลา 22:30

ทั้งนี้เวลาเปิด-ปิด และ Last order แต่ละร้านจะไม่เท่ากัน แต่รูปแบบจะคล้ายๆ  กัน

พอถึงเวลา Last order เชฟจะปิดครัว เก็บของ เตรียมตัวพักและมาทำต่อรอบเย็น 

เคยเจอคนไทยหลายคนเข้ามาตอนหลัง Last order ไปนิดๆ เราก็แจ้งว่า "Last order แล้วค่ะ"

เขาก็งงๆว่า "ไม่รับแล้วเหรอ แต่ทำไมยังเห็นคนนั่งกินกันเต็มร้านเลย"

เราก็เข้าใจอารมณ์เขานะ เพราะบ้านเราถ้าเปิดคือทำได้ตลอดจนปิดร้าน ไม่มีแบ่งเวลาเหมือนที่ญี่ปุ่น 

ก่อนที่จะมาทำงานร้านอาหาร เวลาไปกินข้าวข้างนอก แฟนมักจะเช็คเวลาเปิด – ปิด

ที่หน้าร้าน ร้านนี้กินได้ ร้านนี้กินไม่ได้ ทีแรกก็ไม่เข้าใจ พอมาทำงานถึงเข้าใจ

อ๋อ…มันเป็นแบบนี้ ถ้าลูกค้ามาช่วงใกล้ Last order นั่นหมายความว่า ลูกค้าต้องรีบกินให้ทันก่อนร้านปิด 

เพราะถ้าถึงเวลาร้านปิด ต้องแจ้งลูกค้าว่าร้านปิดแล้วค่ะ โดยปกติลูกค้าจะเข้าใจและรีบลุกไปจ่ายเงินทันที 

เพราะถ้าปล่อยให้ลูกค้ากินไปเรื่อยๆจนพอใจ ทางร้านก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น รวมทั้งค่าจ้างพนักงาน 

ต่อให้เลยเวลาทำงาน 5 นาที 10 นาที ตรงนี้ก็ต้องนำมาคิดเป็นค่าแรงให้กับพนักงานนั่นเอง 

แต่ก็มีหลายร้านที่รับลูกค้าได้ตลอด ตรงนี้สามารถเช็คได้ที่หน้าร้าน เพราะจะมีป้ายแจ้งรายละเอียดเวลาร้านเปิด-ปิด ไว้

ในส่วนของการทำงาน ถ้าเป็นช่วง Lunch ต้องมาก่อนร้านเปิด 1 ชั่วโมง เพื่อเตรียมตัว

เปิดร้าน หน้าที่หลักๆ คือทำความสะอาดภายในร้าน เตรียมเครื่องดื่ม วางเมนูกลางวัน

ไว้บนโต๊ะ ช้อนส้อม ตะเกียบ เตรียมให้เรียบร้อย วางป้ายหน้าร้าน

เรื่องป้ายหน้าร้านเคยโดนว่า เพราะทำงานวันแรก ไม่รู้ว่าแต่ละเดือน

เขาจะมีตำแหน่งวางป้ายของแต่ละร้าน สลับที่กันทุกเดือน ถ้าวางผิดที่ป้ายเราจะถูกยกไปทิ้ง

เสียค่าทำป้ายใหม่ประมาณ 100,000 เยน (ประมาณ 30,000 บาท) ดีที่เจ้าของร้านมาเจอก่อน

ในการเปิดร้านจริงๆ ใช้เวลาแค่ 30 นาทีก็เตรียมร้านเสร็จแล้ว ส่วนเวลา Dinner ไม่ต้องเตรียมอะไรมาก 

แค่เปิดไฟหน้าร้าน เพราะคนที่เข้าช่วง Lunch time เตรียมไว้ให้เกือบหมดแล้ว

ตามกฎหมายญี่ปุ่น คนที่ถือวีซ่านักเรียน จะทำงานได้ไม่เกิน 28 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

เพราะวัตถุประสงค์หลักคือเน้นเรียน ส่วนงานพิเศษเป็นเพียงการหารายได้เสริมเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น 

หากทำงานมากเกินไปจนกระทบต่อการเข้าเรียน จะมีผลต่อการขอต่อวีซ่าครั้งต่อไป ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะโดนปฏิเสธ

แต่ก็มีคนไม่น้อยที่ทำงานเกินสัปดาห์ละ 28 ชั่วโมง และยังเข้าเรียนอยู่ทุกวัน

รายได้จากงาน Part time คิดจากเรทต่ำสุด ชั่วโมงละ 950 เยน หากทำงานวันละ 5 ชั่วโมงครึ่ง

อาทิตย์ละ 5 วัน 4 สัปดาห์ บวก ค่าเดินทางวันละ 500 เยน ตกเดือนละ 114,500 เยน/เดือน

(เสียภาษีนิดหน่อย) คิดเป็นเงินไทยที่เรท .30 จะได้ประมาณ 34,350 บาท/เดือน

บางคนขยันมาก ทำงานทุกวันไม่หยุด ได้ประมาณ 40,000 – 50,000 บาทต่อเดือนก็มี

ยิ่งจำนวนชั่วโมงการทำงานมาก รายได้ก็เพิ่มตามนั่นเอง แต่ก็เหนื่อยสุดๆ เหมือนกัน

บางคนทำ 2 ร้าน ก็มี งานก็ต้องทำหนังสือก็ต้องอ่าน เนื่องจากค่าครองชีพที่ญี่ปุ่นสูงมาก

หลายคนอาจมองว่าได้เยอะกว่าทำงานที่ไทย แต่เงินเพียงเท่านี้ไม่สามารถอยู่ญี่ปุ่นด้วยคุณภาพชีวิตที่ดีได้ 

เพียงแต่สามารถแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของทางบ้านได้บางส่วน บางคนที่รู้จัก ให้ทางบ้านจ่ายแค่ค่าเทอมให้ 

ส่วนค่ากินอยู่ ค่าที่พักจ่ายด้วยตัวเอง นักเรียนไทยในญี่ปุ่น (บางส่วน) จึงต้องขยัน อดทน และมุมานะมากๆ

แน่นอนว่าประสบการณ์ที่เคยใช้ชีวิตในญี่ปุ่น เมื่อกลับไทยไปแล้ว เขาเหล่านี้สามารถนำไปต่อยอดพัฒนา

อาชีพการงาน และคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้ อีกทั้งยังมีหลายคนเลือกที่จะหางานและทำงานในญี่ปุ่นต่อไปอีกด้วย