l ชีวิตในญี่ปุ่น

Fresh news from Japan!

We are excited to deliver you the the freshest news from Japan!

เล่าประสบการณ์ถูกชักชวนเข้าลัทธิและศาสนาในญี่ปุ่น

By , วันเสาร์, 19 พฤษภาคม 2561

สวัสดีค่ะวันนี้เราจะมาเล่ามุมสีเทาๆของญี่ปุ่นกันบ้างค่ะ ตัวเราอยู่ญี่ปุ่นมาปีนี้ก็ปีที่ 10 แล้ว 

ชีวิตในญี่ปุ่นนั้นจัดว่าปลอดภัยมาก แต่ก็ไม่ได้ 100% เพราะมีอะไรหลายๆอย่างให้

ต้องระวังเหมือนกันค่ะ ว่าแล้วคราวนี้เราก็เลยจะมาเล่าประสบการณ์ชีวิตช่วงที่โดนชักชวน

เข้ากลุ่มศาสนาที่ญี่ปุ่นให้เพื่อนๆฟังค่ะ 

เริ่มจากสมัยโน้น (นานมากค่ะ) ตอนที่เรามาถึงญี่ปุ่นใหม่ๆยังเป็นนักเรียนโรงเรียนภาษาอยู่ที่โอซาก้า 

ตอนนั้นเราก็สนิทกับคุณป้าคนดูแลหอมากๆ เค้าดูแลเราดีและเอ็นดูเรา 

ตอนเราป่วยเป็นไข้ก็ได้เค้ามาช่วยดูแล เรียกว่าเรารักเค้ามากๆ และเรียกเค้าว่าโอก้าซัง (คุณแม่) เลยค่ะ



เครดิตภาพ http://www.photo-ac.com/

ทว่าอยู่มาวันนึงเค้าชวนเราไปกินข้าวที่ห้องเค้าที่อยู่ชั้น1ของหอพัก 

พอเราไปถึงก็ปรากฎว่ามีคนอยู่ในนั้นหลายคนค่ะ และจะมีคล้ายๆหิ้งพระด้วย 

เราเองก็เข้าไปนั่งแบบงงๆ จากนั้นทุกคนก็เริ่มสวดมนต์และพูดตามหนังสือเล่มเล็กเล่มนึง 

บอกตรงๆว่าตอนนั้นเราก็ยังฟังไม่รู้เรื่อง จากนั้นทุกคนก็นั่งคุยกันและกินข้าวกัน 

และหลังจากวันนั้นเราก็ถูกชวนไปที่ห้องนั้นอีกเรื่อยๆ จนในที่สุดก็พาเราไปที่สมาคมใหญ่ด้วยค่ะ 

ที่นั่นมีคนเป็นร้อยคนเลย แต่เราก็ฟังไม่รู้เรื่องเช่นเคย เอาจริงๆเรารู้สึกว่ามันน่ารำคาญมากกว่า

เพราะเค้ามาชวนทุกวันเสาร์เลย บางทีเราเหนื่อยเราอยากนอนแต่ก็เกรงใจต้องไป 

จะทำเป็นไม่อยู่ห้องก็ไม่ได้เพราะว่าเค้าเป็นคนดูแลหอเค้าจะรู้ว่าเราอยู่หรือไม่อยู่ที่ห้องน่ะค่ะ 

ทีนี้พออยู่ไปนานๆจนเราฟังภาษาญี่ปุ่นพอรู้เรื่องถึงได้รู้ว่า 

ที่เค้าชวนเราไปสมาคมที่ว่านั้นก็เป็นเหมือนองค์การศาสนาพุทธที่ดำเนินการโดยฆราวาส 

ส่วนคำสอนก็จะเน้นให้รู้จักคุณค่าของตัวเอง (ตอนหลังทราบมาว่ามีสาขาที่ประเทศไทยด้วยนะคะ) 

ส่วนคำถามที่ว่า แล้วมันดีหรือไม่ดีล่ะ อันนี้เราขอไม่แสดงความคิดเห็นดีกว่าค่ะ

แต่บอกไว้อย่างหนึ่งว่าภาพลักษณ์ขององค์กรเหล่านี้ที่ญี่ปุ่นจะไม่ค่อยดีค่ะ

แล้วที่ว่าไม่ดีไม่ใช่ตัวองค์กรไม่ดีนะคะ แต่ว่าเป็นเรื่องของ "คน" ในองค์กรบางคนมากกว่า 

คือ จะมีบางคนที่ชอบเข้ามาชักชวนคนอื่นๆแบบตามตื๊อเช้าเย็นอะไรแบบนี้น่ะค่ะ 

พอเราไปปรึกษาคนรู้จักคนญี่ปุ่นของเรา เค้าก็บอกว่าตีตัวออกห่างมาเถอะ! 

ประกอบกับเราเริ่มทำงานพิเศษด้วย ก็เลยลงงานวันเสาร์ไปซะเลย 

พอคุณป้าคนดูแลหอเค้ารู้ว่าเราทำงานพิเศษ เค้าก็ไม่ได้มาชวนเราไปอีก 

ก็จบแบบแฮบปี้เอ็นดิ้ง เรากับคุณป้าก็ยังรักกันเหมือนเดิม :)

เครดิตภาพ http://www.photo-ac.com/

ต่อมาพอเริ่มทำงานพิเศษ เราทำงานพิเศษที่ร้านอาหารเกาหลีและร้านอาหารไทยค่ะ........

ก็เหมือนจะหนีไม้พ้นเพราะก็ไปเจอเพื่อนร่วมงานที่นับถือ "วัดดัง" แห่งหนึ่งในประเทศไทยค่ะ 

ซึ่งวัดดังกล่าวนั้นก็มีการเปิดสาขาที่ประเทศญี่ปุ่นด้วย ฮือออออออ 

ผลก็คือ เราก็โดนชวนไปทุกวันอาทิตย์เช่นกัน O_O แต่เราปฏิเสธว่าติดโน้นติดนี่ไปเรื่อย


ต่อมาครั้งนี้อยากให้เพื่อนๆระวังเอาไว้จริงๆเรื่องเกิดขึ้นเมื่อเราต้อง

เดินทางเข้าโตเกียวเป็นครั้งแรกในชีวิตเพื่อมาสอบเข้าโรงเรียนเซมมง

ตอนนั้นเราก็อารมณ์แบบเด็กมาจากต่างประเทศแถมไม่พอ ยังมาจากต่างจังหวัดอีก คือ มึนมาก

และยังมีความโลกสวยว่าคนที่ญี่ปุ่นเป็นคนดีทุกคน (ถ้าย้อนเวลาไปได้

ก็อยากไปเคาะกระโหลกตัวเองตอนนั้นสักสามที)


จะเล่าว่า ตอนนั้นบริเวณหน้าสถานีรถไฟในโตเกียวจะมีพวกเผยแพร่ศาสนาเยอะมากค่ะ 

ตอนนั้นเราไม่รู้ความอะไร ก็มีคนมาชวนคุย เราก็คุยด้วย คุยไปคุยมาเข้าเรื่องพระเรื่องเจ้า 

จากนั้นไม่พอโทรหาพวกมาอีกสามคน แล้วพาเราไปที่ๆเค้าอ้างว่าเป็นโบสถ์ค่ะ 

ตัวเราก็ตามไปอย่าง งงๆ คือบอกเลยว่า ถ้าเป็นสถานการณ์นี้กับคนอื่นเราคงจะด่าว่าไปเชื่อได้ยังไง 

แต่พอมาเจอกับตัวเองนี่คือ ตอนนั้นทำอะไรไม่ถูกจริงๆค่ะ พอไปถึงตึกห้องแถวที่

เค้าอ้างว่าเป็นโบสถ์ เค้าก็กดดันให้เราเข้าพิธีเข้าศาสนา กดดันหนักมากจนเราไม่ไหวแล้ว

ถ้าเราไม่ทำเราคงไม่ได้ออกจากโบสถ์แน่ๆ สุดท้ายก็เลยทำไป 

ถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะมีสวดมนต์ จากนั้นก็เอาน้ำสาดใส่เรา และก็ให้ทานแป้งกับน้ำองุ่นค่ะ 

พอเสร็จพิธีเราก็รีบกลับโรงแรมเลย กลัวมากๆ T_T

เครดิตภาพ http://www.photo-ac.com/

พอเรากลับโอซาก้าไปนะคะโอ้ววววววววววว มีโทรศัพท์โทรมาหา 

ชวนให้เราไปเข้าโบสถ์สาขาโอซาก้า!! เขาโทรมาทุกสามวัน เราไม่รับก็ฝากข้อความ

จากนั้นไม่พอ ส่งข้อความมาอีก จนเราต้องเราคุยกับอาจารย์ในโรงเรียนภาษาเลยค่ะ 

เราให้เค้าฟังข้อความในมือถือด้วย อาจารย์บอกว่าน่าจะเป็นโบสถ์ของประเทศนึงที่อยู่ใกล้ๆญี่ปุ่นนี่ล่ะ 

แถมยังบอกด้วยว่าปกติโบสถ์ที่ดีๆเค้าจะไม่มีมาชวนกันแบบนี้ อาจารย์ยังถามเราเลยว่าเราจะแจ้งความไหม 

แต่ด้วยความที่ตอนนั้นเราก็เพิ่งมาญี่ปุ่นใหม่ๆภาษาก็ไม่ค่อยได้ 

ไม่อยากมีเรื่องอะไรก็เลยแค่บล็อคเบอร์โทรไป แต่พวกนั้นก็ยังเอาเบอร์อื่นโทรหาเราอีกค่ะ 

จนในที่สุดเราก็เปลี่ยนเบอร์มือถือซะ เลยจบกันไป...


หลังจากนั้นเป็นต้นมา ถ้าเราโดนเรียกให้หยุด หรือโดนคนไม่รู้จักทัก เราไม่คุยไม่ฟังไม่สน

ปฏิเสธหมดเลยค่ะ กลัวจริงๆ ว่าแต่ของเรายังดีนะคะ บางเคสที่เราได้ยินมาคือ

มากดกริ่งหน้าบ้านแล้วชวนเลยบุกรุกสุดๆ แล้วเดี๋ยวนี้ถ้าบอกว่าฟังภาษาญี่ปุ่นไม่รู้เรื่อง 

อีกวันเค้าจะมาพร้อมใบปลิวภาษาไทยค่ะ TT___TT โหดมาก!!! 

หลังจากที่เราเข้ามาโตเกียว เรามีเพื่อนต่างชาติคนนึงนางก็โดนคนจากโบสถ์แห่งนี้ตามรังควาญหนักมาก 

เพื่อนเรามาญี่ปุ่นใหม่ๆก็แบบเหงาๆ เห็นคนชาติเดียวกันมาคุยมาชวน 

ไปโบสถ์นางก็ตามไป แต่พอไปแล้วคนจากโบสถ์กัดไม่ปล่อยเลยค่ะ

นางหนีไม่ตอบข้อความไม่รับโทรศัพท์ คนจากโบสถ์มาดักรอนางหน้าหอพัก 

ดักรอหน้าโรงเรียนเลยค่ะ น่ากลัวสุดๆอ่ะค่ะ!

เครดิตภาพ http://www.photo-ac.com/

​เอาเป็นว่าถ้ามีคนแปลกหน้ามาทัก มาชวนคุยก็ระวังไว้นะคะ 

อย่าหลวมตัวไปยุ่งด้วยแต่แรกเลยจะดีที่สุด และหากมีหนุ่มๆใส่สูทมาทักตาม

แถวสถานีก็ระวังด้วยนะคะอาจจะเป็นชวนไปเล่นหนังAVค่่ะ TT__TT


สุดท้ายนี้นอกจากชักชวนเข้าศาสนาแล้วก็ยังมีขายตรงอีกด้วยค่ะ

เล่าประสบการณ์เมื่อเพื่อนญี่ปุ่นชวนขายตรง



ขอบคุณภาพจาก เว็บ free Material

http://www.photo-ac.com/

Page เรื่อยเปื่อย ในญี่ปุ่น กับ afternoon silent


สวัสดีค่ะวันนี้เราจะมาเล่ามุมสีเทาๆของญี่ปุ่นกันบ้างค่ะ ตัวเราอยู่ญี่ปุ่นมาปีนี้ก็ปีที่ 10 แล้ว 

ชีวิตในญี่ปุ่นนั้นจัดว่าปลอดภัยมาก แต่ก็ไม่ได้ 100% เพราะมีอะไรหลายๆอย่างให้

ต้องระวังเหมือนกันค่ะ ว่าแล้วคราวนี้เราก็เลยจะมาเล่าประสบการณ์ชีวิตช่วงที่โดนชักชวน

เข้ากลุ่มศาสนาที่ญี่ปุ่นให้เพื่อนๆฟังค่ะ 

เริ่มจากสมัยโน้น (นานมากค่ะ) ตอนที่เรามาถึงญี่ปุ่นใหม่ๆยังเป็นนักเรียนโรงเรียนภาษาอยู่ที่โอซาก้า 

ตอนนั้นเราก็สนิทกับคุณป้าคนดูแลหอมากๆ เค้าดูแลเราดีและเอ็นดูเรา 

ตอนเราป่วยเป็นไข้ก็ได้เค้ามาช่วยดูแล เรียกว่าเรารักเค้ามากๆ และเรียกเค้าว่าโอก้าซัง (คุณแม่) เลยค่ะ



เครดิตภาพ http://www.photo-ac.com/

ทว่าอยู่มาวันนึงเค้าชวนเราไปกินข้าวที่ห้องเค้าที่อยู่ชั้น1ของหอพัก 

พอเราไปถึงก็ปรากฎว่ามีคนอยู่ในนั้นหลายคนค่ะ และจะมีคล้ายๆหิ้งพระด้วย 

เราเองก็เข้าไปนั่งแบบงงๆ จากนั้นทุกคนก็เริ่มสวดมนต์และพูดตามหนังสือเล่มเล็กเล่มนึง 

บอกตรงๆว่าตอนนั้นเราก็ยังฟังไม่รู้เรื่อง จากนั้นทุกคนก็นั่งคุยกันและกินข้าวกัน 

และหลังจากวันนั้นเราก็ถูกชวนไปที่ห้องนั้นอีกเรื่อยๆ จนในที่สุดก็พาเราไปที่สมาคมใหญ่ด้วยค่ะ 

ที่นั่นมีคนเป็นร้อยคนเลย แต่เราก็ฟังไม่รู้เรื่องเช่นเคย เอาจริงๆเรารู้สึกว่ามันน่ารำคาญมากกว่า

เพราะเค้ามาชวนทุกวันเสาร์เลย บางทีเราเหนื่อยเราอยากนอนแต่ก็เกรงใจต้องไป 

จะทำเป็นไม่อยู่ห้องก็ไม่ได้เพราะว่าเค้าเป็นคนดูแลหอเค้าจะรู้ว่าเราอยู่หรือไม่อยู่ที่ห้องน่ะค่ะ 

ทีนี้พออยู่ไปนานๆจนเราฟังภาษาญี่ปุ่นพอรู้เรื่องถึงได้รู้ว่า 

ที่เค้าชวนเราไปสมาคมที่ว่านั้นก็เป็นเหมือนองค์การศาสนาพุทธที่ดำเนินการโดยฆราวาส 

ส่วนคำสอนก็จะเน้นให้รู้จักคุณค่าของตัวเอง (ตอนหลังทราบมาว่ามีสาขาที่ประเทศไทยด้วยนะคะ) 

ส่วนคำถามที่ว่า แล้วมันดีหรือไม่ดีล่ะ อันนี้เราขอไม่แสดงความคิดเห็นดีกว่าค่ะ

แต่บอกไว้อย่างหนึ่งว่าภาพลักษณ์ขององค์กรเหล่านี้ที่ญี่ปุ่นจะไม่ค่อยดีค่ะ

แล้วที่ว่าไม่ดีไม่ใช่ตัวองค์กรไม่ดีนะคะ แต่ว่าเป็นเรื่องของ "คน" ในองค์กรบางคนมากกว่า 

คือ จะมีบางคนที่ชอบเข้ามาชักชวนคนอื่นๆแบบตามตื๊อเช้าเย็นอะไรแบบนี้น่ะค่ะ 

พอเราไปปรึกษาคนรู้จักคนญี่ปุ่นของเรา เค้าก็บอกว่าตีตัวออกห่างมาเถอะ! 

ประกอบกับเราเริ่มทำงานพิเศษด้วย ก็เลยลงงานวันเสาร์ไปซะเลย 

พอคุณป้าคนดูแลหอเค้ารู้ว่าเราทำงานพิเศษ เค้าก็ไม่ได้มาชวนเราไปอีก 

ก็จบแบบแฮบปี้เอ็นดิ้ง เรากับคุณป้าก็ยังรักกันเหมือนเดิม :)

เครดิตภาพ http://www.photo-ac.com/

ต่อมาพอเริ่มทำงานพิเศษ เราทำงานพิเศษที่ร้านอาหารเกาหลีและร้านอาหารไทยค่ะ........

ก็เหมือนจะหนีไม้พ้นเพราะก็ไปเจอเพื่อนร่วมงานที่นับถือ "วัดดัง" แห่งหนึ่งในประเทศไทยค่ะ 

ซึ่งวัดดังกล่าวนั้นก็มีการเปิดสาขาที่ประเทศญี่ปุ่นด้วย ฮือออออออ 

ผลก็คือ เราก็โดนชวนไปทุกวันอาทิตย์เช่นกัน O_O แต่เราปฏิเสธว่าติดโน้นติดนี่ไปเรื่อย


ต่อมาครั้งนี้อยากให้เพื่อนๆระวังเอาไว้จริงๆเรื่องเกิดขึ้นเมื่อเราต้อง

เดินทางเข้าโตเกียวเป็นครั้งแรกในชีวิตเพื่อมาสอบเข้าโรงเรียนเซมมง

ตอนนั้นเราก็อารมณ์แบบเด็กมาจากต่างประเทศแถมไม่พอ ยังมาจากต่างจังหวัดอีก คือ มึนมาก

และยังมีความโลกสวยว่าคนที่ญี่ปุ่นเป็นคนดีทุกคน (ถ้าย้อนเวลาไปได้

ก็อยากไปเคาะกระโหลกตัวเองตอนนั้นสักสามที)


จะเล่าว่า ตอนนั้นบริเวณหน้าสถานีรถไฟในโตเกียวจะมีพวกเผยแพร่ศาสนาเยอะมากค่ะ 

ตอนนั้นเราไม่รู้ความอะไร ก็มีคนมาชวนคุย เราก็คุยด้วย คุยไปคุยมาเข้าเรื่องพระเรื่องเจ้า 

จากนั้นไม่พอโทรหาพวกมาอีกสามคน แล้วพาเราไปที่ๆเค้าอ้างว่าเป็นโบสถ์ค่ะ 

ตัวเราก็ตามไปอย่าง งงๆ คือบอกเลยว่า ถ้าเป็นสถานการณ์นี้กับคนอื่นเราคงจะด่าว่าไปเชื่อได้ยังไง 

แต่พอมาเจอกับตัวเองนี่คือ ตอนนั้นทำอะไรไม่ถูกจริงๆค่ะ พอไปถึงตึกห้องแถวที่

เค้าอ้างว่าเป็นโบสถ์ เค้าก็กดดันให้เราเข้าพิธีเข้าศาสนา กดดันหนักมากจนเราไม่ไหวแล้ว

ถ้าเราไม่ทำเราคงไม่ได้ออกจากโบสถ์แน่ๆ สุดท้ายก็เลยทำไป 

ถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะมีสวดมนต์ จากนั้นก็เอาน้ำสาดใส่เรา และก็ให้ทานแป้งกับน้ำองุ่นค่ะ 

พอเสร็จพิธีเราก็รีบกลับโรงแรมเลย กลัวมากๆ T_T

เครดิตภาพ http://www.photo-ac.com/

พอเรากลับโอซาก้าไปนะคะโอ้ววววววววววว มีโทรศัพท์โทรมาหา 

ชวนให้เราไปเข้าโบสถ์สาขาโอซาก้า!! เขาโทรมาทุกสามวัน เราไม่รับก็ฝากข้อความ

จากนั้นไม่พอ ส่งข้อความมาอีก จนเราต้องเราคุยกับอาจารย์ในโรงเรียนภาษาเลยค่ะ 

เราให้เค้าฟังข้อความในมือถือด้วย อาจารย์บอกว่าน่าจะเป็นโบสถ์ของประเทศนึงที่อยู่ใกล้ๆญี่ปุ่นนี่ล่ะ 

แถมยังบอกด้วยว่าปกติโบสถ์ที่ดีๆเค้าจะไม่มีมาชวนกันแบบนี้ อาจารย์ยังถามเราเลยว่าเราจะแจ้งความไหม 

แต่ด้วยความที่ตอนนั้นเราก็เพิ่งมาญี่ปุ่นใหม่ๆภาษาก็ไม่ค่อยได้ 

ไม่อยากมีเรื่องอะไรก็เลยแค่บล็อคเบอร์โทรไป แต่พวกนั้นก็ยังเอาเบอร์อื่นโทรหาเราอีกค่ะ 

จนในที่สุดเราก็เปลี่ยนเบอร์มือถือซะ เลยจบกันไป...


หลังจากนั้นเป็นต้นมา ถ้าเราโดนเรียกให้หยุด หรือโดนคนไม่รู้จักทัก เราไม่คุยไม่ฟังไม่สน

ปฏิเสธหมดเลยค่ะ กลัวจริงๆ ว่าแต่ของเรายังดีนะคะ บางเคสที่เราได้ยินมาคือ

มากดกริ่งหน้าบ้านแล้วชวนเลยบุกรุกสุดๆ แล้วเดี๋ยวนี้ถ้าบอกว่าฟังภาษาญี่ปุ่นไม่รู้เรื่อง 

อีกวันเค้าจะมาพร้อมใบปลิวภาษาไทยค่ะ TT___TT โหดมาก!!! 

หลังจากที่เราเข้ามาโตเกียว เรามีเพื่อนต่างชาติคนนึงนางก็โดนคนจากโบสถ์แห่งนี้ตามรังควาญหนักมาก 

เพื่อนเรามาญี่ปุ่นใหม่ๆก็แบบเหงาๆ เห็นคนชาติเดียวกันมาคุยมาชวน 

ไปโบสถ์นางก็ตามไป แต่พอไปแล้วคนจากโบสถ์กัดไม่ปล่อยเลยค่ะ

นางหนีไม่ตอบข้อความไม่รับโทรศัพท์ คนจากโบสถ์มาดักรอนางหน้าหอพัก 

ดักรอหน้าโรงเรียนเลยค่ะ น่ากลัวสุดๆอ่ะค่ะ!

เครดิตภาพ http://www.photo-ac.com/

​เอาเป็นว่าถ้ามีคนแปลกหน้ามาทัก มาชวนคุยก็ระวังไว้นะคะ 

อย่าหลวมตัวไปยุ่งด้วยแต่แรกเลยจะดีที่สุด และหากมีหนุ่มๆใส่สูทมาทักตาม

แถวสถานีก็ระวังด้วยนะคะอาจจะเป็นชวนไปเล่นหนังAVค่่ะ TT__TT


สุดท้ายนี้นอกจากชักชวนเข้าศาสนาแล้วก็ยังมีขายตรงอีกด้วยค่ะ

เล่าประสบการณ์เมื่อเพื่อนญี่ปุ่นชวนขายตรง



ขอบคุณภาพจาก เว็บ free Material

http://www.photo-ac.com/

Page เรื่อยเปื่อย ในญี่ปุ่น กับ afternoon silent


บทความล่าสุด