l เกี่ยวกับความรัก

3 สาเหตุที่ทำให้สาวไทยกับหนุ่มญี่ปุ่นต้องเลิกกัน

By , วันศุกร์, 16 กุมภาพันธ์ 2561

"ความรักไร้ซึ่งพรมแดน" ต่อให้ระยะทางไกลห่างแค่ไหน หรือแตกต่างกันสักเท่าไร

ก็มิอาจต้านทานแรงปรารถนารักได้ หลายคู่ที่คบกันคนญี่ปุ่นแล้วลงเอยด้วยดี 

แต่ก็มีหลายคู่ไม่น้อยเช่นกัน ที่ต้องเลิกรากันไป ไม่ว่าจะเลิกกันทั้งที่ยังรัก หรือจากกันไม่ดี

พอสรุปได้คร่าวๆว่า "มีเพียงความรักอย่างเดียว ไม่สามารถพาชีวิตคู่ให้รอดได้"

การที่คนสองคนจะอยู่ด้วยกันได้นานนั้น ต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างประกอบ

โดยเฉพาะการคบกันของคนสองประเทศ ซึ่งมีรายละเอียดซับซ้อนลงไปอีก

แต่วันนี้ต้าจะยกเพียงสาเหตุหลักๆที่ทำให้สาวไทยและหนุ่มญี่ปุ่นต้องร้างรากันไป

อันที่จริงนั้นมีหลายร้อยสาเหตุ แต่ต้าเกรงว่าจะยาวไป จึงมาเพียงแค่ 3 หัวข้อเท่านั้น

ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ  (^___^) (^___^)


  • 1. แพ้ระยะทาง

นี่เป็นสาเหตุ Top ติดอันดับของการเลิกรา เหมือนที่เราเคยได้ยิน "รักแท้แพ้ระยะทาง"

ห่างกันช่วงแรกๆยังทนความคิดถึงไหว แต่พอใช้ชีวิตไปสักระยะเริ่มจะคุ้นชิน

กับการอยู่คนเดียว บวกกับ Time Zone ที่ต่างกัน ต่างคนต่างทำงาน ต่างคนต่างเรียน

มีเวลาให้กันและคุยกันน้อยลง ความผูกพันเริ่มเบาบางไปตามระยะเวลาและระยะทาง

ถึงแม้ว่าญี่ปุ่นกับไทยจะห่างกันเพียง 2 ชั่วโมง ต้าว่ามันค่อนข้างมีผลมากนะ

ก่อนที่ต้าจะย้ายมาอยู่ญี่ปุ่น ช่วงประมาณ 2 เดือนสุดท้าย นับครั้งที่คุยกับแฟนญี่ปุ่นได้เลย

เพราะเวลางานต่างคนต่างยุ่ง กว่าจะกลับถึงบ้านก็ 3-4 ทุ่ม ที่ญี่ปุ่นประมาณ

5 ทุ่ม – เที่ยงคืน แฟนต้าก็หลับไปแล้ว พอไม่คุยกันบ่อยๆเข้า มันกลายเป็นว่า

บางครั้งเราลืมเขาและให้ความสำคัญกับเขาเป็นคนสุดท้าย ดีที่รอแค่ 2 เดือน

ถ้านานกว่านี้และยังคงเป็นแบบนี้ ไม่นานคงได้เลิกกัน แม้แต่เพื่อนของแฟน

มาขอให้ต้าแนะนำคนโสดให้ เป็นคนชาติไหนก็ได้ แต่ไม่ใช่ชาติหน้า (>///< )

เงื่อนไขคือขอเป็นคนที่อยู่ญี่ปุ่น เขาให้เหตุผลว่า ถ้าคบกันแล้วอยู่คนละประเทศ 

เขาทนต่อระยะทางไม่ได้จริงๆ 



  • 2. ความมั่นคง

"ความรักอย่างเดียว มันกินไม่ได้" หลายคนคงจะเคยได้ยินประโยคนี้

ที่ผู้ใหญ่หลายคนชอบพูด จะรักและอยู่กันให้ยืนยาว มันต้องอาศัยปัจจัย

หลายอย่างประกอบ หากเราจะมาเที่ยวญี่ปุ่น ราคาตั๋วของการบินไทย หรือ ANA  

ช่วงราคาปกติอยู่ที่ประมาณ 17,000 – 20,000 บาท ค่าโรงแรม ค่ากินเที่ยว บวก shopping นิดหน่อย

Trip หนึ่ง ค่าใช้จ่ายประมาณ 40,000 – 50,000 บาท (อันนี้คิดแบบคร่าวๆ ราคาปกติทั่วไป)

ถ้าเป็นพนักงานทั่วไปแบบต้า ต้องเก็บเงินทั้งปี + โบนัส ถึงจะได้ไปเที่ยวต่างประเทศสักครั้ง

ผู้ชายญี่ปุ่นก็เช่นกัน บางครั้งเราอาจเห็นคนญี่ปุ่นบางคนเวลาที่อยู่ไทย เปย์ไม่อั้น

จ่ายไม่ยั้ง เหมือนผลิตเงินเองได้ อารมณ์เสมือนได้ปลดปล่อย แต่พอกลับมาประเทศตัวเอง

ต้องมาทำงานหนักเหมือนเดิม ค่อยๆเริ่มเก็บหอมรอมริบใหม่ (หมายถึงแค่บางคนนะ)

ค่าครองชีพที่แสนแพง หากแต่งงานกับผู้หญิงต่างชาติ แน่นอนค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกเท่าตัว

จะดำเนินเรื่อง เอกสารต่างๆ ทุกอย่างเป็นเงินเป็นทองทั้งสิ้น ถ้าผู้ชายคนนั้นมีเงินเดือน

แค่เดือนชนเดือนหรือแต่ละเดือนเหลือเก็บไม่มาก หลายคนเลยเลือกที่จะเลิก

ดีกว่าพาอีกคนมาลำบากด้วย เพราะมองเห็นปัญหาที่จะเกิดแล้วนั่นเอง

ต้าเคยได้ยินคนๆหนึ่งพูดว่า "เงินไม่ใช่แก้วสารพัดนึก แต่ถ้าไม่มีเงินนึกไม่ออก

สารพัด" ในสังคมปัจจุบันและความเป็นจริง เงินเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เราคงไม่อาจปฏิเสธได้...



  • 3. ครอบครัวไม่ปลื้ม

สังคมญี่ปุ่นไม่ใช่ว่าทุกคนและทุกครอบครัวจะยอมรับคนต่างชาติ ยิ่งถ้าครอบครัวนั้น

ยังยึดถือธรรมเนียมปฏิบัติแบบดั้งเดิม คงจะเป็นเรื่องยากสำหรับว่าที่สะใภ้ต่างชาติ

หลายคนที่ฝ่ายชายยืนยันจะอยู่ด้วยกัน พอย้ายไปอยู่บ้านเดียวกัน สะใภ้ต่างชาติ

มักจะโดนแกล้งต่างๆนานา บางคนเอาขันติ (ความอดทน) เข้าสู้ และสุดท้ายก็ชนะใจ

ครอบครัวสามี แต่หลายครอบครัวมีอคติต่อสะใภ้ต่างชาติอย่างไร ก็ยังคงอคติอยู่อย่างนั้น

เพราะชีวิตหลังแต่งงาน "มันไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคนเท่านั้น" แต่ยังมีคนอื่นเข้ามา

เกี่ยวข้องอีกมากมาย โดยเฉพาะพ่อและแม่ผู้ให้กำเนิด จะว่าหรือตำหนิก็ไม่ได้

เพราะพ่อแม่ทุกคนย่อมหวังดีและปรารถนาให้ลูกได้ดี และเลือกสิ่งที่ดีให้ลูกเสมอ

ผู้ชายบางคนเลยเลือกที่เลิกกับแฟนต่างชาติและทำตามสิ่งที่พ่อแม่ต้องการ



การที่คนสองประเทศจะใช้ชีวิตร่วมกัน จึงต้องพึ่งปัจจัยหลายอย่าง 

โดยมีพื้นฐานคือความรักและความเข้าอกเข้าใจกันเป็นอย่างดี 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่าจะเลิกกันด้วยสาเหตุอะไร สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่เรากลับมาอยู่กับปัจจุบัน

ความสุขอยู่กับเราได้ไม่นาน ความทุกข์ก็เช่นกัน หากเราเอาแต่คิดถึงเรื่องที่จบไปแล้ว

เราก็เหมือนต่อความทุกข์ให้มันยาวขึ้นไปอีก ทั้งๆที่เรื่องราวมันได้จบลงแล้ว

หากยังทำใจไม่ได้ ให้บอกกับตัวเองว่า "เดี๋ยวมันก็ผ่านไป"    

สำหรับบล็อกนี้จบเพียงเท่านี้ก่อน ฝากติดตามบล็อกหน้าด้วยนะคะ (^___^)


"ความรักไร้ซึ่งพรมแดน" ต่อให้ระยะทางไกลห่างแค่ไหน หรือแตกต่างกันสักเท่าไร

ก็มิอาจต้านทานแรงปรารถนารักได้ หลายคู่ที่คบกันคนญี่ปุ่นแล้วลงเอยด้วยดี 

แต่ก็มีหลายคู่ไม่น้อยเช่นกัน ที่ต้องเลิกรากันไป ไม่ว่าจะเลิกกันทั้งที่ยังรัก หรือจากกันไม่ดี

พอสรุปได้คร่าวๆว่า "มีเพียงความรักอย่างเดียว ไม่สามารถพาชีวิตคู่ให้รอดได้"

การที่คนสองคนจะอยู่ด้วยกันได้นานนั้น ต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างประกอบ

โดยเฉพาะการคบกันของคนสองประเทศ ซึ่งมีรายละเอียดซับซ้อนลงไปอีก

แต่วันนี้ต้าจะยกเพียงสาเหตุหลักๆที่ทำให้สาวไทยและหนุ่มญี่ปุ่นต้องร้างรากันไป

อันที่จริงนั้นมีหลายร้อยสาเหตุ แต่ต้าเกรงว่าจะยาวไป จึงมาเพียงแค่ 3 หัวข้อเท่านั้น

ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ  (^___^) (^___^)


  • 1. แพ้ระยะทาง

นี่เป็นสาเหตุ Top ติดอันดับของการเลิกรา เหมือนที่เราเคยได้ยิน "รักแท้แพ้ระยะทาง"

ห่างกันช่วงแรกๆยังทนความคิดถึงไหว แต่พอใช้ชีวิตไปสักระยะเริ่มจะคุ้นชิน

กับการอยู่คนเดียว บวกกับ Time Zone ที่ต่างกัน ต่างคนต่างทำงาน ต่างคนต่างเรียน

มีเวลาให้กันและคุยกันน้อยลง ความผูกพันเริ่มเบาบางไปตามระยะเวลาและระยะทาง

ถึงแม้ว่าญี่ปุ่นกับไทยจะห่างกันเพียง 2 ชั่วโมง ต้าว่ามันค่อนข้างมีผลมากนะ

ก่อนที่ต้าจะย้ายมาอยู่ญี่ปุ่น ช่วงประมาณ 2 เดือนสุดท้าย นับครั้งที่คุยกับแฟนญี่ปุ่นได้เลย

เพราะเวลางานต่างคนต่างยุ่ง กว่าจะกลับถึงบ้านก็ 3-4 ทุ่ม ที่ญี่ปุ่นประมาณ

5 ทุ่ม – เที่ยงคืน แฟนต้าก็หลับไปแล้ว พอไม่คุยกันบ่อยๆเข้า มันกลายเป็นว่า

บางครั้งเราลืมเขาและให้ความสำคัญกับเขาเป็นคนสุดท้าย ดีที่รอแค่ 2 เดือน

ถ้านานกว่านี้และยังคงเป็นแบบนี้ ไม่นานคงได้เลิกกัน แม้แต่เพื่อนของแฟน

มาขอให้ต้าแนะนำคนโสดให้ เป็นคนชาติไหนก็ได้ แต่ไม่ใช่ชาติหน้า (>///< )

เงื่อนไขคือขอเป็นคนที่อยู่ญี่ปุ่น เขาให้เหตุผลว่า ถ้าคบกันแล้วอยู่คนละประเทศ 

เขาทนต่อระยะทางไม่ได้จริงๆ 



  • 2. ความมั่นคง

"ความรักอย่างเดียว มันกินไม่ได้" หลายคนคงจะเคยได้ยินประโยคนี้

ที่ผู้ใหญ่หลายคนชอบพูด จะรักและอยู่กันให้ยืนยาว มันต้องอาศัยปัจจัย

หลายอย่างประกอบ หากเราจะมาเที่ยวญี่ปุ่น ราคาตั๋วของการบินไทย หรือ ANA  

ช่วงราคาปกติอยู่ที่ประมาณ 17,000 – 20,000 บาท ค่าโรงแรม ค่ากินเที่ยว บวก shopping นิดหน่อย

Trip หนึ่ง ค่าใช้จ่ายประมาณ 40,000 – 50,000 บาท (อันนี้คิดแบบคร่าวๆ ราคาปกติทั่วไป)

ถ้าเป็นพนักงานทั่วไปแบบต้า ต้องเก็บเงินทั้งปี + โบนัส ถึงจะได้ไปเที่ยวต่างประเทศสักครั้ง

ผู้ชายญี่ปุ่นก็เช่นกัน บางครั้งเราอาจเห็นคนญี่ปุ่นบางคนเวลาที่อยู่ไทย เปย์ไม่อั้น

จ่ายไม่ยั้ง เหมือนผลิตเงินเองได้ อารมณ์เสมือนได้ปลดปล่อย แต่พอกลับมาประเทศตัวเอง

ต้องมาทำงานหนักเหมือนเดิม ค่อยๆเริ่มเก็บหอมรอมริบใหม่ (หมายถึงแค่บางคนนะ)

ค่าครองชีพที่แสนแพง หากแต่งงานกับผู้หญิงต่างชาติ แน่นอนค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกเท่าตัว

จะดำเนินเรื่อง เอกสารต่างๆ ทุกอย่างเป็นเงินเป็นทองทั้งสิ้น ถ้าผู้ชายคนนั้นมีเงินเดือน

แค่เดือนชนเดือนหรือแต่ละเดือนเหลือเก็บไม่มาก หลายคนเลยเลือกที่จะเลิก

ดีกว่าพาอีกคนมาลำบากด้วย เพราะมองเห็นปัญหาที่จะเกิดแล้วนั่นเอง

ต้าเคยได้ยินคนๆหนึ่งพูดว่า "เงินไม่ใช่แก้วสารพัดนึก แต่ถ้าไม่มีเงินนึกไม่ออก

สารพัด" ในสังคมปัจจุบันและความเป็นจริง เงินเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เราคงไม่อาจปฏิเสธได้...



  • 3. ครอบครัวไม่ปลื้ม

สังคมญี่ปุ่นไม่ใช่ว่าทุกคนและทุกครอบครัวจะยอมรับคนต่างชาติ ยิ่งถ้าครอบครัวนั้น

ยังยึดถือธรรมเนียมปฏิบัติแบบดั้งเดิม คงจะเป็นเรื่องยากสำหรับว่าที่สะใภ้ต่างชาติ

หลายคนที่ฝ่ายชายยืนยันจะอยู่ด้วยกัน พอย้ายไปอยู่บ้านเดียวกัน สะใภ้ต่างชาติ

มักจะโดนแกล้งต่างๆนานา บางคนเอาขันติ (ความอดทน) เข้าสู้ และสุดท้ายก็ชนะใจ

ครอบครัวสามี แต่หลายครอบครัวมีอคติต่อสะใภ้ต่างชาติอย่างไร ก็ยังคงอคติอยู่อย่างนั้น

เพราะชีวิตหลังแต่งงาน "มันไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคนเท่านั้น" แต่ยังมีคนอื่นเข้ามา

เกี่ยวข้องอีกมากมาย โดยเฉพาะพ่อและแม่ผู้ให้กำเนิด จะว่าหรือตำหนิก็ไม่ได้

เพราะพ่อแม่ทุกคนย่อมหวังดีและปรารถนาให้ลูกได้ดี และเลือกสิ่งที่ดีให้ลูกเสมอ

ผู้ชายบางคนเลยเลือกที่เลิกกับแฟนต่างชาติและทำตามสิ่งที่พ่อแม่ต้องการ



การที่คนสองประเทศจะใช้ชีวิตร่วมกัน จึงต้องพึ่งปัจจัยหลายอย่าง 

โดยมีพื้นฐานคือความรักและความเข้าอกเข้าใจกันเป็นอย่างดี 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่าจะเลิกกันด้วยสาเหตุอะไร สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่เรากลับมาอยู่กับปัจจุบัน

ความสุขอยู่กับเราได้ไม่นาน ความทุกข์ก็เช่นกัน หากเราเอาแต่คิดถึงเรื่องที่จบไปแล้ว

เราก็เหมือนต่อความทุกข์ให้มันยาวขึ้นไปอีก ทั้งๆที่เรื่องราวมันได้จบลงแล้ว

หากยังทำใจไม่ได้ ให้บอกกับตัวเองว่า "เดี๋ยวมันก็ผ่านไป"    

สำหรับบล็อกนี้จบเพียงเท่านี้ก่อน ฝากติดตามบล็อกหน้าด้วยนะคะ (^___^)