l เกี่ยวกับความรัก

4 ลักษณะของผู้ชายญี่ปุ่นที่ไม่ควรแต่งงานด้วย

By , วันอังคาร, 27 มีนาคม 2561

จุ๊บุจุ๊บุ-โยดช่า​
じゅぶじゅぶ~よっしゃ

​     สวัสดีค่ะเพื่อนๆ วันนี้ฟ้าจังจะมาพูดถึงเรื่องความรักกันค่ะ...เคยไหมคะสมัยที่กำลังคบกับแฟนเก่าไปนานๆจนเรามั่นใจแล้วว่าคนๆนี้นี่แหละที่ใช่! และคิดไว้ว่าจะแต่งงานใช้ชีวิตอยู่กินด้วยกันไปตลอด แต่ก็มีเรื่องที่ไม่คาดคิดและมีเหตุทำให้ต้องเลิกรากันไปไม่ได้แต่งงานด้วยกัน ทำให้เกิดความเสียดายและเหมือนว่าโลกทั้งโลกใบนี้มันไม่น่าอยู่เอาเสียเลย

     แต่ก็มีความรักอีกรูปแบบหนึ่งเจ้าค่ะที่ฝ่ายหญิงคิดและมั่นใจว่า ว้าว! ผู้ชายคนนี้แหละเป็นคนดีสุดๆแต่ก็ไม่น่าแต่งงานด้วยน่ะสิ คือแบบว่าไม่แต่งงานด้วยน่าจะดีกว่านะ และก็ไม่รู้สึกเสียดายเลยที่เลิกรากันไป

      เอ๊ะ! ว่าแต่ผู้ชายญี่ปุ่นที่ไม่น่าแต่งงานด้วยที่ผู้หญิงญี่ปุ่นพูดเป็นเสียงเดียวกันมันมีกี่แบบกี่ลักษณะกันล่ะ วันนี้ฟ้าจังค้นหาข้อมูลมารายงานให้เพื่อนๆทุกคนทราบแล้วนะเจ้าคะ ซึ่งมีทั้งหมด 4 ลักษณะด้วยกัน คือ

1.ผู้ชายญี่ปุ่นที่มีงานอดิเรกเยอะแยะเต็มไปหมด

​     งานอดิเรกยอดนิยมของหนุ่มๆญี่ปุ่น อย่างเช่น เซิร์ฟวิ่งโต้คลื่น สโนวบอร์ด เล่นกีตาร์ ฟุตซอล[Futsal] ปีนหน้าผา หรือแม้แต่กีฬาเดินไต่เชือกเส้นเดียว เพื่อนๆทราบไหมคะว่ากีฬาดังกล่าวในเกือบทุกๆสัปดาห์หนุ่มๆชาวญี่ปุ่นมักจะตระเวนหาสถานที่เพื่อลงเล่น แม้จะไกลแค่ไหนก็จะไปให้ได้และถ้าพวกเขามีแฟนสาวก็มักจะพาแฟนสาวไปด้วย สาวๆญี่ปุ่นบอกว่า คบกันแรกๆมันก็สนุกนะคะและมักจะตามไปให้กำลังใจเสมอๆ แต่ถ้าแฟนหนุ่มของพวกเธอทำงานอดิเรกเหล่านี้เป็นเวลานานไม่หยุดสักทีก็จะทำให้หนุ่มญี่ปุ่นเหล่านั้นใช้เงินเป็นจำนวนมากไปกับการสะสม ซื้ออุปกรณ์ ซื้อชุด แถมยังมีค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าสถานที่ลงเล่นกีฬา บลาๆๆ ของพวกนี้ส่วนใหญ่จะราคาสูงมากๆเจ้าค่ะ จนในที่สุดพวกเขาก็ถังแตก กระเป๋าฉีก บางคนถึงกับหมดตัวไปเลย พฤติกรรมแบบนี้ภาษาญี่ปุ่นจะพูดว่า 万年金欠[mannen kinketsu] ซึ่งในบางรายงานบอกว่ามันคืออาการป่วยชนิดหนึ่งด้วยค่ะ

     ด้วยเหตุนี้เมื่อแฟนสาวของพวกเขาห้ามปรามแล้วว่าให้ประหยัดๆนะและพอพวกเขายังฟุ่มเฟือยอยู่สาวเจ้าก็ทนไม่ไหวค่ะเลยต้องเลิกรากันไปและพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ดีจังเลยที่ไม่ได้แต่งงานกับแฟนเก่าไม่อย่างนั้นต้องเป็นหนี้เป็นสินแน่ๆ ผู้ชายที่มีงานอดิเรกเยอะๆ ดูแล้วจริงๆก็มีเสน่ห์นะแต่ถ้ามากเกินพอดีก็จะกลายเป็นว่ามันคือข้อเสียและข้อบกพร่อง

     สาวๆญี่ปุ่นเวลาจะรับหนุ่มสักคนมาพิจารณาเป็นเจ้าบ่าวของพวกเธอ พวกเธอไม่ใช่พิจารณาแค่จำนวนของงานอดิเรกอย่างเดียวนะคะแต่ยังพิจารณาถึงฐานะทางการเงินของว่าที่เจ้าบ่าวในอนาคตอีกด้วยค่ะ 

2.ผู้ชายญี่ปุ่นที่เปลี่ยนงานอยู่บ่อยๆ

      ผู้ชายญี่ปุ่นที่ชอบพัฒนาตัวเองมักจะเปลี่ยนงานบ่อยๆค่ะ เพราะพวกเขาเชื่อว่าการเปลี่ยนงานบ่อยๆ [หรือในกรณีเป็นเจ้าของกิจการก็จะชอบหันไปจับธุรกิจใหม่ๆ] จะทำให้พวกเขาค้นพบตัวเองเมื่อเจองานที่เหมาะกับพวกเขา แต่การเปลี่ยนงานบ่อยๆจนกว่าจะเจองานที่เหมาะกับตัวเองมันต้องใช้เวลาเจ้าค่ะ เพราะระหว่างที่หางานจนกว่าจะได้งานใหม่ก็ต้องเอาเงินเก็บออกมาใช้ จนทำให้รายได้ต่อปีลดลงไปเรื่อยๆ ซึ่งการทำอะไรที่ซ้ำซากแบบนี้ผู้หญิงญี่ปุ่นมักจะทนไม่ไหวค่ะ จุดจบก็คือการแยกทางกัน ซึ่งสาวๆญีปุ่นพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคิดถูกแล้วที่บอกเลิกกับกับแฟนเก่าเพราะทุกวันนี้ก็ได้ข่าวว่าแฟนเก่ายังไม่ทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันสักที

     การเปลี่ยนงานคือการเดินตามความฝันค่ะไม่ใช่เรื่องที่แลวร้ายอะไร แต่ว่าในเมื่อมันยังไม่อยู่กับที่มันจะไม่สามารถทำอะไรได้ คนญี่ปุ่นเปรียบเทียบการเปลี่ยนงานไปเรื่อยๆเหมือนกับนกที่กำลังบินอพยพย้ายถิ่นฐานค่ะ หรือ 渡り鳥[watari tori] เพราะผู้ชายญี่ปุ่นที่เปลี่ยนงานไปเรื่อยๆจนกว่าจะหางานที่เหมาะกับเขาสักงานมันเป็นเรื่องที่ยากมากนั่นเอง

3.ผู้ชายญี่ปุ่นที่ไม่มีความโรแมนติกและจืดชืด

      มีหนุ่มญี่ปุ่นบางคนที่คบกับแฟนสาวมาตั้งนานทว่าแม้แต่มือแฟนสาวก็ยังไม่เคยจับจึงเป็นเหตุทำให้สาวๆญี่ปุ่นคิดว่าแฟนหนุ่มของเธอเองไม่ให้ความสำคัญในตัวเธอ

     หรือมีบางครั้งที่แฟนหนุ่มญี่ปุ่นบางคนคบกันมาครึ่งปีแล้ว และหลังจากมีอะไรกับแฟนสาวครั้งแรกก็มีแค่จูบกับเธอบางครั้งบางคราวและต่อจากนั้นมาแทบจะไม่มีอะไรกันอีกเลย สาวๆญี่ปุ่นลงความเห็นกันว่าทำไมแฟนหนุ่มของพวกเธอช่างไม่มีความกระหายในเรื่องบนเตียงกันเลย ทำไมเป็นคนที่จืดชืดถึงเพียงนี้ สาวญี่ปุ่นคนหนึ่งเล่าว่าเพราะแฟนหนุ่มเป็นคนใจดีพวกเธอจึงอดทนคบกันต่อไปราว 3 ปี เชื่อไหมว่า มีอะไรกันแค่ 5 ครั้งเอง เธอเล่าอีกว่าถ้าขืนแต่งงานกันเธอคงต้องกลายเป็นคนเจ้าชู้นอกใจสามีตัวเองแน่ๆ

     เมื่อพูดถึงชีวิตการแต่งงานเรื่องบนเตียงก็สำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นเจ้าค่ะ (นี่ไม่ใช่เรื่องลามกนะคะ) คื สามีภรรยาต้องจูนกันติดและมีพฤติกรรมเรื่องบนเตียงที่ไปในแนวทางเดียวกันและเข้ากันได้รวมถึงความถี่ในการร่วมรักกันด้วย แม้ว่าฝ่ายหนึ่งจะบอกว่าการที่พวกเขาคนที่จืดชืดมันไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายที่ไม่พึงพอใจอยู่ฝ่ายเดียวชีวิตการแต่งงานก็อาจจะมีความเป็นไปได้ว่าจะมีโอกาสไปไม่รอดสูงเจ้าค่ะ

4.ผู้ชายญี่ปุ่นที่ไม่เด็ดขาดและเรรวน

     มีเรื่องเล่าของสาวญี่ปุ่นท่านหนึ่งเล่าว่า เธออยู่กินกับแฟนหนุ่มโดยไม่ได้แต่งงานมาถึง 8 ปีจากนั้นก็ท้องจึงได้แต่งงานกัน หรือภาษาญี่ปุ่นจะเรียกว่า できちゃった結婚[dekichatta kekkon]

     สาเหตุที่เธอท้องมันเป็นอย่างนี้เจ้าค่ะ เธอบอกว่ามันเกิดจากความเรรวนและการตัดสินใจที่ไม่เด็ดขาดของแฟนหนุ่มของเธอ เพราะอยู่กินกันมาตั้ง 8 ปีแฟนหนุ่มก็ไม่ยอมขอเธอแต่งงานสักที จนมีข่าวลือที่ไม่ดีเข้าหูเธอ ทำให้เธอคิดว่าทำไมสามีไม่จัดงานแต่งฉัน นี่รอมานานแล้วนะ! เธอจึงตัดสินใจหยุดกินยาคุมกำเนิดโดยไม่บอกให้แฟนหนุ่มรู้จนเธอท้อง แฟนหนุ่มจึงตัดสินใจขอเธอแต่งงานจดทะเบียนสมรสทันทีค่ะ เธอบอกอีกว่าถ้าไม่ท้องซะก่อนเธอคงแยกทางกับแฟนหนุ่มไปแล้วและคงจะไม่แต่งงานด้วยแน่นอน

     เรื่องแบบนี้ฟังดูแล้วอาจจะน่ากลัวนะคะแต่ได้ข่าวว่าผู้หญิงที่กล้าตัดสินใจกับชายหนุ่มที่เรรวนคู่นี้ชีวิตหลังแต่งงานของทั้งคู่กำลังไปได้ด้วยดีเจ้าค่ะ 5555

     ​เพื่อนๆคะฟ้าจังคิดว่าการแต่งงานต้องเกิดมาจากความรักถึงจะไปกันรอดและลักษณะทั้ง 4 อย่างข้างต้นของผู้ชายญี่ปุ่นที่ไม่น่าแต่งงานด้วยเป็นข้อมูลจากการสำรวจเท่านั้นนะคะ ขอให้อ่านไว้เป็นแนวทางก็พอ แต่ในความเป็นจริงผู้ชายทั้งโลกนี้มีนิสัยหลากหลายอย่าเหมารวมหมดว่าผู้ชายทั้งโลกจะมีนิสัยเหมือนผู้ชายญี่ปุ่นนะเจ้าค่ะ สงสารพวกเขา 555555 แค่นี้นะเจ้าคะ ออเจ้า บายค่ะ

​แปลและเรียบเรียงใหม่โดย ฟ้าจังกะเทยไทยในญี่ปุ่น เพื่อนๆสามารถติดตามฟ้าจังได้อย่างใกล้ชิดที่แฟนเพจนะคะ กดลิงก์เลยค่ะ

https://www.facebook.com/FahChan.Page

​เพื่อนๆสามารถติดตามการอัปเดตชีวิตประจำวันของฟ้าจังและการสอนภาษาญี่ปุ่นได้ในยูทูบชาแนลนี้นะคะ

https://www.youtube.com/c/FahChanChannel

เพื่อนๆสามารถอ่านบล็อกย้อนหลังของฟ้าจังได้ที่นี่ค่ะ

http://www.ilovejapan.co.th/authore-1/blogger/fahchan

จุ๊บุจุ๊บุ-โยดช่า​
じゅぶじゅぶ~よっしゃ

​     สวัสดีค่ะเพื่อนๆ วันนี้ฟ้าจังจะมาพูดถึงเรื่องความรักกันค่ะ...เคยไหมคะสมัยที่กำลังคบกับแฟนเก่าไปนานๆจนเรามั่นใจแล้วว่าคนๆนี้นี่แหละที่ใช่! และคิดไว้ว่าจะแต่งงานใช้ชีวิตอยู่กินด้วยกันไปตลอด แต่ก็มีเรื่องที่ไม่คาดคิดและมีเหตุทำให้ต้องเลิกรากันไปไม่ได้แต่งงานด้วยกัน ทำให้เกิดความเสียดายและเหมือนว่าโลกทั้งโลกใบนี้มันไม่น่าอยู่เอาเสียเลย

     แต่ก็มีความรักอีกรูปแบบหนึ่งเจ้าค่ะที่ฝ่ายหญิงคิดและมั่นใจว่า ว้าว! ผู้ชายคนนี้แหละเป็นคนดีสุดๆแต่ก็ไม่น่าแต่งงานด้วยน่ะสิ คือแบบว่าไม่แต่งงานด้วยน่าจะดีกว่านะ และก็ไม่รู้สึกเสียดายเลยที่เลิกรากันไป

      เอ๊ะ! ว่าแต่ผู้ชายญี่ปุ่นที่ไม่น่าแต่งงานด้วยที่ผู้หญิงญี่ปุ่นพูดเป็นเสียงเดียวกันมันมีกี่แบบกี่ลักษณะกันล่ะ วันนี้ฟ้าจังค้นหาข้อมูลมารายงานให้เพื่อนๆทุกคนทราบแล้วนะเจ้าคะ ซึ่งมีทั้งหมด 4 ลักษณะด้วยกัน คือ

1.ผู้ชายญี่ปุ่นที่มีงานอดิเรกเยอะแยะเต็มไปหมด

​     งานอดิเรกยอดนิยมของหนุ่มๆญี่ปุ่น อย่างเช่น เซิร์ฟวิ่งโต้คลื่น สโนวบอร์ด เล่นกีตาร์ ฟุตซอล[Futsal] ปีนหน้าผา หรือแม้แต่กีฬาเดินไต่เชือกเส้นเดียว เพื่อนๆทราบไหมคะว่ากีฬาดังกล่าวในเกือบทุกๆสัปดาห์หนุ่มๆชาวญี่ปุ่นมักจะตระเวนหาสถานที่เพื่อลงเล่น แม้จะไกลแค่ไหนก็จะไปให้ได้และถ้าพวกเขามีแฟนสาวก็มักจะพาแฟนสาวไปด้วย สาวๆญี่ปุ่นบอกว่า คบกันแรกๆมันก็สนุกนะคะและมักจะตามไปให้กำลังใจเสมอๆ แต่ถ้าแฟนหนุ่มของพวกเธอทำงานอดิเรกเหล่านี้เป็นเวลานานไม่หยุดสักทีก็จะทำให้หนุ่มญี่ปุ่นเหล่านั้นใช้เงินเป็นจำนวนมากไปกับการสะสม ซื้ออุปกรณ์ ซื้อชุด แถมยังมีค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าสถานที่ลงเล่นกีฬา บลาๆๆ ของพวกนี้ส่วนใหญ่จะราคาสูงมากๆเจ้าค่ะ จนในที่สุดพวกเขาก็ถังแตก กระเป๋าฉีก บางคนถึงกับหมดตัวไปเลย พฤติกรรมแบบนี้ภาษาญี่ปุ่นจะพูดว่า 万年金欠[mannen kinketsu] ซึ่งในบางรายงานบอกว่ามันคืออาการป่วยชนิดหนึ่งด้วยค่ะ

     ด้วยเหตุนี้เมื่อแฟนสาวของพวกเขาห้ามปรามแล้วว่าให้ประหยัดๆนะและพอพวกเขายังฟุ่มเฟือยอยู่สาวเจ้าก็ทนไม่ไหวค่ะเลยต้องเลิกรากันไปและพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ดีจังเลยที่ไม่ได้แต่งงานกับแฟนเก่าไม่อย่างนั้นต้องเป็นหนี้เป็นสินแน่ๆ ผู้ชายที่มีงานอดิเรกเยอะๆ ดูแล้วจริงๆก็มีเสน่ห์นะแต่ถ้ามากเกินพอดีก็จะกลายเป็นว่ามันคือข้อเสียและข้อบกพร่อง

     สาวๆญี่ปุ่นเวลาจะรับหนุ่มสักคนมาพิจารณาเป็นเจ้าบ่าวของพวกเธอ พวกเธอไม่ใช่พิจารณาแค่จำนวนของงานอดิเรกอย่างเดียวนะคะแต่ยังพิจารณาถึงฐานะทางการเงินของว่าที่เจ้าบ่าวในอนาคตอีกด้วยค่ะ 

2.ผู้ชายญี่ปุ่นที่เปลี่ยนงานอยู่บ่อยๆ

      ผู้ชายญี่ปุ่นที่ชอบพัฒนาตัวเองมักจะเปลี่ยนงานบ่อยๆค่ะ เพราะพวกเขาเชื่อว่าการเปลี่ยนงานบ่อยๆ [หรือในกรณีเป็นเจ้าของกิจการก็จะชอบหันไปจับธุรกิจใหม่ๆ] จะทำให้พวกเขาค้นพบตัวเองเมื่อเจองานที่เหมาะกับพวกเขา แต่การเปลี่ยนงานบ่อยๆจนกว่าจะเจองานที่เหมาะกับตัวเองมันต้องใช้เวลาเจ้าค่ะ เพราะระหว่างที่หางานจนกว่าจะได้งานใหม่ก็ต้องเอาเงินเก็บออกมาใช้ จนทำให้รายได้ต่อปีลดลงไปเรื่อยๆ ซึ่งการทำอะไรที่ซ้ำซากแบบนี้ผู้หญิงญี่ปุ่นมักจะทนไม่ไหวค่ะ จุดจบก็คือการแยกทางกัน ซึ่งสาวๆญีปุ่นพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคิดถูกแล้วที่บอกเลิกกับกับแฟนเก่าเพราะทุกวันนี้ก็ได้ข่าวว่าแฟนเก่ายังไม่ทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันสักที

     การเปลี่ยนงานคือการเดินตามความฝันค่ะไม่ใช่เรื่องที่แลวร้ายอะไร แต่ว่าในเมื่อมันยังไม่อยู่กับที่มันจะไม่สามารถทำอะไรได้ คนญี่ปุ่นเปรียบเทียบการเปลี่ยนงานไปเรื่อยๆเหมือนกับนกที่กำลังบินอพยพย้ายถิ่นฐานค่ะ หรือ 渡り鳥[watari tori] เพราะผู้ชายญี่ปุ่นที่เปลี่ยนงานไปเรื่อยๆจนกว่าจะหางานที่เหมาะกับเขาสักงานมันเป็นเรื่องที่ยากมากนั่นเอง

3.ผู้ชายญี่ปุ่นที่ไม่มีความโรแมนติกและจืดชืด

      มีหนุ่มญี่ปุ่นบางคนที่คบกับแฟนสาวมาตั้งนานทว่าแม้แต่มือแฟนสาวก็ยังไม่เคยจับจึงเป็นเหตุทำให้สาวๆญี่ปุ่นคิดว่าแฟนหนุ่มของเธอเองไม่ให้ความสำคัญในตัวเธอ

     หรือมีบางครั้งที่แฟนหนุ่มญี่ปุ่นบางคนคบกันมาครึ่งปีแล้ว และหลังจากมีอะไรกับแฟนสาวครั้งแรกก็มีแค่จูบกับเธอบางครั้งบางคราวและต่อจากนั้นมาแทบจะไม่มีอะไรกันอีกเลย สาวๆญี่ปุ่นลงความเห็นกันว่าทำไมแฟนหนุ่มของพวกเธอช่างไม่มีความกระหายในเรื่องบนเตียงกันเลย ทำไมเป็นคนที่จืดชืดถึงเพียงนี้ สาวญี่ปุ่นคนหนึ่งเล่าว่าเพราะแฟนหนุ่มเป็นคนใจดีพวกเธอจึงอดทนคบกันต่อไปราว 3 ปี เชื่อไหมว่า มีอะไรกันแค่ 5 ครั้งเอง เธอเล่าอีกว่าถ้าขืนแต่งงานกันเธอคงต้องกลายเป็นคนเจ้าชู้นอกใจสามีตัวเองแน่ๆ

     เมื่อพูดถึงชีวิตการแต่งงานเรื่องบนเตียงก็สำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นเจ้าค่ะ (นี่ไม่ใช่เรื่องลามกนะคะ) คื สามีภรรยาต้องจูนกันติดและมีพฤติกรรมเรื่องบนเตียงที่ไปในแนวทางเดียวกันและเข้ากันได้รวมถึงความถี่ในการร่วมรักกันด้วย แม้ว่าฝ่ายหนึ่งจะบอกว่าการที่พวกเขาคนที่จืดชืดมันไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายที่ไม่พึงพอใจอยู่ฝ่ายเดียวชีวิตการแต่งงานก็อาจจะมีความเป็นไปได้ว่าจะมีโอกาสไปไม่รอดสูงเจ้าค่ะ

4.ผู้ชายญี่ปุ่นที่ไม่เด็ดขาดและเรรวน

     มีเรื่องเล่าของสาวญี่ปุ่นท่านหนึ่งเล่าว่า เธออยู่กินกับแฟนหนุ่มโดยไม่ได้แต่งงานมาถึง 8 ปีจากนั้นก็ท้องจึงได้แต่งงานกัน หรือภาษาญี่ปุ่นจะเรียกว่า できちゃった結婚[dekichatta kekkon]

     สาเหตุที่เธอท้องมันเป็นอย่างนี้เจ้าค่ะ เธอบอกว่ามันเกิดจากความเรรวนและการตัดสินใจที่ไม่เด็ดขาดของแฟนหนุ่มของเธอ เพราะอยู่กินกันมาตั้ง 8 ปีแฟนหนุ่มก็ไม่ยอมขอเธอแต่งงานสักที จนมีข่าวลือที่ไม่ดีเข้าหูเธอ ทำให้เธอคิดว่าทำไมสามีไม่จัดงานแต่งฉัน นี่รอมานานแล้วนะ! เธอจึงตัดสินใจหยุดกินยาคุมกำเนิดโดยไม่บอกให้แฟนหนุ่มรู้จนเธอท้อง แฟนหนุ่มจึงตัดสินใจขอเธอแต่งงานจดทะเบียนสมรสทันทีค่ะ เธอบอกอีกว่าถ้าไม่ท้องซะก่อนเธอคงแยกทางกับแฟนหนุ่มไปแล้วและคงจะไม่แต่งงานด้วยแน่นอน

     เรื่องแบบนี้ฟังดูแล้วอาจจะน่ากลัวนะคะแต่ได้ข่าวว่าผู้หญิงที่กล้าตัดสินใจกับชายหนุ่มที่เรรวนคู่นี้ชีวิตหลังแต่งงานของทั้งคู่กำลังไปได้ด้วยดีเจ้าค่ะ 5555

     ​เพื่อนๆคะฟ้าจังคิดว่าการแต่งงานต้องเกิดมาจากความรักถึงจะไปกันรอดและลักษณะทั้ง 4 อย่างข้างต้นของผู้ชายญี่ปุ่นที่ไม่น่าแต่งงานด้วยเป็นข้อมูลจากการสำรวจเท่านั้นนะคะ ขอให้อ่านไว้เป็นแนวทางก็พอ แต่ในความเป็นจริงผู้ชายทั้งโลกนี้มีนิสัยหลากหลายอย่าเหมารวมหมดว่าผู้ชายทั้งโลกจะมีนิสัยเหมือนผู้ชายญี่ปุ่นนะเจ้าค่ะ สงสารพวกเขา 555555 แค่นี้นะเจ้าคะ ออเจ้า บายค่ะ

​แปลและเรียบเรียงใหม่โดย ฟ้าจังกะเทยไทยในญี่ปุ่น เพื่อนๆสามารถติดตามฟ้าจังได้อย่างใกล้ชิดที่แฟนเพจนะคะ กดลิงก์เลยค่ะ

https://www.facebook.com/FahChan.Page

​เพื่อนๆสามารถติดตามการอัปเดตชีวิตประจำวันของฟ้าจังและการสอนภาษาญี่ปุ่นได้ในยูทูบชาแนลนี้นะคะ

https://www.youtube.com/c/FahChanChannel

เพื่อนๆสามารถอ่านบล็อกย้อนหลังของฟ้าจังได้ที่นี่ค่ะ

http://www.ilovejapan.co.th/authore-1/blogger/fahchan