l เกี่ยวกับความรัก

Fresh news from Japan!

We are excited to deliver you the the freshest news from Japan!

สัญญาณอันตราย ผู้ชายญี่ปุ่นแบบนี้ “คิดกับคุณแค่เรื่องบนเตียง”

By , วันศุกร์, 02 มิถุนายน 2560

"ผู้ชายญี่ปุ่นที่คบกัน ไม่เรียกว่าแฟน แต่ความสัมพันธ์ยิ่งกว่าแฟน"

"เวลาเขาเหงาจะโทรมาหา บอก อยากเจอ คิดถึง พอได้ในสิ่งที่เขาต้องการ เขาก็หายไป"

"คบกันแต่พอถามถึงความสัมพันธ์ เขากลับเงียบและเลี่ยงไม่ตอบคำถาม"

"รักเขาจังเลยค่ะ แต่เขาไม่ชัดเจนอะไรสักอย่าง"

"เจอกันตอนที่เขามาไทย เขาดีมากเลยค่ะ แต่พอกลับญี่ปุ่นไปแล้วก็ติดต่อเขาไม่ได้อีกเลย"

นี่เป็นคำถามที่มักจะได้ยินบ่อยๆ ที่เห็นสาวๆหลายคนเข้ามาบ่นให้ฟัง

ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายญี่ปุ่นหรือผู้ชายต่างชาติเข้ามาจีบหรือทำความรู้จักในเชิงชู้สาว

เราไม่มีทางรู้เลยว่าเขาจริงใจหรือหวังกับเราเพียงแค่เรื่องบนเตียง

หากผู้ชายไทยมาจีบอาจรู้สึกเฉยๆเพราะมันเป็นความเคยชินกับสังคม

และวัฒนธรรมของบ้านเราเอง แต่พอเป็นผู้ชายญี่ปุ่น เป็นผู้ชายต่างชาติเข้ามาจีบ

แหมมมม……เรานี่ก็มีเสน่ห์ไม่เบาเลยนะ // จิกขา เผยอปาก (ต้าเอง 55555)

พอได้รู้จัก ได้เรียนรู้กัน ทำให้ปลื้มกับความสุภาพ ความเป็นผู้นำ เสน่ห์อะไรหลายๆอย่าง

ของหนุ่มแดนปลาดิบ มันช่างน่าค้นหาและท้าทายในเวลาเดียวกัน………….

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ชายที่เข้ามาก็ไม่ได้การันตีว่า "คนทุกคนจะเป็นคนดีและจริงใจ"


โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ที่สื่อสารกันได้กันง่ายและรวดเร็วอย่างทุกวันนี้

ถ้าเข้ามาแบบตรงๆ เช่น "หน้าตาและรูปร่างหนูนี่ ช่างตรงสเป็กเฮียจริงๆ อาทิตย์หน้าเฮีย

จะไปดีลงานที่ไทย ไปเที่ยวกับเฮียหน่อยสิ เมียญี่ปุ่นเฮียไม่ค่อยเอาใจ สนใจแต่ลูก

ไปกับเฮีย 3 วัน เดี๋ยวเฮียจะให้ค่าขนม 5,000 นะหนูนะ" เจอเข้ามาตรงๆแบบนี้มันชัดเจน

ในสิ่งที่เขาอยากได้ อยู่ที่เราแล้วล่ะ จะรับข้อเสนอหรือโบกมือบ๊าย บาย.......

แต่ส่วนใหญ่มักไม่เข้ามาตรงๆแบบนี้น่ะสิ มักจะเข้าหลากหลายรูปแบบ

จนบางครั้งเราไม่สามารถแยกแยะได้ว่า "จุดประสงค์จริงๆเขาต้องการอะไร"

เรื่องที่ต้าจะเขียนต่อไปนี้เป็นประสบการณ์ของตัวต้าเองและจากคำแนะนำจากคนญี่ปุ่นใกล้ตัว

ไม่ได้หมายถึงว่าผู้ชายญี่ปุ่นทุกคนต้องเป็นแบบที่ต้ากล่าวมาทุกคน ย้ำว่าบางคนเท่านั้น!

อยากให้ใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ  (^___^)  (^___^)

สัญญาณอันตราย ผู้ชายญี่ปุ่นแบบนี้ "คิดกับคุณแค่เรื่องบนเตียง"



1. เขามักจะขอมีอะไรกับคุณแบบทางอ้อมหรือชวนคุยแต่เรื่องอย่างว่า

เรื่องราวเกี่ยวกับเราหรือเรื่องราวเกี่ยวกับโลกมีมากมายให้คุย แต่เขามักจะดึงคุณ

ให้คุยแต่เรื่องอย่างว่า "หน้าอกเราสวยนะ รูปร่างเราดี อยากเห็นเราใส่ชุดวาบหวิวแบบนี้จัง"

ที่ชัดเจนสุดคือ "ถ้าเขามาไทยแล้วเขาจะมาพักเราได้ไหมหรือเราไปค้างที่โรงแรมกับเขาได้ไหม"

เชื่อไหม?? ถ้าเราปฏิเสธคำร้องขอของเขา เขาจะค่อยๆหายหรือหายไปเลย

แต่ถ้าเรายอมรับข้อเสนอของเขา เขาก็อาจจะคุยกับเราต่อเพื่อสานต่อวัตถุประสงค์ของตัวเขาเอง


2. เดทแต่ไม่เหมือนเดท

ถ้าเราส่งข้อความไปถามสารทุกข์สุขดิบ เล่าเรื่องราวส่วนตัวของเรา 

เขาไม่มีน่าทีสนใจอยากรู้ ไม่ค่อยอยากตอบ บางทีอ่านแล้วไม่ตอบ หรือนานๆทีค่อยตอบสักครั้ง

พอบ่นว่าเขาชอบทำเย็นชาใส่ ไม่สนใจเราเลย เขาก็มักจะอ้างว่างานยุ่ง งานเยอะ

เจอข้ออ้างแบบนี้ ใครจะกล้าไปเซ้าซี้ล่ะ อย่างที่เรารู้กันว่าคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่

เขาให้ความสำคัญกับงานเป็นอันดับแรกๆ แต่ถ้าเราชวนไปเที่ยวสองต่อสอง

หรือชวนไปห้อง เขาจะรีบตอบตกลงทันที ถ้าเดทธรรมดา ชวนไปทานข้าว ดูหนังทั่วไป

ท่าทางเขาจะดูไม่ค่อยเต็มใจ ก็โอเคแหละที่จะไป แต่หลังจากทานข้าว ดูหนัง

เขาอยากทำอะไรมากกว่านี้น่ะสิ เขาอาจจะแย้มๆ พูดจาสองแง่สองง่าม เช่น

ชวนไปห้องเราหรือชวนเราไปห้องเขา เดทกันที่ห้องเขา ดูหนัง ทำอาหารกันสองคน

แค่นั่นเอ๊งงงงงงง …....ไม่มีอะไรแอบแฝงเลยยยยยยย…………



3. หลีกเลี่ยงการเล่าเรื่องส่วนตัว

คนญี่ปุ่นถ้าไม่สนิทหรือรู้จักกันจริงๆ เขามักไม่ค่อยเล่าเรื่องส่วนตัวหรือชีวิตส่วนตัว

อันนี้เป็นเรื่องจริงส่วนหนึ่ง ส่วนใหญ่เท่าที่ต้าสัมผัสหรือได้มีโอกาสได้รู้จักกับคนญี่ปุ่น

ถ้าเป็นการรู้จักแบบผิวเผินทั่วไป ข้อมูลทั่วไป เช่นทำงานที่ไหน อายุเท่าไหร่ มีพี่น้องกี่คน

อันนี้เขาตอบได้ แต่จะไม่ลงรายละเอียดส่วนตัวลึกของตัวเขาเอง เช่น ปัญหาชีวิต ปัญหาที่ทำงาน

ลักษณะการทำงาน พี่น้องทำงานที่ไหน มีลูกกี่คน แต่งงานหรือเป็นโสด

ถ้าเป็นคนที่รู้จักกันแบบผิวเผิน ตามมารยาททั่วไป เราก็ไม่ถามกันอยู่แล้วจริงไหม……

แต่ถ้าคบกันระดับหนึ่งหรือมีการสานสัมพันธ์ในเชิงของเรื่องหนุ่มสาวจีบกัน

เรากลับไม่รู้รายละเอียดอะไรในชีวิตของเขาเลย พอเราถามเรื่องราวชีวิตของเขา

เขาบ่ายเบี่ยงที่จะตอบ บางครั้งก็เปลี่ยนชวนคุยเรื่องอื่นกลางคันสะงั้น

ต้าเองเคยเจอนะ ตอนที่สมัยยังเล่นแชท เขาบอก เนี่ย….มาดีลงานที่ฮ่องกง

แล้วจะมาไทย อยากมาเจอต้า ต้าเลยขอให้เขาเปิดกล้อง เพื่อเช็คว่าไม่ใช่สแกมเมอร์

ก็ทักทายกันปกติ จากนั้นต่างคนต่างหายไปหลายเดือน เขาทักแชทมาใหม่ (เข้าใจว่าทักผิดคน)

ต้าก็เออ ออ ห่อหมก ทำเนียนคุยต่อ…เขาบอกตอนนี้อยู่ไทยแล้ว อยากเจอ

ต้าเลยชวนเขาเปิดกล้อง แท๊น แท่นนนนน….เปิดกล้องมาเป็นห้องเดิม มุมเดิม

ที่เขาบอกว่าไปดีลงานที่ฮ่องกงจ้าาาา……ต้าเลยแซวเขาเล่นๆ แซวนิดเดียวเอง

"ว่าห้องที่ไทยที่ยูอยู่ เหมือนตอนที่ยูอยู่ฮ่องกงเลยอ่ะ" แซวแค่นี้ ทำไมต้องบล็อกกันด้วย ฮ่าๆๆๆ

ยิ่งคุยเยอะ คุยหลายคน ยิ่งต้องระวังการเล่าเรื่องส่วนตัว เพราะอาจจำไม่ได้ว่าคุยอะไรกับใคร ไว้บ้างนั่นเอง……



นี่เป็นข้อสังเกต ประสบการณ์เล็กๆน้อยๆที่นำมาเล่า แชร์ แบ่งปัน

เผื่อไว้เป็นประโยชน์กับใครหลายๆคน ให้ระวังการคบหากับผู้ชายที่เราเพิ่งรู้จัก

เพราะคนทุกวันนี้รู้หน้าไม่รู้ใจ เห็นหน้าตาสวยๆหล่อๆเราไม่มีทางรู้เลยว่าจิตใจเขาเป็นอย่างไร

หรือซ่อนโรคอะไรไว้ ตามที่เราเห็นข่าวอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นข่าวฆาตกรรม

ติดโรคร้ายแรงจากคู่นอนหรือสูญเสียเงินทองเพราะถูกหลอก

ต้าตั้งใจเขียนบล็อกขึ้นมาเพื่ออยากให้เป็นข้อฉุกคิดในการคุยหรือคบหากับคนแปลกหน้า

ประสบการณ์บางประสบการณ์เราไม่จำเป็นต้องประสบด้วยตัวเองเสมอไป

แต่เราสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่นเพื่อนำมาเตือนสติเราในการใช้ชีวิตได้

หวังว่าสิ่งที่ต้าเขียนจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะคะ  (^___^)  (^___^)




ขอบคุณภาพจาก​

https://www.men-joy.jp/archives/173040

http://ure.pia.co.jp/articles/-/25079

https://papimami.jp/21452

http://news.ameba.jp/20140916-225/

http://saras-media.com/11183

https://www.world-of-dawkins.com/sefure

"ผู้ชายญี่ปุ่นที่คบกัน ไม่เรียกว่าแฟน แต่ความสัมพันธ์ยิ่งกว่าแฟน"

"เวลาเขาเหงาจะโทรมาหา บอก อยากเจอ คิดถึง พอได้ในสิ่งที่เขาต้องการ เขาก็หายไป"

"คบกันแต่พอถามถึงความสัมพันธ์ เขากลับเงียบและเลี่ยงไม่ตอบคำถาม"

"รักเขาจังเลยค่ะ แต่เขาไม่ชัดเจนอะไรสักอย่าง"

"เจอกันตอนที่เขามาไทย เขาดีมากเลยค่ะ แต่พอกลับญี่ปุ่นไปแล้วก็ติดต่อเขาไม่ได้อีกเลย"

นี่เป็นคำถามที่มักจะได้ยินบ่อยๆ ที่เห็นสาวๆหลายคนเข้ามาบ่นให้ฟัง

ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายญี่ปุ่นหรือผู้ชายต่างชาติเข้ามาจีบหรือทำความรู้จักในเชิงชู้สาว

เราไม่มีทางรู้เลยว่าเขาจริงใจหรือหวังกับเราเพียงแค่เรื่องบนเตียง

หากผู้ชายไทยมาจีบอาจรู้สึกเฉยๆเพราะมันเป็นความเคยชินกับสังคม

และวัฒนธรรมของบ้านเราเอง แต่พอเป็นผู้ชายญี่ปุ่น เป็นผู้ชายต่างชาติเข้ามาจีบ

แหมมมม……เรานี่ก็มีเสน่ห์ไม่เบาเลยนะ // จิกขา เผยอปาก (ต้าเอง 55555)

พอได้รู้จัก ได้เรียนรู้กัน ทำให้ปลื้มกับความสุภาพ ความเป็นผู้นำ เสน่ห์อะไรหลายๆอย่าง

ของหนุ่มแดนปลาดิบ มันช่างน่าค้นหาและท้าทายในเวลาเดียวกัน………….

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ชายที่เข้ามาก็ไม่ได้การันตีว่า "คนทุกคนจะเป็นคนดีและจริงใจ"


โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ที่สื่อสารกันได้กันง่ายและรวดเร็วอย่างทุกวันนี้

ถ้าเข้ามาแบบตรงๆ เช่น "หน้าตาและรูปร่างหนูนี่ ช่างตรงสเป็กเฮียจริงๆ อาทิตย์หน้าเฮีย

จะไปดีลงานที่ไทย ไปเที่ยวกับเฮียหน่อยสิ เมียญี่ปุ่นเฮียไม่ค่อยเอาใจ สนใจแต่ลูก

ไปกับเฮีย 3 วัน เดี๋ยวเฮียจะให้ค่าขนม 5,000 นะหนูนะ" เจอเข้ามาตรงๆแบบนี้มันชัดเจน

ในสิ่งที่เขาอยากได้ อยู่ที่เราแล้วล่ะ จะรับข้อเสนอหรือโบกมือบ๊าย บาย.......

แต่ส่วนใหญ่มักไม่เข้ามาตรงๆแบบนี้น่ะสิ มักจะเข้าหลากหลายรูปแบบ

จนบางครั้งเราไม่สามารถแยกแยะได้ว่า "จุดประสงค์จริงๆเขาต้องการอะไร"

เรื่องที่ต้าจะเขียนต่อไปนี้เป็นประสบการณ์ของตัวต้าเองและจากคำแนะนำจากคนญี่ปุ่นใกล้ตัว

ไม่ได้หมายถึงว่าผู้ชายญี่ปุ่นทุกคนต้องเป็นแบบที่ต้ากล่าวมาทุกคน ย้ำว่าบางคนเท่านั้น!

อยากให้ใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ  (^___^)  (^___^)

สัญญาณอันตราย ผู้ชายญี่ปุ่นแบบนี้ "คิดกับคุณแค่เรื่องบนเตียง"



1. เขามักจะขอมีอะไรกับคุณแบบทางอ้อมหรือชวนคุยแต่เรื่องอย่างว่า

เรื่องราวเกี่ยวกับเราหรือเรื่องราวเกี่ยวกับโลกมีมากมายให้คุย แต่เขามักจะดึงคุณ

ให้คุยแต่เรื่องอย่างว่า "หน้าอกเราสวยนะ รูปร่างเราดี อยากเห็นเราใส่ชุดวาบหวิวแบบนี้จัง"

ที่ชัดเจนสุดคือ "ถ้าเขามาไทยแล้วเขาจะมาพักเราได้ไหมหรือเราไปค้างที่โรงแรมกับเขาได้ไหม"

เชื่อไหม?? ถ้าเราปฏิเสธคำร้องขอของเขา เขาจะค่อยๆหายหรือหายไปเลย

แต่ถ้าเรายอมรับข้อเสนอของเขา เขาก็อาจจะคุยกับเราต่อเพื่อสานต่อวัตถุประสงค์ของตัวเขาเอง


2. เดทแต่ไม่เหมือนเดท

ถ้าเราส่งข้อความไปถามสารทุกข์สุขดิบ เล่าเรื่องราวส่วนตัวของเรา 

เขาไม่มีน่าทีสนใจอยากรู้ ไม่ค่อยอยากตอบ บางทีอ่านแล้วไม่ตอบ หรือนานๆทีค่อยตอบสักครั้ง

พอบ่นว่าเขาชอบทำเย็นชาใส่ ไม่สนใจเราเลย เขาก็มักจะอ้างว่างานยุ่ง งานเยอะ

เจอข้ออ้างแบบนี้ ใครจะกล้าไปเซ้าซี้ล่ะ อย่างที่เรารู้กันว่าคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่

เขาให้ความสำคัญกับงานเป็นอันดับแรกๆ แต่ถ้าเราชวนไปเที่ยวสองต่อสอง

หรือชวนไปห้อง เขาจะรีบตอบตกลงทันที ถ้าเดทธรรมดา ชวนไปทานข้าว ดูหนังทั่วไป

ท่าทางเขาจะดูไม่ค่อยเต็มใจ ก็โอเคแหละที่จะไป แต่หลังจากทานข้าว ดูหนัง

เขาอยากทำอะไรมากกว่านี้น่ะสิ เขาอาจจะแย้มๆ พูดจาสองแง่สองง่าม เช่น

ชวนไปห้องเราหรือชวนเราไปห้องเขา เดทกันที่ห้องเขา ดูหนัง ทำอาหารกันสองคน

แค่นั่นเอ๊งงงงงงง …....ไม่มีอะไรแอบแฝงเลยยยยยยย…………



3. หลีกเลี่ยงการเล่าเรื่องส่วนตัว

คนญี่ปุ่นถ้าไม่สนิทหรือรู้จักกันจริงๆ เขามักไม่ค่อยเล่าเรื่องส่วนตัวหรือชีวิตส่วนตัว

อันนี้เป็นเรื่องจริงส่วนหนึ่ง ส่วนใหญ่เท่าที่ต้าสัมผัสหรือได้มีโอกาสได้รู้จักกับคนญี่ปุ่น

ถ้าเป็นการรู้จักแบบผิวเผินทั่วไป ข้อมูลทั่วไป เช่นทำงานที่ไหน อายุเท่าไหร่ มีพี่น้องกี่คน

อันนี้เขาตอบได้ แต่จะไม่ลงรายละเอียดส่วนตัวลึกของตัวเขาเอง เช่น ปัญหาชีวิต ปัญหาที่ทำงาน

ลักษณะการทำงาน พี่น้องทำงานที่ไหน มีลูกกี่คน แต่งงานหรือเป็นโสด

ถ้าเป็นคนที่รู้จักกันแบบผิวเผิน ตามมารยาททั่วไป เราก็ไม่ถามกันอยู่แล้วจริงไหม……

แต่ถ้าคบกันระดับหนึ่งหรือมีการสานสัมพันธ์ในเชิงของเรื่องหนุ่มสาวจีบกัน

เรากลับไม่รู้รายละเอียดอะไรในชีวิตของเขาเลย พอเราถามเรื่องราวชีวิตของเขา

เขาบ่ายเบี่ยงที่จะตอบ บางครั้งก็เปลี่ยนชวนคุยเรื่องอื่นกลางคันสะงั้น

ต้าเองเคยเจอนะ ตอนที่สมัยยังเล่นแชท เขาบอก เนี่ย….มาดีลงานที่ฮ่องกง

แล้วจะมาไทย อยากมาเจอต้า ต้าเลยขอให้เขาเปิดกล้อง เพื่อเช็คว่าไม่ใช่สแกมเมอร์

ก็ทักทายกันปกติ จากนั้นต่างคนต่างหายไปหลายเดือน เขาทักแชทมาใหม่ (เข้าใจว่าทักผิดคน)

ต้าก็เออ ออ ห่อหมก ทำเนียนคุยต่อ…เขาบอกตอนนี้อยู่ไทยแล้ว อยากเจอ

ต้าเลยชวนเขาเปิดกล้อง แท๊น แท่นนนนน….เปิดกล้องมาเป็นห้องเดิม มุมเดิม

ที่เขาบอกว่าไปดีลงานที่ฮ่องกงจ้าาาา……ต้าเลยแซวเขาเล่นๆ แซวนิดเดียวเอง

"ว่าห้องที่ไทยที่ยูอยู่ เหมือนตอนที่ยูอยู่ฮ่องกงเลยอ่ะ" แซวแค่นี้ ทำไมต้องบล็อกกันด้วย ฮ่าๆๆๆ

ยิ่งคุยเยอะ คุยหลายคน ยิ่งต้องระวังการเล่าเรื่องส่วนตัว เพราะอาจจำไม่ได้ว่าคุยอะไรกับใคร ไว้บ้างนั่นเอง……



นี่เป็นข้อสังเกต ประสบการณ์เล็กๆน้อยๆที่นำมาเล่า แชร์ แบ่งปัน

เผื่อไว้เป็นประโยชน์กับใครหลายๆคน ให้ระวังการคบหากับผู้ชายที่เราเพิ่งรู้จัก

เพราะคนทุกวันนี้รู้หน้าไม่รู้ใจ เห็นหน้าตาสวยๆหล่อๆเราไม่มีทางรู้เลยว่าจิตใจเขาเป็นอย่างไร

หรือซ่อนโรคอะไรไว้ ตามที่เราเห็นข่าวอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นข่าวฆาตกรรม

ติดโรคร้ายแรงจากคู่นอนหรือสูญเสียเงินทองเพราะถูกหลอก

ต้าตั้งใจเขียนบล็อกขึ้นมาเพื่ออยากให้เป็นข้อฉุกคิดในการคุยหรือคบหากับคนแปลกหน้า

ประสบการณ์บางประสบการณ์เราไม่จำเป็นต้องประสบด้วยตัวเองเสมอไป

แต่เราสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่นเพื่อนำมาเตือนสติเราในการใช้ชีวิตได้

หวังว่าสิ่งที่ต้าเขียนจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะคะ  (^___^)  (^___^)




ขอบคุณภาพจาก​

https://www.men-joy.jp/archives/173040

http://ure.pia.co.jp/articles/-/25079

https://papimami.jp/21452

http://news.ameba.jp/20140916-225/

http://saras-media.com/11183

https://www.world-of-dawkins.com/sefure

บทความล่าสุด