l เกี่ยวกับความรัก

Fresh news from Japan!

We are excited to deliver you the the freshest news from Japan!

หนุ่มญี่ปุ่นมีความโรแมนติกแค่ไหน....

By , วันศุกร์, 02 กุมภาพันธ์ 2561

เชื่อว่าหลายๆคนที่คบกับหนุ่มญี่ปุ่นอยู่ คงมีปัญหาคล้ายๆกันคือ "ความไม่โรแมนติกของผู้ชายญี่ปุ่น"

เรื่องความสุภาพ ความรับผิดชอบ (ส่วนใหญ่) ของผู้ชายญี่ปุ่นเรามักยกให้เป็นที่หนึ่ง

หลายคนกลุ้มอก กลุ้มใจ เพราะนอกจากผู้ชายญี่ปุ่นจะไม่โรแมนติกแล้ว เวลาที่มีแทบทั้งหมดก็ยกให้กับงาน 

จะมาหยอกล้อ พูดจากระหนุงกระหนิง ก็แค่ช่วงโปรโมชั่น พอหมดโปรก็เข้าสู่สภาวะเดิมที่แท้จริง

ต้าเองก็เคยบ่นแฟนญี่ปุ่นตัวเองเบาๆ ว่าเขาไม่โรแมนติก ไม่มีความละมุนละไมเอาซะเลย

เขาหันมาตอบต้าว่า "แบบไหนที่เรียกว่าโรแมนติก แล้วต้องทำยังไงถึงจะโรแมนติก?"

มาถามแบบนี้มันก็พูดยากเนอะ ( = . = ) เพราะนิยามความโรแมนติกของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน

บางคนอาจชอบแบบอ่อนโยนและอ่อนหวาน บางคนอาจชอบแบบลุยๆ แมนๆ ห้าวๆ นี่แหละโรแมนติกแล้ว 



อย่างต้าเองเป็นประเภทพวกชอบอ่านนิยายตาหวาน ดูหนังเยอะ อธิบายให้เขาฟังว่า ความโรแมนติกของต้าคือ 

พูดจาหวานๆ ทำอาหารเช้ามาเสริฟบนเตียง Kiss ตอนเช้าและก่อนเข้านอน มี Supirse (ของที่เราชอบ)

ในวันสำคัญพร้อมช่อดอกไม้โตๆ พาไป Dinner บนดาดฟ้าของโรงแรม นอนดูดาวตกด้วยกัน

โอบกอดเราในวันที่เหนื่อยและท้อแท้ กุมมือเราไม่หวั่นแม้วันมามาก เห้ยยย!!....แม้มีปัญหาชีวิต

บรรยายพร้อมด้วยดวงตาที่เปล่งประกายระยิบระยับ แฟนหันมาเบรคเอี๊ยด.ด.ดด หัวแทบคะมำ… "เพ้อเจ้อ"

หันไปมองแฟนตัวเองด้วยสายตาเคืองๆ พร้อมเบ้ปาก จังหวะนั้น แฟนยกมือขึ้นมาช้อนหน้าเบาๆ

พูดด้วยโทนเสียงสอง น้ำเสียงใหญ่และนุ่มลึก "ต้าจัง เจ้าหญิงของผม ผมรักคุณจากสุดขั้วหัวใจ

หากเปรียบก็คงลึกกว่าน้ำในมหาสมุทร ความจริงใจของผมที่มีให้ ก็คงจะใสกว่าน้ำค้างบนใบหญ้ายามเช้าตรู่"

ต้าทำหน้าแหยงก่อนผลักมือออก….แหวะ…!! อย่ามาสะตออิอ้วน!! จะอ้วก..…

"5555 เห็นไหม? พอพูดหวานๆ โรแมนติกๆ ก็บอกว่าสะตอ เอาใจยากจริง จริ๊งงงง... ชิ๊!! " เบือนหน้าหนี

แหม…ก็มันดู Fake อ่ะ...เรื่องความโรแมนติกมันต้องดูเป็นธรรมชาติ ทำให้ต้าคิดได้ว่า

"ความเป็นธรรมชาติคือเสน่ห์ของความโรแมนติก ความโรแมนติกมันก็ต้องเป็นไปอย่างธรรมชาติ"

โดยไม่ต้องประดิษฐ์หรือปรุงแต่งเพิ่มเติม มันเป็นของมันอยู่แล้วตั้งแต่แรก 

เลยถึงบางอ้อ จริงๆแล้วเราต่างหากที่ไปตั้งความหวัง ไปสร้างตัวตนให้เขาเป็นแบบนั้น แบบนี้ ตามที่เราต้องการ

พอไม่ได้ดั่งใจ เราก็ตีอกชกตัว ว่าเขาไม่โรแมนติก เพียงเพราะไม่ได้อย่างที่ใจเราต้องการ



มองกลับกัน ถ้าเขาเป็นฝ่ายเรียกร้องบ้าง ให้เราทำอย่างที่เขาอยากให้เราเป็น เราคงรู้สึกอึดอัดใจน่าดู

ต้าไปเจอบทความหนึ่งจาก Website themomentum : ผลสำรวจที่กว่า 80% ของคนโสดญี่ปุ่นมองว่า 

"ความโรแมนติกนั้นน่าเบื่อ" ด้านโพลสำรวจของรัฐบาลญี่ปุ่นที่สำรวจชาวญี่ปุ่นกว่า 7,000 คน อายุ 20-39 ปี 

และพบว่า 37.6% ไม่รู้สึกอยากมีคู่รัก  เพราะคิดว่าเป็นเรื่อง 'น่าเบื่อ' อย่างไรก็ตาม 60.8% ยังอยากมีรักโรแมนติกอยู่ 

ไหนจะการแข่งขันที่สูง ไม่ว่าจะเรื่องเรียนหรือการทำงาน ทำให้ลืมนึกคิดไปเลยเรื่องความรัก 

ต้าว่าจริงนะ พออายุเริ่มเยอะขึ้น ประสบการณ์ชีวิตมากขึ้น มุมมองการมองความรักก็แตกต่างออกไปจากแต่ก่อน

ช่วงเริ่มวัยรุ่นให้นิยามความรัก คือการได้คุยกันทุกวัน (จนหลับคาโทรศัพท์) บอกรักกัน ทานข้าว ดูหนัง พูดจาหวานๆ

ช่วงวัยรุ่น สเป็กก็สูงหน่อย ต้องขาว สูง หล่อ ฉลาด พอช่วงวัยทำงาน หน้าตาแค่พอดูได้ มีความรับผิดชอบสูง

อาชีพการงานมั่นคง แต่ถ้าเลยไปวัยทำงานไปแล้ว อันนี้อาจมองแค่ ดูแลตัวเองได้ ไม่เป็นภาระเราก็พอมั้ง ฮ่าๆๆ (>///< )



เอาเข้าจริงๆ คนเราต่างก็ต้องการความรัก ความเอาใจใส่ และ ได้รับความสำคัญ

เราสามารถสร้างความโรแมนติก ความหวานตามที่เราต้องการได้ เป็นวัฒนธรรมและธรรมเนียมเล็กๆ

ในความสัมพันธ์  ในครอบครัวของเราได้ สังเกตดูว่าบ้านไหนที่พ่อแม่ลูก กอดกัน หอมกันเป็นเรื่องปกติ

ทำโดยไม่เคอะเขิน ดูเป็นธรรมชาติ เราเห็นก็รู้สึกว่าดีจัง ดูอบอุ่น ดูโรแมนติก แต่ถ้าเราไม่เคยแล้วมาทำมันคงรู้สึกแปลกๆ

กับแฟนญี่ปุ่นต้าเองแต่ก่อนก็อายที่จะกอด หอม แสดงความรักด้วยภาษากาย แต่ทุกวันนี้กลายเป็นเรื่องปกติ

ถ้าไม่เข้าไปกอดหรือหอม เริ่มไม่ปกติสำหรับเขา เพราะเราไปสร้างธรรมเนียมและนิสัยใหม่ให้เขาแล้วนั่นเอง (>////< )

จริงๆคนทุกคนก็มีความหวาน ความโรแมนติกอยู่ในตัว แต่แค่แสดงออกไม่เหมือนกันเท่านั้นเอง

Link ข้างล่างนี้ เป็นบล็อกนี้ต้าเคยเขียนไว้  "4 วิธีบอกรักอันไร้เสียงของผู้ชายญี่ปุ่น" ยังไงลองคลิ๊กอ่านดูนะคะ (^__^)

http://www.ilovejapan.co.th/love/entry/how-to-say-love-for-japanese-men

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ สำหรับวันนี้ บ๊ายยย บายยยย....^^




ขอบคุณบทความผลสำรวจของคนญี่ปุ่นจาก

http://themomentum.co/momentum-feature-japanese-isolation


ขอบคุณภาพจาก

https://weheartit.com/entry/136807654

http://jfdb.jp/en/title/1889

https://pc.video.dmkt-sp.jp/ti/10014017

http://srtabookaholic.blogspot.com/2015/08/hora-do-dorama-boku-no-hatsukoi-wo-kimi.html

https://www.pinterest.com/pin/488429522068523842/

เชื่อว่าหลายๆคนที่คบกับหนุ่มญี่ปุ่นอยู่ คงมีปัญหาคล้ายๆกันคือ "ความไม่โรแมนติกของผู้ชายญี่ปุ่น"

เรื่องความสุภาพ ความรับผิดชอบ (ส่วนใหญ่) ของผู้ชายญี่ปุ่นเรามักยกให้เป็นที่หนึ่ง

หลายคนกลุ้มอก กลุ้มใจ เพราะนอกจากผู้ชายญี่ปุ่นจะไม่โรแมนติกแล้ว เวลาที่มีแทบทั้งหมดก็ยกให้กับงาน 

จะมาหยอกล้อ พูดจากระหนุงกระหนิง ก็แค่ช่วงโปรโมชั่น พอหมดโปรก็เข้าสู่สภาวะเดิมที่แท้จริง

ต้าเองก็เคยบ่นแฟนญี่ปุ่นตัวเองเบาๆ ว่าเขาไม่โรแมนติก ไม่มีความละมุนละไมเอาซะเลย

เขาหันมาตอบต้าว่า "แบบไหนที่เรียกว่าโรแมนติก แล้วต้องทำยังไงถึงจะโรแมนติก?"

มาถามแบบนี้มันก็พูดยากเนอะ ( = . = ) เพราะนิยามความโรแมนติกของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน

บางคนอาจชอบแบบอ่อนโยนและอ่อนหวาน บางคนอาจชอบแบบลุยๆ แมนๆ ห้าวๆ นี่แหละโรแมนติกแล้ว 



อย่างต้าเองเป็นประเภทพวกชอบอ่านนิยายตาหวาน ดูหนังเยอะ อธิบายให้เขาฟังว่า ความโรแมนติกของต้าคือ 

พูดจาหวานๆ ทำอาหารเช้ามาเสริฟบนเตียง Kiss ตอนเช้าและก่อนเข้านอน มี Supirse (ของที่เราชอบ)

ในวันสำคัญพร้อมช่อดอกไม้โตๆ พาไป Dinner บนดาดฟ้าของโรงแรม นอนดูดาวตกด้วยกัน

โอบกอดเราในวันที่เหนื่อยและท้อแท้ กุมมือเราไม่หวั่นแม้วันมามาก เห้ยยย!!....แม้มีปัญหาชีวิต

บรรยายพร้อมด้วยดวงตาที่เปล่งประกายระยิบระยับ แฟนหันมาเบรคเอี๊ยด.ด.ดด หัวแทบคะมำ… "เพ้อเจ้อ"

หันไปมองแฟนตัวเองด้วยสายตาเคืองๆ พร้อมเบ้ปาก จังหวะนั้น แฟนยกมือขึ้นมาช้อนหน้าเบาๆ

พูดด้วยโทนเสียงสอง น้ำเสียงใหญ่และนุ่มลึก "ต้าจัง เจ้าหญิงของผม ผมรักคุณจากสุดขั้วหัวใจ

หากเปรียบก็คงลึกกว่าน้ำในมหาสมุทร ความจริงใจของผมที่มีให้ ก็คงจะใสกว่าน้ำค้างบนใบหญ้ายามเช้าตรู่"

ต้าทำหน้าแหยงก่อนผลักมือออก….แหวะ…!! อย่ามาสะตออิอ้วน!! จะอ้วก..…

"5555 เห็นไหม? พอพูดหวานๆ โรแมนติกๆ ก็บอกว่าสะตอ เอาใจยากจริง จริ๊งงงง... ชิ๊!! " เบือนหน้าหนี

แหม…ก็มันดู Fake อ่ะ...เรื่องความโรแมนติกมันต้องดูเป็นธรรมชาติ ทำให้ต้าคิดได้ว่า

"ความเป็นธรรมชาติคือเสน่ห์ของความโรแมนติก ความโรแมนติกมันก็ต้องเป็นไปอย่างธรรมชาติ"

โดยไม่ต้องประดิษฐ์หรือปรุงแต่งเพิ่มเติม มันเป็นของมันอยู่แล้วตั้งแต่แรก 

เลยถึงบางอ้อ จริงๆแล้วเราต่างหากที่ไปตั้งความหวัง ไปสร้างตัวตนให้เขาเป็นแบบนั้น แบบนี้ ตามที่เราต้องการ

พอไม่ได้ดั่งใจ เราก็ตีอกชกตัว ว่าเขาไม่โรแมนติก เพียงเพราะไม่ได้อย่างที่ใจเราต้องการ



มองกลับกัน ถ้าเขาเป็นฝ่ายเรียกร้องบ้าง ให้เราทำอย่างที่เขาอยากให้เราเป็น เราคงรู้สึกอึดอัดใจน่าดู

ต้าไปเจอบทความหนึ่งจาก Website themomentum : ผลสำรวจที่กว่า 80% ของคนโสดญี่ปุ่นมองว่า 

"ความโรแมนติกนั้นน่าเบื่อ" ด้านโพลสำรวจของรัฐบาลญี่ปุ่นที่สำรวจชาวญี่ปุ่นกว่า 7,000 คน อายุ 20-39 ปี 

และพบว่า 37.6% ไม่รู้สึกอยากมีคู่รัก  เพราะคิดว่าเป็นเรื่อง 'น่าเบื่อ' อย่างไรก็ตาม 60.8% ยังอยากมีรักโรแมนติกอยู่ 

ไหนจะการแข่งขันที่สูง ไม่ว่าจะเรื่องเรียนหรือการทำงาน ทำให้ลืมนึกคิดไปเลยเรื่องความรัก 

ต้าว่าจริงนะ พออายุเริ่มเยอะขึ้น ประสบการณ์ชีวิตมากขึ้น มุมมองการมองความรักก็แตกต่างออกไปจากแต่ก่อน

ช่วงเริ่มวัยรุ่นให้นิยามความรัก คือการได้คุยกันทุกวัน (จนหลับคาโทรศัพท์) บอกรักกัน ทานข้าว ดูหนัง พูดจาหวานๆ

ช่วงวัยรุ่น สเป็กก็สูงหน่อย ต้องขาว สูง หล่อ ฉลาด พอช่วงวัยทำงาน หน้าตาแค่พอดูได้ มีความรับผิดชอบสูง

อาชีพการงานมั่นคง แต่ถ้าเลยไปวัยทำงานไปแล้ว อันนี้อาจมองแค่ ดูแลตัวเองได้ ไม่เป็นภาระเราก็พอมั้ง ฮ่าๆๆ (>///< )



เอาเข้าจริงๆ คนเราต่างก็ต้องการความรัก ความเอาใจใส่ และ ได้รับความสำคัญ

เราสามารถสร้างความโรแมนติก ความหวานตามที่เราต้องการได้ เป็นวัฒนธรรมและธรรมเนียมเล็กๆ

ในความสัมพันธ์  ในครอบครัวของเราได้ สังเกตดูว่าบ้านไหนที่พ่อแม่ลูก กอดกัน หอมกันเป็นเรื่องปกติ

ทำโดยไม่เคอะเขิน ดูเป็นธรรมชาติ เราเห็นก็รู้สึกว่าดีจัง ดูอบอุ่น ดูโรแมนติก แต่ถ้าเราไม่เคยแล้วมาทำมันคงรู้สึกแปลกๆ

กับแฟนญี่ปุ่นต้าเองแต่ก่อนก็อายที่จะกอด หอม แสดงความรักด้วยภาษากาย แต่ทุกวันนี้กลายเป็นเรื่องปกติ

ถ้าไม่เข้าไปกอดหรือหอม เริ่มไม่ปกติสำหรับเขา เพราะเราไปสร้างธรรมเนียมและนิสัยใหม่ให้เขาแล้วนั่นเอง (>////< )

จริงๆคนทุกคนก็มีความหวาน ความโรแมนติกอยู่ในตัว แต่แค่แสดงออกไม่เหมือนกันเท่านั้นเอง

Link ข้างล่างนี้ เป็นบล็อกนี้ต้าเคยเขียนไว้  "4 วิธีบอกรักอันไร้เสียงของผู้ชายญี่ปุ่น" ยังไงลองคลิ๊กอ่านดูนะคะ (^__^)

http://www.ilovejapan.co.th/love/entry/how-to-say-love-for-japanese-men

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ สำหรับวันนี้ บ๊ายยย บายยยย....^^




ขอบคุณบทความผลสำรวจของคนญี่ปุ่นจาก

http://themomentum.co/momentum-feature-japanese-isolation


ขอบคุณภาพจาก

https://weheartit.com/entry/136807654

http://jfdb.jp/en/title/1889

https://pc.video.dmkt-sp.jp/ti/10014017

http://srtabookaholic.blogspot.com/2015/08/hora-do-dorama-boku-no-hatsukoi-wo-kimi.html

https://www.pinterest.com/pin/488429522068523842/

บทความล่าสุด