l เกี่ยวกับความรัก

Fresh news from Japan!

We are excited to deliver you the the freshest news from Japan!

ผู้ชายญี่ปุ่นเข้าใจยากจริงเหรอ??

By , วันจันทร์, 28 พฤศจิกายน 2559

​หลายครั้งที่ความติสท์และโลกส่วนตัวสูงของผู้ชายญี่ปุ่นทำให้ผู้หญิงไทยอย่างเราสับสน

และมึนงงกับพฤติกรรมที่เดี๋ยวดี เดี๋ยวเงียบ จนปรับตัวตามไม่ถูก

บทจะหวาน ก็หวานยิ่งกว่าน้ำผึ้งเดือนห้า บทจะเย็นชา ก็เย็นกว่าน้ำแข็งขั้วโลกเหนือ

วันนี้ชวนคุยเป็นต่อยหอย วันต่อมาเงียบเป็นป่าช้าร้าง เอ๊ะ!! แล้วต้องทำอย่างไร?

ฉันตามเธอไม่ทันแล้วโกโบริ นี่เรายังรักกันอยู่หรือเปล่า....

เพราะส่วนใหญ่เวลาที่เราจีบกันมักจะหันด้านดีเข้าหากันเสมอ

เพื่อให้อีกฝ่ายเกิดความประทับใจและเข้าไปนั่งในใจของคนนั้น นั่นเอง............



โดยธรรมชาติเวลาที่ผู้ชายจะจีบผู้หญิงสักคน มักจะทุ่มเท มี 100 ให้ 200 เขาว่ากันงั้นนะ

ตามสัญชาตญาณนักล่าและนักสู้ซามูไรอย่างชนชาติญี่ปุ่น... สู้เขาทาเคชิ! ย้าสสส์!!!

................เกี่ยวกันไหมนั่น?? ( =__-) ....................

ดึกดื่นเที่ยงคืนแค่ไหนก็ไม่ง่วง อารมณ์มันพลุ่งพล่าน เลือดสูบฉีดไปทั่วร่างกาย

อะไรที่ไม่เคยทำก็ทำ อะไรก็ทำอยู่อีกฝ่ายไม่ชอบก็เลิกทำ

ต้าเรียกพฤติกรรมแบบนี้ว่า "พฤติกรรมใหม่ชั่วคราว"

ทำไมต้าถึงเรียกแบบนี้? เพราะเมื่ออีกฝ่ายมีแรงดึงดูดต่ออีกคน เขาจะพยายามเปลี่ยน

ตัวของเขาเองให้อีกฝ่ายชอบและประทับใจมากที่สุด ยิ่งอีกฝ่ายชอบมากเท่าไหร่

เขาก็ยิ่งมีความภูมิใจกับตัวเองมากเท่านั้น แต่ช่วงเวลานี้มักจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่เราเรียกว่า "ช่วงโปรโมชั่น"

บางคนโปรสั้นโปรยาวแต่ถ้าใครได้โปรตลอดชีวิต....ฮิ้ววววว....ช่างโชคดีเหลือเกิน  (^___^)

ใครที่โดนหนุ่มญี่ปุ่นจีบช่วงแรกๆนี้ จะรู้สึกว่าผู้ชายญี่ปุ่นช่างดูอบอุ่น อ่อนโยน เหมือนตัวเองเป็นเจ้าหญิงตัวน้อยๆ

เรื่องดูแลเทคแคร์ของหนุ่มญี่ปุ่น ดั่งสุภาพบุรุษจุฑาเทพก็ไม่ปาน สาวๆต่างยกนิ้วกลาง เห้ยย!! นิ้วโป้งให้ใช่ไหมล่ะ  (-^.^- )

ไลน์ปุ๊บ ตอบปั๊บ ถึงรอก็ไม่เคยรอนาน ยุ่งแค่ไหนก็หาเวลาตอบไลน์ได้

ไปไหน ทำอะไรกับใครก็คอยส่งไลน์บอก ถึงตัวจะอยู่ไกลกันแต่ใจไม่เคยได้ไกลกันแม้แต่นาทีเดียว

แต่!!!.....ทำไมพอผ่านไปสักพักหรือที่เรียกว่า "ช่วงหมดโปรโมชั่น" ถึงกลับเปลี่่ยนหน้ามือเป็นหลังมือ?

หลังๆบอกงานยุ่ง ไม่ค่อยว่าง อยากพักบ้างล่ะ อยากมีเวลาส่วนตัวบ้างล่ะ

แรกๆก็ไลน์น้อย หลังๆไลน์ครั้งละวัน นานไปอีก 2-3 วันค่อยไลน์ที ใช่ซี้....(เสียงสูง) จีบเราติดแล้วนิ่  ( TT^TT )

มีคนใหม่ใช่ไหม เห็นเราเป็นแค่ตัวเลือกคนหนึ่งใช่ไหม ถึงไม่สนใจ ใส่ใจกันเหมือนเดิม

พอชวนคุยชวนถามก็บอก "ยังรักเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน" แต่พฤติกรรมเธอมันไม่ใช่! อ่ะฮึ้ยยยย....

ทะเลาะกันทีก็พยายามปรับให้ทีแต่แค่แป็บๆ สักพักก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม มันน่าน้อยใจนัก!  (=__- )



....จริงๆถ้าคนที่ยังรักกัน ต่อให้ยุ่งแค่ไหน เวลาน้อยเท่าไหร่ เขาก็หาเวลาให้ได้อยู่ดี.....

อันนี้ก็เรื่องจริงไม่เถียงแต่อย่างใด ต่างคนก็ต่างสไตล์ ถึงจะเป็นคนญี่ปุ่นเหมือนกัน

แต่ก็ไม่ใช่จะเหมือนกันหมดทั้งประเทศ ต้องดูและศึกษาที่นิสัยส่วนตัวเป็นหลัก

ลอง Search ใน Google ก็เห็น Lost Princess เขียนไว้ว่าผู้ชายญี่ปุ่นเป็นประเภทโลกส่วนตัวสูงลิ่ว

มีความติสท์ ต้องเข้าใจเขา ต้องทำแบบนั้น แบบนี้ ตามอ่านทุกบทความเพื่อพยายามจะเข้าใจผู้ชายประเทศนี้ให้มากขึ้น

แต่พยายามแล้วก็เหมือนกับหลอกตัวเองไปวันๆ สรุปเขารักเรา หรือเรารักเขาข้างเดียว?

เหมือนจะเข้าใจแต่ก็เหมือนคิดเข้าข้างตัวเอง พยายามจะเปลี่ยนแต่ก็เหมือนเปลี่ยนอยู่แค่ฝ่ายเดียว

ยิ่งคบก็ยิ่งท้อแล้วแบบนี้รักเราจะไปกันรอดได้อย่างไร..................



จริงๆแล้วเราเปลี่ยนใครไม่ได้ จะให้ทุกคนทำให้ได้ดั่งใจเราหมดก็คงไม่ได้เช่นกัน

ทีนี้เรามาเปลี่ยนที่ตัวเราเองง่ายสุด ตั้งคำถามกับตัวเอง ลองชั่งน้ำหนัก

ว่าการที่เราคบกับเขาเรามีน้ำสุขน้อยลงหรือความทุกข์มากขึ้น? 

เราเสียความเป็นตัวเองไหม?

คบกันไปแล้วเห็นอนาคตชัดเจนขึ้นมากไหม?

ถ้าเราไม่มีเขา เราจะหายทุกข์และมีความสุขมากขึ้นหรือเปล่า?

เมื่อเราลองคิดทบทวนและไตร่ตรองดีแล้ว ก็อยู่ที่เราเลือกที่จะสร้างสุขหรือทุกข์ให้ตัวเอง

และที่ต้องตั้งคำถามกับตัวเองเยอะๆคือ เรารู้จักผู้ชายญี่ปุ่นคนนี้ดีพอหรือยัง?  

หลายคนพยายามเรียกร้องให้ทุกอย่างเป็นเหมือนเดิมครั้งแรกที่รู้จักกัน

แต่พอคบกันนานขึ้น รู้จักกันมากขึ้น ทุกอย่างเริ่มกลับไม่เหมือนเดิม ต้าเรียกว่ากลับเข้าสู่นิสัยเดิม

ผู้ชายญี่ปุ่นต่างจากผู้ชายชาติอื่นที่จะมีระบบความคิดซับซ้อน คิดอีกอย่าง พูดและแสดงอีกอย่าง

เพราะประเทศญี่ปุ่นเป็นเกาะเล็กๆและมีภัยธรรมชาติเกิดขึ้นเสมอ มีอะไรต้องคอยช่วยเหลือกันไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง

ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน เลยทำให้คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่ค่อยกล้าพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดออกมาตรงๆ

เพราะเกาะก็มีแค่นั้น ทะเลาะกันไปก็หนีกันไม่พ้นอยู่ดี ประมาณนั้น.....

ถ้าคนที่ได้ใช้ชีวิตด้วยกันและอยุ่ด้วยกันทุกวันจะเรียนรู้นิสัย (แท้จริง) เร็วขึ้น (ต้าไม่ได้สนับสนุนให้อยู่ก่อนแต่งนะ!)

แต่ถ้าคู่ที่นานๆเจอกันที ปีละครั้งหรือ 2-3 ครั้งต่อปี ทำให้เห็นนิสัยที่แท้จริงใช้เวลานานขึ้น

เพราะจะไม่ค่อยเจออารมณ์เวลาที่เขาโกรธ เหนื่อย ท้อ ผิดหวัง แล้วเขามีวิธีจัดการกับอารมณ์ตัวเองยังไง

ถ้าคนที่อยู่ด้วยกันบ่อยๆจะรู้ว่าอารมณ์ไหนควรจัดการอย่างไร หรือปล่อยให้อยู่เงียบๆคนเดียวสักพัก

แต่ถ้าอยู่กันคนละประเทศมันไม่เห็นชัดเจน ถึงเขาจะบอกว่าเหนื่อย แต่เราก็ไม่เข้าใจความรู้สึกนั้นจริงๆ

ว่าเหนื่อยเพราะเหนื่อย หรือเหนื่อย + อารมณ์ท้อแท้ (ต้องการกำลังใจ) หรืออยากนอนพัก (เพราะเครียดกับงาน)

ผู้ชายญี่ปุ่นบางคนพอรู้จักนิสัยที่แท้จริง ผู้หญิงรับไม่ได้ก็มีเยอะหลายเคส เช่น เป็นคนซาดิสม์ชอบใช้ความรุนแรง

แต่ตอนคบกันเป็นผู้ชายสุภาพ อ่อนโยน หรือประเภทอาบน้ำอาทิตย์ละครั้ง ไม่ชอบแปรงฟันงี้ นอนกรน

ชอบตดเป็นชีวิตจิตใจ วันหยุดเล่นแต่เกม บ้าการ์ตูน เรารับได้ไหม? นี่แค่ยกตัวอย่างเฉยๆนะจ๊ะ 

เพราะฉะนั้นลองตั้งคำถามกับตัวเองดู "รู้จักผู้ชายญี่ปุ่นคนนี้ดีหรือยัง"

เพราะคนทุกคนทั้งมีข้อดีและมีข้อเสียด้วยกันทั้งนั้น  (^___^)



จากประสบการณ์ของต้า ไม่ว่าจะคบกับผู้ชายชาติไหน

ไม่ง่ายและราบรื่นสักชาติเพราะมีความซับซ้อนแตกต่างกันด้านวัฒนธรรม ความเชื่อ สังคมและการเลี้ยงดู

การคบกันช่วงแรกเริ่มก็เหมือนการใส่หน้ากากเข้าหากัน ถ้าอยากรู้จักนิสัยที่จริงที่ต้องให้เวลาเป็นตัวพิสูจน์

ขึ้นชื่อว่าการคบกันของคนสองชาติย่อมมีปัญหา 

แต่สิ่งที่จะทำให้คนสองคนไปกันรอดต้องการปรับเปลี่ยนเข้าหากัน ใช้ความอดทน

มีน้ำใจต่อกัน เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันและมีเชื่อใจกันสูงมาก

โดยเฉพาะกับคนญี่ปุ่นที่มีรายละเอียดหยิบย่อยทางวัฒธรรมเยอะ


ต้าขอเป็นกำลังให้ทุกๆคนสุขสมหวังกับความรักนะคะ  (^___^)   (^___^)




ขอบคุณภาพจาก

              
http://ayusnaoko.com/

             
http://www.ottawavintageclothingshow.com/entry18.html


http://konkatsu-no-mikata.com/column/20-40/04265323

            
http://howcollect.jp/feature/show/id/4

         
http://www.plaholi.com/pub/e1f5c7ae5c992d4daebe503005baeb5d


​หลายครั้งที่ความติสท์และโลกส่วนตัวสูงของผู้ชายญี่ปุ่นทำให้ผู้หญิงไทยอย่างเราสับสน

และมึนงงกับพฤติกรรมที่เดี๋ยวดี เดี๋ยวเงียบ จนปรับตัวตามไม่ถูก

บทจะหวาน ก็หวานยิ่งกว่าน้ำผึ้งเดือนห้า บทจะเย็นชา ก็เย็นกว่าน้ำแข็งขั้วโลกเหนือ

วันนี้ชวนคุยเป็นต่อยหอย วันต่อมาเงียบเป็นป่าช้าร้าง เอ๊ะ!! แล้วต้องทำอย่างไร?

ฉันตามเธอไม่ทันแล้วโกโบริ นี่เรายังรักกันอยู่หรือเปล่า....

เพราะส่วนใหญ่เวลาที่เราจีบกันมักจะหันด้านดีเข้าหากันเสมอ

เพื่อให้อีกฝ่ายเกิดความประทับใจและเข้าไปนั่งในใจของคนนั้น นั่นเอง............



โดยธรรมชาติเวลาที่ผู้ชายจะจีบผู้หญิงสักคน มักจะทุ่มเท มี 100 ให้ 200 เขาว่ากันงั้นนะ

ตามสัญชาตญาณนักล่าและนักสู้ซามูไรอย่างชนชาติญี่ปุ่น... สู้เขาทาเคชิ! ย้าสสส์!!!

................เกี่ยวกันไหมนั่น?? ( =__-) ....................

ดึกดื่นเที่ยงคืนแค่ไหนก็ไม่ง่วง อารมณ์มันพลุ่งพล่าน เลือดสูบฉีดไปทั่วร่างกาย

อะไรที่ไม่เคยทำก็ทำ อะไรก็ทำอยู่อีกฝ่ายไม่ชอบก็เลิกทำ

ต้าเรียกพฤติกรรมแบบนี้ว่า "พฤติกรรมใหม่ชั่วคราว"

ทำไมต้าถึงเรียกแบบนี้? เพราะเมื่ออีกฝ่ายมีแรงดึงดูดต่ออีกคน เขาจะพยายามเปลี่ยน

ตัวของเขาเองให้อีกฝ่ายชอบและประทับใจมากที่สุด ยิ่งอีกฝ่ายชอบมากเท่าไหร่

เขาก็ยิ่งมีความภูมิใจกับตัวเองมากเท่านั้น แต่ช่วงเวลานี้มักจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่เราเรียกว่า "ช่วงโปรโมชั่น"

บางคนโปรสั้นโปรยาวแต่ถ้าใครได้โปรตลอดชีวิต....ฮิ้ววววว....ช่างโชคดีเหลือเกิน  (^___^)

ใครที่โดนหนุ่มญี่ปุ่นจีบช่วงแรกๆนี้ จะรู้สึกว่าผู้ชายญี่ปุ่นช่างดูอบอุ่น อ่อนโยน เหมือนตัวเองเป็นเจ้าหญิงตัวน้อยๆ

เรื่องดูแลเทคแคร์ของหนุ่มญี่ปุ่น ดั่งสุภาพบุรุษจุฑาเทพก็ไม่ปาน สาวๆต่างยกนิ้วกลาง เห้ยย!! นิ้วโป้งให้ใช่ไหมล่ะ  (-^.^- )

ไลน์ปุ๊บ ตอบปั๊บ ถึงรอก็ไม่เคยรอนาน ยุ่งแค่ไหนก็หาเวลาตอบไลน์ได้

ไปไหน ทำอะไรกับใครก็คอยส่งไลน์บอก ถึงตัวจะอยู่ไกลกันแต่ใจไม่เคยได้ไกลกันแม้แต่นาทีเดียว

แต่!!!.....ทำไมพอผ่านไปสักพักหรือที่เรียกว่า "ช่วงหมดโปรโมชั่น" ถึงกลับเปลี่่ยนหน้ามือเป็นหลังมือ?

หลังๆบอกงานยุ่ง ไม่ค่อยว่าง อยากพักบ้างล่ะ อยากมีเวลาส่วนตัวบ้างล่ะ

แรกๆก็ไลน์น้อย หลังๆไลน์ครั้งละวัน นานไปอีก 2-3 วันค่อยไลน์ที ใช่ซี้....(เสียงสูง) จีบเราติดแล้วนิ่  ( TT^TT )

มีคนใหม่ใช่ไหม เห็นเราเป็นแค่ตัวเลือกคนหนึ่งใช่ไหม ถึงไม่สนใจ ใส่ใจกันเหมือนเดิม

พอชวนคุยชวนถามก็บอก "ยังรักเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน" แต่พฤติกรรมเธอมันไม่ใช่! อ่ะฮึ้ยยยย....

ทะเลาะกันทีก็พยายามปรับให้ทีแต่แค่แป็บๆ สักพักก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม มันน่าน้อยใจนัก!  (=__- )



....จริงๆถ้าคนที่ยังรักกัน ต่อให้ยุ่งแค่ไหน เวลาน้อยเท่าไหร่ เขาก็หาเวลาให้ได้อยู่ดี.....

อันนี้ก็เรื่องจริงไม่เถียงแต่อย่างใด ต่างคนก็ต่างสไตล์ ถึงจะเป็นคนญี่ปุ่นเหมือนกัน

แต่ก็ไม่ใช่จะเหมือนกันหมดทั้งประเทศ ต้องดูและศึกษาที่นิสัยส่วนตัวเป็นหลัก

ลอง Search ใน Google ก็เห็น Lost Princess เขียนไว้ว่าผู้ชายญี่ปุ่นเป็นประเภทโลกส่วนตัวสูงลิ่ว

มีความติสท์ ต้องเข้าใจเขา ต้องทำแบบนั้น แบบนี้ ตามอ่านทุกบทความเพื่อพยายามจะเข้าใจผู้ชายประเทศนี้ให้มากขึ้น

แต่พยายามแล้วก็เหมือนกับหลอกตัวเองไปวันๆ สรุปเขารักเรา หรือเรารักเขาข้างเดียว?

เหมือนจะเข้าใจแต่ก็เหมือนคิดเข้าข้างตัวเอง พยายามจะเปลี่ยนแต่ก็เหมือนเปลี่ยนอยู่แค่ฝ่ายเดียว

ยิ่งคบก็ยิ่งท้อแล้วแบบนี้รักเราจะไปกันรอดได้อย่างไร..................



จริงๆแล้วเราเปลี่ยนใครไม่ได้ จะให้ทุกคนทำให้ได้ดั่งใจเราหมดก็คงไม่ได้เช่นกัน

ทีนี้เรามาเปลี่ยนที่ตัวเราเองง่ายสุด ตั้งคำถามกับตัวเอง ลองชั่งน้ำหนัก

ว่าการที่เราคบกับเขาเรามีน้ำสุขน้อยลงหรือความทุกข์มากขึ้น? 

เราเสียความเป็นตัวเองไหม?

คบกันไปแล้วเห็นอนาคตชัดเจนขึ้นมากไหม?

ถ้าเราไม่มีเขา เราจะหายทุกข์และมีความสุขมากขึ้นหรือเปล่า?

เมื่อเราลองคิดทบทวนและไตร่ตรองดีแล้ว ก็อยู่ที่เราเลือกที่จะสร้างสุขหรือทุกข์ให้ตัวเอง

และที่ต้องตั้งคำถามกับตัวเองเยอะๆคือ เรารู้จักผู้ชายญี่ปุ่นคนนี้ดีพอหรือยัง?  

หลายคนพยายามเรียกร้องให้ทุกอย่างเป็นเหมือนเดิมครั้งแรกที่รู้จักกัน

แต่พอคบกันนานขึ้น รู้จักกันมากขึ้น ทุกอย่างเริ่มกลับไม่เหมือนเดิม ต้าเรียกว่ากลับเข้าสู่นิสัยเดิม

ผู้ชายญี่ปุ่นต่างจากผู้ชายชาติอื่นที่จะมีระบบความคิดซับซ้อน คิดอีกอย่าง พูดและแสดงอีกอย่าง

เพราะประเทศญี่ปุ่นเป็นเกาะเล็กๆและมีภัยธรรมชาติเกิดขึ้นเสมอ มีอะไรต้องคอยช่วยเหลือกันไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง

ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน เลยทำให้คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่ค่อยกล้าพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดออกมาตรงๆ

เพราะเกาะก็มีแค่นั้น ทะเลาะกันไปก็หนีกันไม่พ้นอยู่ดี ประมาณนั้น.....

ถ้าคนที่ได้ใช้ชีวิตด้วยกันและอยุ่ด้วยกันทุกวันจะเรียนรู้นิสัย (แท้จริง) เร็วขึ้น (ต้าไม่ได้สนับสนุนให้อยู่ก่อนแต่งนะ!)

แต่ถ้าคู่ที่นานๆเจอกันที ปีละครั้งหรือ 2-3 ครั้งต่อปี ทำให้เห็นนิสัยที่แท้จริงใช้เวลานานขึ้น

เพราะจะไม่ค่อยเจออารมณ์เวลาที่เขาโกรธ เหนื่อย ท้อ ผิดหวัง แล้วเขามีวิธีจัดการกับอารมณ์ตัวเองยังไง

ถ้าคนที่อยู่ด้วยกันบ่อยๆจะรู้ว่าอารมณ์ไหนควรจัดการอย่างไร หรือปล่อยให้อยู่เงียบๆคนเดียวสักพัก

แต่ถ้าอยู่กันคนละประเทศมันไม่เห็นชัดเจน ถึงเขาจะบอกว่าเหนื่อย แต่เราก็ไม่เข้าใจความรู้สึกนั้นจริงๆ

ว่าเหนื่อยเพราะเหนื่อย หรือเหนื่อย + อารมณ์ท้อแท้ (ต้องการกำลังใจ) หรืออยากนอนพัก (เพราะเครียดกับงาน)

ผู้ชายญี่ปุ่นบางคนพอรู้จักนิสัยที่แท้จริง ผู้หญิงรับไม่ได้ก็มีเยอะหลายเคส เช่น เป็นคนซาดิสม์ชอบใช้ความรุนแรง

แต่ตอนคบกันเป็นผู้ชายสุภาพ อ่อนโยน หรือประเภทอาบน้ำอาทิตย์ละครั้ง ไม่ชอบแปรงฟันงี้ นอนกรน

ชอบตดเป็นชีวิตจิตใจ วันหยุดเล่นแต่เกม บ้าการ์ตูน เรารับได้ไหม? นี่แค่ยกตัวอย่างเฉยๆนะจ๊ะ 

เพราะฉะนั้นลองตั้งคำถามกับตัวเองดู "รู้จักผู้ชายญี่ปุ่นคนนี้ดีหรือยัง"

เพราะคนทุกคนทั้งมีข้อดีและมีข้อเสียด้วยกันทั้งนั้น  (^___^)



จากประสบการณ์ของต้า ไม่ว่าจะคบกับผู้ชายชาติไหน

ไม่ง่ายและราบรื่นสักชาติเพราะมีความซับซ้อนแตกต่างกันด้านวัฒนธรรม ความเชื่อ สังคมและการเลี้ยงดู

การคบกันช่วงแรกเริ่มก็เหมือนการใส่หน้ากากเข้าหากัน ถ้าอยากรู้จักนิสัยที่จริงที่ต้องให้เวลาเป็นตัวพิสูจน์

ขึ้นชื่อว่าการคบกันของคนสองชาติย่อมมีปัญหา 

แต่สิ่งที่จะทำให้คนสองคนไปกันรอดต้องการปรับเปลี่ยนเข้าหากัน ใช้ความอดทน

มีน้ำใจต่อกัน เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันและมีเชื่อใจกันสูงมาก

โดยเฉพาะกับคนญี่ปุ่นที่มีรายละเอียดหยิบย่อยทางวัฒธรรมเยอะ


ต้าขอเป็นกำลังให้ทุกๆคนสุขสมหวังกับความรักนะคะ  (^___^)   (^___^)




ขอบคุณภาพจาก

              
http://ayusnaoko.com/

             
http://www.ottawavintageclothingshow.com/entry18.html


http://konkatsu-no-mikata.com/column/20-40/04265323

            
http://howcollect.jp/feature/show/id/4

         
http://www.plaholi.com/pub/e1f5c7ae5c992d4daebe503005baeb5d


บทความล่าสุด