l เกี่ยวกับความรัก

Fresh news from Japan!

We are excited to deliver you the the freshest news from Japan!

อ่านสักนิดหากคิดอยากมีแฟนเป็นคนญี่ปุ่น

By , วันจันทร์, 07 สิงหาคม 2560

                                       ​"ไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาคิดและทำ"

หลายๆคนที่มีแฟนเป็นคนต่างชาติหรือคนญี่ปุ่น อาจมีความรู้สึกแบบนี้…

ความรู้สึกที่ "เข้าไม่ถึง" ทั้งในความคิดและการกระทำ แม้แต่ตัวต้าเองถึงจะคบ

กับแฟนญี่ปุ่นมาหลายปี แต่บางสิ่งบางอย่างถ้าเขาไม่พูดหรืออธิบาย

ต้าเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน บางอย่างเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ยังเข้าไม่ถึง

การคบกับคนต่างชาติ จึงต้องใช้ความอดทนค่อนข้างสูงมากกกก…….

ดูผิวเผินเหมือนอะไรหลายๆอย่างระหว่างไทยกับญี่ปุ่น อาจไม่แตกต่างกันมาก

แต่หากได้สัมผัสเข้าไปลึกๆ จะรู้ว่ารายละเอียด และแนวทางการใช้ชีวิต แตกต่างกันสุดขั้ว

แค่เรื่องแยกขยะ ก็แยกแล้วแยกอีก ไหนจะเรื่องของสังคม "คนใน คนนอก"  

ถ้ายังคบหากันทั่วไป ไปมาหาสู่กันระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น  

ส่วนใหญ่จะเป็นการศึกษานิสัยใจคอ รสนิยม ความชอบ Life style ว่าเข้ากันได้หรือไม่ได้

พอข้ามมาถึงขั้นตกลงปลงใจแต่งงานและย้ายมาอยู่ที่ญี่ปุ่น ความกดดันเริ่มเพิ่มมากขึ้น

เนื่องจากตัวเราเองต้องปรับตัวและเรียนรู้ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมและภาษาของคนที่นั่น

ถึงจะยากและรู้สึกท้อบ้างเป็นบางครั้ง อาจไม่สบายเหมือนอยู่ที่ประเทศบ้านเกิด

พร้อมไหมกับความกดดันรอบด้าน? พร้อมไหมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง?



สาวๆหลายคน กลุ้มอกกลุ้มใจ ไม่เข้าใจพฤติกรรมของแฟนญี่ปุ่น อยากเข้าถึงเขาให้มากกว่านี้

ถ้าเป็นรายละเอียดทั่วไปๆ เช่น วัฒนธรรม มารยาททางสังคมทั่วไปของคนญี่ปุ่น

เราหาข้อมูลได้ง่ายจาก Internet แต่สิ่งที่ไม่ง่ายคือ "ลักษณะนิสัยของแต่ละคน"

ขนาดเป็นพี่น้องท้องเดียวกัน นิสัยยังไม่เหมือนกันเลยจริงไหม....

เชื่อว่า 100 คน นิสัยก็ต่างกันทั้ง 100 คน จะหาข้อมูลตาม Internet ก็ไม่ได้

เพราะแต่ละคนต่างมีประสบการณ์ที่ไม่เหมือนกัน การคบกับคนต่างชาติ

จึงค่อนข้างที่จะให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ เพราะ "ชีวิตคู่ต่างแดน" มีแค่ความรักอย่างเดียวไม่พอ

แต่ต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างประกอบโดยมีพื้นฐานคือ "ความรักและความเข้าใจกัน" นั่นเอง

เช่นเรื่องของ พิมพ์และยามาดะ (นามสมมุติ) พิมพ์กับยามาดะรักกันมาก

คุยกันแทบจะตลอดเวลา นิสัยพิมพ์เป็นสาวอารมณ์ดี ร่าเริง และคิดมาก

ส่วนยามาดะเป็นผู้ชายไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยบอกความรู้สึกตัวเอง สไตล์นิ่งๆขรึมๆ

ช่วงรักกันแรกๆอะไรมันก็ดีไปหมด เข้าอกเข้าใจกันทุกอย่าง มองไม่ค่อยเห็นข้อเสีย

พอเริ่มเข้าสู่ช่วงที่ 2 หรือเรียกง่ายๆว่า "ช่วงหลังโปรโมชั่น"



ช่วงนี้ต่างฝ่ายจะเริ่มเห็นนิสัยที่แท้จริงของกันและกัน เริ่มเผยออกมาทีละนิด

พิมพ์มีบ่นบ้าง "ตอบข้อความช้า บอกจะโทรหาก็ไม่โทร อ้างว่าเหนื่อย" // เริ่มนอยส์

ผู้หญิงเราขอแค่คนรักใส่ใจดูแลความรู้สึกกัน ให้ความมั่นคงต่อความรู้สึก

ต่อให้ระยะทางอยู่ไกลกันแค่ไหน ภาษาที่ต่างกัน หรือแม้กระทั่งสังคม

วัฒนธรรม ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใดต่อความสัมพันธ์

ส่วนยามาดะตั้งใจมุ่งมั่นกับงาน เพราะหากอนาคตพิมพ์มาอยู่ด้วย นั่นหมายความว่า

เป็นอีกหนึ่งชีวิตที่เขาต้องรับผิดชอบ เพราะเขาได้เลือกพิมพ์มาเป็นแฟนแล้ว

ไม่ได้จะคบเล่นๆ พูดง่ายๆก็คือ ถ้าจะให้อีกคนมาอยู่ด้วยก็ไม่อยากให้เขาต้องมาลำบาก

แต่เป็นเพราะการที่ไม่คุยกัน ช่วงหลังเลยทำให้ทะเลาะกันบ่อยขึ้น เนื่องจากไม่เข้าใจกัน

อีกฝ่ายต้องการให้ติดต่อสม่ำเสมอ ใส่ใจดูแลความรู้สึก เหมือนช่วงแรกๆที่คบกัน

แต่อีกฝ่ายให้ความสำคัญกับความมั่นคงและความเป็นอยู่ในอนาคต พอความคิด

มันสวนทางกัน ความต้องการไม่เหมือนกัน บวกกับความห่างของระยะทาง

พอสะสมนานเข้า สุดท้ายก็จบที่แยกทางกัน…..."เลิกทั้งๆที่ยังรัก" เพราะเข้ากันไม่ได้



หันกลับมาที่ตัวเราเอง ถ้าเราเจอผู้ชายประเภทไม่ค่อยตอบข้อความ ตอบไลน์

เราจะอดทนกับความเหงา ระยะทางที่ไกลกัน และความคิดด้านลบของตัวเองได้ไหม?

สิ่งที่ยากที่สุดคือ การจัดการกับความคิดด้านลบของตัวเราเองนี่แหละ....

"ตอบช้า-เร็วแค่ไหนถึงจะเรียกว่าไม่หลอกตัวเอง? และเราพยายามที่จะเข้าใจที่เขาตอบช้า?"

...เรื่องตอบข้อความ มาตรฐานคนเราไม่เท่ากัน ถ้าใช้มาตรฐานของตัวต้าเอง

คือติดต่อสม่ำเสมอ ไม่จำเป็นต้องคุยกันทั้งวัน แต่แค่ไม่หายไปก็พอ โทรหากันบ้าง

Face time เห็นหน้ากันบ้าง นานๆที เพื่อที่จะได้ไม่ลืมเสียง ลืมหน้ากันก็พอ

เพราะหากพอห่างกันไปนานๆ คุยกันผ่านข้อความอย่างเดียว มันจะกลายจะเป็นความเคยชิน

ใช้เสียง เห็นหน้ากันบ้าง เพื่อกระตุ้นความรู้สึกให้คิดถึงกันและกัน ^^


ต่อมาที่เราได้ยินบ่อยๆว่า "ผู้ชายญี่ปุ่นไม่หวาน ไม่โรแมนติก"

หากเจอผู้ชายญี่ปุ่นประเภทปากหวานหยดย้อย ส่วนใหญ่มักประสบการณ์เรื่องผู้หญิงสูง

คบๆกัน นึกว่าเป็นที่ 1 มาตลอด แต่ไหงกลายเป็นที่คน 3 , 4, 5 ซะงั้น (TT^TT)

ถ้าพูดถึงความหวานและความโรแมนติก ในความคิดของต้า คือ รู้ใจผู้หญิง

การเซอร์ไพรส์ในวันสำคัญ เช่น วันเกิด เตรียมลูกโป่ง เค้ก หรือดอกไม้ไว้ให้

หรือพาไปทานข้าวที่บรรยากาศดีๆล่องเรือดินเนอร์ในแม่น้ำ (ดูหนังเยอะ ฮ่าๆๆ) (>///<)

แต่ถามว่าที่ผ่านมาแฟนญี่ปุ่นเคยทำให้ไหม? ตอบเลยว่า "ไม่"  TT^TT

มากสุดคือส่งข้อความมา "Happy Birthday"  ( >. < ) ( >. < )

ก็ดีนะ…วันเกิดเขาเราก็ทำเหมือนกัน ไม่ต้องคิดเยอะว่าจะให้อะไรเป็นของขวัญ

หรือต้องทำอะไรให้เขาประทับใจกว่าปีที่ผ่านๆมา อ่ะ..อ่ะ..อ่ะ..อ่ะ..// หัวเราะแบบดีเจนุ้ย



การใช้​ชีวิตคู่ของคน 2 คน ว่ายากแล้ว แต่ชีวิตคู่ต่างแดนยากยิ่งกว่า

ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าคนสองคนมีจุดมุ่งหมายที่จะใช้วิตร่วมกัน มีพื้นฐานคือความรักและความเข้าอกเข้าใจกัน

ปัญหาและอุปสรรคระหว่างทาง ก็เป็นแค่ข้อทดสอบความอดทนและจิตใจของคน 2 คนเท่านั้นเอง 

รายละเอียดยังมีอีกมาก ต้าเพียงนำประสบการณ์ตัวเองและคนรอบข้างมาเล่าสู่กันฟัง

ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณและนำไปพิจารณาไต่ตรองให้ถี่ถ้วน หากตัดสินใจจะเป็นสะใภ้ญี่ปุ่น ก็เดินหน้าลุยกันเลย!!  


ท้ายบล๊อก ต้ามีคลิปจากมายเซนเซย์ "สเปกหนุ่มญี่ปุ่น จะเป็นแบบไหนน้าาาา....???"  อ่ะ อ่ะ อ่ะ อ่ะ  (^////^)





ขอบคุณภาพจาก


http://zoomingjapan.com/life-in-japan/dating-japanese-men/

https://www.japanpowered.com/japan-culture/a-look-at-gender-expectations-in-japanese-society

http://jpninfo.com/14548

http://foodline.jp/column/de-to-okiniiri

http://stribawono.blogspot.co.id/2016/04/

                                       ​"ไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาคิดและทำ"

หลายๆคนที่มีแฟนเป็นคนต่างชาติหรือคนญี่ปุ่น อาจมีความรู้สึกแบบนี้…

ความรู้สึกที่ "เข้าไม่ถึง" ทั้งในความคิดและการกระทำ แม้แต่ตัวต้าเองถึงจะคบ

กับแฟนญี่ปุ่นมาหลายปี แต่บางสิ่งบางอย่างถ้าเขาไม่พูดหรืออธิบาย

ต้าเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน บางอย่างเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ยังเข้าไม่ถึง

การคบกับคนต่างชาติ จึงต้องใช้ความอดทนค่อนข้างสูงมากกกก…….

ดูผิวเผินเหมือนอะไรหลายๆอย่างระหว่างไทยกับญี่ปุ่น อาจไม่แตกต่างกันมาก

แต่หากได้สัมผัสเข้าไปลึกๆ จะรู้ว่ารายละเอียด และแนวทางการใช้ชีวิต แตกต่างกันสุดขั้ว

แค่เรื่องแยกขยะ ก็แยกแล้วแยกอีก ไหนจะเรื่องของสังคม "คนใน คนนอก"  

ถ้ายังคบหากันทั่วไป ไปมาหาสู่กันระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น  

ส่วนใหญ่จะเป็นการศึกษานิสัยใจคอ รสนิยม ความชอบ Life style ว่าเข้ากันได้หรือไม่ได้

พอข้ามมาถึงขั้นตกลงปลงใจแต่งงานและย้ายมาอยู่ที่ญี่ปุ่น ความกดดันเริ่มเพิ่มมากขึ้น

เนื่องจากตัวเราเองต้องปรับตัวและเรียนรู้ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมและภาษาของคนที่นั่น

ถึงจะยากและรู้สึกท้อบ้างเป็นบางครั้ง อาจไม่สบายเหมือนอยู่ที่ประเทศบ้านเกิด

พร้อมไหมกับความกดดันรอบด้าน? พร้อมไหมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง?



สาวๆหลายคน กลุ้มอกกลุ้มใจ ไม่เข้าใจพฤติกรรมของแฟนญี่ปุ่น อยากเข้าถึงเขาให้มากกว่านี้

ถ้าเป็นรายละเอียดทั่วไปๆ เช่น วัฒนธรรม มารยาททางสังคมทั่วไปของคนญี่ปุ่น

เราหาข้อมูลได้ง่ายจาก Internet แต่สิ่งที่ไม่ง่ายคือ "ลักษณะนิสัยของแต่ละคน"

ขนาดเป็นพี่น้องท้องเดียวกัน นิสัยยังไม่เหมือนกันเลยจริงไหม....

เชื่อว่า 100 คน นิสัยก็ต่างกันทั้ง 100 คน จะหาข้อมูลตาม Internet ก็ไม่ได้

เพราะแต่ละคนต่างมีประสบการณ์ที่ไม่เหมือนกัน การคบกับคนต่างชาติ

จึงค่อนข้างที่จะให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ เพราะ "ชีวิตคู่ต่างแดน" มีแค่ความรักอย่างเดียวไม่พอ

แต่ต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างประกอบโดยมีพื้นฐานคือ "ความรักและความเข้าใจกัน" นั่นเอง

เช่นเรื่องของ พิมพ์และยามาดะ (นามสมมุติ) พิมพ์กับยามาดะรักกันมาก

คุยกันแทบจะตลอดเวลา นิสัยพิมพ์เป็นสาวอารมณ์ดี ร่าเริง และคิดมาก

ส่วนยามาดะเป็นผู้ชายไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยบอกความรู้สึกตัวเอง สไตล์นิ่งๆขรึมๆ

ช่วงรักกันแรกๆอะไรมันก็ดีไปหมด เข้าอกเข้าใจกันทุกอย่าง มองไม่ค่อยเห็นข้อเสีย

พอเริ่มเข้าสู่ช่วงที่ 2 หรือเรียกง่ายๆว่า "ช่วงหลังโปรโมชั่น"



ช่วงนี้ต่างฝ่ายจะเริ่มเห็นนิสัยที่แท้จริงของกันและกัน เริ่มเผยออกมาทีละนิด

พิมพ์มีบ่นบ้าง "ตอบข้อความช้า บอกจะโทรหาก็ไม่โทร อ้างว่าเหนื่อย" // เริ่มนอยส์

ผู้หญิงเราขอแค่คนรักใส่ใจดูแลความรู้สึกกัน ให้ความมั่นคงต่อความรู้สึก

ต่อให้ระยะทางอยู่ไกลกันแค่ไหน ภาษาที่ต่างกัน หรือแม้กระทั่งสังคม

วัฒนธรรม ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใดต่อความสัมพันธ์

ส่วนยามาดะตั้งใจมุ่งมั่นกับงาน เพราะหากอนาคตพิมพ์มาอยู่ด้วย นั่นหมายความว่า

เป็นอีกหนึ่งชีวิตที่เขาต้องรับผิดชอบ เพราะเขาได้เลือกพิมพ์มาเป็นแฟนแล้ว

ไม่ได้จะคบเล่นๆ พูดง่ายๆก็คือ ถ้าจะให้อีกคนมาอยู่ด้วยก็ไม่อยากให้เขาต้องมาลำบาก

แต่เป็นเพราะการที่ไม่คุยกัน ช่วงหลังเลยทำให้ทะเลาะกันบ่อยขึ้น เนื่องจากไม่เข้าใจกัน

อีกฝ่ายต้องการให้ติดต่อสม่ำเสมอ ใส่ใจดูแลความรู้สึก เหมือนช่วงแรกๆที่คบกัน

แต่อีกฝ่ายให้ความสำคัญกับความมั่นคงและความเป็นอยู่ในอนาคต พอความคิด

มันสวนทางกัน ความต้องการไม่เหมือนกัน บวกกับความห่างของระยะทาง

พอสะสมนานเข้า สุดท้ายก็จบที่แยกทางกัน…..."เลิกทั้งๆที่ยังรัก" เพราะเข้ากันไม่ได้



หันกลับมาที่ตัวเราเอง ถ้าเราเจอผู้ชายประเภทไม่ค่อยตอบข้อความ ตอบไลน์

เราจะอดทนกับความเหงา ระยะทางที่ไกลกัน และความคิดด้านลบของตัวเองได้ไหม?

สิ่งที่ยากที่สุดคือ การจัดการกับความคิดด้านลบของตัวเราเองนี่แหละ....

"ตอบช้า-เร็วแค่ไหนถึงจะเรียกว่าไม่หลอกตัวเอง? และเราพยายามที่จะเข้าใจที่เขาตอบช้า?"

...เรื่องตอบข้อความ มาตรฐานคนเราไม่เท่ากัน ถ้าใช้มาตรฐานของตัวต้าเอง

คือติดต่อสม่ำเสมอ ไม่จำเป็นต้องคุยกันทั้งวัน แต่แค่ไม่หายไปก็พอ โทรหากันบ้าง

Face time เห็นหน้ากันบ้าง นานๆที เพื่อที่จะได้ไม่ลืมเสียง ลืมหน้ากันก็พอ

เพราะหากพอห่างกันไปนานๆ คุยกันผ่านข้อความอย่างเดียว มันจะกลายจะเป็นความเคยชิน

ใช้เสียง เห็นหน้ากันบ้าง เพื่อกระตุ้นความรู้สึกให้คิดถึงกันและกัน ^^


ต่อมาที่เราได้ยินบ่อยๆว่า "ผู้ชายญี่ปุ่นไม่หวาน ไม่โรแมนติก"

หากเจอผู้ชายญี่ปุ่นประเภทปากหวานหยดย้อย ส่วนใหญ่มักประสบการณ์เรื่องผู้หญิงสูง

คบๆกัน นึกว่าเป็นที่ 1 มาตลอด แต่ไหงกลายเป็นที่คน 3 , 4, 5 ซะงั้น (TT^TT)

ถ้าพูดถึงความหวานและความโรแมนติก ในความคิดของต้า คือ รู้ใจผู้หญิง

การเซอร์ไพรส์ในวันสำคัญ เช่น วันเกิด เตรียมลูกโป่ง เค้ก หรือดอกไม้ไว้ให้

หรือพาไปทานข้าวที่บรรยากาศดีๆล่องเรือดินเนอร์ในแม่น้ำ (ดูหนังเยอะ ฮ่าๆๆ) (>///<)

แต่ถามว่าที่ผ่านมาแฟนญี่ปุ่นเคยทำให้ไหม? ตอบเลยว่า "ไม่"  TT^TT

มากสุดคือส่งข้อความมา "Happy Birthday"  ( >. < ) ( >. < )

ก็ดีนะ…วันเกิดเขาเราก็ทำเหมือนกัน ไม่ต้องคิดเยอะว่าจะให้อะไรเป็นของขวัญ

หรือต้องทำอะไรให้เขาประทับใจกว่าปีที่ผ่านๆมา อ่ะ..อ่ะ..อ่ะ..อ่ะ..// หัวเราะแบบดีเจนุ้ย



การใช้​ชีวิตคู่ของคน 2 คน ว่ายากแล้ว แต่ชีวิตคู่ต่างแดนยากยิ่งกว่า

ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าคนสองคนมีจุดมุ่งหมายที่จะใช้วิตร่วมกัน มีพื้นฐานคือความรักและความเข้าอกเข้าใจกัน

ปัญหาและอุปสรรคระหว่างทาง ก็เป็นแค่ข้อทดสอบความอดทนและจิตใจของคน 2 คนเท่านั้นเอง 

รายละเอียดยังมีอีกมาก ต้าเพียงนำประสบการณ์ตัวเองและคนรอบข้างมาเล่าสู่กันฟัง

ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณและนำไปพิจารณาไต่ตรองให้ถี่ถ้วน หากตัดสินใจจะเป็นสะใภ้ญี่ปุ่น ก็เดินหน้าลุยกันเลย!!  


ท้ายบล๊อก ต้ามีคลิปจากมายเซนเซย์ "สเปกหนุ่มญี่ปุ่น จะเป็นแบบไหนน้าาาา....???"  อ่ะ อ่ะ อ่ะ อ่ะ  (^////^)





ขอบคุณภาพจาก


http://zoomingjapan.com/life-in-japan/dating-japanese-men/

https://www.japanpowered.com/japan-culture/a-look-at-gender-expectations-in-japanese-society

http://jpninfo.com/14548

http://foodline.jp/column/de-to-okiniiri

http://stribawono.blogspot.co.id/2016/04/

บทความล่าสุด