l เกี่ยวกับความรัก

Fresh news from Japan!

We are excited to deliver you the the freshest news from Japan!

ข้อดีของการมีแฟนเป็นคนญี่ปุ่น

By , วันพุธ, 10 พฤษภาคม 2560

เรื่องความรักบทจะสุขก็สุขจนแทบล้นใจ ถึงคราวจะทุกข์ก็ทุกข์จนแทบกระอัก

แต่ไม่ว่าการที่จะมีรักที่ดีหรือไม่ดี ถ้าเรามองให้เป็นเรื่องธรรมดา

ที่คนทุกคนมีทั้งสุขและทุกข์เข้ามา สมหวัง ผิดหวัง เป็นเรื่องธรรมดา

ที่มนุษย์ทุกคนต้องได้เจอ ถ้าเรามองย้อนประสบการณ์รักที่ผ่านมาของตัวเราเอง

หรือประสบการณ์ของคนอื่น เราจะรู้ว่าจริงๆแล้ว "ความรัก" ได้สอนอะไรเราไว้มากมาย

อยู่ที่ว่าเรา "เรียนรู้" และเอาสิ่งเหล่านั้นกลับมาทบทวน สอนตัวเราเองมากน้อยแค่ไหน

ไม่ว่าเราจะคบคนญี่ปุ่น คนไทย หรือคนชาติไหน ทุกคนล้วนได้ประสบการณ์แตกต่างกันออกไป

แต่ในบล็อกนี้ต้าจะพูดถึงคนญี่ปุ่นว่า "มีแฟนญี่ปุ่นแล้วดียังไง คบแล้วได้อะไรบ้าง"

ทั้งนี้เป็นประสบการณ์ส่วนตัวจากตัวต้าเอง ไม่ได้เหมารวมคนญี่ปุ่นทั้งประเทศนะคะ  (^____^) 



คบแล้วมีแผนสำรองในชีวิต

แฟนญี่ปุ่นต้าขอเรียกว่า "พี่อ้วน" เป็นผู้ชายที่คิดมาก คิดเยอะ แต่ละเรื่องที่คิดมักจะคิดถึง

สิ่งที่แย่ที่สุดก่อน เช่น ถ้าไปเที่ยวประเทศที่ไม่คุ้นเคย จะนึกก่อนว่า ถ้าของหาย

พาสปอร์ตหายหรือโดนขโมย จะทำอย่างอย่างไร ติดต่อสถานทูตได้ที่ไหน สถานทูตตั้งอยู่ที่แถวไหน

โรงแรมที่พัก ใกล้ ไกลมากน้อยแค่ไหน การเดินทางสะดวกไหม ขั้นตอนการขอพาสปอร์ตต้องทำอย่างไร

ตัดภาพมาที่ต้า "ถ้าหายค่อยคิด ยังไม่หายจะคิดเรื่องไม่ดีไว้ก่อนทำไม"  (-^.^-)  (-^.^-)

บ่งบอกถึงชีวิตที่ไม่ได้มีการวางแผนอะไรไว้เลย ฮ่าๆๆๆๆ  (>__< )

ไม่ว่าจะทำอะไรทุกอย่างต้องมีการวางแผน และต้องมีแผนสำรองกรณีฉุกเฉิน

โดยเฉพาะการวางแบบแผนชีวิต การเงิน ครอบครัว โดยที่แต่ก่อนไม่ได้คิดมาก่อน

แค่ใช้ชีวิตให้หมดไปวันๆเท่านั้นเอง "การวางแผนชีวิตคืออะไร ?" หลักๆก็คือ

- เงินสำรองหรือเงินเก็บ (ต้าเขียนไว้ในหัวข้อถัดไป) ที่เก็บไว้ใช้ยามเกษียณหรือกรณีฉุกเฉิน

- ประกันชีวิตและประกันสุขภาพ ยามเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตขึ้นมา คนข้างหลังจะได้รับผลประโยชน์

เท่าที่ต้าทราบมา คนญี่ปุ่นเวลาที่แต่งงานไปแล้ว สามีจะทำประกันไว้เป็นหลักประกันให้กับภรรยาและลูก

เพราะสามีเปรียบเสมือนเสาหลักของบ้าน ถ้าสามีเป็นอะไรไปคนข้างหลังจะได้ไม่ต้องลำบากเรื่องเงินมาก

- การดูแลพ่อแม่ที่แก่ชราลงไปเรื่อยๆ คนญี่ปุ่นถึงสวัสดิการชีวิตหลังเกษียณทางรัฐจะมีให้ค่อนข้างดี

อยู่ได้ตามอัตภาพ ถ้าไม่ฟุ่มเฟือยแต่จะดีกว่าถ้าลูกๆยื่นมือเข้ามาช่วย โดยเฉพาะเวลาที่เจ็บป่วย ได้รักษาที่โรงพยาบาลที่ดีกว่า

เพราะร่างกายยิ่งแก่ตัวลงไป ภูมิต้านทานก็ลดลง โรครุมเร้า ไม่แข็งแรงเหมือนแต่ก่อน ซึ่งเราไม่สามารถไปฝืนธรรมชาตินี้ได้

- การวางแผนการมีลูก รวมไปถึงค่าใช้จ่ายการเลี้ยงดูลูกและให้การศึกษาบุตร

ส่วนใหญ่ปัญหาเกิดขึ้นแล้ว เราถึงค่อยแก้ไปเป็นจุดๆโดยไม่มีการเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นไว้ก่อน

พอถึงจุดนี้ถึงได้รู้ว่าการที่เราเตรียมความพร้อมตัวรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น

ดีกว่ารอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยหาทางแก้ เพราะเรื่องบางเรื่องอาจสายเกินแก้แล้วก็ได้.......



คบแล้วเงินเก็บเยอะขึ้น

เป็นไหมเวลาที่เงินเดือนออก เราจะใช้กิน ใช้เที่ยว Shopping หมดไปกับเครื่องสำอาง

รองเท้า เสื้อผ้า พอสิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจ นับถอยหลังรอเวลาเงินเดือนออก ฮุ ฮุ ฮุ (-^.^-) (-^.^-)

ยิ่งตอนที่เรียนจบใหม่ๆ สนุกกับการหาเงินได้เอง ซื้อๆๆอย่างเดียว

ไม่เคยเก็บ มีเท่าไหร่ใช้หมด บางครั้งหาเงินได้ไม่พอกับความต้องการ

"สมัครบัตรเครดิตจ้าาาา…." รูดๆๆๆ อย่างเมามัน

มารู้ตัวอีกทีก็ตอนโดนเรียกเก็บหนี้ เห้ยยย!!! นี่เรารูดไปเยอะขนาดนี้เลยเหรอ??

…ทีอย่างนี้ทำมาตกใจ ตอนรูดเอาๆ ทำไมไม่ตกใจ!!....

"แฮะๆๆๆ ก็มันเพลินอ่ะ รูดง่าย รูดไว รูดปรื๊ดๆๆ"  (>////<)

พี่อ้วนต้องจับมานั่งปรับทัศนคติใหม่ โดยการตั้งคำถามและพูดถึงแง่คิดการใช้ชีวิตกับว่า

"ชีวิตที่ไม่มีการวางแผน ก็เหมือนกับเรือที่ปล่อยลอยไปตามคลื่นแต่ไร้ซึ่งเป้าหมาย" บ่ะ! คม!

…เวลาที่เกิดเหตุฉุกเฉิน ไม่ว่าตัวเราเองหรือคนในครอบครัวเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ

ที่จำเป็นต้องใช้เงินจริงๆ เวลานั้นเราจะร้องขอให้ใครเขามาช่วย ? ถ้าคนอื่นเขาช่วยไม่ได้ 

จะไปว่าเขาใจจืด ใจดำไม่ได้นะ เพราะคนทุกคนเขามีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบที่ต้องใช้เงิน

ถึงเขาไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน แต่นั่นก็คือเงินเขา เขาหามา เขาก็ต้องการใช้ส่วนตัว



ตัวเราเองต่างหากที่ต้องช่วยเหลือตัวเอง ควบคุมค่าใช้จ่ายให้ดีและต้องมีเงินเหลือเก็บ

ข้าวของซื้อได้แต่ก็ต้องรู้ลิมิทตัวเอง ยิ่งแก่ตัวไปยิ่งต้องมีเงินเก็บให้เยอะ

จะได้ไม่เป็นภาระของลูกหลาน……ต้า // อาเมนนนนน _//\\_

จากวันนั้นต้าก็ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงินของตัวเอง โดย 20% ของเงินเดือน

จะต้องหักเอาไว้เป็นเงินเก็บเข้าบัญชีทุกๆเดือน ช่วงแรกทำยากมากกก... แต่พอเวลาผ่านไปหลายๆปี

เงินเก็บในบัญชีมีเพิ่มเยอะขึ้น ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ขนาดนี้ จากวันนั้นคิดแค่อยาก

มีเงินเก็บแต่ไม่คิดเก็บอย่างจริงจัง กลับตอนที่เริ่มทำอย่างจริงจังโดยพี่อ้วนจะถามทุกเดือนว่า

"เดือนนี้เอาเงินเข้าบัญชีหรือยัง"  ปัจจุบันเลิกถามไปแล้ว เพราะทำจนกลายเป็นนิสัย

"การไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ" เวลาที่เรามีเงินเก็บมันรู้สึกอุ่นใจกว่าตอนไม่มีเยอะเลย

เพราะถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันจริงๆเกิดขึ้น เราก็ยังมีเงินสำรองในการดำเดินชีวิตต่อไป

"ต้าสนับสนุนให้ทุกคนเก็บออมเงินกันเยอะๆนะคะ" (^___^)



เรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกัน

การที่เราจะใช้ชีวิตคู่กับใครสักคน ไม่ว่าจะเป็นคนชาติไหนก็ตาม ต้าว่ามันไม่ง่ายเลยสำหรับต้า 

เพราะต้าเป็นคนที่โลกส่วนตัวสูงมากกกก……แต่ไม่ถึงกับปิดตัวเอง

ไปได้กับทุกคน แต่ไม่ค่อยให้ใครเข้ามาในเขตพื้นที่ส่วนตัว ทีนี้พอมาใช้ชีวิตกับแฟนญี่ปุ่น

แรกๆค่อนข้างที่จะอึดอัดและหงุดหงิดง่าย พี่อ้วนเองก็คงรู้ มีหลายอย่างที่ไลฟ์สไตล์

ความคิดและแนวทางการใช้ชีวิต แตกต่างกันสุดขั้ว มีหลายๆอย่างในตัวพี่อ้วน

ที่ต้าไม่ชอบและหลายๆอย่างในตัวต้าเองที่พี่อ้วนไม่ชอบเช่นกัน  (>///<)  (>///<)


แต่ละคู่มีวิธีการบริหารการเงิน ครอบครัวหรือจัดการชีวิตคู่ไม่เหมือนกัน ต้าเพียงเสนอ

ในมุมมองของตัวต้าเองเท่านั้น ชีวิตคู่ไม่มีสูตรสำเร็จและวิธีตายตัว ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลแต่ละคนไป

สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตคู่ คือ "การหันหน้าคุยกันตรงๆ" หลายๆอย่างเราและเขาอาจคิดไม่เหมือนกัน

ต้องค่อยๆปรับและเรียนรู้ ทุกอย่างไม่ได้ง่ายและไม่ได้ราบรื่นได้ตลอด

แต่เราสามารถที่จะเรียนรู้ อดทนในเรื่องที่ควรอดทน ให้อภัยในเรื่องที่ควรให้อภัยกันได้

จึงมีคำพูดที่ว่า "ชีวิตคู่คือการอดทน"  

แล้วความรักของเพื่อนๆ I Love Japan สุขหรือทุกข์ แวะมาแชร์ แบ่งปันกันได้ที่หน้าเพจนะคะ (^___^)





ขอบคุณภาพจาก

https://woman.mynavi.jp/article/161224-78/

http://menzine.jp/love/renaijouzu5827/

http://yanaisanbr.hatenadiary.jp/entry/2015/07/30/185846

https://be-agent.jp/%E7%B5%90%E5%A9%9A%E3%83%BB%E6%81%8B%E6%84%9B/%E5%BE%A9%E7%B8%81%E3%82%AD%E3%83%83%E3%82%AB%E3%82%B1/

http://ren-ai.jp/22521

https://twitter.com/nogizaka1081y/status/837646765675327488

เรื่องความรักบทจะสุขก็สุขจนแทบล้นใจ ถึงคราวจะทุกข์ก็ทุกข์จนแทบกระอัก

แต่ไม่ว่าการที่จะมีรักที่ดีหรือไม่ดี ถ้าเรามองให้เป็นเรื่องธรรมดา

ที่คนทุกคนมีทั้งสุขและทุกข์เข้ามา สมหวัง ผิดหวัง เป็นเรื่องธรรมดา

ที่มนุษย์ทุกคนต้องได้เจอ ถ้าเรามองย้อนประสบการณ์รักที่ผ่านมาของตัวเราเอง

หรือประสบการณ์ของคนอื่น เราจะรู้ว่าจริงๆแล้ว "ความรัก" ได้สอนอะไรเราไว้มากมาย

อยู่ที่ว่าเรา "เรียนรู้" และเอาสิ่งเหล่านั้นกลับมาทบทวน สอนตัวเราเองมากน้อยแค่ไหน

ไม่ว่าเราจะคบคนญี่ปุ่น คนไทย หรือคนชาติไหน ทุกคนล้วนได้ประสบการณ์แตกต่างกันออกไป

แต่ในบล็อกนี้ต้าจะพูดถึงคนญี่ปุ่นว่า "มีแฟนญี่ปุ่นแล้วดียังไง คบแล้วได้อะไรบ้าง"

ทั้งนี้เป็นประสบการณ์ส่วนตัวจากตัวต้าเอง ไม่ได้เหมารวมคนญี่ปุ่นทั้งประเทศนะคะ  (^____^) 



คบแล้วมีแผนสำรองในชีวิต

แฟนญี่ปุ่นต้าขอเรียกว่า "พี่อ้วน" เป็นผู้ชายที่คิดมาก คิดเยอะ แต่ละเรื่องที่คิดมักจะคิดถึง

สิ่งที่แย่ที่สุดก่อน เช่น ถ้าไปเที่ยวประเทศที่ไม่คุ้นเคย จะนึกก่อนว่า ถ้าของหาย

พาสปอร์ตหายหรือโดนขโมย จะทำอย่างอย่างไร ติดต่อสถานทูตได้ที่ไหน สถานทูตตั้งอยู่ที่แถวไหน

โรงแรมที่พัก ใกล้ ไกลมากน้อยแค่ไหน การเดินทางสะดวกไหม ขั้นตอนการขอพาสปอร์ตต้องทำอย่างไร

ตัดภาพมาที่ต้า "ถ้าหายค่อยคิด ยังไม่หายจะคิดเรื่องไม่ดีไว้ก่อนทำไม"  (-^.^-)  (-^.^-)

บ่งบอกถึงชีวิตที่ไม่ได้มีการวางแผนอะไรไว้เลย ฮ่าๆๆๆๆ  (>__< )

ไม่ว่าจะทำอะไรทุกอย่างต้องมีการวางแผน และต้องมีแผนสำรองกรณีฉุกเฉิน

โดยเฉพาะการวางแบบแผนชีวิต การเงิน ครอบครัว โดยที่แต่ก่อนไม่ได้คิดมาก่อน

แค่ใช้ชีวิตให้หมดไปวันๆเท่านั้นเอง "การวางแผนชีวิตคืออะไร ?" หลักๆก็คือ

- เงินสำรองหรือเงินเก็บ (ต้าเขียนไว้ในหัวข้อถัดไป) ที่เก็บไว้ใช้ยามเกษียณหรือกรณีฉุกเฉิน

- ประกันชีวิตและประกันสุขภาพ ยามเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตขึ้นมา คนข้างหลังจะได้รับผลประโยชน์

เท่าที่ต้าทราบมา คนญี่ปุ่นเวลาที่แต่งงานไปแล้ว สามีจะทำประกันไว้เป็นหลักประกันให้กับภรรยาและลูก

เพราะสามีเปรียบเสมือนเสาหลักของบ้าน ถ้าสามีเป็นอะไรไปคนข้างหลังจะได้ไม่ต้องลำบากเรื่องเงินมาก

- การดูแลพ่อแม่ที่แก่ชราลงไปเรื่อยๆ คนญี่ปุ่นถึงสวัสดิการชีวิตหลังเกษียณทางรัฐจะมีให้ค่อนข้างดี

อยู่ได้ตามอัตภาพ ถ้าไม่ฟุ่มเฟือยแต่จะดีกว่าถ้าลูกๆยื่นมือเข้ามาช่วย โดยเฉพาะเวลาที่เจ็บป่วย ได้รักษาที่โรงพยาบาลที่ดีกว่า

เพราะร่างกายยิ่งแก่ตัวลงไป ภูมิต้านทานก็ลดลง โรครุมเร้า ไม่แข็งแรงเหมือนแต่ก่อน ซึ่งเราไม่สามารถไปฝืนธรรมชาตินี้ได้

- การวางแผนการมีลูก รวมไปถึงค่าใช้จ่ายการเลี้ยงดูลูกและให้การศึกษาบุตร

ส่วนใหญ่ปัญหาเกิดขึ้นแล้ว เราถึงค่อยแก้ไปเป็นจุดๆโดยไม่มีการเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นไว้ก่อน

พอถึงจุดนี้ถึงได้รู้ว่าการที่เราเตรียมความพร้อมตัวรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น

ดีกว่ารอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยหาทางแก้ เพราะเรื่องบางเรื่องอาจสายเกินแก้แล้วก็ได้.......



คบแล้วเงินเก็บเยอะขึ้น

เป็นไหมเวลาที่เงินเดือนออก เราจะใช้กิน ใช้เที่ยว Shopping หมดไปกับเครื่องสำอาง

รองเท้า เสื้อผ้า พอสิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจ นับถอยหลังรอเวลาเงินเดือนออก ฮุ ฮุ ฮุ (-^.^-) (-^.^-)

ยิ่งตอนที่เรียนจบใหม่ๆ สนุกกับการหาเงินได้เอง ซื้อๆๆอย่างเดียว

ไม่เคยเก็บ มีเท่าไหร่ใช้หมด บางครั้งหาเงินได้ไม่พอกับความต้องการ

"สมัครบัตรเครดิตจ้าาาา…." รูดๆๆๆ อย่างเมามัน

มารู้ตัวอีกทีก็ตอนโดนเรียกเก็บหนี้ เห้ยยย!!! นี่เรารูดไปเยอะขนาดนี้เลยเหรอ??

…ทีอย่างนี้ทำมาตกใจ ตอนรูดเอาๆ ทำไมไม่ตกใจ!!....

"แฮะๆๆๆ ก็มันเพลินอ่ะ รูดง่าย รูดไว รูดปรื๊ดๆๆ"  (>////<)

พี่อ้วนต้องจับมานั่งปรับทัศนคติใหม่ โดยการตั้งคำถามและพูดถึงแง่คิดการใช้ชีวิตกับว่า

"ชีวิตที่ไม่มีการวางแผน ก็เหมือนกับเรือที่ปล่อยลอยไปตามคลื่นแต่ไร้ซึ่งเป้าหมาย" บ่ะ! คม!

…เวลาที่เกิดเหตุฉุกเฉิน ไม่ว่าตัวเราเองหรือคนในครอบครัวเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ

ที่จำเป็นต้องใช้เงินจริงๆ เวลานั้นเราจะร้องขอให้ใครเขามาช่วย ? ถ้าคนอื่นเขาช่วยไม่ได้ 

จะไปว่าเขาใจจืด ใจดำไม่ได้นะ เพราะคนทุกคนเขามีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบที่ต้องใช้เงิน

ถึงเขาไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน แต่นั่นก็คือเงินเขา เขาหามา เขาก็ต้องการใช้ส่วนตัว



ตัวเราเองต่างหากที่ต้องช่วยเหลือตัวเอง ควบคุมค่าใช้จ่ายให้ดีและต้องมีเงินเหลือเก็บ

ข้าวของซื้อได้แต่ก็ต้องรู้ลิมิทตัวเอง ยิ่งแก่ตัวไปยิ่งต้องมีเงินเก็บให้เยอะ

จะได้ไม่เป็นภาระของลูกหลาน……ต้า // อาเมนนนนน _//\\_

จากวันนั้นต้าก็ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงินของตัวเอง โดย 20% ของเงินเดือน

จะต้องหักเอาไว้เป็นเงินเก็บเข้าบัญชีทุกๆเดือน ช่วงแรกทำยากมากกก... แต่พอเวลาผ่านไปหลายๆปี

เงินเก็บในบัญชีมีเพิ่มเยอะขึ้น ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ขนาดนี้ จากวันนั้นคิดแค่อยาก

มีเงินเก็บแต่ไม่คิดเก็บอย่างจริงจัง กลับตอนที่เริ่มทำอย่างจริงจังโดยพี่อ้วนจะถามทุกเดือนว่า

"เดือนนี้เอาเงินเข้าบัญชีหรือยัง"  ปัจจุบันเลิกถามไปแล้ว เพราะทำจนกลายเป็นนิสัย

"การไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ" เวลาที่เรามีเงินเก็บมันรู้สึกอุ่นใจกว่าตอนไม่มีเยอะเลย

เพราะถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันจริงๆเกิดขึ้น เราก็ยังมีเงินสำรองในการดำเดินชีวิตต่อไป

"ต้าสนับสนุนให้ทุกคนเก็บออมเงินกันเยอะๆนะคะ" (^___^)



เรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกัน

การที่เราจะใช้ชีวิตคู่กับใครสักคน ไม่ว่าจะเป็นคนชาติไหนก็ตาม ต้าว่ามันไม่ง่ายเลยสำหรับต้า 

เพราะต้าเป็นคนที่โลกส่วนตัวสูงมากกกก……แต่ไม่ถึงกับปิดตัวเอง

ไปได้กับทุกคน แต่ไม่ค่อยให้ใครเข้ามาในเขตพื้นที่ส่วนตัว ทีนี้พอมาใช้ชีวิตกับแฟนญี่ปุ่น

แรกๆค่อนข้างที่จะอึดอัดและหงุดหงิดง่าย พี่อ้วนเองก็คงรู้ มีหลายอย่างที่ไลฟ์สไตล์

ความคิดและแนวทางการใช้ชีวิต แตกต่างกันสุดขั้ว มีหลายๆอย่างในตัวพี่อ้วน

ที่ต้าไม่ชอบและหลายๆอย่างในตัวต้าเองที่พี่อ้วนไม่ชอบเช่นกัน  (>///<)  (>///<)


แต่ละคู่มีวิธีการบริหารการเงิน ครอบครัวหรือจัดการชีวิตคู่ไม่เหมือนกัน ต้าเพียงเสนอ

ในมุมมองของตัวต้าเองเท่านั้น ชีวิตคู่ไม่มีสูตรสำเร็จและวิธีตายตัว ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลแต่ละคนไป

สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตคู่ คือ "การหันหน้าคุยกันตรงๆ" หลายๆอย่างเราและเขาอาจคิดไม่เหมือนกัน

ต้องค่อยๆปรับและเรียนรู้ ทุกอย่างไม่ได้ง่ายและไม่ได้ราบรื่นได้ตลอด

แต่เราสามารถที่จะเรียนรู้ อดทนในเรื่องที่ควรอดทน ให้อภัยในเรื่องที่ควรให้อภัยกันได้

จึงมีคำพูดที่ว่า "ชีวิตคู่คือการอดทน"  

แล้วความรักของเพื่อนๆ I Love Japan สุขหรือทุกข์ แวะมาแชร์ แบ่งปันกันได้ที่หน้าเพจนะคะ (^___^)





ขอบคุณภาพจาก

https://woman.mynavi.jp/article/161224-78/

http://menzine.jp/love/renaijouzu5827/

http://yanaisanbr.hatenadiary.jp/entry/2015/07/30/185846

https://be-agent.jp/%E7%B5%90%E5%A9%9A%E3%83%BB%E6%81%8B%E6%84%9B/%E5%BE%A9%E7%B8%81%E3%82%AD%E3%83%83%E3%82%AB%E3%82%B1/

http://ren-ai.jp/22521

https://twitter.com/nogizaka1081y/status/837646765675327488

บทความล่าสุด