l เกี่ยวกับความรัก

​พบพ่อแม่แฟนญี่ปุ่นครั้งแรกจะโหดเหมือนในละครมั้ยนะ?

By , วันศุกร์, 05 มกราคม 2561

หากใครที่แฟนญี่ปุ่นชวนไปพบพ่อแม่และครอบครัว แสดงว่าหนุ่มญี่ปุ่นคนนี้

ค่อนข้างจริงจังและจริงใจในความสัมพันธ์ เพราะส่วนใหญ่ ผู้ชายญี่ปุ่น ไม่ค่อยจะพาแฟนไปพบคนในครอบครัว 

โดยเฉพาะพ่อกับแม่ง่ายๆ ถ้าไม่มั่นใจว่า อยากใช้ชีวิตกับคนๆนี้จริงๆ ถ้าอธิบายง่ายๆคือ "ไม่ได้คบเล่นๆ" นั่นเอง

ต้าเห็นว่ามีหลายคนที่เป็นกังวลและสอบถามเข้ามาว่า " จะต้องทำตัวแบบไหน หรือวางตัวอย่างไร 

ถ้าต้องไปพบพ่อแม่ ญาติพี่น้องแฟน ที่ญี่ปุ่น "เป็นใครก็คงอดตื่นเต้นและอดกังวลไม่ได้ ต้าเองก็เคย ทุกวันนี้ก็ยังไม่ชิน ฮ่าๆๆ

วันนี้ต้าเลยเอากระทู้เก่าที่เคยเขียนไว้ ประสบการณ์ที่เคยพบพ่อแม่แฟนญี่ปุ่นครั้งแรกนำมาเรียบเรียงเขียนใหม่อีกครั้ง 

เพราะคิดว่าน่าจะมีประโยชน์และเป็นข้อมูล สำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวจะไปเจอครอบครัวของฝ่ายชาย

ส่วน Link นี้ "เทคนิคพิชิตใจ พ่อแม่แฟนญี่ปุ่น" นะจ๊ะ

http://www.ilovejapan.co.th/love/entry/meeting-parents-japanese-boyfriend



ช่วงที่ต้าไปเป็นช่วงเดือนเมษายน ยังมีซากุระให้เห็นอยู่ และช่วงนั้นอากาศยังคงเย็น 

หลังจากที่เดินทางมาถึงญี่ปุ่น ช่วงสายๆของอีกวัน เดินทางไปเกียวโตด้วยรถไฟชินคันเซน

เที่ยวรอบๆเมืองนาระและเกียวโต จากนั้นนั่งรถไฟชิงคันเซน ต่อด้วยรถไฟซากุระไปเมืองฮิโรชิมา 

นั่งรถไฟในตัวเมืองฮิโรชิมา ไปขึ้นรถไฟฟ้า Sky Train มาถึงทางเข้าบ้าน เดินไปอีกหน่อยก็ถึงบ้านพอดี 

แหมะ!! แค่เดินทางนี่ล่อไปซะเกือบเย็น ต้าเดินลากกระเป๋าตามพี่อ้วน (แฟนญี่ปุ่น) แต่กๆแต่กๆ

ไปถึงหน้าบ้านเห็นตะโกน เรียกใครนี่แหละ ฟังไม่ทัน พอผู้หญิงเดินเข้ามาใกล้

หันไปถาม "พี่สาวเหรอ วันนี้พี่สาวมาบ้านเหรอ??"

อ้วนมองหน้า ทำหน้างงๆ ......นั่น แม่!!......

แม่!? (O_o) …….โอ้แม่จ้าววววว ขุ่นแม่หน้าเด็กมว้ากกกก (- 0 -)

แม่รีบทักเป็นภาษาอังกฤษก่อนเลย ต้าแนะนำตัวเองเป็นภาษาญี่ปุ่น

พอถึงห้องรับแขก ต้านั่งสไตล์แบบคนญี่ปุ่น พับขา ยืดตัวตรง

แม้แต่ถอดรองเท้าก็ถอดแบบคนญี่ปุ่น มองไปที่พี่อ้วน

ยักคิ้วให้ทีนึง ใช้สายตาสื่อสาร "เป็นไงล่ะ เป๊ะล่ะสิ หึหึ" ทำหน้าเหนือระดับ 10

พี่อ้วนสะบัดเอว 2 ที .... ปู๊ดดดดดดดดดดด เกาตูด แกรกๆๆ

แล้วก็นอนแผ่ .... เอ่อ.อ.อ.ก็บ้านเค้าเนอะ จะทำอะไรก็ได้นิ่  (-…-)

สักพักพ่อเดินมา ต้ารีบลุกขึ้น ไฮ!! โคนนิจิว่ะ บลาๆบลาๆ ...พี่อ้วนนอนหัวเราะคิกคัก....

" เธอ เธอๆอย่าเครียด ทำตัวสบายๆ ไม่ต้องเป็นทางการขนาดนั้นก็ได้ ฮ่าๆๆๆๆ "

ใช่ป่ะพ่อ....... เอื้อมมือไปเขย่าขาพ่อ จากนั้นพี่อ้วนเดินออกไปกับพ่อ สักพักแม่เดินเข้ามา

"ต้าซัง ......ที่นี่มีแมว 2 ตัว หมาอีก 1 ตัว แมวตัวใหญ่มาก

หนักเกือบ 10 โลแหนะ แต่หมาที่นี่ดุนะ อยู่ที่บ้านอีกหลัง" ชี้ไปข้างบ้าน



ต้าเอาของฝากออกมาให้แม่ เป็นผ้าไหมจากจิมทอมสัน ส่วนพ่อเป็นเม็ดมะม่วงหิมพานต์อบ 

และผลไม้อบแห้งหลากหลายรสชาติจากจิมเหมือนกัน แม่ค่อยๆบรรจงเปิดของฝาก เราก็นั่งลุ้น 

จะถูกใจไหม อ้วนบอกนั่นผ้าไหมไทยนะ แม่ทำหน้าตกใจ ...โหหหห จริงเหรอ?? 

จากนั้นค่อยๆสัมผัสเนื้อผ้า เป็นผ้าไหมคลุมไหล่ ดูแม่ดีใจมาก ขอบคุณแล้วขอบคุณอีก  (^__^)  (^__^)

ตั้งแต่ลูกกลับมาแม่ดูตื่นเต้นตลอด คอยถามคอยบริการ ต้าเองก็เกรงใจมากๆ 

อ้วนบอกพ่อว่าต้าชอบกินมันญี่ปุ่น เพราะที่ไทยแพง เคยไปซื้อที่ห้างหนึ่ง กิโลเกือบ 1,000 บาท

พ่อทำท่าชักแง่กๆๆ ขำๆ......" ทำไมมันแพงจังลูก!! "

….นั่นสิ ไม่รู้มันพันธุ์อะไร แต่อร่อย เนื้อแน่นแต่นุ่ม หอม หวาน พอเผาเสร็จเปิดเนื้อร้อนๆ 

สีมันจะเหลืองๆผิวเยิ้มนิดๆเหมือนน้ำผึ้ง แฮ่ๆ น้ำลายไหลลลลล พ่อนี่รีบไปขุดมันในสวนมาเผาให้เลย ....

ที่นี่เป็นบ้าน 2 ชั้น ยกพื้น มีทางเดินไปห้องรับแขกจนถึงห้องน้ำและห้องอื่นๆ

นั่งไปสักพักเริ่มรู้สึกท้องไส้ปั่นป่วน อยากจะอ้วก แล้วก็อ้วกจริงๆ อ้วกเสร็จไปรอบแรกเริ่มมึนๆ

แม่กำลังเสริฟ์อาหารพอดี พร้อมมันเผาร้อนๆ กินไปสักพัก แม่คงเห็นสกิลล์การใช้ตะเกียบของกระเหรี่ยงน้อยแล้วเห็นใจ

รีบเข้าไปในครัวเอาช้อนส้อมมาให้ พ่อก็กลัวว่าต้าจะเกร็งกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นเกินไป

"สบายๆนะลูก คนญี่ปุ่นสมัยใหม่ก็ใช้ตะเกียบไม่ค่อยเก่ง"..... ยิ้ม  (^__^)

กินข้าวเสร็จ โชว์อีกรอบจ้าาาา อ้วกจนหมดไส้หมดพุง..ทำไมต้องมาเป็นอะไรตอนนี้ด้วย (TT__TT)

ทุกคนเห็นท่าไม่ดี ยกโต๊ะออก เปลี่ยนเป็นที่นอนให้ต้าได้พักผ่อน เพราะห้องนอนอ้วนโดนแมวยึดเรียบร้อยแล้ว 

และทุกประตูทางเข้าออก แม่จะเอารองเท้านิ่มๆมาวางไว้ให้  

ภาพข้างล่างเป็นอาหารที่แม่พี่อ้วนทำให้ทาน จำไม่ได้เรียกว่าอะไร แต่เส้นเหมือนขนมจีนบ้านเรา (>///<)



ตื่นมาตอนเช้าอาการยังไม่ดีขึ้น เพิ่มเติมคืออยากจะอ้วกตลอด

แต่ต้องฝืนไปทานข้าวก่อน เข้าไปในครัว แม่ทำอาหารเตรียมไว้เต็มโต๊ะ

เป็นแบบสไตล์อเมริกัน ต้าค่อยๆคีบอาหารเข้าปาก กินแบบเงียบๆ รีบกิน ทั้งๆที่กลืนแทบไม่ลง 

ไม่ใช่อาหารไม่อร่อย แต่ข้างในท้องมันตีกันตุบตับ พยายามฝืนยิ้ม ทำตัวให้ปกติ

กินเสร็จด้วยความเคยชิน จะเก็บจานไปล้าง แม่รีบห้าม ...."วางไว้ตรงนั้นแหละลูกเดี๋ยวแม่เก็บเอง"

"เดี๋ยวพ่อล้างให้เอง ลูกไปพักผ่อนเถอะ".....พ่อพูดเสริมด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

ต้าก้มหัวขอบคุณ เดินออกมาเงียบๆ อ้วนรีบเดินตาม เอาน้ำกับยามาให้

วันนั้นนอนจนถึงบ่าย อาการดีขึ้นมานิดหน่อย อากาศไม่เย็นมาก แต่ก็ยังปวดหัวบ้าง 

เลยออกไปถ่ายรูปกับดอกไม้รอบๆบ้านเล่น ทุกคนคงเห็นว่าตื่นแล้ว พี่อ้วนเดินถือถาดใส่มันเผากับชามาให้ 

แม่บอกให้เอามาให้ต้าจัง ทุกคนดูแล เทคแคร์ต้าดีมาก ซาบซึ้งใจไม่รู้จะบรรยายยังไง

ตอนเย็นพี่สาวแวะมาทานข้าวที่บ้าน เป็นพี่คนโตสุด ต้าแนะนำตัวปกติและเอาของฝากมาให้ พี่กำลังท้อง 6 เดือน

ดูเป็นคนนิ่งๆ สุขุม สไตล์พี่คนโต ฟังมากกว่าถาม ต้าเห็นแม่ทำครัวอยู่คนเดียว คนอื่นนั่งหมด เกิดเลยถามออกไป

ได้คำตอบมาว่า ใครเป็นเจ้าของบ้านคนนั้นก็ต้องทำหน้าทีดูแลบ้านทั้งหมด แขกมีหน้าที่นั่งเฉยๆ (แม้แต่ลูก บางครอบครัว)

"ถ้างั้น...แม่คงทำงานหนักมาก นอกจากดูแลทุกอย่างในบ้านก็ต้องดูแลความเป็นอยู่ของทุกคนอีก "ทำหน้าเห็นใจ

 " YESSSSSSS " ………..แม่ตอบทั้งที่หันหลังทำกับข้าว

พ่อสวนกลับ " พ่อหนักกว่า เพราะแม่จะคอย Complain และพ่อต้องทำให้ถูกใจแม่ " ทำหน้าน้อยใจ



พี่อ้วนและพ่อจะพูดเหมือนกันคือ ญี่ปุ่นเป็นเกาะเล็กๆ คนที่นี่เลยต้องถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่พอใจก็ต้องเก็บอาการ

ไม่เผยความรู้สึกที่แท้จริงออกมา เพราะจะทำให้ทะเลาะกันได้ อยู่ด้วยความบาดหมางใจ ลำบากใจ 

จะย้ายไปที่อื่นก็ไม่ได้ เพราะเกาะก็มีแค่นี้ คนญี่ปุ่นเลยเลี่ยงที่จะพูดอะไรตรงๆที่มีผลกระทบต่อความรู้สึกอีกฝ่าย 

เน้นอยู่ด้วยกันด้วยความสามัคคี ยังไงก็ต้องพึ่งพาอาศัยกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่วันใดก็วันหนึ่ง 

เพราะที่นี่เกิดภัยธรรมชาติบ่อย จึงต้องรักและสามัคคีกันไว้..............

หลังจากพี่สาวกลับ แม่มาเรียกต้าหน้าห้อง ขนาดจะเข้ามายังต้องขออนุญาตก่อน แม่มารยาทดีกว่าหนูอีก ( - ^ - ) 

แม่เอาเสื้อผ้าแบรนด์มาให้หลายชุด และให้ SK-II อีกเซ็ตใหญ่ สงสัยไปถามจากอ้วน 

หากจะแต่งงานกัน พ่อกับแม่ก็ยินดีและยอมรับ เพียงแต่เป็นห่วงต้าจะเข้าสังคมญี่ปุ่นไม่ได้

เพราะคนญี่ปุ่นยอมรับแค่คนญี่ปุ่นด้วยกัน ทั้งเรื่องภาษาและวัฒนธรรม กลัวจะกดดันต้าจนเกินไป 

พ่อเป็นผู้ชายเลยใช้เหตุผลมากกว่าความรู้สึก อ้วนเข้าใจเพราะเคยใช้ชีวิตที่ต่างประเทศมาก่อน ตอนนี้พ่อกับแม่ไฟเขียวแล้ว

อ้วนขอให้ต้าพยายามเรียนภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่นให้มากขึ้น ใช้เวลาและความอดทนในการปรับตัว



วันสุดท้าย เดินทางกลับตั้งแต่ตี 5 พ่อขับรถไปส่งที่สถานีรถไฟชิงคันเซน ไม่ไกลจากบ้านมาก

แม่ฝากมันเผาใส่กระเป๋าอ้วนมาให้ต้ากินระหว่างทาง ซาบซึ้งอีกแล้วคุณแม่  (TT__TT)

นี่คือประสบการณ์ที่ได้พบพ่อแม่แฟนที่ญี่ปุ่น ขอบคุณที่ติดตามอ่านจนจบค่ะ  (- ^.^ -)

การที่ได้ไปพบพ่อแม่แฟนญี่ปุ่น ก็ไม่ได้น่ากลัวหรือโหดร้ายอย่างที่คิดไว้

ขอให้ทุกคู่ที่กำลังคบหรือเริ่มศึกษานิสัยใจคอกัน พยายามใช้ความรัก ความอดทน

เข้าอกเข้าใจ เห็นใจกัน ในการประคับประครองความสัมพันธ์นะคะ ทุกอย่างอาจจะไม่ง่าย

ราบรื่นเสมอไป แต่ถ้าคนสองคนเข้าใจกันมากพอ ต้าเชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้แน่นอนค่ะ

ประสบการณ์กับญี่ปุ่นอาจไม่ได้ระดับปรมาจารย์ ถ้ามีอะไรให้ช่วย ต้ายินดีให้คำปรึกษาค่ะ  (^___^)


ขอบคุณภาพจาก 

http://www.scmp.com/magazines/48-hours/article/1829870/film-review-blue-spring-ride-family-issues-cloud-teen-romance

ภาพที่ไม่ได้ใส่เครดิตให้นั้น เป็นภาพที่ต้าถ่ายเองจากทริปนั้นคะ

หากใครที่แฟนญี่ปุ่นชวนไปพบพ่อแม่และครอบครัว แสดงว่าหนุ่มญี่ปุ่นคนนี้

ค่อนข้างจริงจังและจริงใจในความสัมพันธ์ เพราะส่วนใหญ่ ผู้ชายญี่ปุ่น ไม่ค่อยจะพาแฟนไปพบคนในครอบครัว 

โดยเฉพาะพ่อกับแม่ง่ายๆ ถ้าไม่มั่นใจว่า อยากใช้ชีวิตกับคนๆนี้จริงๆ ถ้าอธิบายง่ายๆคือ "ไม่ได้คบเล่นๆ" นั่นเอง

ต้าเห็นว่ามีหลายคนที่เป็นกังวลและสอบถามเข้ามาว่า " จะต้องทำตัวแบบไหน หรือวางตัวอย่างไร 

ถ้าต้องไปพบพ่อแม่ ญาติพี่น้องแฟน ที่ญี่ปุ่น "เป็นใครก็คงอดตื่นเต้นและอดกังวลไม่ได้ ต้าเองก็เคย ทุกวันนี้ก็ยังไม่ชิน ฮ่าๆๆ

วันนี้ต้าเลยเอากระทู้เก่าที่เคยเขียนไว้ ประสบการณ์ที่เคยพบพ่อแม่แฟนญี่ปุ่นครั้งแรกนำมาเรียบเรียงเขียนใหม่อีกครั้ง 

เพราะคิดว่าน่าจะมีประโยชน์และเป็นข้อมูล สำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวจะไปเจอครอบครัวของฝ่ายชาย

ส่วน Link นี้ "เทคนิคพิชิตใจ พ่อแม่แฟนญี่ปุ่น" นะจ๊ะ

http://www.ilovejapan.co.th/love/entry/meeting-parents-japanese-boyfriend



ช่วงที่ต้าไปเป็นช่วงเดือนเมษายน ยังมีซากุระให้เห็นอยู่ และช่วงนั้นอากาศยังคงเย็น 

หลังจากที่เดินทางมาถึงญี่ปุ่น ช่วงสายๆของอีกวัน เดินทางไปเกียวโตด้วยรถไฟชินคันเซน

เที่ยวรอบๆเมืองนาระและเกียวโต จากนั้นนั่งรถไฟชิงคันเซน ต่อด้วยรถไฟซากุระไปเมืองฮิโรชิมา 

นั่งรถไฟในตัวเมืองฮิโรชิมา ไปขึ้นรถไฟฟ้า Sky Train มาถึงทางเข้าบ้าน เดินไปอีกหน่อยก็ถึงบ้านพอดี 

แหมะ!! แค่เดินทางนี่ล่อไปซะเกือบเย็น ต้าเดินลากกระเป๋าตามพี่อ้วน (แฟนญี่ปุ่น) แต่กๆแต่กๆ

ไปถึงหน้าบ้านเห็นตะโกน เรียกใครนี่แหละ ฟังไม่ทัน พอผู้หญิงเดินเข้ามาใกล้

หันไปถาม "พี่สาวเหรอ วันนี้พี่สาวมาบ้านเหรอ??"

อ้วนมองหน้า ทำหน้างงๆ ......นั่น แม่!!......

แม่!? (O_o) …….โอ้แม่จ้าววววว ขุ่นแม่หน้าเด็กมว้ากกกก (- 0 -)

แม่รีบทักเป็นภาษาอังกฤษก่อนเลย ต้าแนะนำตัวเองเป็นภาษาญี่ปุ่น

พอถึงห้องรับแขก ต้านั่งสไตล์แบบคนญี่ปุ่น พับขา ยืดตัวตรง

แม้แต่ถอดรองเท้าก็ถอดแบบคนญี่ปุ่น มองไปที่พี่อ้วน

ยักคิ้วให้ทีนึง ใช้สายตาสื่อสาร "เป็นไงล่ะ เป๊ะล่ะสิ หึหึ" ทำหน้าเหนือระดับ 10

พี่อ้วนสะบัดเอว 2 ที .... ปู๊ดดดดดดดดดดด เกาตูด แกรกๆๆ

แล้วก็นอนแผ่ .... เอ่อ.อ.อ.ก็บ้านเค้าเนอะ จะทำอะไรก็ได้นิ่  (-…-)

สักพักพ่อเดินมา ต้ารีบลุกขึ้น ไฮ!! โคนนิจิว่ะ บลาๆบลาๆ ...พี่อ้วนนอนหัวเราะคิกคัก....

" เธอ เธอๆอย่าเครียด ทำตัวสบายๆ ไม่ต้องเป็นทางการขนาดนั้นก็ได้ ฮ่าๆๆๆๆ "

ใช่ป่ะพ่อ....... เอื้อมมือไปเขย่าขาพ่อ จากนั้นพี่อ้วนเดินออกไปกับพ่อ สักพักแม่เดินเข้ามา

"ต้าซัง ......ที่นี่มีแมว 2 ตัว หมาอีก 1 ตัว แมวตัวใหญ่มาก

หนักเกือบ 10 โลแหนะ แต่หมาที่นี่ดุนะ อยู่ที่บ้านอีกหลัง" ชี้ไปข้างบ้าน



ต้าเอาของฝากออกมาให้แม่ เป็นผ้าไหมจากจิมทอมสัน ส่วนพ่อเป็นเม็ดมะม่วงหิมพานต์อบ 

และผลไม้อบแห้งหลากหลายรสชาติจากจิมเหมือนกัน แม่ค่อยๆบรรจงเปิดของฝาก เราก็นั่งลุ้น 

จะถูกใจไหม อ้วนบอกนั่นผ้าไหมไทยนะ แม่ทำหน้าตกใจ ...โหหหห จริงเหรอ?? 

จากนั้นค่อยๆสัมผัสเนื้อผ้า เป็นผ้าไหมคลุมไหล่ ดูแม่ดีใจมาก ขอบคุณแล้วขอบคุณอีก  (^__^)  (^__^)

ตั้งแต่ลูกกลับมาแม่ดูตื่นเต้นตลอด คอยถามคอยบริการ ต้าเองก็เกรงใจมากๆ 

อ้วนบอกพ่อว่าต้าชอบกินมันญี่ปุ่น เพราะที่ไทยแพง เคยไปซื้อที่ห้างหนึ่ง กิโลเกือบ 1,000 บาท

พ่อทำท่าชักแง่กๆๆ ขำๆ......" ทำไมมันแพงจังลูก!! "

….นั่นสิ ไม่รู้มันพันธุ์อะไร แต่อร่อย เนื้อแน่นแต่นุ่ม หอม หวาน พอเผาเสร็จเปิดเนื้อร้อนๆ 

สีมันจะเหลืองๆผิวเยิ้มนิดๆเหมือนน้ำผึ้ง แฮ่ๆ น้ำลายไหลลลลล พ่อนี่รีบไปขุดมันในสวนมาเผาให้เลย ....

ที่นี่เป็นบ้าน 2 ชั้น ยกพื้น มีทางเดินไปห้องรับแขกจนถึงห้องน้ำและห้องอื่นๆ

นั่งไปสักพักเริ่มรู้สึกท้องไส้ปั่นป่วน อยากจะอ้วก แล้วก็อ้วกจริงๆ อ้วกเสร็จไปรอบแรกเริ่มมึนๆ

แม่กำลังเสริฟ์อาหารพอดี พร้อมมันเผาร้อนๆ กินไปสักพัก แม่คงเห็นสกิลล์การใช้ตะเกียบของกระเหรี่ยงน้อยแล้วเห็นใจ

รีบเข้าไปในครัวเอาช้อนส้อมมาให้ พ่อก็กลัวว่าต้าจะเกร็งกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นเกินไป

"สบายๆนะลูก คนญี่ปุ่นสมัยใหม่ก็ใช้ตะเกียบไม่ค่อยเก่ง"..... ยิ้ม  (^__^)

กินข้าวเสร็จ โชว์อีกรอบจ้าาาา อ้วกจนหมดไส้หมดพุง..ทำไมต้องมาเป็นอะไรตอนนี้ด้วย (TT__TT)

ทุกคนเห็นท่าไม่ดี ยกโต๊ะออก เปลี่ยนเป็นที่นอนให้ต้าได้พักผ่อน เพราะห้องนอนอ้วนโดนแมวยึดเรียบร้อยแล้ว 

และทุกประตูทางเข้าออก แม่จะเอารองเท้านิ่มๆมาวางไว้ให้  

ภาพข้างล่างเป็นอาหารที่แม่พี่อ้วนทำให้ทาน จำไม่ได้เรียกว่าอะไร แต่เส้นเหมือนขนมจีนบ้านเรา (>///<)



ตื่นมาตอนเช้าอาการยังไม่ดีขึ้น เพิ่มเติมคืออยากจะอ้วกตลอด

แต่ต้องฝืนไปทานข้าวก่อน เข้าไปในครัว แม่ทำอาหารเตรียมไว้เต็มโต๊ะ

เป็นแบบสไตล์อเมริกัน ต้าค่อยๆคีบอาหารเข้าปาก กินแบบเงียบๆ รีบกิน ทั้งๆที่กลืนแทบไม่ลง 

ไม่ใช่อาหารไม่อร่อย แต่ข้างในท้องมันตีกันตุบตับ พยายามฝืนยิ้ม ทำตัวให้ปกติ

กินเสร็จด้วยความเคยชิน จะเก็บจานไปล้าง แม่รีบห้าม ...."วางไว้ตรงนั้นแหละลูกเดี๋ยวแม่เก็บเอง"

"เดี๋ยวพ่อล้างให้เอง ลูกไปพักผ่อนเถอะ".....พ่อพูดเสริมด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

ต้าก้มหัวขอบคุณ เดินออกมาเงียบๆ อ้วนรีบเดินตาม เอาน้ำกับยามาให้

วันนั้นนอนจนถึงบ่าย อาการดีขึ้นมานิดหน่อย อากาศไม่เย็นมาก แต่ก็ยังปวดหัวบ้าง 

เลยออกไปถ่ายรูปกับดอกไม้รอบๆบ้านเล่น ทุกคนคงเห็นว่าตื่นแล้ว พี่อ้วนเดินถือถาดใส่มันเผากับชามาให้ 

แม่บอกให้เอามาให้ต้าจัง ทุกคนดูแล เทคแคร์ต้าดีมาก ซาบซึ้งใจไม่รู้จะบรรยายยังไง

ตอนเย็นพี่สาวแวะมาทานข้าวที่บ้าน เป็นพี่คนโตสุด ต้าแนะนำตัวปกติและเอาของฝากมาให้ พี่กำลังท้อง 6 เดือน

ดูเป็นคนนิ่งๆ สุขุม สไตล์พี่คนโต ฟังมากกว่าถาม ต้าเห็นแม่ทำครัวอยู่คนเดียว คนอื่นนั่งหมด เกิดเลยถามออกไป

ได้คำตอบมาว่า ใครเป็นเจ้าของบ้านคนนั้นก็ต้องทำหน้าทีดูแลบ้านทั้งหมด แขกมีหน้าที่นั่งเฉยๆ (แม้แต่ลูก บางครอบครัว)

"ถ้างั้น...แม่คงทำงานหนักมาก นอกจากดูแลทุกอย่างในบ้านก็ต้องดูแลความเป็นอยู่ของทุกคนอีก "ทำหน้าเห็นใจ

 " YESSSSSSS " ………..แม่ตอบทั้งที่หันหลังทำกับข้าว

พ่อสวนกลับ " พ่อหนักกว่า เพราะแม่จะคอย Complain และพ่อต้องทำให้ถูกใจแม่ " ทำหน้าน้อยใจ



พี่อ้วนและพ่อจะพูดเหมือนกันคือ ญี่ปุ่นเป็นเกาะเล็กๆ คนที่นี่เลยต้องถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่พอใจก็ต้องเก็บอาการ

ไม่เผยความรู้สึกที่แท้จริงออกมา เพราะจะทำให้ทะเลาะกันได้ อยู่ด้วยความบาดหมางใจ ลำบากใจ 

จะย้ายไปที่อื่นก็ไม่ได้ เพราะเกาะก็มีแค่นี้ คนญี่ปุ่นเลยเลี่ยงที่จะพูดอะไรตรงๆที่มีผลกระทบต่อความรู้สึกอีกฝ่าย 

เน้นอยู่ด้วยกันด้วยความสามัคคี ยังไงก็ต้องพึ่งพาอาศัยกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่วันใดก็วันหนึ่ง 

เพราะที่นี่เกิดภัยธรรมชาติบ่อย จึงต้องรักและสามัคคีกันไว้..............

หลังจากพี่สาวกลับ แม่มาเรียกต้าหน้าห้อง ขนาดจะเข้ามายังต้องขออนุญาตก่อน แม่มารยาทดีกว่าหนูอีก ( - ^ - ) 

แม่เอาเสื้อผ้าแบรนด์มาให้หลายชุด และให้ SK-II อีกเซ็ตใหญ่ สงสัยไปถามจากอ้วน 

หากจะแต่งงานกัน พ่อกับแม่ก็ยินดีและยอมรับ เพียงแต่เป็นห่วงต้าจะเข้าสังคมญี่ปุ่นไม่ได้

เพราะคนญี่ปุ่นยอมรับแค่คนญี่ปุ่นด้วยกัน ทั้งเรื่องภาษาและวัฒนธรรม กลัวจะกดดันต้าจนเกินไป 

พ่อเป็นผู้ชายเลยใช้เหตุผลมากกว่าความรู้สึก อ้วนเข้าใจเพราะเคยใช้ชีวิตที่ต่างประเทศมาก่อน ตอนนี้พ่อกับแม่ไฟเขียวแล้ว

อ้วนขอให้ต้าพยายามเรียนภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่นให้มากขึ้น ใช้เวลาและความอดทนในการปรับตัว



วันสุดท้าย เดินทางกลับตั้งแต่ตี 5 พ่อขับรถไปส่งที่สถานีรถไฟชิงคันเซน ไม่ไกลจากบ้านมาก

แม่ฝากมันเผาใส่กระเป๋าอ้วนมาให้ต้ากินระหว่างทาง ซาบซึ้งอีกแล้วคุณแม่  (TT__TT)

นี่คือประสบการณ์ที่ได้พบพ่อแม่แฟนที่ญี่ปุ่น ขอบคุณที่ติดตามอ่านจนจบค่ะ  (- ^.^ -)

การที่ได้ไปพบพ่อแม่แฟนญี่ปุ่น ก็ไม่ได้น่ากลัวหรือโหดร้ายอย่างที่คิดไว้

ขอให้ทุกคู่ที่กำลังคบหรือเริ่มศึกษานิสัยใจคอกัน พยายามใช้ความรัก ความอดทน

เข้าอกเข้าใจ เห็นใจกัน ในการประคับประครองความสัมพันธ์นะคะ ทุกอย่างอาจจะไม่ง่าย

ราบรื่นเสมอไป แต่ถ้าคนสองคนเข้าใจกันมากพอ ต้าเชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้แน่นอนค่ะ

ประสบการณ์กับญี่ปุ่นอาจไม่ได้ระดับปรมาจารย์ ถ้ามีอะไรให้ช่วย ต้ายินดีให้คำปรึกษาค่ะ  (^___^)


ขอบคุณภาพจาก 

http://www.scmp.com/magazines/48-hours/article/1829870/film-review-blue-spring-ride-family-issues-cloud-teen-romance

ภาพที่ไม่ได้ใส่เครดิตให้นั้น เป็นภาพที่ต้าถ่ายเองจากทริปนั้นคะ