s ชอปปิง

Top 3 เครื่องสำอางญี่ปุ่นยอดฮิตจากคอสเม่ (cosme) ประจำปี 2017

By , วันจันทร์, 05 กุมภาพันธ์ 2561

​มาแล้วจ้า มาแล้ววว ประกาศรางวัลเครื่องสำอางค์ และ สกินแคร์ ที่ได้รับความนิยมที่สุดจากคอสเม่ (Cosme) ส่งท้ายปิดฉากปี 2017 โดยรอบประกาศรางวัลรอบนี้เป็นการเก็บข้อมูลลากยาวมาตั้งแต่ 01/11/2016 - 31/10/2017 คัดเน้นๆ จากผลโหวดของสาวๆญี่ปุ่นที่ใช้งานจริงในทุกหมวด แบบไร้โฆษณา สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าคอสเม่ คืออะไร แล้วความน่าเชื่อถือมีมาก น้อยแค่ไหน ตามไปอ่านบล็อคเก่าทรายได้ตามนี้นะคะ เปิดแหล่งช็อปเครื่องสำอางในญี่ปุ่นที่สาวๆไม่ควรพลาดกับร้าน @CosmeStore 


เอาละในเมื่อการไปช็อปปิ้งแบบไร้จุดหมายอาจทำให้ล้มละลายได้ แถมยังต้องมาคอยเสี่ยงว่ามันดีจริงไหม เรามาช็อปตามอันดับท็อปฮิตติดมงของทางคอสเม่กันดีกว่า ประหยัดทั้งเวลา แถมอุ่นใจอีกเน๊อะ

มาเริ่มกันที่อันดับ 3 เหรียญทองแดงของครั้งนี้ นั่นคือออออ 


HATOMUKI Skin Conditioner


ชื่อตรงตัวมาเลยสำหรับโลชั่นบำรุงผิวสารพัดประโยชน์จากลูกเดือย (Hatomuki) และสารสกัดจากธรรมชาติ สำหรับทั้งผิวหน้าและผิวกาย เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวแพ้ง่าย ทำให้หลายๆคนติดใจเจ้าโลชั่นตัวนี้มานักต่อนักแล้ว จริงๆตัวนี้ออกมาพักใหญ่แล้วนะ แต่ด้วยความที่มันสารพัดประโยชน์ แถมขนาดใหญ่บึ้มเมื่อเทียบกับราคาค่าตัว ทำให้มันฮิตติดลมบนจริงๆค่ะคุ๊ณณณ ใช้เป็นได้ทั้งโลชั่นทาผิว โทนเนอร์ จะใช้คู่กับแผ่นมาสก์ใช้มาสก์หน้า หรือจะใช้เป็นสเปร์ฉีดบำรุงความชุ่มชื่นระหว่างวันเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวหน้าจากการตากแตดก็ทำได้ นอกจากจะเด่นในเรื่องให้ความชุ่มชื้นแล้ว เจ้าโลชั่นตัวนี้ ยังช่วยใหผิวหน้านุ๊ม นุ่ม ด้วยนะ




ส่วนตัวเนื้อโลชั่นเองนั้น จะออกเป็นสีขาวขุ่นๆหน่อย แต่จะไม่มีสี และไม่กลิ่นนะคะ ก็อย่างที่เค้าเคลมว่าเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ 100% ดังนั้นตอนใช้จะเหมือนเอาน้ำมาพรมๆหน้าเลยค่ะ ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่มีกลิ่นน้ำหอมให้รำคาญใจ


อีกสิ่งสำคัญที่เจ้าตัวนี้ได้รับความนิยมติดลมบน ก็น่าจะเป็นเพราะราคาค่าตัวเมื่อเทียบกับปริมาณของมันนี่แหละ เห็นขวดใหญ่ขนาดนี้ 500 ml. แต่ราคาแค่ 650 เยนเอง เห้ยยยยย ถูกขนาดเอามาอาบยังไม่เสียดายเลยค่ะ ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ

สำหรับใครที่ยังไม่ได้ไปญี่ปุ่น ไม่ต้องเสียใจนะคะ ตอนนี้ทรายเห็นร้านในไทยอย่าง วัตสัน ท็อปซุปเปอร์มาร์เก็ต ซูรูฮะ หรือมัทสึคิโยะ ก็มีเอาเข้ามาขายแลัว ในเรื่องของราคาแม้จะบวกเพิ่มมานิดหน่อย แต่ก็ยังถือว่าถูกกว่าสกินแคร์แบรนด์เนมอยู่ดี 


อันดับ 2 เหรียญเงิน

ADDICTON Eyeshadow


ไอเท็มแต่งตาแบรนด์ ที่่มีมากถึง 120 เฉดสี ใช่่ค่ะ 120 จริงๆ แถมครั้งนี้สาวๆสามารถเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์สีได้อย่างใจ แบรนด์ Addiction มาพร้อมกับพาเลทที่สามารถให้เราเลือกสีที่ใช่ สีที่ชอบจัดลงพาเลทได้เองโดยไม่ต้องขัดใจกับปัญหามีสีไม่ชอบปนมาในพาเลทที่จัดชุดเอาไว้แล้ว สำหรับแบรนด์นี้ เป็นแบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นที่ออกจะแหวกแนวจากแบรนด์ญี่ปุ่นอื่นๆที่มักจะดูน่ารัก สีสันสดใส แต่ดันไปให้ความรู้สึกคล้ายๆแบรนด์ NARS อยู่พอสมควร นั่นก็เพราะผู้เป็นเจ้าของแบรนด์นี้ คุณอะยะโกะ (AYAKO) เคยทำงานให้กับ NARS มาก่อน ทำให้ได้กลิ่นอายมาพอสมควร




ความดีงามของอายแชโดว์แบรนด์นี้ นอกจากสีจะเยอะแล้ว เม็ดสียังชัด แถมติดทนด้วย ทำให้เวลาใช้ไม่ค่อยจะเปลืองเท่าไหร่ คือ ปาดนิดเดียว สีก็ชัดแล้ว ทำให้นี่อีกหนึ่งเหตุผลที่เจ้าอายแชโดว์ตัวนี้มาอยู่ในอันดับ 2 ได้ไม่ยาก



พาเลทที่ทำออกมามีให้เลือกทั้ง 4 และ 6 สี แถมยังมีสีให้เลือกมากกกกกก มากจนอาจปวดหัวได้ สิ่งนึงที่ทรายรู้สึกเสียดายคือสีของแบรนด์นี้ส่วนมากเป็นโทนสว่าง และเฉดสีก็ใกล้กัน ทำให้เวลาเลือกมาลงพาเลท หลายๆคนอาจเจอปัญหามารู้ตัวทีหลังว่า นี่เราเลือกสีใกล้ๆกันมาหมดเลยนี่หว่า สุดท้ายกลับไปเสียตังค์อีกรอบจ้า ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ 



สำหรับใครที่มองหาแบรด์นี้ ส่วนมากแล้วทรายเองมักจะเจอตามเคาน์เตอร์ในห้างมากกว่าร้านขายยาทั่วไป แถมในส่วนของราคานั้น ไม่เบานะจ้ะในความรู้สึกของทราย เพราะสีนึงราคา 2,000 เยน ไม่รวมภาษี ใครชอบหลายสีละก็มีกลุ้มใจแน่ๆ


​อันดับ 1 เหรียญทองงง

OPERA LIP TINT


มาถึงอันดับ 1 แล้ว นั่นก็คือ ลิปแคร์ของโอเปร่า นั่นเองงงงงงงงงง เจ้าลิปทิ้นท์ที่ให้ความรู้สึกเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ แถมยังมีสีระเรื่อ และติดทนเว่อร์ ทำให้เวลาทาแล้วมีความรู้สึกว่าริมฝีปากสุขภาพดี มีสีเบาๆ ใช้ได้ทุกๆวัน แถมยังเหมาะสำหรับสาวคนไหนที่ชอบแต่งหน้าสไตล์ธรรมชาติ ชนิดตื่นมาก็สวยอ่ะ สุดๆ

ที่บอกว่าติดทนปกติ ถ้าเป็นพวกลิปทินท์ หรือลิปมันโดยทั่วไป ม้ันมักจะติดอยู่แปปๆหลังทาเสร็จใหม่ๆใช่ไหมคะ แต่พอสักพัก เราไปกินอะไรสักนิดสักหน่อย ก็ปลิวไปกับอาหารและน้ำโดยทันที แต่ขอบอกว่าไม่ไช่กับเจ้าทินท์ตัวนี้ของโอเปร่าอย่างแน่นอน ทาเสร็จ กินก็แล้ว ดื่มน้ำก็แล้ว เลียปากไปก็หลายรอบ มันยังอยู่จ้าาาาาาา แม้จะไม่ได้อยู่ครบเหมือนตอนทาใหม่ๆ แต่มันยังมีร่องรอยของการทาทินท์เหลืออยู่อ่ะ แค่นี้ก็รักแล้ว ยิ่งตอนทามันไม่เหนียวเหนอะ เพราะเนื้อที่แมทช์หน่อยๆ ทำให้ทาแล้วดูไม่เหมือนคนปากมันแบบเพิ่งกินมันหมูมาใหม่ยิ่งรักอ่ะ เพราะปกติทรายใช้ลิปทินท์ทีไร เหมือนเพิ่งไปกินหมูกระทะมาทุกที 



ในส่วนของส่ีนั้นก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะมีอยู่ถึง 6 สีให้เลือก แม้ว่าทรายจะรู้สึกว่า สีมันไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่นักก็เหอะ แต่ด้วยความที่ราคาก็ไม่ได้สูงมาก คือ 1,500 เยน จะเหมาๆมาสัก 2-3 สีก็ทำได้ ส่วนสถานที่นั้น ในร้านขายยาทั่วไปก็หาซื้อได้ค่ะ หาง่ายเสียเงินคล่องแท้



เป็นไงกันบ้างคะ กับสินค้าฮอตฮิตติดลมที่คอสเม่จัดอันดับมา ทรายนี่เขียนบล็อกเสร็จแทบอยากจะออกไปสอยเพิ่มเลย (นี่ดีนะคะว่าเงินในกระเป๋าไม่อำนวยอยู่ช่วงนี้) แถมยังเหลือบไปเห็นฮิโตมุกิของตัวเองที่เพิ่งจะซื้อมาอีก เลยได้แต่ปลอบตัวเองว่า มีแล้วมีแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะปลอบตัวเองไปได้นานแค่ไหน ส่วนใครที่อยากพิสูจน์ว่าจริงไหม ลองเลยค่ะ ไม่ห้าม อิอิ แต่ลองแล้วเป็นยังไงกันบ้างก็อย่าลืมมาบอกกันบ้างนะคะ บายค่าาา

cover photo credit: http://madokeki.blogspot.com/2015/01/2014-cosme-ranking-part-4.html

​มาแล้วจ้า มาแล้ววว ประกาศรางวัลเครื่องสำอางค์ และ สกินแคร์ ที่ได้รับความนิยมที่สุดจากคอสเม่ (Cosme) ส่งท้ายปิดฉากปี 2017 โดยรอบประกาศรางวัลรอบนี้เป็นการเก็บข้อมูลลากยาวมาตั้งแต่ 01/11/2016 - 31/10/2017 คัดเน้นๆ จากผลโหวดของสาวๆญี่ปุ่นที่ใช้งานจริงในทุกหมวด แบบไร้โฆษณา สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าคอสเม่ คืออะไร แล้วความน่าเชื่อถือมีมาก น้อยแค่ไหน ตามไปอ่านบล็อคเก่าทรายได้ตามนี้นะคะ เปิดแหล่งช็อปเครื่องสำอางในญี่ปุ่นที่สาวๆไม่ควรพลาดกับร้าน @CosmeStore 


เอาละในเมื่อการไปช็อปปิ้งแบบไร้จุดหมายอาจทำให้ล้มละลายได้ แถมยังต้องมาคอยเสี่ยงว่ามันดีจริงไหม เรามาช็อปตามอันดับท็อปฮิตติดมงของทางคอสเม่กันดีกว่า ประหยัดทั้งเวลา แถมอุ่นใจอีกเน๊อะ

มาเริ่มกันที่อันดับ 3 เหรียญทองแดงของครั้งนี้ นั่นคือออออ 


HATOMUKI Skin Conditioner


ชื่อตรงตัวมาเลยสำหรับโลชั่นบำรุงผิวสารพัดประโยชน์จากลูกเดือย (Hatomuki) และสารสกัดจากธรรมชาติ สำหรับทั้งผิวหน้าและผิวกาย เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวแพ้ง่าย ทำให้หลายๆคนติดใจเจ้าโลชั่นตัวนี้มานักต่อนักแล้ว จริงๆตัวนี้ออกมาพักใหญ่แล้วนะ แต่ด้วยความที่มันสารพัดประโยชน์ แถมขนาดใหญ่บึ้มเมื่อเทียบกับราคาค่าตัว ทำให้มันฮิตติดลมบนจริงๆค่ะคุ๊ณณณ ใช้เป็นได้ทั้งโลชั่นทาผิว โทนเนอร์ จะใช้คู่กับแผ่นมาสก์ใช้มาสก์หน้า หรือจะใช้เป็นสเปร์ฉีดบำรุงความชุ่มชื่นระหว่างวันเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวหน้าจากการตากแตดก็ทำได้ นอกจากจะเด่นในเรื่องให้ความชุ่มชื้นแล้ว เจ้าโลชั่นตัวนี้ ยังช่วยใหผิวหน้านุ๊ม นุ่ม ด้วยนะ




ส่วนตัวเนื้อโลชั่นเองนั้น จะออกเป็นสีขาวขุ่นๆหน่อย แต่จะไม่มีสี และไม่กลิ่นนะคะ ก็อย่างที่เค้าเคลมว่าเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ 100% ดังนั้นตอนใช้จะเหมือนเอาน้ำมาพรมๆหน้าเลยค่ะ ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่มีกลิ่นน้ำหอมให้รำคาญใจ


อีกสิ่งสำคัญที่เจ้าตัวนี้ได้รับความนิยมติดลมบน ก็น่าจะเป็นเพราะราคาค่าตัวเมื่อเทียบกับปริมาณของมันนี่แหละ เห็นขวดใหญ่ขนาดนี้ 500 ml. แต่ราคาแค่ 650 เยนเอง เห้ยยยยย ถูกขนาดเอามาอาบยังไม่เสียดายเลยค่ะ ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ

สำหรับใครที่ยังไม่ได้ไปญี่ปุ่น ไม่ต้องเสียใจนะคะ ตอนนี้ทรายเห็นร้านในไทยอย่าง วัตสัน ท็อปซุปเปอร์มาร์เก็ต ซูรูฮะ หรือมัทสึคิโยะ ก็มีเอาเข้ามาขายแลัว ในเรื่องของราคาแม้จะบวกเพิ่มมานิดหน่อย แต่ก็ยังถือว่าถูกกว่าสกินแคร์แบรนด์เนมอยู่ดี 


อันดับ 2 เหรียญเงิน

ADDICTON Eyeshadow


ไอเท็มแต่งตาแบรนด์ ที่่มีมากถึง 120 เฉดสี ใช่่ค่ะ 120 จริงๆ แถมครั้งนี้สาวๆสามารถเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์สีได้อย่างใจ แบรนด์ Addiction มาพร้อมกับพาเลทที่สามารถให้เราเลือกสีที่ใช่ สีที่ชอบจัดลงพาเลทได้เองโดยไม่ต้องขัดใจกับปัญหามีสีไม่ชอบปนมาในพาเลทที่จัดชุดเอาไว้แล้ว สำหรับแบรนด์นี้ เป็นแบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นที่ออกจะแหวกแนวจากแบรนด์ญี่ปุ่นอื่นๆที่มักจะดูน่ารัก สีสันสดใส แต่ดันไปให้ความรู้สึกคล้ายๆแบรนด์ NARS อยู่พอสมควร นั่นก็เพราะผู้เป็นเจ้าของแบรนด์นี้ คุณอะยะโกะ (AYAKO) เคยทำงานให้กับ NARS มาก่อน ทำให้ได้กลิ่นอายมาพอสมควร




ความดีงามของอายแชโดว์แบรนด์นี้ นอกจากสีจะเยอะแล้ว เม็ดสียังชัด แถมติดทนด้วย ทำให้เวลาใช้ไม่ค่อยจะเปลืองเท่าไหร่ คือ ปาดนิดเดียว สีก็ชัดแล้ว ทำให้นี่อีกหนึ่งเหตุผลที่เจ้าอายแชโดว์ตัวนี้มาอยู่ในอันดับ 2 ได้ไม่ยาก



พาเลทที่ทำออกมามีให้เลือกทั้ง 4 และ 6 สี แถมยังมีสีให้เลือกมากกกกกก มากจนอาจปวดหัวได้ สิ่งนึงที่ทรายรู้สึกเสียดายคือสีของแบรนด์นี้ส่วนมากเป็นโทนสว่าง และเฉดสีก็ใกล้กัน ทำให้เวลาเลือกมาลงพาเลท หลายๆคนอาจเจอปัญหามารู้ตัวทีหลังว่า นี่เราเลือกสีใกล้ๆกันมาหมดเลยนี่หว่า สุดท้ายกลับไปเสียตังค์อีกรอบจ้า ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ 



สำหรับใครที่มองหาแบรด์นี้ ส่วนมากแล้วทรายเองมักจะเจอตามเคาน์เตอร์ในห้างมากกว่าร้านขายยาทั่วไป แถมในส่วนของราคานั้น ไม่เบานะจ้ะในความรู้สึกของทราย เพราะสีนึงราคา 2,000 เยน ไม่รวมภาษี ใครชอบหลายสีละก็มีกลุ้มใจแน่ๆ


​อันดับ 1 เหรียญทองงง

OPERA LIP TINT


มาถึงอันดับ 1 แล้ว นั่นก็คือ ลิปแคร์ของโอเปร่า นั่นเองงงงงงงงงง เจ้าลิปทิ้นท์ที่ให้ความรู้สึกเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ แถมยังมีสีระเรื่อ และติดทนเว่อร์ ทำให้เวลาทาแล้วมีความรู้สึกว่าริมฝีปากสุขภาพดี มีสีเบาๆ ใช้ได้ทุกๆวัน แถมยังเหมาะสำหรับสาวคนไหนที่ชอบแต่งหน้าสไตล์ธรรมชาติ ชนิดตื่นมาก็สวยอ่ะ สุดๆ

ที่บอกว่าติดทนปกติ ถ้าเป็นพวกลิปทินท์ หรือลิปมันโดยทั่วไป ม้ันมักจะติดอยู่แปปๆหลังทาเสร็จใหม่ๆใช่ไหมคะ แต่พอสักพัก เราไปกินอะไรสักนิดสักหน่อย ก็ปลิวไปกับอาหารและน้ำโดยทันที แต่ขอบอกว่าไม่ไช่กับเจ้าทินท์ตัวนี้ของโอเปร่าอย่างแน่นอน ทาเสร็จ กินก็แล้ว ดื่มน้ำก็แล้ว เลียปากไปก็หลายรอบ มันยังอยู่จ้าาาาาาา แม้จะไม่ได้อยู่ครบเหมือนตอนทาใหม่ๆ แต่มันยังมีร่องรอยของการทาทินท์เหลืออยู่อ่ะ แค่นี้ก็รักแล้ว ยิ่งตอนทามันไม่เหนียวเหนอะ เพราะเนื้อที่แมทช์หน่อยๆ ทำให้ทาแล้วดูไม่เหมือนคนปากมันแบบเพิ่งกินมันหมูมาใหม่ยิ่งรักอ่ะ เพราะปกติทรายใช้ลิปทินท์ทีไร เหมือนเพิ่งไปกินหมูกระทะมาทุกที 



ในส่วนของส่ีนั้นก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะมีอยู่ถึง 6 สีให้เลือก แม้ว่าทรายจะรู้สึกว่า สีมันไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่นักก็เหอะ แต่ด้วยความที่ราคาก็ไม่ได้สูงมาก คือ 1,500 เยน จะเหมาๆมาสัก 2-3 สีก็ทำได้ ส่วนสถานที่นั้น ในร้านขายยาทั่วไปก็หาซื้อได้ค่ะ หาง่ายเสียเงินคล่องแท้



เป็นไงกันบ้างคะ กับสินค้าฮอตฮิตติดลมที่คอสเม่จัดอันดับมา ทรายนี่เขียนบล็อกเสร็จแทบอยากจะออกไปสอยเพิ่มเลย (นี่ดีนะคะว่าเงินในกระเป๋าไม่อำนวยอยู่ช่วงนี้) แถมยังเหลือบไปเห็นฮิโตมุกิของตัวเองที่เพิ่งจะซื้อมาอีก เลยได้แต่ปลอบตัวเองว่า มีแล้วมีแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะปลอบตัวเองไปได้นานแค่ไหน ส่วนใครที่อยากพิสูจน์ว่าจริงไหม ลองเลยค่ะ ไม่ห้าม อิอิ แต่ลองแล้วเป็นยังไงกันบ้างก็อย่าลืมมาบอกกันบ้างนะคะ บายค่าาา

cover photo credit: http://madokeki.blogspot.com/2015/01/2014-cosme-ranking-part-4.html