s ช็อปปิ้ง

Fresh news from Japan!

We are excited to deliver you the the freshest news from Japan!

งานนี้ต้องลอง! คุชชั่นญี่ปุ่นที่ใช้แล้วจะต้องร้องกรี๊ด!

By , วันศุกร์, 21 ตุลาคม 2559

​มาพูดถึงเรื่องความงามกันบ้างดีกว่า! คุณผู้อ่านทราบมั้ยคะว่าช่วงนี้รองพื้นประเภท Cushion นั้นกำลังเป็นที่นิยมในหมู่สาวๆ เป็นอย่างมาก หากพูดถึง Cushion หลายคนคงคิดถึงแบรนด์สัญชาติเกาหลีแน่ๆ แต่เราอยากจะบอกว่า Cushion ดีๆ นั้นไม่ได้มีแค่ในเกาหลีเท่านั้น เพราะตอนนี้ญี่ปุ่นเองก็เริ่มผลิต Cushion ออกมาเช่นเดียวกัน

Cushion คืออะไร? 

คาดว่าหลายคนน่าจะรู้จักอยู่แล้ว…Cushion คือเมคอัพเบสแบบน้ำที่เหลวกว่ารองพื้น ซึ่งผลิตออกมาในรูปแบบตลับเหมือนแป้งพัฟ โดยเนื้อผลิตภัณฑ์จะถูกดูดซับอยู่ในฟองน้ำในตลับ วิธีใช้ก็ง่ายมากค่ะ เพียงแค่นำพัฟกดลงบนฟองน้ำเล็กน้อยแล้วก็แตะๆ ทั่วใบหน้าให้เนียน ข้อดีคือเนื้อไม่หนาโบ๊ะเหมือนใช้รองพื้นแบบหลอดหรือขวด เพราะ Cushion เน้นความเป็นธรรมชาติ เน้นโชว์ผิว ให้หน้าดูฉ่ำวาวสุขภาพดีนั่นเอง

​เราเองก็ได้ยินกระแส Cushion มานาน ก็ลองใช้ของเกาหลีดูบ้าง ใช้ทั้งแบรนด์ที่ใช้แล้วดี (แต่แพง) หรือไม่เหมาะกับหน้าเลย แต่วันนึงไปเดินเล่นในห้าง บังเอิญเจอของเล่นใหม่พอดี เป็น Cushion ของญี่ปุ่น นี่ก็เพิ่งรู้ว่าญี่ปุ่นเองก็มี Cushion กับเค้าเหมือนกัน (บ้านนอกไปอีก) 

Cushion ที่เราจะรีวิวในวันนี้ ผลิตโดยแบรนด์ FLOW FUSHI โดยใช้ชื่อว่า FLOW FUSHI Ion de Cushion

หลายคนอาจคุ้นหูกับแบรนด์นี้...ใช่ค่ะ แบรนด์ FLOW FUSHI เป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่อง MOTE MASCARA ที่วางขายอยู่ที่ร้าน Matsumoto Kiyoshi ในประเทศไทยนั่นเอง!! (ลักษณะแพ็คเกจเป็นซองสีทองดูไฮโซ ด้านหน้าเป็นตัว MM) 

สำหรับ Cushion รุ่นนี้ตลับเป็นวงรีรูปไข่ดูไฮโซ เพิ่งวางจำหน่ายเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 เดือนเมษายนที่ผ่านมานี่เองค่ะ แบรนด์นี้ได้ผลิตออกมา 2 รุ่นคือ รุ่นตลับสีชมพู และตลับสีทอง

  • ตลับสีชมพูเป็นรุ่น Cover มีกันแดด SPF 32 จะเน้นปกปิด
  • ตลับสีทองคือรุ่น Natural เน้นความเป็นธรรมชาติ มีกันแดด SPF 30

สำหรับทั้ง 2 รุ่นได้ผลิตออกมาใน 2 เฉดสีคือ 01 Light Beige และ 02 Beige

พัฟที่ใช้ยังออกแบบมาเป็นพิเศษ เพราะมีด้านปลายแหลม ทำให้ง่ายต่อการแต่งหน้าช่วงบริเวณขอบปาก ใต้ตา
หน้าตาแพ็คเกจเป็นแบบนี้
จุดเด่นของ Cushion แบรนด์นี้คืออะไร? 

เค้าโฆษณาว่า Cushion ของแบรนด์นี้ปราศจากสารกันเสีย เพราะมีส่วนผสม End Mineral ทำให้ผิวหน้าดูฉ่ำวาว เนียนใสและกระชับ นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ถึง 6 in 1 (Aging care, Emulsion, เมคอัพเบส, รองพื้น, อิออนโพรเทค และป้องกันรังสี UVA และ UVB) ที่สำคัญมันไม่ธรรมดาตรงที่สามารถปกป้องผิวจากแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ได้อีกด้วย! (ไม่ธรรมดาจริงๆ!! =[]=)

ด้วยความที่เป็นของใหม่และความอยากลอง เราจึงสอยรุ่น Natural (ตลับสีทอง) เฉดสี 01 Light Beige มา 1 ตลับ ซึ่งตอนไปลองรู้สึกว่ารุ่น Natural จะแอบสว่างกว่า Cover เล็กน้อยค่ะ

หลังจากเกริ่นคุณสมบัติกันมาเยอะแล้วเรามาดูของจริงกันดีกว่าค่ะ
ขออภัยที่สภาพตลับและพัฟค่อนข้างเน่า เพราะผ่านการใช้มาอย่างหนักหน่วงจริงๆ (=.,=)
ลองเอามาแตะที่มือดู เนื้อค่อนข้างฉ่ำวาวเลย

สภาพผิวเราเป็นคนรูขุมขนกว้าง (รูปซ้ายสุดเป็นสภาพผิวที่ยังไม่ได้ลง Primer และครีมกันแดด) ถ้าดูจากในรูปจะเห็นได้ว่ามันปกปิดนิดเดียวจริงๆ ค่ะ แต่หน้ารู้สึกฉ่ำขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และผิวดูเนียนขาวแบบสุขภาพดีขึ้น อารมณ์นางเอก Series เกาหลีที่ชอบแต่งหน้าแบบ Make up no Make up ตอนอยู่ญี่ปุ่นนี่ใช้แค่ Cushion แล้วจบออกไปลัลล้าได้ แต่พอกลับไทยมา แนะนำว่าควรตามด้วยแป้งฝุ่นจะดีกว่าค่ะ ถ้าใช้แค่ Cushion อย่างเดียวรับรองว่าตอนบ่ายหน้าเยิ้มแน่นอน!

แต่ที่ถูกใจเจ้เลยคือใช้แล้วหน้าไม่เทาเป็น Fifty shades of grey แถมสะดวกมาก เพราะไม่ต้องมาคอยเกลี่ยรองพื้นให้เสียเวลา แค่ตบๆๆ เอาแถมไม่รู้สึกหนักหน้าเลยแม้แต่นิดเดียว! แถมพัฟที่ให้มาใช้ง่ายมากค่ะ สำหรับคนที่แต่งหน้าไม่เก่งก็คิดว่าน่าจะไม่มีปัญหาเลย 

มาพูดถึงเรื่องที่ขาดไม่ได้คือ ราคา ค่ะ  จะอยู่ที่ 3,200 เยน (มีแบบรีฟิลในราคา 2,200 เยน) สำหรับเราถือว่าราคาไม่แรงถ้าเทียบกับคุณภาพที่โฆษณาไว้ 

คะแนนเต็ม 10 ขอให้ 8 คะแนนค่ะ หักตรงที่บางครั้งใช้ไม่ดีก็แอบเป็นคราบเบาๆ บวกกับหาซื้อยาก เพราะตอนนี้ยังไม่มีขายในไทย ถ้าใครได้ไปญี่ปุ่น สามารถหาซื้อได้ตาม Drug Store หรือ Cosme Store ทั่วไปค่ะ (ตอนนั้นเราซื้อจากร้าน Piumagi ที่ห้าง Tokyu Square สาขา Hachioji)

อย่างที่บอกคนญี่ปุ่นเป็นคนผิวค่อนข้างขาวค่ะ ดังนั้น Cushion ของแบรนด์นี้อาจไม่เหมาะกับสาวผิวสองสีเท่าไหร่นัก เพื่อนเราลองเฉด 02 ที่ว่าเข้มกว่าแล้วยังลอยอย่างเห็นได้ชัดเลย สำหรับใครที่ชอบความฉ่ำวาว แนะนำให้ใช้ Natural เพราะรุ่นนี้ไม่เน้นปกปิดเน้นแอ๊บโชว์ผิวใสได้ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีปัญหาผิวหน้าเท่าไหร่นัก

แต่ถ้าคุณผู้อ่านได้ลองใช้…อาจติดใจเหมือนเจ้าของบล็อกคนนี้ก็ได้นะคะ (^_^)

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก : http://piumagi.co.jp/store/ และ http://flowfushi.com/ic/

​มาพูดถึงเรื่องความงามกันบ้างดีกว่า! คุณผู้อ่านทราบมั้ยคะว่าช่วงนี้รองพื้นประเภท Cushion นั้นกำลังเป็นที่นิยมในหมู่สาวๆ เป็นอย่างมาก หากพูดถึง Cushion หลายคนคงคิดถึงแบรนด์สัญชาติเกาหลีแน่ๆ แต่เราอยากจะบอกว่า Cushion ดีๆ นั้นไม่ได้มีแค่ในเกาหลีเท่านั้น เพราะตอนนี้ญี่ปุ่นเองก็เริ่มผลิต Cushion ออกมาเช่นเดียวกัน

Cushion คืออะไร? 

คาดว่าหลายคนน่าจะรู้จักอยู่แล้ว…Cushion คือเมคอัพเบสแบบน้ำที่เหลวกว่ารองพื้น ซึ่งผลิตออกมาในรูปแบบตลับเหมือนแป้งพัฟ โดยเนื้อผลิตภัณฑ์จะถูกดูดซับอยู่ในฟองน้ำในตลับ วิธีใช้ก็ง่ายมากค่ะ เพียงแค่นำพัฟกดลงบนฟองน้ำเล็กน้อยแล้วก็แตะๆ ทั่วใบหน้าให้เนียน ข้อดีคือเนื้อไม่หนาโบ๊ะเหมือนใช้รองพื้นแบบหลอดหรือขวด เพราะ Cushion เน้นความเป็นธรรมชาติ เน้นโชว์ผิว ให้หน้าดูฉ่ำวาวสุขภาพดีนั่นเอง

​เราเองก็ได้ยินกระแส Cushion มานาน ก็ลองใช้ของเกาหลีดูบ้าง ใช้ทั้งแบรนด์ที่ใช้แล้วดี (แต่แพง) หรือไม่เหมาะกับหน้าเลย แต่วันนึงไปเดินเล่นในห้าง บังเอิญเจอของเล่นใหม่พอดี เป็น Cushion ของญี่ปุ่น นี่ก็เพิ่งรู้ว่าญี่ปุ่นเองก็มี Cushion กับเค้าเหมือนกัน (บ้านนอกไปอีก) 

Cushion ที่เราจะรีวิวในวันนี้ ผลิตโดยแบรนด์ FLOW FUSHI โดยใช้ชื่อว่า FLOW FUSHI Ion de Cushion

หลายคนอาจคุ้นหูกับแบรนด์นี้...ใช่ค่ะ แบรนด์ FLOW FUSHI เป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่อง MOTE MASCARA ที่วางขายอยู่ที่ร้าน Matsumoto Kiyoshi ในประเทศไทยนั่นเอง!! (ลักษณะแพ็คเกจเป็นซองสีทองดูไฮโซ ด้านหน้าเป็นตัว MM) 

สำหรับ Cushion รุ่นนี้ตลับเป็นวงรีรูปไข่ดูไฮโซ เพิ่งวางจำหน่ายเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 เดือนเมษายนที่ผ่านมานี่เองค่ะ แบรนด์นี้ได้ผลิตออกมา 2 รุ่นคือ รุ่นตลับสีชมพู และตลับสีทอง

  • ตลับสีชมพูเป็นรุ่น Cover มีกันแดด SPF 32 จะเน้นปกปิด
  • ตลับสีทองคือรุ่น Natural เน้นความเป็นธรรมชาติ มีกันแดด SPF 30

สำหรับทั้ง 2 รุ่นได้ผลิตออกมาใน 2 เฉดสีคือ 01 Light Beige และ 02 Beige

พัฟที่ใช้ยังออกแบบมาเป็นพิเศษ เพราะมีด้านปลายแหลม ทำให้ง่ายต่อการแต่งหน้าช่วงบริเวณขอบปาก ใต้ตา
หน้าตาแพ็คเกจเป็นแบบนี้
จุดเด่นของ Cushion แบรนด์นี้คืออะไร? 

เค้าโฆษณาว่า Cushion ของแบรนด์นี้ปราศจากสารกันเสีย เพราะมีส่วนผสม End Mineral ทำให้ผิวหน้าดูฉ่ำวาว เนียนใสและกระชับ นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ถึง 6 in 1 (Aging care, Emulsion, เมคอัพเบส, รองพื้น, อิออนโพรเทค และป้องกันรังสี UVA และ UVB) ที่สำคัญมันไม่ธรรมดาตรงที่สามารถปกป้องผิวจากแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ได้อีกด้วย! (ไม่ธรรมดาจริงๆ!! =[]=)

ด้วยความที่เป็นของใหม่และความอยากลอง เราจึงสอยรุ่น Natural (ตลับสีทอง) เฉดสี 01 Light Beige มา 1 ตลับ ซึ่งตอนไปลองรู้สึกว่ารุ่น Natural จะแอบสว่างกว่า Cover เล็กน้อยค่ะ

หลังจากเกริ่นคุณสมบัติกันมาเยอะแล้วเรามาดูของจริงกันดีกว่าค่ะ
ขออภัยที่สภาพตลับและพัฟค่อนข้างเน่า เพราะผ่านการใช้มาอย่างหนักหน่วงจริงๆ (=.,=)
ลองเอามาแตะที่มือดู เนื้อค่อนข้างฉ่ำวาวเลย

สภาพผิวเราเป็นคนรูขุมขนกว้าง (รูปซ้ายสุดเป็นสภาพผิวที่ยังไม่ได้ลง Primer และครีมกันแดด) ถ้าดูจากในรูปจะเห็นได้ว่ามันปกปิดนิดเดียวจริงๆ ค่ะ แต่หน้ารู้สึกฉ่ำขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และผิวดูเนียนขาวแบบสุขภาพดีขึ้น อารมณ์นางเอก Series เกาหลีที่ชอบแต่งหน้าแบบ Make up no Make up ตอนอยู่ญี่ปุ่นนี่ใช้แค่ Cushion แล้วจบออกไปลัลล้าได้ แต่พอกลับไทยมา แนะนำว่าควรตามด้วยแป้งฝุ่นจะดีกว่าค่ะ ถ้าใช้แค่ Cushion อย่างเดียวรับรองว่าตอนบ่ายหน้าเยิ้มแน่นอน!

แต่ที่ถูกใจเจ้เลยคือใช้แล้วหน้าไม่เทาเป็น Fifty shades of grey แถมสะดวกมาก เพราะไม่ต้องมาคอยเกลี่ยรองพื้นให้เสียเวลา แค่ตบๆๆ เอาแถมไม่รู้สึกหนักหน้าเลยแม้แต่นิดเดียว! แถมพัฟที่ให้มาใช้ง่ายมากค่ะ สำหรับคนที่แต่งหน้าไม่เก่งก็คิดว่าน่าจะไม่มีปัญหาเลย 

มาพูดถึงเรื่องที่ขาดไม่ได้คือ ราคา ค่ะ  จะอยู่ที่ 3,200 เยน (มีแบบรีฟิลในราคา 2,200 เยน) สำหรับเราถือว่าราคาไม่แรงถ้าเทียบกับคุณภาพที่โฆษณาไว้ 

คะแนนเต็ม 10 ขอให้ 8 คะแนนค่ะ หักตรงที่บางครั้งใช้ไม่ดีก็แอบเป็นคราบเบาๆ บวกกับหาซื้อยาก เพราะตอนนี้ยังไม่มีขายในไทย ถ้าใครได้ไปญี่ปุ่น สามารถหาซื้อได้ตาม Drug Store หรือ Cosme Store ทั่วไปค่ะ (ตอนนั้นเราซื้อจากร้าน Piumagi ที่ห้าง Tokyu Square สาขา Hachioji)

อย่างที่บอกคนญี่ปุ่นเป็นคนผิวค่อนข้างขาวค่ะ ดังนั้น Cushion ของแบรนด์นี้อาจไม่เหมาะกับสาวผิวสองสีเท่าไหร่นัก เพื่อนเราลองเฉด 02 ที่ว่าเข้มกว่าแล้วยังลอยอย่างเห็นได้ชัดเลย สำหรับใครที่ชอบความฉ่ำวาว แนะนำให้ใช้ Natural เพราะรุ่นนี้ไม่เน้นปกปิดเน้นแอ๊บโชว์ผิวใสได้ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีปัญหาผิวหน้าเท่าไหร่นัก

แต่ถ้าคุณผู้อ่านได้ลองใช้…อาจติดใจเหมือนเจ้าของบล็อกคนนี้ก็ได้นะคะ (^_^)

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก : http://piumagi.co.jp/store/ และ http://flowfushi.com/ic/

บทความล่าสุด