t เที่ยวและชอปปิงในญี่ปุ่น

10 ข้อน่ารู้ที่ได้จากการไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

By , วันศุกร์, 30 มีนาคม 2561

​สวัสดีค่า กลับมาพบกันอีกแล้วทุกเดือนนะคะ นี่ก็ใกล้จะเทศกาลสงกรานต์กันแล้ว คาดว่าหลายคนคงจะเตรียมตัวท่องเที่ยวกันแน่แท้ ขอเดาว่า 1 ในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของเพื่อนๆต้องมีประเทศญี่ปุ่นอยู่ในดวงใจใครหลายคนแน่ๆ จากการที่เราได้มีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตนเองหลายครั้ง เราก็ได้สังเกตเห็นถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมระหว่างญี่ปุ่นกับไทยหลายๆอย่าง ซึ่งบางอย่างก็เป็นเรื่องแปลกที่เราไม่คาดคิด บางอย่างก็แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของผู้คนในประเทศนี้ เอาล่ะ! จะมีอะไรบ้าง ตามมาส่องกันดูเลยจ้า

1. จำนวนคนกับที่นั่งโต๊ะอาหารต้องพอดีกัน

​ข้อแรกนี้ ถือเป็นเรื่องที่แตกต่างจากไทยเราพอสมควรเลยจ้า เพราะที่ญี่ปุ่นเวลาเราไปทานร้านอาหาร เราจะต้องแจ้งกับพนักงานหน้าร้านว่ามากันกี่คน แล้วพนักงานจะพาเราไปนั่งโต๊ะที่นั่งที่มีจำนวนพอดีกับคนที่มาทาน เช่น มา 2 คน ก็ต้องนั่งโต๊ะที่มี 2 ที่นั่ง ไม่ใช่มา 2 คนแต่อยากนั่งโต๊ะใหญ่ๆขนาด 4 ที่นั่ง ขอบอกว่าไม่สามารถทำได้ที่ญี่ปุ่นนะจ๊ะ เพราะแต่ละร้านเค้ามีที่นั่งจำกัดจึงต้องจัดสรรที่นั่งให้ได้ใช้ประโยชน์สูงสุดจะได้ไม่เสียที่นั่งว่างโดยเปล่าประโยชน์นั่นเอง ตัดภาพมาที่ไทย ส่วนใหญ่เราเข้าร้านอาหารก็มักจะเลือกที่นั่งกันเองตามใจชอบ ถ้าไม่มีพนักงานมาพาไปนั่ง ซึ่งส่วนใหญ่เราก็มักจะเลือกที่นั่งมากกว่าจำนวนคนที่มา เพื่อจะได้เผื่อวางของบนเก้าอี้บ้างอะไรงี้ใช่มั้ยล่ะ แต่ที่ญี่ปุ่นถ้าพนักงานเค้าเห็นว่าเรามีสัมภาระเยอะ เค้าจะรีบเอาตะกร้าวางไว้ให้ เพื่อให้เราวางของได้อย่างสบายเลยจ้า แถมบางร้านยังมีเอาผ้ามาคลุมของในตะกร้าให้อีกนะ เราว่าดีนะ ทำให้ไม่ต้องเสียที่นั่งว่าง 

ที่นั่งสำหรับ 4 คน

2. นับเงินให้เราดูต่อหน้า

ข้อนี้แสดงให้เห็นถึงความละเอียดใส่ใจของคนญี่ปุ่นเป็นอย่างมากค่ะ เวลาเราไปซื้อของหรือทานอาหารตามร้านต่างๆ เมื่อเราจ่ายเงินให้พนักงาน ทุกคนก็จะพูดทวนถึงจำนวนเงินที่รับมาจากเรา และเมื่อมีการทอนเงิน เค้าก็จะนับจำนวนแบงค์หรือเหรียญที่ทอนให้เราดูทีละใบเลยจ้า เราว่าข้อนี้ดีมากๆเลย มันช่วยลดความผิดพลาดและข้อโต้แย้งจากลูกค้าได้ดีเลยทีเดียวนะ อยากให้ทุกร้านในเมืองไทยทำแบบนี้เลย จะได้ป้องกันลูกค้าหัวหมอบางคนที่รับเงินมาแล้วบอกว่าได้รับไม่ครบ และยังช่วยทวนความจำและเพิ่มความรอบคอบให้กับพนักงานในร้านได้เป็นอย่างดี

3. จุดพักรถที่ญี่ปุ่นดีงามมาก

​นี่ก็เป็นอีกหนึ่งข้อที่เราชอบมากค่ะ เวลาเช่ารถขับที่ญี่ปุ่น ในรถเช่าเค้าจะติด GPS มาให้ในรถ ซึ่งถ้าเราขับมาใกล้จุดพักรถ GPS ก็จะมีบอกด้วยว่าจะถึงจุดพักรถชื่ออะไร และในจุดพักรถนั้นมีให้บริการอะไรบ้าง ถ้าเป็นจุดพักรถใหญ่ๆ จะมีให้บริการครบสิ่ง ทั้งห้องน้ำ สถานีบริการน้ำมัน ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ที่นั่งพักผ่อน ข้อมูลสถานที่เที่ยวบริเวณนั้น โอ๊ย! ดีงามมากอะ และที่สำคัญห้องน้ำสะอาดมากกกก แต่ถ้าจุดพักรถเล็กๆ ก็อาจจะมีแค่ห้องน้ำหรือร้านกาแฟเล็กๆ อันนี้ก็แล้วแต่เราเลือกเองว่าจะแวะจุดพักรถแบบไหนนะ ถ้าเพื่อนๆได้มีโอกาสเช่ารถขับที่ญี่ปุ่น อย่าพลาดมาลองใช้บริการกันนะจ๊ะ

จุดพักรถเมือง Iwamizawa
ห้องน้ำมีไฟแสดงสถานะว่าว่างหรือไม่ว่าง ล้ำมาก
สวนให้นั่งพักผ่อนที่จุดพักรถ

4. นั่งรถไฟเที่ยวนอกเมือง ต้องเผื่อเวลารอบรถขากลับให้ดี

​ข้อนี้เป็นประสบการณ์อันลุ้นระทึกของเราเลยจ้า คือตอนนั้นเราไปเที่ยวเมืองโทยามะ (Toyama) ที่อยู่ในภูมิภาคจูบุ (Chubu) เราได้นั่งรถไฟท้องถิ่นของเมืองนี้ (Local Train) เพื่อไปชมพิพิธภัณฑ์ทิวลิปที่อยู่นอกเมือง แต่ด้วยความที่มันอยู่นอกเมือง ทำให้รอบรถไฟห่างกันเที่ยวละครึ่งชั่วโมงได้ พอถึงเวลากลับเราก็ขึ้นรถไฟรอบ 15:40 น. เพื่อจะกลับเข้าเมืองโทยามะ และระหว่างทางเราต้องมีการเปลี่ยนขบวนเพื่อเข้าเมืองโทยามะ ซึ่งตามกำหนดการจะต้องถึงประมาณ 16:10 น. แต่! ตอนเปลี่ยนขบวนเราดันขึ้นผิดฝั่ง!!! ทำให้เราต้องรอขบวนรถไฟใหม่เพื่อจะกลับเข้าเมือง ซึ่งกว่าขบวนใหม่จะมาคือ 16:30 น. แต่เราจองตั๋วรถไฟไว้เพื่อจะนั่งจาก Toyama ไป Nagoya (ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง) ไว้ ซึ่งรถไฟจะออก 17:00 น.!!! ความพีคมันอยู่ที่ถ้าเราพลาดรอบ 17:00 น. เราต้องรอเที่ยวต่อไปคือวันพรุ่งนี้!!! โอ้วแม่เจ้า คิดดูละกันว่าเราต้องลุ้นขนาดไหน ถ้าเรามาไม่ทัน เราต้องหาที่นอนใหม่ แล้วต้องจ่ายค่ายกเลิกโรงแรมที่ Nagoya คืนแรกอีก เรานั่งรถไฟใหม่มาถึงตัวเมือง Toyama ตอน 16:50 ได้ เรากับเพื่อนนี่วิ่งสุดชีวิตเลยจ้า ไหนจะต้องไปเอากระเป๋าเดินทางที่ฝากไว้ที่สถานีอีก ต้องแบกกระเป๋าวิ่งขึ้นบันไดเลื่อนเพื่อจะไปขึ้นรถไฟ (ไม่รู้เอาแรงมาจากไหน) ซึ่งระยะทางไกลพอสมควรเลยจ้า พอขึ้นรถไฟได้ ก็มีกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนวิ่งตามเรามาอีก 4-5 คน พอเข้ามาประตูรถไฟก็ปิดพอดี เป็นอะไรที่ลุ้นมาก ข้าวกล่องก็ไม่ได้ซื้อมากิน เพราะไม่มีเวลาเหลือ ต้องทนหิวนั่งยาวไป 3 ชม. ท้องก็ร้อง T_T เพราะฉะนั้น ถ้าเพื่อนๆนั่งรถไฟนอกเมืองต้องเผื่อเวลาขากลับให้มากๆนะจ๊ะ อย่าให้กระชั้นชิดแบบเรา อาจพลาดได้

5. ทานร้านอาหารหรือคาเฟ่ต้องสั่งคนละจาน

​ร้านอาหารส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นเค้ามีกฎเหล็กว่ามากี่คนก็ต้องสั่งอาหารให้เท่ากับจำนวนคนนะจ๊ะ จะมา 2 คนแล้วสั่งจานเดียวมาแชร์กันมิได้ มันไม่งาม ถือเป็นมารยาทอย่างหนึ่งในการทานร้านอาหารที่ญี่ปุ่นนะ ซึ่งแตกต่างจากของไทยที่เราจะชอบสั่งมา share กัน เพราะกลัวกินไม่หมด แต่ที่ญี่ปุ่นอาหารส่วนใหญ่ของเค้าจะมาเป็นเซต ต่างคนต่างทาน ไม่มีการ share กันเหมือนอย่างไทยเรานะออเจ้า

เซตอาหารต่อ 1 คน

6. ราคาค่าอาหารในสนามบินญี่ปุ่นไม่แพงเลย!!

ข้อนี้ถูกใจเรามาก ตอนเราไปญี่ปุ่นแรกๆ เราไม่กล้าจะกินอาหารที่ร้านในสนามบินเพราะกลัวจะชาร์จแพงแบบบ้านเรา แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะพอสำรวจราคาดูจริงๆ กลับพบว่าราคาพอๆกับร้านที่อยู่ข้างนอกเลย ไม่มีการชาร์จเพิ่มแต่อย่างใด แถมสนามบินญี่ปุ่นแต่ละที่เค้าก็จะรวบรวมร้านเด็ดร้านดังของเมืองเค้าให้มาขายในสนามบินกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้น ต่อไปถ้าใครมาเที่ยวญี่ปุ่นก็อย่าได้กลัวที่จะมาลิ้มลองความอร่อยของร้านในสนามบินกันนะจ๊ะ เพราะได้รับการคัดสรรมาอย่างดี อร่อยและราคาไม่แพงอย่างที่คิดด้วย ไม่ต้องไปหากินที่อื่นเลยจ้า โดยเฉพาะสนามบินชิโตเสะ ที่ฮอกไกโดนะ โอ๊ย! สวรรค์ของคนชอบกินเลย ทั้งของคาวของหวาน จัดว่าเพียบ!! เตรียมท้องให้ว่างและเผื่อเวลามาทานอาหารที่สนามบินกันได้เลย สะดวกสุดๆ

ซูชิเซตราคาไม่เกิน 1000 เยนที่สนามบิน

7. ห้องน้ำที่ญี่ปุ่นอลังมาก 

​ข้อนี้น่าจะถูกใจคนรักความสะอาดกันนะจ๊ะ เหตุผลหนึ่งที่เราชอบมาเที่ยวญี่ปุ่นก็เพราะห้องน้ำนี่แหละ ตามห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆของญี่ปุ่น เค้าจะทำห้องน้ำดีมาก โดยเฉพาะห้องน้ำสำหรับคุณผู้หญิง เค้าจะมีแบ่งโซนสำหรับให้นั่งแต่งหน้าอย่างเดียวเลย ขอบอกว่ามาเป็นโตีะเครื่องแป้งเลยจ้า มีคันฉ่อง (กระจก) ให้ส่องรอบด้าน คุณพี่จักไม่ต้องถามเลยว่า คันฉ่องที่ห้องออเจ้ายังชัดดีอยู่ฤา 555 น่าจะถูกใจสาวๆรักสวยรักงามเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ถ้าเป็นห้องน้ำในสนามบินบางที่เค้าจะมีแยกโซนห้องเปลี่ยนเสื้อผ้ากับห้องแต่งหน้าให้ด้วยนะ เหมาะกับคนเมืองร้อนอย่างเรามาก เพราะตอนเราใส่เสื้อมาจากบ้านก็จะใส่บางๆไม่หนามาก แต่พอมาเที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวนะ เราก็ต้องจัดเต็ม ต้องมีใส่ฮีทเทคเพิ่มข้างในอีกชั้นก่อนจะไปเผชิญความหนาวด้านนอกกัน เราก็สามารถใช้ห้องแต่งตัวเค้านี่แหละเปลี่ยนเสื้อผ้าได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ต้องเปลี่ยนในห้องน้ำแคบๆแบบบ้านเรา อีกอย่างนึงนะ ห้องน้ำในสนามบินญี่ปุ่นจะกว้างมากกก ขนาดที่ว่าถ้ามาคนเดียว คุณสามารถเอารถเข็นกระเป๋าเข้าไปในด้านในเพื่อจะได้ดูสัมภาระแบบไม่คลาดสายตาได้เลยทีเดียว ช่างใส่ใจจริงๆเนาะ ^_^

ห้องน้ำในสนามบิน Narita ต้อนรับ Olympic 2020

8. ลองเสื้อในร้านญี่ปุ่น ต้องถอดรองเท้าก่อนลอง

​ข้อนี้ถือเป็นมารยาทและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นเลยนะ สืบเนื่องจากว่าธรรมเนียมญี่ปุ่นเวลาก่อนเข้าบ้านต้องถอดรองเท้าที่ใส่มาจากข้างนอกก่อน แล้วเปลี่ยนมาใส่รองเท้าสำหรับใส่ในบ้านแทน เพื่อไม่ให้บ้านสกปรกและเท้าจะได้ไม่สัมผัสพื้นที่เย็นเนื่องจากอากาศหนาว ถ้าเพื่อนๆได้มีโอกาสไปลองเสื้อในร้านญี่ปุ่น จะสังเกตเห็นเลยว่าในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเค้าจะทำเป็น step หรือขั้น สำหรับให้เราถอดรองเท้าก่อนลองเสื้อผ้า หลายร้านก็จะมีป้ายติดไว้บอกชาวต่างชาติด้วยว่า ให้ถอดรองเท้าก่อน เพื่อที่ห้องลองเสื้อผ้าจะได้ไม่สกปรกนั่นเอง และส่วนใหญ่ถ้าเป็นห้องลองเสื้อผู้หญิงเค้าก็จะมีผ้าสีขาวบางๆสำหรับให้คลุมหน้ากันเครื่องสำอางเราเลอะมาโดนเสื้อผ้าเค้าอีกด้วย ตามมารยาทเราก็ควรคลุมกันนะ เสื้อเค้าจะได้ไม่เปื้อนเครื่องสำอางเรา

ต้องถอดรองเท้าก่อนขึ้นไปลองตรง step นะจ๊ะ

9. ร้านอาหารที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่หยุดวันพุธหรือพฤหัส

ข้อนี้สำคัญมากสำหรับคนที่จะมาตามรอยชิมร้านอาหารดังๆกันนะจ๊ะ ก่อนจะมา ให้ทำการบ้านศึกษาข้อมูลเวลาเปิด-ปิด ของแต่ละร้านกันให้ดีๆ จะได้ไม่มาเสียเที่ยว เสียเวลาเก้อ จากประสบการณ์ที่เจอมา ร้านอาหารส่วนใหญ่จะหยุดวันพุธหรือวันพฤหัสนะ และที่สำคัญอีกอย่างก็คือ ควรจะศึกษาตารางวันหยูดประจำปีของประเทศญี่ปุ่นไว้ด้วย เพราะร้านอาหารส่วนมากเค้าจะบอกเลยว่าถ้าวันหยุดของร้านเค้าตรงกับวันหยุดประจำปี เค้าจะเปิดทำการ และเลื่อนไปหยุดวันถัดไปแทนจ้า หมายความว่าร้านเค้าอาจจะไม่ได้หยุดวันพุธหรือพฤหัสเสมอไปนะจ๊ะ อาจจะไปหยุดวันศุกร์แทนก็ได้ เรื่องกินเรื่องใหญ่ อย่าให้พลาดกันน้าาา

10. ระวังเจอมนุษย์เงินเดือนอ้วก!!

​ข้อนี้ถ้าเพื่อนๆกำลังทานข้าวอยู่ ขอให้ข้ามไปอ่านทีหลังนะจ๊ะ เดี๋ยวจะทานกันไม่ลง 555 เราเจอมากับตัวเองเลยจ้า สังเกตได้ว่าช่วงเวลาประมาณ 5 ทุ่มถึงเที่ยงคืน ซึ่งเป็นเวลาที่เหล่ามนุษย์เงินเดือนแยกย้ายกันกลับบ้านหลังจากเมากันเต็มที่จากการไปกินเลี้ยงลูกค้าหลังเลิกงาน (ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่ปกติมากๆของคนญี่ปุ่น) ตามเสาต่างๆในบริเวณสถานีรถไฟหรือแม้แต่ด้านนอกโรงแรมที่พัก เราจะเจอคราบรอยอ้วกของเหล่า Salaryman เป็นหย่อมๆเลยจ้า เข้าใจว่าคงเป็นเรื่องปกติของเค้าที่จะเมามายไม่ได้สติ ก็เลยอยากจะเตือนเพื่อนๆเอาไว้ว่า ช่วงเวลานี้เวลาเดินไปไหนให้ดูดีๆ อย่าเดินเพลิน เดี๋ยวจะไปเจอของดีเข้า กรี๊ด!! (O_O) เราก็เกือบจะเหยียบเหมือนกัน ดีที่เห็นซะก่อน ไม่งั้นแย่แน่

ระวังตามเสาแบบนี้ให้ดี!

​เป็นยังไงกันบ้างคะ 10 ข้อที่เราเอามาฝากกันวันนี้ เพื่อนๆคนไหนเจอแบบเราบ้าง? หรือใครเจออะไรดีๆแปลกๆก็มาพูดคุยเล่าสู่กันฟังแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้นะจ๊ะ จะได้เป็นข้อคิดให้กับเพื่อนๆที่จะไปเที่ยวได้เตรียมตัวและเตรียมใจกันไว้ก่อน สำหรับบล็อกหน้าจะมีเรื่องอะไรสนุกๆมาเล่าให้ฟังอีก ก็ฝากติดตามกันด้วยนะจ๊ะ

ขอขอบคุณรูปภาพประกอบจาก

http://www.thaifly.com/image/data/Article_IMG/Japan/Sort-By-Article-ID/Pinkmoss-Hiroshima_1200x900px.jpg

https://gurunavi.com/en/japanfoodie/article/types_of_seating/img/05_restaurant-seating.png

https://i.ytimg.com/vi/_7fk2H-3bpY/hqdefault.jpg

https://blue-works.com/jprail/wp-content/uploads/2017/09/2016-winter-Japan-trip-569-600x450.jpg

https://www.instagram.com/p/BOUmPA-AEx-/media?size=l

https://mainichi.jp/english/articles/20170817/p2a/00m/0na/006000c

https://dsimg.wowjpn.goo.ne.jp/rs/?src=https://wow-j.com/images/ext/allguides/00322/00322_003.jpg&maxw=680&maxh=0&resize=1

http://cp.japantourlist.com/th/wp-content/uploads/sites/2/2017/02/1-13.jpg

https://www.japantimes.co.jp/wp-content/uploads/2017/04/n-elderly-a-20170426.jpg

​สวัสดีค่า กลับมาพบกันอีกแล้วทุกเดือนนะคะ นี่ก็ใกล้จะเทศกาลสงกรานต์กันแล้ว คาดว่าหลายคนคงจะเตรียมตัวท่องเที่ยวกันแน่แท้ ขอเดาว่า 1 ในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของเพื่อนๆต้องมีประเทศญี่ปุ่นอยู่ในดวงใจใครหลายคนแน่ๆ จากการที่เราได้มีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตนเองหลายครั้ง เราก็ได้สังเกตเห็นถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมระหว่างญี่ปุ่นกับไทยหลายๆอย่าง ซึ่งบางอย่างก็เป็นเรื่องแปลกที่เราไม่คาดคิด บางอย่างก็แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของผู้คนในประเทศนี้ เอาล่ะ! จะมีอะไรบ้าง ตามมาส่องกันดูเลยจ้า

1. จำนวนคนกับที่นั่งโต๊ะอาหารต้องพอดีกัน

​ข้อแรกนี้ ถือเป็นเรื่องที่แตกต่างจากไทยเราพอสมควรเลยจ้า เพราะที่ญี่ปุ่นเวลาเราไปทานร้านอาหาร เราจะต้องแจ้งกับพนักงานหน้าร้านว่ามากันกี่คน แล้วพนักงานจะพาเราไปนั่งโต๊ะที่นั่งที่มีจำนวนพอดีกับคนที่มาทาน เช่น มา 2 คน ก็ต้องนั่งโต๊ะที่มี 2 ที่นั่ง ไม่ใช่มา 2 คนแต่อยากนั่งโต๊ะใหญ่ๆขนาด 4 ที่นั่ง ขอบอกว่าไม่สามารถทำได้ที่ญี่ปุ่นนะจ๊ะ เพราะแต่ละร้านเค้ามีที่นั่งจำกัดจึงต้องจัดสรรที่นั่งให้ได้ใช้ประโยชน์สูงสุดจะได้ไม่เสียที่นั่งว่างโดยเปล่าประโยชน์นั่นเอง ตัดภาพมาที่ไทย ส่วนใหญ่เราเข้าร้านอาหารก็มักจะเลือกที่นั่งกันเองตามใจชอบ ถ้าไม่มีพนักงานมาพาไปนั่ง ซึ่งส่วนใหญ่เราก็มักจะเลือกที่นั่งมากกว่าจำนวนคนที่มา เพื่อจะได้เผื่อวางของบนเก้าอี้บ้างอะไรงี้ใช่มั้ยล่ะ แต่ที่ญี่ปุ่นถ้าพนักงานเค้าเห็นว่าเรามีสัมภาระเยอะ เค้าจะรีบเอาตะกร้าวางไว้ให้ เพื่อให้เราวางของได้อย่างสบายเลยจ้า แถมบางร้านยังมีเอาผ้ามาคลุมของในตะกร้าให้อีกนะ เราว่าดีนะ ทำให้ไม่ต้องเสียที่นั่งว่าง 

ที่นั่งสำหรับ 4 คน

2. นับเงินให้เราดูต่อหน้า

ข้อนี้แสดงให้เห็นถึงความละเอียดใส่ใจของคนญี่ปุ่นเป็นอย่างมากค่ะ เวลาเราไปซื้อของหรือทานอาหารตามร้านต่างๆ เมื่อเราจ่ายเงินให้พนักงาน ทุกคนก็จะพูดทวนถึงจำนวนเงินที่รับมาจากเรา และเมื่อมีการทอนเงิน เค้าก็จะนับจำนวนแบงค์หรือเหรียญที่ทอนให้เราดูทีละใบเลยจ้า เราว่าข้อนี้ดีมากๆเลย มันช่วยลดความผิดพลาดและข้อโต้แย้งจากลูกค้าได้ดีเลยทีเดียวนะ อยากให้ทุกร้านในเมืองไทยทำแบบนี้เลย จะได้ป้องกันลูกค้าหัวหมอบางคนที่รับเงินมาแล้วบอกว่าได้รับไม่ครบ และยังช่วยทวนความจำและเพิ่มความรอบคอบให้กับพนักงานในร้านได้เป็นอย่างดี

3. จุดพักรถที่ญี่ปุ่นดีงามมาก

​นี่ก็เป็นอีกหนึ่งข้อที่เราชอบมากค่ะ เวลาเช่ารถขับที่ญี่ปุ่น ในรถเช่าเค้าจะติด GPS มาให้ในรถ ซึ่งถ้าเราขับมาใกล้จุดพักรถ GPS ก็จะมีบอกด้วยว่าจะถึงจุดพักรถชื่ออะไร และในจุดพักรถนั้นมีให้บริการอะไรบ้าง ถ้าเป็นจุดพักรถใหญ่ๆ จะมีให้บริการครบสิ่ง ทั้งห้องน้ำ สถานีบริการน้ำมัน ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ที่นั่งพักผ่อน ข้อมูลสถานที่เที่ยวบริเวณนั้น โอ๊ย! ดีงามมากอะ และที่สำคัญห้องน้ำสะอาดมากกกก แต่ถ้าจุดพักรถเล็กๆ ก็อาจจะมีแค่ห้องน้ำหรือร้านกาแฟเล็กๆ อันนี้ก็แล้วแต่เราเลือกเองว่าจะแวะจุดพักรถแบบไหนนะ ถ้าเพื่อนๆได้มีโอกาสเช่ารถขับที่ญี่ปุ่น อย่าพลาดมาลองใช้บริการกันนะจ๊ะ

จุดพักรถเมือง Iwamizawa
ห้องน้ำมีไฟแสดงสถานะว่าว่างหรือไม่ว่าง ล้ำมาก
สวนให้นั่งพักผ่อนที่จุดพักรถ

4. นั่งรถไฟเที่ยวนอกเมือง ต้องเผื่อเวลารอบรถขากลับให้ดี

​ข้อนี้เป็นประสบการณ์อันลุ้นระทึกของเราเลยจ้า คือตอนนั้นเราไปเที่ยวเมืองโทยามะ (Toyama) ที่อยู่ในภูมิภาคจูบุ (Chubu) เราได้นั่งรถไฟท้องถิ่นของเมืองนี้ (Local Train) เพื่อไปชมพิพิธภัณฑ์ทิวลิปที่อยู่นอกเมือง แต่ด้วยความที่มันอยู่นอกเมือง ทำให้รอบรถไฟห่างกันเที่ยวละครึ่งชั่วโมงได้ พอถึงเวลากลับเราก็ขึ้นรถไฟรอบ 15:40 น. เพื่อจะกลับเข้าเมืองโทยามะ และระหว่างทางเราต้องมีการเปลี่ยนขบวนเพื่อเข้าเมืองโทยามะ ซึ่งตามกำหนดการจะต้องถึงประมาณ 16:10 น. แต่! ตอนเปลี่ยนขบวนเราดันขึ้นผิดฝั่ง!!! ทำให้เราต้องรอขบวนรถไฟใหม่เพื่อจะกลับเข้าเมือง ซึ่งกว่าขบวนใหม่จะมาคือ 16:30 น. แต่เราจองตั๋วรถไฟไว้เพื่อจะนั่งจาก Toyama ไป Nagoya (ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง) ไว้ ซึ่งรถไฟจะออก 17:00 น.!!! ความพีคมันอยู่ที่ถ้าเราพลาดรอบ 17:00 น. เราต้องรอเที่ยวต่อไปคือวันพรุ่งนี้!!! โอ้วแม่เจ้า คิดดูละกันว่าเราต้องลุ้นขนาดไหน ถ้าเรามาไม่ทัน เราต้องหาที่นอนใหม่ แล้วต้องจ่ายค่ายกเลิกโรงแรมที่ Nagoya คืนแรกอีก เรานั่งรถไฟใหม่มาถึงตัวเมือง Toyama ตอน 16:50 ได้ เรากับเพื่อนนี่วิ่งสุดชีวิตเลยจ้า ไหนจะต้องไปเอากระเป๋าเดินทางที่ฝากไว้ที่สถานีอีก ต้องแบกกระเป๋าวิ่งขึ้นบันไดเลื่อนเพื่อจะไปขึ้นรถไฟ (ไม่รู้เอาแรงมาจากไหน) ซึ่งระยะทางไกลพอสมควรเลยจ้า พอขึ้นรถไฟได้ ก็มีกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนวิ่งตามเรามาอีก 4-5 คน พอเข้ามาประตูรถไฟก็ปิดพอดี เป็นอะไรที่ลุ้นมาก ข้าวกล่องก็ไม่ได้ซื้อมากิน เพราะไม่มีเวลาเหลือ ต้องทนหิวนั่งยาวไป 3 ชม. ท้องก็ร้อง T_T เพราะฉะนั้น ถ้าเพื่อนๆนั่งรถไฟนอกเมืองต้องเผื่อเวลาขากลับให้มากๆนะจ๊ะ อย่าให้กระชั้นชิดแบบเรา อาจพลาดได้

5. ทานร้านอาหารหรือคาเฟ่ต้องสั่งคนละจาน

​ร้านอาหารส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นเค้ามีกฎเหล็กว่ามากี่คนก็ต้องสั่งอาหารให้เท่ากับจำนวนคนนะจ๊ะ จะมา 2 คนแล้วสั่งจานเดียวมาแชร์กันมิได้ มันไม่งาม ถือเป็นมารยาทอย่างหนึ่งในการทานร้านอาหารที่ญี่ปุ่นนะ ซึ่งแตกต่างจากของไทยที่เราจะชอบสั่งมา share กัน เพราะกลัวกินไม่หมด แต่ที่ญี่ปุ่นอาหารส่วนใหญ่ของเค้าจะมาเป็นเซต ต่างคนต่างทาน ไม่มีการ share กันเหมือนอย่างไทยเรานะออเจ้า

เซตอาหารต่อ 1 คน

6. ราคาค่าอาหารในสนามบินญี่ปุ่นไม่แพงเลย!!

ข้อนี้ถูกใจเรามาก ตอนเราไปญี่ปุ่นแรกๆ เราไม่กล้าจะกินอาหารที่ร้านในสนามบินเพราะกลัวจะชาร์จแพงแบบบ้านเรา แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะพอสำรวจราคาดูจริงๆ กลับพบว่าราคาพอๆกับร้านที่อยู่ข้างนอกเลย ไม่มีการชาร์จเพิ่มแต่อย่างใด แถมสนามบินญี่ปุ่นแต่ละที่เค้าก็จะรวบรวมร้านเด็ดร้านดังของเมืองเค้าให้มาขายในสนามบินกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้น ต่อไปถ้าใครมาเที่ยวญี่ปุ่นก็อย่าได้กลัวที่จะมาลิ้มลองความอร่อยของร้านในสนามบินกันนะจ๊ะ เพราะได้รับการคัดสรรมาอย่างดี อร่อยและราคาไม่แพงอย่างที่คิดด้วย ไม่ต้องไปหากินที่อื่นเลยจ้า โดยเฉพาะสนามบินชิโตเสะ ที่ฮอกไกโดนะ โอ๊ย! สวรรค์ของคนชอบกินเลย ทั้งของคาวของหวาน จัดว่าเพียบ!! เตรียมท้องให้ว่างและเผื่อเวลามาทานอาหารที่สนามบินกันได้เลย สะดวกสุดๆ

ซูชิเซตราคาไม่เกิน 1000 เยนที่สนามบิน

7. ห้องน้ำที่ญี่ปุ่นอลังมาก 

​ข้อนี้น่าจะถูกใจคนรักความสะอาดกันนะจ๊ะ เหตุผลหนึ่งที่เราชอบมาเที่ยวญี่ปุ่นก็เพราะห้องน้ำนี่แหละ ตามห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆของญี่ปุ่น เค้าจะทำห้องน้ำดีมาก โดยเฉพาะห้องน้ำสำหรับคุณผู้หญิง เค้าจะมีแบ่งโซนสำหรับให้นั่งแต่งหน้าอย่างเดียวเลย ขอบอกว่ามาเป็นโตีะเครื่องแป้งเลยจ้า มีคันฉ่อง (กระจก) ให้ส่องรอบด้าน คุณพี่จักไม่ต้องถามเลยว่า คันฉ่องที่ห้องออเจ้ายังชัดดีอยู่ฤา 555 น่าจะถูกใจสาวๆรักสวยรักงามเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ถ้าเป็นห้องน้ำในสนามบินบางที่เค้าจะมีแยกโซนห้องเปลี่ยนเสื้อผ้ากับห้องแต่งหน้าให้ด้วยนะ เหมาะกับคนเมืองร้อนอย่างเรามาก เพราะตอนเราใส่เสื้อมาจากบ้านก็จะใส่บางๆไม่หนามาก แต่พอมาเที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวนะ เราก็ต้องจัดเต็ม ต้องมีใส่ฮีทเทคเพิ่มข้างในอีกชั้นก่อนจะไปเผชิญความหนาวด้านนอกกัน เราก็สามารถใช้ห้องแต่งตัวเค้านี่แหละเปลี่ยนเสื้อผ้าได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ต้องเปลี่ยนในห้องน้ำแคบๆแบบบ้านเรา อีกอย่างนึงนะ ห้องน้ำในสนามบินญี่ปุ่นจะกว้างมากกก ขนาดที่ว่าถ้ามาคนเดียว คุณสามารถเอารถเข็นกระเป๋าเข้าไปในด้านในเพื่อจะได้ดูสัมภาระแบบไม่คลาดสายตาได้เลยทีเดียว ช่างใส่ใจจริงๆเนาะ ^_^

ห้องน้ำในสนามบิน Narita ต้อนรับ Olympic 2020

8. ลองเสื้อในร้านญี่ปุ่น ต้องถอดรองเท้าก่อนลอง

​ข้อนี้ถือเป็นมารยาทและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นเลยนะ สืบเนื่องจากว่าธรรมเนียมญี่ปุ่นเวลาก่อนเข้าบ้านต้องถอดรองเท้าที่ใส่มาจากข้างนอกก่อน แล้วเปลี่ยนมาใส่รองเท้าสำหรับใส่ในบ้านแทน เพื่อไม่ให้บ้านสกปรกและเท้าจะได้ไม่สัมผัสพื้นที่เย็นเนื่องจากอากาศหนาว ถ้าเพื่อนๆได้มีโอกาสไปลองเสื้อในร้านญี่ปุ่น จะสังเกตเห็นเลยว่าในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเค้าจะทำเป็น step หรือขั้น สำหรับให้เราถอดรองเท้าก่อนลองเสื้อผ้า หลายร้านก็จะมีป้ายติดไว้บอกชาวต่างชาติด้วยว่า ให้ถอดรองเท้าก่อน เพื่อที่ห้องลองเสื้อผ้าจะได้ไม่สกปรกนั่นเอง และส่วนใหญ่ถ้าเป็นห้องลองเสื้อผู้หญิงเค้าก็จะมีผ้าสีขาวบางๆสำหรับให้คลุมหน้ากันเครื่องสำอางเราเลอะมาโดนเสื้อผ้าเค้าอีกด้วย ตามมารยาทเราก็ควรคลุมกันนะ เสื้อเค้าจะได้ไม่เปื้อนเครื่องสำอางเรา

ต้องถอดรองเท้าก่อนขึ้นไปลองตรง step นะจ๊ะ

9. ร้านอาหารที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่หยุดวันพุธหรือพฤหัส

ข้อนี้สำคัญมากสำหรับคนที่จะมาตามรอยชิมร้านอาหารดังๆกันนะจ๊ะ ก่อนจะมา ให้ทำการบ้านศึกษาข้อมูลเวลาเปิด-ปิด ของแต่ละร้านกันให้ดีๆ จะได้ไม่มาเสียเที่ยว เสียเวลาเก้อ จากประสบการณ์ที่เจอมา ร้านอาหารส่วนใหญ่จะหยุดวันพุธหรือวันพฤหัสนะ และที่สำคัญอีกอย่างก็คือ ควรจะศึกษาตารางวันหยูดประจำปีของประเทศญี่ปุ่นไว้ด้วย เพราะร้านอาหารส่วนมากเค้าจะบอกเลยว่าถ้าวันหยุดของร้านเค้าตรงกับวันหยุดประจำปี เค้าจะเปิดทำการ และเลื่อนไปหยุดวันถัดไปแทนจ้า หมายความว่าร้านเค้าอาจจะไม่ได้หยุดวันพุธหรือพฤหัสเสมอไปนะจ๊ะ อาจจะไปหยุดวันศุกร์แทนก็ได้ เรื่องกินเรื่องใหญ่ อย่าให้พลาดกันน้าาา

10. ระวังเจอมนุษย์เงินเดือนอ้วก!!

​ข้อนี้ถ้าเพื่อนๆกำลังทานข้าวอยู่ ขอให้ข้ามไปอ่านทีหลังนะจ๊ะ เดี๋ยวจะทานกันไม่ลง 555 เราเจอมากับตัวเองเลยจ้า สังเกตได้ว่าช่วงเวลาประมาณ 5 ทุ่มถึงเที่ยงคืน ซึ่งเป็นเวลาที่เหล่ามนุษย์เงินเดือนแยกย้ายกันกลับบ้านหลังจากเมากันเต็มที่จากการไปกินเลี้ยงลูกค้าหลังเลิกงาน (ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่ปกติมากๆของคนญี่ปุ่น) ตามเสาต่างๆในบริเวณสถานีรถไฟหรือแม้แต่ด้านนอกโรงแรมที่พัก เราจะเจอคราบรอยอ้วกของเหล่า Salaryman เป็นหย่อมๆเลยจ้า เข้าใจว่าคงเป็นเรื่องปกติของเค้าที่จะเมามายไม่ได้สติ ก็เลยอยากจะเตือนเพื่อนๆเอาไว้ว่า ช่วงเวลานี้เวลาเดินไปไหนให้ดูดีๆ อย่าเดินเพลิน เดี๋ยวจะไปเจอของดีเข้า กรี๊ด!! (O_O) เราก็เกือบจะเหยียบเหมือนกัน ดีที่เห็นซะก่อน ไม่งั้นแย่แน่

ระวังตามเสาแบบนี้ให้ดี!

​เป็นยังไงกันบ้างคะ 10 ข้อที่เราเอามาฝากกันวันนี้ เพื่อนๆคนไหนเจอแบบเราบ้าง? หรือใครเจออะไรดีๆแปลกๆก็มาพูดคุยเล่าสู่กันฟังแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้นะจ๊ะ จะได้เป็นข้อคิดให้กับเพื่อนๆที่จะไปเที่ยวได้เตรียมตัวและเตรียมใจกันไว้ก่อน สำหรับบล็อกหน้าจะมีเรื่องอะไรสนุกๆมาเล่าให้ฟังอีก ก็ฝากติดตามกันด้วยนะจ๊ะ

ขอขอบคุณรูปภาพประกอบจาก

http://www.thaifly.com/image/data/Article_IMG/Japan/Sort-By-Article-ID/Pinkmoss-Hiroshima_1200x900px.jpg

https://gurunavi.com/en/japanfoodie/article/types_of_seating/img/05_restaurant-seating.png

https://i.ytimg.com/vi/_7fk2H-3bpY/hqdefault.jpg

https://blue-works.com/jprail/wp-content/uploads/2017/09/2016-winter-Japan-trip-569-600x450.jpg

https://www.instagram.com/p/BOUmPA-AEx-/media?size=l

https://mainichi.jp/english/articles/20170817/p2a/00m/0na/006000c

https://dsimg.wowjpn.goo.ne.jp/rs/?src=https://wow-j.com/images/ext/allguides/00322/00322_003.jpg&maxw=680&maxh=0&resize=1

http://cp.japantourlist.com/th/wp-content/uploads/sites/2/2017/02/1-13.jpg

https://www.japantimes.co.jp/wp-content/uploads/2017/04/n-elderly-a-20170426.jpg