t เที่ยว&ชอปปิ้งในญี่ปุ่น

Fresh news from Japan!

We are excited to deliver you the the freshest news from Japan!

แนะนำที่พักสุดคุ้ม!! ท่ามกลางธรรมชาติในฮอกไกโด

By , วันอังคาร, 26 กันยายน 2560

​สวัสดีค่า กลับมาพบกันอีกแล้ว ^ ^ จากการที่เกริ่นไปเมื่อบล็อกที่แล้วว่า ช่วงหน้าร้อนเดือน ก.ค. ดิฉันได้มีโอกาสไปเที่ยวชมทุ่งลาเวนเดอร์ที่ฮอกไกโดมา และเป็นที่รู้กันว่าที่พักในแถบเมืองฟุราโนะในช่วงฤดูชมดอกลาเวนเดอร์นั้นจะมีราคาแพงมากกก โดยเฉพาะถ้าเป็นที่พักในตัวเมืองและอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าด้วยนะ จากที่ดิฉันหาข้อมูลมา ราคาต่อห้อง 1 คืนสำหรับ 3 คนตกประมาณคืนละ 15,000 บาท!!! โอ้ว แม่เจ้า แพงจริงๆ ตอนแรกกะจะเปลี่ยนแผนไปพักที่ซัปโปโร หรืออาซาฮิกาว่าแทนเพราะที่พักราคาถูกกว่า แต่จากซัปโปรโรมาฟุราโนะจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงโดยรถยนต์ และจากอาซาฮิกาว่าไปฟุราโนะ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งค่อนข้างจะเสียเวลาเดินทางและเหนื่อยพอสมควร เพราะการจะมาชมทุ่งดอกลาเวนเดอร์นั้น เราควรเดินทางไปถึงไม่เกิน 8:30 น. พูดง่ายๆก็คือไปถึงตอนฟาร์มเปิดเลยนั่นแหละ เพราะถ้าสายกว่านั้น คุณจะเจอคลื่นมหาชนที่เยอะมากกกก ซึ่งจะทำให้การถ่ายรูปวิวสวยๆหรือรูปเฉพาะกลุ่มเราโดยไม่ติดรูปคนอื่นมาด้วยนั้นเป็นไปได้ยากและลำบากมากค่ะ > <

​แต่!! เหมือนฟ้าเข้าข้างดิฉัน (เวอร์มั้ย) เมื่อดิฉันได้ค้นพบกับที่พักแห่งนี้โดยบังเอิญ เป็นบ้านพักที่ตั้งอยู่ที่เมือง Kamifurano ใกล้กับสถานที่ชมทุ่งลาเวนเดอร์เลย ที่สำคัญราคาถูกกว่าที่พักในเมืองฟุราโนะมากกก ชื่อของที่พักนั้นก็คือ....Farm Stay Johya (大地の宿 じょう舎) หรือเรียกสั้นๆว่า Johya นั่นเองค่ะ

Farm Stay Johya

ราคาที่พักของที่นี่เค้าจะคิดเป็นหัวตามจำนวนคนนะคะ ราคาต่อคนต่อคืนแค่ 8,300 เยนเท่านั้น!! (ประมาณ 2,490 บาท) แถมรวมอาหารเช้า-เย็น ด้วยนะ ราคาดีงามมาก และเค้าก็คิดราคาเท่านี้ตลอดทั้งปีอีกด้วยไม่ว่าจะเป็นช่วงพีคหรือไม่พีค ​แต่การจะจองที่พักแห่งนี้ได้นั้น วิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุดคือ ส่งอีเมลติดต่อไปหาเจ้าของบ้านพักโดยตรงค่ะ เพราะเค้าไม่มีจองผ่านพวก Booking.com หรือ Agoda นะจ๊ะ แต่ไม่ต้องห่วงค่ะว่าจะสื่อสารกันยังไง เพราะเจ้าของบ้านเค้าพอสื่อสารภาษาอังกฤษได้ค่ะ สามารถอีเมลสอบถามเป็นภาษาอังกฤษได้เลย ไม่เกิน 1 วัน เจ้าของเค้าก็จะอีเมลตอบเรามาค่ะว่าห้องว่างหรือไม่ว่าง ^_^ รวดเร็วทันใจมาก พอคอนเฟิร์มวันและเวลาเข้าพักเรียบร้อยแล้ว เมื่อใกล้ถึงวันพักจริงประมาณ 1 อาทิตย์ล่วงหน้า เราต้องอีเมลมาคอนเฟิร์มกับทางเจ้าของบ้านอีกครั้งนะคะว่าเราจะมาพักแน่นอน เพราะเค้าไม่ได้เก็บเงินเราล่วงหน้าค่ะ จะได้มั่นใจว่าเราจะมาแน่ๆ หรือถ้าหากเราเปลี่ยนใจไม่มาพักแล้วก็ควรจะอีเมลแจ้งเจ้าของบ้านล่วงหน้าด้วยนะคะ เพื่อไม่ให้เค้าเสียโอกาสที่พักให้แขกคนอื่น เดี๋ยวตอนท้ายดิฉันจะให้รายละเอียดอีเมล ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์เอาไว้นะคะ

​บอกไว้ก่อนว่าที่พักแห่งนี้จะเหมาะกับคนที่ขับรถเที่ยวด้วยตัวเองนะคะ เพราะมันตั้งอยู่กลางทุ่ง ไม่มีรถไฟฟ้าผ่านนะ และเค้าก็ไม่มีบริการรับ-ส่งด้วย แต่หาไม่ยากค่ะ มาตาม Google Map (แต่ต้อง Search เป็นภาษาญี่ปุ่นว่า 大地の宿 じょう舎 หรือ じょう舎 สั้นๆก็ได้นะถึงจะเจอ) ใครไม่ได้ภาษาญี่ปุ่นก็ก็อปปี้คำนี้ไป แปะได้เลยจ้า หรือจะใช้ Map Code โดยกดเบอร์โทรศัพท์ของที่นี่ก็ได้ รับรองว่าพามาถึงที่หมายแน่นอนไม่มีหลง ในส่วนของดิฉันขับรถเที่ยวมาจากเมือง Biei (บิเอะ) มาถึงที่นี่ประมาณ 17:30 น. เพราะเค้าให้เช็กอินได้ตอน 16:00 น. ใช้เวลาประมาณ 23 นาทีเท่านั้นเองค่า สะดวกสบายมากๆ อ่อ แล้วก็ที่นี่เค้าจะกำหนดเวลาอาบน้ำ ทานข้าว เป็นเวลานะคะ อาจจะไม่สะดวกสำหรับบางคนค่ะ

จุดสังเกตค่ะว่ามาถึงแล้ว จะมีป้ายชื่อที่พัก (ภาษาญี่ปุ่น) บอกชัดเจน
ที่จอดรถหน้าบ้าน จะเห็นว่าทุกคนขับรถมากันหมด

​มาชมข้างในกันดีกว่าค่ะว่าจะน่าพักมั้ย ^ ^

เปิดประตูเข้ามาก็เจอน้องตุ๊กตาหมีน่ารักมารอต้อนรับเลย ^_^

​พอเข้ามาก็จะเจอเจ้าของบ้านออกมาต้อนรับ เราก็บอกชื่อที่จองมาทางอีเมลกับเค้าค่ะ แล้วเค้าก็จะนำเราไปยังห้องพักที่ได้เตรียมไว้และแนะนำว่าอะไรอยู่ตรงไหน พร้อมกับให้กุญแจห้องไว้ 1 ดอกค่ะ ซึ่งห้องพักทั้งหมดจะอยู่ชั้น 2 นะคะ มีทั้งหมด 5 ห้อง ชั้นล่างจะเป็นห้องครัว มีแบ่งโซนทานอาหารกับโซนนั่งเล่นติดกัน ถัดมาด้านในก็จะเป็นห้องอาบน้ำ 1 ห้อง ที่ต้องใช้ร่วมกัน และห้องสุขาแยกหญิง-ชาย อย่างละ 1 ห้องค่ะ ส่วนชั้น 2 ก็จะมีห้องสุขาอีก 1 ห้องนะคะ แต่เป็นห้องรวม ใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงค่ะ และชั้นบนจะมีอ่างล้างหน้า 2 อ่างสำหรับล้างหน้าแปรงฟันค่ะ พร้อมไดร์เป่าผม 1 ตัว

อ่างล้างหน้าชั้นบนค่ะ อยู่ด้านหน้าห้องนอนเราเลย
ห้องนั่งเล่นชั้น 2 มีความมุ้งมิ้ง ^ ^

​มาดูห้องนอนกันดีกว่า เจ้าของบ้านบอกดิฉันว่าห้องพักของดิฉันเป็นห้องใหญ่สุดในบ้าน พักได้สูงสุด 5 คน แต่อาจจะเบียดกันหน่อย ถ้าพัก 4 คนกำลังดีค่ะ แต่กลุ่มของดิฉันมีแค่ 3 คน ยิ่งสบายมาก 55 ในห้องจะมีเตียงนอน 2 เตียงนะคะ และจะมีเสื่อสำหรับไว้ปูฟูก หรือฟูตง ที่เหมือนกับเวลาเราไปพักเรียวกังให้สำหรับแขกที่เหลือนอนค่ะ

ฟูกไว้ปูนอนค่ะ

​จะบอกว่านอนตรงฟูตงจะฟินมากกกก เพราะห้องนี้จะเป็นห้องใต้หลังคา ซึ่งมีเพียงห้องเดียวในบ้าน ลองหลับตานึกภาพดูสิคะ การที่เราได้นอนดูท้องฟ้ายามค่ำคืน (ที่เราไม่ค่อยมีโอกาสจะได้เห็นในเมือง) มันจะดีต่อใจขนาดไหน (เพ้อ)  > <

นอนดูดาวยามค่ำคืน ^ ^

หลังจากเก็บข้าวเก็บของเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาอาหารเย็นค่ะ เจ้าของบ้านแจ้งไว้ว่าจะเสิร์ฟอาหารเย็นตอน 18:30 นะคะ เราต้องลงไปทานให้ตรงเวลาด้วยค่ะ ไม่อย่างนั้นจะเป็นการเสียมารยาท เพราะเค้าจะได้คอยเก็บโต๊ะหลังทานอาหารเสร็จกันหมดพร้อมกันทีเดียวเลย ถ้าเราไปช้า จะทำให้เค้าเสียเวลามากขึ้นค่ะ อ้อ! อาหารเช้า-เย็น เจ้าของบ้านก็ช่วยกันทำแค่ 2 คนสามีภรรยานะคะ เป็นทุกอย่างจริงๆค่ะ ทั้งทำความสะอาดที่พักและทำอาหารด้วย ^ ^

อาหารเย็นต่อ 1 ที่ มีทั้งสลัดไก่ ปลาแซลมอน สตูว์หมู อร่อยและอิ่มมากจ้า

​หลังทานอาหารเย็นเสร็จ นั่งเล่นซักพัก ก็ได้เวลาอาบน้ำจ้า มาส่องห้องอาบน้ำกันดีกว่า มีครบทั้งแชมพู สบู่อาบน้ำ เห็นอย่างนี้แต่ก็สะอาดนะจ๊ะ ดิฉันเห็นคนที่เค้ามาพักเป็นคู่เค้าก็อาบน้ำพร้อมกันเลยค่ะ ประหยัดเวลาและฟินด้วย 55 เพราะมีฝักบัว 2 อัน มีเก้าอี้ตัวเล็กให้นั่งอาบ และอ่างอาบน้ำ นั่งอาบฝักบัวให้อารมณ์เหมือนล้างตัวก่อนแช่ออนเซ็น (แต่อ่างเค้าให้แช่เฉพาะตอนเย็นนะคะ)

ห้องอาบน้ำ และ ห้องสุขา
ครอกฟี้ zzzzz ตัดภาพมาที่ตอนเช้าเลยละกัน เนื่องจากวันนี้ดิฉันจะไปดูทุ่งลาเวนเดอร์ยอดฮิตที่ฟาร์มโทมิตะ ประกอบกับเค้ากำหนดเวลาอาบน้ำตอนเช้าระหว่างเวลา 06:00-07:30 น.และเวลาทานอาหารเช้าตอน 07:30 น. ดิฉันเลยรีบตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเพราะกลัวต้องรอคิวอาบน้ำ >< และตั้งใจว่าจะไปชมวิวหน้าที่พักซักหน่อย เพราะเมื่อวานมาถึงเย็นเลยยังไม่ทันได้ดูอะไร ขอบอกว่าวิวดีมากกก ได้บรรยากาศเหมือนอยู่กลางทุ่งนาแวดล้อมด้วยธรรมชาติ และอากาศดีมากๆค่ะ
วิวจากด้านหลังที่พัก

​ส่วนที่ดิฉันชอบมากที่สุดคือ มีชิงช้าให้นั่งชมวิวนี่แหละ ถ้าใครมากับคนรักนะ ฟินสุดๆ

นั่งชิงช้าชมวิว โรแมนติกมาก

หิวแล้ว มาดูบรรยากาศโต๊ะทานอาหารกันบ้างค่ะ ตรงหน้าต่างสามารถมองออกไปเห็นวิวทุ่งนาได้ด้วย ฟินมากมาย มาดูอาหารเช้ากันดีกว่า ​ที่เห็นเป็นบะหมี่ผัดกับขนมปังทาเนยนั้น สำหรับทานร่วมกัน 3 คนนะจ๊ะ ส่วนจานที่มีไส้กรอกกับโยเกิร์ตนั้นสำหรับทานคนเดียวจ้า

อาหารเช้าจัดเต็ม
บริเวณที่นั่งทานอาหาร
นั่งทานข้าวไป ดูวิวเพลินไป
หน้าหนาวก็อุ่นกาย ใต้เตาผิง

หลังจากทานอาหารเสร็จ ดิฉันก็ขึ้นไปเก็บกระเป๋า แล้วลงมาเช็กเอาท์พร้อมกับจ่ายตังค์ค่าที่พักให้กับเจ้าของบ้าน และร่ำลากันก่อนจะเดินทางต่อไปยังทุ่งลาเวนเดอร์สุดฮิตกันค่ะ ก็เลยถือโอกาสขอถ่ายรูปคุณเจ้าของบ้านใจดีซักหน่อย ตอนแรกว่าจะถ่ายทั้งสามีภรรยา แต่คุณภรรยาหลังจากเตรียมอาหารเช้าให้พวกเราแล้ว ก็ขับรถไปทำงานในเมืองต่อเลยค่ะ เลยไม่มีโอกาสได้ถ่ายรูป > < ขยันจริงๆ

โฉมหน้าเจ้าของบ้าน Mr. Toshiaki Nagayama

​เป็นยังไงกันบ้างคะ ที่พักที่ดิฉันภูมิใจนำเสนอครั้งนี้ หวังว่าจะถูกใจและเป็นทางเลือกในการหาที่พักราคาประหยัดให้กับเพื่อนๆได้นะคะ ^ ^ สำหรับบล็อกหน้าดิฉันจะมาแนะนำอะไรอีกนั้น ฝากติดตามอ่านกันด้วยน้า

ข้อมูลที่พัก 

ชื่อที่พัก            Farm Stay Johya (大地の宿 じょう舎)

ที่อยู่                 〒 071 0507 Hokkaido Sorachi-gun Kamifurano-cho West 7 North 26

E-mail              johya95[@]isis.ocn.ne.jp

เบอร์โทร           0167-45-3267 

Map Code       349 516 410

จำนวนห้องพัก   5 ห้อง ห้ามสูบบุหรี่ (Western Style Room = 3 ห้อง, Japanese Style Room = 2 ห้อง)

Check-in         16:00 น. 

Check-out       10:00 น.

ราคา                 8,300 เยน/คน/คืน (รวมอาหารเช้า-เย็น) อาหารเช้า 07:30 น. และอาหารเย็น 18:30 น.

                        6,300 เยน/คน/คืน (เฉพาะอาหารเช้า)

การชำระเงิน      รับชำระด้วยเงินเยนเท่านั้น ไม่รับบัตรเครดิต

การเดินทาง

จากซัปโปโร:

-โดยรถไฟ นั่ง JR Sapporo แล้วเปลี่ยนสายที่สถานี Asahikawa และนั่งสาย Furano Line ไปลงที่สถานี JR Kamifurano จากนั้นนั่ง Taxi ต่ออีก 10 นาที

-โดยรถยนต์ ขึ้นทางด่วน Sapporo IC ทาง Dojo way ขับตรงไปยัง Asahikawa-Takigawa-Route 38 มุ่งหน้าไปยัง Furano จากนั้นขับไปตาม Route 275 เพื่อไปยัง Kamifurano

จากสนามบิน Asahikawa:

ขึ้นรถบัสมาลงที่ป้าย Kamifurano Bus Stop หลังจากนั้นนั่ง Taxi ต่ออีก 10 นาที

แผนที่ Farm Stay Johya

​สวัสดีค่า กลับมาพบกันอีกแล้ว ^ ^ จากการที่เกริ่นไปเมื่อบล็อกที่แล้วว่า ช่วงหน้าร้อนเดือน ก.ค. ดิฉันได้มีโอกาสไปเที่ยวชมทุ่งลาเวนเดอร์ที่ฮอกไกโดมา และเป็นที่รู้กันว่าที่พักในแถบเมืองฟุราโนะในช่วงฤดูชมดอกลาเวนเดอร์นั้นจะมีราคาแพงมากกก โดยเฉพาะถ้าเป็นที่พักในตัวเมืองและอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าด้วยนะ จากที่ดิฉันหาข้อมูลมา ราคาต่อห้อง 1 คืนสำหรับ 3 คนตกประมาณคืนละ 15,000 บาท!!! โอ้ว แม่เจ้า แพงจริงๆ ตอนแรกกะจะเปลี่ยนแผนไปพักที่ซัปโปโร หรืออาซาฮิกาว่าแทนเพราะที่พักราคาถูกกว่า แต่จากซัปโปรโรมาฟุราโนะจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงโดยรถยนต์ และจากอาซาฮิกาว่าไปฟุราโนะ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งค่อนข้างจะเสียเวลาเดินทางและเหนื่อยพอสมควร เพราะการจะมาชมทุ่งดอกลาเวนเดอร์นั้น เราควรเดินทางไปถึงไม่เกิน 8:30 น. พูดง่ายๆก็คือไปถึงตอนฟาร์มเปิดเลยนั่นแหละ เพราะถ้าสายกว่านั้น คุณจะเจอคลื่นมหาชนที่เยอะมากกกก ซึ่งจะทำให้การถ่ายรูปวิวสวยๆหรือรูปเฉพาะกลุ่มเราโดยไม่ติดรูปคนอื่นมาด้วยนั้นเป็นไปได้ยากและลำบากมากค่ะ > <

​แต่!! เหมือนฟ้าเข้าข้างดิฉัน (เวอร์มั้ย) เมื่อดิฉันได้ค้นพบกับที่พักแห่งนี้โดยบังเอิญ เป็นบ้านพักที่ตั้งอยู่ที่เมือง Kamifurano ใกล้กับสถานที่ชมทุ่งลาเวนเดอร์เลย ที่สำคัญราคาถูกกว่าที่พักในเมืองฟุราโนะมากกก ชื่อของที่พักนั้นก็คือ....Farm Stay Johya (大地の宿 じょう舎) หรือเรียกสั้นๆว่า Johya นั่นเองค่ะ

Farm Stay Johya

ราคาที่พักของที่นี่เค้าจะคิดเป็นหัวตามจำนวนคนนะคะ ราคาต่อคนต่อคืนแค่ 8,300 เยนเท่านั้น!! (ประมาณ 2,490 บาท) แถมรวมอาหารเช้า-เย็น ด้วยนะ ราคาดีงามมาก และเค้าก็คิดราคาเท่านี้ตลอดทั้งปีอีกด้วยไม่ว่าจะเป็นช่วงพีคหรือไม่พีค ​แต่การจะจองที่พักแห่งนี้ได้นั้น วิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุดคือ ส่งอีเมลติดต่อไปหาเจ้าของบ้านพักโดยตรงค่ะ เพราะเค้าไม่มีจองผ่านพวก Booking.com หรือ Agoda นะจ๊ะ แต่ไม่ต้องห่วงค่ะว่าจะสื่อสารกันยังไง เพราะเจ้าของบ้านเค้าพอสื่อสารภาษาอังกฤษได้ค่ะ สามารถอีเมลสอบถามเป็นภาษาอังกฤษได้เลย ไม่เกิน 1 วัน เจ้าของเค้าก็จะอีเมลตอบเรามาค่ะว่าห้องว่างหรือไม่ว่าง ^_^ รวดเร็วทันใจมาก พอคอนเฟิร์มวันและเวลาเข้าพักเรียบร้อยแล้ว เมื่อใกล้ถึงวันพักจริงประมาณ 1 อาทิตย์ล่วงหน้า เราต้องอีเมลมาคอนเฟิร์มกับทางเจ้าของบ้านอีกครั้งนะคะว่าเราจะมาพักแน่นอน เพราะเค้าไม่ได้เก็บเงินเราล่วงหน้าค่ะ จะได้มั่นใจว่าเราจะมาแน่ๆ หรือถ้าหากเราเปลี่ยนใจไม่มาพักแล้วก็ควรจะอีเมลแจ้งเจ้าของบ้านล่วงหน้าด้วยนะคะ เพื่อไม่ให้เค้าเสียโอกาสที่พักให้แขกคนอื่น เดี๋ยวตอนท้ายดิฉันจะให้รายละเอียดอีเมล ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์เอาไว้นะคะ

​บอกไว้ก่อนว่าที่พักแห่งนี้จะเหมาะกับคนที่ขับรถเที่ยวด้วยตัวเองนะคะ เพราะมันตั้งอยู่กลางทุ่ง ไม่มีรถไฟฟ้าผ่านนะ และเค้าก็ไม่มีบริการรับ-ส่งด้วย แต่หาไม่ยากค่ะ มาตาม Google Map (แต่ต้อง Search เป็นภาษาญี่ปุ่นว่า 大地の宿 じょう舎 หรือ じょう舎 สั้นๆก็ได้นะถึงจะเจอ) ใครไม่ได้ภาษาญี่ปุ่นก็ก็อปปี้คำนี้ไป แปะได้เลยจ้า หรือจะใช้ Map Code โดยกดเบอร์โทรศัพท์ของที่นี่ก็ได้ รับรองว่าพามาถึงที่หมายแน่นอนไม่มีหลง ในส่วนของดิฉันขับรถเที่ยวมาจากเมือง Biei (บิเอะ) มาถึงที่นี่ประมาณ 17:30 น. เพราะเค้าให้เช็กอินได้ตอน 16:00 น. ใช้เวลาประมาณ 23 นาทีเท่านั้นเองค่า สะดวกสบายมากๆ อ่อ แล้วก็ที่นี่เค้าจะกำหนดเวลาอาบน้ำ ทานข้าว เป็นเวลานะคะ อาจจะไม่สะดวกสำหรับบางคนค่ะ

จุดสังเกตค่ะว่ามาถึงแล้ว จะมีป้ายชื่อที่พัก (ภาษาญี่ปุ่น) บอกชัดเจน
ที่จอดรถหน้าบ้าน จะเห็นว่าทุกคนขับรถมากันหมด

​มาชมข้างในกันดีกว่าค่ะว่าจะน่าพักมั้ย ^ ^

เปิดประตูเข้ามาก็เจอน้องตุ๊กตาหมีน่ารักมารอต้อนรับเลย ^_^

​พอเข้ามาก็จะเจอเจ้าของบ้านออกมาต้อนรับ เราก็บอกชื่อที่จองมาทางอีเมลกับเค้าค่ะ แล้วเค้าก็จะนำเราไปยังห้องพักที่ได้เตรียมไว้และแนะนำว่าอะไรอยู่ตรงไหน พร้อมกับให้กุญแจห้องไว้ 1 ดอกค่ะ ซึ่งห้องพักทั้งหมดจะอยู่ชั้น 2 นะคะ มีทั้งหมด 5 ห้อง ชั้นล่างจะเป็นห้องครัว มีแบ่งโซนทานอาหารกับโซนนั่งเล่นติดกัน ถัดมาด้านในก็จะเป็นห้องอาบน้ำ 1 ห้อง ที่ต้องใช้ร่วมกัน และห้องสุขาแยกหญิง-ชาย อย่างละ 1 ห้องค่ะ ส่วนชั้น 2 ก็จะมีห้องสุขาอีก 1 ห้องนะคะ แต่เป็นห้องรวม ใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงค่ะ และชั้นบนจะมีอ่างล้างหน้า 2 อ่างสำหรับล้างหน้าแปรงฟันค่ะ พร้อมไดร์เป่าผม 1 ตัว

อ่างล้างหน้าชั้นบนค่ะ อยู่ด้านหน้าห้องนอนเราเลย
ห้องนั่งเล่นชั้น 2 มีความมุ้งมิ้ง ^ ^

​มาดูห้องนอนกันดีกว่า เจ้าของบ้านบอกดิฉันว่าห้องพักของดิฉันเป็นห้องใหญ่สุดในบ้าน พักได้สูงสุด 5 คน แต่อาจจะเบียดกันหน่อย ถ้าพัก 4 คนกำลังดีค่ะ แต่กลุ่มของดิฉันมีแค่ 3 คน ยิ่งสบายมาก 55 ในห้องจะมีเตียงนอน 2 เตียงนะคะ และจะมีเสื่อสำหรับไว้ปูฟูก หรือฟูตง ที่เหมือนกับเวลาเราไปพักเรียวกังให้สำหรับแขกที่เหลือนอนค่ะ

ฟูกไว้ปูนอนค่ะ

​จะบอกว่านอนตรงฟูตงจะฟินมากกกก เพราะห้องนี้จะเป็นห้องใต้หลังคา ซึ่งมีเพียงห้องเดียวในบ้าน ลองหลับตานึกภาพดูสิคะ การที่เราได้นอนดูท้องฟ้ายามค่ำคืน (ที่เราไม่ค่อยมีโอกาสจะได้เห็นในเมือง) มันจะดีต่อใจขนาดไหน (เพ้อ)  > <

นอนดูดาวยามค่ำคืน ^ ^

หลังจากเก็บข้าวเก็บของเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาอาหารเย็นค่ะ เจ้าของบ้านแจ้งไว้ว่าจะเสิร์ฟอาหารเย็นตอน 18:30 นะคะ เราต้องลงไปทานให้ตรงเวลาด้วยค่ะ ไม่อย่างนั้นจะเป็นการเสียมารยาท เพราะเค้าจะได้คอยเก็บโต๊ะหลังทานอาหารเสร็จกันหมดพร้อมกันทีเดียวเลย ถ้าเราไปช้า จะทำให้เค้าเสียเวลามากขึ้นค่ะ อ้อ! อาหารเช้า-เย็น เจ้าของบ้านก็ช่วยกันทำแค่ 2 คนสามีภรรยานะคะ เป็นทุกอย่างจริงๆค่ะ ทั้งทำความสะอาดที่พักและทำอาหารด้วย ^ ^

อาหารเย็นต่อ 1 ที่ มีทั้งสลัดไก่ ปลาแซลมอน สตูว์หมู อร่อยและอิ่มมากจ้า

​หลังทานอาหารเย็นเสร็จ นั่งเล่นซักพัก ก็ได้เวลาอาบน้ำจ้า มาส่องห้องอาบน้ำกันดีกว่า มีครบทั้งแชมพู สบู่อาบน้ำ เห็นอย่างนี้แต่ก็สะอาดนะจ๊ะ ดิฉันเห็นคนที่เค้ามาพักเป็นคู่เค้าก็อาบน้ำพร้อมกันเลยค่ะ ประหยัดเวลาและฟินด้วย 55 เพราะมีฝักบัว 2 อัน มีเก้าอี้ตัวเล็กให้นั่งอาบ และอ่างอาบน้ำ นั่งอาบฝักบัวให้อารมณ์เหมือนล้างตัวก่อนแช่ออนเซ็น (แต่อ่างเค้าให้แช่เฉพาะตอนเย็นนะคะ)

ห้องอาบน้ำ และ ห้องสุขา
ครอกฟี้ zzzzz ตัดภาพมาที่ตอนเช้าเลยละกัน เนื่องจากวันนี้ดิฉันจะไปดูทุ่งลาเวนเดอร์ยอดฮิตที่ฟาร์มโทมิตะ ประกอบกับเค้ากำหนดเวลาอาบน้ำตอนเช้าระหว่างเวลา 06:00-07:30 น.และเวลาทานอาหารเช้าตอน 07:30 น. ดิฉันเลยรีบตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเพราะกลัวต้องรอคิวอาบน้ำ >< และตั้งใจว่าจะไปชมวิวหน้าที่พักซักหน่อย เพราะเมื่อวานมาถึงเย็นเลยยังไม่ทันได้ดูอะไร ขอบอกว่าวิวดีมากกก ได้บรรยากาศเหมือนอยู่กลางทุ่งนาแวดล้อมด้วยธรรมชาติ และอากาศดีมากๆค่ะ
วิวจากด้านหลังที่พัก

​ส่วนที่ดิฉันชอบมากที่สุดคือ มีชิงช้าให้นั่งชมวิวนี่แหละ ถ้าใครมากับคนรักนะ ฟินสุดๆ

นั่งชิงช้าชมวิว โรแมนติกมาก

หิวแล้ว มาดูบรรยากาศโต๊ะทานอาหารกันบ้างค่ะ ตรงหน้าต่างสามารถมองออกไปเห็นวิวทุ่งนาได้ด้วย ฟินมากมาย มาดูอาหารเช้ากันดีกว่า ​ที่เห็นเป็นบะหมี่ผัดกับขนมปังทาเนยนั้น สำหรับทานร่วมกัน 3 คนนะจ๊ะ ส่วนจานที่มีไส้กรอกกับโยเกิร์ตนั้นสำหรับทานคนเดียวจ้า

อาหารเช้าจัดเต็ม
บริเวณที่นั่งทานอาหาร
นั่งทานข้าวไป ดูวิวเพลินไป
หน้าหนาวก็อุ่นกาย ใต้เตาผิง

หลังจากทานอาหารเสร็จ ดิฉันก็ขึ้นไปเก็บกระเป๋า แล้วลงมาเช็กเอาท์พร้อมกับจ่ายตังค์ค่าที่พักให้กับเจ้าของบ้าน และร่ำลากันก่อนจะเดินทางต่อไปยังทุ่งลาเวนเดอร์สุดฮิตกันค่ะ ก็เลยถือโอกาสขอถ่ายรูปคุณเจ้าของบ้านใจดีซักหน่อย ตอนแรกว่าจะถ่ายทั้งสามีภรรยา แต่คุณภรรยาหลังจากเตรียมอาหารเช้าให้พวกเราแล้ว ก็ขับรถไปทำงานในเมืองต่อเลยค่ะ เลยไม่มีโอกาสได้ถ่ายรูป > < ขยันจริงๆ

โฉมหน้าเจ้าของบ้าน Mr. Toshiaki Nagayama

​เป็นยังไงกันบ้างคะ ที่พักที่ดิฉันภูมิใจนำเสนอครั้งนี้ หวังว่าจะถูกใจและเป็นทางเลือกในการหาที่พักราคาประหยัดให้กับเพื่อนๆได้นะคะ ^ ^ สำหรับบล็อกหน้าดิฉันจะมาแนะนำอะไรอีกนั้น ฝากติดตามอ่านกันด้วยน้า

ข้อมูลที่พัก 

ชื่อที่พัก            Farm Stay Johya (大地の宿 じょう舎)

ที่อยู่                 〒 071 0507 Hokkaido Sorachi-gun Kamifurano-cho West 7 North 26

E-mail              johya95[@]isis.ocn.ne.jp

เบอร์โทร           0167-45-3267 

Map Code       349 516 410

จำนวนห้องพัก   5 ห้อง ห้ามสูบบุหรี่ (Western Style Room = 3 ห้อง, Japanese Style Room = 2 ห้อง)

Check-in         16:00 น. 

Check-out       10:00 น.

ราคา                 8,300 เยน/คน/คืน (รวมอาหารเช้า-เย็น) อาหารเช้า 07:30 น. และอาหารเย็น 18:30 น.

                        6,300 เยน/คน/คืน (เฉพาะอาหารเช้า)

การชำระเงิน      รับชำระด้วยเงินเยนเท่านั้น ไม่รับบัตรเครดิต

การเดินทาง

จากซัปโปโร:

-โดยรถไฟ นั่ง JR Sapporo แล้วเปลี่ยนสายที่สถานี Asahikawa และนั่งสาย Furano Line ไปลงที่สถานี JR Kamifurano จากนั้นนั่ง Taxi ต่ออีก 10 นาที

-โดยรถยนต์ ขึ้นทางด่วน Sapporo IC ทาง Dojo way ขับตรงไปยัง Asahikawa-Takigawa-Route 38 มุ่งหน้าไปยัง Furano จากนั้นขับไปตาม Route 275 เพื่อไปยัง Kamifurano

จากสนามบิน Asahikawa:

ขึ้นรถบัสมาลงที่ป้าย Kamifurano Bus Stop หลังจากนั้นนั่ง Taxi ต่ออีก 10 นาที

แผนที่ Farm Stay Johya

บทความล่าสุด