t เที่ยว&ชอปปิ้งในญี่ปุ่น

สิ้นปีนี้ห้ามพลาด ... สถานที่ดูไฟประดับในโตเกียว

By , วันอังคาร, 19 ธันวาคม 2560


เผลอแป๊บเดียว นี่จะปีใหม่แล้ววววว ช่วงนี้ใครอยู่ไทย อาจร้อนๆ อุ่นๆ ไปจนถึงหนาวนิดๆที่เมืองไทยกัน ต่างกับที่ญี่ปุ่นอย่างสิ้นเชิงที่เข้าสู่ฤดูแห่งความหนาวเต็มตัว จะเดินไปไหนมาไหน ก็เย็นยะเยือกไปทุกที่ แต่ไม่ว่าจะที่ไทย หรือ ที่ญี่ปุ่น สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันเมื่อเข้าสู่ช่วงเดือนสุดท้ายของปี นั่นคือ เวลากลางคืนอันแสนยาวนานกว่าทุกช่วงของปี  6 โมงเย็นนี่มืดอย่างกับ 2-3 ทุ่มเข้าไปแล้ว และในเมื่อมืดเร็วแบบนี้ ส่ิงที่มาคู่กันอย่างการประดับตกแต่งไฟให้กับสถานที่ต่างๆจึงเป็นอะไรที่ล่อตาล่อใจผู้คนมากมายจริงๆ นี่ยังไม่นับรวมการตกแต่งสถานที่ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข เทศกาลคริสต์มาส ที่ไม่ว่าจะผ่านร้านรวง ห้างสรรพสินค้า แหล่งช็อปปิ้งที่ไหน ก็จะมีเสียงเพลงคริสต์มาสต่างๆดังลอยมาไม่ได้หยุด 

​และในเมื่อการประดับไฟตกแต่ง มีอยู่มากมาย จะตามท้องถนน ห้าง ร้านค้า หรือกระทั่งสวนสาธารณะ ทรายว่าหลายคนคงตัดสินใจลำบาก ว่าจะไปดูไฟที่ไหนดี ที่ไหนอลังการ ที่ไหนมีการแสดงไฟประกอบ ที่ไหนมีระยะเวลาเท่าไหร่ มาค่ะ ทรายจะขอแนะนำ แหล่งดูไฟประดับ ที่ไหนสวยจัด ที่ไหนฟรี ที่ไหนมีโชว์ที่ควรค่าแก่การใส่ไว้ในลิสต์ โตเกียวยามมืดของทุกคน ป่ะ ไปกันค่ะ


ห้าง Caretta (Winter illumination 2017 : The Story of Love)



สำหรับสาวกดิสนีย์ต้อง ​​​​"ห้าม" พลาดค่ะ ขีดเส้นใต้ตัวแดงๆ หนาๆ ไว้เลย เพราะงานนี้ห้าง Caretta จัดธีมพิเศษฉลองเปิดห้างครบ 15 ปี เป็นธีมของโฉมงามกับเจ้าชายอสูร Beauty and the Beast ฉบับภาพยนต์ของปี 2017 ซึ่งชื่องานเต็มๆครั้งนี้ คือ Caretta Illumination 2017 -The true story of Love ห้างไม่ได้แค่จัดงานเป็นธีมนี้ส่งๆนะคะ เพราะธีมที่เลือกเป็นที่สุดของฉากจากเรื่องโฉมงามฯ​ ฉบับภาพยนต์ที่ฉายในปี 2017 ที่มีการเชิญให้คนทวิตฉากที่ชื่นชอบในภาพยนตร์ในเคมเปญพิเศษที่จัดขึ้น ซึ่งผลก็คือ ฉากที่โฉมงามและเจ้าชายอสูรกำลังเต้นรำกันมาเป็นธีมประดับไฟในครั้งนี้จ้าาาา จะติดไฟทั้งที ต้องเอาให้สุดสินะ



นอกจากการจัดไฟที่ลานหน้าห้างแล้ว ภายในห้างยังมีเรื่องราวของโฉมงานและเจ้าชายอสูรอัดแน่น รวมไปถึงตู้โชว์แสดงชุดที่โฉมงามและเจ้าชายอสูรใส่ในวันเต้นรำ ตั้งให้ไปชมกันได้ฟรีๆอีกด้วย



และพิเศษสุดๆ ใครที่แวะไปชมไฟประดับที่นี่ ต้องขอบอกว่าอย่าพลาดโชว์พิเศษของทางห้างนะคะ มีโชว์ 2 โชว์สลับกันทุกๆ 15 นาที บริเวณลานด้านหน้าที่ประดับไฟนั่นแหละค่ะ


ระยะเวลา  16 พฤศจิกายน 2017 - 14 กุมภาพันธ์ 2018 (ยกเว้น 1-2 มกราคม 2018) ** อย่าได้หลงไปวันปีใหม่นะจ๊ะ

ช่วงเวลาเปิด - ปิด ไฟ

16 พฤศจิกายน ไปจนถึง 31 ธันวาคม 2017 เปิดไฟตั้งแต่ 5 โมงเย็น - 5 ทุ่ม

3 มกราคม ไปจนถึง 14 กุมภาพันธ์​ 2018 เปิดไฟตั้งแต่ 6 โมงเย็น - 5 ทุ่ม

การเดินทาง ใช้ได้ทั้ง JR และ subway โดยเลือกลงสถานีชิมบาชิ (Shimbashi St.) หรือ สถานีชิโอะโดเมะ (Shiodome St.) เดินต่อนิดหน่อยก็เข้าห้างได้แล้ว


โตเกียวมิดทาวน์ (Tokyo Midtown : Midtown Christmas 2017)



ใครอยากดูการโชว์ไฟประกอบเสียงดนตรีอลังการ แนะนำที่นี่เลยค่ะ ด้วยการประดับไฟกว่า 510,000 ดวง ซึ่งปีนี้โตเกียวมิดทาวน์เค้าฉลองครบ 10 ปีด้วยธีมที่จะพาเราไปท่องอวกาศ Space travel กัน  โดยการแสดงไฟจะแตกต่างกันไปในแต่ละวัน!! ที่แทนที่ด้วยดวงดาวแต่ละดวง ได้แก่ ดวงจันทร์ ดาวอังคาร ดาวพุธ ดาวพฤหัสฯ ไล่ไปจนถึงพระอาทิตย์กันเลยจ้า ใครสนใจดาวดวงไหนก็เลือกวันได้ตามชื่อดวงดาวได้เลย 



ขอกระซิบหน่อยว่า นอกจากการแสดงหลักที่จัดอยู่ในส่วนของ Starlight Garden นี้แล้ว ยังมีไฟประดับรอบๆให้เลือกถ่ายรูปกันไม่หวาดไม่ไหว ใครสนใจไปที่นี่ เผื่อเวลาเดินรอบๆหน่อยนะคะ เดินถ่ายรูปในบรรยากาศไฟสวยๆตามทางเดิน คนมีคู่คงอุ่นจนลืมหนาว 


อ้อ ขอกระซิบอีกอย่างว่า เนื่องจากมันเป็นการแสดงไฟที่จัดบริเวณพื้นราบ ถ้าใครอยากถ่ายรูป หรือ อัดวิดีโอระหว่างการแสดงอาจต้องหามุมสูงๆหน่อยน้า แต่ที่ทรายไปมา ยืนดูธรรมดา ก็มองเห็นทั่วถึงหมดค่ะ เพียงแต่มุมกล้องอาจไม่สวยสมใจเท่านั้นเอง เพราะมันกินพื้นที่พอสมควร 



ระยะเวลา 15 พฤศจิกายน 2017 - 25 ธันวาคม 2017

ช่วงเวลาเปิด - ปิด ไฟ 5 โมงเย็น ไปจนถึง 5 ทุ่ม

การเดินทาง

ลงสถานีรปปงหงิ (Roppogi St.) ทางออก 8 ทางนี้เป็นทางที่ใกล้ที่สุดถ้าใครสามารถลงที่นี่ได้ลงเลยค่ะ อย่าได้ลังเล

ลงสถานีโนหงิสากะ (Nogisaka St.) ทางออก 3 เดินต่ออีก 3 นาทีค่ะ

ใครสะดวกสถานีไหนเลือกได้ตามสบายเลยนะคะ


โตเกียวโดม (Tokyo Dome City Winter illumination)


​"ถ้าเราเล่นกับไฟประดับพวกนี้ได้จะสนุกแค่ไหนกัน?" โตเกียวโดมอาจเคยได้ยินคำถามนี้ ก็เลยจัดไฟประดับที่แฝงเซ็นเซอร์ให้เราได้ไปเล่นสนุก เปลี่ยนท่าทางไปพร้อมกับแสงไฟ ใต้โดมขนาดใหญ่ (กาแล็กซี่ โดม : Galaxy Dome) เส้นผ่านศูนย์กลาง 12 เมตร สูง 10 เมตร และนอกจากโดมประดับไฟนี้จะสามารถเปลี่ยนแสง สี ได้ตามการเคลื่อนไหวของเราแล้ว ยังมีการแสดงไฟพร้อมดนตรีประกอบทุก 30 นาที ทุกๆวันอีกด้วย โดยจะเริ่มตั้งแต่ 5 โมงเย็น ยาวไปจนถึง 3 ทุ่ม ยกเว้น ช่วง 6 โมงเย็น - 1 ทุ่ม เว้น 1 ชั่วโมงจ้า



สำหรับการเล่นกับไฟ (ฟังดูอันตรายยังไงไม่รู้แฮะ) จะมีจุดรับเซ็นเซอร์ Kinect อยู่ 2 จุด คือ กาแล็กซี่โดม (Galaxy Dome) และ มิ้ลกี้เวย์ (Milky Way) โดยทั้ง 2 จุดนี้จะอยู่ในส่วนของ LaQua (พื้นที่สีฟ้าในแผนผัง) นะคะ 



วิธีการเล่น ไม่ยากค่ะ แต่ถ้าไปคนเดียว อาจต้องชวนเพื่อนร่วมทางที่ยืนใกล้ๆ ณ เพลานั้นมาเล่นด้วยกันหน่อยนะคะ เอ้า ดีไม่ดี จากเพื่อนร่วมเล่นไฟ อาจกลายเป็นเพื่อนซี้ไปจนถึงขั้นเป็นเพื่อนร่วมชีวิตก็เป็นได้ ใครจะไปรู้ ส่วนใครมีคู่ มีเพื่อนไปด้วยเราจะไม่พูดถึง เนอะ หรือไม่ก็เนียนมาคนเดียวเอาค่ะ ถ้าข้างๆดูน่าเป็นเพื่อนในอนาคตของเราสุดๆ ฮา ฮา  เอ้า กลับมาดีกว่า ชักไปไกล อิอิ พอหาเซ็นเซอร์เจอ ให้ไปยืนหน้าเซ็นเตอร์พร้อมกัน 2 คน ห้ามเกินนี้นะ ยืนจับมือให้มั่น แล้วยกขึ้น พรึ่บ! ไฟเปลี่ยนดั่งมีเวทย์มนตร์ค้า



ในส่วนอื่นๆนั้น ปีนี้ไฟประดับโตเกียวโดมใช้ชื่อ​ธีมว่า Sweets ยกมาทั้งบ้านขนมปัง ขนมเค้กก้อนมหีมา ที่มาพร้อมไฟมากถึง 2,000,000 ดวง จะหวาน จะสนุกขนาดไหน ต้องลองไปด้วยตัวเองค่ะ



ระยะเวลา   9 พฤศจิกายน 2017 - 18 กุมภาพันธ์ 2018

เวลาเปิด - ปิด ไฟ  4 โมงเย็น - เที่ยงคืน (แต่ถ้าจะมาดูการแสดงไฟพร้อมดนตรีต้องมาช่วง 5 โมงเย็น - 3 ทุ่มนะคะ)

การเดินทาง

ลงสถานีซุอิโดบาชิ (Suidobashi St.)

ลงสถานีโคระคุเอ็น (Korakuen St.)

ลงสถานีคาซุกะ (Kasuga St.) 



เป็นไงคะ 3 ที่  3 อารมณ์กันเลย จะท่องอวกาศ จะเที่ยวดินแดนแห่งความหวาน หรือจะไปอยู่ในโลกจินตนาการของเจ้าหญิง เจ้าชายที่รัก ถ้าเลือกได้ ทรายขอแนะนำว่าไม่ต้องเลือกค่าาาาา ไปเก็บให้หมด เพราะดีจนไม่อยากให้ตัดที่ไหนเลย ส่วนใครไปเที่ยวตรงกับวันคริสต์มาส เผื่อใจไว้กับความเยอะของคนหน่อยน้าาา จะได้เที่ยวสนุก ไม่ผิดหวัง แล้วพบกันใหม่ค่ะ บ๊ะบายยยย


ขอขอบคุณเนื้อหาและภาพ

https://www.tokyo-dome.co.jp/illumination/area/

http://www.tokyo-midtown.com/en/events_news/detail.php?id=876

http://www.caretta.jp/Illumination/index.html



เผลอแป๊บเดียว นี่จะปีใหม่แล้ววววว ช่วงนี้ใครอยู่ไทย อาจร้อนๆ อุ่นๆ ไปจนถึงหนาวนิดๆที่เมืองไทยกัน ต่างกับที่ญี่ปุ่นอย่างสิ้นเชิงที่เข้าสู่ฤดูแห่งความหนาวเต็มตัว จะเดินไปไหนมาไหน ก็เย็นยะเยือกไปทุกที่ แต่ไม่ว่าจะที่ไทย หรือ ที่ญี่ปุ่น สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันเมื่อเข้าสู่ช่วงเดือนสุดท้ายของปี นั่นคือ เวลากลางคืนอันแสนยาวนานกว่าทุกช่วงของปี  6 โมงเย็นนี่มืดอย่างกับ 2-3 ทุ่มเข้าไปแล้ว และในเมื่อมืดเร็วแบบนี้ ส่ิงที่มาคู่กันอย่างการประดับตกแต่งไฟให้กับสถานที่ต่างๆจึงเป็นอะไรที่ล่อตาล่อใจผู้คนมากมายจริงๆ นี่ยังไม่นับรวมการตกแต่งสถานที่ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข เทศกาลคริสต์มาส ที่ไม่ว่าจะผ่านร้านรวง ห้างสรรพสินค้า แหล่งช็อปปิ้งที่ไหน ก็จะมีเสียงเพลงคริสต์มาสต่างๆดังลอยมาไม่ได้หยุด 

​และในเมื่อการประดับไฟตกแต่ง มีอยู่มากมาย จะตามท้องถนน ห้าง ร้านค้า หรือกระทั่งสวนสาธารณะ ทรายว่าหลายคนคงตัดสินใจลำบาก ว่าจะไปดูไฟที่ไหนดี ที่ไหนอลังการ ที่ไหนมีการแสดงไฟประกอบ ที่ไหนมีระยะเวลาเท่าไหร่ มาค่ะ ทรายจะขอแนะนำ แหล่งดูไฟประดับ ที่ไหนสวยจัด ที่ไหนฟรี ที่ไหนมีโชว์ที่ควรค่าแก่การใส่ไว้ในลิสต์ โตเกียวยามมืดของทุกคน ป่ะ ไปกันค่ะ


ห้าง Caretta (Winter illumination 2017 : The Story of Love)



สำหรับสาวกดิสนีย์ต้อง ​​​​"ห้าม" พลาดค่ะ ขีดเส้นใต้ตัวแดงๆ หนาๆ ไว้เลย เพราะงานนี้ห้าง Caretta จัดธีมพิเศษฉลองเปิดห้างครบ 15 ปี เป็นธีมของโฉมงามกับเจ้าชายอสูร Beauty and the Beast ฉบับภาพยนต์ของปี 2017 ซึ่งชื่องานเต็มๆครั้งนี้ คือ Caretta Illumination 2017 -The true story of Love ห้างไม่ได้แค่จัดงานเป็นธีมนี้ส่งๆนะคะ เพราะธีมที่เลือกเป็นที่สุดของฉากจากเรื่องโฉมงามฯ​ ฉบับภาพยนต์ที่ฉายในปี 2017 ที่มีการเชิญให้คนทวิตฉากที่ชื่นชอบในภาพยนตร์ในเคมเปญพิเศษที่จัดขึ้น ซึ่งผลก็คือ ฉากที่โฉมงามและเจ้าชายอสูรกำลังเต้นรำกันมาเป็นธีมประดับไฟในครั้งนี้จ้าาาา จะติดไฟทั้งที ต้องเอาให้สุดสินะ



นอกจากการจัดไฟที่ลานหน้าห้างแล้ว ภายในห้างยังมีเรื่องราวของโฉมงานและเจ้าชายอสูรอัดแน่น รวมไปถึงตู้โชว์แสดงชุดที่โฉมงามและเจ้าชายอสูรใส่ในวันเต้นรำ ตั้งให้ไปชมกันได้ฟรีๆอีกด้วย



และพิเศษสุดๆ ใครที่แวะไปชมไฟประดับที่นี่ ต้องขอบอกว่าอย่าพลาดโชว์พิเศษของทางห้างนะคะ มีโชว์ 2 โชว์สลับกันทุกๆ 15 นาที บริเวณลานด้านหน้าที่ประดับไฟนั่นแหละค่ะ


ระยะเวลา  16 พฤศจิกายน 2017 - 14 กุมภาพันธ์ 2018 (ยกเว้น 1-2 มกราคม 2018) ** อย่าได้หลงไปวันปีใหม่นะจ๊ะ

ช่วงเวลาเปิด - ปิด ไฟ

16 พฤศจิกายน ไปจนถึง 31 ธันวาคม 2017 เปิดไฟตั้งแต่ 5 โมงเย็น - 5 ทุ่ม

3 มกราคม ไปจนถึง 14 กุมภาพันธ์​ 2018 เปิดไฟตั้งแต่ 6 โมงเย็น - 5 ทุ่ม

การเดินทาง ใช้ได้ทั้ง JR และ subway โดยเลือกลงสถานีชิมบาชิ (Shimbashi St.) หรือ สถานีชิโอะโดเมะ (Shiodome St.) เดินต่อนิดหน่อยก็เข้าห้างได้แล้ว


โตเกียวมิดทาวน์ (Tokyo Midtown : Midtown Christmas 2017)



ใครอยากดูการโชว์ไฟประกอบเสียงดนตรีอลังการ แนะนำที่นี่เลยค่ะ ด้วยการประดับไฟกว่า 510,000 ดวง ซึ่งปีนี้โตเกียวมิดทาวน์เค้าฉลองครบ 10 ปีด้วยธีมที่จะพาเราไปท่องอวกาศ Space travel กัน  โดยการแสดงไฟจะแตกต่างกันไปในแต่ละวัน!! ที่แทนที่ด้วยดวงดาวแต่ละดวง ได้แก่ ดวงจันทร์ ดาวอังคาร ดาวพุธ ดาวพฤหัสฯ ไล่ไปจนถึงพระอาทิตย์กันเลยจ้า ใครสนใจดาวดวงไหนก็เลือกวันได้ตามชื่อดวงดาวได้เลย 



ขอกระซิบหน่อยว่า นอกจากการแสดงหลักที่จัดอยู่ในส่วนของ Starlight Garden นี้แล้ว ยังมีไฟประดับรอบๆให้เลือกถ่ายรูปกันไม่หวาดไม่ไหว ใครสนใจไปที่นี่ เผื่อเวลาเดินรอบๆหน่อยนะคะ เดินถ่ายรูปในบรรยากาศไฟสวยๆตามทางเดิน คนมีคู่คงอุ่นจนลืมหนาว 


อ้อ ขอกระซิบอีกอย่างว่า เนื่องจากมันเป็นการแสดงไฟที่จัดบริเวณพื้นราบ ถ้าใครอยากถ่ายรูป หรือ อัดวิดีโอระหว่างการแสดงอาจต้องหามุมสูงๆหน่อยน้า แต่ที่ทรายไปมา ยืนดูธรรมดา ก็มองเห็นทั่วถึงหมดค่ะ เพียงแต่มุมกล้องอาจไม่สวยสมใจเท่านั้นเอง เพราะมันกินพื้นที่พอสมควร 



ระยะเวลา 15 พฤศจิกายน 2017 - 25 ธันวาคม 2017

ช่วงเวลาเปิด - ปิด ไฟ 5 โมงเย็น ไปจนถึง 5 ทุ่ม

การเดินทาง

ลงสถานีรปปงหงิ (Roppogi St.) ทางออก 8 ทางนี้เป็นทางที่ใกล้ที่สุดถ้าใครสามารถลงที่นี่ได้ลงเลยค่ะ อย่าได้ลังเล

ลงสถานีโนหงิสากะ (Nogisaka St.) ทางออก 3 เดินต่ออีก 3 นาทีค่ะ

ใครสะดวกสถานีไหนเลือกได้ตามสบายเลยนะคะ


โตเกียวโดม (Tokyo Dome City Winter illumination)


​"ถ้าเราเล่นกับไฟประดับพวกนี้ได้จะสนุกแค่ไหนกัน?" โตเกียวโดมอาจเคยได้ยินคำถามนี้ ก็เลยจัดไฟประดับที่แฝงเซ็นเซอร์ให้เราได้ไปเล่นสนุก เปลี่ยนท่าทางไปพร้อมกับแสงไฟ ใต้โดมขนาดใหญ่ (กาแล็กซี่ โดม : Galaxy Dome) เส้นผ่านศูนย์กลาง 12 เมตร สูง 10 เมตร และนอกจากโดมประดับไฟนี้จะสามารถเปลี่ยนแสง สี ได้ตามการเคลื่อนไหวของเราแล้ว ยังมีการแสดงไฟพร้อมดนตรีประกอบทุก 30 นาที ทุกๆวันอีกด้วย โดยจะเริ่มตั้งแต่ 5 โมงเย็น ยาวไปจนถึง 3 ทุ่ม ยกเว้น ช่วง 6 โมงเย็น - 1 ทุ่ม เว้น 1 ชั่วโมงจ้า



สำหรับการเล่นกับไฟ (ฟังดูอันตรายยังไงไม่รู้แฮะ) จะมีจุดรับเซ็นเซอร์ Kinect อยู่ 2 จุด คือ กาแล็กซี่โดม (Galaxy Dome) และ มิ้ลกี้เวย์ (Milky Way) โดยทั้ง 2 จุดนี้จะอยู่ในส่วนของ LaQua (พื้นที่สีฟ้าในแผนผัง) นะคะ 



วิธีการเล่น ไม่ยากค่ะ แต่ถ้าไปคนเดียว อาจต้องชวนเพื่อนร่วมทางที่ยืนใกล้ๆ ณ เพลานั้นมาเล่นด้วยกันหน่อยนะคะ เอ้า ดีไม่ดี จากเพื่อนร่วมเล่นไฟ อาจกลายเป็นเพื่อนซี้ไปจนถึงขั้นเป็นเพื่อนร่วมชีวิตก็เป็นได้ ใครจะไปรู้ ส่วนใครมีคู่ มีเพื่อนไปด้วยเราจะไม่พูดถึง เนอะ หรือไม่ก็เนียนมาคนเดียวเอาค่ะ ถ้าข้างๆดูน่าเป็นเพื่อนในอนาคตของเราสุดๆ ฮา ฮา  เอ้า กลับมาดีกว่า ชักไปไกล อิอิ พอหาเซ็นเซอร์เจอ ให้ไปยืนหน้าเซ็นเตอร์พร้อมกัน 2 คน ห้ามเกินนี้นะ ยืนจับมือให้มั่น แล้วยกขึ้น พรึ่บ! ไฟเปลี่ยนดั่งมีเวทย์มนตร์ค้า



ในส่วนอื่นๆนั้น ปีนี้ไฟประดับโตเกียวโดมใช้ชื่อ​ธีมว่า Sweets ยกมาทั้งบ้านขนมปัง ขนมเค้กก้อนมหีมา ที่มาพร้อมไฟมากถึง 2,000,000 ดวง จะหวาน จะสนุกขนาดไหน ต้องลองไปด้วยตัวเองค่ะ



ระยะเวลา   9 พฤศจิกายน 2017 - 18 กุมภาพันธ์ 2018

เวลาเปิด - ปิด ไฟ  4 โมงเย็น - เที่ยงคืน (แต่ถ้าจะมาดูการแสดงไฟพร้อมดนตรีต้องมาช่วง 5 โมงเย็น - 3 ทุ่มนะคะ)

การเดินทาง

ลงสถานีซุอิโดบาชิ (Suidobashi St.)

ลงสถานีโคระคุเอ็น (Korakuen St.)

ลงสถานีคาซุกะ (Kasuga St.) 



เป็นไงคะ 3 ที่  3 อารมณ์กันเลย จะท่องอวกาศ จะเที่ยวดินแดนแห่งความหวาน หรือจะไปอยู่ในโลกจินตนาการของเจ้าหญิง เจ้าชายที่รัก ถ้าเลือกได้ ทรายขอแนะนำว่าไม่ต้องเลือกค่าาาาา ไปเก็บให้หมด เพราะดีจนไม่อยากให้ตัดที่ไหนเลย ส่วนใครไปเที่ยวตรงกับวันคริสต์มาส เผื่อใจไว้กับความเยอะของคนหน่อยน้าาา จะได้เที่ยวสนุก ไม่ผิดหวัง แล้วพบกันใหม่ค่ะ บ๊ะบายยยย


ขอขอบคุณเนื้อหาและภาพ

https://www.tokyo-dome.co.jp/illumination/area/

http://www.tokyo-midtown.com/en/events_news/detail.php?id=876

http://www.caretta.jp/Illumination/index.html