t เที่ยวและชอปปิงในญี่ปุ่น

เที่ยวแถวสนามบินนาริตะ อย่างง่ายๆ

By , วันพุธ, 01 มีนาคม 2560

​เชื่อว่าหลายๆคนที่มาโตเกียว คงจะมีโอกาสได้มาแวะที่สนามบินนาริตะ

หลายคนอาจมาต่อเครื่อง หลายคนอาจมีเวลาเหลือก่อนกลับเลยอยากแวะเที่ยวแถวๆสนามบินดู

วันนี้มายจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว แถวสนามบินนาริตะกัน ^^


มาดูที่แรกกันดีกว่าค่ะ


1. วัดนาริตะซัน (成田山新勝寺)

​แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงเมืองนาริตะแล้ว มีหรือจะพลาดวัดนาริตะซัน หรือ วัดนาริตะซัน ชินโชจิ

วัดนี้เป็นวัดขนาดใหญ่ ติด 1 ใน 3 วัดที่คนมาสักการะมากที่สุดในวันปีใหม่

แถมยังอยู่ใกล้สนามบินนาริตะอีกด้วยนะ เดินทางโดยรถไฟแค่ 10 นาทีเอง !!!

ภายในวัดก็จะมีโคมไฟสีแดงยักษ์คล้ายๆกับที่วัดอาสะคุสะ มีสวนญี่ปุ่นและน้ำตกเล็กๆ ช่วงที่มาเป็นช่วงปลายเดือนก.พ. ก็จะเห็นดอกบ๊วยเริ่มบานแล้วค่ะ

หลังจากไหว้พระกันเสร็จแล้ว รอบๆวัดก็ยังมีถนนเล็กๆ ให้เราได้เดินเล่น ชื่อถนน Naritasan Omotesando ถนนเส้นนี้มีร้านขายของฝาก ของที่ระลึก ร้านอาหารมากมากให้เลือกชมกันเพลินตา

คนที่นี่เขาบอกว่า มีร้านปลาไหลร้านนึงอร่อยมาก อยู่บริเวณนี้ ชื่อร้าน Unagi Kawatoyo うなぎ川豊 ซึ่งเป็นร้านที่มีชื่อเสียงเก่าแก่ เปิดมานาน

จริงๆแล้วคนท้องถิ่นที่นี่เขาแอบฝากบอกมาว่า ปลาไหล เป็นอาหารประจำจังหวัดชิบะมาตั้งแต่โบราณ เพราะเป็นอาหารที่ชาวชิบะเอาไว้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองค่ะ

บริเวณหน้าร้าน Unagi Kawatoyo
มาหั่นให้ดูกันสดๆหน้าร้านเลยทีเดียว
เนื้อปลาไหล เอามาย่าง
สีเริ่มจะเปลี่ยนแล้ว

​ที่อยู่ : 1 Narita, Chiba Prefecture 286-0023, Japan

http://www.naritasan.or.jp

วิธีไป: นั่งรถไฟสาย Narita Line มาลงที่สถานี Narita จากนั้นเดินอีกประมาณ 16 นาที ก็จะไปถึงบริเวณหน้าวัด



2. ใส่กิโมโนงามๆ ราคาสบายกระเป๋าที่ "Machikado Fureaikan"

สำหรับใครที่อยากลองใส่กิโมโน แต่มี "งบน้อย"
แนะนำให้มาที่นี่ค่ะ อยู่ใกล้ๆกับวัดนาริตะซันเลย มาใส่กิโมโนที่นี่ และก็เดินไปไหว้พระที่วัดนาริตะซังได้ต่อเลย (ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว 55)
ค่าเช่ากิโมโน แค่ 500 เยน (ประมาณ 100-200บาท) เท่านั้น!! (ถูกจนน่าตกใจ )
ปกติถ้าไปเช่าร้านทั่วไป จะอยู่ที่ประมาณ 4,000-8,000 เยน แล้วแต่คุณภาพ
แถมกิโมโนลายสวย มีให้เลือกหลายลายอีกต่างหาก
กิโมโนของผู้ชายก็มีให้เช่าเหมือนกันนะคะ
สำหรับใครที่กลัวว่าจะสื่อสารภาษาญี่ปุ่นไม่รู้เรื่อง ก็ไม่ต้องกลัวนะคะ เพราะสต๊าฟที่นี่เขาพูดภาษาอังกฤษกันได้ค่ะ

มีชุดกิโมโนให้เลือกหลากหลายทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
มีพร๊อฟ ที่ติดผม กระเป๋าหิ้วสำหรับให้สาวๆได้เลือกด้วย

​สำหรับใครที่อยากใส่แบบ Furisode แบบมายในรูป จะอยู่ที่ราคา 2,000 เยนค่ะ

ซึ่งถือว่าถูกมากๆ เพราะปกติถ้าไปเช่าที่อื่น จะอยู่ที่ประมาณ 15,000 เยน

( Furisode คือ กิโมโนที่เป็นทางการสำหรับผู้หญิงโสด ลายจะฉูดฉาดกว่า และแขน (โซเดะ) จะยาวกว่า เอาไว้สำหรับให้สาวโสดใส่ค่ะ ถ้าผู้หญิงที่แต่งงานแล้วก็จะใส่แบบธรรมดา คือแบบแขนสั้น)

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถูกจัง?

ที่นี่ไม่ใช่ร้านเช่ากิโมโนค่ะ แต่เป็นสถานที่ของNPO เมืองนาริตะ สนับสนุนให้คนต่างชาติมาใส่กิโมโน 


ใครที่ไปไม่ถูก ที่สนามบินนาริตะเขามีไกด์อาสาสมัครพาเราไปเที่ยวที่วัดนาริตะซัง 1 วันฟรี

(ไม่ต้องให้อะไรไกด์เลย รวมถึงค่ารถของไกด์ด้วย) เพียงที่ไปติดต่อที่เคาท์เตอร์ Narita Transit Program ที่อยู่ตรงทางออก ชั้นขาเข้า

ก็จะมีไกด์ที่พูดภาษาอังกฤษได้ พาไปเที่ยวฟรีค่ะ (โดยรถสาธารณะนะคะ โดยเราจะออกค่ารถแค่ของในส่วนของเราเอง)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
www.narita-transit-program.jp/guide.html


อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการบริการเช่ากิโมโนนั้นเป็นของNPO ไม่ใช่คนของบริษัท ที่นี่จึงไม่เปิดบริการทุกวันค่ะ

จะเปิดบริการให้เฉพาะวันพุธ พฤหัส ศุกร์ เท่านั้นค่ะ‼️

เพราะฉะนั้น ใครที่อยากไป ก็อย่าลืมแพลนดีๆก่อนไปกันนะคะ ^^


ที่อยู่: "Machikado Fureaikan" (Non-Profit Organization HOSPITALITY NARITA)
702-37 Nagoya, Narita City, Chiba-ken, Japan 289-0116

การเดินทาง นั่งรถไฟ Keisei Line มาลงที่สถานีนาริตะ (ประมาณ10 นาที) หาทางออกที่จะไปวัด Shinshoji Temple (เดินต่ออีกประมาณ10 นาที)


3. บุพเฟ่ห์อาหารเพื่อสุขภาพที่ Fuwari เมือง Shibayama

​ร้านนี้นะคะ ขอบอกว่ามีชื่อเสียงมาก ไม่ใช่แค่เฉพาะในคนในท้องถิ่น คนญี่ปุ่นบางคนก็ลงทุนขับรถมาทานที่นี่ก็มี

เพราะอาหารที่นี่นอกจากจะอร่อยแล้ว แต่จุดขายของเขาคือผักที่สด ปลูกเอง ปลอดสารพิษ สะอาด ทานไม่อั้น

ระหว่างนั่งทานสามารถมองเห็นวิวเครื่องบินลงจอดในระยะที่ใกล้ (เพราะใกล้กับสนามบินนาริตะ) เรียกว่า วิวดี อาหารอร่อย ครบค่ะ


ราคาจะอยู่ที่ 1,500 เยนต่อคน  สำหรับเด็กจะอยู่ที่ 900 เยนต่อคน   เด็กทารก 500 เยนต่อคน  ผู้สูงอายุที่อายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป 1,100 เยนต่อคนค่ะ

นอกจากนี้ พอทานเสร็จ ข้างๆร้านอาหารก็จะมีร้านขายของที่ระลึก มีขายผักสดราคาถูก ฯลฯ

แต่ของที่มายแนะนำว่าควรซื้อกลับไป นั่นก็คือ "สตอเบอรี่" ค่ะ !!!  บอกเลยว่า รสชาติหวานมากกกกกกกก

เพราะสตอเบอรี่ที่ขายที่นี่นั้นเก็บมาจากฟาร์มสตอเบอรี่ข้างๆ ซึ่งเขาจะคัดแต่ลูกโตๆ หวานๆมาให้ทุกคนทานกันค่ะ

สตอเบอรี่ที่ร้านขายของข้างๆร้านอาหาร
แอบแวะไปชมฟาร์มข้างๆร้านอาหาร ซึ่งปกติเขาจะไม่เปิดให้คนนอกเข้า ครั้งนี้ทางฟาร์มอนุญาตเป็นกรณีพิเศษค่ะ
ลูกโตๆ

4. ใส่คอสเพลย์ ย้อนยุคไปสมัยเอโดะที่ Boso No Mura (房総のむら)

​สำหรับใครที่อยากลองแต่งคอสเพลย์ ถ่ายรูปสวยๆแบบย้อนยุค แนะนำให้ลองมาที่นี่กันดูค่ะ

ที่นี่นอกจากจะมีชุดกิโมโนให้เช่าแล้ว ยังมีชุดนินจา ชุดชินเซ็นกุมิ ชุดซามุไร ชุดชาวประมง ชุดชาวบ้าน ฯลฯ ให้เช่าใส่กันด้วย

บริเวณหน้าร้านที่ให้เช่าชุดคอสเพลย์

ครั้งที่แล้วเราใส่ชุดกิโมโนสวยๆมาบ้างแล้ว ครั้งนี้มายเลยขอแต่งเป็นชายบ้าง แต่งเป็น "ชินเซ็นกุมิ" ค่ะ

("ชินเซ็นกุมิ" คือ กลุ่มตำรวจพิเศษของประเทศญี่ปุ่นในยุคบะกุมะสึ ) จะเป็นชุดสีฟ้า มีลายหยักตรงชายเสื้อ 


สรุปคร่าวๆถึงจุดเด่นของที่นี่กัน

1.วิวสวย มีบ้านเรือนแบบโบราณ เหมือนย้อนยุคไปอยู่ในยุคซามุไร
ที่นี่มีหนังและละครญี่ปุ่นแนวย้อนยุคหลายเรื่องใช้ที่นี่เป็นฉากถ่ายทำด้วยนะ


2. "คน(นักท่องเที่ยว)ไม่เยอะ" เพราะยังไม่ค่อยมีคนรู้จัก (ดังแต่ในหมู่คอสเพลยเยอร์) เลยถ่ายรูปสบายๆ ไม่ต้องไปแย่งใคร หรือแบคกราวเห็นแต่คน
วันที่มายไปเป็น วันธรรมดา ชิวมาก ถ่ายรูปสบายเลยค่ะ เหมือนถนนทั้งซอยเป็นของเรา 5555


3. มี Cosplay ชุดกิโมโน ให้เช่า"ฟรี" 

บริเวณข้างๆใกล้ๆกับ Boso No Mura จะมีที่ให้เช่าคอสเพลย์ชื่อ Cosplay No Kan (コスプレの館) 

ซึ่งเป็นบริการที่เมือง Sakaemachi (栄町)จัดไว้ให้สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวได้ลองใส่ชุดคอสเพลย์สวยๆเดินเล่นใน 

Boso No Mura ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดชิบะ

แต่!! สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ฟรีค่ะ!! 

เพียงแค่ไปติดต่อที่เคาน์เตอร์ตรงประตูขาเข้าที่สนามบิน Narita 

บริการนี้เป็นบริการพิเศษที่ทางสนามบินนาริตะจัดขึ้นพิเศษ ชื่อโปรแกรม Narita Transit Program

โดยจะมีไกด์(อาสาสมัคร) พาเรามาเที่ยวที่นี่ฟรี  ไม่ต้องออกเงินอะไรเลย 

สิ่งที่เราจะต้องออกเองก็มีแค่ค่ารถไฟหรือรถบัสไปกลับ ประมาณ 1,300 เยน (ของตัวเราเองเท่านั้น ไม่ต้องออกให้ไกด์สักเยนเดียวค่ะ) 

และก็จะมีค่าเข้าสถานที่แห่งนี้อีก 300 เยน

ซึ่งมายขอบอกเลยว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม !! จ่ายแค่ค่าเดินทางกับค่าเข้า

แถมได้ใส่ชุดกิโมโน ได้เดินเล่นในเมืองโบราณ ถ่ายรูปสวยๆ และยังได้ไกด์ส่วนตัวอีก คุ้มมาก 

บอกเลยว่าราคานี้ในญี่ปุ่นไม่ได้หากันง่ายๆนะคะ มายเองอยู่ญี่ปุ่นมานานยังแทบไม่เคยเจอที่เที่ยวที่คุ้มขนาดนี้เลยค่ะ!

สำหรับใครที่สนใจ เข้าไปดูรายเลียดเพิ่มเติมได้ที่ 

www.narita-transit-program.jp/guide.html

ป.ล. ไกด์อาสาสมัคร จะเป็นคนญี่ปุ่นที่พูดภาษาอังกฤษได้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลค่ะ ^^


4. มีกิจกรรมให้ลองทำกันมากมาย เช่น กิจกรรมชงชา ทำที่รองแก้วญี่ปุ่น ทำเทียน ฯลฯ
เรียกได้ว่าเหมาะทั้งเด็กและผู้ใหญ่ 


5. ในช่วงเดือนปลายมีนาคม - เมษายน แถวนั้นจะมีดอกซากุระและดอกบ๊วยบาน สวยมาก 
รับรองว่าได้ภาพสวยๆกลับบ้านไปแน่นอน

ช่วงที่ไปเป็นช่วงเทศกาลฮินะ หรือเทศกาลวันเด็กผู้หญิงพอดี เลยมีการประดับชั้นวางตุ๊กตาฮินะด้วยค่ะ ^^

5. ช้อปปิ้งที่ห้าง Aeon Mall Narita

​ไปวัดก็แล้ว ใส่กิโมโนก็แล้ว ทานของอะไรก็แล้ว ที่ขาดไม่ได้เลยก่อนกลับเมืองไทย ก็เห็นจะเป็นการช้อปปิ้ง

ห้างอิออนนี้อยู่ใกล้สนามบินนาริตะมากถึงมากที่สุด เหมาะสำหรับคนที่อาจจะพลาดการซื้อของจากในตัวเมืองโตเกียว ที่นี่มีแทบทุกอย่างตั้งแต่  ร้าน100 เยน, ร้านแบรนด์เนมมือสอง, MUJI, Sanrio, ร้านเครื่องสำอาง, ร้านอาหาร ฯลฯ มีร้านค้ามากกว่า 150 ร้านค้า

ได้ข่าวว่ามีนักท่องเที่ยวคนไทยมาเยือนเยอะมาก ตรงแผนกสอบถามข้อมูล มีเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาไทยได้คอยให้บริการอยู่ด้วยค่ะ

สำหรับใครที่ให้ไกด์อาสาสมัครจากโปรแกรม Narita Transit Program (www.narita-transit-program.jp/guide.html

พามาที่นี่ ก็จะได้สิทธิพิเศษรับของที่ระลึกเล็กๆน้อย ฟรี! จากห้างอิออนด้วยค่ะ โดยของที่ระลึกจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แล้วแต่ช่วงเวลาและเทศกาลที่เราไป

สามารถไปติดต่อรับของได้ที่เคาท์เตอร์ Tax Free Counter ค่ะ จะมีเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาอังกฤษและภาษาไทยได้ให้บริการอยู่


หน้าตาเคาท์เตอร์เป็นแบบนี้
ครั้งนี้ของที่ได้ คือ กระเป๋าผ้าลาย Kumamon และข้างในมีเสื่อลาย Kumamon ผืนเล็กๆ ^^


6. สปาหินร้อนที่ Arashi no Yu (嵐の湯)

ไอน้ำข้างในห้องหนามาก เลยทำให้ถ่ายรูปได้ไม่ชัดเท่าไหร่

และแล้วก็มาถึงที่สุดท้าย

สำหรับใครที่เพิ่งนั่งเครื่องบินยาวๆกันมา และอยากจะมาอาบน้ำ พักผ่อน มายขอแนะนำให้มาลองทำสปาหินที่ Arashi no Yu ในเมือง Tako กันค่ะ

"สปาหินร้อน" หรือที่รู้จักกันในภาษาญี่ปุ่นว่า "กัมบังโยกุ" (岩盤浴) 

เป็นการดูสุขภาพสไตล์ฉบับญี่ปุ่นที่มีมานานหลายร้อยปีเพื่อการชำระล้างร่างกายได้ถึงภายใน พร้อมทั้งยังช่วยปรับสมดุลของร่างกาย 

ว่ากันว่า กัมบังโยคุนี้ทำให้เลือดลมไหลเวียนสะดวก กระตุ้นระบบไหลเวียน ลดอาการปวดเมื่อย ท้องผูก ลดอาการภูมิแพ้ นอนไม่หลับ 

นอกจากนี้ยังช่วยทำให้หน้าเล็กลงอีกด้วยนะคะ


"กัมบังโยกุ" ของที่นี่เรียกว่าแปลกและแตกต่างจากกัมบังโยคุของที่อื่น คือของที่อื่นจะเป็นแผ่นหินแบนๆราบๆ แบบพื้นห้อง

แต่ของที่นี่จะใช้หินจริงกว่า 15 ชนิดมากลบทับกัน หินเหล่านี้จะประกอบด้วยแร่ธาตุมากกว่าแบบแผ่นหินราบๆ 

พร้อมทั้งอุณหภูมิจากหินที่สูงกว่าทำให้ร่างการขับเหงื่อได้ง่ายกว่าค่ะ

ก่อนอื่นเลย พอมาถึง เราก็ถอดรองเท้าวางไว้ในตู้รองเท้า และไปซื้อตั๋วที่ตู้ซื้อตั๋วอัตโนมัติ

ค่าบริการจะอยู่ที่ 2,000 เยน ส่วนเด็กจะอยู่ที่ 1,000 เยน

จากนั้นก็ เอาตั๋วไปให้เจ้าหน้าที่เคาท์เตอร์

แล้วถึงไปเปลี่ยนเสื้อที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า (ที่ร้านจะมีเสื้อและกางเกงให้ยืม)


แนะนำให้เอาเสื้อชั้นในไปเปลี่ยนด้วย เพราะว่าหลังจากทำสปาหินเสร็จ เสื้อผ้าจะเปียกมาก 

(จากเหงื่อเรา และไอน้ำ)

อ้อ! ก่อนที่จะไปทำสปาหิน อย่าลืมเดินน้ำเยอะๆ หรือจะเอาขวดน้ำเข้าไปในห้องด้วยก็ได้ค่ะ

เพราะว่าเราจะได้เสียเหงื่อเยอะๆแน่นอน

เจ้าหน้าที่ของที่นี่เขาแนะนำว่า ควรจะเข้าไปนอนประมาณสัก 10 นาทีจะได้ผลดีค่ะ

แต่ถ้าใครไม่ไหว จะออกมานั่งพักด้านนอกและกลับเข้าไปใหม่ก็ได้ค่ะ 

ห้องสปาหินเป็นห้องรวม เพราะฉะนั้นใครเป็นแฟนกันไม่ต้องกังวลว่าไปแล้ว จะถูกจับแยกกันแบบอนเซ็นค่ะ 

ที่อยู่  1134 Tako Tako-machi Katori-gun, Chiba, Japan

เสร็จแล้วก็ออกมานั่งพัก

เป็นอย่างไรก็กันบ้างคะ สำหรับ 6 กิจกรรมที่มาแนะนำกัน ^^

ใครมีโอกาสแวะมาลงที่สนามบินนาริตะ และอยากไปเที่ยวสบายๆ โดยมีไกด์อาสาสมัครพาเที่ยว ก็ลองไปติดต่อได้ที่เคาท์เตอร์ Narita Transit Program กันนะคะ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆให้ไกด์ มีแต่ค่าใช้จ่ายของตัวเอง พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมาย

สำหรับคนที่ต้องการให้ไกด์อาสาสมัครพาไปเที่ยว สามารถมาลงติดต่อให้บริการได้ ตั้งแต่ 9:00 -12:00 

เจ้าหน้าที่จะใส่เสื้อสีชมพูแบบนี้ค่ะ 

​เชื่อว่าหลายๆคนที่มาโตเกียว คงจะมีโอกาสได้มาแวะที่สนามบินนาริตะ

หลายคนอาจมาต่อเครื่อง หลายคนอาจมีเวลาเหลือก่อนกลับเลยอยากแวะเที่ยวแถวๆสนามบินดู

วันนี้มายจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว แถวสนามบินนาริตะกัน ^^


มาดูที่แรกกันดีกว่าค่ะ


1. วัดนาริตะซัน (成田山新勝寺)

​แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงเมืองนาริตะแล้ว มีหรือจะพลาดวัดนาริตะซัน หรือ วัดนาริตะซัน ชินโชจิ

วัดนี้เป็นวัดขนาดใหญ่ ติด 1 ใน 3 วัดที่คนมาสักการะมากที่สุดในวันปีใหม่

แถมยังอยู่ใกล้สนามบินนาริตะอีกด้วยนะ เดินทางโดยรถไฟแค่ 10 นาทีเอง !!!

ภายในวัดก็จะมีโคมไฟสีแดงยักษ์คล้ายๆกับที่วัดอาสะคุสะ มีสวนญี่ปุ่นและน้ำตกเล็กๆ ช่วงที่มาเป็นช่วงปลายเดือนก.พ. ก็จะเห็นดอกบ๊วยเริ่มบานแล้วค่ะ

หลังจากไหว้พระกันเสร็จแล้ว รอบๆวัดก็ยังมีถนนเล็กๆ ให้เราได้เดินเล่น ชื่อถนน Naritasan Omotesando ถนนเส้นนี้มีร้านขายของฝาก ของที่ระลึก ร้านอาหารมากมากให้เลือกชมกันเพลินตา

คนที่นี่เขาบอกว่า มีร้านปลาไหลร้านนึงอร่อยมาก อยู่บริเวณนี้ ชื่อร้าน Unagi Kawatoyo うなぎ川豊 ซึ่งเป็นร้านที่มีชื่อเสียงเก่าแก่ เปิดมานาน

จริงๆแล้วคนท้องถิ่นที่นี่เขาแอบฝากบอกมาว่า ปลาไหล เป็นอาหารประจำจังหวัดชิบะมาตั้งแต่โบราณ เพราะเป็นอาหารที่ชาวชิบะเอาไว้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองค่ะ

บริเวณหน้าร้าน Unagi Kawatoyo
มาหั่นให้ดูกันสดๆหน้าร้านเลยทีเดียว
เนื้อปลาไหล เอามาย่าง
สีเริ่มจะเปลี่ยนแล้ว

​ที่อยู่ : 1 Narita, Chiba Prefecture 286-0023, Japan

http://www.naritasan.or.jp

วิธีไป: นั่งรถไฟสาย Narita Line มาลงที่สถานี Narita จากนั้นเดินอีกประมาณ 16 นาที ก็จะไปถึงบริเวณหน้าวัด



2. ใส่กิโมโนงามๆ ราคาสบายกระเป๋าที่ "Machikado Fureaikan"

สำหรับใครที่อยากลองใส่กิโมโน แต่มี "งบน้อย"
แนะนำให้มาที่นี่ค่ะ อยู่ใกล้ๆกับวัดนาริตะซันเลย มาใส่กิโมโนที่นี่ และก็เดินไปไหว้พระที่วัดนาริตะซังได้ต่อเลย (ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว 55)
ค่าเช่ากิโมโน แค่ 500 เยน (ประมาณ 100-200บาท) เท่านั้น!! (ถูกจนน่าตกใจ )
ปกติถ้าไปเช่าร้านทั่วไป จะอยู่ที่ประมาณ 4,000-8,000 เยน แล้วแต่คุณภาพ
แถมกิโมโนลายสวย มีให้เลือกหลายลายอีกต่างหาก
กิโมโนของผู้ชายก็มีให้เช่าเหมือนกันนะคะ
สำหรับใครที่กลัวว่าจะสื่อสารภาษาญี่ปุ่นไม่รู้เรื่อง ก็ไม่ต้องกลัวนะคะ เพราะสต๊าฟที่นี่เขาพูดภาษาอังกฤษกันได้ค่ะ

มีชุดกิโมโนให้เลือกหลากหลายทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
มีพร๊อฟ ที่ติดผม กระเป๋าหิ้วสำหรับให้สาวๆได้เลือกด้วย

​สำหรับใครที่อยากใส่แบบ Furisode แบบมายในรูป จะอยู่ที่ราคา 2,000 เยนค่ะ

ซึ่งถือว่าถูกมากๆ เพราะปกติถ้าไปเช่าที่อื่น จะอยู่ที่ประมาณ 15,000 เยน

( Furisode คือ กิโมโนที่เป็นทางการสำหรับผู้หญิงโสด ลายจะฉูดฉาดกว่า และแขน (โซเดะ) จะยาวกว่า เอาไว้สำหรับให้สาวโสดใส่ค่ะ ถ้าผู้หญิงที่แต่งงานแล้วก็จะใส่แบบธรรมดา คือแบบแขนสั้น)

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถูกจัง?

ที่นี่ไม่ใช่ร้านเช่ากิโมโนค่ะ แต่เป็นสถานที่ของNPO เมืองนาริตะ สนับสนุนให้คนต่างชาติมาใส่กิโมโน 


ใครที่ไปไม่ถูก ที่สนามบินนาริตะเขามีไกด์อาสาสมัครพาเราไปเที่ยวที่วัดนาริตะซัง 1 วันฟรี

(ไม่ต้องให้อะไรไกด์เลย รวมถึงค่ารถของไกด์ด้วย) เพียงที่ไปติดต่อที่เคาท์เตอร์ Narita Transit Program ที่อยู่ตรงทางออก ชั้นขาเข้า

ก็จะมีไกด์ที่พูดภาษาอังกฤษได้ พาไปเที่ยวฟรีค่ะ (โดยรถสาธารณะนะคะ โดยเราจะออกค่ารถแค่ของในส่วนของเราเอง)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
www.narita-transit-program.jp/guide.html


อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการบริการเช่ากิโมโนนั้นเป็นของNPO ไม่ใช่คนของบริษัท ที่นี่จึงไม่เปิดบริการทุกวันค่ะ

จะเปิดบริการให้เฉพาะวันพุธ พฤหัส ศุกร์ เท่านั้นค่ะ‼️

เพราะฉะนั้น ใครที่อยากไป ก็อย่าลืมแพลนดีๆก่อนไปกันนะคะ ^^


ที่อยู่: "Machikado Fureaikan" (Non-Profit Organization HOSPITALITY NARITA)
702-37 Nagoya, Narita City, Chiba-ken, Japan 289-0116

การเดินทาง นั่งรถไฟ Keisei Line มาลงที่สถานีนาริตะ (ประมาณ10 นาที) หาทางออกที่จะไปวัด Shinshoji Temple (เดินต่ออีกประมาณ10 นาที)


3. บุพเฟ่ห์อาหารเพื่อสุขภาพที่ Fuwari เมือง Shibayama

​ร้านนี้นะคะ ขอบอกว่ามีชื่อเสียงมาก ไม่ใช่แค่เฉพาะในคนในท้องถิ่น คนญี่ปุ่นบางคนก็ลงทุนขับรถมาทานที่นี่ก็มี

เพราะอาหารที่นี่นอกจากจะอร่อยแล้ว แต่จุดขายของเขาคือผักที่สด ปลูกเอง ปลอดสารพิษ สะอาด ทานไม่อั้น

ระหว่างนั่งทานสามารถมองเห็นวิวเครื่องบินลงจอดในระยะที่ใกล้ (เพราะใกล้กับสนามบินนาริตะ) เรียกว่า วิวดี อาหารอร่อย ครบค่ะ


ราคาจะอยู่ที่ 1,500 เยนต่อคน  สำหรับเด็กจะอยู่ที่ 900 เยนต่อคน   เด็กทารก 500 เยนต่อคน  ผู้สูงอายุที่อายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป 1,100 เยนต่อคนค่ะ

นอกจากนี้ พอทานเสร็จ ข้างๆร้านอาหารก็จะมีร้านขายของที่ระลึก มีขายผักสดราคาถูก ฯลฯ

แต่ของที่มายแนะนำว่าควรซื้อกลับไป นั่นก็คือ "สตอเบอรี่" ค่ะ !!!  บอกเลยว่า รสชาติหวานมากกกกกกกก

เพราะสตอเบอรี่ที่ขายที่นี่นั้นเก็บมาจากฟาร์มสตอเบอรี่ข้างๆ ซึ่งเขาจะคัดแต่ลูกโตๆ หวานๆมาให้ทุกคนทานกันค่ะ

สตอเบอรี่ที่ร้านขายของข้างๆร้านอาหาร
แอบแวะไปชมฟาร์มข้างๆร้านอาหาร ซึ่งปกติเขาจะไม่เปิดให้คนนอกเข้า ครั้งนี้ทางฟาร์มอนุญาตเป็นกรณีพิเศษค่ะ
ลูกโตๆ

4. ใส่คอสเพลย์ ย้อนยุคไปสมัยเอโดะที่ Boso No Mura (房総のむら)

​สำหรับใครที่อยากลองแต่งคอสเพลย์ ถ่ายรูปสวยๆแบบย้อนยุค แนะนำให้ลองมาที่นี่กันดูค่ะ

ที่นี่นอกจากจะมีชุดกิโมโนให้เช่าแล้ว ยังมีชุดนินจา ชุดชินเซ็นกุมิ ชุดซามุไร ชุดชาวประมง ชุดชาวบ้าน ฯลฯ ให้เช่าใส่กันด้วย

บริเวณหน้าร้านที่ให้เช่าชุดคอสเพลย์

ครั้งที่แล้วเราใส่ชุดกิโมโนสวยๆมาบ้างแล้ว ครั้งนี้มายเลยขอแต่งเป็นชายบ้าง แต่งเป็น "ชินเซ็นกุมิ" ค่ะ

("ชินเซ็นกุมิ" คือ กลุ่มตำรวจพิเศษของประเทศญี่ปุ่นในยุคบะกุมะสึ ) จะเป็นชุดสีฟ้า มีลายหยักตรงชายเสื้อ 


สรุปคร่าวๆถึงจุดเด่นของที่นี่กัน

1.วิวสวย มีบ้านเรือนแบบโบราณ เหมือนย้อนยุคไปอยู่ในยุคซามุไร
ที่นี่มีหนังและละครญี่ปุ่นแนวย้อนยุคหลายเรื่องใช้ที่นี่เป็นฉากถ่ายทำด้วยนะ


2. "คน(นักท่องเที่ยว)ไม่เยอะ" เพราะยังไม่ค่อยมีคนรู้จัก (ดังแต่ในหมู่คอสเพลยเยอร์) เลยถ่ายรูปสบายๆ ไม่ต้องไปแย่งใคร หรือแบคกราวเห็นแต่คน
วันที่มายไปเป็น วันธรรมดา ชิวมาก ถ่ายรูปสบายเลยค่ะ เหมือนถนนทั้งซอยเป็นของเรา 5555


3. มี Cosplay ชุดกิโมโน ให้เช่า"ฟรี" 

บริเวณข้างๆใกล้ๆกับ Boso No Mura จะมีที่ให้เช่าคอสเพลย์ชื่อ Cosplay No Kan (コスプレの館) 

ซึ่งเป็นบริการที่เมือง Sakaemachi (栄町)จัดไว้ให้สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวได้ลองใส่ชุดคอสเพลย์สวยๆเดินเล่นใน 

Boso No Mura ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดชิบะ

แต่!! สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ฟรีค่ะ!! 

เพียงแค่ไปติดต่อที่เคาน์เตอร์ตรงประตูขาเข้าที่สนามบิน Narita 

บริการนี้เป็นบริการพิเศษที่ทางสนามบินนาริตะจัดขึ้นพิเศษ ชื่อโปรแกรม Narita Transit Program

โดยจะมีไกด์(อาสาสมัคร) พาเรามาเที่ยวที่นี่ฟรี  ไม่ต้องออกเงินอะไรเลย 

สิ่งที่เราจะต้องออกเองก็มีแค่ค่ารถไฟหรือรถบัสไปกลับ ประมาณ 1,300 เยน (ของตัวเราเองเท่านั้น ไม่ต้องออกให้ไกด์สักเยนเดียวค่ะ) 

และก็จะมีค่าเข้าสถานที่แห่งนี้อีก 300 เยน

ซึ่งมายขอบอกเลยว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม !! จ่ายแค่ค่าเดินทางกับค่าเข้า

แถมได้ใส่ชุดกิโมโน ได้เดินเล่นในเมืองโบราณ ถ่ายรูปสวยๆ และยังได้ไกด์ส่วนตัวอีก คุ้มมาก 

บอกเลยว่าราคานี้ในญี่ปุ่นไม่ได้หากันง่ายๆนะคะ มายเองอยู่ญี่ปุ่นมานานยังแทบไม่เคยเจอที่เที่ยวที่คุ้มขนาดนี้เลยค่ะ!

สำหรับใครที่สนใจ เข้าไปดูรายเลียดเพิ่มเติมได้ที่ 

www.narita-transit-program.jp/guide.html

ป.ล. ไกด์อาสาสมัคร จะเป็นคนญี่ปุ่นที่พูดภาษาอังกฤษได้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลค่ะ ^^


4. มีกิจกรรมให้ลองทำกันมากมาย เช่น กิจกรรมชงชา ทำที่รองแก้วญี่ปุ่น ทำเทียน ฯลฯ
เรียกได้ว่าเหมาะทั้งเด็กและผู้ใหญ่ 


5. ในช่วงเดือนปลายมีนาคม - เมษายน แถวนั้นจะมีดอกซากุระและดอกบ๊วยบาน สวยมาก 
รับรองว่าได้ภาพสวยๆกลับบ้านไปแน่นอน

ช่วงที่ไปเป็นช่วงเทศกาลฮินะ หรือเทศกาลวันเด็กผู้หญิงพอดี เลยมีการประดับชั้นวางตุ๊กตาฮินะด้วยค่ะ ^^

5. ช้อปปิ้งที่ห้าง Aeon Mall Narita

​ไปวัดก็แล้ว ใส่กิโมโนก็แล้ว ทานของอะไรก็แล้ว ที่ขาดไม่ได้เลยก่อนกลับเมืองไทย ก็เห็นจะเป็นการช้อปปิ้ง

ห้างอิออนนี้อยู่ใกล้สนามบินนาริตะมากถึงมากที่สุด เหมาะสำหรับคนที่อาจจะพลาดการซื้อของจากในตัวเมืองโตเกียว ที่นี่มีแทบทุกอย่างตั้งแต่  ร้าน100 เยน, ร้านแบรนด์เนมมือสอง, MUJI, Sanrio, ร้านเครื่องสำอาง, ร้านอาหาร ฯลฯ มีร้านค้ามากกว่า 150 ร้านค้า

ได้ข่าวว่ามีนักท่องเที่ยวคนไทยมาเยือนเยอะมาก ตรงแผนกสอบถามข้อมูล มีเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาไทยได้คอยให้บริการอยู่ด้วยค่ะ

สำหรับใครที่ให้ไกด์อาสาสมัครจากโปรแกรม Narita Transit Program (www.narita-transit-program.jp/guide.html

พามาที่นี่ ก็จะได้สิทธิพิเศษรับของที่ระลึกเล็กๆน้อย ฟรี! จากห้างอิออนด้วยค่ะ โดยของที่ระลึกจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แล้วแต่ช่วงเวลาและเทศกาลที่เราไป

สามารถไปติดต่อรับของได้ที่เคาท์เตอร์ Tax Free Counter ค่ะ จะมีเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาอังกฤษและภาษาไทยได้ให้บริการอยู่


หน้าตาเคาท์เตอร์เป็นแบบนี้
ครั้งนี้ของที่ได้ คือ กระเป๋าผ้าลาย Kumamon และข้างในมีเสื่อลาย Kumamon ผืนเล็กๆ ^^


6. สปาหินร้อนที่ Arashi no Yu (嵐の湯)

ไอน้ำข้างในห้องหนามาก เลยทำให้ถ่ายรูปได้ไม่ชัดเท่าไหร่

และแล้วก็มาถึงที่สุดท้าย

สำหรับใครที่เพิ่งนั่งเครื่องบินยาวๆกันมา และอยากจะมาอาบน้ำ พักผ่อน มายขอแนะนำให้มาลองทำสปาหินที่ Arashi no Yu ในเมือง Tako กันค่ะ

"สปาหินร้อน" หรือที่รู้จักกันในภาษาญี่ปุ่นว่า "กัมบังโยกุ" (岩盤浴) 

เป็นการดูสุขภาพสไตล์ฉบับญี่ปุ่นที่มีมานานหลายร้อยปีเพื่อการชำระล้างร่างกายได้ถึงภายใน พร้อมทั้งยังช่วยปรับสมดุลของร่างกาย 

ว่ากันว่า กัมบังโยคุนี้ทำให้เลือดลมไหลเวียนสะดวก กระตุ้นระบบไหลเวียน ลดอาการปวดเมื่อย ท้องผูก ลดอาการภูมิแพ้ นอนไม่หลับ 

นอกจากนี้ยังช่วยทำให้หน้าเล็กลงอีกด้วยนะคะ


"กัมบังโยกุ" ของที่นี่เรียกว่าแปลกและแตกต่างจากกัมบังโยคุของที่อื่น คือของที่อื่นจะเป็นแผ่นหินแบนๆราบๆ แบบพื้นห้อง

แต่ของที่นี่จะใช้หินจริงกว่า 15 ชนิดมากลบทับกัน หินเหล่านี้จะประกอบด้วยแร่ธาตุมากกว่าแบบแผ่นหินราบๆ 

พร้อมทั้งอุณหภูมิจากหินที่สูงกว่าทำให้ร่างการขับเหงื่อได้ง่ายกว่าค่ะ

ก่อนอื่นเลย พอมาถึง เราก็ถอดรองเท้าวางไว้ในตู้รองเท้า และไปซื้อตั๋วที่ตู้ซื้อตั๋วอัตโนมัติ

ค่าบริการจะอยู่ที่ 2,000 เยน ส่วนเด็กจะอยู่ที่ 1,000 เยน

จากนั้นก็ เอาตั๋วไปให้เจ้าหน้าที่เคาท์เตอร์

แล้วถึงไปเปลี่ยนเสื้อที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า (ที่ร้านจะมีเสื้อและกางเกงให้ยืม)


แนะนำให้เอาเสื้อชั้นในไปเปลี่ยนด้วย เพราะว่าหลังจากทำสปาหินเสร็จ เสื้อผ้าจะเปียกมาก 

(จากเหงื่อเรา และไอน้ำ)

อ้อ! ก่อนที่จะไปทำสปาหิน อย่าลืมเดินน้ำเยอะๆ หรือจะเอาขวดน้ำเข้าไปในห้องด้วยก็ได้ค่ะ

เพราะว่าเราจะได้เสียเหงื่อเยอะๆแน่นอน

เจ้าหน้าที่ของที่นี่เขาแนะนำว่า ควรจะเข้าไปนอนประมาณสัก 10 นาทีจะได้ผลดีค่ะ

แต่ถ้าใครไม่ไหว จะออกมานั่งพักด้านนอกและกลับเข้าไปใหม่ก็ได้ค่ะ 

ห้องสปาหินเป็นห้องรวม เพราะฉะนั้นใครเป็นแฟนกันไม่ต้องกังวลว่าไปแล้ว จะถูกจับแยกกันแบบอนเซ็นค่ะ 

ที่อยู่  1134 Tako Tako-machi Katori-gun, Chiba, Japan

เสร็จแล้วก็ออกมานั่งพัก

เป็นอย่างไรก็กันบ้างคะ สำหรับ 6 กิจกรรมที่มาแนะนำกัน ^^

ใครมีโอกาสแวะมาลงที่สนามบินนาริตะ และอยากไปเที่ยวสบายๆ โดยมีไกด์อาสาสมัครพาเที่ยว ก็ลองไปติดต่อได้ที่เคาท์เตอร์ Narita Transit Program กันนะคะ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆให้ไกด์ มีแต่ค่าใช้จ่ายของตัวเอง พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมาย

สำหรับคนที่ต้องการให้ไกด์อาสาสมัครพาไปเที่ยว สามารถมาลงติดต่อให้บริการได้ ตั้งแต่ 9:00 -12:00 

เจ้าหน้าที่จะใส่เสื้อสีชมพูแบบนี้ค่ะ