t เที่ยวและชอปปิงในญี่ปุ่น

ชินคันเซนรุ่นใหม่ล่าสุดของญี่ปุ่นเริ่มทดลองวิ่งแล้ว

By , วันจันทร์, 13 พฤษภาคม 2562

​สวัสดีครับเพื่อนๆ บล็อกนี้จะเป็นบล็อกข่าวสั้นๆเกี่ยวกับการคมนาคมของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากชาวญี่ปุ่นพอสมควรทีเดียว เพราะหากการทดลองครั้งนี้ประสบความสำเร็จก็หมายถึงการนำไปสู่การเดินทางด้วยความเร็วสูงอีกขึ้นเท่าที่มนุษย์ได้สรรสร้างขึ้นมา และเมื่อพูดถึงเรื่องความเร็ว ผมคิดว่าเพื่อนๆก็น่าจะเดาได้ว่าบล็อกนี้จะพูดถึงข่าวล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับรถไฟความเร็วสูงหรือที่เรานิยมเรียกกันติดปากว่าชินคันเซนนั่นเองครับ! เอาล่ะ เข้าสู่เนื้อหาข่าวกันเลยดีกว่าเนอะ ^^

​ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นกำลังมีข่าวเรื่องชินคันเซนรุ่นใหม่ที่ได้รับการประกอบขึ้นจากโรงงานในประเทศญี่ปุ่นเอง ชื่อรหัสว่า ALFA-X ซึ่งเป็นโมเดลที่สร้างขึ้นมาเพื่อทดสอบสมรรถนะความเร็วที่ผู้ผลิตบอกว่า "สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 400 กิโลเมตร/ชั่วโมง" ซึ่งหากการทดลองนี้ประสบความสำเร็จก็จะทำให้ญี่ปุ่นก้าวผ่านความเร็วของการเดินทางอีกขั้นและจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับโลกของเราครับ 

อย่างไรก็ตามสำหรับการผลิตจริงนั้น ทางผู้ผลิตจะกำหนดให้รถไฟรุ่นใหม่นี้ใช้ความเร็วสูงสุดในการเดินทางเพียง 360 กิโลเมตร/ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งความเร็วเท่านี้ผมว่าก็เยอะมากแล้วล่ะครับ ที่แน่ๆ หากชินคันเซนรุ่นนี้ออกให้บริการจริงเมื่อไหร่ก็จะเป็นรถไฟความเร็วสูง (ที่ไม่ใช่รถไฟแบบพลังแม่เหล็กหรือ MAGLEV) ที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกแซงหน้ารถไฟความเร็วสูงจากจีนแผ่นดินใหญ่ (รุ่น Fuxing) ซึ่งปัจจุบันนี้วิ่งได้ถึง 350 กิโลเมตร/ชั่วโมงเลยทีเดียว! ฟังดูน่าสนใจมากๆและเป็นการแอบตบหน้ารถไฟของแดนพญามังกรเลยนะครับเนี่ย!

ภาพด้านล่างนี้คือห้องควบคุมรถไฟครับ เหมือนยุคอวกาศจริงๆ

​ในส่วนของ ALFA-X นั้น ตอนนี้ได้เริ่มการทดลองวิ่งแล้วในเส้นทาง Tohoku Shinkansen (เส้นโตเกียว-อาโอโมริ) โดยการทดสอบจะทำตอนช่วงดึกหลังเที่ยงคืนสัปดาห์ละสองครั้งซึ่งช่วงดึกนั้นเป็นช่วงเวลาที่ไม่มีรถไฟปกติวิ่งให้บริการแล้วจึงสามารถทดสอบสมรรถนะได้อย่างเต็มที่ สำหรับช่วงที่รถไฟสามารถทดสอบความเร็วสูงมากๆได้จะอยู่ในช่วงเมืองเซนได-อาโอโมริซึ่งมีความยาวมากกว่า 280 กิโลเมตร เรียกว่าโยกคันเร่งกันได้ยาวๆเลยล่ะครับ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าได้มีคนรักรถไฟได้ถ่ายคลิปชินคันเซนรุ่นนี้ในตอนเช้าตรู่ได้ด้วยครับ (ไม่ได้วิ่งเร็วๆนะครับ วิ่งแบบเรื่อยๆ เหมือนกำลังจะกลับเข้า depot) อยากตามไปดูตัวจริงก็ดูจากคลิปด้านล่างได้เลย!


​รถไฟรุ่นนี้คาดว่าจะใช้เวลาทดสอบระบบต่างๆไปอีกอย่างน้อย 3 ปีและกว่าจะเริ่มผลิตใช้จริงในการเดินทางก็คาดว่าจะอยู่ในช่วงปี 2030 เป็นต้นไปครับ ซึ่งในเวลานั้น Hokkaido Shinkansen น่าจะสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว (ณ ปี 2019 ยังถึงแค่ฮาโกดาเตะนะครับ ทาง JR ค่อยๆเจาะภูเขาไปเรื่อยๆ กว่าจะถึงซัปโปโรก็อีกนานเลย) และแน่นอนว่าด้วยรถชินคันเซนรุ่นใหม่ที่วิ่งได้เร็วทะลุโลกขนาดนี้ก็มีผู้เชี่ยวชาญคำนวณแล้วว่ารถไฟสามารถทะยานด้วยความเร็วสูงสุดจากโตเกียวมายังซัปโปโรได้ภายในเวลาเพียง 4 ชั่วโมงกว่ากับระยะทางถึง 1,131 กิโลเมตร (ถ้าเปรียบกับประเทศไทยก็ระยะทางพอๆกับกรุงเทพ-นราธิวาสครับ วิ่งเร็วมากจริง!)

สุดท้ายนี้ เพื่อนๆคนไหนที่อยากนั่งรถไฟความเร็วสูงรุ่นใหม่โดยไม่ต้องรอขบวนนี้ก็สามารถลองขึ้นรถไฟ series ใหม่ที่มีรหัสว่า N700S ได้ครับ กระซิบนิดนึงว่ารถไฟรุ่นนี้จะเปิดตัวให้ทันงาน Tokyo Olympic 2020 แน่นอน ดังนั้นเพื่อนๆที่เป็นผู้หลงใหลความเร็วก็อย่าลืมเก็บเงินเก็บทองตั้งแต่วันนี้เพื่อไปสัมผัสกับชินคันเซนของญี่ปุ่นกันสักครั้งนะครับ!!! (ภาพด้านล่างคือ N700S นะครับ ไม่ใช่ ALFA-X) 

ขอบคุณข้อมูลและภาพปกจาก CNN

ภาพประกอบจาก techexplorist และ railwaygazette

​สวัสดีครับเพื่อนๆ บล็อกนี้จะเป็นบล็อกข่าวสั้นๆเกี่ยวกับการคมนาคมของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากชาวญี่ปุ่นพอสมควรทีเดียว เพราะหากการทดลองครั้งนี้ประสบความสำเร็จก็หมายถึงการนำไปสู่การเดินทางด้วยความเร็วสูงอีกขึ้นเท่าที่มนุษย์ได้สรรสร้างขึ้นมา และเมื่อพูดถึงเรื่องความเร็ว ผมคิดว่าเพื่อนๆก็น่าจะเดาได้ว่าบล็อกนี้จะพูดถึงข่าวล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับรถไฟความเร็วสูงหรือที่เรานิยมเรียกกันติดปากว่าชินคันเซนนั่นเองครับ! เอาล่ะ เข้าสู่เนื้อหาข่าวกันเลยดีกว่าเนอะ ^^

​ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นกำลังมีข่าวเรื่องชินคันเซนรุ่นใหม่ที่ได้รับการประกอบขึ้นจากโรงงานในประเทศญี่ปุ่นเอง ชื่อรหัสว่า ALFA-X ซึ่งเป็นโมเดลที่สร้างขึ้นมาเพื่อทดสอบสมรรถนะความเร็วที่ผู้ผลิตบอกว่า "สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 400 กิโลเมตร/ชั่วโมง" ซึ่งหากการทดลองนี้ประสบความสำเร็จก็จะทำให้ญี่ปุ่นก้าวผ่านความเร็วของการเดินทางอีกขั้นและจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับโลกของเราครับ 

อย่างไรก็ตามสำหรับการผลิตจริงนั้น ทางผู้ผลิตจะกำหนดให้รถไฟรุ่นใหม่นี้ใช้ความเร็วสูงสุดในการเดินทางเพียง 360 กิโลเมตร/ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งความเร็วเท่านี้ผมว่าก็เยอะมากแล้วล่ะครับ ที่แน่ๆ หากชินคันเซนรุ่นนี้ออกให้บริการจริงเมื่อไหร่ก็จะเป็นรถไฟความเร็วสูง (ที่ไม่ใช่รถไฟแบบพลังแม่เหล็กหรือ MAGLEV) ที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกแซงหน้ารถไฟความเร็วสูงจากจีนแผ่นดินใหญ่ (รุ่น Fuxing) ซึ่งปัจจุบันนี้วิ่งได้ถึง 350 กิโลเมตร/ชั่วโมงเลยทีเดียว! ฟังดูน่าสนใจมากๆและเป็นการแอบตบหน้ารถไฟของแดนพญามังกรเลยนะครับเนี่ย!

ภาพด้านล่างนี้คือห้องควบคุมรถไฟครับ เหมือนยุคอวกาศจริงๆ

​ในส่วนของ ALFA-X นั้น ตอนนี้ได้เริ่มการทดลองวิ่งแล้วในเส้นทาง Tohoku Shinkansen (เส้นโตเกียว-อาโอโมริ) โดยการทดสอบจะทำตอนช่วงดึกหลังเที่ยงคืนสัปดาห์ละสองครั้งซึ่งช่วงดึกนั้นเป็นช่วงเวลาที่ไม่มีรถไฟปกติวิ่งให้บริการแล้วจึงสามารถทดสอบสมรรถนะได้อย่างเต็มที่ สำหรับช่วงที่รถไฟสามารถทดสอบความเร็วสูงมากๆได้จะอยู่ในช่วงเมืองเซนได-อาโอโมริซึ่งมีความยาวมากกว่า 280 กิโลเมตร เรียกว่าโยกคันเร่งกันได้ยาวๆเลยล่ะครับ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าได้มีคนรักรถไฟได้ถ่ายคลิปชินคันเซนรุ่นนี้ในตอนเช้าตรู่ได้ด้วยครับ (ไม่ได้วิ่งเร็วๆนะครับ วิ่งแบบเรื่อยๆ เหมือนกำลังจะกลับเข้า depot) อยากตามไปดูตัวจริงก็ดูจากคลิปด้านล่างได้เลย!


​รถไฟรุ่นนี้คาดว่าจะใช้เวลาทดสอบระบบต่างๆไปอีกอย่างน้อย 3 ปีและกว่าจะเริ่มผลิตใช้จริงในการเดินทางก็คาดว่าจะอยู่ในช่วงปี 2030 เป็นต้นไปครับ ซึ่งในเวลานั้น Hokkaido Shinkansen น่าจะสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว (ณ ปี 2019 ยังถึงแค่ฮาโกดาเตะนะครับ ทาง JR ค่อยๆเจาะภูเขาไปเรื่อยๆ กว่าจะถึงซัปโปโรก็อีกนานเลย) และแน่นอนว่าด้วยรถชินคันเซนรุ่นใหม่ที่วิ่งได้เร็วทะลุโลกขนาดนี้ก็มีผู้เชี่ยวชาญคำนวณแล้วว่ารถไฟสามารถทะยานด้วยความเร็วสูงสุดจากโตเกียวมายังซัปโปโรได้ภายในเวลาเพียง 4 ชั่วโมงกว่ากับระยะทางถึง 1,131 กิโลเมตร (ถ้าเปรียบกับประเทศไทยก็ระยะทางพอๆกับกรุงเทพ-นราธิวาสครับ วิ่งเร็วมากจริง!)

สุดท้ายนี้ เพื่อนๆคนไหนที่อยากนั่งรถไฟความเร็วสูงรุ่นใหม่โดยไม่ต้องรอขบวนนี้ก็สามารถลองขึ้นรถไฟ series ใหม่ที่มีรหัสว่า N700S ได้ครับ กระซิบนิดนึงว่ารถไฟรุ่นนี้จะเปิดตัวให้ทันงาน Tokyo Olympic 2020 แน่นอน ดังนั้นเพื่อนๆที่เป็นผู้หลงใหลความเร็วก็อย่าลืมเก็บเงินเก็บทองตั้งแต่วันนี้เพื่อไปสัมผัสกับชินคันเซนของญี่ปุ่นกันสักครั้งนะครับ!!! (ภาพด้านล่างคือ N700S นะครับ ไม่ใช่ ALFA-X) 

ขอบคุณข้อมูลและภาพปกจาก CNN

ภาพประกอบจาก techexplorist และ railwaygazette