t เที่ยว&ชอปปิ้งในญี่ปุ่น

Fresh news from Japan!

We are excited to deliver you the the freshest news from Japan!

เที่ยวด้วยตัวเอง ปั่นจักรยานชมภูเขาไฟฟูจิที่คาวากุจิโกะ!

By , วันอังคาร, 03 เมษายน 2561

​ย้อนกลับไปสมัยเมื่อ 2 ปีที่แล้วเรายังเพิ่งเขียนบล็อกให้กับทาง I Love Japan ใหม่ๆเราได้เคยพูดถึง วิธีการเดินทางโดยรถไฟไปยัง Kawaguchi-ko และ "เทศกาลชมดอกชิบะซากุระ" ที่จัดอยู่บริเวณนั้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิของทุกปี (สามารถอ่านย้อนหลังได้ที่ http://www.ilovejapan.co.th/travel/entry/golden-week) แต่ครั้งนี้เราไม่ได้จะพาคุณผู้อ่านไปเทศกาลชมดอกชิบะซากุระ แต่เราจะพาคุณผู้อ่านไปชมภูเขาไฟฟูจิและทะเลสาบกันค่ะ

มั่นใจว่าไม่มีใครแทบไม่รู้จักสถานที่ที่เรียกว่า ทะเลสาบคาวากุจิหรือ Kawaguchi-ko ซึ่งอยู่ในจังหวัด Yamanashi โดยจุดเด่นของที่นี่คือเป็นจุดที่สามารถชมภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจน ที่สำคัญการเดินทางนั้นไม่ไกลจากโตเกียวเลย ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าก็ถึงแล้ว นอกจากนี้คาวากุจิโกะยังเป็นทะเลสาบหนึ่งในบริเวณทะเลสาบฟูจิทั้ง 5 ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นอย่างมาก

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เมื่อมาถึงที่นี่มักจะนั่งรถไปยังจุดท่องเที่ยวต่างๆรอบเมืองกันใช่มั้ยคะ แต่สำหรับบล็อกนี้ ขอบอกว่า…ไม่ใช่ค่ะ เพราะเราจะพาคุณผู้อ่านไปเที่ยวรอบๆทะเลสาบโดยการ "ปั่นจักรยาน" ไปกันเอง! 

​มาเริ่มต้นกันที่ไปเช่าจักรยานกันดีกว่าค่ะ โดยเราสามารถเดินไปเช่าจักรยานได้จากร้านในซอยที่อยู่ตรงข้ามกับสถานี Kawaguchi-ko เลย (หากเราหันหลังให้สถานี ซอยจะอยู่ทางด้านซ้ายมือของร้านอาหาร) สำหรับร้านเช่าจักรยานนั้นมีหลายร้านด้วยกัน ร้านที่เราไปเช่าจักรยานคือร้านแรกสุดเมื่อเดินเข้ามาในซอยจะอยู่ทางซ้ายมือ (แต่เพื่อนบอกว่าถ้าเดินเข้าไปอีกหน่อย มีอีกร้านราคาจะถูกกว่า)

​จักรยานของร้านนี้มีหลายประเภทให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นจักรยานแม่บ้าน จักรยานไฟฟ้าเป็นต้น ซึ่งราคาก็จะแตกต่างกันไป โดยเราได้เลือกเป็นแบบ Regular Bike 1 Day ซึ่งเราต้องนำจักรยานมาคืนร้านก่อน 17:00 น. โดยอย่าลืมว่า กฎหมายของที่ญี่ปุ่นคือห้ามนั่งซ้อนเด็ดขาด นะคะ เอาล่ะ เมื่อเราเช่าจักรยานเสร็จแล้วก็ออกเดินทางกันเลย!

​ช้าก่อน! สำหรับใครที่กลัวหลงทางไม่ต้องห่วงค่ะ เราสามารถขอแผนที่ได้จากทางร้าน (หรือไม่ก็หยิบแผ่นพับจากสถานีก็ได้) และปั่นไปยังเส้นทางต่างๆ โดยจุดแรกที่เราแวะมาคือ Lake Kawaguchi Pleasure Boat บริเวณท่าเรือจุดแลนด์มาร์กอีกจุดหนึ่งที่มาถึงทะเลสาบคาวากุจิโกะแล้วต้องแวะมา

​หลังจากถ่ายรูปเล่นจนหนำใจแล้ว เราก็ไปยังจุดต่อไปค่ะ เอาจริงๆเราไม่มีแพลนเลยแค่ปั่นไปตามทางเรื่อยๆอยากแวะตรงไหนก็แวะ อยากจอดตรงไหนก็จอด บางจุดจะมีเลนสำหรับจักรยานโดยเฉพาะแต่บางจุดไม่มีก็ต้องดูทางดีๆด้วยนะคะ ซึ่งระหว่างทางก็เจอนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายกลุ่มเลยที่เลือกเช่าจักรยานมาปั่นเล่นกันแบบพวกเรา และช่วงที่เราไปเป็นฤดูใบไม้ร่วงพอดี อากาศกำลังเย็นสบายสุดๆปั่นแล้วไม่รู้สึกร้อนเลย แถมใบไม้ก็กำลังเปลี่ยนสีพอดี สวยมากก เรียกว่าชิลล์ไปอีกกก~

ระหว่างทางเจอแก๊งน้องเหมียวด้วย เลยจอดแวะเล่นกับน้องแป๊บนึง

​ตรงนี้เป็นจุดระหว่างทางปั่นไป Momiji Kairo หรือ อุโมงค์เมเปิ้ล ซึ่งเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามที่สุด จริงๆผ่าน Music forest Museum คือ พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเครื่องดนตรีอัตโนมัติด้วยแต่เสียดายมากที่ไม่ได้เข้า เพราะตอนนั้นไม่มีเวลาต้องรีบไปคืนจักรยานให้ทันกลัวอยู่ได้แป๊บเดียวไม่คุ้มค่าเข้า (ค่าเข้าคนละ 1,300 เยน/คน) แต่ใครที่ชอบอะไรสไตล์ยุโรปๆแนวเจ้าหญิงขอแนะนำเลยค่ะ

จุดนี้เป็นจุดสุดท้ายที่เราแวะมาชมก่อนกลับ จะอยู่ห่างจาก Music forest museum ไปไม่ไกลเท่าไหร่นัก​ สำหรับทริปนี้เราใช้เวลาปั่นไปรอบๆทะเลสาบแวะชมสถานที่ต่างๆรวมแล้วใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมงค่ะ หลังจากนั้นก็ไปรอขึ้นรถบัสกลับโตเกียว ซึ่งระหว่างทางขากลับดันหลงทาง เลยมาคืนจักรยานเลทไปครึ่งชั่วโมง โดนปรับไป 500 บาท โดยพวกเรานี่ล่ะที่มาถึงเป็นกลุ่มสุดท้าย (T^T)

ภูเขาไฟฟูจิช่วงเย็นพระอาทิตย์กำลังใกล้ตกดิน มันสวยมากกกๆ

สำหรับข้อดีของทริปปั่นจักรยานรอบคาวากุจิโกะ คือ เราสามารถจัดการกับเวลาตัวเองได้แถมยังได้ปั่นไปยังที่ต่างๆได้อย่างอิสระ เจอคนไม่พลุกพล่าน โดยทริปแบบนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่นอนค้างแถวๆนี้ หรือเป็น 1-Day Trip แบบเรา ซึ่งควรมีเวลาว่างพอไม่รีบไปหลายที่ เนื่องจากการปั่นจักรยานรอบทะเลสาบค่อนข้างใช้เวลา อาจไม่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่แพลนไปทำกิจกรรมหลายที่ หรือนักท่องเที่ยวที่มีผู้สูงอายุหรือเด็กเล็กมาด้วย

ถ้าใครที่คิดว่าไม่สะดวกเดินทางเอง หรือต้องการเที่ยวแบบครอบครัว อยากจะลองใช้บริการทัวร์ส่วนตัว ไอเลิฟเจแปนทัวร์ก็มีจัดกรุ๊ปไปที่นี่เช่นกันค่ะ! ใครที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก https://www.ilovejapantours.com/th/ สุดท้ายนี้หากใครมีคำถามข้อสงสัย หรืออยากอ่านบล็อกเก่าๆที่เราเคยเขียน สามารถแวะเข้าไปดูได้ที่เพจของเรา ไว้เจอกันใหม่บล็อกหน้าค่า~

PAGE : https://www.facebook.com/rumraisinblogger/

ภาพที่ลงเครดิตถ่ายโดย Rumraisin G ห้ามนำไปใช้ต่อก่อนได้รับอนุญาตโดยเด็ดขาด!

​ย้อนกลับไปสมัยเมื่อ 2 ปีที่แล้วเรายังเพิ่งเขียนบล็อกให้กับทาง I Love Japan ใหม่ๆเราได้เคยพูดถึง วิธีการเดินทางโดยรถไฟไปยัง Kawaguchi-ko และ "เทศกาลชมดอกชิบะซากุระ" ที่จัดอยู่บริเวณนั้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิของทุกปี (สามารถอ่านย้อนหลังได้ที่ http://www.ilovejapan.co.th/travel/entry/golden-week) แต่ครั้งนี้เราไม่ได้จะพาคุณผู้อ่านไปเทศกาลชมดอกชิบะซากุระ แต่เราจะพาคุณผู้อ่านไปชมภูเขาไฟฟูจิและทะเลสาบกันค่ะ

มั่นใจว่าไม่มีใครแทบไม่รู้จักสถานที่ที่เรียกว่า ทะเลสาบคาวากุจิหรือ Kawaguchi-ko ซึ่งอยู่ในจังหวัด Yamanashi โดยจุดเด่นของที่นี่คือเป็นจุดที่สามารถชมภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจน ที่สำคัญการเดินทางนั้นไม่ไกลจากโตเกียวเลย ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าก็ถึงแล้ว นอกจากนี้คาวากุจิโกะยังเป็นทะเลสาบหนึ่งในบริเวณทะเลสาบฟูจิทั้ง 5 ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นอย่างมาก

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เมื่อมาถึงที่นี่มักจะนั่งรถไปยังจุดท่องเที่ยวต่างๆรอบเมืองกันใช่มั้ยคะ แต่สำหรับบล็อกนี้ ขอบอกว่า…ไม่ใช่ค่ะ เพราะเราจะพาคุณผู้อ่านไปเที่ยวรอบๆทะเลสาบโดยการ "ปั่นจักรยาน" ไปกันเอง! 

​มาเริ่มต้นกันที่ไปเช่าจักรยานกันดีกว่าค่ะ โดยเราสามารถเดินไปเช่าจักรยานได้จากร้านในซอยที่อยู่ตรงข้ามกับสถานี Kawaguchi-ko เลย (หากเราหันหลังให้สถานี ซอยจะอยู่ทางด้านซ้ายมือของร้านอาหาร) สำหรับร้านเช่าจักรยานนั้นมีหลายร้านด้วยกัน ร้านที่เราไปเช่าจักรยานคือร้านแรกสุดเมื่อเดินเข้ามาในซอยจะอยู่ทางซ้ายมือ (แต่เพื่อนบอกว่าถ้าเดินเข้าไปอีกหน่อย มีอีกร้านราคาจะถูกกว่า)

​จักรยานของร้านนี้มีหลายประเภทให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นจักรยานแม่บ้าน จักรยานไฟฟ้าเป็นต้น ซึ่งราคาก็จะแตกต่างกันไป โดยเราได้เลือกเป็นแบบ Regular Bike 1 Day ซึ่งเราต้องนำจักรยานมาคืนร้านก่อน 17:00 น. โดยอย่าลืมว่า กฎหมายของที่ญี่ปุ่นคือห้ามนั่งซ้อนเด็ดขาด นะคะ เอาล่ะ เมื่อเราเช่าจักรยานเสร็จแล้วก็ออกเดินทางกันเลย!

​ช้าก่อน! สำหรับใครที่กลัวหลงทางไม่ต้องห่วงค่ะ เราสามารถขอแผนที่ได้จากทางร้าน (หรือไม่ก็หยิบแผ่นพับจากสถานีก็ได้) และปั่นไปยังเส้นทางต่างๆ โดยจุดแรกที่เราแวะมาคือ Lake Kawaguchi Pleasure Boat บริเวณท่าเรือจุดแลนด์มาร์กอีกจุดหนึ่งที่มาถึงทะเลสาบคาวากุจิโกะแล้วต้องแวะมา

​หลังจากถ่ายรูปเล่นจนหนำใจแล้ว เราก็ไปยังจุดต่อไปค่ะ เอาจริงๆเราไม่มีแพลนเลยแค่ปั่นไปตามทางเรื่อยๆอยากแวะตรงไหนก็แวะ อยากจอดตรงไหนก็จอด บางจุดจะมีเลนสำหรับจักรยานโดยเฉพาะแต่บางจุดไม่มีก็ต้องดูทางดีๆด้วยนะคะ ซึ่งระหว่างทางก็เจอนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายกลุ่มเลยที่เลือกเช่าจักรยานมาปั่นเล่นกันแบบพวกเรา และช่วงที่เราไปเป็นฤดูใบไม้ร่วงพอดี อากาศกำลังเย็นสบายสุดๆปั่นแล้วไม่รู้สึกร้อนเลย แถมใบไม้ก็กำลังเปลี่ยนสีพอดี สวยมากก เรียกว่าชิลล์ไปอีกกก~

ระหว่างทางเจอแก๊งน้องเหมียวด้วย เลยจอดแวะเล่นกับน้องแป๊บนึง

​ตรงนี้เป็นจุดระหว่างทางปั่นไป Momiji Kairo หรือ อุโมงค์เมเปิ้ล ซึ่งเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามที่สุด จริงๆผ่าน Music forest Museum คือ พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเครื่องดนตรีอัตโนมัติด้วยแต่เสียดายมากที่ไม่ได้เข้า เพราะตอนนั้นไม่มีเวลาต้องรีบไปคืนจักรยานให้ทันกลัวอยู่ได้แป๊บเดียวไม่คุ้มค่าเข้า (ค่าเข้าคนละ 1,300 เยน/คน) แต่ใครที่ชอบอะไรสไตล์ยุโรปๆแนวเจ้าหญิงขอแนะนำเลยค่ะ

จุดนี้เป็นจุดสุดท้ายที่เราแวะมาชมก่อนกลับ จะอยู่ห่างจาก Music forest museum ไปไม่ไกลเท่าไหร่นัก​ สำหรับทริปนี้เราใช้เวลาปั่นไปรอบๆทะเลสาบแวะชมสถานที่ต่างๆรวมแล้วใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมงค่ะ หลังจากนั้นก็ไปรอขึ้นรถบัสกลับโตเกียว ซึ่งระหว่างทางขากลับดันหลงทาง เลยมาคืนจักรยานเลทไปครึ่งชั่วโมง โดนปรับไป 500 บาท โดยพวกเรานี่ล่ะที่มาถึงเป็นกลุ่มสุดท้าย (T^T)

ภูเขาไฟฟูจิช่วงเย็นพระอาทิตย์กำลังใกล้ตกดิน มันสวยมากกกๆ

สำหรับข้อดีของทริปปั่นจักรยานรอบคาวากุจิโกะ คือ เราสามารถจัดการกับเวลาตัวเองได้แถมยังได้ปั่นไปยังที่ต่างๆได้อย่างอิสระ เจอคนไม่พลุกพล่าน โดยทริปแบบนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่นอนค้างแถวๆนี้ หรือเป็น 1-Day Trip แบบเรา ซึ่งควรมีเวลาว่างพอไม่รีบไปหลายที่ เนื่องจากการปั่นจักรยานรอบทะเลสาบค่อนข้างใช้เวลา อาจไม่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่แพลนไปทำกิจกรรมหลายที่ หรือนักท่องเที่ยวที่มีผู้สูงอายุหรือเด็กเล็กมาด้วย

ถ้าใครที่คิดว่าไม่สะดวกเดินทางเอง หรือต้องการเที่ยวแบบครอบครัว อยากจะลองใช้บริการทัวร์ส่วนตัว ไอเลิฟเจแปนทัวร์ก็มีจัดกรุ๊ปไปที่นี่เช่นกันค่ะ! ใครที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก https://www.ilovejapantours.com/th/ สุดท้ายนี้หากใครมีคำถามข้อสงสัย หรืออยากอ่านบล็อกเก่าๆที่เราเคยเขียน สามารถแวะเข้าไปดูได้ที่เพจของเรา ไว้เจอกันใหม่บล็อกหน้าค่า~

PAGE : https://www.facebook.com/rumraisinblogger/

ภาพที่ลงเครดิตถ่ายโดย Rumraisin G ห้ามนำไปใช้ต่อก่อนได้รับอนุญาตโดยเด็ดขาด!

บทความล่าสุด