t เที่ยวและชอปปิงในญี่ปุ่น

ลองขับเครื่องบินที่ญี่ปุ่น ใครๆก็เป็นกัปตันได้ พิพิธภัณฑ์เครื่องบินในญี่ปุ่น นาริตะ

By , วันพฤหัสบดี, 02 มีนาคม 2560
ด้านหน้าอาคารทางเข้า

​เชื่อว่าคงมีหลายๆคนที่ครั้งหนึ่งในชีวิตมีความฝันว่าอยากเป็นนักบิน หรืออย่างน้อยก็อยากจะลองเป็นนักบินดูสักครั้ง

ตอนนี้ฝันของคุณอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วค่ะ !!

เพราะที่ "พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์การบิน" หรือ Musuem of Aeronautical Science (航空科学博物館) ที่อยู่ใกล้ๆกับสนามบินนาริตะ เขามีเปิดเราได้ลองใส่ชุดกัปตัน เข้าชมข้างในเครื่องบินจำลอง และได้ลองขับเครื่องบินแบบซิมูเลเตอร์ดูกันแล้วค่ะ

ถ้าอยากรู้เรื่องราวต่างๆว่าเดินทางอย่างไร ทำยังไง ก็ตามมายมาชมกันเลยค่ะ!

แผนผังของพิพิธภัณฑ์ มีทั้ง outdoor และ indoor
ถ่ายรูปกับไกด์อาสาสมัครสาวสวยญี่ปุ่นจาก Narita Transit Program ที่พาเรามาเที่ยวที่นี่กันในวันนี้ ^^

​ก่อนอื่น เราต้องซื้อตั๋วกันก่อน ราคาค่าเข้าตามด้านล่างนี้ค่ะ

ผู้ใหญ่ 500 เยน (ประมาณ 150 บาท)

เด็กมัธยม 300 เยน (ประมาณ 100 บาท)

เด็กตั้งแต่ 4 ขวบขึ้นไป 200 เยน (ประมาณ 60-70 บาท)

เรียกว่าถูกมากเลยค่ะ (เมื่อเทียบกับพิพิธภัณฑ์ทั่วไปของญี่ปุ่น) เพราะนอกจากจะได้ความรู้แล้ว ยังสนุกและได้ถ่ายภาพสวยๆเป็นที่ระลึกอีกมากมาย

เข้ามาข้างใน ก็จะมีประตูตรวจจับโลหะ เลียนแบบเหมือนของที่สนามบิน (แต่ว่าพอจริงๆถึงจะมีวัตถุโลหะพกเข้าไปด้วยก็ไม่ร้องนะคะ เขาทำเลียนแบบไว้เฉยๆ)

ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะมีทั้งหมด 5 ชั้น โดยชั้นแรก ที่เป็นชั้นหลัก จะเป็นพิพิธภัณฑ์ รวมทั้งซิมูเลเตอร์ให้ลองขับเครื่องบิน โมเดลเครื่องบินจำลอง โมเดลเครื่องจักรต่างๆ และร้านขายของที่ระลึก เกม ฯลฯ 

ส่วนชั้นบนๆ ก็จะมีร้านอาหาร พร้อมกับมีที่ที่ชมวิวเครื่องบิน (ของจริง) ที่กำลังจะลงจอดที่สนามบินนาริตะในระยะใกล้ด้วยนะคะ (ในส่วนนี้เดี๋ยวจะมาพูดถึงกันอีกทีตอนท้ายๆค่ะ) ^^


​ต่อไป เราจะไปชมโมเดลเครื่องบินรุ่นโบอิ้ง 747 กัน ขอบอกว่าเท่มาก! แต่เขาจะเปิดเป็นรอบๆให้เข้าชม สามารถดูตารางเวลาได้ที่หน้าเคาน์เตอร์ทางเข้า

ถ้าจะไปดูเฉยๆไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆค่ะ  แต่ถ้าอยากได้ไกด์พาชมข้างในเครื่องด้วยจะต้องเสียเงินคนละ 500 เยนค่ะ ทั้งนี้ช่วงเวลาที่จะเปิดให้คนเข้าไปดูนั้น ถ้าเป็นวันเสาร์ - อาทิตย์จะเปิดรอบ(เกือบ)ทุกๆหนึ่งชั่วโมงเลยล่ะค่ะ แต่ถ้าเป็นวันธรรมดา รอบก็อาจจะน้อยลงมาหน่อยค่ะ 

เครื่องบินลำนี้ค่ะ ที่เราจะขึ้นไปดูกัน แต่สร้างไว้แค่ครึ่งลำเท่านั้น
ด้านข้างของเครื่องบิน

​ไกด์ของเราบอกว่า เครื่องบินจำลองรุ่นนี้ (โบอิ้ง 747) ปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นเลิกใช้ไปแล้วนะคะ จะเป็นรุ่นใหม่แทน (จำชื่อรุ่นไม่ได้ ขอโทษด้วยค่า ^^;) 

สมัยก่อนสายการบิน Japan Airlines ก็เคยใช้รุ่นนี้เหมือนกันค่ะ   

เอาล่ะ! เรามาดูข้างในกันบ้างดีกว่าว่าเป็นยังไง 



ภาพด้านบนนี้คือด้านในเครื่องบินค่ะ สังเกตตามภาพจะเห็นว่าภายในจะถูกแบ่งเป็นสองโซน คือ ฝั่งขวา ซึ่งเป็นโซนที่ผู้โดยสารนั่งแบบที่เราเห็นๆกันทั่วไปเวลานั่งเครื่องบิน ส่วนโซนฝั่งซ้าย คือ โซนที่แสดงให้เห็นว่าจริงๆแล้วส่วนประกอบของเครื่องบินมีอะไรกันบ้าง 

ตอนที่มายยืนชมอยู่ที่ฝั่งขวา ก็มองไปด้านบน ปรากฎว่าเห็นสายไฟเส้นใหญ่ๆพร้อมกับสายโลหะเต็มไปหมด ก็เกิดความสงสัย ไกด์ที่นี่ก็บอกว่า เป็นสายที่เอาไว้บังคับเครื่องบิน 

และด้านบนคือห้องขับเครื่องบิน หรือที่รู้จักกันในชื่อ Cockpit นั่นเองค่ะ


แม้แต่ประตูฉุกเฉินก็ยังทำเลียนแบบ
คุณลุงไกด์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเครื่องบินมาอธิบายเรื่องเครื่องบินให้พวกเราฟัง คุณลุงแกเล่าได้สนุกมาก แม้แต่คนที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องเครื่องบินอย่างเรา ยังว่าน่าสนใจ
มีลองให้เป็นแอร์โอสเตส คุณลุงไกด์บอกว่า ที่นั่งนี่มีชื่อเรียกว่า "Jump Seat" เพราะว่าเวลาลุกและมันพับกับเอง เหมือนกับว่ามันกระโดดเก็บเอง


และแล้ว... ก็ถึงเวลาที่เราจะเข้าไปชมห้องขับเครื่องบินกันแล้วววว เย่!!!!

ที่นี่เขามีชุดกัปตันพร้อมหมวกให้ยืมใส่ด้วยค่ะ (เพื่อความสมจริง) พอได้ลองนั่งเครื่องบินที่จำลองห้องคนขับแล้วจะรู้สึกว่าเหมือนของจริงเป๊ะๆ! คือ มายรู้สึกว่ามันอลังฯมากๆเลยค่ะ ข้างบนมีปุ่มมากมายเต็มหมด เป็นนักบินนี่สุดยอดไปเลยนะคะ คนธรรมดาอย่างเราเข้าไปนั่งถึงกับงงว่าปุ่มไหนคือปุ่มไหน

แต่ก็อย่างว่าล่ะค่ะ ไม่ใช่ใครก็เป็นนักบินได้ เพราะการเป็นนักบินจะต้องผ่านการทดสอบและฝึกฝนมากมาย

ปล. เครื่องบินรุ่นนี้ ในห้องcockpit จะมีคนอยู่ 3 คน คือกัปตัน (pilot) ผู้ช่วยกัปตัน (co-pilot) และวิศวกรเครื่องบิน (engineer)

ที่นั่งฝั่งซ้าย จะเป็นกัปตัน (วันนี้มายได้เป็นกัปตันเลยค่า 555) ฝั่งขวาจะเป็นผู้ช่วยกัปตัน และที่นั่งด้านหลังผู้ช่วยกัปตันจะเป็นวิศวกรค่ะ

นี่ ค่า!! กัปตันมาย 5555

​ได้ภาพเท่ๆกันไปแล้ว ขอวกกลับไปเข้ากลับโซนการศึกษานิดหนึ่งก่อนไปลองขับเครื่องบิน

(ยังไม่จบนะคะ อย่าเพิ่งหนีหายกันไปไหน ^^) 

ใบพัดเครื่องบินใหญ่มาก

ต่อไป...มาถึงช่วงลองขับเครื่องบินกันแล้วค่ะ! เมื่อกี้เราไปถ่ายรูปเป็นนักบิน ได้ภาพสวยๆเหมือนจริงกันไปแล้ว

ทีนี้เรามาลองหัดขับเครื่องบินแบบจริงจังกันบ้าง! แต่ขอเตือนก่อนนะคะว่า ไม่ใช่อยู่ดีๆแล้วเรานึกอยากจะเข้าไปขับก็ได้ ทางพิพิธภัณฑ์เขาจะมีกำหนดเป็นรอบๆค่ะ ยังไงขอแนะนำให้คนที่สนใจ สอบถามที่หน้าเคาน์เตอร์ชั้น 1 ก่อนว่า วันนี้มีรอบไหนบ้าง หรือถ้าไม่รู้ก็ถามเจ้าหน้าที่แถวๆนั้นก็ได้ค่ะ ^^ 


ส่วนที่ทุกคนอยากรู้ก็ คือ ค่าลองหัดขับเครื่องบินจะอยู่ที่ 100 เยนต่อคนเท่านั้น !!! กรี๊ดดดดด ถูกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


ก็คิดดูสิคะว่า จะมีที่ไหนบ้างที่เปิดโอกาสให้คนธรรมด๊าธรรมดาอย่างเราลองขับเครื่องบินในราคา 100 เยน (แค่ 30 กว่าบาท ถูกกว่าข้าวจานหนึ่งที่บ้านเราอีกค่ะ สุดยอดจริงๆ)

และแน่นอนว่าการลองขับครั้งแรก เราก็ไม่รู้ว่าปุ่มไหนคืออะไร จะเอาเครื่องขึ้นเครื่องลงยังก็ยังไม่รู้ใช่ม้าาาา? .... แต่! ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะเพราะว่าที่นี่เขาจะมี instructor (ครูผู้สอน) มาคอยบอกวิธีขับให้อย่างใกล้ชิดค่ะ 

นี่คือเครื่องบินจำลองที่เราจะไปลองขับกันค่ะ เครื่องบินลำนี้จะเคลื่อนไหวตามทิศทางที่เราบังคับ

​สังเกตจากในรูปด้านบนดูนะคะว่า การลองขับเครื่องบิน (simulator) ของที่นี่จะต่างจากที่อื่นคือ วิวที่มองข้างหน้าไม่ใช่วิวหรือภาพจากคอมพิวเตอร์ 

แต่เป็นเครื่องบินลำใหญ่ข้างหน้าเราจริงๆเลยค่ะ เครื่องบินลำนั้นจะขยับตามทิศทางที่เราบังคับ เช่น ถ้าเรายกคันเร่งขึ้น เครื่องบินก็จะทะยานขึ้น ถ้าเราเลี้ยวขวา เครื่องบินก็จะเอนขวาตามค่ะ ครั้งนี้ลองมาขับครั้งแรกก็ยังงงๆกับการบังคับทิศทางอยู่ มีเบี้ยวไปเบี้ยวมา 555 แต่ก็สนุกดีค่ะ 

ที่แน่ๆ ทำให้เราได้รู้ว่าเลยว่า "การขับเครื่องบินนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย" มายนับถือทุกคนที่มีโอกาสฝึกฝนจนสำเร็จเป็นนักบินมากจริงๆค่ะ เก่งมากๆเลยค่ะ ^__^

และหลังจากลองขับเครื่องบินกันแล้ว ต่อไปก็จะเป็นการพาไปดูวิวเครื่องบิน(ของจริง) ลงจอดระยะใกล้กันบ้าง!!

​สำหรับจุดชมวิวของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะมีอยู่ 2 ชั้น คือชั้น 3 กับชั้น 5  โดยชั้น 3 จะเป็นจุดชมวิวกลางแจ้ง (ใครมีกล้องซูมยาวๆ พกมาได้ค่ะ ได้ฝึกฝนฝีมือแน่นอน) ส่วนชั้น 5 จะเป็นแบบ Indoor ค่ะ  

แต่บังเอิญว่าวันที่มายไป ลมแรงมาก! เราเลยไปดูกันแค่ชั้น 5 (เพราะตัวอาจจะปลิวไปตามสายลมได้ เวลาลมแรงที่ญี่ปุ่นนี่ แรงจริงจังนะคะ แรงขนาดทำให้เครื่องบินเสียการทรงตัวได้เหมือนกันค่ะ อย่าไปคิดว่าเหมือนลมเแรงแบบบ้านเรานะคะ) 

จะว่าไปก็ขอกระซิบนิดหนึ่งว่า มีคนที่คลั่งไคล้เครื่องบินหลายคน วันๆไม่ทำอะไร มานั่งดูเครื่องบินที่นี่ หรือนักถ่ายรูปบางคนก็เอากล้องหรือเลนส์ราคาแพงมาเก็บรูปเครื่องบินลงจอดที่นี่ด้วยค่ะ เพราะนอกจากจะถ่ายได้มุมที่ดีแล้ว สนามบินนาริตะมีเครื่องบินทำการลงจอดถี่มากทุกๆ 2-3 นาที (เพราะตรงนี้เป็นจุดที่เครื่องบินจะลงรันเวย์พอดี) ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นช่างกล้อง คนที่รักการถ่ายภาพ หรือใครอยากฝึกปรือฝีมือ แนะนำจริงๆค่ะ เพราะมาตอนไหนก็เห็นเครื่องบินลงได้ค่ะ!

ภาพนี้ ถ่ายได้พอดี บังเอิญว่าเครื่องบินที่กำลังจะลงจอดคือ เครื่องบินของสายการบินไทยพอดี โชคดีมากเลยค่ะ!!!

และแล้วก็มาถึง โซนสุดท้ายของวันนี้ นั่นก็คือโซนจัดโชว์เครื่องบินกลางแจ้ง ก็จะมีการจัดวางเครื่องบินรุ่นต่างๆของจริง ที่เคยถูกใช้งานมาแล้วให้เราได้ชมกัน ทว่าตอนนี้ทุกลำไม่ได้ถูกใช้งานแล้วค่ะ แต่ก็หลากหลายมากเพราะไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินลำเล็ก เฮลิคอปเตอร์ของหน่วยกู้ภัย มีให้เราดูทั้งนั้นเลย ขอบอกเลยว่าเท่ทุกลำค่ะ 

และทั้งหมดนี้ก็คือ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสต์การบินแห่งเมือง Shibayama ค่ะ^^ บอกตามตรงเลยนะคะ ว่าจริงๆแล้วเป็นคนที่ไม่ค่อยอินกับพวกพิพิธภัณฑ์สักเท่าไหร่ 

แต่มาที่นี่ รู้สึกชอบมาก! คิดว่าถ้าใครพาเด็กมาก็สนุก ผู้ใหญ่มาก็ต้องชอบแน่นอนเลยค่ะ เพราะของจริงมันได้ความรู้สึกแบบ "ว้าว!!!" จริงๆ

สำหรับใครที่สนใจ อยากจะมาที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็ไม่ยากเลยค่ะ ถ้ามาจากสนามบินนาริตะยิ่งง่าย เพราะว่าใกล้กันมากๆ


การเดินทาง

จากสนามบินนานาชาตินาริตะ Terminal 1 (ชั้น 1 ป้ายรถเมล์เบอร์ 30) และ Terminal 2 (ชั้น 3 ป้ายรถเมล์เบอร์ 5) สามารถโดยสารรถบัสของสนามบินนาริตะได้ค่ะ ใช้เวลา 15 นาที ค่ารถ 210 เยน (รถบัสบริการวันละ 4 รอบ)

ส่วนพิพิธภัณฑ์เปิดให้บริการตั้งแต่ 10:00 - 17:00 น. ค่ะ


***สำหรับใครที่ไม่สะดวก กลัวจะหลง แนะนำว่าให้ลองใช้บริการ Narita Transit Program ที่สนามบินนาริตะดูค่ะ เพราะว่าโปรแกรมนี้จะมีไกด์อาสาสมัครชาวญี่ปุ่นที่พูดภาษาอังกฤษและจีนได้พาเที่ยว ฟรี ! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ


จะมีก็แต่ค่ารถของตัวเอง 210 เยนและค่าเข้า 500 เยนของตัวเอง (ของไกด์ไม่ต้องออกให้ค่ะ)


สำหรับเคาน์เตอร์ของ Narita Transit Program ก็หาไม่ยากเพราะตั้งอยู่ใกล้ๆกับทางออกที่รับกระเป๋าค่ะ

Terminal 1  เคาน์เตอร์จะอยู่ใกล้กับ Central Exit

Terminal 2  เคาน์เตอร์จะอยู่ใกล้กับ Exit A

สังเกตง่ายๆว่าเจ้าหน้าที่จะใส่เสื้อกั๊กสีชมพูแปร๊ด ข้างหลังเขียนว่า "Narita Transit Program" ค่ะ

บริการนี้จะเปิดตั้งแต่เวลา 09:00 ถึง 12:00 น. เท่านั้น เพราะฉะนั้นหากเพื่อนๆที่ต้องการวางแผนจะใช้บริการนี้ก็ต้องจัดตารางเวลากันให้ดีๆนะคะ ^^ 

เคาน์เตอร์หน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ มีเจ้าหน้าที่ใส่เสื้อกั๊กสีชมพูรอต้อนรับอยู่ ป้ายเขียนว่า "Narita Transit Program"

​ยิ่งไปกว่านี้ ใครที่แวะไปใช้บริการ Narita Transit Program นอกจากจะมีไกด์อาสาสมัครพาเที่ยวฟรีแล้ว

เขายังแจกน้ำ 1 ขวด และสมุดลายน่ารักๆอีก 1 เล่มด้วยค่ะ ใจดีมากเลย!! ^^

หลายคนอาจจะสงสัยว่าโปรแกรมนี้ Narita ได้อะไร? มีแต่ให้!

จริงๆแล้วโปรแกรมนี้ ทางสนามบินนาริตะตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนให้คนที่แวะมาเปลี่ยนเครื่องที่นาริตะ หรือคนที่มีเวลาเที่ยวจำกัดได้แค่แถวๆสนามบินนาริตะไม่นาน ก็จะได้มีโอกาสได้ไปเที่ยวรอบๆ มีกิจกรรมทำและไม่เซ็งด้วย  ส่วนไกด์อาสาสมัครที่มาช่วย ทุกคนก็อยากสนับสนุนการท่องเที่ยวของเมืองของเขา ก็เลยจัดโปรแกรมนี้ขึ้นมา 

ฉะนั้น ใครที่มาลงที่สนามบินนาริตะ หากมีโอกาสก็อย่าลืมลองมาใช้บริการที่มายว่านี้ดูนะคะ ^^

รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ 

http://www.narita-transit-program.jp/

ด้านหน้าอาคารทางเข้า

​เชื่อว่าคงมีหลายๆคนที่ครั้งหนึ่งในชีวิตมีความฝันว่าอยากเป็นนักบิน หรืออย่างน้อยก็อยากจะลองเป็นนักบินดูสักครั้ง

ตอนนี้ฝันของคุณอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วค่ะ !!

เพราะที่ "พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์การบิน" หรือ Musuem of Aeronautical Science (航空科学博物館) ที่อยู่ใกล้ๆกับสนามบินนาริตะ เขามีเปิดเราได้ลองใส่ชุดกัปตัน เข้าชมข้างในเครื่องบินจำลอง และได้ลองขับเครื่องบินแบบซิมูเลเตอร์ดูกันแล้วค่ะ

ถ้าอยากรู้เรื่องราวต่างๆว่าเดินทางอย่างไร ทำยังไง ก็ตามมายมาชมกันเลยค่ะ!

แผนผังของพิพิธภัณฑ์ มีทั้ง outdoor และ indoor
ถ่ายรูปกับไกด์อาสาสมัครสาวสวยญี่ปุ่นจาก Narita Transit Program ที่พาเรามาเที่ยวที่นี่กันในวันนี้ ^^

​ก่อนอื่น เราต้องซื้อตั๋วกันก่อน ราคาค่าเข้าตามด้านล่างนี้ค่ะ

ผู้ใหญ่ 500 เยน (ประมาณ 150 บาท)

เด็กมัธยม 300 เยน (ประมาณ 100 บาท)

เด็กตั้งแต่ 4 ขวบขึ้นไป 200 เยน (ประมาณ 60-70 บาท)

เรียกว่าถูกมากเลยค่ะ (เมื่อเทียบกับพิพิธภัณฑ์ทั่วไปของญี่ปุ่น) เพราะนอกจากจะได้ความรู้แล้ว ยังสนุกและได้ถ่ายภาพสวยๆเป็นที่ระลึกอีกมากมาย

เข้ามาข้างใน ก็จะมีประตูตรวจจับโลหะ เลียนแบบเหมือนของที่สนามบิน (แต่ว่าพอจริงๆถึงจะมีวัตถุโลหะพกเข้าไปด้วยก็ไม่ร้องนะคะ เขาทำเลียนแบบไว้เฉยๆ)

ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะมีทั้งหมด 5 ชั้น โดยชั้นแรก ที่เป็นชั้นหลัก จะเป็นพิพิธภัณฑ์ รวมทั้งซิมูเลเตอร์ให้ลองขับเครื่องบิน โมเดลเครื่องบินจำลอง โมเดลเครื่องจักรต่างๆ และร้านขายของที่ระลึก เกม ฯลฯ 

ส่วนชั้นบนๆ ก็จะมีร้านอาหาร พร้อมกับมีที่ที่ชมวิวเครื่องบิน (ของจริง) ที่กำลังจะลงจอดที่สนามบินนาริตะในระยะใกล้ด้วยนะคะ (ในส่วนนี้เดี๋ยวจะมาพูดถึงกันอีกทีตอนท้ายๆค่ะ) ^^


​ต่อไป เราจะไปชมโมเดลเครื่องบินรุ่นโบอิ้ง 747 กัน ขอบอกว่าเท่มาก! แต่เขาจะเปิดเป็นรอบๆให้เข้าชม สามารถดูตารางเวลาได้ที่หน้าเคาน์เตอร์ทางเข้า

ถ้าจะไปดูเฉยๆไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆค่ะ  แต่ถ้าอยากได้ไกด์พาชมข้างในเครื่องด้วยจะต้องเสียเงินคนละ 500 เยนค่ะ ทั้งนี้ช่วงเวลาที่จะเปิดให้คนเข้าไปดูนั้น ถ้าเป็นวันเสาร์ - อาทิตย์จะเปิดรอบ(เกือบ)ทุกๆหนึ่งชั่วโมงเลยล่ะค่ะ แต่ถ้าเป็นวันธรรมดา รอบก็อาจจะน้อยลงมาหน่อยค่ะ 

เครื่องบินลำนี้ค่ะ ที่เราจะขึ้นไปดูกัน แต่สร้างไว้แค่ครึ่งลำเท่านั้น
ด้านข้างของเครื่องบิน

​ไกด์ของเราบอกว่า เครื่องบินจำลองรุ่นนี้ (โบอิ้ง 747) ปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นเลิกใช้ไปแล้วนะคะ จะเป็นรุ่นใหม่แทน (จำชื่อรุ่นไม่ได้ ขอโทษด้วยค่า ^^;) 

สมัยก่อนสายการบิน Japan Airlines ก็เคยใช้รุ่นนี้เหมือนกันค่ะ   

เอาล่ะ! เรามาดูข้างในกันบ้างดีกว่าว่าเป็นยังไง 



ภาพด้านบนนี้คือด้านในเครื่องบินค่ะ สังเกตตามภาพจะเห็นว่าภายในจะถูกแบ่งเป็นสองโซน คือ ฝั่งขวา ซึ่งเป็นโซนที่ผู้โดยสารนั่งแบบที่เราเห็นๆกันทั่วไปเวลานั่งเครื่องบิน ส่วนโซนฝั่งซ้าย คือ โซนที่แสดงให้เห็นว่าจริงๆแล้วส่วนประกอบของเครื่องบินมีอะไรกันบ้าง 

ตอนที่มายยืนชมอยู่ที่ฝั่งขวา ก็มองไปด้านบน ปรากฎว่าเห็นสายไฟเส้นใหญ่ๆพร้อมกับสายโลหะเต็มไปหมด ก็เกิดความสงสัย ไกด์ที่นี่ก็บอกว่า เป็นสายที่เอาไว้บังคับเครื่องบิน 

และด้านบนคือห้องขับเครื่องบิน หรือที่รู้จักกันในชื่อ Cockpit นั่นเองค่ะ


แม้แต่ประตูฉุกเฉินก็ยังทำเลียนแบบ
คุณลุงไกด์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเครื่องบินมาอธิบายเรื่องเครื่องบินให้พวกเราฟัง คุณลุงแกเล่าได้สนุกมาก แม้แต่คนที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องเครื่องบินอย่างเรา ยังว่าน่าสนใจ
มีลองให้เป็นแอร์โอสเตส คุณลุงไกด์บอกว่า ที่นั่งนี่มีชื่อเรียกว่า "Jump Seat" เพราะว่าเวลาลุกและมันพับกับเอง เหมือนกับว่ามันกระโดดเก็บเอง


และแล้ว... ก็ถึงเวลาที่เราจะเข้าไปชมห้องขับเครื่องบินกันแล้วววว เย่!!!!

ที่นี่เขามีชุดกัปตันพร้อมหมวกให้ยืมใส่ด้วยค่ะ (เพื่อความสมจริง) พอได้ลองนั่งเครื่องบินที่จำลองห้องคนขับแล้วจะรู้สึกว่าเหมือนของจริงเป๊ะๆ! คือ มายรู้สึกว่ามันอลังฯมากๆเลยค่ะ ข้างบนมีปุ่มมากมายเต็มหมด เป็นนักบินนี่สุดยอดไปเลยนะคะ คนธรรมดาอย่างเราเข้าไปนั่งถึงกับงงว่าปุ่มไหนคือปุ่มไหน

แต่ก็อย่างว่าล่ะค่ะ ไม่ใช่ใครก็เป็นนักบินได้ เพราะการเป็นนักบินจะต้องผ่านการทดสอบและฝึกฝนมากมาย

ปล. เครื่องบินรุ่นนี้ ในห้องcockpit จะมีคนอยู่ 3 คน คือกัปตัน (pilot) ผู้ช่วยกัปตัน (co-pilot) และวิศวกรเครื่องบิน (engineer)

ที่นั่งฝั่งซ้าย จะเป็นกัปตัน (วันนี้มายได้เป็นกัปตันเลยค่า 555) ฝั่งขวาจะเป็นผู้ช่วยกัปตัน และที่นั่งด้านหลังผู้ช่วยกัปตันจะเป็นวิศวกรค่ะ

นี่ ค่า!! กัปตันมาย 5555

​ได้ภาพเท่ๆกันไปแล้ว ขอวกกลับไปเข้ากลับโซนการศึกษานิดหนึ่งก่อนไปลองขับเครื่องบิน

(ยังไม่จบนะคะ อย่าเพิ่งหนีหายกันไปไหน ^^) 

ใบพัดเครื่องบินใหญ่มาก

ต่อไป...มาถึงช่วงลองขับเครื่องบินกันแล้วค่ะ! เมื่อกี้เราไปถ่ายรูปเป็นนักบิน ได้ภาพสวยๆเหมือนจริงกันไปแล้ว

ทีนี้เรามาลองหัดขับเครื่องบินแบบจริงจังกันบ้าง! แต่ขอเตือนก่อนนะคะว่า ไม่ใช่อยู่ดีๆแล้วเรานึกอยากจะเข้าไปขับก็ได้ ทางพิพิธภัณฑ์เขาจะมีกำหนดเป็นรอบๆค่ะ ยังไงขอแนะนำให้คนที่สนใจ สอบถามที่หน้าเคาน์เตอร์ชั้น 1 ก่อนว่า วันนี้มีรอบไหนบ้าง หรือถ้าไม่รู้ก็ถามเจ้าหน้าที่แถวๆนั้นก็ได้ค่ะ ^^ 


ส่วนที่ทุกคนอยากรู้ก็ คือ ค่าลองหัดขับเครื่องบินจะอยู่ที่ 100 เยนต่อคนเท่านั้น !!! กรี๊ดดดดด ถูกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


ก็คิดดูสิคะว่า จะมีที่ไหนบ้างที่เปิดโอกาสให้คนธรรมด๊าธรรมดาอย่างเราลองขับเครื่องบินในราคา 100 เยน (แค่ 30 กว่าบาท ถูกกว่าข้าวจานหนึ่งที่บ้านเราอีกค่ะ สุดยอดจริงๆ)

และแน่นอนว่าการลองขับครั้งแรก เราก็ไม่รู้ว่าปุ่มไหนคืออะไร จะเอาเครื่องขึ้นเครื่องลงยังก็ยังไม่รู้ใช่ม้าาาา? .... แต่! ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะเพราะว่าที่นี่เขาจะมี instructor (ครูผู้สอน) มาคอยบอกวิธีขับให้อย่างใกล้ชิดค่ะ 

นี่คือเครื่องบินจำลองที่เราจะไปลองขับกันค่ะ เครื่องบินลำนี้จะเคลื่อนไหวตามทิศทางที่เราบังคับ

​สังเกตจากในรูปด้านบนดูนะคะว่า การลองขับเครื่องบิน (simulator) ของที่นี่จะต่างจากที่อื่นคือ วิวที่มองข้างหน้าไม่ใช่วิวหรือภาพจากคอมพิวเตอร์ 

แต่เป็นเครื่องบินลำใหญ่ข้างหน้าเราจริงๆเลยค่ะ เครื่องบินลำนั้นจะขยับตามทิศทางที่เราบังคับ เช่น ถ้าเรายกคันเร่งขึ้น เครื่องบินก็จะทะยานขึ้น ถ้าเราเลี้ยวขวา เครื่องบินก็จะเอนขวาตามค่ะ ครั้งนี้ลองมาขับครั้งแรกก็ยังงงๆกับการบังคับทิศทางอยู่ มีเบี้ยวไปเบี้ยวมา 555 แต่ก็สนุกดีค่ะ 

ที่แน่ๆ ทำให้เราได้รู้ว่าเลยว่า "การขับเครื่องบินนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย" มายนับถือทุกคนที่มีโอกาสฝึกฝนจนสำเร็จเป็นนักบินมากจริงๆค่ะ เก่งมากๆเลยค่ะ ^__^

และหลังจากลองขับเครื่องบินกันแล้ว ต่อไปก็จะเป็นการพาไปดูวิวเครื่องบิน(ของจริง) ลงจอดระยะใกล้กันบ้าง!!

​สำหรับจุดชมวิวของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะมีอยู่ 2 ชั้น คือชั้น 3 กับชั้น 5  โดยชั้น 3 จะเป็นจุดชมวิวกลางแจ้ง (ใครมีกล้องซูมยาวๆ พกมาได้ค่ะ ได้ฝึกฝนฝีมือแน่นอน) ส่วนชั้น 5 จะเป็นแบบ Indoor ค่ะ  

แต่บังเอิญว่าวันที่มายไป ลมแรงมาก! เราเลยไปดูกันแค่ชั้น 5 (เพราะตัวอาจจะปลิวไปตามสายลมได้ เวลาลมแรงที่ญี่ปุ่นนี่ แรงจริงจังนะคะ แรงขนาดทำให้เครื่องบินเสียการทรงตัวได้เหมือนกันค่ะ อย่าไปคิดว่าเหมือนลมเแรงแบบบ้านเรานะคะ) 

จะว่าไปก็ขอกระซิบนิดหนึ่งว่า มีคนที่คลั่งไคล้เครื่องบินหลายคน วันๆไม่ทำอะไร มานั่งดูเครื่องบินที่นี่ หรือนักถ่ายรูปบางคนก็เอากล้องหรือเลนส์ราคาแพงมาเก็บรูปเครื่องบินลงจอดที่นี่ด้วยค่ะ เพราะนอกจากจะถ่ายได้มุมที่ดีแล้ว สนามบินนาริตะมีเครื่องบินทำการลงจอดถี่มากทุกๆ 2-3 นาที (เพราะตรงนี้เป็นจุดที่เครื่องบินจะลงรันเวย์พอดี) ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นช่างกล้อง คนที่รักการถ่ายภาพ หรือใครอยากฝึกปรือฝีมือ แนะนำจริงๆค่ะ เพราะมาตอนไหนก็เห็นเครื่องบินลงได้ค่ะ!

ภาพนี้ ถ่ายได้พอดี บังเอิญว่าเครื่องบินที่กำลังจะลงจอดคือ เครื่องบินของสายการบินไทยพอดี โชคดีมากเลยค่ะ!!!

และแล้วก็มาถึง โซนสุดท้ายของวันนี้ นั่นก็คือโซนจัดโชว์เครื่องบินกลางแจ้ง ก็จะมีการจัดวางเครื่องบินรุ่นต่างๆของจริง ที่เคยถูกใช้งานมาแล้วให้เราได้ชมกัน ทว่าตอนนี้ทุกลำไม่ได้ถูกใช้งานแล้วค่ะ แต่ก็หลากหลายมากเพราะไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินลำเล็ก เฮลิคอปเตอร์ของหน่วยกู้ภัย มีให้เราดูทั้งนั้นเลย ขอบอกเลยว่าเท่ทุกลำค่ะ 

และทั้งหมดนี้ก็คือ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสต์การบินแห่งเมือง Shibayama ค่ะ^^ บอกตามตรงเลยนะคะ ว่าจริงๆแล้วเป็นคนที่ไม่ค่อยอินกับพวกพิพิธภัณฑ์สักเท่าไหร่ 

แต่มาที่นี่ รู้สึกชอบมาก! คิดว่าถ้าใครพาเด็กมาก็สนุก ผู้ใหญ่มาก็ต้องชอบแน่นอนเลยค่ะ เพราะของจริงมันได้ความรู้สึกแบบ "ว้าว!!!" จริงๆ

สำหรับใครที่สนใจ อยากจะมาที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็ไม่ยากเลยค่ะ ถ้ามาจากสนามบินนาริตะยิ่งง่าย เพราะว่าใกล้กันมากๆ


การเดินทาง

จากสนามบินนานาชาตินาริตะ Terminal 1 (ชั้น 1 ป้ายรถเมล์เบอร์ 30) และ Terminal 2 (ชั้น 3 ป้ายรถเมล์เบอร์ 5) สามารถโดยสารรถบัสของสนามบินนาริตะได้ค่ะ ใช้เวลา 15 นาที ค่ารถ 210 เยน (รถบัสบริการวันละ 4 รอบ)

ส่วนพิพิธภัณฑ์เปิดให้บริการตั้งแต่ 10:00 - 17:00 น. ค่ะ


***สำหรับใครที่ไม่สะดวก กลัวจะหลง แนะนำว่าให้ลองใช้บริการ Narita Transit Program ที่สนามบินนาริตะดูค่ะ เพราะว่าโปรแกรมนี้จะมีไกด์อาสาสมัครชาวญี่ปุ่นที่พูดภาษาอังกฤษและจีนได้พาเที่ยว ฟรี ! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ


จะมีก็แต่ค่ารถของตัวเอง 210 เยนและค่าเข้า 500 เยนของตัวเอง (ของไกด์ไม่ต้องออกให้ค่ะ)


สำหรับเคาน์เตอร์ของ Narita Transit Program ก็หาไม่ยากเพราะตั้งอยู่ใกล้ๆกับทางออกที่รับกระเป๋าค่ะ

Terminal 1  เคาน์เตอร์จะอยู่ใกล้กับ Central Exit

Terminal 2  เคาน์เตอร์จะอยู่ใกล้กับ Exit A

สังเกตง่ายๆว่าเจ้าหน้าที่จะใส่เสื้อกั๊กสีชมพูแปร๊ด ข้างหลังเขียนว่า "Narita Transit Program" ค่ะ

บริการนี้จะเปิดตั้งแต่เวลา 09:00 ถึง 12:00 น. เท่านั้น เพราะฉะนั้นหากเพื่อนๆที่ต้องการวางแผนจะใช้บริการนี้ก็ต้องจัดตารางเวลากันให้ดีๆนะคะ ^^ 

เคาน์เตอร์หน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ มีเจ้าหน้าที่ใส่เสื้อกั๊กสีชมพูรอต้อนรับอยู่ ป้ายเขียนว่า "Narita Transit Program"

​ยิ่งไปกว่านี้ ใครที่แวะไปใช้บริการ Narita Transit Program นอกจากจะมีไกด์อาสาสมัครพาเที่ยวฟรีแล้ว

เขายังแจกน้ำ 1 ขวด และสมุดลายน่ารักๆอีก 1 เล่มด้วยค่ะ ใจดีมากเลย!! ^^

หลายคนอาจจะสงสัยว่าโปรแกรมนี้ Narita ได้อะไร? มีแต่ให้!

จริงๆแล้วโปรแกรมนี้ ทางสนามบินนาริตะตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนให้คนที่แวะมาเปลี่ยนเครื่องที่นาริตะ หรือคนที่มีเวลาเที่ยวจำกัดได้แค่แถวๆสนามบินนาริตะไม่นาน ก็จะได้มีโอกาสได้ไปเที่ยวรอบๆ มีกิจกรรมทำและไม่เซ็งด้วย  ส่วนไกด์อาสาสมัครที่มาช่วย ทุกคนก็อยากสนับสนุนการท่องเที่ยวของเมืองของเขา ก็เลยจัดโปรแกรมนี้ขึ้นมา 

ฉะนั้น ใครที่มาลงที่สนามบินนาริตะ หากมีโอกาสก็อย่าลืมลองมาใช้บริการที่มายว่านี้ดูนะคะ ^^

รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ 

http://www.narita-transit-program.jp/