t เที่ยวและชอปปิงในญี่ปุ่น

รีวิวโรงแรม APA สาขา Keisei Ueno : โรงแรมดีมีรถไฟตรงถึงนาริตะ

By , วันจันทร์, 03 ธันวาคม 2561

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน สัปดาห์นี้เรายังคงปักหลักอยู่ที่กุรุงโตเกียวซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นกันนะครับ แต่ในสัปดาห์นี้ผมจะไม่ได้พาไปตะลอนในโตเกียวหรอกนะ เพราะผมจะพาไปรีวิวโรงแรมเด็ดราคาไม่แรงอีกแห่งหนึ่งของโตเกียวครับ!!!

สำหรับโรงแรมดังกล่าวที่ผมจั่วหัวไว้นั้น ก็ยังคงเป็นโรงแรมในเครือยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอื่นๆ นั่นก็คือ โรงแรมในเครือ APA ซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วประเทศญี่ปุ่น (และเริ่มขยายสาขาไปที่สหรัฐอเมริกาแล้ว) แต่สำหรับสาขาที่ผมจะมารีวิวนี้มีที่ตั้งอยู่ในย่านยอดฮิตอย่าง UENO ซึ่งเป็นที่รู้จักอยู่แล้วของชาวไทย ว่าแล้วก็มาเริ่มรีวิวกันเลยแบบง่ายๆสบายๆกันครับ 

ที่ตั้งของโรงแรม

ก่อนอื่นต้องบอกว่า สาขานี้มีชื่อเต็มว่า APA Hotel Keisei Ueno Ekimae มีสิ่งที่ผมถือเป็นไฮไลต์หลักของโรงแรมสาขานี้ก็คือ ที่ตั้งของโรงแรมนี่แหละ!!! เพราะว่าโรงแรมสาขานี้อยู่ห่างจากสถานีรถไฟ Keisei Ueno แค่ 80 เมตรเท่านั้น เรียกว่าพอออกจากสถานีรถไฟก็เห็นหน้าตาของโรงแรมกันได้เลยครับ ส่วนสถานีรถไฟ Keisei Ueno ที่ว่านี้ ใครที่เป็นมือใหม่ก็โปรดทราบไว้เลยว่า สถานีนี้มีรถไฟด่วนพิเศษที่เรียกว่า Keisei Skyliner ซึ่งเป็นรถไฟที่สามารถวิ่งยาวไปสนามบินนาริตะได้แบบวิ่งตรง ไม่ต้องเปลี่ยนสายรถไฟให้ปวดสมองแถมยังวิ่งเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับเส้นทางรถไฟสายอื่นๆของ JR ด้วยนะ!! นอกจากนี้การเดินไปย่าน Ameyoko ซึ่งเป็นแหล่งละลายทรัพย์ชื่อดังอีกทั้งยังมีของกินราคาก็ไม่แพงก็สามารถเดินเท้าจากโรงแรมได้อย่างง่ายๆ หรือใครจะขึ้นชินคันเซนต่อไปที่เซนได อาโอโมริ หรือฮอกไกโดก็สามารถเดินมาขึ้นที่สถานี JR Ueno ได้โดยสะดวกเช่นกันครับ 

ส่วนใครที่ยังงงหรืออยากได้เป็นแผนที่มากกว่า ก็เอาแผนที่ตั้งของสาขานี้ไปชมกันได้ครับ รับรองว่าหาง่ายมากๆ

ด้านในของโรงแรม

คนที่ยังไม่เคยพักในเครือ APA ผมก็ขอบอกก่อนนะครับว่า ส่วนใหญ่โรงแรมในเครือนี้จะเป็นแบบ 3 ดาวถ้าจัดตามมาตรฐานสากล ดังนั้น อย่าไปคาดหวังว่าโรงแรมในเครือนี้จะอลังการเว่อร์วังหรือ service ประเสริฐเลิศเลอแบบโรงแรม 5 ดาวนะครับ (เครือนี้เน้นทำเลและความสะดวกมากกว่าน่ะนะ)

แน่นอนว่า Lobby ของสาขานี้ก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรเลย ตอนที่ผมไปเช็กอินนั้น แค่มีแขกมารุมสัก 6 คน ตรง front-desk ก็ดูแน่นแล้วครับ (ดูภาพประกอบได้) แต่อย่างน้อยพนักงานของสาขานี้ก็สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีนะครับ ดังนั้น เพื่อนๆที่พูด ENG ได้ก็น่าจะวางใจได้ในระดับหนึ่ง (ถ้าคุณพูดภาษาไทยได้แค่ภาษาเดียว ก็ไม่ต้องกังวล ยื่นใบจองกับ passport ให้ แล้วตรวจดูรายละเอียดการจองให้ตรงกับที่ตัวเองจองมาก็จบละ ไม่ต้องพูดก็ได้)

หน้าตาของห้องพัก

เมื่อเช็กอินเสร็จแล้วเราก็จะได้รับ keycard ที่มีโลโก้ของโรงแรมครับ จากนั้นก็ขึ้นลิฟต์ที่อยู่ข้างๆล็อบบี้ขึ้นห้องพักกันได้เลย เมื่อเปิดประตูห้องพักก็จะได้พบกับห้องขนาดกะทัดรัดพร้อมหน้าต่างบานใหญ่ โดยมีสองวิวคือ วิวของบึง Shinobazu และวิวตึกของย่าน Ueno ครับ สำหรับพื้นที่ของห้องพักจะมีขนาดที่ 11 ตารางเมตร ซึ่งสำหรับหลายๆคนโดยเฉพาะมือใหม่อาจจะช็อกได้ เพราะผมได้ยินหลายเสียงบ่นว่า "คับแคบมาก" แต่ผมจะบอกว่า นี่ถือว่าปรานีแล้วนะครับ บางโรงแรมมีพื้นที่แค่ 6 ตารางเมตรก็มี O_o  

แม้ว่าขนาดห้องจะเล็ก…แต่สิ่งอำนวยความสะดวกของที่นี่ "ไม่เล็กนะครับ" คือ เขาจัดสิ่งอำนวยความสะดวกมาให้ครบเครื่องจริงๆ นั่นคือ แอร์+ฮีตเตอร์ ทีวี Free Wifi ปลั๊กไฟที่มีหลายช่อง ไดร์เป่าผม ตู้เย็น กาต้มน้ำ ชุดนอน สุขาอัตโนมัติพร้อมกับชุดแปรงสีฟัน รวมถึงสบู่ แชมพู และทางโรมแรมสาขานี้ยังโฆษณาด้วยว่ามีการบุวัสดุซับเสียงในแต่ละห้องเพื่อให้ผู้เข้าพักไม่ต้องหนวกหูจากเสียงรบกวนต่างๆด้วยครับ

ห้องที่ผมจองมาเป็นแบบ Single Room-Non Smoking แต่โชคดีที่พนักงานเลือกฝั่งวิวบึง Shinobazu ให้ฟรีครับ (ตอนจองมีประเภทห้องที่เขียนว่า Lake View ด้วย ซึ่งจริงๆแล้วมันก็คือบึงนี้แหละครับ ส่วนราคาห้องจะคิดแพงกว่าห้องวิวเมืองราวๆ 200-300 บาท) ส่วนห้องที่เป็นแบบ Double Room ก็มีให้บริการเหมือนกันครับ แต่ขนาดห้องจะเท่ากันแล้วก็นอนได้สองคน ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนกันเลย ดังนั้น ใครที่มากันสองคนแล้วเป็นขาชอปปิงอาจจะต้องคิดหนักหน่อย เพราะขนาดห้องที่นี่จะไม่อำนวยให้เราจัดกระเป๋าใบเขื่องสักเท่าไหร่ครับ

ในส่วนของอาหารเช้า หากเพื่อนๆจองมาแบบรวมอาหารเช้าอยู่ในค่าห้อง ก็ลงมารับประทานอาหารเช้าที่ชั้น 1 ตรงข้ามล็อบบี้จะมีห้องอาหารอยู่ครับ อาหารที่เสิร์ฟจะเป็นแบบบุฟเฟต์เลือกตักเอง พร้อมตัวเลือกแบบ Basic เช่น ไข่คน ไส้กรอก ปลาแซลมอนย่าง ไข่หวาน สลัดผัก ข้าวสวยญี่ปุ่น และมีน้ำผลไม้ให้บริการ ส่วนใครที่จองมาแบบ Room only ก็สามารถจ่ายเพิ่มได้ในราคาหัวละประมาณ 1,200 เยน (ราวๆ 360 บาท) ต่อคนต่อมื้อ

ราคา

-ห้อง Single Room ที่ผมจ่ายไปประมาณ 2,580 บาทต่อคืน ไม่รวมอาหารเช้า

-ห้อง Double Room ที่ The Gang (เพื่อนๆผม) ที่มาด้วยกันเป็นคู่ ก็จ่ายไปห้องละ 3,250 บาทต่อคืน ไม่รวมอาหารเช้า

หมายเหตุ : สาขานี้มีห้องประเภท Deluxe Twin Room (สองเตียงเดี่ยว) จำนวนจำกัดและราคาจะสูงหน่อยครับ (เว็บไซต์ของโรงแรมโดยตรง คิดห้องละ 26,000 เยน)

บทสรุป
โรงแรมแห่งนี้มีขนาดห้องที่กะทัดรัด ทำเลดีเยี่ยมเพราะอยู่ติดกับสถานีรถไฟ Keisei Ueno ที่สามารถเดินทางด้วยรถไฟด่วนพิเศษจากสนามบินนาริตะมาที่นี่ภายในเวลาเพียง 45 นาที นอกจากนี้เรายังสามารถเดินไปสถานีชินคันเซนเพื่อขึ้นเหนือไป Hokkaido ได้ หรือเดินเล่นย่าน Ameyoko เพื่อตามล่าของอร่อยหรือชอปปิงก็ทำได้อย่างสะดวกสบายด้วยครับ (แต่เวลาแพ็กของในห้องต้องทำใจนิดนึง) โดยรวมถือว่าเป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่น่าสนใจ และหากเพื่อนๆรับกับราคาห้องได้ ผมว่าก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่เลวสำหรับการใช้เป็นที่พักเวลามาเที่ยวโตเกียวนะครับ

ที่มาของภาพปก jalan.net และแผนที่จาก google
ภาพประกอบที่เหลือมาจากกล้องของโอทารุทั้งหมด ห้ามผู้ใดนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตครับ

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน สัปดาห์นี้เรายังคงปักหลักอยู่ที่กุรุงโตเกียวซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นกันนะครับ แต่ในสัปดาห์นี้ผมจะไม่ได้พาไปตะลอนในโตเกียวหรอกนะ เพราะผมจะพาไปรีวิวโรงแรมเด็ดราคาไม่แรงอีกแห่งหนึ่งของโตเกียวครับ!!!

สำหรับโรงแรมดังกล่าวที่ผมจั่วหัวไว้นั้น ก็ยังคงเป็นโรงแรมในเครือยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอื่นๆ นั่นก็คือ โรงแรมในเครือ APA ซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วประเทศญี่ปุ่น (และเริ่มขยายสาขาไปที่สหรัฐอเมริกาแล้ว) แต่สำหรับสาขาที่ผมจะมารีวิวนี้มีที่ตั้งอยู่ในย่านยอดฮิตอย่าง UENO ซึ่งเป็นที่รู้จักอยู่แล้วของชาวไทย ว่าแล้วก็มาเริ่มรีวิวกันเลยแบบง่ายๆสบายๆกันครับ 

ที่ตั้งของโรงแรม

ก่อนอื่นต้องบอกว่า สาขานี้มีชื่อเต็มว่า APA Hotel Keisei Ueno Ekimae มีสิ่งที่ผมถือเป็นไฮไลต์หลักของโรงแรมสาขานี้ก็คือ ที่ตั้งของโรงแรมนี่แหละ!!! เพราะว่าโรงแรมสาขานี้อยู่ห่างจากสถานีรถไฟ Keisei Ueno แค่ 80 เมตรเท่านั้น เรียกว่าพอออกจากสถานีรถไฟก็เห็นหน้าตาของโรงแรมกันได้เลยครับ ส่วนสถานีรถไฟ Keisei Ueno ที่ว่านี้ ใครที่เป็นมือใหม่ก็โปรดทราบไว้เลยว่า สถานีนี้มีรถไฟด่วนพิเศษที่เรียกว่า Keisei Skyliner ซึ่งเป็นรถไฟที่สามารถวิ่งยาวไปสนามบินนาริตะได้แบบวิ่งตรง ไม่ต้องเปลี่ยนสายรถไฟให้ปวดสมองแถมยังวิ่งเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับเส้นทางรถไฟสายอื่นๆของ JR ด้วยนะ!! นอกจากนี้การเดินไปย่าน Ameyoko ซึ่งเป็นแหล่งละลายทรัพย์ชื่อดังอีกทั้งยังมีของกินราคาก็ไม่แพงก็สามารถเดินเท้าจากโรงแรมได้อย่างง่ายๆ หรือใครจะขึ้นชินคันเซนต่อไปที่เซนได อาโอโมริ หรือฮอกไกโดก็สามารถเดินมาขึ้นที่สถานี JR Ueno ได้โดยสะดวกเช่นกันครับ 

ส่วนใครที่ยังงงหรืออยากได้เป็นแผนที่มากกว่า ก็เอาแผนที่ตั้งของสาขานี้ไปชมกันได้ครับ รับรองว่าหาง่ายมากๆ

ด้านในของโรงแรม

คนที่ยังไม่เคยพักในเครือ APA ผมก็ขอบอกก่อนนะครับว่า ส่วนใหญ่โรงแรมในเครือนี้จะเป็นแบบ 3 ดาวถ้าจัดตามมาตรฐานสากล ดังนั้น อย่าไปคาดหวังว่าโรงแรมในเครือนี้จะอลังการเว่อร์วังหรือ service ประเสริฐเลิศเลอแบบโรงแรม 5 ดาวนะครับ (เครือนี้เน้นทำเลและความสะดวกมากกว่าน่ะนะ)

แน่นอนว่า Lobby ของสาขานี้ก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรเลย ตอนที่ผมไปเช็กอินนั้น แค่มีแขกมารุมสัก 6 คน ตรง front-desk ก็ดูแน่นแล้วครับ (ดูภาพประกอบได้) แต่อย่างน้อยพนักงานของสาขานี้ก็สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีนะครับ ดังนั้น เพื่อนๆที่พูด ENG ได้ก็น่าจะวางใจได้ในระดับหนึ่ง (ถ้าคุณพูดภาษาไทยได้แค่ภาษาเดียว ก็ไม่ต้องกังวล ยื่นใบจองกับ passport ให้ แล้วตรวจดูรายละเอียดการจองให้ตรงกับที่ตัวเองจองมาก็จบละ ไม่ต้องพูดก็ได้)

หน้าตาของห้องพัก

เมื่อเช็กอินเสร็จแล้วเราก็จะได้รับ keycard ที่มีโลโก้ของโรงแรมครับ จากนั้นก็ขึ้นลิฟต์ที่อยู่ข้างๆล็อบบี้ขึ้นห้องพักกันได้เลย เมื่อเปิดประตูห้องพักก็จะได้พบกับห้องขนาดกะทัดรัดพร้อมหน้าต่างบานใหญ่ โดยมีสองวิวคือ วิวของบึง Shinobazu และวิวตึกของย่าน Ueno ครับ สำหรับพื้นที่ของห้องพักจะมีขนาดที่ 11 ตารางเมตร ซึ่งสำหรับหลายๆคนโดยเฉพาะมือใหม่อาจจะช็อกได้ เพราะผมได้ยินหลายเสียงบ่นว่า "คับแคบมาก" แต่ผมจะบอกว่า นี่ถือว่าปรานีแล้วนะครับ บางโรงแรมมีพื้นที่แค่ 6 ตารางเมตรก็มี O_o  

แม้ว่าขนาดห้องจะเล็ก…แต่สิ่งอำนวยความสะดวกของที่นี่ "ไม่เล็กนะครับ" คือ เขาจัดสิ่งอำนวยความสะดวกมาให้ครบเครื่องจริงๆ นั่นคือ แอร์+ฮีตเตอร์ ทีวี Free Wifi ปลั๊กไฟที่มีหลายช่อง ไดร์เป่าผม ตู้เย็น กาต้มน้ำ ชุดนอน สุขาอัตโนมัติพร้อมกับชุดแปรงสีฟัน รวมถึงสบู่ แชมพู และทางโรมแรมสาขานี้ยังโฆษณาด้วยว่ามีการบุวัสดุซับเสียงในแต่ละห้องเพื่อให้ผู้เข้าพักไม่ต้องหนวกหูจากเสียงรบกวนต่างๆด้วยครับ

ห้องที่ผมจองมาเป็นแบบ Single Room-Non Smoking แต่โชคดีที่พนักงานเลือกฝั่งวิวบึง Shinobazu ให้ฟรีครับ (ตอนจองมีประเภทห้องที่เขียนว่า Lake View ด้วย ซึ่งจริงๆแล้วมันก็คือบึงนี้แหละครับ ส่วนราคาห้องจะคิดแพงกว่าห้องวิวเมืองราวๆ 200-300 บาท) ส่วนห้องที่เป็นแบบ Double Room ก็มีให้บริการเหมือนกันครับ แต่ขนาดห้องจะเท่ากันแล้วก็นอนได้สองคน ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนกันเลย ดังนั้น ใครที่มากันสองคนแล้วเป็นขาชอปปิงอาจจะต้องคิดหนักหน่อย เพราะขนาดห้องที่นี่จะไม่อำนวยให้เราจัดกระเป๋าใบเขื่องสักเท่าไหร่ครับ

ในส่วนของอาหารเช้า หากเพื่อนๆจองมาแบบรวมอาหารเช้าอยู่ในค่าห้อง ก็ลงมารับประทานอาหารเช้าที่ชั้น 1 ตรงข้ามล็อบบี้จะมีห้องอาหารอยู่ครับ อาหารที่เสิร์ฟจะเป็นแบบบุฟเฟต์เลือกตักเอง พร้อมตัวเลือกแบบ Basic เช่น ไข่คน ไส้กรอก ปลาแซลมอนย่าง ไข่หวาน สลัดผัก ข้าวสวยญี่ปุ่น และมีน้ำผลไม้ให้บริการ ส่วนใครที่จองมาแบบ Room only ก็สามารถจ่ายเพิ่มได้ในราคาหัวละประมาณ 1,200 เยน (ราวๆ 360 บาท) ต่อคนต่อมื้อ

ราคา

-ห้อง Single Room ที่ผมจ่ายไปประมาณ 2,580 บาทต่อคืน ไม่รวมอาหารเช้า

-ห้อง Double Room ที่ The Gang (เพื่อนๆผม) ที่มาด้วยกันเป็นคู่ ก็จ่ายไปห้องละ 3,250 บาทต่อคืน ไม่รวมอาหารเช้า

หมายเหตุ : สาขานี้มีห้องประเภท Deluxe Twin Room (สองเตียงเดี่ยว) จำนวนจำกัดและราคาจะสูงหน่อยครับ (เว็บไซต์ของโรงแรมโดยตรง คิดห้องละ 26,000 เยน)

บทสรุป
โรงแรมแห่งนี้มีขนาดห้องที่กะทัดรัด ทำเลดีเยี่ยมเพราะอยู่ติดกับสถานีรถไฟ Keisei Ueno ที่สามารถเดินทางด้วยรถไฟด่วนพิเศษจากสนามบินนาริตะมาที่นี่ภายในเวลาเพียง 45 นาที นอกจากนี้เรายังสามารถเดินไปสถานีชินคันเซนเพื่อขึ้นเหนือไป Hokkaido ได้ หรือเดินเล่นย่าน Ameyoko เพื่อตามล่าของอร่อยหรือชอปปิงก็ทำได้อย่างสะดวกสบายด้วยครับ (แต่เวลาแพ็กของในห้องต้องทำใจนิดนึง) โดยรวมถือว่าเป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่น่าสนใจ และหากเพื่อนๆรับกับราคาห้องได้ ผมว่าก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่เลวสำหรับการใช้เป็นที่พักเวลามาเที่ยวโตเกียวนะครับ

ที่มาของภาพปก jalan.net และแผนที่จาก google
ภาพประกอบที่เหลือมาจากกล้องของโอทารุทั้งหมด ห้ามผู้ใดนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตครับ