t เที่ยว&ชอปปิ้งในญี่ปุ่น

Fresh news from Japan!

We are excited to deliver you the the freshest news from Japan!

รีวิวโรงแรมแคปซูล Minimal Style ในญี่ปุ่นที่ผู้หญิงก็เข้าพักได้!

By , วันพุธ, 07 กุมภาพันธ์ 2561

​ทุกวันนี้ที่พักในญี่ปุ่นมีมากมายหลายประเภทให้ได้เลือกสรรกันไม่ว่าจะเป็น โรงแรม เกสต์เฮาส์ โฮสเทล และที่กำลังมาแรงในช่วงนี้คือบ้านพัก Airbnb แต่วันนี้เราไม่ได้จะมารีวิวบ้านพัก Airbnb หรือโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ครั้งนี้เราจะมาเอาใจสำหรับคนที่ชอบความประหยัด หาที่พักแบบราคาไม่ต้องแพงเอาแค่พอมีที่นอน แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกไม่แพ้โรงแรมทั่วไป นั่นก็คือ "โรงแรมแคปซูล" นั่นเอง

สำหรับโรงแรมแคปซูล ต่างจากโรงแรมธรรมดาตรงไหน? 

โรงแรมแคปซูลมักจะนอนเป็นตู้ๆเรียงกัน (หากนึกไม่ออก ให้นึกถึงตู้นอนรถไฟบ้านเราน่ะค่ะ) รวมกับคนอื่น ใช้ห้องน้ำร่วมกัน โดยจะมีตู้ล็อกเกอร์ส่วนตัวให้ไว้สำหรับเก็บของ 

ปกติโรงแรมแคปซูลส่วนใหญ่มักจะให้เข้าพักเฉพาะผู้ชายเท่านั้น แต่โชคดีที่เราได้มีโอกาสลองไปนอนโรงแรมแคปซูลเป็นครั้งแรกที่ ผู้หญิงเองก็สามารถเข้าพักได้ เป็นโรงแรมแคปซูล Minimal Style สุดเก๋ที่มีชื่อว่า Nine Hours

หากพูดถึงโรงแรมแคปซูล Nine Hours หรือ 9h หลายคนคงร้องอ๋อ เพราะโรงแรมนี้ไม่เพียงแต่มีตามเมืองต่างๆทั่วประเทศทั้งในโตเกียว โอซาก้า แต่ยังมีในสนามบินนาริตะอีกด้วย (เหมาะสำหรับคนที่จะรอขึ้นเครื่องสุดๆ) โดยสาขาที่เราจะรีวิวต่อไปนี้เป็นสาขาในเมืองเซนได จ.มิยากิค่ะ

สำหรับคุณผู้หญิงที่กลัวว่าที่พักจะไม่ปลอดภัย ขอบอกว่าไม่ต้องกังวลค่ะเพราะชั้นผู้ชายกับผู้หญิงแยกกันอย่างชัดเจน สำหรับสาขานี้โซนผู้หญิงอยู่ชั้น 2 ส่วนโซนผู้ชายจะอยู่ชั้น 3 นะคะ

ทางออกไปโรงแรมค่ะ ภาพนี้ถ่ายจากหน้าลิฟต์
ถึงจะไม่ได้จองแบบรวมอาหารเช้า แต่มีเซเว่นอยู่ติดโรงแรมเลยสะดวกมากๆ

​เมื่อขึ้นลิฟต์มาชั้น 2 แล้วเราจะเจอกับเคาน์เตอร์เช็กอิน เป็นอะไรที่มินิมอลมาก ทุกอย่างตกแต่งด้วยสีขาวโพลน ตัดกับชุดพนักงานสีดำล้วน (เออเท่ดี) แต่มาถึงนี่รีบถ่ายรูปรหัส wifi ก่อนเลย 555 แล้วก็ไปเช็คอิน สำหรับใครที่ไม่มีบัตรเครดิตในการจองโรงแรมไม่ต้องกังวลค่ะ คุณสามารถมาจ่ายเป็นเงินสด ณ วันที่เข้าพักได้เลย

เราได้ใช้บริการจองโรงแรมนี้ผ่าน Booking โดยได้มาในราคาคืนละ 2,000 เยน (ประมาณ 600 บาท) ซึ่งถือว่าถูกมากๆ แต่โรงแรมนี้ไม่ได้อยู่ติดสถานี Sendai นะคะ สถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานี Hirose-Dori (นั่ง Subway ถัดจากสถานี Sendai มา 1 ป้าย) ที่นี่เช็กอินได้ตั้งแต่ 13:00 น. และเช็กเอาท์ได้ถึง 10:00 น. แต่มีสำคัญมากอย่างหนึ่ง คือ ต่อให้จองหลายคืนก็ต้องเช็กอิน-เช็กเอาท์ทุกวันค่ะ! โดยเราเช็กเอาท์แล้วสามารถเอากระเป๋าฝากไว้ที่โรงแรมแล้วค่อยกลับมาเช็คอินใหม่ได้

เมื่อเช็กอินเสร็จเราจะได้กุญแจมาไว้สำหรับเปิดล็อกเกอร์ โดยสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีให้จะถูกจัดเตรียมไว้อยู่ในล็อกเกอร์ของแต่ละคนอยู่แล้ว ได้แก่ ชุดนอน 1 ชุด ผ้าขนหนูผืนเล็กและผืนใหญ่อย่างละ 1 ผืน (สำคัญมากไม่ต้องแบกไปเอง) แปรงสีฟัน ยาสีฟันจิ๋ว สลิปเปอร์ 1 คู่ สำหรับที่นี่มีไดร์เป่าผม สบู่ ยาสระผมให้พร้อมนะคะ ใครที่ขี้เกียจไม่จำเป็นต้องแบกมาก็ได้


เมื่อเข้ามาแล้วจะเจอกับล็อกเกอร์เรียงกันยาวๆแบบนี้
ซ้ายมือคือทางออก หากตรงไปหรือเลี้ยวขวามือจะเป็นโซนห้องพักแคปซูล
ซ้ายมือคือห้องน้ำ ส่วนขวามือคือโซนสำหรับทิ้งขยะ ขวดน้ำ ผ้าขนหนูและสลิปเปอร์ค่ะ

​หลังจากที่พาทัวร์โซนห้องน้ำแล้วเราจะพาไปดูโซนห้องพักแคปซูลกันค่ะ เพียงแค่เปิดประตูเข้าไปทุกอย่างจะเงียบสนิทมาก ผนังและทุกอย่างตกแต่งด้วยสีดำสนิท ตรงที่พื้นจะมีหมายเลขบอกอยู่ว่าแต่ละตู้เป็นของหมายเลขไหนก็ได้เดินตามไปยังหมายเลขของตัวเอง โดยแต่ละตู้มีหมอนและผ้าห่มจัดเตรียมให้อยู่แล้ว

​สำหรับสิ่งอำนวยสะดวกภายในตู้จะมีแค่จุดวางของเล็กๆข้างหมอน 2 จุด เต้าเสียบปลั๊ก 1 จุด และสวิทซ์สำหรับปรับไฟเท่านั้น ใครที่กลัวว่านอนแล้วจะไม่ส่วนตัวไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะทุกตู้จะมีม่านทึบแสงไว้ให้

​ขอปิดท้ายด้วยมาพูดถึงความรู้สึกส่วนตัวกันบ้าง ส่วนตัวแล้วชอบการตกแต่งโรงแรมสไตล์นี้มากค่ะ คือเรียบหรูแต่ดูดี มันไม่ได้ดูเก่าเลยกลับดูเก๋มาก

ข้อดี คือ ถือว่าค่อนข้างคุ้มค่ากับราคาอยู่ค่ะเพราะราคาค่อนข้างถูกถ้าเทียบกับโรงแรมอื่นๆ สิ่งอำนวยความสะดวกก็มีให้ครบ อยู่ใจกลางเมืองแถมค่อนข้างสะอาดมาก สำหรับโรงแรมแคปซูลสไตล์นี้เหมาะกับคนที่ต้องการประหยัด อาจจะสไตล์ลุยๆหน่อยและไม่กลัวที่แคบ เหมาะกับคนที่เดินทางคนเดียวหรือจำนวนน้อยๆ

ข้อเสีย คือ เวลาใครทำอะไรหรือเดินผ่านไปมามักจะได้ยินเสียงชัดเจน (ห้องไม่เก็บเสียง) ขนาดตู้ข้างๆคุยกันแบบกระซิบยังได้ยินชัดเจนเลยเพราะเงียบมาก อาจจะไม่ค่อยเหมาะกับคนที่ชอบพื้นที่ส่วนตัวเท่าไหร่ และสิ่งที่เราไม่ชอบที่สุดเลยคือ ที่นอนและหมอนแข็งมาก ทำให้หลับไม่สบายเลย หลับๆตื่นๆตลอด ถ้าพักแค่ช่วงสั้นๆก็พอได้ค่ะ แต่ถ้าพักหลายวัน ขอแนะนำเป็นโรงแรมดีกว่า 

หากนอนคนเดียวก็ถือว่ากว้างใช้ได้ในระดับนึงค่ะ

เป็นอย่างไรบ้างคะกับทางเลือกอีกหนึ่งโรงแรมที่มารีวิวในวันนี้ หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นตัวช่วยในการประกอบการตัดสินใจสำหรับใครที่กำลังมองหาที่พักราคาไม่แพงในญี่ปุ่นนะคะ หากใครมีคำถามข้อสงสัย หรืออยากอ่านบล็อกเก่าๆที่เราเคยเขียน สามารถแวะเข้าไปดูได้ที่เพจของเรา ไว้เจอกันใหม่บล็อกหน้าค่า~

PAGE :https://www.facebook.com/rumraisinblogger/

ภาพทั้งหมดถ่ายเองโดย Rumraisin G ห้ามนำไปใช้ต่อก่อนได้รับอนุญาตโดยเด็ดขาด! 

​ทุกวันนี้ที่พักในญี่ปุ่นมีมากมายหลายประเภทให้ได้เลือกสรรกันไม่ว่าจะเป็น โรงแรม เกสต์เฮาส์ โฮสเทล และที่กำลังมาแรงในช่วงนี้คือบ้านพัก Airbnb แต่วันนี้เราไม่ได้จะมารีวิวบ้านพัก Airbnb หรือโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ครั้งนี้เราจะมาเอาใจสำหรับคนที่ชอบความประหยัด หาที่พักแบบราคาไม่ต้องแพงเอาแค่พอมีที่นอน แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกไม่แพ้โรงแรมทั่วไป นั่นก็คือ "โรงแรมแคปซูล" นั่นเอง

สำหรับโรงแรมแคปซูล ต่างจากโรงแรมธรรมดาตรงไหน? 

โรงแรมแคปซูลมักจะนอนเป็นตู้ๆเรียงกัน (หากนึกไม่ออก ให้นึกถึงตู้นอนรถไฟบ้านเราน่ะค่ะ) รวมกับคนอื่น ใช้ห้องน้ำร่วมกัน โดยจะมีตู้ล็อกเกอร์ส่วนตัวให้ไว้สำหรับเก็บของ 

ปกติโรงแรมแคปซูลส่วนใหญ่มักจะให้เข้าพักเฉพาะผู้ชายเท่านั้น แต่โชคดีที่เราได้มีโอกาสลองไปนอนโรงแรมแคปซูลเป็นครั้งแรกที่ ผู้หญิงเองก็สามารถเข้าพักได้ เป็นโรงแรมแคปซูล Minimal Style สุดเก๋ที่มีชื่อว่า Nine Hours

หากพูดถึงโรงแรมแคปซูล Nine Hours หรือ 9h หลายคนคงร้องอ๋อ เพราะโรงแรมนี้ไม่เพียงแต่มีตามเมืองต่างๆทั่วประเทศทั้งในโตเกียว โอซาก้า แต่ยังมีในสนามบินนาริตะอีกด้วย (เหมาะสำหรับคนที่จะรอขึ้นเครื่องสุดๆ) โดยสาขาที่เราจะรีวิวต่อไปนี้เป็นสาขาในเมืองเซนได จ.มิยากิค่ะ

สำหรับคุณผู้หญิงที่กลัวว่าที่พักจะไม่ปลอดภัย ขอบอกว่าไม่ต้องกังวลค่ะเพราะชั้นผู้ชายกับผู้หญิงแยกกันอย่างชัดเจน สำหรับสาขานี้โซนผู้หญิงอยู่ชั้น 2 ส่วนโซนผู้ชายจะอยู่ชั้น 3 นะคะ

ทางออกไปโรงแรมค่ะ ภาพนี้ถ่ายจากหน้าลิฟต์
ถึงจะไม่ได้จองแบบรวมอาหารเช้า แต่มีเซเว่นอยู่ติดโรงแรมเลยสะดวกมากๆ

​เมื่อขึ้นลิฟต์มาชั้น 2 แล้วเราจะเจอกับเคาน์เตอร์เช็กอิน เป็นอะไรที่มินิมอลมาก ทุกอย่างตกแต่งด้วยสีขาวโพลน ตัดกับชุดพนักงานสีดำล้วน (เออเท่ดี) แต่มาถึงนี่รีบถ่ายรูปรหัส wifi ก่อนเลย 555 แล้วก็ไปเช็คอิน สำหรับใครที่ไม่มีบัตรเครดิตในการจองโรงแรมไม่ต้องกังวลค่ะ คุณสามารถมาจ่ายเป็นเงินสด ณ วันที่เข้าพักได้เลย

เราได้ใช้บริการจองโรงแรมนี้ผ่าน Booking โดยได้มาในราคาคืนละ 2,000 เยน (ประมาณ 600 บาท) ซึ่งถือว่าถูกมากๆ แต่โรงแรมนี้ไม่ได้อยู่ติดสถานี Sendai นะคะ สถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานี Hirose-Dori (นั่ง Subway ถัดจากสถานี Sendai มา 1 ป้าย) ที่นี่เช็กอินได้ตั้งแต่ 13:00 น. และเช็กเอาท์ได้ถึง 10:00 น. แต่มีสำคัญมากอย่างหนึ่ง คือ ต่อให้จองหลายคืนก็ต้องเช็กอิน-เช็กเอาท์ทุกวันค่ะ! โดยเราเช็กเอาท์แล้วสามารถเอากระเป๋าฝากไว้ที่โรงแรมแล้วค่อยกลับมาเช็คอินใหม่ได้

เมื่อเช็กอินเสร็จเราจะได้กุญแจมาไว้สำหรับเปิดล็อกเกอร์ โดยสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีให้จะถูกจัดเตรียมไว้อยู่ในล็อกเกอร์ของแต่ละคนอยู่แล้ว ได้แก่ ชุดนอน 1 ชุด ผ้าขนหนูผืนเล็กและผืนใหญ่อย่างละ 1 ผืน (สำคัญมากไม่ต้องแบกไปเอง) แปรงสีฟัน ยาสีฟันจิ๋ว สลิปเปอร์ 1 คู่ สำหรับที่นี่มีไดร์เป่าผม สบู่ ยาสระผมให้พร้อมนะคะ ใครที่ขี้เกียจไม่จำเป็นต้องแบกมาก็ได้


เมื่อเข้ามาแล้วจะเจอกับล็อกเกอร์เรียงกันยาวๆแบบนี้
ซ้ายมือคือทางออก หากตรงไปหรือเลี้ยวขวามือจะเป็นโซนห้องพักแคปซูล
ซ้ายมือคือห้องน้ำ ส่วนขวามือคือโซนสำหรับทิ้งขยะ ขวดน้ำ ผ้าขนหนูและสลิปเปอร์ค่ะ

​หลังจากที่พาทัวร์โซนห้องน้ำแล้วเราจะพาไปดูโซนห้องพักแคปซูลกันค่ะ เพียงแค่เปิดประตูเข้าไปทุกอย่างจะเงียบสนิทมาก ผนังและทุกอย่างตกแต่งด้วยสีดำสนิท ตรงที่พื้นจะมีหมายเลขบอกอยู่ว่าแต่ละตู้เป็นของหมายเลขไหนก็ได้เดินตามไปยังหมายเลขของตัวเอง โดยแต่ละตู้มีหมอนและผ้าห่มจัดเตรียมให้อยู่แล้ว

​สำหรับสิ่งอำนวยสะดวกภายในตู้จะมีแค่จุดวางของเล็กๆข้างหมอน 2 จุด เต้าเสียบปลั๊ก 1 จุด และสวิทซ์สำหรับปรับไฟเท่านั้น ใครที่กลัวว่านอนแล้วจะไม่ส่วนตัวไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะทุกตู้จะมีม่านทึบแสงไว้ให้

​ขอปิดท้ายด้วยมาพูดถึงความรู้สึกส่วนตัวกันบ้าง ส่วนตัวแล้วชอบการตกแต่งโรงแรมสไตล์นี้มากค่ะ คือเรียบหรูแต่ดูดี มันไม่ได้ดูเก่าเลยกลับดูเก๋มาก

ข้อดี คือ ถือว่าค่อนข้างคุ้มค่ากับราคาอยู่ค่ะเพราะราคาค่อนข้างถูกถ้าเทียบกับโรงแรมอื่นๆ สิ่งอำนวยความสะดวกก็มีให้ครบ อยู่ใจกลางเมืองแถมค่อนข้างสะอาดมาก สำหรับโรงแรมแคปซูลสไตล์นี้เหมาะกับคนที่ต้องการประหยัด อาจจะสไตล์ลุยๆหน่อยและไม่กลัวที่แคบ เหมาะกับคนที่เดินทางคนเดียวหรือจำนวนน้อยๆ

ข้อเสีย คือ เวลาใครทำอะไรหรือเดินผ่านไปมามักจะได้ยินเสียงชัดเจน (ห้องไม่เก็บเสียง) ขนาดตู้ข้างๆคุยกันแบบกระซิบยังได้ยินชัดเจนเลยเพราะเงียบมาก อาจจะไม่ค่อยเหมาะกับคนที่ชอบพื้นที่ส่วนตัวเท่าไหร่ และสิ่งที่เราไม่ชอบที่สุดเลยคือ ที่นอนและหมอนแข็งมาก ทำให้หลับไม่สบายเลย หลับๆตื่นๆตลอด ถ้าพักแค่ช่วงสั้นๆก็พอได้ค่ะ แต่ถ้าพักหลายวัน ขอแนะนำเป็นโรงแรมดีกว่า 

หากนอนคนเดียวก็ถือว่ากว้างใช้ได้ในระดับนึงค่ะ

เป็นอย่างไรบ้างคะกับทางเลือกอีกหนึ่งโรงแรมที่มารีวิวในวันนี้ หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นตัวช่วยในการประกอบการตัดสินใจสำหรับใครที่กำลังมองหาที่พักราคาไม่แพงในญี่ปุ่นนะคะ หากใครมีคำถามข้อสงสัย หรืออยากอ่านบล็อกเก่าๆที่เราเคยเขียน สามารถแวะเข้าไปดูได้ที่เพจของเรา ไว้เจอกันใหม่บล็อกหน้าค่า~

PAGE :https://www.facebook.com/rumraisinblogger/

ภาพทั้งหมดถ่ายเองโดย Rumraisin G ห้ามนำไปใช้ต่อก่อนได้รับอนุญาตโดยเด็ดขาด! 

บทความล่าสุด