t เที่ยว&ชอปปิ้งในญี่ปุ่น

Fresh news from Japan!

We are excited to deliver you the the freshest news from Japan!

Shirakawago หมู่บ้านมรดกโลกที่สวยจนไม่มีวันลืม

By , วันอาทิตย์, 25 กุมภาพันธ์ 2561

​หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในญี่ปุ่นอย่าง "ชิราคาวะโกะ" (Shirakawa-go) มั่นใจว่าคนไทยหลายๆคนต้องรู้จักที่นี่ เพราะที่แห่งนี้เป็นหมู่บ้านมรดกโลกที่ยังคงอนุรักษ์มาจนถึงทุกวันนี้ ไฮไลท์ของที่นี่คืองานเทศกาล Light Up ซึ่งจัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์เท่านั้น และวันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปพบกับความงดงามของหมู่บ้านชิราคาวะโกะในช่วงฤดูหนาวกันค่ะ

​ก่อนอื่นเราขอกล่าวถึงประวัติคร่าวๆของหมู่บ้านแห่งนี้กันก่อนนะคะ สำหรับหมู่บ้านชิราคาวะโกะ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดย UNESCO เมื่อปี คศ.1995 

ภายในหมู่บ้านที่สวยงามและเป็นแบบญี่ปุ่นแท้ดั้งเดิม ซึ่งเสน่ห์ในสไตล์ญี่ปุ่นนั้นดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศมาเที่ยวที่แห่งนี้เป็นจำนวนมาก ยิ่งเป็นช่วงเทศกาลดังกล่าว ทั้งที่พักทั้งรถบัสขอบอกว่าควรจองล่วงหน้าเป็นเดือน เพราะเต็มไวสุดๆ 

ในส่วนของการเดินทางไปหมู่บ้านชิราคาวะโกะนั้น สามารถนั่งรถบัสของ Nohi Bus จากสถานี Takayama (จังหวัด Gifu) ตรงยาวไปยังหมู่บ้านได้เลย โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง  

​​ซึ่งคุณผู้อ่านสามารถดูรอบรถบัสไป-กลับได้จาก https://www.nouhibus.co.jp/english/highwaybus/shirakawago.pdf นอกจากนี้ยังสามารถจองที่นั่งล่วงหน้าก่อนวันที่ต้องการออกเดินทางได้ 1 เดือนจาก https://japanbusonline.com/en/CourseSearch/11900040002 (ราคาเที่ยวละ 2,470 เยน/คน หรือไป-กลับ 4,420 เยน/คน)

​เมื่อเดินทางมาถึงหมู่บ้านชิราคาวะโกะ เราสามารถเดินเท้าไปชมหมู่บ้านได้เลยโดยใช้เวลาเดินเท้าจากบริเวณที่ขึ้นรถบัสประมาณ 5-10 นาที หากมาช่วงฤดูหนาวขอแนะนำให้เตรียมร่มและเครื่องแต่งกายให้พร้อม เช็กอุณหภูมิให้ดีก่อนออกเดินทาง เพราะวันที่เราไปอากาศติดลบจ้า แถมหิมะดันตกหนักสุดๆ บอกเลยว่าหนาวระดับวัวตายควายล้มกันเลยทีเดียว เดินไปสูดน้ำมูกไปทรมานสุดๆ

(นี่คือสภาพหิมะที่เราเจอในวันนั้นค่ะ ถ้าร่มไม่แข็งแรงนี่เกือบเอาไม่อยู่เหมือนกัน)

​หลังจากที่เดินมาถึงบริเวณโซนหมู่บ้านมรดกโลก ทางด้านหน้าหมู่บ้านจะมีป้ายรถบัสซึ่งรถบัสจะพาเราไปยังจุดไฮไลต์ของหมู่บ้านชิราคาวะโกะ โดยเราสามารถมองเห็นได้ทั้งหมู่บ้านจากมุมสูงด้านบน (แนะนำให้ขึ้นมาดูช่วงเทศกาล Light Up เพราะมันสวยมากกกก) โดยค่ารถบัสจะอยู่ที่เที่ยวละ 200 เยน/คน

​เมื่อขึ้นไปชมด้านบนเสร็จแล้ว ก็ลงมาเดินชมหมู่บ้านกันค่ะ ขอย้ำว่าภายในบ้านแต่ละหลังคือบ้านที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่จริงๆนะคะไม่ใช่บ้านร้าง เราเคยดูรายการโทรทัศน์ของญี่ปุ่นมีคนที่อาศัยอยู่ที่นั่นให้สัมภาษณ์ว่าบางครั้งชอบมีนักท่องเที่ยวมาแอบเปิดประตูบ้าน (ฮา) เพราะคิดว่ามีไว้โชว์ ดังนั้น อย่าเผลอไปแอบเปิดประตูบ้านคนอื่นกันนะคะ

(ร้านนี้เป็นร้านขายของที่ระลึกค่ะ ส่วนใหญ่เป็นของย้อนยุคสไตล์ญี่ปุ่น)

​แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของบ้านเก่าแก่ประจำหมู่บ้านอย่าง Wada House หรือ Kanda House ที่ถือว่าเป็นบ้านทรงกัสโซ่แบบโบราณที่อนุรักษ์เอาไว้จวบจนปัจจุบันอันเป็นสมบัติของชาตินั้น เราสามารถเข้าชมได้ค่ะ (โดยมีค่าเข้าชมอีกต่างหาก) เพราะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงวิถีชีวิตการเป็นอยู่ของคนในหมู่บ้าน

​นอกจากนี้เรายังสามารถมาเที่ยวชมหมู่บ้านชิราคาวะโกะในช่วงฤดูกาลอื่นๆได้เช่นเดียวกัน โดยบรรยากาศก็จะแตกต่างกันไปตามฤดูกาลอย่างสิ้นเชิง ยกตัวอย่างเช่น หากมาเที่ยวชมหมู่บ้านในช่วงฤดูใบไม้ผลิ คุณจะได้เห็นดอกซากุระที่บานสะพรั่งไปทั่วหมู่บ้าน

ความเห็นส่วนตัวของเรา ช่วงฤดูกาลที่อยากแนะนำให้มาและสวยที่สุดคือช่วง ฤดูหนาว และควรเดินทางตอนเช้า (ก่อน 12:00 น.จะดีมาก) เพราะรอบรถบัสกลับค่อนข้างน้อย ใช้เวลาเดินเที่ยวประมาณ 2-3 ชั่วโมงก็ทั่วหมู่บ้านแล้วค่ะ หากมาถึงตั้งแต่เช้าๆคนก็ไม่เยอะเกินไปด้วย ช่วงนั้นแหละจะถ่ายรูปสวยสุดๆเพราะไม่ติดคน 

ถ้าใครที่คิดว่าไม่สะดวกเดินทางเอง หรือต้องการเที่ยวแบบครอบครัว อยากจะลองใช้บริการทัวร์ส่วนตัว ไอเลิฟเจแปนทัวร์ก็มีจัดกรุ๊ปไปที่นี่เช่นกันค่ะ! ใครที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก https://www.ilovejapantours.com/th/  สุดท้ายนี้หากใครมีคำถามข้อสงสัย หรืออยากอ่านบล็อกเก่าๆที่เราเคยเขียน สามารถแวะเข้าไปดูได้ที่เพจของเรา ไว้เจอกันใหม่บล็อกหน้าค่า~

PAGE : https://www.facebook.com/rumraisinblogger/

ภาพที่ใส่เครดิตถ่ายเองโดย Rumraisin G ห้ามนำไปใช้ต่อก่อนได้รับอนุญาตโดยเด็ดขาด!

ขอบคุณรูปภาพเพิ่มเติมจาก

  • http://www.gotouchthesky.com/shirakawago-winter-light-up-festival-2018/ 
  • https://www.nouhibus.co.jp/english/access/

​หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในญี่ปุ่นอย่าง "ชิราคาวะโกะ" (Shirakawa-go) มั่นใจว่าคนไทยหลายๆคนต้องรู้จักที่นี่ เพราะที่แห่งนี้เป็นหมู่บ้านมรดกโลกที่ยังคงอนุรักษ์มาจนถึงทุกวันนี้ ไฮไลท์ของที่นี่คืองานเทศกาล Light Up ซึ่งจัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์เท่านั้น และวันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปพบกับความงดงามของหมู่บ้านชิราคาวะโกะในช่วงฤดูหนาวกันค่ะ

​ก่อนอื่นเราขอกล่าวถึงประวัติคร่าวๆของหมู่บ้านแห่งนี้กันก่อนนะคะ สำหรับหมู่บ้านชิราคาวะโกะ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดย UNESCO เมื่อปี คศ.1995 

ภายในหมู่บ้านที่สวยงามและเป็นแบบญี่ปุ่นแท้ดั้งเดิม ซึ่งเสน่ห์ในสไตล์ญี่ปุ่นนั้นดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศมาเที่ยวที่แห่งนี้เป็นจำนวนมาก ยิ่งเป็นช่วงเทศกาลดังกล่าว ทั้งที่พักทั้งรถบัสขอบอกว่าควรจองล่วงหน้าเป็นเดือน เพราะเต็มไวสุดๆ 

ในส่วนของการเดินทางไปหมู่บ้านชิราคาวะโกะนั้น สามารถนั่งรถบัสของ Nohi Bus จากสถานี Takayama (จังหวัด Gifu) ตรงยาวไปยังหมู่บ้านได้เลย โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง  

​​ซึ่งคุณผู้อ่านสามารถดูรอบรถบัสไป-กลับได้จาก https://www.nouhibus.co.jp/english/highwaybus/shirakawago.pdf นอกจากนี้ยังสามารถจองที่นั่งล่วงหน้าก่อนวันที่ต้องการออกเดินทางได้ 1 เดือนจาก https://japanbusonline.com/en/CourseSearch/11900040002 (ราคาเที่ยวละ 2,470 เยน/คน หรือไป-กลับ 4,420 เยน/คน)

​เมื่อเดินทางมาถึงหมู่บ้านชิราคาวะโกะ เราสามารถเดินเท้าไปชมหมู่บ้านได้เลยโดยใช้เวลาเดินเท้าจากบริเวณที่ขึ้นรถบัสประมาณ 5-10 นาที หากมาช่วงฤดูหนาวขอแนะนำให้เตรียมร่มและเครื่องแต่งกายให้พร้อม เช็กอุณหภูมิให้ดีก่อนออกเดินทาง เพราะวันที่เราไปอากาศติดลบจ้า แถมหิมะดันตกหนักสุดๆ บอกเลยว่าหนาวระดับวัวตายควายล้มกันเลยทีเดียว เดินไปสูดน้ำมูกไปทรมานสุดๆ

(นี่คือสภาพหิมะที่เราเจอในวันนั้นค่ะ ถ้าร่มไม่แข็งแรงนี่เกือบเอาไม่อยู่เหมือนกัน)

​หลังจากที่เดินมาถึงบริเวณโซนหมู่บ้านมรดกโลก ทางด้านหน้าหมู่บ้านจะมีป้ายรถบัสซึ่งรถบัสจะพาเราไปยังจุดไฮไลต์ของหมู่บ้านชิราคาวะโกะ โดยเราสามารถมองเห็นได้ทั้งหมู่บ้านจากมุมสูงด้านบน (แนะนำให้ขึ้นมาดูช่วงเทศกาล Light Up เพราะมันสวยมากกกก) โดยค่ารถบัสจะอยู่ที่เที่ยวละ 200 เยน/คน

​เมื่อขึ้นไปชมด้านบนเสร็จแล้ว ก็ลงมาเดินชมหมู่บ้านกันค่ะ ขอย้ำว่าภายในบ้านแต่ละหลังคือบ้านที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่จริงๆนะคะไม่ใช่บ้านร้าง เราเคยดูรายการโทรทัศน์ของญี่ปุ่นมีคนที่อาศัยอยู่ที่นั่นให้สัมภาษณ์ว่าบางครั้งชอบมีนักท่องเที่ยวมาแอบเปิดประตูบ้าน (ฮา) เพราะคิดว่ามีไว้โชว์ ดังนั้น อย่าเผลอไปแอบเปิดประตูบ้านคนอื่นกันนะคะ

(ร้านนี้เป็นร้านขายของที่ระลึกค่ะ ส่วนใหญ่เป็นของย้อนยุคสไตล์ญี่ปุ่น)

​แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของบ้านเก่าแก่ประจำหมู่บ้านอย่าง Wada House หรือ Kanda House ที่ถือว่าเป็นบ้านทรงกัสโซ่แบบโบราณที่อนุรักษ์เอาไว้จวบจนปัจจุบันอันเป็นสมบัติของชาตินั้น เราสามารถเข้าชมได้ค่ะ (โดยมีค่าเข้าชมอีกต่างหาก) เพราะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงวิถีชีวิตการเป็นอยู่ของคนในหมู่บ้าน

​นอกจากนี้เรายังสามารถมาเที่ยวชมหมู่บ้านชิราคาวะโกะในช่วงฤดูกาลอื่นๆได้เช่นเดียวกัน โดยบรรยากาศก็จะแตกต่างกันไปตามฤดูกาลอย่างสิ้นเชิง ยกตัวอย่างเช่น หากมาเที่ยวชมหมู่บ้านในช่วงฤดูใบไม้ผลิ คุณจะได้เห็นดอกซากุระที่บานสะพรั่งไปทั่วหมู่บ้าน

ความเห็นส่วนตัวของเรา ช่วงฤดูกาลที่อยากแนะนำให้มาและสวยที่สุดคือช่วง ฤดูหนาว และควรเดินทางตอนเช้า (ก่อน 12:00 น.จะดีมาก) เพราะรอบรถบัสกลับค่อนข้างน้อย ใช้เวลาเดินเที่ยวประมาณ 2-3 ชั่วโมงก็ทั่วหมู่บ้านแล้วค่ะ หากมาถึงตั้งแต่เช้าๆคนก็ไม่เยอะเกินไปด้วย ช่วงนั้นแหละจะถ่ายรูปสวยสุดๆเพราะไม่ติดคน 

ถ้าใครที่คิดว่าไม่สะดวกเดินทางเอง หรือต้องการเที่ยวแบบครอบครัว อยากจะลองใช้บริการทัวร์ส่วนตัว ไอเลิฟเจแปนทัวร์ก็มีจัดกรุ๊ปไปที่นี่เช่นกันค่ะ! ใครที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก https://www.ilovejapantours.com/th/  สุดท้ายนี้หากใครมีคำถามข้อสงสัย หรืออยากอ่านบล็อกเก่าๆที่เราเคยเขียน สามารถแวะเข้าไปดูได้ที่เพจของเรา ไว้เจอกันใหม่บล็อกหน้าค่า~

PAGE : https://www.facebook.com/rumraisinblogger/

ภาพที่ใส่เครดิตถ่ายเองโดย Rumraisin G ห้ามนำไปใช้ต่อก่อนได้รับอนุญาตโดยเด็ดขาด!

ขอบคุณรูปภาพเพิ่มเติมจาก

  • http://www.gotouchthesky.com/shirakawago-winter-light-up-festival-2018/ 
  • https://www.nouhibus.co.jp/english/access/

บทความล่าสุด