t เที่ยว&ชอปปิ้งในญี่ปุ่น

Fresh news from Japan!

We are excited to deliver you the the freshest news from Japan!

รับประกันความอลัง! เทศกาลประดับไฟใหญ่สุดในคันโต

By , วันอาทิตย์, 25 ธันวาคม 2559
หากพูดถึงฤดูหนาว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในช่วงนี้คือเทศกาลประดับไฟหรือที่เรียกกันว่า illumination แต่เวลาคนญี่ปุ่นพูดมักจะออกเสียงเป็น "อิลุมิเนะช่อง" มาจากคำว่า イルミネーション ดังนั้นอย่าได้งงไปหากได้ยินอะไรช่องๆ 

สำหรับประเทศญี่ปุ่นนั้นเค้าประดับไฟกันจริงจังมากค่ะ คุณผู้อ่านลองจินตนาการในช่วงอากาศหนาวๆ ได้ยืนเคียงข้างคนรักท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกมีไฟระยิบระยับ มันต้องเป็นอะไรที่เป็นความทรงจำที่ดีสุดๆแน่ ดังนั้นคุณผู้อ่านไม่ต้องแปลกใจ หากช่วงนี้จะเห็นคู่รักเดินกันเต็มถนนเป็นพิเศษ ยิ่งช่วงเทศกาลคริสต์มาสนะ คนโสดอย่างดิฉันแทบอยากจะมุดตัวอยู่แต่ในห้อง (T^T)​

แน่นอนว่าสถานที่ที่จัด illumination มีหลายที่ให้เลือกชมกันมากมาย ในวันนี้เราจึงอยากจะมาแนะนำสถานที่ชม illumination อีกที่หนึ่งที่อยู่แถวชานเมืองโตเกียว เดินทางง่าย แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติเท่าไหร่นัก นั่นก็คือ "Sagamiko illumination"

Sagamiko (相模湖) อยู่ในจังหวัด Kanagawa (神奈川) ว่ากันว่าที่นั่นเป็นงานประดับประดาไฟที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคคันโต ด้วยหลอด LED จำนวนกว่า 6 ล้านดวง!!

Sagamiko illumination นั้นจัดอยู่ที่ Sagamiko Resort Pleasure Forest 

ซึ่งเป็นสวนสนุกขนาดเล็กที่อยู่บริเวณชานเมืองโตเกียว นอกจากนั้นยังมีที่แช่ออนเซ็นและเป็นรีสอร์ทให้นอนพักได้อีกด้วย หากพูดถึง Sagamiko คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงทะเลสาบ เรียกได้ว่าแถวนี้ค่อนข้างสงบเลยค่ะ ไม่ได้มีตึกสูงเหมือนในเมืองเท่าไหร่ เหมาะสำหรับคนที่อยากหลบหนีความวุ่นวายจากผู้คนจำนวนมาก ตอนแรกเราก็ไม่รู้จักที่นี่เลยถ้าไม่ได้เพื่อนญี่ปุ่นพามา

สำหรับการเดินทาง

1. สามารถนั่งรถไฟ JR สาย Chuo Line ถ้าอยากไปไวให้นั่งไปลงที่สถานี Takao (高尾) ก่อนค่ะ (ขอแนะนำให้นั่ง Express หรือ Semi-Express เพราะ Local มันนานมากกกก) หลังจากนั้นให้ เปลี่ยนรถ ไปนั่งแบบ Local ขบวนที่เขียนว่า Chuo Line for KOFU ไปลงสถานี Sagamiko (相模湖) ที่อยู่ถัดจากสถานีทาคาโอะไป 2-3 สถานี (สถานีค่อนข้างเล็ก ดังนั้นไม่ต้องตกใจว่าลงมาผิดที่รึเปล่า) ค่าโดยสารอยู่ที่ประมาณ 970 เยน/เที่ยว

จากนั้นนั่งรถบัสที่ป้ายเบอร์ 1 บัสจะจอดอยู่หน้าสถานีเลย ไปลงที่ป้าย Pleasure Forest Mae (プレジャーフォレスト前) นั่งบัสไปประมาณ 20 นาที หากมาช่วงเทศกาลไม่ต้องกลัวหลงค่ะ เพราะป้ายนั้นคนจะลงเยอะมาก หลังจากลงมาจากรถบัสแล้วก็เดินต่อเข้าไปอีกหน่อย ซึ่ง ณ จุดๆ นี้ขอบอกว่าเหนื่อยก่อนถึงทางเข้าสวนสนุกอีกเพราะต้องเดินขึ้นเนินไปข้างบนต่ออีกประมาณ 5-10 นาที ราคารถบัสอยู่ที่ประมาณ 200-300 เยน/เที่ยว

2. สำหรับใครที่ไม่อยากนั่งหลายต่อ สามารถนั่งรถบัสได้ที่ Shinjuku (新宿) ได้เลย สามารถจองรถบัสได้จาก https://www.highwaybus.com/gp/reservation/rsvPlanList?lineId=220 ซึ่งใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 15 นาที รถบัสจะออกจากชินจูกุเวลา 16:05 น.โดยรถบัสจะจอดอยู่ที่สถานีชินจูกุบริเวณ South Exit และจะออกจากสวนสนุกเวลา 20:00 น. ค่าโดยสารเที่ยวเดียว 1,550 เยน (เด็ก 780 เยน) และไป-กลับ 2,800 เยน (เด็ก 1,400 เยน)

สำหรับในปีนี้ เทศกาล illumination จัดขึ้นตั้งแต่ 22 ตุลาคม 2016 – 9 เมษายน 2017 กันเลยทีเดียว!​

ค่าบัตรผ่านประตู
 
1. หากต้องการแค่เข้าไปดูไฟเฉยๆ ผู้ใหญ่ราคา 800 เยน (เด็กและน้องหมา ราคา 500 เยน) เมื่อเข้าไปแล้วต้องจ่ายค่าเครื่องเล่นต่างหาก 

2. ซื้อเป็นบัตร Night Pass ราคาบัตรอยู่ที่ 2,300 เยน (เด็ก 1,900 เยน) แต่ความเห็นส่วนตัวไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่ค่ะ เพราะเครื่องเล่นมีน้อย และค่อนข้างธรรมดา ไปเลือกซื้้อบัตรแยกด้านในเฉพาะอันที่อยากเล่นจะดีกว่า

ในแต่ละปีจะมีการเปลี่ยน Theme ไปเรื่อยๆค่ะ ในช่วงที่เราไปปีที่แล้ว อากาศหนาวมากๆ พวกเครื่องเล่นหวาดเสียวจึงไม่ค่อยมีใครเล่นเท่าไหร่  รูปด้านซ้ายมือตรงที่เป็นเหมือนจุด Landmark ที่มาแล้วต้องถ่ายรูป ของจริงสวยมากๆ

เมื่อเดินตามทางไปเรื่อยๆ ก็ถึงจุดขึ้นกระเช้าแล้ว ก็เสียค่าขึ้นกระเช้าไป 300 เยนค่ะ ด้านบนมีเครื่องเล่น 2 อย่างเท่านั้นคือชิงช้าสวรรค์และ Oozoratengoku (大空天国) 

เมื่อขึ้นมาถึงแล้ว เราก็เดินเล่นจนไปถึงเครื่องเล่น Oozoratengoku ค่ะ เป็นเครื่องเล่นไฮไลท์ของที่นี่ที่เสียวที่สุด และเหงาที่สุด! ถ้าถามว่าทำไมเหงา เพราะไม่มีคนขึ้นเลยค่ะ อาจจะเพราะว่าอากาศไม่เป็นใจด้วย ลักษณะเหมือนเราขึ้นไปนั่งชิงช้า ไวกิ้งประมาณนี้ค่ะ

ด้วยความที่กลัวว่าพนักงานจะยืนเหงา ชาวไทยอย่างพวกเราจึงส่งผู้กล้าไปค่ะ ซึ่งก็คือ…เพื่อนเราเอง! 

ส่วนเราน่ะเหรอ ขอยืนถ่ายรูปให้กำลังใจอยู่ห่างๆ ก็พอค่ะ 5555 ทันทีที่เพื่อนเราเข้าไปซื้อตั๋ว (800 เยน) และฉายเดี่ยวไปนั่งเครื่องเล่น ทุกสายตาทั้งพวกเราและคนญี่ปุ่นต่างจับจ้องอยู่ที่เพื่อนคนนี้ ท่ามกลางเสียงเชียร์ 'สุโก้ย~' (สุดยอด) มาเป็นระยะๆ ขนาดขึ้นคนเดียวพี่พนักงานก็ยังให้เล่นค่ะ เรียกได้ว่า Private กันสุดๆ! (แต่ได้ข่าวว่าลงมาถึงกับหน้าชา ไม่ใช่เสียวนะ…แต่หนาว)

หลังจากนั้นเรากับเพื่อนก็ไปนั่งชิงช้าสวรรค์กันค่ะ (500 เยน) คนไม่เยอะเลยไม่ต้องต่อแถว ลักษณะเป็นชิงช้าสวรรค์แคปซูลปิดเล็กๆ นั่งได้ 4 คน แอบเก่าเล็กน้อย ได้เห็น illumination ในมุมสูง และวิวกลางคืนในโตเกียวสวยมากๆ แม้จะไม่มีคนแต่เหล่าพนักงานก็ยังตั้งใจทำงานกันอย่างร่าเริงแจ่มใส เวลาจะลงไปด้านล่างก็ต้องนั่งกระเช้าลงนะคะ เดินลงไม่ได้

นอกจากนี้ก็ยังมีเครื่องเล่นที่อยากแนะนำคือ เขาวงกต Mirror Maze (300 เยน) 
ด้านในเป็นเขาวงกตที่ประดับด้วยไฟ สวยมากๆ ส่วนเครื่องเล่นอื่นๆ ไม่ได้เล่นเพราะค่อนข้างธรรมดาถ้าเทียบกับ Disney Land หรือ Fuji Q พอเดินต่อไปเรื่อยๆ จะเจอ illumination show ซึ่งดูไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ แต่สวยอลังการดีค่ะ

เป็นอย่างไรบ้างคะ สวยถูกใจคุณผู้อ่านกันรึเปล่า

ภาพที่เราถ่ายมาเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งภายในงานเท่านั้น ที่นี่ในตอนกลางคืนส่วนใหญ่จะเป็นคู่รักมากกว่าครอบครัว หากใครกำลังมองหาที่เดท ขอแนะนำที่นี่เลยค่ะรับรองโรแมนติกถูกใจแน่ๆ ไว้ตอนต่อไปเราจะพาไปชมสถานที่ illumination ยอดฮิตที่อยากจะแนะนำอีกที่หนึ่งก็คือ Yomiuri Land ค่ะ อย่าลืมติดตามกันด้วยล่ะ (^O^)


ใครสนใจทัวร์ญี่ปุ่นแบบกรุ๊ปส่วนตัว คลิกที่นี่ได้เลยค่ะ -> http://www.ilovejapantours.com/th

​ขอขอบคุณรูปภาพบางส่วนและข้อมูลจาก : 

http://www.sagamiko-resort.jp/illumillion/

http://www.upon.co.jp/winter/sagamiko/

https://www.fashion-press.net/news/25359

รูปภาพบางส่วนที่ถ่ายเองโดยเจ้าของบล็อก ไม่อนุญาตให้นำออกไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต

หากพูดถึงฤดูหนาว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในช่วงนี้คือเทศกาลประดับไฟหรือที่เรียกกันว่า illumination แต่เวลาคนญี่ปุ่นพูดมักจะออกเสียงเป็น "อิลุมิเนะช่อง" มาจากคำว่า イルミネーション ดังนั้นอย่าได้งงไปหากได้ยินอะไรช่องๆ 

สำหรับประเทศญี่ปุ่นนั้นเค้าประดับไฟกันจริงจังมากค่ะ คุณผู้อ่านลองจินตนาการในช่วงอากาศหนาวๆ ได้ยืนเคียงข้างคนรักท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกมีไฟระยิบระยับ มันต้องเป็นอะไรที่เป็นความทรงจำที่ดีสุดๆแน่ ดังนั้นคุณผู้อ่านไม่ต้องแปลกใจ หากช่วงนี้จะเห็นคู่รักเดินกันเต็มถนนเป็นพิเศษ ยิ่งช่วงเทศกาลคริสต์มาสนะ คนโสดอย่างดิฉันแทบอยากจะมุดตัวอยู่แต่ในห้อง (T^T)​

แน่นอนว่าสถานที่ที่จัด illumination มีหลายที่ให้เลือกชมกันมากมาย ในวันนี้เราจึงอยากจะมาแนะนำสถานที่ชม illumination อีกที่หนึ่งที่อยู่แถวชานเมืองโตเกียว เดินทางง่าย แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติเท่าไหร่นัก นั่นก็คือ "Sagamiko illumination"

Sagamiko (相模湖) อยู่ในจังหวัด Kanagawa (神奈川) ว่ากันว่าที่นั่นเป็นงานประดับประดาไฟที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคคันโต ด้วยหลอด LED จำนวนกว่า 6 ล้านดวง!!

Sagamiko illumination นั้นจัดอยู่ที่ Sagamiko Resort Pleasure Forest 

ซึ่งเป็นสวนสนุกขนาดเล็กที่อยู่บริเวณชานเมืองโตเกียว นอกจากนั้นยังมีที่แช่ออนเซ็นและเป็นรีสอร์ทให้นอนพักได้อีกด้วย หากพูดถึง Sagamiko คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงทะเลสาบ เรียกได้ว่าแถวนี้ค่อนข้างสงบเลยค่ะ ไม่ได้มีตึกสูงเหมือนในเมืองเท่าไหร่ เหมาะสำหรับคนที่อยากหลบหนีความวุ่นวายจากผู้คนจำนวนมาก ตอนแรกเราก็ไม่รู้จักที่นี่เลยถ้าไม่ได้เพื่อนญี่ปุ่นพามา

สำหรับการเดินทาง

1. สามารถนั่งรถไฟ JR สาย Chuo Line ถ้าอยากไปไวให้นั่งไปลงที่สถานี Takao (高尾) ก่อนค่ะ (ขอแนะนำให้นั่ง Express หรือ Semi-Express เพราะ Local มันนานมากกกก) หลังจากนั้นให้ เปลี่ยนรถ ไปนั่งแบบ Local ขบวนที่เขียนว่า Chuo Line for KOFU ไปลงสถานี Sagamiko (相模湖) ที่อยู่ถัดจากสถานีทาคาโอะไป 2-3 สถานี (สถานีค่อนข้างเล็ก ดังนั้นไม่ต้องตกใจว่าลงมาผิดที่รึเปล่า) ค่าโดยสารอยู่ที่ประมาณ 970 เยน/เที่ยว

จากนั้นนั่งรถบัสที่ป้ายเบอร์ 1 บัสจะจอดอยู่หน้าสถานีเลย ไปลงที่ป้าย Pleasure Forest Mae (プレジャーフォレスト前) นั่งบัสไปประมาณ 20 นาที หากมาช่วงเทศกาลไม่ต้องกลัวหลงค่ะ เพราะป้ายนั้นคนจะลงเยอะมาก หลังจากลงมาจากรถบัสแล้วก็เดินต่อเข้าไปอีกหน่อย ซึ่ง ณ จุดๆ นี้ขอบอกว่าเหนื่อยก่อนถึงทางเข้าสวนสนุกอีกเพราะต้องเดินขึ้นเนินไปข้างบนต่ออีกประมาณ 5-10 นาที ราคารถบัสอยู่ที่ประมาณ 200-300 เยน/เที่ยว

2. สำหรับใครที่ไม่อยากนั่งหลายต่อ สามารถนั่งรถบัสได้ที่ Shinjuku (新宿) ได้เลย สามารถจองรถบัสได้จาก https://www.highwaybus.com/gp/reservation/rsvPlanList?lineId=220 ซึ่งใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 15 นาที รถบัสจะออกจากชินจูกุเวลา 16:05 น.โดยรถบัสจะจอดอยู่ที่สถานีชินจูกุบริเวณ South Exit และจะออกจากสวนสนุกเวลา 20:00 น. ค่าโดยสารเที่ยวเดียว 1,550 เยน (เด็ก 780 เยน) และไป-กลับ 2,800 เยน (เด็ก 1,400 เยน)

สำหรับในปีนี้ เทศกาล illumination จัดขึ้นตั้งแต่ 22 ตุลาคม 2016 – 9 เมษายน 2017 กันเลยทีเดียว!​

ค่าบัตรผ่านประตู
 
1. หากต้องการแค่เข้าไปดูไฟเฉยๆ ผู้ใหญ่ราคา 800 เยน (เด็กและน้องหมา ราคา 500 เยน) เมื่อเข้าไปแล้วต้องจ่ายค่าเครื่องเล่นต่างหาก 

2. ซื้อเป็นบัตร Night Pass ราคาบัตรอยู่ที่ 2,300 เยน (เด็ก 1,900 เยน) แต่ความเห็นส่วนตัวไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่ค่ะ เพราะเครื่องเล่นมีน้อย และค่อนข้างธรรมดา ไปเลือกซื้้อบัตรแยกด้านในเฉพาะอันที่อยากเล่นจะดีกว่า

ในแต่ละปีจะมีการเปลี่ยน Theme ไปเรื่อยๆค่ะ ในช่วงที่เราไปปีที่แล้ว อากาศหนาวมากๆ พวกเครื่องเล่นหวาดเสียวจึงไม่ค่อยมีใครเล่นเท่าไหร่  รูปด้านซ้ายมือตรงที่เป็นเหมือนจุด Landmark ที่มาแล้วต้องถ่ายรูป ของจริงสวยมากๆ

เมื่อเดินตามทางไปเรื่อยๆ ก็ถึงจุดขึ้นกระเช้าแล้ว ก็เสียค่าขึ้นกระเช้าไป 300 เยนค่ะ ด้านบนมีเครื่องเล่น 2 อย่างเท่านั้นคือชิงช้าสวรรค์และ Oozoratengoku (大空天国) 

เมื่อขึ้นมาถึงแล้ว เราก็เดินเล่นจนไปถึงเครื่องเล่น Oozoratengoku ค่ะ เป็นเครื่องเล่นไฮไลท์ของที่นี่ที่เสียวที่สุด และเหงาที่สุด! ถ้าถามว่าทำไมเหงา เพราะไม่มีคนขึ้นเลยค่ะ อาจจะเพราะว่าอากาศไม่เป็นใจด้วย ลักษณะเหมือนเราขึ้นไปนั่งชิงช้า ไวกิ้งประมาณนี้ค่ะ

ด้วยความที่กลัวว่าพนักงานจะยืนเหงา ชาวไทยอย่างพวกเราจึงส่งผู้กล้าไปค่ะ ซึ่งก็คือ…เพื่อนเราเอง! 

ส่วนเราน่ะเหรอ ขอยืนถ่ายรูปให้กำลังใจอยู่ห่างๆ ก็พอค่ะ 5555 ทันทีที่เพื่อนเราเข้าไปซื้อตั๋ว (800 เยน) และฉายเดี่ยวไปนั่งเครื่องเล่น ทุกสายตาทั้งพวกเราและคนญี่ปุ่นต่างจับจ้องอยู่ที่เพื่อนคนนี้ ท่ามกลางเสียงเชียร์ 'สุโก้ย~' (สุดยอด) มาเป็นระยะๆ ขนาดขึ้นคนเดียวพี่พนักงานก็ยังให้เล่นค่ะ เรียกได้ว่า Private กันสุดๆ! (แต่ได้ข่าวว่าลงมาถึงกับหน้าชา ไม่ใช่เสียวนะ…แต่หนาว)

หลังจากนั้นเรากับเพื่อนก็ไปนั่งชิงช้าสวรรค์กันค่ะ (500 เยน) คนไม่เยอะเลยไม่ต้องต่อแถว ลักษณะเป็นชิงช้าสวรรค์แคปซูลปิดเล็กๆ นั่งได้ 4 คน แอบเก่าเล็กน้อย ได้เห็น illumination ในมุมสูง และวิวกลางคืนในโตเกียวสวยมากๆ แม้จะไม่มีคนแต่เหล่าพนักงานก็ยังตั้งใจทำงานกันอย่างร่าเริงแจ่มใส เวลาจะลงไปด้านล่างก็ต้องนั่งกระเช้าลงนะคะ เดินลงไม่ได้

นอกจากนี้ก็ยังมีเครื่องเล่นที่อยากแนะนำคือ เขาวงกต Mirror Maze (300 เยน) 
ด้านในเป็นเขาวงกตที่ประดับด้วยไฟ สวยมากๆ ส่วนเครื่องเล่นอื่นๆ ไม่ได้เล่นเพราะค่อนข้างธรรมดาถ้าเทียบกับ Disney Land หรือ Fuji Q พอเดินต่อไปเรื่อยๆ จะเจอ illumination show ซึ่งดูไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ แต่สวยอลังการดีค่ะ

เป็นอย่างไรบ้างคะ สวยถูกใจคุณผู้อ่านกันรึเปล่า

ภาพที่เราถ่ายมาเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งภายในงานเท่านั้น ที่นี่ในตอนกลางคืนส่วนใหญ่จะเป็นคู่รักมากกว่าครอบครัว หากใครกำลังมองหาที่เดท ขอแนะนำที่นี่เลยค่ะรับรองโรแมนติกถูกใจแน่ๆ ไว้ตอนต่อไปเราจะพาไปชมสถานที่ illumination ยอดฮิตที่อยากจะแนะนำอีกที่หนึ่งก็คือ Yomiuri Land ค่ะ อย่าลืมติดตามกันด้วยล่ะ (^O^)


ใครสนใจทัวร์ญี่ปุ่นแบบกรุ๊ปส่วนตัว คลิกที่นี่ได้เลยค่ะ -> http://www.ilovejapantours.com/th

​ขอขอบคุณรูปภาพบางส่วนและข้อมูลจาก : 

http://www.sagamiko-resort.jp/illumillion/

http://www.upon.co.jp/winter/sagamiko/

https://www.fashion-press.net/news/25359

รูปภาพบางส่วนที่ถ่ายเองโดยเจ้าของบล็อก ไม่อนุญาตให้นำออกไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต

บทความล่าสุด