t เที่ยว&ช้อปปิ้งในญี่ปุ่น

Fresh news from Japan!

We are excited to deliver you the the freshest news from Japan!

พาชมสวนสนุกประดับไฟที่โรแมนติกที่สุดในโตเกียว!

By , วันศุกร์, 30 ธันวาคม 2559
หลังจากที่บล็อกที่แล้วได้พูดถึงเทศกาล illumination ที่จัดขึ้นที่ Sagamiko (www.ilovejapan.co.th/travel/entry/sagamiko-illumination) วันนี้เราก็จะขอมาแนะนำสถานที่ชม illumination อีกแห่งหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน แถมอยู่ในโตเกียว เดินทางสะดวกอีกด้วย ซึ่งสถานที่ที่เรากำลังพูดถึงก็คือสวนสนุก Yomiuri Land

หากพูดถึงสวนสนุกแถวโตเกียว หลายคนคงนึกออกแต่ Tokyo Disney, Cosmo World ไม่ก็ Fuji Q Highland แต่คุณผู้อ่านทราบมั้ยคะ ว่าสวนสนุก Yomiuri Land นั้นเป็นสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในโตเกียว! 

พอมาถึงบรรทัดนี้หลายคนอาจค้านอยู่ภายในใจว่ายัยนี่ต้องมั่วแน่ๆ เพราะสวนสนุก Tokyo Disney ใหญ่แถมอลังการกว่าอีก…ใช่แล้วค่ะ ความยิ่งใหญ่นั้นต้องยกให้ที่นั่นเลยจริงๆ เพียงแต่สวนสนุก Tokyo Disney แม้ชื่อจะเป็นโตเกียว แต่ความจริงแล้วสวนสนุกตั้งอยู่ที่จังหวัดชิบะไม่ใช่โตเกียวค่ะ

สำหรับสวนสนุก Yomiuri Land ไม่ได้มีเพียงแค่เครื่องเล่นต่างๆที่น่าสนใจ เช่น รถไฟเหาะ ไวกิ้ง แต่ที่พิเศษเลยคือมีบันจี้จัมป์ ซึ่งที่นี่เป็นที่เดียวที่สามารถเล่นบันจี้จัมป์ในเมืองใหญ่ได้ นอกจากนี้สวนสนุกยังมีกิจกรรมที่หลากหลายตามฤดูกาล เช่น ฤดูร้อนก็มีสระว่ายน้ำ มีสวนน้ำ และในฤดูหนาวก็มีเทศกาลประดับไฟตามที่กล่าวมาข้างต้น 

โดยเทศกาลประดับไฟที่ Yomiuri Land ซึ่งใช้ชื่อว่า "Jewellumination" จัดขึ้นตั้งแต่ 14 ตุลาคม 2016 – 19 กุมภาพันธ์ 2017 ที่พิเศษคือที่นี่ยังใช้ไฟกว่า 4 ล้านดวงกันเลยทีเดียว!

วิธีการเดินทาง

1. นั่งรถไฟ สาย Keio Line 

หากนั่งมาจาก Shinjuku ให้ลงไปที่ชานชาลาที่ 3 หากเป็นขบวนที่เขียนว่ามุ่งหน้าไปสถานี Keio-Hachioji หรือ Takaosanguchi ให้นั่งขบวน Special Express (สีชมพูเข้ม) หรือ Semi-Special Express (สีส้ม) มาลงที่ สถานี Chofu สาเหตุที่แนะนำให้นั่ง 2 ขบวนนี้เพราะรถไฟไม่ได้แวะจอดหลายสายเหมือน Rapid หรือ Local จึงไม่เสียเวลา เมื่อมาถึงสถานี Chofu แล้วให้เปลี่ยนขบวนไปยังคันที่เขียนว่ามุ่งหน้าไปสถานี Hashimoto โดยเปลี่ยนเป็นขบวน Rapid หรือ Local ไปลงที่สถานี Keio-Yomiuriland (เพราะ Special Express และ Semi-Express จะไม่จอดที่สถานีนี้ค่ะ)

หมายเหตุ : ในบางครั้งหากขึ้นขบวนที่เขียนว่ารถไฟ มุ่งหน้าไปสถานี Hashimoto สามารถนั่งยาวได้เลยไม่ต้องแวะเปลี่ยนสาย แต่จะเสียเวลาค่อนข้างมากเพราะต้องนั่งเป็น Rapid ไม่ก็ Local ตั้งแต่ที่ Shinjuku ค่าโดยสารอยู่ที่ 290 เยน

เมื่อมาถึงสถานีแล้วสามารถเดินเท้าต่อไปอีกไม่ไกลค่ะ ประมาณ 3-4 นาที ระหว่างทางจะมีป้ายบอกทางอยู่ จากนั้นนั่ง Sky Shutter หรือกระเช้าลอยฟ้าไปยังสวนสนุกได้ (เที่ยวเดียว 300 เยน / ไป-กลับ 500 เยน)

​ 2. นั่งรถไฟ สาย Odakyu Line 

ให้นั่งขบวน Local ที่เขียนว่ามุ่งหน้าไปยังสถานี Hon-Atsugi แต่เราจะมาลงที่ สถานี Yomiuriland-mae ค่าโดยสาร 280 เยน จากนั้นพอออกจากสถานีให้เลี้ยวซ้าย เดินตรงไปเจอสะพานตรงสี่แยกให้ข้ามสะพานไปค่ะ เมื่อลงมาจากสะพานแล้วให้ข้ามถนนไปอีกฝั่ง จะเจอป้ายรถบัสอยู่ (วิธีสังเกตว่าต้องไปรอรถฝั่งไหนคือไปรอป้ายฝั่งที่รถวิ่งที่มุ่งหน้ากลับมายังทางสถานี) หรือถ้าไม่ชัวร์ดูที่ป้ายก็ได้ค่ะ จะมีเขียนอยู่ว่ารถบัสจอดตรงไหนบ้าง จากรถบัสไปสวนสนุกใช้เวลาประมาณ 5 นาที

ความคิดเห็นส่วนตัว เราคิดว่าการเดินทางโดยสาย Keio Line ค่อนข้างง่ายกว่าค่ะเพราะอยู่ใกล้กว่าไม่ต้องต่อบัส สามารถเดินมาขึ้นกระเช้าลอยฟ้าได้เลย ตอนนั้นไปสาย Odakyu Line พอออกจากสถานีก็แอบหลงทางเบาๆ ต้องถามทางคนแถวนั้น และพึ่ง Google Map เอา แถมไปตอนกลางคืนทางก็ค่อนข้างมืดๆ ด้วย (-_-;)

เมื่อมาถึงสวนสนุกแล้ว เราสามารถเดินไปซื้อตั๋วได้ที่ทางเข้าเลยค่ะ

- สำหรับใครที่ต้องการมาตั้งแต่ กลางวัน และต้องการเล่นเครื่องเล่นด้วย จะแบ่งเป็น 1-Day Pass ดูโชว์สิงโตทะเล รวมเครื่องเล่น 37 ชนิด (ผู้ใหญ่ 5,400 เยน / เด็ก 3,800 เยน / ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 4,500 เยน) หรือ บัตรผ่านประตู (ผู้ใหญ่ 1,800 เยน / เด็ก 1,000 เยน / ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 800 เยน) นอกจากนี้ยังมี บัตร Hiyoko Pass คือดูโชว์สิงโตทะเล รวมเครื่องเล่นเด็ก 21 ชนิด (ผู้ใหญ่ 3,800 เยน / เด็ก 3,000 เยน / ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 3,300 เยน)

- สำหรับใครที่ต้องการชม illumination กลางคืน จะเริ่มขาย ตั้งแต่ 4 โมงเย็นเป็นต้นไป แบ่งเป็นบัตร Night Pass รวมเครื่องเล่นด้วย (ผู้ใหญ่ 2,300 เยน / เด็ก 1,700 เยน / ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 1,700 เยน) หรือ บัตรผ่านประตู (ผู้ใหญ่ 1,200 เยน / เด็ก 300 เยน / ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 600 เยน)

พิเศษสุดๆ สำหรับชาวต่างชาติ! สำหรับใครที่มาช่วงกลางวันและโชว์พาสปอร์ตจะได้ราคาส่วนลดอีกด้วย

น้องหมา (?) ตัวนี้คือมาสคอตของที่นี่ คนนิยมมาถ่ายรูปด้วย

สำหรับเราไปตอนกลางคืนจึงเลือกซื้อเป็นบัตรผ่านประตูในราคา 1,200 เยนค่ะ อยากเล่นเครื่องเล่นอะไรค่อยไปซื้อต่างหาก ชอบตอนที่พอติ๊ดบัตรเข้าไปแล้วสต็าฟป้ายอะไรสักอย่างที่เรืองแสงได้ที่ข้อมือแทนการหาป้ายมาผูก รู้สึกเก๋ดีค่ะ

ขอบอกว่า illumination ที่นี่สวยโรแมนติกมากๆ เพิ่งเคยมาสวนสนุกที่มองไปทางไหนก็เจอแต่ไฟประดับเยอะขนาดนี้เป็นครั้งแรก รู้สึกประทับใจสุดๆ เหมือนอยู่ในหนังเลย (>_<) แม้อากาศก็หนาวเหลือเกินแต่ก็ยังเห็นคู่รักมาเดทกันเต็มไปหมด เห็นเพื่อนบอกว่าคนเยอะที่สุดคือช่วงวันวาเลนไทน์ค่ะ

แผนที่ภายในงานค่ะ จะเห็นได้ว่ามีหลายโซนแถมจัดได้ยิ่งใหญ่มาก
ระหว่างทางก็เดินไปตามทางเรื่อยๆ เจอเครื่องเล่นไวกิ้ง ตอนแรกก็ว่าจะเล่นแต่พอเห็นเรือมันขึ้นสูงไปเรื่อยๆน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ที่พีคคือเพิ่งเคยเห็นไวกิ้งตีลังกา! แม่เจ้า! พี่แกเล่นหมุนเป็นนาฬิกาขนาดนี้ มิน่าล่ะแทบไม่มีคนขึ้นไปเล่นเลย ก็ว่าอยู่ทำไมถึงต้องมีตาข่าย และล็อคค่อนข้างหนาขนาดนี้ ด้วยความป๊อดต้องขอบายจริงๆค่ะ เลยขอเลี้ยวไปเข้าบ้านผีสิงแทน (T_T)

ต้องขอบอกว่าตอนเราไปไม่ค่อยได้เล่นเครื่องเล่นหวาดเสียวเท่าไหร่ค่ะ เพราะอากาศมันเย็นมาก ขนาดไปเล่นขับรถเบาๆ ลมตีหน้านิดเดียวนี่ถึงกับหน้าชา
โชว์น้ำพุ Highlight ของที่นี่ค่ะ เป็นโชว์ที่มีเพลงคลอ และเล่นแสงสีกับน้ำพุ สวยอลังการมาก
แต่ข้อเสียอย่างหนึ่งคือที่นี่ปิดค่อนข้างเร็วค่ะ เครื่องเล่นสวนสนุกเปิดถึง 2 ทุ่มเท่านั้น (แต่ยังสามารถเดินชมไฟได้ถึง 2 ทุ่มครึ่ง) พอประมาณ 2 ทุ่มทางสต็าฟก็จะประกาศแจ้ง คนก็เริ่มทยอยกลับกันแล้ว 

ความจริงมันก็เป็นเวลาปกติของญี่ปุ่นนั่นล่ะ แต่จะรีบปิดกันไปไหน ห้างนี่ก็พอกัน ปิดไวเหมือนกลัวไม่ได้กลับบ้าน (T.T) ด้วยความที่เราชินกับบ้านเราที่ห้างปิดดึกๆ เลยยังรู้สึกไม่จุใจเท่าไหร่ อาจจะเพราะว่าจุดประสงค์เราคือมาดู illumination ซึ่งมันเปิดไฟตอนกลางคืน เลยทำให้เรามีเวลาเล่นเครื่องเล่นไม่มาก
จริงๆอยากถ่ายรูปมาฝากคุณผู้อ่านมากกว่านี้ แต่กล้องดันแบตหมดซะก่อน (T^T) แต่ก็อยากให้คุณผู้อ่านได้มาเห็นกับตาตัวเอง เพราะมันสวยอลังกว่านี้มากๆ สำหรับใครที่ไปโตเกียวช่วงนี้ ที่นี่ก็อาจเป็นหนึ่งในทางเลือกสถานที่ท่องเที่ยวที่ใหม่ที่คุณผู้อ่านยังไม่เคยไป รับรองว่าคุณจะประทับใจแสงสีจาก illumination ของที่นี่แบบไม่มีวันลืมเลยค่ะ (^-^)

ใครสนใจทัวร์ญี่ปุ่นแบบกรุ๊ปส่วนตัว คลิกที่นี่ได้เลยค่ะ http://www.ilovejapantours.com/th

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพบางส่วนจาก : www.yomiuriland.com

รูปภาพบางส่วนที่ถ่ายเองโดยเจ้าของบล็อก ไม่อนุญาตให้นำออกไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต

หลังจากที่บล็อกที่แล้วได้พูดถึงเทศกาล illumination ที่จัดขึ้นที่ Sagamiko (www.ilovejapan.co.th/travel/entry/sagamiko-illumination) วันนี้เราก็จะขอมาแนะนำสถานที่ชม illumination อีกแห่งหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน แถมอยู่ในโตเกียว เดินทางสะดวกอีกด้วย ซึ่งสถานที่ที่เรากำลังพูดถึงก็คือสวนสนุก Yomiuri Land

หากพูดถึงสวนสนุกแถวโตเกียว หลายคนคงนึกออกแต่ Tokyo Disney, Cosmo World ไม่ก็ Fuji Q Highland แต่คุณผู้อ่านทราบมั้ยคะ ว่าสวนสนุก Yomiuri Land นั้นเป็นสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในโตเกียว! 

พอมาถึงบรรทัดนี้หลายคนอาจค้านอยู่ภายในใจว่ายัยนี่ต้องมั่วแน่ๆ เพราะสวนสนุก Tokyo Disney ใหญ่แถมอลังการกว่าอีก…ใช่แล้วค่ะ ความยิ่งใหญ่นั้นต้องยกให้ที่นั่นเลยจริงๆ เพียงแต่สวนสนุก Tokyo Disney แม้ชื่อจะเป็นโตเกียว แต่ความจริงแล้วสวนสนุกตั้งอยู่ที่จังหวัดชิบะไม่ใช่โตเกียวค่ะ

สำหรับสวนสนุก Yomiuri Land ไม่ได้มีเพียงแค่เครื่องเล่นต่างๆที่น่าสนใจ เช่น รถไฟเหาะ ไวกิ้ง แต่ที่พิเศษเลยคือมีบันจี้จัมป์ ซึ่งที่นี่เป็นที่เดียวที่สามารถเล่นบันจี้จัมป์ในเมืองใหญ่ได้ นอกจากนี้สวนสนุกยังมีกิจกรรมที่หลากหลายตามฤดูกาล เช่น ฤดูร้อนก็มีสระว่ายน้ำ มีสวนน้ำ และในฤดูหนาวก็มีเทศกาลประดับไฟตามที่กล่าวมาข้างต้น 

โดยเทศกาลประดับไฟที่ Yomiuri Land ซึ่งใช้ชื่อว่า "Jewellumination" จัดขึ้นตั้งแต่ 14 ตุลาคม 2016 – 19 กุมภาพันธ์ 2017 ที่พิเศษคือที่นี่ยังใช้ไฟกว่า 4 ล้านดวงกันเลยทีเดียว!

วิธีการเดินทาง

1. นั่งรถไฟ สาย Keio Line 

หากนั่งมาจาก Shinjuku ให้ลงไปที่ชานชาลาที่ 3 หากเป็นขบวนที่เขียนว่ามุ่งหน้าไปสถานี Keio-Hachioji หรือ Takaosanguchi ให้นั่งขบวน Special Express (สีชมพูเข้ม) หรือ Semi-Special Express (สีส้ม) มาลงที่ สถานี Chofu สาเหตุที่แนะนำให้นั่ง 2 ขบวนนี้เพราะรถไฟไม่ได้แวะจอดหลายสายเหมือน Rapid หรือ Local จึงไม่เสียเวลา เมื่อมาถึงสถานี Chofu แล้วให้เปลี่ยนขบวนไปยังคันที่เขียนว่ามุ่งหน้าไปสถานี Hashimoto โดยเปลี่ยนเป็นขบวน Rapid หรือ Local ไปลงที่สถานี Keio-Yomiuriland (เพราะ Special Express และ Semi-Express จะไม่จอดที่สถานีนี้ค่ะ)

หมายเหตุ : ในบางครั้งหากขึ้นขบวนที่เขียนว่ารถไฟ มุ่งหน้าไปสถานี Hashimoto สามารถนั่งยาวได้เลยไม่ต้องแวะเปลี่ยนสาย แต่จะเสียเวลาค่อนข้างมากเพราะต้องนั่งเป็น Rapid ไม่ก็ Local ตั้งแต่ที่ Shinjuku ค่าโดยสารอยู่ที่ 290 เยน

เมื่อมาถึงสถานีแล้วสามารถเดินเท้าต่อไปอีกไม่ไกลค่ะ ประมาณ 3-4 นาที ระหว่างทางจะมีป้ายบอกทางอยู่ จากนั้นนั่ง Sky Shutter หรือกระเช้าลอยฟ้าไปยังสวนสนุกได้ (เที่ยวเดียว 300 เยน / ไป-กลับ 500 เยน)

​ 2. นั่งรถไฟ สาย Odakyu Line 

ให้นั่งขบวน Local ที่เขียนว่ามุ่งหน้าไปยังสถานี Hon-Atsugi แต่เราจะมาลงที่ สถานี Yomiuriland-mae ค่าโดยสาร 280 เยน จากนั้นพอออกจากสถานีให้เลี้ยวซ้าย เดินตรงไปเจอสะพานตรงสี่แยกให้ข้ามสะพานไปค่ะ เมื่อลงมาจากสะพานแล้วให้ข้ามถนนไปอีกฝั่ง จะเจอป้ายรถบัสอยู่ (วิธีสังเกตว่าต้องไปรอรถฝั่งไหนคือไปรอป้ายฝั่งที่รถวิ่งที่มุ่งหน้ากลับมายังทางสถานี) หรือถ้าไม่ชัวร์ดูที่ป้ายก็ได้ค่ะ จะมีเขียนอยู่ว่ารถบัสจอดตรงไหนบ้าง จากรถบัสไปสวนสนุกใช้เวลาประมาณ 5 นาที

ความคิดเห็นส่วนตัว เราคิดว่าการเดินทางโดยสาย Keio Line ค่อนข้างง่ายกว่าค่ะเพราะอยู่ใกล้กว่าไม่ต้องต่อบัส สามารถเดินมาขึ้นกระเช้าลอยฟ้าได้เลย ตอนนั้นไปสาย Odakyu Line พอออกจากสถานีก็แอบหลงทางเบาๆ ต้องถามทางคนแถวนั้น และพึ่ง Google Map เอา แถมไปตอนกลางคืนทางก็ค่อนข้างมืดๆ ด้วย (-_-;)

เมื่อมาถึงสวนสนุกแล้ว เราสามารถเดินไปซื้อตั๋วได้ที่ทางเข้าเลยค่ะ

- สำหรับใครที่ต้องการมาตั้งแต่ กลางวัน และต้องการเล่นเครื่องเล่นด้วย จะแบ่งเป็น 1-Day Pass ดูโชว์สิงโตทะเล รวมเครื่องเล่น 37 ชนิด (ผู้ใหญ่ 5,400 เยน / เด็ก 3,800 เยน / ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 4,500 เยน) หรือ บัตรผ่านประตู (ผู้ใหญ่ 1,800 เยน / เด็ก 1,000 เยน / ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 800 เยน) นอกจากนี้ยังมี บัตร Hiyoko Pass คือดูโชว์สิงโตทะเล รวมเครื่องเล่นเด็ก 21 ชนิด (ผู้ใหญ่ 3,800 เยน / เด็ก 3,000 เยน / ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 3,300 เยน)

- สำหรับใครที่ต้องการชม illumination กลางคืน จะเริ่มขาย ตั้งแต่ 4 โมงเย็นเป็นต้นไป แบ่งเป็นบัตร Night Pass รวมเครื่องเล่นด้วย (ผู้ใหญ่ 2,300 เยน / เด็ก 1,700 เยน / ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 1,700 เยน) หรือ บัตรผ่านประตู (ผู้ใหญ่ 1,200 เยน / เด็ก 300 เยน / ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 600 เยน)

พิเศษสุดๆ สำหรับชาวต่างชาติ! สำหรับใครที่มาช่วงกลางวันและโชว์พาสปอร์ตจะได้ราคาส่วนลดอีกด้วย

น้องหมา (?) ตัวนี้คือมาสคอตของที่นี่ คนนิยมมาถ่ายรูปด้วย

สำหรับเราไปตอนกลางคืนจึงเลือกซื้อเป็นบัตรผ่านประตูในราคา 1,200 เยนค่ะ อยากเล่นเครื่องเล่นอะไรค่อยไปซื้อต่างหาก ชอบตอนที่พอติ๊ดบัตรเข้าไปแล้วสต็าฟป้ายอะไรสักอย่างที่เรืองแสงได้ที่ข้อมือแทนการหาป้ายมาผูก รู้สึกเก๋ดีค่ะ

ขอบอกว่า illumination ที่นี่สวยโรแมนติกมากๆ เพิ่งเคยมาสวนสนุกที่มองไปทางไหนก็เจอแต่ไฟประดับเยอะขนาดนี้เป็นครั้งแรก รู้สึกประทับใจสุดๆ เหมือนอยู่ในหนังเลย (>_<) แม้อากาศก็หนาวเหลือเกินแต่ก็ยังเห็นคู่รักมาเดทกันเต็มไปหมด เห็นเพื่อนบอกว่าคนเยอะที่สุดคือช่วงวันวาเลนไทน์ค่ะ

แผนที่ภายในงานค่ะ จะเห็นได้ว่ามีหลายโซนแถมจัดได้ยิ่งใหญ่มาก
ระหว่างทางก็เดินไปตามทางเรื่อยๆ เจอเครื่องเล่นไวกิ้ง ตอนแรกก็ว่าจะเล่นแต่พอเห็นเรือมันขึ้นสูงไปเรื่อยๆน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ที่พีคคือเพิ่งเคยเห็นไวกิ้งตีลังกา! แม่เจ้า! พี่แกเล่นหมุนเป็นนาฬิกาขนาดนี้ มิน่าล่ะแทบไม่มีคนขึ้นไปเล่นเลย ก็ว่าอยู่ทำไมถึงต้องมีตาข่าย และล็อคค่อนข้างหนาขนาดนี้ ด้วยความป๊อดต้องขอบายจริงๆค่ะ เลยขอเลี้ยวไปเข้าบ้านผีสิงแทน (T_T)

ต้องขอบอกว่าตอนเราไปไม่ค่อยได้เล่นเครื่องเล่นหวาดเสียวเท่าไหร่ค่ะ เพราะอากาศมันเย็นมาก ขนาดไปเล่นขับรถเบาๆ ลมตีหน้านิดเดียวนี่ถึงกับหน้าชา
โชว์น้ำพุ Highlight ของที่นี่ค่ะ เป็นโชว์ที่มีเพลงคลอ และเล่นแสงสีกับน้ำพุ สวยอลังการมาก
แต่ข้อเสียอย่างหนึ่งคือที่นี่ปิดค่อนข้างเร็วค่ะ เครื่องเล่นสวนสนุกเปิดถึง 2 ทุ่มเท่านั้น (แต่ยังสามารถเดินชมไฟได้ถึง 2 ทุ่มครึ่ง) พอประมาณ 2 ทุ่มทางสต็าฟก็จะประกาศแจ้ง คนก็เริ่มทยอยกลับกันแล้ว 

ความจริงมันก็เป็นเวลาปกติของญี่ปุ่นนั่นล่ะ แต่จะรีบปิดกันไปไหน ห้างนี่ก็พอกัน ปิดไวเหมือนกลัวไม่ได้กลับบ้าน (T.T) ด้วยความที่เราชินกับบ้านเราที่ห้างปิดดึกๆ เลยยังรู้สึกไม่จุใจเท่าไหร่ อาจจะเพราะว่าจุดประสงค์เราคือมาดู illumination ซึ่งมันเปิดไฟตอนกลางคืน เลยทำให้เรามีเวลาเล่นเครื่องเล่นไม่มาก
จริงๆอยากถ่ายรูปมาฝากคุณผู้อ่านมากกว่านี้ แต่กล้องดันแบตหมดซะก่อน (T^T) แต่ก็อยากให้คุณผู้อ่านได้มาเห็นกับตาตัวเอง เพราะมันสวยอลังกว่านี้มากๆ สำหรับใครที่ไปโตเกียวช่วงนี้ ที่นี่ก็อาจเป็นหนึ่งในทางเลือกสถานที่ท่องเที่ยวที่ใหม่ที่คุณผู้อ่านยังไม่เคยไป รับรองว่าคุณจะประทับใจแสงสีจาก illumination ของที่นี่แบบไม่มีวันลืมเลยค่ะ (^-^)

ใครสนใจทัวร์ญี่ปุ่นแบบกรุ๊ปส่วนตัว คลิกที่นี่ได้เลยค่ะ http://www.ilovejapantours.com/th

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพบางส่วนจาก : www.yomiuriland.com

รูปภาพบางส่วนที่ถ่ายเองโดยเจ้าของบล็อก ไม่อนุญาตให้นำออกไปใช้ก่อนได้รับอนุญาต

บทความล่าสุด