w ทำงานในญี่ปุ่น

Fresh news from Japan!

We are excited to deliver you the the freshest news from Japan!

มาทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นอย่างไรจึงจะไม่โดนลอยแพ

By , วันอาทิตย์, 03 มิถุนายน 2561

จุ๊บุจุ๊บุ-โยดช่า
じゅぶじゅぶ~よっしゃ

    สวัสดีค่ะเพื่อนๆ บล็อกในครั้งในฟ้าจังอยากจะมาพูดเรื่องเกี่ยวกับพนักงานประจำในประเทศญี่ปุ่นค่ะ หรือ 正社員 [seishain] และวิธีการเลือกที่ทำงานในญี่ปุ่นเพื่อที่เราจะได้ไม่ถูกหลอกมาทำงานและถูกลอยแพค่ะ แรงบันดาลใจที่อยากจะเขียนเรื่องนี้ก็เพราะว่าช่วงนี้ฟ้าจังกำลังจะหางานทำค่ะก็เลยไปใช้บริการของเฮียกู๋ [กูเกิ้ล] ระหว่างที่หางานไปเพลินๆ ข่าวเกี่ยวกับพนักงานประจำจากแอพในมือถือมันก็เด้งขึ้นมาโดยบังเอิญเจ้าค่ะ

     แต่มันไม่ใช่พนักงานประจำของชาวญี่ปุ่นน่ะสิคะ มันเป็นข่าวเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของจำนวนพนักงานประจำชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศญี่ปุ่นที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ว้าว! มันคือฤกษ์งามยามดีที่เปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติอย่างคนไทยเข้ามาทำงานในประเทศญี่ปุ่นอย่างถูกกฎหมายและง่ายดายขึ้นนะคะ

     แต่เมื่อมีข้อดีมันก็ต้องมีข้อเสียนะคะ โอกาสที่ดีของเรามันอาจจะเป็นโอกาสร้ายของเราอีกเช่นกัน เพราะในปัจจุบันจะมีกลุ่มมิจฉาชีพหัวใสนำโอกาสที่ดีของเรานี้มาเปิดบริษัทจัดหางานเถื่อนแล้วหลอกพวกเรามาลอยแพที่ประเทศญี่ปุ่นเช่นกันค่ะ

     ฟ้าจังเลยนำข่าวนี้มาแปลและหาข้อมูลบางอย่างมาเพิ่มเติมและเรียบเรียบใหม่มาให้เพื่อนๆได้ศึกษากันก่อนที่จะตัดสินใจมาทำงานในประเทศญี่ปุ่นค่ะ 

พนักงานประจำ เกือบ 20% คือชาวต่างชาติ

     ทางผู้สื่อข่าวไปไปเยี่ยมชมโรงงานเก่าแก่ที่ผลิตจอภาพหลอดรังสีแคโทด CTR ของจอโทรทัศน์หรือจอคอมพิวเตอร์ที่ทำด้วยพลาสติก ブラウン管テレビの枠組み [buraun-kan terebi no wakugumi] เป็นเจ้าแรกของโลก ชื่อโรงงานโอซาก้าเมอิบัง 大阪銘板 [oosaka meiban] พิกัดอยู่ที่จังหวัดโอซาก้าและอยู่ในตัวเมืองโอซาก้าพอดีเลยเจ้าค่ะ

     เมื่อผู้สื่อข่าวเข้าไปในโรงงานก็พบกับบรรกาศของพนักงานประจำชาวต่างชาติที่เป็นชาวเอเชียทำงานปะปนกันกับพนักงานประจำชาวญี่ปุ่น ซึ่งถ้านับเป็นจำนวนคนก็คือ ในจำนวนพนักงาน 90 คนจะมีชาวต่างชาติอยู่ 16 คน หรือเกือบๆ 20 % เจ้าค่ะ นับว่าเป็นตัวเลขที่เยอะพอสมควรค่ะ และในอนาคตจำนวนของพนักงานทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำหรือชั่วคราวรวมกันก็คาดว่าน่าจะเป็นชาติต่างชาติมากถึง 50 % หรือครึ่งหนึ่งค่ะ

กำลังและความสามารถของเด็กฝึกงานไม่เพียงพอกับกำลังการผลิต

     บริษัทและโรงงานของประเทศญี่ปุ่นในทุกวันนี้บอกว่าทักษะและความสามารถของพนักงานชาวต่างชาติคือกำลังสำคัญของทางโรงงานค่ะ(รู้สึกปลื้มมากๆเลย)แม้แต่โรงงานโอซาก้าเมอิบังก็เช่นเดียวกันคือ ราว 10 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันได้มีการรับเด็กฝึกงาน ชาวจีน ชาวเวียดนาม มาทำงานที่โรงงานค่ะ

     แต่ทว่าพวกเขาสามารถทำงานที่ญี่ปุ่นได้นานสุดก็แค่ 5 ปีเท่านั้น สอนงานให้ยังไม่ทันไรเลยก็ต้องกลับประเทศบ้านเกิดเหตุเพราะวีซ่าหมดซะก่อน... ซึ่งทางโรงงานก็พูดด้วยความเสียดายว่าชาวต่างชาติพวกนี้ทักษะและฝีมือในการออกแบบแม่พิมพ์นั้นเท่าๆคนญี่ปุ่น ดังนั้นเพื่อที่โรงงานจะได้มีกำลังการผลิตที่เพียงพอจึงจำเป็นที่จะต้องต่อวีซ่าทำงานระยะยาวให้พนักงานชาวต่างชาติเจ้าค่ะ (งานนี้ความสามารถและฝีมือล้วนๆเจ้าค่ะเชื้อชาติไม่เกี่ยว)และนี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการว่าจ้าง พนักงานประจำชาติต่างชาติ เจ้าค่ะ

เมื่อพนักงานไม่พอจนถึงขั้นขาดแคลนแรงงาน สินค้าในโรงงานจึงไม่สามารถผลิตได้

     เพื่อนๆทราบหรือไม่ค่ะว่าโรงงานโอซาก้าเมอิบังนี้กำลังประสบปัญหาการขาดแคลนพนักงานขั้นวิกฤตค่ะ ซึ่งการหาบุคลากรที่จะนำมาเป็นพนักงานประจำในโรงงานนี้ก็ต้องไปสู้รบปรบมือและรวบรวมมาจากตลาดแรงงานเท่านั้น ทางโรงงานบอกอีกว่าบางครั้งอุตส่าห์รับพนักงานเข้ามาทำงานแต่มีบางคนทำงานแค่ 2-3 วันก็ลาออกไปซะแล้ว สงสัยว่าเป็นเพราะกระบวนการในการผลิตพลาสติกนั้นต้องใช้ความร้อนตั้งแต่ 200-300 องศา พนักงานที่ลาออกไปอาจจะทนไม่ได้ต่อสิ่งแวดล้อมที่มีความร้อนระดับนี้

เปิดประตูอ้าแขนรับพนักงานประจำอย่างเสรีและไม่ปิดกั้น

     เมื่อปีที่แล้วทางโรงงานโอซาก้าเมอิบังเริ่มว่าจ้างพนักงานประจำชาวพม่าเข้ามาทำงาน 6 คนค่ะ ซึ่งการรับพนักงานประจำที่เป็นชาวต่างชาตินี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ขั้นตอนที่ซับซ้อนที่ต่างจากเด็กฝึกงานเป็นอย่างมาก

     เริ่มแรกก็คือ ต้องยื่นขอวีซ่าทำงานให้กับพวกเขา 就労ビザ [syuurou-beza] และต้องเป็นคนค้ำประกันให้อีกด้วยค่ะ 身元引受人 [mimoto-hikiukejin] จากนั้นก็ต้องกรอกเอกสารต่างๆ อย่างเช่น เอกสารการปิดงบบัญชี และนำไปยื่นของวีซ่าที่กองตรวจคนเข้าเมือง 入国管理局 [nyuurkoku-kanrikyoku] เพื่อให้ทาง ต.ม. ตรวจสอบและออกวีซ่าทำงานให้

     ต่อมา การคิดค่าแรงขึ้นพื้นฐานโดยหลักๆแล้วก็ต้องคิดค่าแรงให้เหมือนกับพนักงานประจำชาวญี่ปุ่นค่ะแม้ว่าต้นทุนของพนักงานประจำชาวต่างชาติจะมากกว่าต้นทุนเด็กฝึกงานชาวญี่ปุ่นก็ตาม แต่ก็คุ้ม

ได้รับการปฎิบัติเทียบเท่าคนญี่ปุ่นไม่เลือกปฎิบัติ

     นี่คือคุณซง ชาวพม่า อายุ 24 ปี ทางโรงงานได้รับเข้ามาทำงานเมื่อปีที่แล้วค่ะ หลังจากจบการศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคในพม่าเธอก็มาเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ประเทศญี่ปุ่น จากนั้นไม่นานเธอก็ทราบข่าวการรับสมัครพนักงานประจำของโรงงานโอซาก้าเมอิบัง

     ตอนที่เธอตัดสินใจตอบรับการเข้าทำงานถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกว่าการมาต่างประเทศนั้นไม่ไม่ปลอดภัย แต่หลังจากที่คณะกรรมการของบริษัทและโรงงานเดินทางไปพบผู้ปกครองของเธอถึงประเทศพม่า ความลังเลของเธอจึงหายไปทันทีค่ะ (ว้าวเยี่ยมมากเลยค่ะ แบบนี้ตัดเรื่องการถูกหลอกและลอยแพที่ญี่ปุ่นไปได้แน่นอน)

     ส่วนเรื่องที่พักอาศัยของพนักงานประจำชาวต่างชาติในประเทศญี่ปุ่นที่ทางโรงงานจัดหาให้นั้น เป็นแมนชั่นห้องชุด 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว หรือ 1 LDK คุณซงได้พักอาศัยกับเพื่อนชาวพม่าที่ทางโรงงานรับเธอเข้าทำงาน 2 คน รายได้สุทธิรวมค่าทำโอทีแล้ว 1 เดือนเธอได้รับราวๆ 3 แสนเยน หรือ 9 หมื่นบาทไทยค่ะ! เธอบอกอีกว่าหลังจากเงินเดือนออกเธอก็ส่งเงินไปให้ทางบ้านที่พม่าใช้ราว 1 แสนเยน หรือ 3 หมื่นบาทไทย

     ส่วนโบนัสนั้นเธอจะได้ปีละ 2 ครั้งค่ะ สวัสดิการต่างๆก็ได้เหมือนคนญี่ปุ่น เช่น

ประกันภัยจากความเสี่ยงในการทำงานของบริษัทหรือโรงงาน 会社保険 [kaisya-hoken]

เงินบำนาญ 年金 [nenkin]

การรับประกัน ต่างๆ 保障 [hoshou]

     ในส่วนของการทำงานคุณซงก็ทำหน้าที่และรับผิดชอบการออกแบบแม่พิมพ์ ระหว่างเรียนรู้งานก็จะมีรุ่นพี่คอยสอนไปด้วยค่ะ เธอบอกว่าการทำงานแบบนี้จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงซึ่งในประเทศพม่าไม่สามารถทำได้ ดังนั้น การมาทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นจึงถือว่าคุ้มจริงๆ

อยากจะให้ผู้นำหรือผู้บริหารเป็นชาวต่างชาติบ้าง

​     ลักษณะการทำงานของคุณซง เมื่อทางโรงงานประเมินดูแล้วผลออกมาค่อนข้างมีประสิทธิภาพอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเป็นคนหัวอ่อนสอนอะไรก็เข้าใจง่ายจำง่ายเป็นงานเร็ว ในปีนี้ทางโรงงานจึงตัดสินใจรับพนักงานประจำที่เป็นชาวพม่าเพิ่มขึ้นอีก 10 คนค่ะ และในอนาคตทางโรงงานมีแนวคิดว่าอาจจะพิจารณาผู้บริหาร หรือหัวหน้าพนักงานให้เป็นชาวต่างชาติอีกด้วย

ความต้องการพนักงานประจำที่เป็นชาวต่างชาติสูงขึ้น

     ทั่วญี่ปุ่นมีการเปิดสัมมนาในหัวข้อ อยากรับพนักงานประจำที่เป็นชาวต่างชาติ หรือ 外国人を正社員として採用したい [gaikokujin wo seishain toshite saiyou shitai] อย่างเช่นงานสัมมนาของธนาคารเฮียวโกะชิงคิง ที่จังหวัดเฮียวโกะ 兵庫信用金庫 [hyougo shinyou kinshin] งานนี้มีเจ้าของธุรกิจระดับเล็กถึงระดับกลางเข้าร่วมมากกว่า 100 ราย เจ้าของธุรกิจทุกรายพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า อยากจะรับชาวต่างชาติจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้ามาทำงานด้วย

     คุณนิชิกาคิ วิทยากรเล่าให้ฟังว่า ที่พม่าทั้งๆที่ทุกๆปีมีนักศึกษาจบจากมหาวิทยาลัยเกือบ 2 แสน 5 หมื่นคนแต่กระนั้นธุรกิจห้างร้านต่างๆที่จะเข้าสู่ตลาดการค้ามีน้อยมากเหตุเพราะประเทศพม่าอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นการเข้าทำงานในบริษัทของชาวพม่าจึงถูกจำกัดอยู่บ้าง การเติบโตทางด้านเศรษฐกิจก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร ทางธุรกิจ ห้างร้าน โรงงาน และบริษัทในประเทศญี่ปุ่นจะเปิดโอกาสรับสมัครชาวพม่าเข้ามาเป็นพนักงานประจำค่ะ (หวังว่าในอนาคตอันใกล้นี้คงจะมุ่งเป้ามาที่ประเทศไทยบ้างนะเจ้าคะ)

การแย่งชิงบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถ

     คุณนิชิกาคิ วิทยากรพูดเตือนอ้อมๆว่า แรงงานคนเป็นสิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ที่ญี่ปุ่นเท่านั้น เนื่องจากชาวพม่าแยกย้ายกันไปทำงานที่ประเทศสิงคโปร์ ประเทศจีน และที่ประเทศไทย นั้นหมายความว่าในอนาคตอันใกล้แรงงานพม่าที่จะมาทำงานในประเทศญี่ปุ่นอาจจะลดลงก็เป็นได้

     ตอนนี้ทั่วโลกกำลังอยู่ในภาวะการแย่งชิงบุคลากรชาวต่างชาติที่มีความรู้ความสามารถชั้นเลิศกันอยู่นะเจ้าคะ ซึ่งพวกคุณไม่จำเป็นที่จะต้องเลือกมาทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นแค่ประเทศเดียวเท่านั้น ประเทศต่างๆทั่วโลกยังคงต้อนรับพวกคุณค่ะ แต่สาระในการเลือกประเทศที่จะไปทำงานก็คือ

1.มาตรฐานเงินเดือนที่พวกคุณจะได้รับ

2.ความก้าวหน้าในหน้าที่การงานในเวลาที่รวดเร็ว

     สุดท้ายนี้ฟ้าจังหวังว่าตัวอย่างของการรับพนักงานประจำและขั้นตอนต่างๆของโรงงานโอซาก้าเมอิบังคงจะเป็นประโยชน์และเป็นแนวทางที่จะทำให้เพื่อนๆนำมาใช้ประกอบการพิจารณาในการหางานทำที่ประเทศญี่ปุ่นนะเจ้าค่ะ เพื่อนๆจะได้ป้องกันตัวเองได้เจ้าค่ะฟ้าจังไม่อยากเห็นคนไทยหลอกคนไทยด้วยกันเอง คำแนะนำของฟ้าจังก็คือ 

    1. เลือกบริษัทหรือโรงงานในญี่ปุ่นที่มีพิกัดทำเลที่ตั้งแน่นอน ยิ่งเปิดกิจการมานานยิ่งดี จำไว้นะคะถ้าบริษัทหางานไม่บอกชื่อโรงงานหรือบริษัทให้พวกคุณทราบอย่าตัดสินใจมาทำงานเด็ดขาด

    2. จากตัวอย่างข้างต้น ไม่มีการให้ผู้สมัครงานออกเงินหรือค่าใช้จ่ายใดๆเลย ทางโรงงานจะออกให้เองหมด พร้อมดำเนินเรื่องขอวีซ่าทำงานให้คุณเอง สรุปคุณนั่งเฉยๆค่ะ 

     3. ทางบริษัทหรือโรงงานจากญี่ปุ่นควรส่งกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องมาทักทายหรือเยี่ยมผู้ใช้แรงงานและครอบครัวที่ไทยค่ะเพื่อสร้างความมั่นใจว่าไม่ได้หลอกคุณไปทำงาน หรือ หลอกคุณไปลอยแพ 

     4. ยิ่งคุณพูด ฟัง อ่าน เขียน ภาษาญี่ปุ่นได้ยิ่งได้เปรียบ เพราะมันจะง่ายต่อการสอนงาน ยิ่งคุณมีทักษะและฝีมือในวิชาชีพนั้นๆยิ่งได้เปรียบค่ะ เพราะคุณจะเป็นงานไวเจ้านายยิ่งชอบ ตัวเปล่าเล่าเปลือยมา คนญี่ปุ่นเขาไม่รับเข้าทำงานแน่นอนค่ะ

     ฝากแชร์บล็อกนี้บอกต่อๆกันไปด้วยนะคะ กราบค่ะ

แปลและเรียบเรียงใหม่โดย ฟ้าจังกะเทยไทยในญี่ปุ่น

Facebook Fanpage https://www.facebook.com/FahChan.Page

Youtube https://www.youtube.com/c/FahChanChannel

I Love Japan http://www.ilovejapan.co.th/authore-1/blogger/fahchan

จุ๊บุจุ๊บุ-โยดช่า
じゅぶじゅぶ~よっしゃ

    สวัสดีค่ะเพื่อนๆ บล็อกในครั้งในฟ้าจังอยากจะมาพูดเรื่องเกี่ยวกับพนักงานประจำในประเทศญี่ปุ่นค่ะ หรือ 正社員 [seishain] และวิธีการเลือกที่ทำงานในญี่ปุ่นเพื่อที่เราจะได้ไม่ถูกหลอกมาทำงานและถูกลอยแพค่ะ แรงบันดาลใจที่อยากจะเขียนเรื่องนี้ก็เพราะว่าช่วงนี้ฟ้าจังกำลังจะหางานทำค่ะก็เลยไปใช้บริการของเฮียกู๋ [กูเกิ้ล] ระหว่างที่หางานไปเพลินๆ ข่าวเกี่ยวกับพนักงานประจำจากแอพในมือถือมันก็เด้งขึ้นมาโดยบังเอิญเจ้าค่ะ

     แต่มันไม่ใช่พนักงานประจำของชาวญี่ปุ่นน่ะสิคะ มันเป็นข่าวเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของจำนวนพนักงานประจำชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศญี่ปุ่นที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ว้าว! มันคือฤกษ์งามยามดีที่เปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติอย่างคนไทยเข้ามาทำงานในประเทศญี่ปุ่นอย่างถูกกฎหมายและง่ายดายขึ้นนะคะ

     แต่เมื่อมีข้อดีมันก็ต้องมีข้อเสียนะคะ โอกาสที่ดีของเรามันอาจจะเป็นโอกาสร้ายของเราอีกเช่นกัน เพราะในปัจจุบันจะมีกลุ่มมิจฉาชีพหัวใสนำโอกาสที่ดีของเรานี้มาเปิดบริษัทจัดหางานเถื่อนแล้วหลอกพวกเรามาลอยแพที่ประเทศญี่ปุ่นเช่นกันค่ะ

     ฟ้าจังเลยนำข่าวนี้มาแปลและหาข้อมูลบางอย่างมาเพิ่มเติมและเรียบเรียบใหม่มาให้เพื่อนๆได้ศึกษากันก่อนที่จะตัดสินใจมาทำงานในประเทศญี่ปุ่นค่ะ 

พนักงานประจำ เกือบ 20% คือชาวต่างชาติ

     ทางผู้สื่อข่าวไปไปเยี่ยมชมโรงงานเก่าแก่ที่ผลิตจอภาพหลอดรังสีแคโทด CTR ของจอโทรทัศน์หรือจอคอมพิวเตอร์ที่ทำด้วยพลาสติก ブラウン管テレビの枠組み [buraun-kan terebi no wakugumi] เป็นเจ้าแรกของโลก ชื่อโรงงานโอซาก้าเมอิบัง 大阪銘板 [oosaka meiban] พิกัดอยู่ที่จังหวัดโอซาก้าและอยู่ในตัวเมืองโอซาก้าพอดีเลยเจ้าค่ะ

     เมื่อผู้สื่อข่าวเข้าไปในโรงงานก็พบกับบรรกาศของพนักงานประจำชาวต่างชาติที่เป็นชาวเอเชียทำงานปะปนกันกับพนักงานประจำชาวญี่ปุ่น ซึ่งถ้านับเป็นจำนวนคนก็คือ ในจำนวนพนักงาน 90 คนจะมีชาวต่างชาติอยู่ 16 คน หรือเกือบๆ 20 % เจ้าค่ะ นับว่าเป็นตัวเลขที่เยอะพอสมควรค่ะ และในอนาคตจำนวนของพนักงานทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำหรือชั่วคราวรวมกันก็คาดว่าน่าจะเป็นชาติต่างชาติมากถึง 50 % หรือครึ่งหนึ่งค่ะ

กำลังและความสามารถของเด็กฝึกงานไม่เพียงพอกับกำลังการผลิต

     บริษัทและโรงงานของประเทศญี่ปุ่นในทุกวันนี้บอกว่าทักษะและความสามารถของพนักงานชาวต่างชาติคือกำลังสำคัญของทางโรงงานค่ะ(รู้สึกปลื้มมากๆเลย)แม้แต่โรงงานโอซาก้าเมอิบังก็เช่นเดียวกันคือ ราว 10 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันได้มีการรับเด็กฝึกงาน ชาวจีน ชาวเวียดนาม มาทำงานที่โรงงานค่ะ

     แต่ทว่าพวกเขาสามารถทำงานที่ญี่ปุ่นได้นานสุดก็แค่ 5 ปีเท่านั้น สอนงานให้ยังไม่ทันไรเลยก็ต้องกลับประเทศบ้านเกิดเหตุเพราะวีซ่าหมดซะก่อน... ซึ่งทางโรงงานก็พูดด้วยความเสียดายว่าชาวต่างชาติพวกนี้ทักษะและฝีมือในการออกแบบแม่พิมพ์นั้นเท่าๆคนญี่ปุ่น ดังนั้นเพื่อที่โรงงานจะได้มีกำลังการผลิตที่เพียงพอจึงจำเป็นที่จะต้องต่อวีซ่าทำงานระยะยาวให้พนักงานชาวต่างชาติเจ้าค่ะ (งานนี้ความสามารถและฝีมือล้วนๆเจ้าค่ะเชื้อชาติไม่เกี่ยว)และนี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการว่าจ้าง พนักงานประจำชาติต่างชาติ เจ้าค่ะ

เมื่อพนักงานไม่พอจนถึงขั้นขาดแคลนแรงงาน สินค้าในโรงงานจึงไม่สามารถผลิตได้

     เพื่อนๆทราบหรือไม่ค่ะว่าโรงงานโอซาก้าเมอิบังนี้กำลังประสบปัญหาการขาดแคลนพนักงานขั้นวิกฤตค่ะ ซึ่งการหาบุคลากรที่จะนำมาเป็นพนักงานประจำในโรงงานนี้ก็ต้องไปสู้รบปรบมือและรวบรวมมาจากตลาดแรงงานเท่านั้น ทางโรงงานบอกอีกว่าบางครั้งอุตส่าห์รับพนักงานเข้ามาทำงานแต่มีบางคนทำงานแค่ 2-3 วันก็ลาออกไปซะแล้ว สงสัยว่าเป็นเพราะกระบวนการในการผลิตพลาสติกนั้นต้องใช้ความร้อนตั้งแต่ 200-300 องศา พนักงานที่ลาออกไปอาจจะทนไม่ได้ต่อสิ่งแวดล้อมที่มีความร้อนระดับนี้

เปิดประตูอ้าแขนรับพนักงานประจำอย่างเสรีและไม่ปิดกั้น

     เมื่อปีที่แล้วทางโรงงานโอซาก้าเมอิบังเริ่มว่าจ้างพนักงานประจำชาวพม่าเข้ามาทำงาน 6 คนค่ะ ซึ่งการรับพนักงานประจำที่เป็นชาวต่างชาตินี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ขั้นตอนที่ซับซ้อนที่ต่างจากเด็กฝึกงานเป็นอย่างมาก

     เริ่มแรกก็คือ ต้องยื่นขอวีซ่าทำงานให้กับพวกเขา 就労ビザ [syuurou-beza] และต้องเป็นคนค้ำประกันให้อีกด้วยค่ะ 身元引受人 [mimoto-hikiukejin] จากนั้นก็ต้องกรอกเอกสารต่างๆ อย่างเช่น เอกสารการปิดงบบัญชี และนำไปยื่นของวีซ่าที่กองตรวจคนเข้าเมือง 入国管理局 [nyuurkoku-kanrikyoku] เพื่อให้ทาง ต.ม. ตรวจสอบและออกวีซ่าทำงานให้

     ต่อมา การคิดค่าแรงขึ้นพื้นฐานโดยหลักๆแล้วก็ต้องคิดค่าแรงให้เหมือนกับพนักงานประจำชาวญี่ปุ่นค่ะแม้ว่าต้นทุนของพนักงานประจำชาวต่างชาติจะมากกว่าต้นทุนเด็กฝึกงานชาวญี่ปุ่นก็ตาม แต่ก็คุ้ม

ได้รับการปฎิบัติเทียบเท่าคนญี่ปุ่นไม่เลือกปฎิบัติ

     นี่คือคุณซง ชาวพม่า อายุ 24 ปี ทางโรงงานได้รับเข้ามาทำงานเมื่อปีที่แล้วค่ะ หลังจากจบการศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคในพม่าเธอก็มาเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ประเทศญี่ปุ่น จากนั้นไม่นานเธอก็ทราบข่าวการรับสมัครพนักงานประจำของโรงงานโอซาก้าเมอิบัง

     ตอนที่เธอตัดสินใจตอบรับการเข้าทำงานถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกว่าการมาต่างประเทศนั้นไม่ไม่ปลอดภัย แต่หลังจากที่คณะกรรมการของบริษัทและโรงงานเดินทางไปพบผู้ปกครองของเธอถึงประเทศพม่า ความลังเลของเธอจึงหายไปทันทีค่ะ (ว้าวเยี่ยมมากเลยค่ะ แบบนี้ตัดเรื่องการถูกหลอกและลอยแพที่ญี่ปุ่นไปได้แน่นอน)

     ส่วนเรื่องที่พักอาศัยของพนักงานประจำชาวต่างชาติในประเทศญี่ปุ่นที่ทางโรงงานจัดหาให้นั้น เป็นแมนชั่นห้องชุด 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว หรือ 1 LDK คุณซงได้พักอาศัยกับเพื่อนชาวพม่าที่ทางโรงงานรับเธอเข้าทำงาน 2 คน รายได้สุทธิรวมค่าทำโอทีแล้ว 1 เดือนเธอได้รับราวๆ 3 แสนเยน หรือ 9 หมื่นบาทไทยค่ะ! เธอบอกอีกว่าหลังจากเงินเดือนออกเธอก็ส่งเงินไปให้ทางบ้านที่พม่าใช้ราว 1 แสนเยน หรือ 3 หมื่นบาทไทย

     ส่วนโบนัสนั้นเธอจะได้ปีละ 2 ครั้งค่ะ สวัสดิการต่างๆก็ได้เหมือนคนญี่ปุ่น เช่น

ประกันภัยจากความเสี่ยงในการทำงานของบริษัทหรือโรงงาน 会社保険 [kaisya-hoken]

เงินบำนาญ 年金 [nenkin]

การรับประกัน ต่างๆ 保障 [hoshou]

     ในส่วนของการทำงานคุณซงก็ทำหน้าที่และรับผิดชอบการออกแบบแม่พิมพ์ ระหว่างเรียนรู้งานก็จะมีรุ่นพี่คอยสอนไปด้วยค่ะ เธอบอกว่าการทำงานแบบนี้จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงซึ่งในประเทศพม่าไม่สามารถทำได้ ดังนั้น การมาทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นจึงถือว่าคุ้มจริงๆ

อยากจะให้ผู้นำหรือผู้บริหารเป็นชาวต่างชาติบ้าง

​     ลักษณะการทำงานของคุณซง เมื่อทางโรงงานประเมินดูแล้วผลออกมาค่อนข้างมีประสิทธิภาพอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเป็นคนหัวอ่อนสอนอะไรก็เข้าใจง่ายจำง่ายเป็นงานเร็ว ในปีนี้ทางโรงงานจึงตัดสินใจรับพนักงานประจำที่เป็นชาวพม่าเพิ่มขึ้นอีก 10 คนค่ะ และในอนาคตทางโรงงานมีแนวคิดว่าอาจจะพิจารณาผู้บริหาร หรือหัวหน้าพนักงานให้เป็นชาวต่างชาติอีกด้วย

ความต้องการพนักงานประจำที่เป็นชาวต่างชาติสูงขึ้น

     ทั่วญี่ปุ่นมีการเปิดสัมมนาในหัวข้อ อยากรับพนักงานประจำที่เป็นชาวต่างชาติ หรือ 外国人を正社員として採用したい [gaikokujin wo seishain toshite saiyou shitai] อย่างเช่นงานสัมมนาของธนาคารเฮียวโกะชิงคิง ที่จังหวัดเฮียวโกะ 兵庫信用金庫 [hyougo shinyou kinshin] งานนี้มีเจ้าของธุรกิจระดับเล็กถึงระดับกลางเข้าร่วมมากกว่า 100 ราย เจ้าของธุรกิจทุกรายพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า อยากจะรับชาวต่างชาติจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้ามาทำงานด้วย

     คุณนิชิกาคิ วิทยากรเล่าให้ฟังว่า ที่พม่าทั้งๆที่ทุกๆปีมีนักศึกษาจบจากมหาวิทยาลัยเกือบ 2 แสน 5 หมื่นคนแต่กระนั้นธุรกิจห้างร้านต่างๆที่จะเข้าสู่ตลาดการค้ามีน้อยมากเหตุเพราะประเทศพม่าอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นการเข้าทำงานในบริษัทของชาวพม่าจึงถูกจำกัดอยู่บ้าง การเติบโตทางด้านเศรษฐกิจก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร ทางธุรกิจ ห้างร้าน โรงงาน และบริษัทในประเทศญี่ปุ่นจะเปิดโอกาสรับสมัครชาวพม่าเข้ามาเป็นพนักงานประจำค่ะ (หวังว่าในอนาคตอันใกล้นี้คงจะมุ่งเป้ามาที่ประเทศไทยบ้างนะเจ้าคะ)

การแย่งชิงบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถ

     คุณนิชิกาคิ วิทยากรพูดเตือนอ้อมๆว่า แรงงานคนเป็นสิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ที่ญี่ปุ่นเท่านั้น เนื่องจากชาวพม่าแยกย้ายกันไปทำงานที่ประเทศสิงคโปร์ ประเทศจีน และที่ประเทศไทย นั้นหมายความว่าในอนาคตอันใกล้แรงงานพม่าที่จะมาทำงานในประเทศญี่ปุ่นอาจจะลดลงก็เป็นได้

     ตอนนี้ทั่วโลกกำลังอยู่ในภาวะการแย่งชิงบุคลากรชาวต่างชาติที่มีความรู้ความสามารถชั้นเลิศกันอยู่นะเจ้าคะ ซึ่งพวกคุณไม่จำเป็นที่จะต้องเลือกมาทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นแค่ประเทศเดียวเท่านั้น ประเทศต่างๆทั่วโลกยังคงต้อนรับพวกคุณค่ะ แต่สาระในการเลือกประเทศที่จะไปทำงานก็คือ

1.มาตรฐานเงินเดือนที่พวกคุณจะได้รับ

2.ความก้าวหน้าในหน้าที่การงานในเวลาที่รวดเร็ว

     สุดท้ายนี้ฟ้าจังหวังว่าตัวอย่างของการรับพนักงานประจำและขั้นตอนต่างๆของโรงงานโอซาก้าเมอิบังคงจะเป็นประโยชน์และเป็นแนวทางที่จะทำให้เพื่อนๆนำมาใช้ประกอบการพิจารณาในการหางานทำที่ประเทศญี่ปุ่นนะเจ้าค่ะ เพื่อนๆจะได้ป้องกันตัวเองได้เจ้าค่ะฟ้าจังไม่อยากเห็นคนไทยหลอกคนไทยด้วยกันเอง คำแนะนำของฟ้าจังก็คือ 

    1. เลือกบริษัทหรือโรงงานในญี่ปุ่นที่มีพิกัดทำเลที่ตั้งแน่นอน ยิ่งเปิดกิจการมานานยิ่งดี จำไว้นะคะถ้าบริษัทหางานไม่บอกชื่อโรงงานหรือบริษัทให้พวกคุณทราบอย่าตัดสินใจมาทำงานเด็ดขาด

    2. จากตัวอย่างข้างต้น ไม่มีการให้ผู้สมัครงานออกเงินหรือค่าใช้จ่ายใดๆเลย ทางโรงงานจะออกให้เองหมด พร้อมดำเนินเรื่องขอวีซ่าทำงานให้คุณเอง สรุปคุณนั่งเฉยๆค่ะ 

     3. ทางบริษัทหรือโรงงานจากญี่ปุ่นควรส่งกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องมาทักทายหรือเยี่ยมผู้ใช้แรงงานและครอบครัวที่ไทยค่ะเพื่อสร้างความมั่นใจว่าไม่ได้หลอกคุณไปทำงาน หรือ หลอกคุณไปลอยแพ 

     4. ยิ่งคุณพูด ฟัง อ่าน เขียน ภาษาญี่ปุ่นได้ยิ่งได้เปรียบ เพราะมันจะง่ายต่อการสอนงาน ยิ่งคุณมีทักษะและฝีมือในวิชาชีพนั้นๆยิ่งได้เปรียบค่ะ เพราะคุณจะเป็นงานไวเจ้านายยิ่งชอบ ตัวเปล่าเล่าเปลือยมา คนญี่ปุ่นเขาไม่รับเข้าทำงานแน่นอนค่ะ

     ฝากแชร์บล็อกนี้บอกต่อๆกันไปด้วยนะคะ กราบค่ะ

แปลและเรียบเรียงใหม่โดย ฟ้าจังกะเทยไทยในญี่ปุ่น

Facebook Fanpage https://www.facebook.com/FahChan.Page

Youtube https://www.youtube.com/c/FahChanChannel

I Love Japan http://www.ilovejapan.co.th/authore-1/blogger/fahchan

บทความล่าสุด