w ทำงานในญี่ปุ่น

Fresh news from Japan!

We are excited to deliver you the the freshest news from Japan!

ประสบการณ์หางาน Part time ในประเทศญี่ปุ่น

By , วันศุกร์, 27 เมษายน 2561

หลังจากมาเรียนภาษาญี่ปุ่น ที่ประเทศญี่ปุ่นได้สักพักใหญ่ๆ เกิดอาการเบื่อๆเซ็งๆกับเวลาที่ว่างเกินไป

และภาษาที่ไม่ค่อยพัฒนาของตัวเอง ที่โรงเรียนเพื่อนๆใช้ภาษาอังกฤษคุยกัน จะใช้ภาษาญี่ปุ่น

เฉพาะใน Class เท่านั้น หากปล่อยไว้แบบนี้ การมาเรียนครั้งนี้คงได้สูญเปล่า เพื่อเป็นการฝึกภาษา

ให้คล่องขึ้นและใช้เวลาว่างหารายได้เสริม จึงเริ่มมองหางาน Part time ที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า

アルバイト (อะรุไบโตะ) หรือเรียกสั้นๆว่า "ไบโตะ" รายละเอียดขั้นตอนการหางานอะรุไบโตะ 

ต้าขอแปะลิงก์เพิ่มเติมของ Blogger RUMRAISIN G,

http://www.ilovejapan.co.th/life/entry/parttimeinjapan

เพื่อไว้เป็นข้อมูลนะคะ ในส่วนของต้า วันนี้จะเล่าถึงการสมัครงานผ่านบริษัทตัวแทนจัดหางาน 

หรือ Recruitment ที่เราค่อนข้างคุ้นเคยกัน ส่วนงานประจำหรือที่บริษัทสามารถออก Work permit ให้นั้น จะเล่าภายหลังนะคะ



หลังจาก Search ข้อมูลใน Internet พบบริษัทที่น่าสนใจและน่าเชื่อถือ จึงกรอกข้อมูลประวัติลงใน Website

วันถัดมาเจ้าหน้าที่ตอบ E-mail และขอ Skype หรือ ID Line เพื่อสัมภาษณ์และวัดระดับภาษาญี่ปุ่น

ผ่าน Video call และจะได้จัดหางานที่เหมาะสมให้ ในการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่จะใช้ภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด 

ฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง อันไหนไม่ได้จริงๆสามารถถามหรือตอบเป็นภาษาอังกฤษได้ 

คำถามประมาณว่า ต้องการงานประเภทไหน ทำงานได้วันไหนบ้าง สามารถทำงานได้ตั้งแต่เวลากี่โมงถึงกี่โมง 

ถ้าเดินทางโดยรถไฟ ต้องการระยะเวลาเดินทางจากสถานีที่ใกล้บ้านที่สุด ไม่เกินกี่นาทีจนถึงที่ทำงาน (ต้าแจ้งไม่เกิน 20 นาที)

เกือบ 90% งาน Part time จะเป็นงานในร้านอาหาร ต้าขอเน้นทำงานในครัว เพราะเป็นคนชอบทำอาหาร 

(แต่คงไม่พ้นล้างจาน) หรือถ้าได้งานทำเค้กจะปลื้มมาก หลังจากสัมภาษณ์เสร็จ เจ้าหน้าที่แจ้งว่ามีงานมาเสนอ 2 ที่ 

เป็นร้านอาหารประเภท Izakaya (อิซากะยะ) โดยพนักงานใหม่จะต้องเริ่มทำงานในครัวก่อนแล้วค่อยๆไต่ระดับ

ขึ้นมาเป็น Hall Staff (ทักทายลูกค้า รับออเดอร์ เสิร์ฟอาหาร เก็บจาน เก็บโต๊ะ และคิดเงิน)

ถ้าเรายอมรับเงื่อนไขของทางร้านได้ เช่น จำนวนชั่วโมงที่ต้องทำงาน ค่าจ้าง ค่าเดินทางและสถานที่ทำงาน เป็นต้น

เจ้าหน้าที่จะนัดวันเวลาสัมภาษณ์จริงกับทางผู้จัดการร้าน ที่เรียกว่า "เทนโจว" (店長)



จากนั้นเจ้าหน้าที่จะส่งแผนที่ให้ทาง Line แต่จะไม่มีชื่อร้าน จะแจ้งก็ต่อเมื่อเราเดินทางไปถึงสถานีปลายทาง

หรืออยู่บริเวณแถวร้านแล้ว คิดว่าเพื่อป้องกันไม่ให้ติดต่อกับร้านโดยตรงหรือไม่สมัครผ่านทางบริษัทนั่นเอง

ต้านัดสัมภาษณ์พร้อมกันทั้ง 2 ร้าน ในวันเดียวกัน ร้านแรกใช้เวลาเดินทางด้วยรถไฟประมาณ 10 นาที 

ในวันสัมภาษณ์จริงเตรียมแค่กระดาษกับปากกา ในส่วนของ Resume ทางบริษัททำให้และส่งให้กับทางร้านโดยตรง 

ก่อนไปเตรียมตัวเป็นอย่างดี เพราะอ่านรีวิวมาเยอะมาก ท่องบทสัมภาษณ์เน้นสุภาพถึงสุภาพที่สุด 

และไม่ต้องห่วงว่าจะไปไม่ถูก เพราะเจ้าหน้าที่จะคอยช่วยเหลือ ตอบ Line ตลอดเวลา 

หลังจากที่เดินทางไปถึงร้าน อีก 2 นาที จะถึงเวลานัดหมาย ยังเห็นร้านปิด ยืนด้อมๆมองๆอยู่หน้าร้าน 

"จะเข้าไปยังไงหว่าาา..าา??" คิดสงสัย พอบ่ายโมงตรงพอดี มีผู้ชายเดินตรงเข้ามาเปิดร้าน

หันมาถาม "มาสัมภาษณ์ใช่ป่ะ??" ต้าพยักหน้าหงึกๆๆ ครั้งแรกเลยรู้สึกประหม่ามากไปหน่อย

ลืมทุกอย่างที่ท่องมา ( =_= ) คนนี้คือเทนโจว การสัมภาษณ์ก็สัมภาษณ์กันในร้านตรงนั้นเลย

เพราะร้านเปิดช่วงเย็น เลยยังไม่มีลูกค้ามาใช้บริการ ร้านค่อนข้างมืด เปิดไฟสลัวๆแค่ดวงเดียว 

ที่สาดมายังโต๊ะที่นั่งสัมภาษณ์ เทนโจวเลือกนั่งข้างๆ สบายๆ เหมือนนั่งคุยกับเพื่อน 



อยากบอกว่าเทนโจว งานดีมากกกกกกกก…อร๊ายยย ( >///<)  หน้าตาหล่อละมุน ตัวสูง 

ผิวขาวเนียนละเอียด หุ่น Smart ดูจากสายตา อายุไม่น่าเกิน 28-29 ปี

หลังจากที่แนะนำตัวกันสั้นๆ เทนโจวหยิบมือถือขึ้นมา เปิด E-mail อ่านประวัติคร่าวๆ

เทนโจว      : เป็นคนไทยเหรอ? อยู่ญี่ปุ่นนานยัง? / ตายังคงมองที่มือถือ

ต้า               : ค่ะ….ค่ะ เป็นคนไทย เพิ่งมาอยู่ได้ประมาณ 3 เดือนค่ะ // ยิ้มเบาๆ

เทนโจว       : ผมเองก็เคยอยู่ไทยมาประมาณ 4 ปี อืมมม…น่าจะประมาณนั้น

ต้า               : แล้วพูดภาษาไทยได้ไหมคะ? // เอียงคอถาม

เทนโจว      : ไม่ได้เลยยยย….// ทำหน้าออดอ้อน ชะม้อย ชม้ายชายตา

คุยเรื่องงานกันประมาณเกือบ 20 นาที เพราะต้าค่อนข้างตอบช้าด้วยภาษางูๆปลาๆ

ตอนนั้นสังเกตว่าขาของเทนโจวมาโดนขาของตัวเอง ทีแรกคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญ เลยขยับขาออกห่างประมาณ 4-5 ครั้ง 

แต่ยังโดนเหมือนเดิมทุกรอบ จังหวะนั้นเทนโจวยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ พร้อมมือที่ยื่นมาวางไว้บนเก้าอี้ด้านหลังที่นั่ง

ชำเรืองตาไปดู อีกนิดเดียวนี่หอมแก้มได้เลย สายตาเทนโจวหวานหยาดเยิ้ม พูดขึ้นด้วยเสียงเบาๆช้าๆนุ่มนวลชวนเคลิบเคลิ้ม 

"จริงๆจะให้ไปทำอีกสาขา แต่สาขานั้นไกลกว่าที่นี่ หรือจะให้ทำสาขานี้ดีน้าา.าา.."

"คุณเทนโจว!! ข้าเพิ่งออกนอกเรือนมาสัมภาษณ์ที่แรกและครั้งแรก มิรู้กิริยาชะม้อย ชม้ายชายตา

ของออเจ้าเป็นวิสัยปกติหรือเผลอไผล แต่จะเป็นเพราะเหตุอันใดก็มิบังควรกระทำ หากผู้ใดมา

พบเข้าจะเอาไปนินทาได้ว่า ข้านั้นใจง่าย!! (คิดในใจ) " ต้าขยับออกมาเพื่อบอกให้รู้ว่าไม่โอเคกับการกระทำแบบนี้ 

ถ้านี่เป็นการเดท คงจะเป็นอะไรที่โรแมนซ์มากๆ แต่นี่ฉันมาสัมภาษณ์นะ!!! TT^TT จึงจบการสัมภาษณ์แค่นั้น 

ไม่รอฟังผลสัมภาษณ์ ไม่ถามต่ออะไรทั้งนั้น เดินออกมาเลย ถึงผ่านก็ไม่ทำ

ชิ!! ...คว่ำปาก มองบน เห็นว่าหล่อหรอกนะ เลยให้อภัย ไม่ติดใจอะไร ฮ่าๆๆๆๆ (>///< ) ไปค่ะ!! ร้านต่อไป



ร้านที่ 2 พอไปถึงเห็นเทนโจวเตรียมของเปิดร้าน คนนี้ดูเด็กกว่าร้านแรกมาก อายุไม่น่าเกิน 24 -25 ปี 

แต่เร็ว คล่องแคล่ว ว่องไว เดินมายกเก้าอี้ลงเพื่อให้ต้านั่ง พร้อมวิ่งไปหยิบโน้ตบุ๊กเปิด E-mail ดูประวัติ ไม่พูดพร่ำทำเพลง

หยิบกระดาษพร้อมปากกาถามวันและเวลาที่สามารถทำงานได้ คนนี้ทำอะไรด้วยความเร็ว เร็วจนรอฟังคำตอบจากต้าไม่ได้ 

เพราะตอบช้าไม่ทันใจ หันไปใช้ Google translate พิมพ์ๆแปลๆ แล้วหันมาให้อ่าน โดยต้ามีหน้าที่ตอบแค่ "ได้หรือไม่ได้" 

ว่าร้านแรกชิลแล้ว คนนี้ชิลกว่า เวลาถูกใจ ชอบใจ จะหัวเราะพร้อมทั้งยกขา ยกแขน หมุนไป หมุนมา อ่านรีวิวมา

เราก็นึกว่าเทนโจวต้องนิ่งๆ ขรึมๆ วางมาดให้ดูน่าเกรงขาม แต่นี่ตรงกันข้ามทุกอย่าง แต่ก็ดีอีกแบบ เพราะไม่รู้สึกกดดันจนเกินไป 

ในร้านมีพนักงานอีก 2 คน ที่เพิ่งเดินเข้ามา เทนโจวเลยส่งเสียงทักทาย

เทนโจว         : โอะฮะโยวววว…ววววว

พนักงาน         : ………………………………..เงียบ

เทนโจว         : โอะฮะ….โยวววว…วว….ววว!!!

พนักงาน         : ……………………………………………...เงียบ

เทนโจว         : อยู่กันไหมเนี่ย!! ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ // แล้วหันมาคุยกับต้าต่อ

อีกคนยกเครื่องดูดฝุ่นมาดูดข้างๆช้าๆ เนิบๆ พร้อมกับใบหน้าที่ไร้วิญญาณ คิดในใจ….คงเหนื่อยจากงานมั้ง 

ไม่แปลกเพราะเทนโจวบอกว่า ลูกค้าที่ร้านมีไม่น้อยกว่าวันละ 100 คน การทำงานจึงต้องเร็วและจริงจัง จะมัวช้าไม่ได้

เห็นแทนโจวก็พอจะเดาออกแล้วล่ะ ว่าต้องเร็วแค่ไหน ต้าไม่ได้ตอบตกลงที่นี่ไป เพราะเขาขอบางวันให้มาทำงาน

ช่วง 5 ทุ่ม ถึง ตี 3 แถมจะเอาทั้งภาษาญี่ปุ่น อังกฤษและจีน ค่าจ้างชั่วโมงละ 1,050 เยน มีค่ารถให้วันละ 500 เยน 

กินข้าวที่ร้านลดให้ 20 %  เฉพาะค่า Taxi จากร้านกลับบ้านปาเข้าไป 3,000 กว่าเยนแล้ว  กว่าลูกค้าคนสุดท้ายจะลุก 

กว่าจะเก็บร้านเสร็จ คิดยังไงก็ไม่คุ้ม เลยปฏิเสธไป วันต่อมามี Line จากบริษัท แจ้งว่าทางร้านอยากได้เบอร์โทร 

เพื่อขอโทรคุยโดยตรงและมีเงื่อนไขพิเศษให้ ถ้าตกลงทำงานที่ร้าน ไม่ได้ถามว่าร้านไหน 

เพราะแจ้งเจ้าหน้าที่ไปว่าไม่ให้และไม่ขอทำกับทั้งสองร้านนี้ ไม่ใช่ว่าเลือกเยอะ แต่เราพิจารณาตัวเองแล้วว่า

เราไม่เหมาะกับร้านมากกว่า งานร้านอาหาร งาน Part time ที่โตเกียวมีเยอะมาก 

จึงมองหาร้านที่อยากทำจริงๆและเหมาะกับตัวเองมากกว่า



เอาจริงๆข้อมูลที่บริษัทให้มาไม่ค่อยครบ เพราะเขามักแจ้งข้อมูลในทางเชิงบวกไว้ก่อน เพื่อให้เราอยากสมัคร

ไปสัมภาษณ์จริงถึงจะรู้และตกลงหน้างานกันอีกที เท่าที่สัมภาษณ์จากทั้งสองร้านมา เขาจะให้เริ่ม

ทำงานเป็น Hall Staff ไปเลย คือต้อนรับลูกค้า รับออเดอร์ คิดเงิน จนไปถึงงานในครัว

พูดง่ายๆคือเขาใช้จนคุ้มกับค่าจ้างที่ต้องจ่าย งานร้านอาหารเป็นงานที่ค่อนข้างหนัก แต่ข้อดีมีอีกมาก

ได้ฝึกภาษา ได้ฝึกแก้สถานการณ์เฉพาะหน้า ได้ประสบการณ์ และที่สำคัญได้ฝึกความอดทนสูงลิ่ว

ไว้ครั้งหน้าต้าจะมาเล่าการทำงานในร้านอาหาร ลูกค้าที่ต้องรับมือ ลูกค้าญี่ปุ่นจะสุภาพหรือร้ายกาจ

ฝากติดตามด้วยนะคะ ^^ ท้ายบล็อกต้ามีคลิปดีๆจากมายเซนเซประโยคที่ใช้ในการสัมภาษณ์งาน

เผื่อใครกำลังเตรียมตัวไปสัมภาษณ์งานต้องดูคลิปนี้เลย…. สำหรับวันนี้ Bye byeeeee……





ขอบคุณภาพจาก 

http://diamond.jp/articles/-/149898

https://gogonihon.com/de/blog/ganbaru/

http://takablo.com/jp/movies/60658/

https://www.oricon.co.jp/news/2083901/photo/4/

http://diamond.jp/articles/-/115810

http://amiranet.jp/esl/invite-someone/

หลังจากมาเรียนภาษาญี่ปุ่น ที่ประเทศญี่ปุ่นได้สักพักใหญ่ๆ เกิดอาการเบื่อๆเซ็งๆกับเวลาที่ว่างเกินไป

และภาษาที่ไม่ค่อยพัฒนาของตัวเอง ที่โรงเรียนเพื่อนๆใช้ภาษาอังกฤษคุยกัน จะใช้ภาษาญี่ปุ่น

เฉพาะใน Class เท่านั้น หากปล่อยไว้แบบนี้ การมาเรียนครั้งนี้คงได้สูญเปล่า เพื่อเป็นการฝึกภาษา

ให้คล่องขึ้นและใช้เวลาว่างหารายได้เสริม จึงเริ่มมองหางาน Part time ที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า

アルバイト (อะรุไบโตะ) หรือเรียกสั้นๆว่า "ไบโตะ" รายละเอียดขั้นตอนการหางานอะรุไบโตะ 

ต้าขอแปะลิงก์เพิ่มเติมของ Blogger RUMRAISIN G,

http://www.ilovejapan.co.th/life/entry/parttimeinjapan

เพื่อไว้เป็นข้อมูลนะคะ ในส่วนของต้า วันนี้จะเล่าถึงการสมัครงานผ่านบริษัทตัวแทนจัดหางาน 

หรือ Recruitment ที่เราค่อนข้างคุ้นเคยกัน ส่วนงานประจำหรือที่บริษัทสามารถออก Work permit ให้นั้น จะเล่าภายหลังนะคะ



หลังจาก Search ข้อมูลใน Internet พบบริษัทที่น่าสนใจและน่าเชื่อถือ จึงกรอกข้อมูลประวัติลงใน Website

วันถัดมาเจ้าหน้าที่ตอบ E-mail และขอ Skype หรือ ID Line เพื่อสัมภาษณ์และวัดระดับภาษาญี่ปุ่น

ผ่าน Video call และจะได้จัดหางานที่เหมาะสมให้ ในการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่จะใช้ภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด 

ฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง อันไหนไม่ได้จริงๆสามารถถามหรือตอบเป็นภาษาอังกฤษได้ 

คำถามประมาณว่า ต้องการงานประเภทไหน ทำงานได้วันไหนบ้าง สามารถทำงานได้ตั้งแต่เวลากี่โมงถึงกี่โมง 

ถ้าเดินทางโดยรถไฟ ต้องการระยะเวลาเดินทางจากสถานีที่ใกล้บ้านที่สุด ไม่เกินกี่นาทีจนถึงที่ทำงาน (ต้าแจ้งไม่เกิน 20 นาที)

เกือบ 90% งาน Part time จะเป็นงานในร้านอาหาร ต้าขอเน้นทำงานในครัว เพราะเป็นคนชอบทำอาหาร 

(แต่คงไม่พ้นล้างจาน) หรือถ้าได้งานทำเค้กจะปลื้มมาก หลังจากสัมภาษณ์เสร็จ เจ้าหน้าที่แจ้งว่ามีงานมาเสนอ 2 ที่ 

เป็นร้านอาหารประเภท Izakaya (อิซากะยะ) โดยพนักงานใหม่จะต้องเริ่มทำงานในครัวก่อนแล้วค่อยๆไต่ระดับ

ขึ้นมาเป็น Hall Staff (ทักทายลูกค้า รับออเดอร์ เสิร์ฟอาหาร เก็บจาน เก็บโต๊ะ และคิดเงิน)

ถ้าเรายอมรับเงื่อนไขของทางร้านได้ เช่น จำนวนชั่วโมงที่ต้องทำงาน ค่าจ้าง ค่าเดินทางและสถานที่ทำงาน เป็นต้น

เจ้าหน้าที่จะนัดวันเวลาสัมภาษณ์จริงกับทางผู้จัดการร้าน ที่เรียกว่า "เทนโจว" (店長)



จากนั้นเจ้าหน้าที่จะส่งแผนที่ให้ทาง Line แต่จะไม่มีชื่อร้าน จะแจ้งก็ต่อเมื่อเราเดินทางไปถึงสถานีปลายทาง

หรืออยู่บริเวณแถวร้านแล้ว คิดว่าเพื่อป้องกันไม่ให้ติดต่อกับร้านโดยตรงหรือไม่สมัครผ่านทางบริษัทนั่นเอง

ต้านัดสัมภาษณ์พร้อมกันทั้ง 2 ร้าน ในวันเดียวกัน ร้านแรกใช้เวลาเดินทางด้วยรถไฟประมาณ 10 นาที 

ในวันสัมภาษณ์จริงเตรียมแค่กระดาษกับปากกา ในส่วนของ Resume ทางบริษัททำให้และส่งให้กับทางร้านโดยตรง 

ก่อนไปเตรียมตัวเป็นอย่างดี เพราะอ่านรีวิวมาเยอะมาก ท่องบทสัมภาษณ์เน้นสุภาพถึงสุภาพที่สุด 

และไม่ต้องห่วงว่าจะไปไม่ถูก เพราะเจ้าหน้าที่จะคอยช่วยเหลือ ตอบ Line ตลอดเวลา 

หลังจากที่เดินทางไปถึงร้าน อีก 2 นาที จะถึงเวลานัดหมาย ยังเห็นร้านปิด ยืนด้อมๆมองๆอยู่หน้าร้าน 

"จะเข้าไปยังไงหว่าาา..าา??" คิดสงสัย พอบ่ายโมงตรงพอดี มีผู้ชายเดินตรงเข้ามาเปิดร้าน

หันมาถาม "มาสัมภาษณ์ใช่ป่ะ??" ต้าพยักหน้าหงึกๆๆ ครั้งแรกเลยรู้สึกประหม่ามากไปหน่อย

ลืมทุกอย่างที่ท่องมา ( =_= ) คนนี้คือเทนโจว การสัมภาษณ์ก็สัมภาษณ์กันในร้านตรงนั้นเลย

เพราะร้านเปิดช่วงเย็น เลยยังไม่มีลูกค้ามาใช้บริการ ร้านค่อนข้างมืด เปิดไฟสลัวๆแค่ดวงเดียว 

ที่สาดมายังโต๊ะที่นั่งสัมภาษณ์ เทนโจวเลือกนั่งข้างๆ สบายๆ เหมือนนั่งคุยกับเพื่อน 



อยากบอกว่าเทนโจว งานดีมากกกกกกกก…อร๊ายยย ( >///<)  หน้าตาหล่อละมุน ตัวสูง 

ผิวขาวเนียนละเอียด หุ่น Smart ดูจากสายตา อายุไม่น่าเกิน 28-29 ปี

หลังจากที่แนะนำตัวกันสั้นๆ เทนโจวหยิบมือถือขึ้นมา เปิด E-mail อ่านประวัติคร่าวๆ

เทนโจว      : เป็นคนไทยเหรอ? อยู่ญี่ปุ่นนานยัง? / ตายังคงมองที่มือถือ

ต้า               : ค่ะ….ค่ะ เป็นคนไทย เพิ่งมาอยู่ได้ประมาณ 3 เดือนค่ะ // ยิ้มเบาๆ

เทนโจว       : ผมเองก็เคยอยู่ไทยมาประมาณ 4 ปี อืมมม…น่าจะประมาณนั้น

ต้า               : แล้วพูดภาษาไทยได้ไหมคะ? // เอียงคอถาม

เทนโจว      : ไม่ได้เลยยยย….// ทำหน้าออดอ้อน ชะม้อย ชม้ายชายตา

คุยเรื่องงานกันประมาณเกือบ 20 นาที เพราะต้าค่อนข้างตอบช้าด้วยภาษางูๆปลาๆ

ตอนนั้นสังเกตว่าขาของเทนโจวมาโดนขาของตัวเอง ทีแรกคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญ เลยขยับขาออกห่างประมาณ 4-5 ครั้ง 

แต่ยังโดนเหมือนเดิมทุกรอบ จังหวะนั้นเทนโจวยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ พร้อมมือที่ยื่นมาวางไว้บนเก้าอี้ด้านหลังที่นั่ง

ชำเรืองตาไปดู อีกนิดเดียวนี่หอมแก้มได้เลย สายตาเทนโจวหวานหยาดเยิ้ม พูดขึ้นด้วยเสียงเบาๆช้าๆนุ่มนวลชวนเคลิบเคลิ้ม 

"จริงๆจะให้ไปทำอีกสาขา แต่สาขานั้นไกลกว่าที่นี่ หรือจะให้ทำสาขานี้ดีน้าา.าา.."

"คุณเทนโจว!! ข้าเพิ่งออกนอกเรือนมาสัมภาษณ์ที่แรกและครั้งแรก มิรู้กิริยาชะม้อย ชม้ายชายตา

ของออเจ้าเป็นวิสัยปกติหรือเผลอไผล แต่จะเป็นเพราะเหตุอันใดก็มิบังควรกระทำ หากผู้ใดมา

พบเข้าจะเอาไปนินทาได้ว่า ข้านั้นใจง่าย!! (คิดในใจ) " ต้าขยับออกมาเพื่อบอกให้รู้ว่าไม่โอเคกับการกระทำแบบนี้ 

ถ้านี่เป็นการเดท คงจะเป็นอะไรที่โรแมนซ์มากๆ แต่นี่ฉันมาสัมภาษณ์นะ!!! TT^TT จึงจบการสัมภาษณ์แค่นั้น 

ไม่รอฟังผลสัมภาษณ์ ไม่ถามต่ออะไรทั้งนั้น เดินออกมาเลย ถึงผ่านก็ไม่ทำ

ชิ!! ...คว่ำปาก มองบน เห็นว่าหล่อหรอกนะ เลยให้อภัย ไม่ติดใจอะไร ฮ่าๆๆๆๆ (>///< ) ไปค่ะ!! ร้านต่อไป



ร้านที่ 2 พอไปถึงเห็นเทนโจวเตรียมของเปิดร้าน คนนี้ดูเด็กกว่าร้านแรกมาก อายุไม่น่าเกิน 24 -25 ปี 

แต่เร็ว คล่องแคล่ว ว่องไว เดินมายกเก้าอี้ลงเพื่อให้ต้านั่ง พร้อมวิ่งไปหยิบโน้ตบุ๊กเปิด E-mail ดูประวัติ ไม่พูดพร่ำทำเพลง

หยิบกระดาษพร้อมปากกาถามวันและเวลาที่สามารถทำงานได้ คนนี้ทำอะไรด้วยความเร็ว เร็วจนรอฟังคำตอบจากต้าไม่ได้ 

เพราะตอบช้าไม่ทันใจ หันไปใช้ Google translate พิมพ์ๆแปลๆ แล้วหันมาให้อ่าน โดยต้ามีหน้าที่ตอบแค่ "ได้หรือไม่ได้" 

ว่าร้านแรกชิลแล้ว คนนี้ชิลกว่า เวลาถูกใจ ชอบใจ จะหัวเราะพร้อมทั้งยกขา ยกแขน หมุนไป หมุนมา อ่านรีวิวมา

เราก็นึกว่าเทนโจวต้องนิ่งๆ ขรึมๆ วางมาดให้ดูน่าเกรงขาม แต่นี่ตรงกันข้ามทุกอย่าง แต่ก็ดีอีกแบบ เพราะไม่รู้สึกกดดันจนเกินไป 

ในร้านมีพนักงานอีก 2 คน ที่เพิ่งเดินเข้ามา เทนโจวเลยส่งเสียงทักทาย

เทนโจว         : โอะฮะโยวววว…ววววว

พนักงาน         : ………………………………..เงียบ

เทนโจว         : โอะฮะ….โยวววว…วว….ววว!!!

พนักงาน         : ……………………………………………...เงียบ

เทนโจว         : อยู่กันไหมเนี่ย!! ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ // แล้วหันมาคุยกับต้าต่อ

อีกคนยกเครื่องดูดฝุ่นมาดูดข้างๆช้าๆ เนิบๆ พร้อมกับใบหน้าที่ไร้วิญญาณ คิดในใจ….คงเหนื่อยจากงานมั้ง 

ไม่แปลกเพราะเทนโจวบอกว่า ลูกค้าที่ร้านมีไม่น้อยกว่าวันละ 100 คน การทำงานจึงต้องเร็วและจริงจัง จะมัวช้าไม่ได้

เห็นแทนโจวก็พอจะเดาออกแล้วล่ะ ว่าต้องเร็วแค่ไหน ต้าไม่ได้ตอบตกลงที่นี่ไป เพราะเขาขอบางวันให้มาทำงาน

ช่วง 5 ทุ่ม ถึง ตี 3 แถมจะเอาทั้งภาษาญี่ปุ่น อังกฤษและจีน ค่าจ้างชั่วโมงละ 1,050 เยน มีค่ารถให้วันละ 500 เยน 

กินข้าวที่ร้านลดให้ 20 %  เฉพาะค่า Taxi จากร้านกลับบ้านปาเข้าไป 3,000 กว่าเยนแล้ว  กว่าลูกค้าคนสุดท้ายจะลุก 

กว่าจะเก็บร้านเสร็จ คิดยังไงก็ไม่คุ้ม เลยปฏิเสธไป วันต่อมามี Line จากบริษัท แจ้งว่าทางร้านอยากได้เบอร์โทร 

เพื่อขอโทรคุยโดยตรงและมีเงื่อนไขพิเศษให้ ถ้าตกลงทำงานที่ร้าน ไม่ได้ถามว่าร้านไหน 

เพราะแจ้งเจ้าหน้าที่ไปว่าไม่ให้และไม่ขอทำกับทั้งสองร้านนี้ ไม่ใช่ว่าเลือกเยอะ แต่เราพิจารณาตัวเองแล้วว่า

เราไม่เหมาะกับร้านมากกว่า งานร้านอาหาร งาน Part time ที่โตเกียวมีเยอะมาก 

จึงมองหาร้านที่อยากทำจริงๆและเหมาะกับตัวเองมากกว่า



เอาจริงๆข้อมูลที่บริษัทให้มาไม่ค่อยครบ เพราะเขามักแจ้งข้อมูลในทางเชิงบวกไว้ก่อน เพื่อให้เราอยากสมัคร

ไปสัมภาษณ์จริงถึงจะรู้และตกลงหน้างานกันอีกที เท่าที่สัมภาษณ์จากทั้งสองร้านมา เขาจะให้เริ่ม

ทำงานเป็น Hall Staff ไปเลย คือต้อนรับลูกค้า รับออเดอร์ คิดเงิน จนไปถึงงานในครัว

พูดง่ายๆคือเขาใช้จนคุ้มกับค่าจ้างที่ต้องจ่าย งานร้านอาหารเป็นงานที่ค่อนข้างหนัก แต่ข้อดีมีอีกมาก

ได้ฝึกภาษา ได้ฝึกแก้สถานการณ์เฉพาะหน้า ได้ประสบการณ์ และที่สำคัญได้ฝึกความอดทนสูงลิ่ว

ไว้ครั้งหน้าต้าจะมาเล่าการทำงานในร้านอาหาร ลูกค้าที่ต้องรับมือ ลูกค้าญี่ปุ่นจะสุภาพหรือร้ายกาจ

ฝากติดตามด้วยนะคะ ^^ ท้ายบล็อกต้ามีคลิปดีๆจากมายเซนเซประโยคที่ใช้ในการสัมภาษณ์งาน

เผื่อใครกำลังเตรียมตัวไปสัมภาษณ์งานต้องดูคลิปนี้เลย…. สำหรับวันนี้ Bye byeeeee……





ขอบคุณภาพจาก 

http://diamond.jp/articles/-/149898

https://gogonihon.com/de/blog/ganbaru/

http://takablo.com/jp/movies/60658/

https://www.oricon.co.jp/news/2083901/photo/4/

http://diamond.jp/articles/-/115810

http://amiranet.jp/esl/invite-someone/

บทความล่าสุด