w ทำงานในญี่ปุ่น

Fresh news from Japan!

We are excited to deliver you the the freshest news from Japan!

ทำงานที่ญี่ปุ่น ได้เงินเดือนเท่าไหร่!!!!

By , วันพฤหัสบดี, 16 พฤศจิกายน 2560

สวัสดีค่ะ ค่า ช่วงนี้หายไปนาน เรายังสบายดีอยู่นะคะ><

คราวที่แล้วเราเขียน สัญญาจ้างและภาษีที่ต้องเสียไปแล้ว

คราวนี้เรามาเข้าเรื่องรายได้กันบ้าง ให้มันรู้กันไปเลยว่าทำงานที่ญี่ปุ่น

ดีจริงไหม เก็บเงินได้จริงหรือเปล่า 


ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าเมื่อทำงานที่ญี่ปุ่นแล้วจะไม่ว่าจะเป็นคนต่างชาติหรือ

คนญี่ปุ่น โดยมากก็จะได้เงินเดือนเรทเดียวกันค่ะ ไม่ค่อยมีแบ่งแยกเท่าไหร่

(ยกเว้นงานบางสาย) จากที่ฟังๆคนอื่นและจากประสบการณ์ที่ตัวเองเจอมา

หลายเคสที่คนต่างชาติจะได้เงินดีกว่าหรือสวัสดิการอะไรๆดีกว่าคนญี่ปุ่นด้วย

เพราะเรามาทำงานไกลบ้าน และมีข้อจำกัดเรื่องวีซ่า


เครดิตภาพ http://www.photo-ac.com/

​เรามาเริ่มจากเงินเดือนเด็กจบใหม่กันก่อนค่ะ 

ตามปกติแล้วเด็กจบใหม่มาไม่ว่าจะอาชีพไหน เงินเดือนจะเรทเดียวกัน 

เกือบหมด(ใช้คำว่า 'เกือบ' นะคะ เพราะมีเคสพิเศษอีกมากมาย) 

เรทเงินจะตามวุฒิที่เรียนจบ 

ผลวิจัย​​ค่าเฉลี่ยเงินเดือนของเด็กจบใหม่ในปี 2016 คือ 

★จบมัธยมปลาย         เงินเดือนเริ่มที่ 164,894 เยน

★จบมหาลัยระยะสั้น /โรงเรียนวิชาชีพ(เซมมง) เงินเดือนเริ่มที่ 177,822 เยน

★ปริญญาตรี               เงินเดือนเริ่มที่ 210,313 เยน

★จบปริญญาโท/เอก    เงินเดือนเริ่มที่ 227,505 เยน


ที่มาของผลวิจัยดูได้ที่นี่ค่ะ 


เครดิตภาพ http://www.photo-ac.com/

ตัวเลขด้านบนคือค่าเฉลี่ยของทั่วประเทศซึ่งแต่ละเขตอาจจะมีเรทเงินเดือนที่ไม่เท่ากัน

ตัวเลขเลยออกมาแปลกๆ สำหรับประสบการณ์ตรงที่เราเจอมา ทั้งของตัวเองและจากสอบถาม

เงินเดือนเพื่อนๆรอบตัว

เรทเงินเดือนเด็กจบใหม่ (โตเกียว, โอซาก้า) ใน​​​กรณีปกติ

★จบมหาวิทยาลัยระยะสั้น/ โรงเรียนวิชาชีพ(เซมมง)  เงินเดือนเริ่มที่ 190,000 เยน

(เคยเจอน้อยที่สุดคือ 140,000 เยน)

★จบปริญญาตรี   เงินเดือนเริ่มที่  210,000 เยน (เคยเจอน้อยที่สุด 180,000 เยน)

★จบปริญญาโท   เงินเดือนเริ่มที่  230,000 เยน 

★จบปริญญาเอก  เงินเดือนเริ่มที่  250,000 เยน


นอกจากนี้บางบริษัทหรือบางอาชีพ รับพนักงานแบบไม่สนใจวุฒิ 

ส่วนใหญ่จะเป็นงานที่จะใช้วุฒิอะไรจบมาก็ทำได้ เพราะบริษัทจะเทรนงานอีกรอบ 

เช่น งานสายการขาย งานสายบริการ หรืองานที่ต้องใช้ความสามารถ 

ซึ่งทางบริษัทจะดูผลงาน หรือมีข้อสอบให้ทำ เช่น งานสายอนิเมะ เกม และดีไซน์ 


บริษัทแนวนี้ หลายๆที่เงินเดือนจะเริ่มต้นที่ 180,000 - 240,000 เยน 

ขอยกตัวอย่างบริษัทงานสายครีเอทีพที่เราเคยเจอมา 

รับพนักงานจบใหม่แบบไม่สนใจวุฒิพนักงาน

เงินเดือนเริ่มที่ 210,000 เยน ซึ่งพนักงานก็มีทั้งคนที่จบเซมมง  ปริญญาตรี  

ปริญญาโท(จากต่างประเทศ) และแม้แต่ม. ปลาย(เรียนมหาวิยาลัยแต่ไม่จบ ลาออกมาก่อน) 

แถมคนที่จบปริญญาตรีก็มาจากต่างคณะกัน มีทั้งคณะบริหาร คณะกฎหมาย คณะวิศวะก็ยังมี

แน่นอนว่า คนที่มีประสบการณ์ทำงานแล้ว แต่เปลี่ยนสายงานมา เค้าก็ให้เงินเดือน 210,000 เยน 

เช่นกัน คนที่ย้ายสายงานมาก็มีทั้งเป็นแอร์โฮสเตส  ซิสเต็มเอ็นจิเนีย  

พนักงานร้านในสถานเสริมความงาม  เมดไอดอลที่อากิฮาบาร่า 

จริงๆเราแอบรู้สึกว่าที่ญี่ปุ่นเปลี่ยนสายงานกันง่ายนะถ้ามีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และยอม

ลดเงินเดือนตัวเอง อย่างเคสซิสเต็มเอ็นจิเนียเงินเดือนที่เก่าเค้าได้ 600,000 เยน 

ก็ยอมย้ายงานลดเงินเดือนตัวเองมาเหลือ 210,000 เยน เพราะอยากมาทำงานสายครีเอทีพตามความฝัน

เท่าที่เห็นหลายคนทำงานไม่รอด ก็ลาออกแล้วกลับไปทำงานสายเดิม.................... 


เครดิตภาพ http://www.photo-ac.com/

ที่กล่าวๆมาในด้านบนนั้นคือเคสปกติของมนุษย์ธรรมดาเดินดินทั่วไปค่ะ

จากนี้ไปเราขอมาพูดถึงเคสไม่ปกติกันบ้าง หึหึหึหึ


ในบรรดาเด็กจบใหม่ปริญญาโท เราเจอคนที่ได้เงินเดือนเริ่มต้นที่

600,000 เยน (บริษัทแนวสตาร์ตอัป งาน​สาย IT)


ไม่ได้อ่านผิดค่ะหกแสนเยนจริงๆ ตอนแรกเราก็แทบไม่เชื่อ ฮือออ

นี่มันไม่ใช่คน นี่มันเทพ ชัดๆ แต่หลังจากนั้น ก็เข้าช่วงที่เพื่อนๆที่เรียน 

ปริญญาโท,ปริญญาเอกในมหาลัยTopๆเรียนจบทำงานและคุยเรื่องเงินเดือนกัน 

ก็ได้พบว่า มีหลายคนที่เงินเดือนเริ่มต้นมากกว่าเรทปกติ 

แต่คนที่ได้ตามเรทปกติก็มีไม่น้อยค่ะ บางคนจบมหาลัยเดียวกันรุ่นเดียวกัน 

ต่เงินเดือนเริ่มต้นต่างกันเยอะก็มี


สำหรับเคสที่เงินเดือนเริ่มต้นมากกว่าเรทปกติมากๆนั้น ส่วนมาก 

จะเป็นบริษัทต่างชาติในญี่ปุ่นหรือไม่ก็บริษัทญี่ปุ่นที่ออกแนวอินเตอร์ๆ

ซึ่งในบริษัทจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางสำหรับการสื่อสารภายใน

พนักงานชาวต่างชาติที่พูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ก็ไม่มีปัญหาอะไร


เราจึงขอสรุปว่าบริษัทต่างชาติในญี่ปุ่นให้เงินเดือนดีกว่า บริษัทญี่ปุ่นในญี่ปุ่น 

แน่นอนว่าบริษัทที่ให้เงินเดือนเริ่มต้นสูงๆนั้นก็เข้ายากค่ะ 

มีสอบข้อเขียนหลายครั้ง และสัมภาษณ์หลายรอบ บางบริษัทผู้สมัครงาน

ก็ต้องบินไปสอบสัมภาษณ์งานถึงบริษัทแม่ที่อเมริกาเลยก็มี

เครดิตภาพ http://www.photo-ac.com/


อ่านมาถึงตอนนี้เพื่อนๆอาจจะคิดว่า เงินเดือนที่ญี่ปุ่นน้อยจังเมื่อเทียบกับค่าครอบชีพ

ความจริงแล้ว ตัวเลขด้านบนนั้นคือเงินเดือนเฉยๆค่ะ นอกจากเงินเดือนแล้ว ก็ยังมีเงินค่า OT 

ค่ารถไปทำงาน และยังมีเงินโบนัสประจำปีอีก 


แต่ละบริษัทก็ดันให้ไม่เหมือนกันด้วย บริษัทที่ไม่มีค่าOTให้ก็มี(ทำให้ตายก็ได้เท่าเดิม 

แต่ไม่ทำก็ไม่ได้ เพราะทุกคนก็ทำ.........) บางบริษัทเงินเดือนไม่เยอะมาก

แต่ให้เงินค่าOT  ให้โบนัสหนัก


ปกติแล้วถ้าบริษัทไม่ขาดทุนร้ายแรง ก็จะมีโบนัสให้ 1 - 2 ครั้งต่อปี ในครั้งหนึ่ง

ส่วนมากก็จะเท่ากับเงินเดือน 1 เดือน  บริษัทใหญ่ๆเงินโบนัสจะดีกว่าบริษัทเล็กๆค่ะ 

เพื่อนเราที่ทำงานบริษัทใหญ่ๆ ได้เงินเดือนได้เรทปกติ แต่ได้โบนัสเป็นเงินเดือนเจ็ดเดือน........

สุดยอดมาก ซึ่งบริษัทที่ไม่มีโบนัสให้ก็มีค่ะ............


อย่างตัวเรา เราได้โบนัสครั้งแรกในชีวิตก็เมื่อตอนทำงานไปแล้ว 3 ปี TT___TT

เท่ากับว่า สองปีแรกของการทำงาน เราใช้ชีวิตแบบ ไม่มีเงินค่าโอที และไม่มีเงินโบนัสค่ะ ฮืออออ 

แต่เงินโบนัสเป็นอะไรที่ไม่แน่นอนไม่มีหลักประกันว่าเราจะได้เท่าเดิมทุกปี

เครดิตภาพ http://www.photo-ac.com/

นอกจากเงินโบนัสและค่าโอทีแล้ว ก็ยังมีค่าสวัสดิการต่างๆอีกมากมาย

เช่น ค่าเช่าบ้าน บางบริษัทออกค่าเช่าบ้านให้เต็มจำนวน 

บางบริษัทออกให้ครึ่งนึง บางบริษัทออกให้ 

50,000 เยน  30,000 เยน  20,000 เยน ซึ่งค่าเช่าบ้านนั้น

แต่ละบริษัทก็มีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน

บางบริษัทออกให้เฉพาะคนที่ห้องพักอยู่ใกล้บริษัท ไม่เกิน 2 กิโลเมตร 

บางบริษัทให้ไม่เกิน 3 สถานี อะไรแบบนี้


และก็อีกเช่นเคย  บริษัทที่ไม่ออกให้เลยก็มี TT___TT


บางบริษัทก็มีค่าสวัสดิการให้ลูกพนักงานด้วยค่ะ 

สำหรับงานที่บริษัทอยู่ในที่หรูๆ ตึกสวยๆ พนักงานแต่งตัวดีๆเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของบริษัท 

บางบริษัทก็จะมีสวัสดิการค่าแต่งตัวให้พนักงาน


ในกรณีที่คนญี่ปุ่นโดนส่งไปทำงานที่ต่างประเทศ 

แล้วขนครอบครัวไปด้วย ก็จะมีสวัสดิการไปถึงค่าเทอมของลูกเลยทีเดียว

(คนญี่ปุ่นในไทยหลายคนถึงได้ส่งลูกเข้าเรียนโรงเรียนอินเตอร์ฯแพงๆ เพราะบริษัทออกให้) 

แถมในกรณีที่ไปต่างประเทศแค่คนเดียว แต่ครอบครัวยังอาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่น บางบริษัทก็ให้เงินเดือนสองทาง 

คือเงินเดือนของญี่ปุ่น(เข้าบัญชีที่ญี่ปุ่น) และเงินเดือนที่ไทย(เข้าบัญชีที่ประเทศไทย) 


เครดิตภาพ http://www.photo-ac.com/

ถึงแม้เงินเดือนเริ่มต้นของแต่ละบริษัทจะไม่ต่างกันมาก แต่สวัสดิการค่าโอที 

เงินโบนัสของแต่ละบริษัท ค่อนข้างต่างกันมากทีเดียว คนญี่ปุ่นหรือคนที่ทำงานในญี่ปุ่น 

จึงสนใจเรื่องรายได้ประจำปีกันมากกว่าเงินเดือน เช่น

หากจะสมัครบัตรเครดิต หรือเขียนเอกสารต่างๆที่ต้องระบุรายได้ 

เค้าก็จะถามว่ารายได้ประจำปี 年収 (Nenshū) เท่าไหร่


ระยะหลังๆเศรษฐกิจของญี่ปุ่นเริ่มแย่ๆไปหมดค่ะ บริษัทที่ไม่ให้ทั้งค่าOT ไม่มีโบนัสให้

และไม่มีค่าเช่าบ้าน ไม่มีสวัสดิการอะไรให้ ก็มีเยอะค่ะ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร TT__TT 


สำหรับการขึ้นเงินเดือนของคนญี่ปุ่นนั้น โดยปกติจะขึ้น 5% ของเงินเดือน

ถ้าเลื่อนตำแหน่งก็จะมีค่าตำแหน่ง ถ้าสอบใบประกาศที่จำเป็นต่องานได้ก็จะมี

เงินค่าใบประกาศให้ และสุดท้ายหลักง่ายๆสำหรับการขึ้นเงินเดือนเลยคือ 

เราทำกำไรให้บริษัทเท่าไหร่ ถ้าเราทำกำไรให้บริษัทมากก็ได้มากค่ะ 

เราเคยเจอเคสคนรู้จักทำงานสายธุรกิจ งานที่เค้าทำเพิ่มผลกำไรให้บริษัท 

ปีนั้นเงินเดือนเค้าขึ้นมาเกือบเท่าหนึ่งเลยค่ะ


ส่วนตัวเราที่เป็นมนุษย์ปกติเดินดินทำงานสายครีเอทีฟนั้น 

ปีแรกเงินเดือนขึ้นประมาณปีละ 5,000 เยน 

พอเข้าปีที่ 3 ก็ขึ้นมา 15,000 เยน  

และปีที่ 4 ขึ้นมา 40,000 เยน ค่ะ 

ไม่มีค่าโอที เงินโบนัสเคยได้แค่ครั้งเดียว ฮือออออออออออออออ


เครดิต http://www.irasutoya.com/

เวลาเพื่อนๆจะสมัครงานนอกจากเงินเดือนแล้ว ก็อย่าลืมเช็ก

สวัสดิการต่างๆ ค่าโอที(มีให้ไหม) เงินโบนัสกันด้วยนะคะ ><

ยิ่งในเคสที่จะเปลี่ยนงานต้องเช็กให้ละเอียดๆเลยค่ะ มีเคสที่

ย้ายงานไปบริษัทใหม่เพราะเงินเดือนเยอะกว่าแต่พอทำๆไป 

เงินโบนัสดันไม่เป็นไปตามที่คุยกัน กลายเป็นว่าพอคำนวณแล้วรายได้ประจำปี

น้อยกว่าที่ทำงานเก่าซะงั้นเลย


นอกจากนี้อย่าลืมคำนวณเงินภาษีรายได้ที่ต้องเสียด้วยนะคะ 

เงินโบนัสก็ต้องมาคำนวณเสียภาษีด้วยนะเออ!!!


เช็กเรื่องภาษีได้ที่บล็อกก่อนหน้านี้ได้เลยค่า

เรื่องที่ควรรู้ก่อนทำงานที่ญี่ปุ่น - ว่าด้วยเรื่องสัญญาจ้าง และภาษี


สุดท้ายนี้ที่เราเขียนๆมาด้านบนก็เป็นสิ่งที่เราเขียนจากประสบการณ์ที่ตัวเองเจอ 

และสอบถามจากคนรอบตัวเราค่ะ อาจจะไม่ใช่ทั้งหมดของประเทศญี่ปุ่น

หรืออาจจะไม่ตรงกับประสบการณ์ที่เพื่อนๆเจอมาก็ได้

ถ้ายังไงมาแชร์ประสบการณ์กันนะคะ แล้วพบกันใหม่ค่ะ


ขอบคุณภาพจาก เว็บ free Material

http://www.photo-ac.com/

http://www.irasutoya.com/

Page เรื่อยเปื่อย ในญี่ปุ่น กับ afternoon silent


ขอบคุณข้อมูล

https://www.rosei.or.jp/research/pdf/000068123.pdf


สวัสดีค่ะ ค่า ช่วงนี้หายไปนาน เรายังสบายดีอยู่นะคะ><

คราวที่แล้วเราเขียน สัญญาจ้างและภาษีที่ต้องเสียไปแล้ว

คราวนี้เรามาเข้าเรื่องรายได้กันบ้าง ให้มันรู้กันไปเลยว่าทำงานที่ญี่ปุ่น

ดีจริงไหม เก็บเงินได้จริงหรือเปล่า 


ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าเมื่อทำงานที่ญี่ปุ่นแล้วจะไม่ว่าจะเป็นคนต่างชาติหรือ

คนญี่ปุ่น โดยมากก็จะได้เงินเดือนเรทเดียวกันค่ะ ไม่ค่อยมีแบ่งแยกเท่าไหร่

(ยกเว้นงานบางสาย) จากที่ฟังๆคนอื่นและจากประสบการณ์ที่ตัวเองเจอมา

หลายเคสที่คนต่างชาติจะได้เงินดีกว่าหรือสวัสดิการอะไรๆดีกว่าคนญี่ปุ่นด้วย

เพราะเรามาทำงานไกลบ้าน และมีข้อจำกัดเรื่องวีซ่า


เครดิตภาพ http://www.photo-ac.com/

​เรามาเริ่มจากเงินเดือนเด็กจบใหม่กันก่อนค่ะ 

ตามปกติแล้วเด็กจบใหม่มาไม่ว่าจะอาชีพไหน เงินเดือนจะเรทเดียวกัน 

เกือบหมด(ใช้คำว่า 'เกือบ' นะคะ เพราะมีเคสพิเศษอีกมากมาย) 

เรทเงินจะตามวุฒิที่เรียนจบ 

ผลวิจัย​​ค่าเฉลี่ยเงินเดือนของเด็กจบใหม่ในปี 2016 คือ 

★จบมัธยมปลาย         เงินเดือนเริ่มที่ 164,894 เยน

★จบมหาลัยระยะสั้น /โรงเรียนวิชาชีพ(เซมมง) เงินเดือนเริ่มที่ 177,822 เยน

★ปริญญาตรี               เงินเดือนเริ่มที่ 210,313 เยน

★จบปริญญาโท/เอก    เงินเดือนเริ่มที่ 227,505 เยน


ที่มาของผลวิจัยดูได้ที่นี่ค่ะ 


เครดิตภาพ http://www.photo-ac.com/

ตัวเลขด้านบนคือค่าเฉลี่ยของทั่วประเทศซึ่งแต่ละเขตอาจจะมีเรทเงินเดือนที่ไม่เท่ากัน

ตัวเลขเลยออกมาแปลกๆ สำหรับประสบการณ์ตรงที่เราเจอมา ทั้งของตัวเองและจากสอบถาม

เงินเดือนเพื่อนๆรอบตัว

เรทเงินเดือนเด็กจบใหม่ (โตเกียว, โอซาก้า) ใน​​​กรณีปกติ

★จบมหาวิทยาลัยระยะสั้น/ โรงเรียนวิชาชีพ(เซมมง)  เงินเดือนเริ่มที่ 190,000 เยน

(เคยเจอน้อยที่สุดคือ 140,000 เยน)

★จบปริญญาตรี   เงินเดือนเริ่มที่  210,000 เยน (เคยเจอน้อยที่สุด 180,000 เยน)

★จบปริญญาโท   เงินเดือนเริ่มที่  230,000 เยน 

★จบปริญญาเอก  เงินเดือนเริ่มที่  250,000 เยน


นอกจากนี้บางบริษัทหรือบางอาชีพ รับพนักงานแบบไม่สนใจวุฒิ 

ส่วนใหญ่จะเป็นงานที่จะใช้วุฒิอะไรจบมาก็ทำได้ เพราะบริษัทจะเทรนงานอีกรอบ 

เช่น งานสายการขาย งานสายบริการ หรืองานที่ต้องใช้ความสามารถ 

ซึ่งทางบริษัทจะดูผลงาน หรือมีข้อสอบให้ทำ เช่น งานสายอนิเมะ เกม และดีไซน์ 


บริษัทแนวนี้ หลายๆที่เงินเดือนจะเริ่มต้นที่ 180,000 - 240,000 เยน 

ขอยกตัวอย่างบริษัทงานสายครีเอทีพที่เราเคยเจอมา 

รับพนักงานจบใหม่แบบไม่สนใจวุฒิพนักงาน

เงินเดือนเริ่มที่ 210,000 เยน ซึ่งพนักงานก็มีทั้งคนที่จบเซมมง  ปริญญาตรี  

ปริญญาโท(จากต่างประเทศ) และแม้แต่ม. ปลาย(เรียนมหาวิยาลัยแต่ไม่จบ ลาออกมาก่อน) 

แถมคนที่จบปริญญาตรีก็มาจากต่างคณะกัน มีทั้งคณะบริหาร คณะกฎหมาย คณะวิศวะก็ยังมี

แน่นอนว่า คนที่มีประสบการณ์ทำงานแล้ว แต่เปลี่ยนสายงานมา เค้าก็ให้เงินเดือน 210,000 เยน 

เช่นกัน คนที่ย้ายสายงานมาก็มีทั้งเป็นแอร์โฮสเตส  ซิสเต็มเอ็นจิเนีย  

พนักงานร้านในสถานเสริมความงาม  เมดไอดอลที่อากิฮาบาร่า 

จริงๆเราแอบรู้สึกว่าที่ญี่ปุ่นเปลี่ยนสายงานกันง่ายนะถ้ามีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และยอม

ลดเงินเดือนตัวเอง อย่างเคสซิสเต็มเอ็นจิเนียเงินเดือนที่เก่าเค้าได้ 600,000 เยน 

ก็ยอมย้ายงานลดเงินเดือนตัวเองมาเหลือ 210,000 เยน เพราะอยากมาทำงานสายครีเอทีพตามความฝัน

เท่าที่เห็นหลายคนทำงานไม่รอด ก็ลาออกแล้วกลับไปทำงานสายเดิม.................... 


เครดิตภาพ http://www.photo-ac.com/

ที่กล่าวๆมาในด้านบนนั้นคือเคสปกติของมนุษย์ธรรมดาเดินดินทั่วไปค่ะ

จากนี้ไปเราขอมาพูดถึงเคสไม่ปกติกันบ้าง หึหึหึหึ


ในบรรดาเด็กจบใหม่ปริญญาโท เราเจอคนที่ได้เงินเดือนเริ่มต้นที่

600,000 เยน (บริษัทแนวสตาร์ตอัป งาน​สาย IT)


ไม่ได้อ่านผิดค่ะหกแสนเยนจริงๆ ตอนแรกเราก็แทบไม่เชื่อ ฮือออ

นี่มันไม่ใช่คน นี่มันเทพ ชัดๆ แต่หลังจากนั้น ก็เข้าช่วงที่เพื่อนๆที่เรียน 

ปริญญาโท,ปริญญาเอกในมหาลัยTopๆเรียนจบทำงานและคุยเรื่องเงินเดือนกัน 

ก็ได้พบว่า มีหลายคนที่เงินเดือนเริ่มต้นมากกว่าเรทปกติ 

แต่คนที่ได้ตามเรทปกติก็มีไม่น้อยค่ะ บางคนจบมหาลัยเดียวกันรุ่นเดียวกัน 

ต่เงินเดือนเริ่มต้นต่างกันเยอะก็มี


สำหรับเคสที่เงินเดือนเริ่มต้นมากกว่าเรทปกติมากๆนั้น ส่วนมาก 

จะเป็นบริษัทต่างชาติในญี่ปุ่นหรือไม่ก็บริษัทญี่ปุ่นที่ออกแนวอินเตอร์ๆ

ซึ่งในบริษัทจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางสำหรับการสื่อสารภายใน

พนักงานชาวต่างชาติที่พูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ก็ไม่มีปัญหาอะไร


เราจึงขอสรุปว่าบริษัทต่างชาติในญี่ปุ่นให้เงินเดือนดีกว่า บริษัทญี่ปุ่นในญี่ปุ่น 

แน่นอนว่าบริษัทที่ให้เงินเดือนเริ่มต้นสูงๆนั้นก็เข้ายากค่ะ 

มีสอบข้อเขียนหลายครั้ง และสัมภาษณ์หลายรอบ บางบริษัทผู้สมัครงาน

ก็ต้องบินไปสอบสัมภาษณ์งานถึงบริษัทแม่ที่อเมริกาเลยก็มี

เครดิตภาพ http://www.photo-ac.com/


อ่านมาถึงตอนนี้เพื่อนๆอาจจะคิดว่า เงินเดือนที่ญี่ปุ่นน้อยจังเมื่อเทียบกับค่าครอบชีพ

ความจริงแล้ว ตัวเลขด้านบนนั้นคือเงินเดือนเฉยๆค่ะ นอกจากเงินเดือนแล้ว ก็ยังมีเงินค่า OT 

ค่ารถไปทำงาน และยังมีเงินโบนัสประจำปีอีก 


แต่ละบริษัทก็ดันให้ไม่เหมือนกันด้วย บริษัทที่ไม่มีค่าOTให้ก็มี(ทำให้ตายก็ได้เท่าเดิม 

แต่ไม่ทำก็ไม่ได้ เพราะทุกคนก็ทำ.........) บางบริษัทเงินเดือนไม่เยอะมาก

แต่ให้เงินค่าOT  ให้โบนัสหนัก


ปกติแล้วถ้าบริษัทไม่ขาดทุนร้ายแรง ก็จะมีโบนัสให้ 1 - 2 ครั้งต่อปี ในครั้งหนึ่ง

ส่วนมากก็จะเท่ากับเงินเดือน 1 เดือน  บริษัทใหญ่ๆเงินโบนัสจะดีกว่าบริษัทเล็กๆค่ะ 

เพื่อนเราที่ทำงานบริษัทใหญ่ๆ ได้เงินเดือนได้เรทปกติ แต่ได้โบนัสเป็นเงินเดือนเจ็ดเดือน........

สุดยอดมาก ซึ่งบริษัทที่ไม่มีโบนัสให้ก็มีค่ะ............


อย่างตัวเรา เราได้โบนัสครั้งแรกในชีวิตก็เมื่อตอนทำงานไปแล้ว 3 ปี TT___TT

เท่ากับว่า สองปีแรกของการทำงาน เราใช้ชีวิตแบบ ไม่มีเงินค่าโอที และไม่มีเงินโบนัสค่ะ ฮืออออ 

แต่เงินโบนัสเป็นอะไรที่ไม่แน่นอนไม่มีหลักประกันว่าเราจะได้เท่าเดิมทุกปี

เครดิตภาพ http://www.photo-ac.com/

นอกจากเงินโบนัสและค่าโอทีแล้ว ก็ยังมีค่าสวัสดิการต่างๆอีกมากมาย

เช่น ค่าเช่าบ้าน บางบริษัทออกค่าเช่าบ้านให้เต็มจำนวน 

บางบริษัทออกให้ครึ่งนึง บางบริษัทออกให้ 

50,000 เยน  30,000 เยน  20,000 เยน ซึ่งค่าเช่าบ้านนั้น

แต่ละบริษัทก็มีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน

บางบริษัทออกให้เฉพาะคนที่ห้องพักอยู่ใกล้บริษัท ไม่เกิน 2 กิโลเมตร 

บางบริษัทให้ไม่เกิน 3 สถานี อะไรแบบนี้


และก็อีกเช่นเคย  บริษัทที่ไม่ออกให้เลยก็มี TT___TT


บางบริษัทก็มีค่าสวัสดิการให้ลูกพนักงานด้วยค่ะ 

สำหรับงานที่บริษัทอยู่ในที่หรูๆ ตึกสวยๆ พนักงานแต่งตัวดีๆเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของบริษัท 

บางบริษัทก็จะมีสวัสดิการค่าแต่งตัวให้พนักงาน


ในกรณีที่คนญี่ปุ่นโดนส่งไปทำงานที่ต่างประเทศ 

แล้วขนครอบครัวไปด้วย ก็จะมีสวัสดิการไปถึงค่าเทอมของลูกเลยทีเดียว

(คนญี่ปุ่นในไทยหลายคนถึงได้ส่งลูกเข้าเรียนโรงเรียนอินเตอร์ฯแพงๆ เพราะบริษัทออกให้) 

แถมในกรณีที่ไปต่างประเทศแค่คนเดียว แต่ครอบครัวยังอาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่น บางบริษัทก็ให้เงินเดือนสองทาง 

คือเงินเดือนของญี่ปุ่น(เข้าบัญชีที่ญี่ปุ่น) และเงินเดือนที่ไทย(เข้าบัญชีที่ประเทศไทย) 


เครดิตภาพ http://www.photo-ac.com/

ถึงแม้เงินเดือนเริ่มต้นของแต่ละบริษัทจะไม่ต่างกันมาก แต่สวัสดิการค่าโอที 

เงินโบนัสของแต่ละบริษัท ค่อนข้างต่างกันมากทีเดียว คนญี่ปุ่นหรือคนที่ทำงานในญี่ปุ่น 

จึงสนใจเรื่องรายได้ประจำปีกันมากกว่าเงินเดือน เช่น

หากจะสมัครบัตรเครดิต หรือเขียนเอกสารต่างๆที่ต้องระบุรายได้ 

เค้าก็จะถามว่ารายได้ประจำปี 年収 (Nenshū) เท่าไหร่


ระยะหลังๆเศรษฐกิจของญี่ปุ่นเริ่มแย่ๆไปหมดค่ะ บริษัทที่ไม่ให้ทั้งค่าOT ไม่มีโบนัสให้

และไม่มีค่าเช่าบ้าน ไม่มีสวัสดิการอะไรให้ ก็มีเยอะค่ะ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร TT__TT 


สำหรับการขึ้นเงินเดือนของคนญี่ปุ่นนั้น โดยปกติจะขึ้น 5% ของเงินเดือน

ถ้าเลื่อนตำแหน่งก็จะมีค่าตำแหน่ง ถ้าสอบใบประกาศที่จำเป็นต่องานได้ก็จะมี

เงินค่าใบประกาศให้ และสุดท้ายหลักง่ายๆสำหรับการขึ้นเงินเดือนเลยคือ 

เราทำกำไรให้บริษัทเท่าไหร่ ถ้าเราทำกำไรให้บริษัทมากก็ได้มากค่ะ 

เราเคยเจอเคสคนรู้จักทำงานสายธุรกิจ งานที่เค้าทำเพิ่มผลกำไรให้บริษัท 

ปีนั้นเงินเดือนเค้าขึ้นมาเกือบเท่าหนึ่งเลยค่ะ


ส่วนตัวเราที่เป็นมนุษย์ปกติเดินดินทำงานสายครีเอทีฟนั้น 

ปีแรกเงินเดือนขึ้นประมาณปีละ 5,000 เยน 

พอเข้าปีที่ 3 ก็ขึ้นมา 15,000 เยน  

และปีที่ 4 ขึ้นมา 40,000 เยน ค่ะ 

ไม่มีค่าโอที เงินโบนัสเคยได้แค่ครั้งเดียว ฮือออออออออออออออ


เครดิต http://www.irasutoya.com/

เวลาเพื่อนๆจะสมัครงานนอกจากเงินเดือนแล้ว ก็อย่าลืมเช็ก

สวัสดิการต่างๆ ค่าโอที(มีให้ไหม) เงินโบนัสกันด้วยนะคะ ><

ยิ่งในเคสที่จะเปลี่ยนงานต้องเช็กให้ละเอียดๆเลยค่ะ มีเคสที่

ย้ายงานไปบริษัทใหม่เพราะเงินเดือนเยอะกว่าแต่พอทำๆไป 

เงินโบนัสดันไม่เป็นไปตามที่คุยกัน กลายเป็นว่าพอคำนวณแล้วรายได้ประจำปี

น้อยกว่าที่ทำงานเก่าซะงั้นเลย


นอกจากนี้อย่าลืมคำนวณเงินภาษีรายได้ที่ต้องเสียด้วยนะคะ 

เงินโบนัสก็ต้องมาคำนวณเสียภาษีด้วยนะเออ!!!


เช็กเรื่องภาษีได้ที่บล็อกก่อนหน้านี้ได้เลยค่า

เรื่องที่ควรรู้ก่อนทำงานที่ญี่ปุ่น - ว่าด้วยเรื่องสัญญาจ้าง และภาษี


สุดท้ายนี้ที่เราเขียนๆมาด้านบนก็เป็นสิ่งที่เราเขียนจากประสบการณ์ที่ตัวเองเจอ 

และสอบถามจากคนรอบตัวเราค่ะ อาจจะไม่ใช่ทั้งหมดของประเทศญี่ปุ่น

หรืออาจจะไม่ตรงกับประสบการณ์ที่เพื่อนๆเจอมาก็ได้

ถ้ายังไงมาแชร์ประสบการณ์กันนะคะ แล้วพบกันใหม่ค่ะ


ขอบคุณภาพจาก เว็บ free Material

http://www.photo-ac.com/

http://www.irasutoya.com/

Page เรื่อยเปื่อย ในญี่ปุ่น กับ afternoon silent


ขอบคุณข้อมูล

https://www.rosei.or.jp/research/pdf/000068123.pdf


บทความล่าสุด