e เรื่องทั่วไป

มารู้จัก 10 ผีญี่ปุ่นพื้นบ้านกันเถอะ!

มารู้จัก 10 ผีญี่ปุ่นพื้นบ้านกันเถอะ!

By , วันพุธ, 13 พฤษภาคม 2563

​ตอนนี้ไม่ว่าที่ญี่ปุ่นหรือไทย สถานการณ์ไวรัสก็ดูเหมือนจะยังไม่จบแบบเด็ดขาดเสียที ที่แน่ๆสภาพอากาศโดยรวมที่ญี่ปุ่นตอนนี้ก็เริ่มมีตัวเลขความร้อนระดับ 30 องศาให้เห็นกันในบางวันแล้วและนั่นก็แปลว่าอีกไม่นานก็จะเข้าสู่ฤดูร้อนแล้วนั่นเองครับ ทีนี้พอพูดถึงฤดูร้อน นอกจากที่เราเห็นในการ์ตูนหรือมังงะหรือในหนังที่คนญี่ปุ่นมักหาเรื่องดับร้อนด้วยการไปทะเลหรือไม่ก็หาอะไรที่เย็นๆกินต้านความร้อนไปตามชอบ ทว่าในหมู่เด็กๆนั้น "การเล่าเรื่องผี" เวลาไปเข้าค่ายกับเพื่อน หรือไปเที่ยวก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่นิยมกันมาก ในวันนี้โอทารุจึงถือโอกาสแนะนำเรื่องผีญี่ปุ่นแบบคลาสสิกให้เพื่อนๆได้รู้จักกันถึง 10 ตัวด้วยกัน ว่าแล้วก็เชิญเลื่อนลงมาอ่านกันเลย ไม่สยองหรอกน่าาาาา

​ก่อนเข้าเรื่อง ผมขอบอกก่อนว่าเรื่องผีๆที่จะเล่านี้ จะเน้นไปที่ผีหรือวิญญาณโบราณนะครับ ประเภทผีคลานออกมาจากทีวี สาวปากฉีก ผีฮานาโกะในห้องน้ำหรือพวกผีอาฆาตในยุคสมัยใหม่จะไม่ขอกล่าวถึงนะครับ โอเค เริ่ม!

1.ผีนับจาน (番町皿屋敷) 

เป็นผีที่โด่งดังที่สุดตนหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น เชื่อว่าชาวไทยก็น่าจะเคยได้ยินหรือได้เห็นตามมังงะ คือ ผีตนนี้เป็นวิญญาณของหญิงสาวที่ถูกฆ่า แล้วกลางดึกก็จะออกมานับจานซึ่งนับยังไงก็ได้แค่ 9 ใบ (จริงๆมี 10 ใบแต่ทำแตก วิญญาณก็เลยไม่สงบ) แล้วก็จะส่งเสียงโหยหวนหลอกผู้คนให่ได้ยินกันเป็นประจำ โดยผีนับจานนี้ว่ากันว่ามีมาตั้งแต่สมัยเอโดะเลยทีเดียว

ผีนับจานนั้น อันที่จริงมีหลากหลายพื้นที่ในญี่ปุ่นและแต่ละเรื่องเล่าก็มักจะมีสิ่งที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นนั้น แต่โดยทั่วไปก็จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวละครหลักๆคือ สาวใช้ ซามูไร หรือตัวโกง แล้วฉากของเรื่องราวมักเป็นปราสาทหรือบ้านขุนนางที่ร่ำรวย และมักกล่าวถึงบ่อน้ำที่วิญญาณออกมาปรากฎตัวครับ

สำหรับเนื้อเรื่องโดยละเอียด สามารถคลิกเรื่องสยองของปราสาทฮิเมจิได้เลย ผมไปบุกสถานที่จริงที่ว่าเป็นต้นกำเนิดมาให้แล้ว

​2.ผีผ้าขาว (一反木綿)

เป็นผีท้องถิ่นของจังหวัดคาโงชิมะซึ่งเป็นจังหวัดใต้สุดของเกาะคิวชู ผีตัวนี้มีตำนานเล่าว่า มันเป็นผีผ้าสีขาวที่มีความยาวถึง 10 เมตร และจะออกมาทำร้ายคนในตอนใกล้ค่ำแถวๆศาลเจ้า วิธีการที่มันเข้ามาทำร้ายก็คือ จะเข้ามารัดคอของเหยื่อแล้วก็ปิดหน้าเพื่อให้ขาดอากาศหายใจจนตายไปในที่สุด บ้างก็ว่าเคยมีคนรอดชีวิตจากการถูกผีตัวนี้มารัดคอเพราะเขาใช้ดาบสั้นมาฟันผ้าจนขาดแล้วผีหนีไปก็มี...

อย่างไรก็ตามเรื่องผีผ้าขาวนี้มีผู้เชี่ยวชาญให้ข้อสังเกตว่า น่าจะเป็นกุศโลบายของผู้ใหญ่สมัยก่อนที่มักใช้ขู่เด็กๆที่ออกไปเล่นนอกบ้านแล้วกลับเย็นย่ำมากกว่า ทั้งนี้ เรื่องเล่าของผีผ้าขาวนี้ ในญี่ปุ่นถือว่ามีคนรู้จักเยอะมากเพราะปรากฎตัวในทีวีด้วย โดยเรื่องที่ฮิตกันมากๆ ก็คือ เรื่อง เจ้าหนูปีศาจคิทาโร่ (ゲゲゲの鬼太郎) ของอาจารย์ Shigeru Mizuki ซึ่งคิทาโร่ใช้มันเป็นพาหนะเวลาเดินทางไปไหนมาไหนนั่นเอง

​3.ปีศาจเฒ่าทารก (子泣き爺)

เป็นปีศาจที่มีเรื่องเล่าจากจังหวัดโทคุชิมะ เกาะชิโกกุ โดยปีศาจตนนี้แม้ชื่อตรงตัวจะแปลได้ว่า ตาแก่ขี้แง แต่ในตำนานก็บอกว่าปีศาจตัวนี้สามารถแปลงกายเป็นได้ทั้งคนแก่หรือเด็กทารก บ้างก็ว่ามีรูปร่างเป็นเด็กทารกแต่หน้าตาเป็นคนแก่ก็มี

ปีศาจเฒ่าทารกที่คนญี่ปุ่นมักนึกถึงก็จะมาจากการ์ตูนเรื่อง เจ้าหนูปีศาจคิทาโร่ (ゲゲゲの鬼太郎) ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมของเจ้าหนูคิทาโร่และช่วยเหลือเขาในการปราบปีศาจที่เป็นฝ่ายร้ายอยู่บ่อยครั้ง ปีศาจเฒ่าทารกในการ์ตูนเรื่องนี้ค่อนข้างน่ารัก แต่ตำนานพื้นบ้านนี่คนละเรื่องเลยนะครับ...

มีเรื่องเล่าว่า ตามป่าตามภูเขานั้น ปีศาจตนนี้จะดักอยู่ตามทางในรูปแบบของเด็กทารกหรือคนแก่ที่ร้องไห้และเรียกความสงสารให้กับคนที่ผ่านไปผ่านมา หากมีเหยื่อเข้ามาถาม ปีศาจในร่างคนแก่ก็จะขอให้ช่วยแบกตัวของมันไปส่งในเมืองให้หน่อย (ส่วนร่างทารกก็จะนอนร้องไห้รอคนใจดีให้ขี่หลังไป) ทว่า...เมื่อเหยื่อแบกมาได้สักพักจะรู้สึกว่าที่หลังของตนมีน้ำหนักมากขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายว่ากันว่าตัวปีศาจจะหนักมากจนล้มลงมาทับเหยื่อให้ขาดใจตายในที่สุด.....

โหดเนอะ..... 

​4.ปีศาจคอยาว (ろくろ首)

ถ้ามองผ่านๆ ปีศาจตนนี้ก็จะเหมือนหญิงสาวทั่วไป แต่ตกดึกร่างที่ดูธรรมด๊าธรรมดาก็สามารถยืดคอออกมาได้เรื่อยๆ บางตำนานถึงขนาดบอกว่า ปีศาจคอยาวนั้น มีสองประเภทหลักๆ ก็คือ แบบที่คอยังติดกับร่างกาย (แต่ยืดได้ยาวมาก) จะเรียกว่า Rokurokubi ส่วนอีกแบบคือ ถอดหัวได้เลย เรียกว่า Nukekubi แล้วหัวที่ลอยไปลอยมานี้ก็ไม่ได้ลอยเปล่าๆนะ หัวนี้อาจจะไปกัดเหยื่อเคราะห์ร้ายแล้วก็ดื่มเลือดด้วย....(นึกถึงละครไทยสมัยเก่าเรื่องศรีษะมารสุดๆ)

อย่างไรก็ตาม มีวิธีปราบปีศาจตัวนี้แบบง่ายๆ นั่นคือ หากสืบได้ว่าใครเป็นเจ้าของร่างของผีตนนี้แล้ว ก็ให้คนปราบผีลอบสังเกตการณ์จนกระทั่งปีศาจนั้นถอดหัวออกจากร่างไปก่อน จากนั้นก็ให้รีบทำการเคลื่อนย้ายร่างของปีศาจไปซ่อนไว้ หากกลับมาแล้วหัวหาร่างไม่เจอก็จะอ่อนแอไปเองแล้วก็หมดฤิทธิ์ไปในที่สุด

ในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็มีผีที่มีลักษณะคล้ายๆกันอยู่ด้วย กล่าวคือจะเป็นปีศาจที่ถอดหัวแล้วไปทำร้ายคนได้ หนึ่งในนั้นก็คือ ผีกระสือ ของไทย นอกจากนี้ก็มี Leyak จากอินโดนีเซีย Penanggalan จากมาเลเซียด้วยล่ะครับ 

5.ผีตะเกียงญี่ปุ่น (提灯お化け)

เป็นผีญี่ปุ่นที่เชื่อว่าหลายๆคนเห็นแล้วน่าจะร้องอ๋อ เพราะเราจะเจอบ่อยมากตามมังงะที่เกี่ยวกับสมัยเอโดะ ซึ่งการกล่าวถึงผีตัวนี้ก็มีตั้งแต่ในสมัยเอโดะด้วยครับ ลักษณะของผีตัวนี้แบบคลาสสิกก็คือ นึกถึงตะเกียงกระดาษของญี่ปุ่นที่สภาพเก่าๆหน่อย (บ้างก็ขาด) แล้วก็ตรงด้านที่ขาดจะกลายเป็นปากที่บางตำราบรรยายว่าสามารถแลบลิ้นออกมาได้ด้วย ส่วนลูกตานั้น มีทั้งแบบตาเดียวหรือสองตา นอกจากนี้ยังมีบางตำนานที่ระบุว่าปีศาจนี้ยังมีหน้าตา มีแขนหรือมีปิกได้ด้วย...

ที่จังหวัดยามากาตะ มีเรื่องเล่าว่า ที่ศาลเจ้าเก่าแก่แห่งหนึ่งได้มีการแขวนตะเกียงกระดาษโบราณไว้ ทว่า พอตกดึกใครผ่านไปแถวนั้นก็จะเจอผีตะเกียงเข้ามาหลอกหลอนจนทำให้ทางศาลเจ้าต้องเก็บตะเกียงนี้ออกไป หลังจากนั้นก็ไม่เคยมีใครที่เดินผ่านศาลเจ้าแล้วถูกผีหลอกอีกเลย..... 

6.เจ้าหญิงหิมะ (雪女)

เจ้าหญิงหิมะเป็นอีกหนึ่งปีศาจที่คนญี่ปุ่นรู้จักดีเพราะหลายครั้งได้ไปปรากฎอยู่ในตำนานพื้นบ้านหรือแม้กระทั่งการ์ตูนหลายเรื่อง รวมทั้งวรรณกรรมญี่ปุ่นหรือแม้กระทั่งคนวาดเล่นหรือทำ animation กันแบบสวยๆก็มีเยอะแยะเช่นกัน โดยตำนานเรื่องนี้มีการกล่าวถึงตั้งแต่ในสมัยมุโรมาจิหรือเกือบๆ 700 ปีก่อนเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม เรื่องเจ้าหญิงหิมะนี้แต่ละท้องถิ่นก็จะมี story ที่แตกต่างกันออกไป บางเรื่องก็โหดๆ เช่น แค่จ้องเธอก็อาจถูกฆ่าตาย บ้างก็ว่าเธอชอบลักพาตัวเด็กไป บางเรื่องก็จะซ่อนตัวอยู่ในพายุหิมะแล้วคอยหลอกคนที่ติดอยู่บนพายุหิมะเพื่อจับกินเป็นอาหาร ฯลฯ 

เนื่องจากมันมีหลายเวอร์ชั่นมาก ผมจึงขอยกตัวอย่างเวอร์ชั่นที่เป็นงานเขียนของ Lafcadio Hearn ซึ่งเป็นฝรั่งชาวกรีกและได้ย้ายไปตั้งรกราก+แต่งงานกับคนญี่ปุ่นในช่วงศตวรรษที่ 19 (หนังสือเรื่องผีญี่ปุ่นที่เขาเขียนนี้ มีสำนักพิมพ์ในไทยเคยนำมาตีพิมพ์แล้วด้วยครับ)

เวอร์ชั่นนี้ผู้เขียนอ้างอิงจากเรื่องเล่าขานกันในแถบจังหวัดนีงาตะ โทยาม่า และนากาโน่ คือ ในคืนหนึ่งกลางพายุหิมะอันแสนเหน็บหนาว หนุ่มชาวป่าคนหนึ่งหลงทางกลางหิมะและเขารู้ตัวว่ากำลังจะตาย จู่ๆก็มีหญิงสาวแสนสวยคนหนึ่งมานำทางและพาเขาไปหลบหนาวที่บ้านของเธอ พอฟื้นตัวแล้วก่อนที่ชายหนุ่มจะลากลับบ้านของตน หญิงสาวคนนั้นก็บอกว่าห้ามพูดเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้กับใครทั้งสิ้น มิเช่นนั้นจะเกิดเรื่องร้ายขึ้น...หนุ่มชาวป่ารับคำแล้วก็แยกย้ายกันไป

ในเวลาต่อมาหนุ่มคนนี้ได้พบรักกับสาวสวยคนหนึ่งและแต่งงานมีลูกด้วยกัน ทว่าหญิงคนนี้หน้าตาเหมือนกับผู้ที่ช่วยชีวิตเขาไว้เมื่อหลายปีก่อนจนทำให้ตัวชายหนุ่มได้แต่เก็บคำถามไว้ในใจ จนกระทั่งวันหนึ่งเขาก็ทนไม่ได้จึงเล่าให้ภรรยาของตนฟังว่าเธอช่างหน้าตาเหมือนผู้หญิงที่เคยช่วยชีวิตตนเมื่อหลายปีก่อนมากๆ ฉับพลันนั้นเอง หญิงสาวผู้เป็นภรรยาก็แปลงกายเป็นปีศาจหิมะด้วยความเกรี้ยวกราดและกล่าวว่าชายหนุ่มไม่รักษาสัญญาที่ให้ไว้จึงจะฆ่าเขาให้ตายเสีย แต่เห็นแก่ที่ลูกยังเล็กจึงกำชับว่าหากลูกของเธอเป็นอะไรขึ้นมา ชายหนุ่มจะต้องพบกับความหายนะ ดังนั้นต้องเลี้ยงดูบุตรให้ดี ชายหนุ่มตกใจและรับคำด้วยความกลัว จากนั้นปีศาจหิมะก็สลายร่างไปและตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีใครได้พบเจอกับภรรยาของหนุ่มชาวป่าคนนั้นอีกเลย

​7.กัปปะ (河童)

เป็นอีกหนึ่งปีศาจที่มีชื่อเสียงมากๆของญี่ปุ่น ลักษณะของมันแบบคลาสสิกที่เรารู้จักกันดีก็คือ มีร่างเป็นครึ่งคนครึ่งเต่าและมีจานกลมบนหัว ด้านบนนั้นจะมีน้ำหล่อเลี้ยงไว้ตลอดเวลา ตัวกัปปะอาศัยอยู่ในแม่น้ำลำคลอง แต่สามารถขึ้นมาบนบกได้เช่นกัน เรื่องของกัปปะนั้นมีตำนานมากมายและกล่าวถึงพฤติกรรมของมันว่ามีตั้งแต่คอยระรานชาวบ้านแบบทั่วไป เช่น ถ้ำมองผู้หญิงที่ใส่กิโมโนจากในน้ำ ไปจนถึงเรื่องชั่วๆอย่างเช่น ลักพาตัวเด็กๆ จับคนหรือสัตว์ที่ลงมาว่ายน้ำให้จมน้ำตาย ข่มขืนสาวๆ หรือแม้กระทั่งกินเนื้อคนด้วย 

ฟังดูแล้วเหมือนกัปปะนี่ก็เป็นปีศาจที่ "โคตรชั่ว" อีกตัวหนึ่งใช่ไหมครับ แต่ก็มีบางตำนานที่บอกว่ากัปปะเองเป็นปีศาจที่สามารถเป็นเพื่อนกับมนุษย์ได้ด้วย รวมทั้งวันดีคืนก็แปลงร่างมาเล่นซูโม่กับเด็กๆก็มี อย่างไรก็ดี มีการกล่าวไว้ว่า หากต้องสู้กับกัปปะแล้วล่ะก็ ห้ามสู้ในน้ำเด็ดขาดเพราะโอกาสแพ้สูงมาก ส่วนการต่อสู้บนบก หากทำให้น้ำที่อยู่ในจานบนหัวของกัปปะหกได้ กัปปะจะอ่อนแอมากๆและพ่ายแพ้ได้ง่าย เรื่องนี้บางตำรามีเขียนเพิ่มเติมไว้ด้วยว่า หากใครได้เจอกัปปะแบบตัวต่อตัวให้รีบชิงลงมือโค้งทักทายก่อน กัปปะซึ่งเป็นปีศาจที่มีมารยาทดีก็จะโค้งตอบแล้วจะทำให้น้ำบนจานไหลลงมา จังหวะนี้ก็ให้เรารีบหนีมันไปก็มีเช่นกัน

กัปปะมีอิทธิพลในญี่ปุ่นพอสมควร ทั้งการปรากฏตัวในการ์ตูน ภาพยนตร์ หรือแม้กระทั่งวงการอาหาร! เรื่องอาหารนี่เห็นชัดๆและฝรั่งหลายคนก็ชอบกิน นั่นคือ ข้าวห่อสาหร่ายไส้แตงกวา ซึ่งมีชื่อเรียกในภาษาญี่ปุ่นว่า Kappa-maki ซึ่งที่มาของเมนูนี้ก็ง่ายมากๆ เพราะอาหารโปรดของกัปปะก็คือ แตงกวา ก็เลยตั้งชื่อให้แบบง่ายๆยังงี้นั่นเองครับ!

8.ผีไม่มีหน้า (のっぺらぼう) 

เป็นผีคลาสสิกที่ไม่ได้มีพิษภัยสำหรับมนุษย์มากนักเพราะมันแค่หลอกให้มนุษย์ตกใจเล่นๆ ไม่ได้จับไปฆ่าแกงแบบผีบางตัวครับ โดยผีชนิดนี้ก็ตามชื่อเลย คือ มันจะปลอมตัวเป็นเหมือนคนธรรมดา บ้างก็ว่ามันสามารถปลอมตัวเป็นคนที่เหยื่อรู้จักได้ด้วย จากนั้นถึงจังหวะหนึ่งในตอนดึกๆ หากเหยื่อได้เผลอเข้าไปทักล่ะก็ พอผีตัวนี้หันมาจะคุยกับเหยื่อ เมื่อต้องแสงไฟจากตะเกียงเหยื่อก็จะต้องร้องจ๊ากกกกกกด้วยความตกใจเพราะบนใบหน้าของผีตนนี้ "ไม่มีอะไรเลย" เป็นโครงหน้าเปล่าๆที่ไม่มีคิ้ว ตา จมูก ปาก หรือส่วนอื่นๆทั้งสิ้น 

บางตำนานกล่าวว่า ผีตัวนี้แท้ที่จริงแล้วก็คือ แบดเจอร์(พังพอน)ญี่ปุ่นที่ฝึกการแปลงร่างมาแล้ว จากนั้นก็มาคอยกลั่นแกล้งมนุษย์นั่นเอง โดยตำนานที่ว่านี้ มาจากทางโอซาก้าและจังหวัดคากาวะบนเกาะชิโกกุครับ

9.ผีร่มญี่ปุ่น (傘お化け หรือ からかさ小僧)

คนญี่ปุ่นบางคนเชื่อว่า หากเราทิ้งของใช้ไปแล้วเกิน 100 ปีจะมีวิญญาณไปสิงสถิตอยู่ในของใช้ชิ้นนั้น แน่นอนว่า ร่มญี่ปุ่นคือสิ่งที่พังค่อนข้างง่ายและถูกทิ้งไว้มากมาย จากนั้นก็จะถูกเอาไปทิ้งไว้ตามสุสานหรือที่รกร้างต่างๆ (สมัยโบราณไม่มีโรงแยกขยะหรือถังขยะหรอกนะครับ อย่าลืม) เมื่อเวลาผ่านไปนานๆก็จะมีวิญญาณมาสถิตอยู่ทำให้เกิดผีร่มญี่ปุ่นขึ้นมา

ผีร่มมีลักษณะโครงร่มเดิมแต่มีลูกตากลมโตโผล่ออกมาหนึ่งดวง มีขาหนึ่งขาที่สามารถกระโดดไปมาได้นอกจากนี้ยังสามารถบินขึ้นฟ้าได้ในยามค่ำคืนอีกต่างหาก ฟังดูน่ากลัวใช่ไหมครับ แต่ในตำนานก็บอกว่าผีร่มนี้ไม่ได้ทำร้ายมนุษย์นะ อารมณ์แบบผีรักสนุกชอบเที่ยวไปโน่นนี่มากกว่าแถมบางครั้งมันยังปรากฎตัวมาเล่นเป็นเพื่อนกับเด็กๆ ญี่ปุ่นด้วยล่ะ 

ว่าแต่เด็กญี่ปุ่นนี่ช่างกล้าจริงๆ...เป็นเพื่อนกับผีด้วย 555

​10.เท็งงุ (天狗)

เป็นอีกหนึ่งปีศาจหรือสิ่งมีชีวิตในตำนานของญี่ปุ่น เท็งงุแบบคลาสสิกนั้น มีลักษณะเป็นมนุษย์นกเพศผู้ คือมีร่างกายกำยำล่ำสันแบบมนุษย์แต่มีปีกที่หลังและสามารถบินได้ ส่วนหน้าตาก็มักจะดุดันและใส่หน้ากากสีแดงที่มีจมูกยาวๆพร้อมถือพัดที่สามารถสร้างลมพายุได้ด้วย

ปกติเท็งงุชอบอาศัยอยู่ตามป่าแบบเงียบๆและถือสันโดษจนบางคนถึงขนาดเปรียบเปรยว่าเหมือนนักพรตในป่าด้วยซ้ำ ส่วนพฤติกรรมของเท็งงุนั้น ว่ากันว่ามีทั้งส่วนที่ดีและไม่ดี กล่าวคือ เท็งงุอาจสร้างลมพายุมาโจมตีผู้คนเสมอ ลักพาตัวเด็กมาทิ้งไว้กลางป่ารวมทั้งปล่อยข่าวลือเพื่อสร้างความวุ่นวายให้กับมนุษย์ แต่บางตำราก็บอกว่าเท็งงุรักสงบและสุภาพ เวลามีคนหลงป่าแล้วร้องขอให้ช่วยก็จะช่วยเหลือ และบางครั้งก็แอบเป็นผู้คุมกฎให้มนุษย์ไม่ลุ่มหลงในอำนาจมากเกินไป อีกทั้งยังเชี่ยวชาญการสู้รบและพร้อมสนับสนุนผู้กล้าที่ต่อต้านทรราชย์ด้วย (อารมณ์แบบเป็นอาจารย์ที่อยู่ตามป่าเขาแล้วแอบมาสอนวิชาให้พระเอกสู้กับเจ้าเมืองชั่วๆ แล้วทวงความยุติธรรมให้กับชาวเมือง)

ปัจจุบันนี้ชาวญี่ปุ่นมีการสร้างรูปปั้นเท็งงุอยู่มากมาย ทำให้เราสามารถพบเห็นได้ง่ายโดยเฉพาะตามศาลเจ้าของญี่ปุ่น บ้างก็สร้างเป็นรูปหน้าเท็งงุขนาดใหญ่ เช่นที่จังหวัดเกียวโต หรือภูเขาทาคาโอะในกรุงโตเกียว ดังนั้นจะเห็นได้ว่าตำนานของเท็งงุได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมญี่ปุ่นไปโดยปริยายแล้ว

และทั้งหมดนี้ก็คือ 10 ผีคลาสสิกของญี่ปุ่นครับ คิดว่าบางเรื่องเพื่อนๆน่าจะคุ้นเคยหรือเห็นภาพตามมังงะหรือการ์ตูนหรือเจอรูปปั้นเวลาไปเที่ยวกันพอสมควร อันที่จริงแล้วผีญี่ปุ่นก็เหมือนผีเมืองไทยแหละครับ คือ มีหลายเรื่องหลายชนิดมากๆ ถ้าเขียนเล่ากันจริงๆ คงต้องพิมพ์ออกมาเป็นเล่มเลยทีเดียวเพราะข้อมูลเยอะมากจริงๆ เอาเป็นว่าบล็อกนี้เอาไปรู้จักกันพอหอมปากหอมคอ ไว้มีโอกาสผมอาจจะเจาะลึกเป็นเรื่องๆเพื่อเพิ่มอรรถรสการอ่านในโอกาสต่อไปครับ! ไว้พบกันใหม่คร้าบบบบ 

ที่มาของเนื้อหา wikipedia และภาพจาก pinterest, toei-anim, thaoworra, blog.gaijinpot, deviantart, dreamstime, twitter, yokai.fandom และ flickr