e เรื่องทั่วไป

ตำนานปีศาจแมวแห่งญี่ปุ่น ตอนที่ 2
โสเภณีปีศาจแมว

ตำนานปีศาจแมวแห่งญี่ปุ่น ตอนที่ 2
โสเภณีปีศาจแมว

By , วันเสาร์, 20 สิงหาคม 2559


              สวัสดีค่ะทุกท่าน วันนี้กลับมาพบกันกับเรื่องสยองทุกวันเสาร์อีกครั้งนะคะ สำหรับเรื่องราวในตอนนี้เป็นภาคต่อของตำนานปีศาจแมว และเป็นอีกด้านหนึ่งที่อาจจะสามารถสะท้อนได้ถึงสภาพสังคมในยุคนั้นได้บางส่วน เชิญรับชมกันได้เลยค่า


           ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อว่า ตำนานต่างๆ ถือกำเนิดจากพลังธรรมชาติอันลึกลับ คนญี่ปุ่นโบราณเชื่อกันว่าแมวมีพลังในการส่งมอบคำสาป และใครก็ตามที่ฆ่าแมว จะต้องเผชิญเคราะห์กรรมไปนานถึง 7 ชั่วคน

ภาพปีศาจแมวจึงเป็นที่นิยมอย่างมากในช่วงเอโดะ โดยมีศิลปินนามว่า โทริยามะ เซะคิเอน วาดภาพแมวยักษ์ที่ถูกจัดวางอยู่หลังฉาก ซึ่งต้องการสื่อให้เห็นถึงจิตวิญญาณอันแท้จริงของแมว ที่ยอมก้มหมอบต่อเบื้องหน้ามนุษย์



โสเภณีปีศาจแมว เป็นอีกเรื่องเล่าหนึ่งที่โด่งดังไม่แพ้กัน มีบันทึกในสมัยเอโดะ ซามูไรคนหนึ่งมาเที่ยวโสเภณี เมื่อนางออกมาต้อนรับลูกค้าพาขึ้นห้องนอน มอบบริการให้อย่างเต็มที่ กลางดึกซามูไรคนนั้นสะดุ้งตื่นขึ้นมาไม่เห็นเธอ จึงหันรีหันขวางมองหาหล่อน ปรากฏเสียงประหลาดขึ้นที่ข้างหลังฉากม่านกั้น เขาชำเหลืองแอบลักลอบดูผ่านรูม่าน สิ่งที่เห็นคือ โสเภณีคนนั้นกำลังนั่งหันหลัง ทำอะไรบางอย่าง เมื่อเธอหันหน้ามาปะทะกับแสงไฟจากไส้ตะเกียง พบว่าใบหน้าของเธอนั้น...เปลี่ยนไป!

จากสาวน้อยน่ารักคนเมื่อสักครู่ที่ร่วมรัก กลับกลายเป็นปีศาจแมวที่กำลังแทะทึ้งกินปลาสดๆ เลือดจากตัวปลาเลอะเทอะเต็มหน้า!



เรื่องสยองขวัญในค่ำคืนนี้แพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมือง 

เรื่องราวถูกดัดแปลงเพิ่มเติมขึ้น บ้างก็ว่ามันกินลูกค้าที่มาใช้บริการแทนปลาสด หรือเศษอาหารและซากหนูเน่า 

เล่ากันต่อๆ ไปว่า ปีศาจแมวนั้น มีเรือนร่างแบบมนุษย์ แต่มีศีรษะเป็นแมว หรือก็ว่าเป็นแมวทั้งตัว แต่ใช้วิธีแปลงร่างเลียนแบบมนุษย์ในยามค่ำคืน 

เชื่อกันว่าพวกมันสามารถทำงานได้หลากหลายเหมือนมนุษย์ อาทิ พนักงานบริการ แม่บ้าน และโสเภณี


               เรื่องเล่าถูกตอกย้ำว่าเป็นเรื่องจริง เพราะเป็นคำให้การจากคนที่หนีรอดมาจากโรงแรมระทึกขวัญ มักยืนยันหนักแน่นว่าตนเองได้พบเจอกับสิ่งเหนือธรรมชาติจริงๆ จากปากต่อปากก็กลายเป็นว่า มีคนพบเชื่อกันมากขึ้น เรื่องโสเภณีปีศาจแมวนี้ก็ถูกน้ำไปสร้างเป็นละครคาบุกิเช่นกัน ทั้งยังนำเสนอผ่านผลงานศิลปะประเภทภาพพิมพ์ต่างๆ



ทำไมปีศาจแมวถึงต้องแปลงกายเป็นโสเภณีเพื่อให้บริการ!? 


                 มีหลายคนที่พยายามค้นหาคำตอบข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ มีข้อสมมติฐานทางนัยยะว่า

ผู้หญิงญี่ปุ่นถูกกำจัดบทบาททางสังคมอย่างมาก ถูกกดขี่ทางเพศสภาวะ จนกลายเป็นนัยยะเชิงสัญลักษณ์ทางเพศ จากสมมติฐานที่มีเค้าลางว่า ผู้หญิงเป็นเหมือนสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักอย่าง น้องแมว ที่ต้องสรรหาของดีของแพงมามอบให้ จากนั้นก็สมควรตอบแทนบุญคุณ โดยการตอบสนองความใคร่แก่คนเลี้ยงดู หรือบุรุษนั่นเอง

                  การเปรียบเปรยของแพงที่ว่านี้ นอกจากเครื่องประดับแล้ว ก็คือ "อาหาร" เพราะประเทศญี่ปุ่นมีข้อจำกัดในการผลิตพืชพันธุ์ธัญญาหารเนื่องจากสภาพทางภูมิศาสตร์ที่ไม่เอื้ออำนวย จึงทำให้ อาหารการกิน เป็นของสำคัญและมีราคาแพงแต่ก็ยังไม่มีการสรุปอย่างชัดเจน เป็นแค่ข้อสันนิษฐานเท่านั้น


                   ปีศาจแมวในสมัยใหม่ ในปัจจุบันถูกนำมาดัดแปลงเป็นการ์ตูน เกม และแฟชั่นสาวหูแมวที่เป็นหญิงสาวหน้าตาน่ารัก นิยมแต่งกายเลียนแบบแมวคือ มีหู หาง และอุ้งมือแบบแมว กลายเป็นความนิยมของกลุ่มคนเฉพาะกลุ่ม 

เพราะมองว่าน่ารักน่าทะนุถนอม ต่างจากโบราณที่มีแต่ความน่ากลัวโดยสิ้นเชิง 


สาเหตุของความเปลี่ยนแปลงเพราะอะไร? 

​คำตอบของเรื่องนี้ ในมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนคือ "กาลเวลา" เมื่อวันเวลาเนินนานผ่านไป ความเชื่อ เรื่องเล่าของตำนานก็เลือนหายไปจากความทรงจำของผู้คนรุ่นเก่าๆ ไม่มีใครที่จะสืบสานต่อ และเมื่อยุคสมัยแห่งเทคโนโลยีก้าวเข้ามาแทนที่ ทำให้ความหวาดกลัวนั้น หายไปตามวันเวลาด้วยเช่นกัน



นอกจากปีศาจแมวที่ความสามารถในการแปลงร่างได้ที่นำเสมอไปแล้ว ก็มีประเภทที่แปลงร่างไม่ได้อยู่เหมือนกันค่ะ

ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อว่า ถ้าแมวที่เลี้ยงไว้มีอายุเกิน 10 ปี หางของมันจะแยกออกเป็น 2 หาง และจะมากขึ้นตามจำนวนอายุ ที่บันทึกไว้มากที่สุดคือ 5-7 หาง พวกมันมักจะเดิน 2 ขาเลียนแบบท่าทางการเดินของมนุษย์ แมวเหล่านี้ถูกเรียกว่า เนโกะมาตะ


ซึ่งตำนานอันน่าขนลุกต่อไปนี้ จะนำมาให้ทุกท่านได้รับชมและสัมผัสถึงความน่ากลัวกันในสัปดาห์หน้านะคะ ในวันนี้ต้องขอตัวลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่ค่ะ

ขอบคุณที่ติดตาม


Agarij
(เอการิ)

ขอบคุณภาพประกอบจาก



http://s5.favim.com/610/140714/amazing-animal-anime-anime-cosplay-Favim.com-1913965.jpg

http://www.studio-esperanto.com/img/oiran/about_oiran01.jpg

http://www.veltra.com/en/asia/japan/tokyo/a/126520

https://hyakumonogatari.files.wordpress.com/2012/06/kabuki-bakeneko.jpg

https://d18gmz9e98r8v5.cloudfront.net/ptr/20151102062623_1277371959_12152_9.jpg

https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/a/ac/Kuniyoshi_Ume_no_haru_gojusantsugi.jpg/340px-Kuniyoshi_Ume_no_haru_gojusantsugi.jpg

https://www.google.co.jp/imgres?imgurl=http%3A%2F%2Fwww.funnynwallpaper.in.net%2Fwp-content%2Fuploads%2F2014%2F03%2Fblack-cat-red-eyes-wallpaper-background.jpg&imgrefurl=http%3A%2F%2Fhighdefinitionswallpaperss.blogspot.com%2F2016%2F05%2Fblack-cat-red-eyes-wallpaper.html&docid=y0lUq9z0KxZpAM&tbnid=k1zZNv64ekfPlM%3A&w=1000&h=1424&bih=623&biw=1366&ved=0ahUKEwjdwaeh8tHOAhWMppQKHbJ6D1cQMwgqKA4wDg&iact=mrc&uact=8