e เรื่องทั่วไป

รวมสัตว์มงคลที่สามารถพบได้ในศาลเจ้าญี่ปุ่น

รวมสัตว์มงคลที่สามารถพบได้ในศาลเจ้าญี่ปุ่น

By , วันพุธ, 26 กุมภาพันธ์ 2563

​สวัสดีครับเพื่อนๆ ช่วงนี้การท่องเที่ยวของญี่ปุ่นดูซบเซาลงไปเยอะเพราะเหตุการณ์จากไวรัสโคโรน่า ที่เที่ยวหลายแห่งที่เคยเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวก็กลายเป็นโล่งตาหรือแทบร้างเลยก็มี ดังนั้น ผมจึงเห็นว่า พักเรื่องเที่ยวไว้ก่อนน่าจะดีและจะขอพักมาเขียนเรื่องเกร็ดความรู้ที่เกี่ยวกับญี่ปุ่นเพื่อให้เพื่อนๆได้รับรู้และเก็บเป็นข้อมูลกัน เผื่อวันหน้าได้มีโอกาสกลับไปญี่ปุ่นจะได้เพิ่มอรรถรสมากยิ่งขึ้นไงล่ะครับ! สำหรับวันนี้จะขอเขียนเกี่ยวกับสัตว์มงคลที่เราสามารถพบได้ตามศาลเจ้าญี่ปุ่นครับ ว่าแต่จะมีสัตว์ชนิดใดบ้างหนอ?? อ่ะ มาตามอ่านกันเลยละกันจ้าาาา

​อย่างที่เราทราบกันดีว่าที่ญี่ปุนเองก็มีศาลเจ้าและวัดที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงศาลเจ้าแล้ว ถ้าเป็นญี่ปุ่นก็มักจะเกี่ยวข้องกับศาสนาชินโตซึ่งเป็นศาสนาเก่าแก่ของญี่ปุ่นนั่นเอง ซึ่งชินโตก็มีการนับถือเทพเจ้าและชาวญี่ปุ่นก็เคารพนับถือสัตว์บางชนิดว่าเป็นเหมือนผู้ช่วยหรือ "ผู้นำสาสน์" ของเทพเจ้าด้วย ดังนั้น เวลาที่เราไปศาลเจ้าในญี่ปุ่นเราจึงมักพบเห็นรูปปั้นสัตว์หลายชนิด ดังนี้

​1.สุนัขจิ้งจอก : คิดว่าเป็นสัตว์ที่นักท่องเที่ยวชาวไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะหลายๆศาลเจ้าเรามักจะเห็นรูปปั้นสุนัขจิ้งจอกอยู่เต็มไปหมด ทั้งขนาดใหญ่บ้างเล็กบ้าง วัสดุที่สร้างก็แตกต่างกันไปก็มี (แต่ส่วนมากก็เป็นหิน) สำหรับชาวญี่ปุ่นนั้น มีความเชื่อว่า สุนัขจิ้งจอกคือ สัตว์นำสาสน์ของเทพเจ้าอินาริ ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์ของศาสนาชินโตครับ และนอกจากได้ชื่อว่าเป็นผู้นำสาสน์แล้ว สุนัขจิ้งจอกยังได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ผู้พิทักษ์ประจำศาลเจ้าที่มีชื่อลงท้ายว่า Inari ทั่วประเทศญี่ปุ่นด้วยล่ะ สำหรับตัวอย่างศาลเจ้าที่ชาวไทยน่าจะรู้จักกันมากที่สุด (และไปกันมากที่สุด) ก็คือ ศาลเจ้า Fushimi Inari ที่เมืองเกียวโต ซึ่งมีเสาแดง (โทริอิ) นับพันต้นจนยาวเป็นอุโมงค์นั่นเองครับ ที่นี่จะมีรูปปั้นสุนัขจิ้งจอกอยู่หลายตัวเลยล่ะ ถ้ามีโอกาสไปชมเสาแดงกันแล้วก็อย่าลืมแวะดูรูปปั้นที่ว่าด้วยนะครับ

​2.วัว : สำหรับบ้านเรา วัวอาจจะไม่ค่อยได้รับการนับถือเท่าไหร่ แถมยังดูทื่อๆ เทอะทะแม้จะทำงานหนักก็ตาม แต่ที่ญี่ปุ่นนั้น วัว คือสัตว์มงคลชนิดหนึ่งที่เราสามารถพบได้ตามศาลเจ้า โดยเฉพาะศาลเจ้าที่เกี่ยวข้องกับการเล่าเรียนเพราะชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าวัวนั้นเป็นสัตว์ที่ฉลาดและขยันขันแข็ง นอกจากนี้ยังมีตำนานพื้นบ้านที่เกี่ยวข้องกับเทพเจ้าแห่งการเรียน คือ เทพเจ้า Sugawara No Michizane ซึ่งในตอนที่ท่านต้องโทษขณะที่เป็นมนุษย์นั้น เหล่าวัวต่างน้ำตาไหลเสียใจมากๆ ปัจจุบันนี้ศาลเจ้าต่างๆที่มีชื่อว่า Tenmangu ก็คือศาลเจ้าที่สถิตดวงวิญญาณของเทพเจ้าองค์นี้ครับ สำหรับศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงในการไปขอพรหรือการไปสักการะก็คือ ศาลเจ้า Kitano Tenmagu ที่เมืองเกียวโต ซึ่งจะมีรูปปั้นวัวหลากหลายขนาดอยู่ ชาวญี่ปุ่นบางคนก็ไปลูบไล้รูปปั้นเพื่อความเป็นสิริมงคล แม้แต่นักเรียนที่จะมาสอบก็แวะมาขอพรกันเป็นประจำเหมือนกันครับ ส่วนใครอยู่โอซาก้าก็ไม่ต้องห่วงนะครับเพราะที่โอซาก้าก็มี Osaka Tenmangu ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังและเราสามารถมาชมได้โดยสะดวกเช่นกัน

​3.งู : งูอาจจะเป็นสัตว์ที่คนส่วนใหญ่กลัว! แต่งูในความเชื่อของชาวญี่ปุ่นนั้น งูคือสัตว์พิทักษ์ของเทพเบ็นไซเท็น ซึ่งเป็น 1 ใน 7 เทพเจ้าแห่งความโชคดีของประเทศญี่ปุ่น ที่สำคัญเทพเจ้าเบ็นไซเท็นยังมีความเกี่ยวข้องกับชาวไทยเพราะท่านก็คือ พระสุรัสวดีนั่นเอง! สำหรับงูนั้น ปกติในศาลเจ้ามักจะปรากฎเป็นงูขาวและมีความเชื่อกันว่างูขาวเป็นผู้ปกป้องผลประโยชน์ของธุรกิจและทำให้ธุรกิจรุ่งเรือง อย่างไรก็ตามศาลเจ้าที่มีงูเป็นสัตว์ประจำศาลเจ้านั้นอาจมีไม่มากนักเมื่อเทียบกับศาลเจ้าอื่นๆ แต่ก็ไม่ใช่ไม่มีเลยนะ! ถ้าอยากไปที่ดังๆในหมู่คนญี่ปุ่นก็ขอแนะนำศาลเจ้า Kanahebisui ที่จังหวัดมิยางิ นะครับ แต่ถ้าใครอยู่แถวโอซาก้าก็แนะนำศาลเจ้าที่เมือง Iwakuni ครับ 

4.ลิง : เจ้าจ๋อในเมืองเมืองไทยนั้น ถ้าไปอยู่ที่ญี่ปุ่นก็อาจจะได้รับการดูแลอีกแบบเลยทีเดียว เพราะลิงที่ญี่ปุ่นนั้น บางคนเชื่อกันว่าลิงเป็นสัตว์ที่แสดงถึงความเป็นครอบครัว/ผู้ปกครองรวมทั้งการมีลูก(ดก) ด้วยล่ะครับ บางศาลเจ้าในญี่ปุ่นก็จะมีรูปปั้นลิงไว้ตรงหน้าทางเข้าวิหารหลักด้วย สำหรับศาลเจ้าที่มีรูปปั้นลิงแบบมีชื่อเสียงและตัวใหญ่หน่อยก็อยู่ในกรุงโตเกียวนี่ล่ะครับ ชื่อศาลเจ้า Hie ซึ่งดังมากๆในหมู่คนที่อยากมีลูกครับ ว่ากันว่าถ้ามาขอพรที่นี่มักจะสัมฤทธิ์ผลเสมอเลยล่ะ ยังไงเพื่อนๆที่อยากมีลูกก็ลองมาสักการะกันนะครับ 

5.โคมะอินุ (Koma-Inu) : แปลตรงตัวก็คือ "สิงโตผสมสุนัข" นับเป็นสัตว์ในจินตนาการของชาวญี่ปุ่นครับ (อารมณ์เดียวกับคชสีห์ หรือนางกินรี ในวรรณคดีบ้านเรา) อย่างไรก็ตามเจ้าสัตว์ชนิดนี้ถือเป็นทูตของเทพเจ้าเลยนะครับ โดยเจ้าสัตว์ชนิดนี้เรามักจะพบเห็นเป็นคู่อยู่ตรงทางเข้าศาลเจ้าเพื่อทำหน้าที่ป้องกันสิ่งไม่เป็นมงคลที่จะเข้ามาในศาลเจ้าครับ คือ สรุปง่ายๆว่าโคมะอินุทำหน้าที่เป็นเหมือนยามเฝ้าประตูของศาลเจ้านั่นเอง สำหรับใครที่อยากเห็นตัวจริง ต้องบอกว่าในญี่ปุ่นมีเยอะครับ แต่ไม่ใช่ทุกศาลเจ้าจะมีรูปปั้นสัตว์ชนิดนี้ เพราะบางแห่งอาจจะใช้สัตว์ชนิดอื่นเช่น สุนัขจิ้งจอก หรือ ลิง แทนก็มีครับ  

6.กระต่าย : ฟังดูเหลือเชื่อ! แต่ที่ญี่ปุ่นนั้น บางศาลเจ้าถือว่ากระต่ายเป็นผู้นำสาสน์ของเทพเจ้าเลยนะครับ นอกจากนี้ยังมีความเชื่อที่ว่ากระต่ายเป็นสัตว์ที่ออกลูกได้ดกมาก ดังนั้น บางคนจึงบูชากระต่ายเพื่อที่จะขอพรให้มีลูกมีหลาน และพบกับความรัก รวมทั้งขอให้คลอดบุตรอย่างปลอดภัยด้วย สำหรับศาลเจ้าที่มีกระต่ายเป็นรูปปั้นก็มีหลายที่ เอาที่ดังๆเลยคือ ศาลเจ้า Okazaki เมืองเกียวโตนี่แหละ แม้นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจจะไม่คุ้นชื่อ แต่สาวญี่ปุ่นมาทำพิธีแต่งงานที่นี่หรือมาขอลูกกันเยอะนะครับ!!! 

​7.แมว : แมวเป็นสัตว์ยอดฮิตของเหล่าทาส(แมว) ที่ญี่ปุ่นก็ไม่เว้น ส่วนความเชื่อที่ว่าแมวเกี่ยวข้องอะไรกับเทพเจ้านั้น ก็ต้องบอกว่า เป็นที่รู้กันว่าสมัยก่อนญี่ปุ่นยังทำการกสิกรรมเป็นส่วนมากและหนูก็เป็นศัตรูที่เข้ามารบกวนมนุษย์ประจำ ทำให้มนุษย์ต้องเลี้ยงแมวเพื่อจับหนูนั่นเอง ทีนี้พอจับหนูได้ ก็ถือเป็นการช่วยให้ผลผลิตดี ผลผลิตที่ได้ก็นำมาถวายเทพเจ้าได้อย่างราบรื่น ชาวญี่ปุ่นจึงขอบคุณแมวที่คอยช่วยเหลือพวกเขาและสร้างรูปปั้นไว้ในศาลเจ้าเพื่อการระลึกถึง นอกจากนี้แมวเหมียวบางที่ก็มีตำนานเฉพาะหรือมีต้นกำเนิดบางเรื่อง เช่น แมวกวักก็มีที่มาเกี่ยวกับเรื่องความเชื่อเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน สำหรับศาลเจ้าที่เราจะเจอรูปปั้นแมวได้ง่ายที่สุดคือ Imado Jinja ซึ่งเดินทางง่ายมากเพราะอยู่ห่างจากวัดเซนโซจิที่ย่านอาซากุสะแค่หนึ่งกิโลเมตรเท่านั้น เดินเท้าราวๆ 15-20 นาทีก็ถึงแล้วครับ ลองไปขอพรกันดูนะ! 

หวังว่าเพื่อนๆจะได้รับเกร็ดความรู้เกี่ยวกับศาลเจ้าญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นนะครับ ยังไงถ้ามีโอกาสได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วได้เข้าไปชมศาลเจ้าก็ลองสังเกตกันดูนะครับว่าศาลเจ้าแห่งนั้นมีสัตว์อะไรบ้าง แล้วพบกันใหม่บล็อกหน้าคร้าบบบบ :) 

​ที่มาของภาพประกอบ kansai-odyssey, soranews24, japantravel.navitime ภาพที่เหลือที่มีลายน้ำเป็นของโอทารุทั้งหมด หากใครจะนำไปใช้กรุณาติดต่อขออนุญาตก่อนนะครับ